“ศรีวราห์” ไม่หนักใจ หากรับคำสั่งทำคดีย้าย “โจ๊ก” ไม่รู้กระแสข่าวถูกตั้ง 6 ข้อหา

วันที่ 9 เม.ย. 62 พลตำรวจเอกศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ กล่าวว่า ขณะนี้ยังไม่ได้รับคำสั่งจากพลตำรวจเอกจักรทิพย์ ชัยจินดา ให้มีการสอบสวนพลตำรวจโทสุรเชษฐ์ หักพาล ยังไม่ได้เจอหรือพูดคุยในประเด็นนี้ เป็นอำนาจของผู้บังคับบัญชาในการสั่งโยกย้าย ตนเองไม่ทราบสาเหตุ ซึ่งที่ผ่านมาพลตำรวจโทสุรเชษฐ์ก็ทำงานตามหน้าที่ และที่จะมีใครร้องเรียนให้ตรวจสอบการทำงานหรือไม่นั้น ตนเองก็ไม่ทราบ เพราะ ตม. นั้นต้องติดต่อประสานงานกับหลายหน่วยงาน ทั้งไทยและต่างชาติ ส่วนที่จะมีการประชุมแต่งตั้ง ผบ.ตม. มีการคาดการณ์ว่า มีรายชื่อ พลตำรวจโทสมบัติ มิลินทจินดา พลตำรวจโทสัญชัย สุนทรบุระ เข้าพิจารณา ทั้งนี้ หากได้รับมอบหมายให้ดูแลคดีนี้ รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติไม่ได้ปฏิเสธว่าหนักใจ แต่ระบุว่า ตนเองทำตามหน้าที่ ว่าไปตามพยานหลักฐาน ขณะนี้ยังไม่เห็นคำสั่งที่มีกระแสข่าวว่า พลตำรวจโทสุรเชษฐ์ถูกตั้งหา 6 ข้อหา

จับอดีตทหารติดเชื้อ HIV ลวงเด็กชายกระทำชำเรามากกว่า 70 คน จนท.เร่งสำรวจเหยื่อ หวั่นติดโรค

วันที่ 8 พ.ย. 61 ที่สถานีตำรวจภูธรน้ำพอง จ.ขอนแก่น พลตำรวจตรีสุรเชษฐ์ หักพาล รักษาราชการแทนผู้บัญชาการสำนักงานตำรวจตรวจคนเข้าเมือง พร้อมเจ้าหน้าที่ตำรวจทหาร และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง แถลงผลการจับกุมนายจักรกฤษณ์  ค่อมสิงห์ อายุ 43 ปี ชาวบ้านจำปา ต.ทรายมูล อ.น้ำพอง จ.ขอนแก่น ผู้ต้องหาที่มีพฤติกรรมล่อลวงบังคับเด็กชายไปกระทำชำเรา แล้วถ่ายคลิปไว้แบล็กเมล์ โดยผู้เสียหายที่รายหนึ่งที่เป็นเด็กชายอายุ 14 ปี เปิดเผยว่า ผู้ต้องหาใช้รูปเด็กชายหน้าตาดีเข้ามาทัก และพูดคุยผ่านทางแอปพลิเคชั่นหนึ่ง เพื่อตีสนิทแล้วชักชวนให้ส่งรูปอวัยวะเพศของตนให้ดู จากนั้นก็นัดเจอกัน เมื่อพบตัวจริงรู้ว่าเป็นชายที่มีอายุ ก็ไม่อยากจะพูดคุยด้วย ผู้ต้องหาจึงข่มขู่ว่าจะแชร์รูปอวัยวะเพศของตนให้ได้อับอาย และบังคับข่มขืนกระทำชำเราในรถยนต์ นอกจากนี้ เจ้าหน้าที่ยังเปิดเผยว่า จากการสืบสวนพบว่ามีเด็กชายอายุ 13 ถึง 18 ปี ตกเป็นเหยื่อของนายจักรกฤษณ์มาแล้วไม่ต่ำกว่า 70 คน เจ้าหน้าที่จึงได้แจ้ง 6 ข้อหาหนัก คือ กระทำชำเราเด็กอายุไม่เกิน 15 ปี ซึ่งไม่ใช่ภริยาหรือสามีของตน โดยเด็กนั้นจะยินยอมหรือไม่ก็ตาม มีโทษจำคุก 4-10 ปี […]

จ่อออกหมายจับ 3 มือยิงถล่มอริกลางกรุง ทำต่างชาติโดนลูกหลงดับ – ตม.สกัดตัวทุกด่าน กันหนี (คลิป)

จากกรณีเมื่อเวลา 20.30 น. ของวันที่ 7 ต.ค. 61 ที่ผ่านมา ร.ต.อ.อธิกภพ จันทร์โสดา รองสว.สอบสวน สน.พญาไท รับแจ้งเหตุ ชาวต่างชาติถูกยิงได้รับบาดเจ็บ บริเวณลานจอดรถห้างสรรพสินค้า แขวงมักกะสัน เขตราชเทวี กทม. จึงรุดไปตรวจสอบที่เกิดเหตุ พบผู้บาดเจ็บเป็นชาวอินเดีย และชาวต่างชาติไม่ทราบสัญชาติหลายราย ก่อนนำตัวส่งโรงพยาบาลข้างเคียง ที่เกิดเหตุพบปลอกกระสุน หัวกระสุนตกอยู่หลายปลอก ทั้งอาก้าและปืนสั้น และมีนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติเสียชีวิต 2 ราย (อ่าน : ระทึก! วัยรุ่นยิงกลางห้างดังย่านประตูน้ำ นทท.ต่างชาติดับ – ชาวบ้านเผยนาทีชีวิต) วันที่ 8 ต.ค. 61 พล.ต.อ.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ด้านความมั่นคงและกิจการพิเศษ กล่าวถึงเหตุอุกอาจกลุ่มคนร้ายใช้อาวุธปืนสงคราม ยิงกันกระสุนถูกนักท่องเที่ยวชาวอินเดียและนักท่องเที่ยวชาวลาว เสียชีวิต 2 ราย และบาดเจ็บ เหตุเกิดใกล้ถนนไนท์มาร์เก็ต ย่านประตูน้ำ ถนนราชปรารภเมื่อค่ำวันที่ 7 ต.ค.ที่ผ่านมาว่า ได้สั่งการกำชับพล.ต.ท.สุทธิพงษ์ วงษ์ปิ่น […]

“บิ๊กโจ๊ก” จ่อแจ้งข้อหาเจ้าของห้องคอนโดหรู ให้ต่างชาติเช่าโดยไม่แจ้ง ตม.

จากกรณีพล.ต.ต.สุรเชษฐ์ หักพาล รักษาราชการแทน ผู้บัญชาการสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง แถลงการจับกุมนายลี ซึง กึน (MR.LEE SEUNGKUN) อายุ 42 ปี สัญชาติเกาหลีใต้ ผู้ต้องหาหลบหนีคดีจากประเทศเกาหลีใต้ ในคดีฉ้อโกง 7 คดี มูลค่าความเสียหาย 190 ล้านวอน หรือประมาณ 6,000,000 บาท ได้ในคอนโดฯ จึงสั่งเจ้าหน้าที่เข้าตรวจสอบคอนโดฯอีกครั้ง และเตรียมดำเนินคดีกับเจ้าของห้องคนไทยที่ปล่อยเช่า โดยไม่แจ้งเจ้าหน้าที่ ( อ่าน : สตม. ค้นคอนโดข้างวัดไทร พบผู้ต้องหาชาวเกาหลี 7 คดี หนีซุกไทยกว่า 6 ปี ) วันที่ 8 ต.ค. 61 ตำรวจตรวจคนเข้าเมือง พร้อมตำรวจนครบาลวัดพระยาไกร เข้าตรวจสอบคอนโดหรู ริมถนนพระราม 3 ที่อยู่ติดกับวัดไทร เขตบางคอแหลม กรุงเทพมหานคร เป็นครั้งที่ 2 หลังก่อนหน้านี้ เคยเข้าไปตรวจค้นแล้ว […]

CSI LA โพสต์ฉะ ‘บิ๊กโจ๊ก’ วุฒิภาวะต่ำ ดูถูก นทท. ต่างชาติ

สืบเนื่องจากกรณี น.ส.ลูซี่ (นามสมมติ) นักท่องเที่ยวชาวอังกฤษ วัย 19 ปี ที่อ้างว่าถูกข่มขืนบนเกาะเต่า อ.เกาะพงัน จ.สุราษฎร์ธานี ซึ่งต่อเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ลงพื้นที่สืบหาข้อเท็จจริง แต่ยังไม่พบหลักฐานหรือพยานที่เห็นเหตุการณ์ ตามที่นำเสนอไปแล้วนั้น (อ่านเพิ่มเติม : พิสูจน์จุดแหม่มสาวร้องตะโกน ขอช่วยอ้างถูกขืนใจ คนเกาะเต่าท้ากลับมาถ้าพูดจริง (คลิป) / “บิ๊กโจ๊ก” ยัน ไม่มีข้อมูลชี้ชัด แหม่มอังกฤษถูกข่มขืน บนเกาะเต่า) อย่างไรก็ตาม คดีดังกล่าวยังคงไม่ถึงที่สิ้นสุด และยังคงมีข้อมูลใหม่ๆ ที่อ่านเปลี่ยนแปลงรูปคดีเข้ามาอย่างต่อเนื่อง และล่าสุดเพจเฟซบุ๊กชื่อ CSI LA ซึ่งถูก พลตำรวจตรี สุรเชษฐ์ หักพาล รองผู้บัญชาการตำรวจท่องเที่ยว ได้ส่งหมายจับในกรณีการนำข้อความอันเป็นเท็จเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ โดยการโพสต์ลงในโซเชียลมีเดีย ในข้อหา พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ ที่ทำให้เกิดความเสียหายต่อชื่อเสียงของประเทศไทย โดยครั้งนี้แอดมินเพจดังกล่าวได้โพสต์ข้อความโต้ตอบบิ๊กโจ๊ก โดยมีเนื้อหาดังนี้… ประกาศคนหาย…อยากรู้จริงๆ The Big Joke เป็นตำรวจได้ไง เป็นตำรวจท่องเที่ยวได้ไงพูดจาดูถูกนักท่องเที่ยว พูดจากแบบสรุปง่ายๆแบบคนที่มีวุฒิภาวะต่ำ ไม่รู้จักวัฒนธรรมของชาวต่างชาติจริง เป็นเมืองนอกคนแบบนี้ โดนไล่ออกหรือต้องโดนบังคับให้ลาออกจากตำแหน่งไปนานแล้ว…ทำงานลวกๆ ก็เลย […]

เพจดังโต้ ‘บิ๊กโจ๊ก’ เปิดไทม์ไลน์ ‘คดีแหม่มอังกฤษ’ ถูกข่มขืนบนเกาะเต่า วอนสื่ออย่ารีบด่วนสรุป

สืบเนื่องจากกรณี น.ส.ลูซี่ (นามสมมติ) นักท่องเที่ยวชาวอังกฤษ วัย 19 ปี ที่อ้างว่าถูกข่มขืนบนเกาะเต่า อ.เกาะพงัน จ.สุราษฎร์ธานี ซึ่งต่อเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ลงพื้นที่สืบหาข้อเท็จจริง แต่ยังไม่พบหลักฐานหรือพยานที่เห็นเหตุการณ์ ตามที่นำเสนอไปแล้วนั้น (อ่านเพิ่มเติม : พิสูจน์จุดแหม่มสาวร้องตะโกน ขอช่วยอ้างถูกขืนใจ คนเกาะเต่าท้ากลับมาถ้าพูดจริง (คลิป) / “บิ๊กโจ๊ก” ยัน ไม่มีข้อมูลชี้ชัด แหม่มอังกฤษถูกข่มขืน บนเกาะเต่า) จากประเด็นดังกล่าวทำให้เกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์เพจเฟซบุ๊กชื่อดังอย่าง CSI LA ที่เป็นคนจุดประเด็นดังกล่าวขึ้นมา โดยมีการตั้งข้อสังเกตว่าเหตุการณ์ดังกล่าวเกิดจากนำเสนอที่คลาดเคลื่อน จนกลายเป็นการสร้างความเสื่อมเสียต่อชื่อเสียงประเทศหรือไม่ ทั้งยังมีกระแสวิพากษ์วิจารณ์ว่าแอดมินเพจกำลังเข้าสู่ยุคมืด เพราะมือตกในการทำคดีผ่านทางโซเชียลมีเดียหรือไม่ อย่างไรก็ตาม ในช่วงกลางดึกของคืนวันที่ 2 กันยายนที่ผ่านมา เพจเฟซบุ๊ก CSI LA ได้โพสต์ข้อความลำดับไทม์ไลน์การติดต่อระหว่างแม่ผู้เสียหายที่พยายามติดต่อตำรวจท่องเที่ยวไทย และสถานทูตอังกฤษเเละมีการสื่อสารกันตลอด พร้อมทั้งตั้งข้อสังเกตว่าทำไม ‘บิ๊กโจ๊ก’ พล.ต.ต.สุรเชษฐ์ หักพาล รองผู้บัญชาการตำรวจท่องเที่ยว จึงบอกว่าเหยื่อไม่เคยติดต่อสถานทูตอังกฤษที่เมืองไทย และข้อให้สื่อมวลชนไทยอย่าเพิ่งรีบสรุปคดีนี้ว่าเป็นการกุข่าว

keyboard_arrow_up