ถ้าบ้าจริงก็ดี…ทำอะไรจะได้ไม่ผิด!? ‘ลุงนกพิราบ’ ยินดีพบจิตแพทย์ ถ้ามีคนออกค่ารักษาให้ (คลิป)

จากรณีที่นายวีระศักดิ์ สุนทรจามร หรือ ลุงนกพิราบ ชายวัยกลางคนที่เลี้ยงนกพิราบร่วมพันตัว รวมถึงหมา แมว แมลงสาบ หนู มีขี้นกส่งกลิ่นเหม็นคละคลุ้งไปทั่ว จนชาวบ้านเข้าร้องเรียนกับเจ้าหน้าที่ เป็นข่าวครึกโครมในสังคมและโลกออนไลน์ และทางกรุงเทพฯ ได้เข้าไปทำความสะอาดบ้านหลังดังกล่าวแล้วนั้น ความเป็นไปล่าสุดที่บ้านลุงนกพิราบ ซอยอุดมสุข เขตสุทธิสาร กรุงเทพฯ ชาวบ้านแจ้งว่ากลับมีนกเข้ามาอาศัยมากกว่าเดิม เพราะหลังจากที่เจ้าหน้าที่เข้าไปทำความสะอาดทำให้พื้นที่บ้านกว้างขึ้น เมื่อวันที่ 7 ก.ย. 60 ทีมข่าวอมรินทร์ทีวี ได้ไปพูดคุยถึงกรณีดังกล่าว โดย ลุงนกพิราบได้พาเดินดูบริเวณบ้าน และพาขึ้นไปดูชั้นสองซึ่งก่อนหน้านี้ไม่สามารถขึ้นไปได้ พบว่ามีข้าวของเครื่องใช้วางอยู่เป็นจำนวนมาก มีหนังสือวางกองตั้งแต่ขั้นบันได พบตู้หนังสือภายในเป็นหนังสือภาษาอังกฤษและเยอรมัน ทั้งนี้ลุงนกพิราบได้โชว์รูปถ่ายวัยหนุ่มสมัยเรียนที่เยอรมัน พร้อมบอกว่า หลังจากนี้อาจมีการต่อเติมพื้นที่ เพื่อให้นกมากินอาหารได้มากขึ้น ไม่คิดจะหางานทำแล้ว แม้จะมีความรู้ทั้งภาษาอังกฤษ ภาษาเยอรมัน เพราะทุกวันนี้ก็มีอาหารกินฟรี อาหารนกก็มีคนหาให้ ลุงนกพิราบ กล่าวว่า ตนเองนั้นเคารพกฎหมาย แต่ก็ต้องปฏิบัติตามสิ่งที่ศาสดาสอนเช่นกัน คือ ความมีเมตตากรุณา และการทำทาน เรื่องที่มีคนสนใจจะพาไปพบกับจิตแพทย์นั้นก็ยินดีที่จะไป แต่ต้องออกค่ารักษาให้ด้วย ส่วนเรื่องที่คนหาว่าบ้า คิดว่าถ้าบ้าจริงก็คงดี เพราะทำอะไรจะได้ไม่มีความผิด ยืนยันว่าถึงจะถูกจับอีกกี่ครั้งก็จะเลี้ยงนกพิราบต่อไป

เคลียร์ทางชั้น 1 สำเร็จ! ลุงยันจะเลี้ยง ‘นกพิราบ’ เหมือนเดิม ไม่ให้จัดการชั้นสอง

เจ้าหน้าที่จากสำนักงานเขตห้วยขวางเข้าทำความสะอาดบ้านเลขที่ 13 ภายในซอยอุดมสุข ถนนสุทธิสารวินิจฉัย ซึ่งเป็นบ้านของนายวีระศักดิ์ สุนทรจามร หรือ ลุงปุ๋ย นกพิราบ การทำความสะอาดเริ่มต้นขึ้นตั้งแต่เวลา 9.00 น. โดยมีการนำของเก่าหมักหมมภายในบ้าน ยกไปขายให้กับรถซาเล้งที่มารับซื้อของเก่า ขณะเดียวกันเจ้าหน้าที่ได้ใช้ยาฆ่าเชื้อฉีดพ่นทำความสะอาดตามกำแพงบ้านที่เต็มไปด้วยคราบขี้นกพิราบ ซึ่งที่ผ่านมาเจ้าหน้าที่ได้นำงูปลอมมาวางไว้เพื่อให้นกพิราบกลัว แต่สำหรับที่นี่กลับไม่ได้ผล เพราะนกยังคงกลับมาอยู่อาศัยเหมือนเดิม ด้านผู้อำนวยการเขตห้วยขวางระบุว่า การเข้ามาทำความสะอาดในวันนี้ เป็นผลมาจากการพูดคุยเจรจากันตั้งแต่วันอังคาร โดยจะมีการทำความสะอาดพื้นที่ด้านนอก และบริเวณชั้น 1 ของบ้าน ส่วนข้างบนชั้น 2 จะต้องเจรจากันอีกครั้ง ซึ่งการทำความสะอาดจะต้องทำให้แล้วเสร็จภายในวันนี้ ด้านลุงปุ๋ย นกพิราบ ระบุว่า ในวันนี้ได้เปิดทางให้เจ้าหน้าที่คนละครึ่งทาง เพื่อให้เข้ามาจัดการทำความสะอาดพื้นที่บางส่วน โดยมีการนำสิ่งของออกไปแล้วถึง 80% แต่ที่เหลือลุงจะเป็นคนคัดเลือกเอง นอกจากนี้ ยังยินยอมให้มีการนำน้ำเข้ามาฉีดในบ้านอีกด้วย ซึ่งหลังจากเก็บของออกไปแล้วบางส่วน ก็รู้สึกว่า มีพื้นที่ทางเดินที่สะดวกขึ้น ส่วนแมวเองก็มีพื้นที่วิ่งเล่นมากขึ้นด้วย แต่ยังยืนยันว่าจะเลี้ยงนกพิราบเหมือนเดิม.

กินแมลงสาบไม่บาป! ลุงเลี้ยงนกนับพันทำอึ้งอีก เผยบ้านรกแมลงตกใส่ถ้วยนับสิบกลืนประจำ (คลิป)

เรียกได้ว่าเป็นข่าวที่ทำให้หลายคนตกใจเป็นอย่างมาก เมื่อมีชาวบ้านเขามาร้องเรียนว่าชายเก็บของเก่าหลังหนึ่งในซอยอุดมสุข ย่านห้วยขวาง เลี้ยงนกพิราบส่งกลิ่นเหม็นรบกวนเพื่อนบ้านและคนในละแวกนั้น เนื่องจากสภาพบ้านหลังดังกล่าวเต็มไปด้วยข้าวของมากมายและอยู่ในสภาพไม่ถูกสุขลักษณะ อีกทั้งคุณลุงยังบอกด้วยว่า ตนไม่ได้ทำผิดอะไร เพราะไม่ใช่เจ้าของนก เพียงแค่ให้อาหารเท่านั้น ส่วนเรื่องกลิ่นของนกพิราบก็ยอมรับว่าเหม็นจริง แต่นั่นไม่ใช่ปัญหาของตน เพราะตนเป็นคนแข็งแรง อยู่ได้โดยไม่เดือดร้อน ตามที่ได้เสนอข่าวไปแล้วนั้น (อ่านข่าว : อึ้ง! เปิดประวัติลุงเลี้ยงนกนับพันในบ้าน ปล่อยหมาแมวขี้เยี่ยวหึ่งจนคนรุมด่า ที่แท้เป็นถึง… ? ) ล่าสุด 12 กรกฎาคม 2560  นายวีระศักดิ์ สุนทรจามร อายุ 60 ปี เจ้าของบ้าน เปิดเผยเรื่องราวผ่านรายการต่างคนต่างคิด ออกอากาศเวลา 18.45 น. บอกว่า ตนนั้นมีปมฝังใจตั้งแต่อายุ 19 ที่เห็นนกถูกรถทับต่อหน้าทำให้เริ่มมีความคิดที่อยากจะให้อาหารนกพิราบ ยอมรับว่าไม่ได้มีเจตนาที่จะเลี้ยงแต่อย่างใด คิดแค่ว่าสิ่งที่ทำเป็นการให้ทานส่วนประเด็นที่ชาวบ้านบอกว่าเดินผ่านหน้าบ้านแล้วมีกลิ่นเหม็น เขามาเตือนแล้วไม่ยอมฟังนั้น ตนยอมรับว่าไม่เป็นความจริง ตนถูกใส่ร้าย  หากชาวบ้านเขามาคุยกับตนจริงเรื่องก็คงไม่ถึงขั้นฟ้องร้อง ซึ่งหลังจากจบรายการต่างคนต่างคิด นายวีระศักดิ์ บอกต่ออีกว่า ตนเคยเผลอกินแมลงสาบที่อยู่ภายในถ้วยกาแฟอยู่หลายครั้ง เนื่องจากเวลาที่ตนทำงานดึกจนถึงเวลาตี 2 ตี 3 ก็จะจุดฝืนแทนการต้มน้ำร้อนผ่านเตาแก๊ส เพื่อจะชงกาแฟดื่ม และการจุดฝืนบางครั้ง ต้องใช้เวลานานหลายชั่วโมงกว่าไฟจะติด พอได้กาแฟมาดื่ม […]

keyboard_arrow_up