ผู้ชุมนุมต้านโรงไฟฟ้าถ่านหินปักหลักต่อเนื่อง ย้ำรัฐฯต้องออกมาชี้แจงกับ ปชช.

วานนี้ (18 ก.พ.) ผู้สื่อข่าวอมรินทร์ทีวีลงพื้นที่สำรวจกลุ่มเคลื่อนไหวต่อต้านโครงการก่อสร้างโรงไฟฟ้าถ่านหินเทพา และพื้นที่จังหวัดกระบี่ โดยบรรยากาศเป็นไปอย่างเรียบร้อย กลุ่มเคลื่อนไหวดังกล่าวได้มีการรวมตัวมาตั้งแต่วันที่ 11 ก.พ.ที่ผ่านมา ชาวบ้านบางส่วนมีอาการอ่อนเพลียอย่างเห็นได้ชัด หลังอดอาหารมาหลายวันประกอบกับอากาศที่ร้อนอบอ้าวและแดดที่แรงจัด และพบว่ามีชาวบ้านเป็นลมคนที่ 9 ทราบชื่อคือ น.ส.ขวัญฤดี ลูกเล็ก อายุ 43 ปี ชาวจังหวัดกระบี่ เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ส่งตัวไปรักษาตัวที่โรงพยาบาลวชิรพยาบาล ขณะที่ช่วงดึกผู้สื่อข่าวอมรินทร์ทีวีลงพื้นที่สำรวจอีกครั้งหนึ่ง พบว่ามีประชาชนกว่า 80 ชีวิตกินนอนอยู่บริเวณเกาะกลางถนนหน้ายูเอ็น โดยกลุ่มดังกล่าวยื่นยันจะเดินหน้าคัดค้านโครงการก่อสร้างโรงไฟฟ้าถ่านหินต่อไป และรอดูท่าทีของรัฐบาลในวันนี้ (19 ก.พ.) ด้านนายกสมาคมรักทะเลไทยยืนยันเดินหน้าคัดค้านเต็มที่ หวั่นกระทบทรัพยากรธรรมชาติพร้อมแนะรัฐบาลส่งเสริมการท่องเที่ยวแทน ด้าน นายบรรจง นะแส นายกสมาคมรักทะเลไทย เผยว่า ทางกลุ่มยืนยันเป้าหมายเดิมคือการยกเลิกโครงการก่อสร้างโรงไฟฟ้าถ่านหิน อำเภอเทพา จังหวัดสงขลา และที่อำเภอเหนือคลอง จังหวัดกระบี่ และต้องไม่มีคำสั่งชะลอโครงการใดๆ ทั้งสิ้น เพราะเชื่อว่า 3-4 ปีข้างหน้าประเทศจะมีเทคโนโลยีใหม่ๆเข้ามาทดแทนเรื่องของถ่านหิน อาจจะมีประสิทธิภาพได้ดีกว่าหรือเทียบเท่า พร้อมตั้งคำถามว่าเหตุใดรัฐบาลถึงไม่ส่งเสริมเรื่องการท่องเที่ยวในพื้นที่จังหวัดกระบี่ เพราะสามารถสร้างรายได้มากเป็นอันดับต้นๆของประเทศ การสร้างโรงไฟฟ้าถ่านหินเป็นการทำลายสถานที่ท่องเที่ยว ทรัพยากรทางทะเล ส่วนถ่านหินก็ต้องนำเข้าเสียค่าขนส่งและงบประมาณ และเชื่อว่ารัฐบาลกำลังผลักดันโครงการดังกล่าวให้สำเร็จเพราะว่าอาจมีกลุ่มทุนเข้ามาเกี่ยวข้อง

เครือข่าย ปชช.ต้านโรงไฟฟ้าถ่านหิน ปักหลักชุมนุมอดอาหาร ร้องรัฐบาลยุติโครงการ

จากกรณีที่ชาวบ้านในจังหวัดสงขลา จังหวัดปัตตานี และพื้นที่ภาคใต้ที่ได้เคลื่อนไหวพยายามเสนอให้รัฐบาลยกเลิกโครงการก่อสร้างโรงไฟฟ้าถ่านหินในพื้นที่ อำเภอเทพา จังหวัดสงขลา และในจังหวัดกระบี่ หลังจากมีการเคลื่อนไหวอย่างต่อเนื่องแต่ภาครัฐไม่มีคำตอบรับใดๆ เมื่อวันที่ 12 ก.พ.61 ทีมข่าวอมรินทร์ทีวี ได้ลงพื้นที่สำรวจกลุ่มเคลื่อนไหวต่อต้านโครงการก่อสร้างโรงไฟฟ้าถ่านหิน บริเวณองค์การสหประชาชาติประจำประเทศไทย หรือ ยูเอ็น ซึ่งเป็นจุดที่มีประชาชนมารวมตัวกัน โดยประชาชนที่เข้าร่วมต่อต้านประกอบด้วยผู้สูงอายุ เด็ก กว่า 30 คน กลุ่มดังกล่าวได้จัดพื้นที่นอนบริเวณเกาะกลางถนน โดยมีแผ่นป้ายข้อความที่เขียนเพื่อคัดค้านยาวตลอดทั้งสาย พร้อมมีมาตรการเตรียมอดข้าวอดน้ำเพื่อเรียกร้องต่อไป ด้าน นายอัครเดช ฉากจินดา ผู้ประสานงานเครือข่ายปกป้องอันดามันจากถ่านหิน เผยว่า กลุ่มต่อต้านได้มีการเคลื่อนไหวมาอย่างต่อเนื่อง 5 ปี ได้มีการเสนอโครงการยื่นหนังสือคัดค้าน แต่ที่ผ่านมารัฐบาลได้นิ่งเฉย โดยให้เหตุผลว่าโรงไฟฟ้าหรือไฟฟ้าในพื้นที่ภาคใต้ไม่เพียงพอต่อการใช้งาน ดังนั้นจึงต้องมีการสร้างโรงไฟฟ้าถ่านหินขึ้นมา และรัฐบาลอ้างว่ามีการรายงานผลกระทบสิ่งแวดล้อมแล้ว แต่ผลที่ออกมาทำให้ประชาชนเข้าใจว่ามีการเอื้อประโยชน์ให้กลุ่มนายทุนหรือผู้จัดทำโครงการ ผู้สื่อข่าวถามว่าประชาชนในพื้นที่ไม่ต้องการโรงไฟฟ้าถ่านหินซึ่งมีผลกระทบชัดเจนและผู้เข้าร่วมเคลื่อนไหวบางคนถูกดำเนินคดี นายอัครเดช บอกว่า ถือเป็นเรื่องที่น่าเศร้าของรัฐบาลที่ไม่กล้าหาญพอที่จะต่อสู้กับกลุ่มนายทุน

‘บิ๊กป้อม’ เผย! ปล่อยตัวแกนนำคัดค้านโรงไฟฟ้าประนีประนอมแล้ว ยังไม่พบกลุ่มป่วนในพื้นที่

รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายความมั่นคง เผย การปล่อยตัวแกนนำต้านโรงไฟฟ้าเทพา เป็นการประนีประนอมแล้ว ส่วนความผิดซึ่งหน้าต้องดำเนินการตามกฎหมาย ยืนยันรัฐบาลสร้างความเข้าใจประชาชนต่อเนื่องยังไม่พบสัญญาณกลุ่มผู้ไม่หวังดีสร้างความขัดแย้ง วันที่ 30 พ.ย.60 พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม กล่าวถึงกรณีศาลจังหวัดสงขลาปล่อยตัวชั่วคราว แกนนำคัดค้านโรงไฟฟ้าถ่านหิน อ.เทพา จ.สงขลา ว่า การปล่อยตัวเป็นการประนีประนอมแล้ว ส่วนความผิดซึ่งหน้าจะต้องดำเนินการตามกฎหมาย ทั้งนี้ ยืนยัน คสช. สร้างความเข้าใจกับประชาชนในพื้นที่ต่อเนื่อง และยังไม่มีสัญญาณของกลุ่มผู้ไม่หวังดีสร้างความขัดแย้งในพื้นที่ ส่วนกรณี พล.ต.อ. ศรีวราห์ รังสิพรากมณกุล รอง ผบ.ตร. ตรวจพบอาวุธสงครามที่ จ.ฉะเชิงเทรา เมื่อวานนี้ (29 พ.ย.) พล.อ.ประวิตร ระบุว่า ได้รับรายงานจากรอง ผบ.ตร. แล้ว ซึ่งเป็นอาวุธระเบิดที่เตรียมใช้ก่อเหตุหน้าศาลอาญา ปี 2557 ส่วนจะเชื่อมโยงถึงบุคคลใดบ้างต้องรอให้เจ้าหน้าที่ตำรวจสืบสวนและขยายผลต่อไป

ม็อบต้านโรงไฟฟ้าเทพาเรี่ยไรเงิน ยื่นขอประกัน 15 แกนนำ ด้านทีมทนายเอาตำแหน่งค้ำ

เครือข่ายคัดค้านโรงไฟฟ้าถ่านหินเทพาระดมทุนหาเงินประกันตัว 15 แกนนำค้านโรงไฟฟ้าเทพาอีกรอบ ส่วนเยาวชน 1 คนได้รับการประกันตัวชั่วคราวแล้ววานนี้ ความคืบหน้าตำรวจ สภ.เมืองสงขลา จับกุม 16 แกนนำตาม พ.ร.บ.ชุมนุมสาธารณะ พ.ศ. 2558 หลังพยายามแสดงออกเชิงสัญลักษณ์ และต้องการขอพบกับนายกรัฐมนตรี ระหว่างการเดินทางมาประชุมคณะรัฐมนตรีนอกสถานที่ ที่ จ.สงขลา และเกิดเหตุกระทบกระทั่งกันขึ้นระหว่างกลุ่มเครือข่ายคนสงขลา-ปัตตานีไม่เอาโรงไฟฟ้าถ่านหินเทพากับชุดตำรวจ สภ.เมืองสงขลา ซึ่งปฏิบัติหน้าที่รักษาความสงบเรียบร้อย ระหว่างเตรียมเข้าไปเตรียมยื่นหนังสือต่อนายกรัฐมนตรี ซึ่งเมื่อช่วงบ่ายวานนี้ (28 พ.ย. 60) ได้ถูกนำตัวส่งศาลจังหวัดสงขลาเพื่อขอฝากขัง แต่เนื่องจากหลักทรัพย์ไม่เพียงพอ จึงไม่ได้รับการประกันตัว มีเพียงแกนนำ 1 คน ที่เป็นเยาวชน ที่ได้รับการปล่อยตัวชั่วคราวไปเมื่อวานนี้ โดยแกนนำที่เหลือ 15 คน ขณะนี้ถูกส่งไปควบคุมตัวยังเรือนจำจังหวัดสงขลา ล่าสุดกลุ่มเครือข่ายฯ ได้ระดมทุนเตรียมยื่นขอประกันตัวอีกครั้งในวันนี้ (29 พ.ย.) โดยศาลตีวงเงินประกันคนละ 90,000 บาท ด้าน นายบรรจง นะแส นายกสมาคมรักษ์ทะเลไทย ในฐานะผู้ประสานงานช่วยเหลือแกนนำและชาวบ้านทั้ง 15 คน เปิดเผยว่า ขณะนี้ทางทีมทนายความกำลังอยู่ระหว่างการยื่นเรื่องขอประกันตัวทั้ง […]

ยังขาดความโปร่งใส! กสม. แนะ นายกฯ ให้ม็อบโรงไฟฟ้า’ เข้ายื่นข้อเสนอโดยสงบ

คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ห่วงใยกลุ่มประชาชนคัดค้านโรงไฟฟ้าเทพา หลังตำรวจเข้าสลายการชุมนุม และจับกุมแกนนำ พร้อมระบุ ขอให้ทุกฝ่ายแก้ปัญหาโดยสันติวิธี นางเตือนใจ ดีเทศน์ กรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ แถลงข่าวกรณีการเข้าสลายการชุมนุมและจับกุมกลุ่มแกนนำเครือข่ายประชาชนสงขลา-ปัตตานี ไม่เอาโรงไฟฟ้าถ่านหิน เมื่อวานนี้ (27 พ.ย. 60) พร้อมเรียกร้องให้นายกรัฐมนตรี สั่งการให้เจ้าหน้าที่ตำรวจทบทวนการแจ้งข้อกล่าวหา กับแกนนำ และดำเนินการทางกฎหมายอย่างรอบคอบ บนพื้นฐานของสิทธิและเสรีภาพของประชาชน ซึ่งได้รับการคุ้มครองตามรัฐธรรมนูญ และควรเปิดโอกาสให้ทางเครือข่ายฯ ได้เข้าพบนายกรัฐมนตรี เพื่อยื่นข้อเสนอต่อรัฐบาลโดยสงบ เพราะโครงการนี้ มีพื้นที่ กว้างถึง 3,000 ไร่ มีชาวบ้านอาศัย 240 ครัวเรือน จึงอาจจะส่งผลให้ถูกรื้อถอนบ้านเรือนไปด้วย และชาวบ้านยังเป็นห่วงเรื่องของวิถีชีวิตและความอุดมสมบูรณ์ของธรรมชาติและทรัพยากรทางทะเล ส่วนเรื่องโครงการก่อสร้างโรงไฟฟ้าถ่านหินเทพานั้น ทาง กสม. ได้ตรวจสอบแล้ว เบื้องต้นพบปัญหาการเปิดเผยข้อมูลข่าวสารไม่ตรงไปตรงมา และการจัดกระบวนการมีส่วนร่วมไม่ทั่วถึง อีกทั้งยังไม่มีการสร้างความเข้าใจให้กับประชาชน โดยเฉพาะผู้ที่ได้รับผลกระทบโดยตรง ทำให้กลุ่มประชาชนต้องยื่นหนังสือคัดค้านโครงการดังกล่าวต่อนายกรัฐมนตรี

keyboard_arrow_up