ตร.ยัน! หมายจับ ‘บอส อยู่วิทยา’ ยังอยู่ แจงไม่โชว์หน้าเว็บไซต์ไม่กระทบจับกุม

วันที่ 16 มี.ค.61 พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ รองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เปิดเผยถึงกรณีที่มีกระแสข่าวว่าหมายจับของ นายวรยุทธ อยู่วิทยา หรือ บอส หายไปจากหน้าเว็บไซต์ของตำรวจสากล หรือ อินเตอร์โพล นั้น ยืนยันว่าหมายจับของนายวรยุทธ ยังคงอยู่ในระบบ แต่ไม่ได้แสดงผลบนหน้าเว็บไซต์แล้ว ซึ่งเป็นดุลพินิจของตำรวจสากลที่จะแสดงหมายจับของบุคคลใดขึ้นบนหน้าเว็บไซต์บ้าง โดยอินเตอร์โพลอาจจะเลือกไม่เผยแพร่ข้อมูลหมายนั้น (อ่านข่าว : หายปริศนา! หมายจับแดง ‘บอส อยู่วิทยา’ ถูกถอดออกจากฐานข้อมูลเว็บไซต์ตำรวจสากล) ทั้งนี้ ขอยืนยันว่าการที่ไม่แสดงหมายจับนายวรยุทธ บนหน้าเว็บไซต์ตำรวจสากลก็ไม่กระทบต่อการติดตามจับกุมตัวนายวรยุทธ เนื่องจากเว็บไซต์ดังกล่าวเป็นเพียงหนึ่งช่องทาง เพื่อให้บุคคลทั่วไปเข้าถึงข้อมูลได้ แต่ในส่วนของตำรวจมีการประสานข้อมูลและแจ้งหมายจับถึงหน่วยงานตำรวจสากลในประเทศต่างๆ โดยตรง ที่ผ่านมาก็มีการประสานข้อมูลกันมาโดยตลอด และไม่ได้นิ่งเฉยในการพยายามติดตามจับกุมตัวนายวรยุทธ แต่เบื้องต้นยังไม่มีรายงานว่าพบตัวนายวรยุทธ พำนักอยู่ในประเทศใดที่เป็นประเทศสมาชิกตำรวจสากล หรือประเทศที่มีสัญญาส่งผู้ร้ายข้ามแดนกับประเทศไทย

หายปริศนา! หมายจับแดง ‘บอส อยู่วิทยา’ ถูกถอดออกจากฐานข้อมูลเว็บไซต์ตำรวจสากล

ทีมข่าวอมรินทร์ทีวี ทำการตรวจสอบเว็บไซต์ของสำนักงานตำรวจสากล หรือ อินเตอร์โพล เมื่อวันที่ 15 มี.ค. พบว่า หมายจับแดง (Red Notice) ของนายวรยุทธ อยู่วิทยา หรือบอส ทายาทบริษัทผู้ผลิตเครื่องดื่มชูกำลังยี่ห้อดังของไทย ได้ถูกถอดออกจากเว็บไซต์ของตำรวจสากล (https://www.interpol.int) เรียบร้อยแล้ว (ตำรวจสากล เผยแพร่หมายจับ “บอส อยู่วิทยา” ทายาทกระทิงแดง) จนถึงขณะนี้ ทางสำนักงานใหญ่ขององค์กรตำรวจสากลซึ่งตั้งอยู่ที่เมืองลียง ประเทศฝรั่งเศส ยังคงปิดปากเงียบและไม่มีการออกมาชี้แจงใดๆ เกี่ยวกับ การถอนหมายจับแดงบอส อยู่วิทยา ผู้ต้องหาคดีขับรถชนตำรวจเสียชีวิตแล้วหลบหนีนานกว่า 6 ปี ออกจากเว็บไซต์ อย่างไรก็ดี โดยปกติแล้ว ทางสำนักงานตำรวจสากลจะทำการถอดหมายจับแดงออกจากฐานข้อมูลของตนเฉพาะในกรณีที่ผู้ต้องหาหมายจับแดงรายนั้นๆ เสียชีวิตหรือถูกจับกุมแล้วเท่านั้น แต่ก็มีบางกรณีที่ทางอินเตอร์โพลถอดหมายจับแดงออกจากเว็บไซต์ เพราะถูกร้องขอจากรัฐบาลของประเทศที่ผู้ต้องหารายนั้นถือสัญชาติอยู่ ทั้งนี้ ตลอดระยะเวลาเกือบ 6 ปีที่ผ่านมา นายบอส ยังคงใช้ชีวิตอย่างหรูหราในหลายประเทศ หลังจากหลบหนีคดีขับรถหรูเฟอร์รารีสีดำเสียชีวิตระหว่างปฏิบัติหน้าที่ บนถนนสุขุมวิท ใจกลางกรุงเทพฯ เมื่อวันที่ 3 กันยายน 2012.

ตำรวจสากล เผยแพร่หมายจับ “บอส อยู่วิทยา” ทายาทกระทิงแดง

วันนี้ 12 กันยายน 2560 รายงานข่าวแจ้งว่า เว็บไซต์องค์การตำรวจอาชญากรรมระหว่างประเทศ (อินเตอร์โพล) เผยแพร่หมายต้องการตัวหรือหมายแดง นายวรยุทธ อยู่วิทยา หรือบอส หรือบอส ทายาทเครื่องดื่มชูกำลัง หลังจากที่ทางการไทยเพิกถอนหนังสือเดินทางของนายวรยุทธ และประสานงานไปยังสำนักงานตำรวจสากล หรืออินเตอร์โพล เพื่อออก “หมายแดง” ให้มีการติดตามตัวนายวรยุทธ ในคดีขับรถโดยประมาท เป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย ขับรถโดยก่อให้เกิดอันตรายแก่ผู้อื่น ไม่หยุดรถเพื่อช่วยเหลือผู้อื่นและรายงานตัวต่อเจ้าหน้าที่ และขับรถในลักษณะมึนเมาแอลกอฮอลล์ (เมาแล้วขับ) ทำให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย และขับรถเร็วเกินกำหนด หากผู้ใดพบเห็นโปรดแจ้งตำรวจในประเทศนั้นๆ ก่อนหน้านี้ นายวรยุทธได้หลบหนีคดีอยู่ในต่างประเทศ ทำให้ขณะนี้ คดีหมดอายุความแล้วในข้อหาขับรถในทางก่อให้เกิดความเสียหายแล้วไม่หยุดช่วย หรือแจ้งพนักงาน หรือชนแล้วหนี แต่ พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ รองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ อ้างว่า ข้อหาขับรถโดยประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย ยังเหลืออายุความอีก 10 ปี ยังคงมีข้อหาหนักเช่นกัน และปฏิเสธว่าเจ้าหน้าที่ให้การช่วยเหลือ เพราะ พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ได้เน้นย้ำมาโดยตลอดให้เร่งติดตามตัวนายวรยุทธ หากมีเบาะแสให้แจ้งมาได้ทันที ไม่ใช่การกล่าวหาลอยๆ.

เปิดสาธารณะ ‘หมายจับ’ บอส อยู่วิทยา ผู้ต้องหาตามหมายจับของตำรวจสากล

ความคืบหน้ากรณีการติดตามตัว “บอส วรยุทธ อยู่วิทยา” หลังจากที่ก่อนหน้านี้ ตำรวจสากล หรืออินเตอร์โพลได้ออกหมายแดง หรือหมายจับ ไปยังประเทศสมาชิก 190 ประเทศ แต่ปรากฏว่าข้อมูลดังกล่าวไม่ได้ปรากฏอยู่ในหน้าเว็บไซต์ ล่าสุด อินเตอร์โพลได้ลงข้อมูลให้สาธารณชนเข้าถึงได้แล้ว เป็นภาพหมายจับนายวรยุทธ อยู่วิทยา ผู้ต้องหาตามหมายจับของตำรวจสากล ที่เปิดให้คนทั่วไปสามารถเข้าถึงได้ หลังจากที่ก่อนหน้านี้ ข้อมูลถูกปิดกั้น มีเฉพาะตำรวจที่สามารถดูได้ โดยเจ้าหน้าที่ให้เหตุผลว่าเป็นคำร้องขอจากประเทศต้นทาง ในข้อมูลหมายจับ มีภาพถ่ายและชื่อผู้ต้องหา เพศ วันเกิด สัญชาติ ส่วนสูง โดยระบุข้อกล่าวหา 5 ข้อกล่าวหาที่ตำรวจสั่งฟ้อง ถึงแม้ว่าปัจจุบัน จะเหลือเพียงข้อหาเดียวที่ยังมีอายุความอยู่ คือขับรถโดยประมาททำให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย อายุความ 15 ปี.

ผ่านมา 5 ปีแล้ว ‘บอส อยู่วิทยา’ อยู่ไหน? เหลืออีก 1 ข้อหาหนักจะหมดอายุความปี 2570 (คลิป)

คดีของทายาทเครื่องดื่มชูกำลังชื่อดัง ที่ยังอยู่ในความสนใจของหลายๆคนขณะนี้คือ การนำตัวนายวรยุทธ อยู่วิทยา ผู้ต้องหาขับรถชน ดาบตำรวจวิเชียร กลั่นประเสริฐ ผู้บังคับหมู่ปราบปราม สน.ทองหล่อเสียชีวิต เมื่อวันที่ 3 กันยายน 2555 ที่ผ่านมากว่า 5 ปีแล้วยังไม่สามารถนำตัวมาสั่งฟ้องต่อศาลได้ และอยู่ระหว่างการประสานขอส่งผู้ร้ายข้ามแดน ขณะที่คดีนี้ตำรวจเห็นควรสั่งฟ้องนายวรยุทธ ทั้งหมด 5 ข้อหา แต่อัยการสั่งฟ้องเพียง 4 ข้อหา ซึ่งหมดอายุความไปแล้ว 2 ข้อหา คือ ขับรถเร็วเกินกว่ากฎหมายกำหนด และขับรถโดยประมาทเป็นเหตุให้ทรัพย์สินผู้อื่นเสียหาย และเมื่อวันที่ 3 ก.ย. ข้อหาขับรถหลบหนี ไม่ให้ความช่วยเหลือ และไม่แจ้งต่อเจ้าพนักงาน ซึ่งมีอายุความ 5 ปี นับตั้งแต่วันเกิดเหตุ 3 กันยายน 2555 ได้หมดอายุความลงแล้ว โดยเหลืออีกเพียงข้อหาเดียวเท่านั้นที่จะดำเนินคดีกับนายวรยุทธได้คือ ข้อหาขับรถโดยประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย ซึ่งเป็นข้อหาหนัก มีอายุความ 15 ปี และจะหมดอายุความลงในวันที่ 3 กันยายน 2570 แต่ปัญหาที่เกิดขึ้นขณะนี้คือ […]

หมดอายุความไปอีก 1 ข้อหา! ‘บอส กระทิงแดง’ ยังหลบหนี สื่อนอกแกะรอยพบอยู่ไต้หวันก่อนเงียบหาย

สำนักข่าว AP ยังเกาะติดเรื่องการหลบหนีของนายวรยุทธ อยู่วิทยา หรือ “บอส” ที่ตกเป็นผู้ต้องหาในคดีขับรถชนนายตำรวจเสียชีวิต ล่าสุดสืบทราบจากแหล่งข่าวว่าเดินทางไปไต้หวัน และยังไม่มีทีท่าจะกลับไทย แม้ว่า 1 ข้อหาที่โดนกำลังจะหมดอายุในวันที่ 3 ก.ย.นี้ สำนักข่าว AP เปิดเผยว่า ได้ข้อมูลจาก 2 แหล่งข่าว ยืนยันว่า ช่วงที่นายวรยุทธ อยู่วิทยา มีกำหนดมาพบพนักงานอัยการในเดือนเมษายน เขาหลบซ่อนตัวอยู่ที่สิงคโปร์ หลังจากนั้นได้บินต่อไปยังไต้หวัน และเข้าพักที่โรงแรมแมนดาริน โอเรียลเต็ลในไทเป ก่อนจะเดินทางออกจากที่นั่นในวันที่ 3 พฤษภาคมที่ผ่านมา AP ระบุอีกว่า หลังจากนั้นยังไม่สามารถตามรอยต่อได้ว่า เจ้าตัวเดินทางไปยังที่ใดต่อ แต่ 1 ใน 3 ข้อหาที่เขาเจออยู่จะหมดอายุความในวันอาทิตย์ที่ 3 กันยายนนี้ คือไม่หยุดรถให้ความช่วยเหลือผู้ถูกชน มีอายุความ 5 ปี แต่ในทางราชการแล้วจะถือว่าหมดอายุความในเวลา 17.00 น. วันนี้ (1 กันยายน) ส่วนอีกข้อหา คือขับรถเร็วเกินกฎหมายกำหนดนั้นหมดอายุความไปแล้ว ทำให้เหลืออีกเพียงข้อหาเดียวที่ยังไม่หมดอายุ คือ ขับรถโดยประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย ซึ่งจะหมดอายุ […]

สำนวนคดี ‘บอส อยู่วิทยา’ แปลเสร็จแล้ว! รอส่งต่ออัยการสูงสุดดำเนินการขอส่งผู้ร้ายข้ามแดน

ผบช.น. ยันแปลเอกสารสำนวนคดี “บอส ทายาทกระทิงแดง” ส่งให้ทางกองการต่างประเทศแล้วเสร็จ ขั้นตอนต่อไป สตช.จะส่งไปให้สำนักงานอัยการสูงสุด เพื่อดำเนินการตามสนธิสัญญาส่งผู้ร้ายข้ามแดน คดีที่ทั้งไทยและต่างประเทศจับตามองกรณีนายวรยุทธ อยู่วิทยา หรือบอส ทายาทเครื่องดื่มชูกำลัง ขับรถชน ด.ต.วิเชียร กลั่นประเสริฐ ผบ.หมู่ปราบปราม สน.ทองหล่อ เสียชีวิต และหลบหนีไปยังต่างประเทศ จนมีการออกหมายจับ และขอส่งผู้ร้ายข้ามแดนนั้น ล่าสุด เมื่อวันที่ 21 ก.ค. 60 พล.ต.ท.ศานิตย์ มหถาวร ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล (ผบช.น.) กล่าวถึงความคืบหน้าการแปลเอกสารสำนวนในคดีนี้ว่า เอกสารดังกล่าวได้แปลเสร็จแล้วและส่งให้กองการต่างประเทศแล้วตั้งแต่เมื่อวานนี้ (20 ก.ค.) โดยมีการลงเลขรับหนังสือไว้เป็นที่เรียบร้อย ขั้นตอนต่อไปทางสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (สตช.) จะส่งต่อไปยังสำนักงานอัยการสูงสุด (อสส.) เพื่อดำเนินการตามสนธิสัญญาส่งผู้ร้ายข้ามแดน ซึ่งประเทศปลายทางเป็นประเทศที่มีสนธิสัญญาส่งผู้ร้ายข้ามแดนกับประเทศไทยอยู่แล้ว ผบช.น.กล่าวต่อว่า คดีนี้จะให้ง่ายที่สุดต้องให้ นายวรยุทธ มาสู้คดีก็จบ เพราะกระบวนการส่งผู้ร้ายข้ามแดน ค่อนข้างจะใช้เวลา ตนอยากให้เป็นกรณีตัวอย่างให้ประชานสบายใจได้ว่ากฎหมายมีไว้เพื่อคุ้มครองคนดี เจ้าหน้าที่ตำรวจบังคับใช้กฎหมายอย่างเสมอภาค บางเรื่องอาจจะล่าช้าไปบ้างก็ต้องมาปรับปรุงกัน ส่วนกรณี สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ชี้มูลความผิด 7 […]

ดีเอสไอบุกค้นคฤหาสน์หรู เจ้าสัวดังหมื่นล้าน ไร้เงา “ธัมมชโย”

เจ้าหน้าที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ สนธิกำลังเจ้าหน้าที่ป่าไม้ ทหารกองทัพภาคที่ 4 และทัพเรือภาคที่ 3 นำหมายศาลจังหวัดพังงา เข้าตรวจค้นคฤหาสน์หรู มูลค่าราว 30 ล้านบาท ตั้งอยู่บนยอดเขาในเขตป่าสงวนแห่งชาติป่าควนโต๊ะหลา และแหลมซำ ซึ่งเป็นบ้านของนักธุรกิจใหญ่ในภูเก็ต ที่เป็นลูกศิษย์คนสนิทของพระธัมมชัยโย  หลังมีข้อมูลว่า พระธัมมชโย ซึ่งถูกออกหมายจับ อาจใช้เป็นที่หลบซ่อนตัว เจ้าหน้าที่ตรวจค้นกว่า 4 ชั่วโมง ไม่พบร่องรอยหรือสิ่งผิดกฎหมาย โดยผู้ดูแลบ้านได้นำเอกสารเกี่ยวกับที่ดินมาแสดงต่อเจ้าหน้าที่ เบื้องต้น พบว่าทั้งโฉนดที่ดิน และเอกสาร นส.3 ก รวมกว่า 30 แปลง มีเอกสารส่วนหนึ่งที่สงสัยเป็นการออกเอกสารสิทธิโดยมิชอบ ซึ่งที่ดินแปลงดังกล่าวเคยเป็นของเป็นนักธุรกิจใหญ่ และขายต่อให้นักธุรกิจในจังหวัดภูเก็ต จากนั้นได้ขายไปอีกทอดให้กับคนใกล้ชิดพระธัมมชโย  พ.ต.ท.ประวุธ วงศ์สีนิล รองอธิบดีดีเอสไอ กล่าวว่า จากการตรวจสอบภาพถ่ายทางอากาศย้อนหลังพบว่าพื้นที่ดังกล่าวที่ออกเอกสารสิทธิ์เป็นพื้นที่ป่าสงวนอย่างชัดเจน ไม่มีร่องรอยการทำกินมาก่อนที่จะยื่นขอออกเอกสารสิทธิ์ ตามที่เจ้าหน้าที่ที่ดินระบุไว้ในการออกเอกสารสิทธิให้กับเจ้าของที่ดิน ขณะที่เดียวกันวันนี้ พลตำรวจเอกศรีวราห์ รังสิพราหมกุล รอง ผบ.ตร พร้อมด้วยชุดพยัคฆ์ไพร //ฉลามขาว กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม และตำรวจ กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (บก.ปทส.) ลงพื้นที่ป่า […]

อัยการ-ตำรวจประชุมเร่งล่า “บอส อยู่วิทยา” มั่นใจนำตัวมาได้ก่อนหมดอายุความ

อธิบดีอัยการสำนักงานต่างประเทศ อำนาจ โชติชัย ในฐานะประธานคณะทำงานติดตามตัว “บอส วรยุทธ อยู่วิทยา” ผู้ต้องหาตามหมายจับของศาลอาญากรุงเทพใต้ที่อัยการสั่งฟ้องคดีขับรถโดยประมาท ชนดาบตำรวจ สน.ทองหล่อ เมื่อ ปี 2553 นัดจะประชุมร่วมกับ คณะทำงานอัยการ และตำรวจกองการต่างประเทศ เพื่อจะสรุปแนวทางการติดตามตัวผู้ต้องหารายนี้ หลังจาก ศาลอาญากรุงเทพใต้ ออกหมายจับ 2 ข้อหา ฐานขับรถโดยประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 291 อัตราโทษจำคุกไม่เกิน 10 ปี และปรับไม่เกิน 20,000 บาท อายุความ 15 ปี ซึ่งจะหมดอายุความในวันที่ 3 ก.ย.2570 ซึ่งการประชุมวันนี้ เป็นการเตรียมเอกสาร ซึ่งมีการแปลเป็นภาษาอังกฤษ ทั้งคำสั่งฟ้อง /หมายจับ /และสถานที่ที่เชื่อว่าผู้ต้องหาอาศัยอยู่ แต่ยังไม่สามารถเปิดเผยรายละเอียดได้ เนื่องจากอาจส่งผลต่อการดำเนินการ ส่วนเรื่องการส่งผู้ร้ายข้ามแดน จะต้องคำนึงถึงหลายส่วน โดยเฉพาะมิติความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ ส่วนเรื่องการระบุตำแหน่งของตัวผู้ต้องหา อธิบดีอัยการสำนักงานต่างประเทศ ระบุว่าเป็นหน้าที่ของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ที่จะเป็นผู้ให้ข้อมูล ด้านนายประยุทธ เพชรคุณ […]

โลกออนไลน์เผย คดีบอส อยู่วิทยา ไม่คืบ อัยการโบ้ยตำรวจไทยดองเรื่อง

สื่อออนไลน์ นิวส์ ด็อท ไทยวีซ่า รวมถึงสื่อสังคมออนไลน์ “เรดดิท” ซึ่งมีฐานอยู่ในนครซานฟรานซิสโกของสหรัฐฯ รายงาน  คดี “บอส อยู่วิทยา” ยังไม่คืบ  เพราะ ตำรวจไทย “ดองเรื่อง”   รายงานข่าวด่วนซึ่งแพร่หลายบนสื่อสังคมออนไลน์ในหลายประเทศในวันศุกร์ (2 มิ.ย.) ระบุ เจ้าหน้าอัยการของไทย ยังคงไม่สามารถเริ่มกระบวนการ “ขอตัวผู้ร้ายข้ามแดน”  กรณี นาย วรยุทธ อยู่วิทยา หรือ บอส  ทายาทบริษัทผู้ผลิตเครื่องดื่มชูกำลังยี่ห้อดัง “กระทิงแดง/เร้ดบูลล์”    ขับรถชนตำรวจเสียชีวิต    แล้วหลบหนีความผิดนานกว่า 5 ปี ได้  เพราะตำรวจดองเรื่อง   รายงานข่าวที่มีการเผยแพร่ผ่านสื่อออนไลน์ทั้งสองระบุว่า  สำนักงานอัยการสูงสุดฝ่ายคดีต่างประเทศของไทยยังคงไม่สามารถเริ่มต้นกระบวนการขอตัวบอส อยู่วิทยา วัย 32 ปีเป็นผู้ร้ายข้ามแดน จาก “ประเทศต้นทาง” ได้   เนื่องจากทางตำรวจที่เกี่ยวข้องกับคดีนี้ ยัง “ไม่ยอมส่งเอกสารที่จำเป็น”   มาให้อัยการ    ขณะที่สื่อสำนักต่างๆ ในไทย ก็เริ่มเบนความสนใจออกไปจากคดีนี้แล้ว   […]

รัฐบาลสิงคโปร์ยัน บอส อยู่วิทยา ไม่อยู่ในประเทศ แต่เครื่องบินส่วนตัวยังจอดในสนามบินแดนลอดช่อง

โฆษกหญิงกรมตำรวจสิงคโปร์ เปิดเผยกับสถานีโทรทัศน์บีบีซี ของอังกฤษในวันพฤหัสบดี (4 พ.ค.) ยืนยัน นาย วรยุทธ อยู่วิทยา หรือ บอส  วัย 32 ปี ทายาทผู้บริหารบริษัทผู้ผลิตเครื่องดื่มชูกำลังยี่ห้อดัง Red Bull  ไม่ได้อยู่ในสิงคโปร์ในเวลานี้   แต่รัฐบาลสิงคโปร์พร้อม “ให้ความช่วยเหลือที่จำเป็น”  แก่ทางการไทยในเรื่องนี้   โดยที่ความช่วยเหลือนั้นจะต้อง “ไม่ขัดต่อกฏหมายของสิงคโปร์”   อย่างไรก็ดี    แม้โฆษกหญิงของกรมตำรวจสิงคโปร์จะยืนยันกับบีบีซีล่าสุดว่า ตัวบอส อยู่วิทยามิได้อยู่ในสิงคโปร์   แต่เป็นที่น่าสังเกตว่า  ทางสนามบินนานาชาติชางงี (Changi Airport) ซึ่งได้รับรางวัลสนามบินที่ดีที่สุดของโลก (World’s Best Airport)  5 ปีซ้อน   กลับยืนยันว่า  เครื่องบินเจ็ตส่วนตัวของนายบอส อยู่วิทยา ซึ่งก็คือ “เครื่องบินของบริษัท Red Bull” ยังคงจอดนิ่งอยู่ภายในสนามบินของสิงคโปร์   ทำให้เกิดคำถามว่า   แล้วตกลงบอส อยู่วิทยาซึ่งยังคงไม่ถูกยกเลิกหนังสือเดินทาง (พาสปอร์ต) จากทางการไทย ยังอยู่ในสิงคโปร์หรือไม่ หรือเดินทางออกไปยัง “ประเทศที่ […]

สุดทน! อดีตนาวิกสหรัฐฯผุดแคมเปญต้านซื้อสินค้า“RED BULL” ตอบโต้ “บอส อยู่วิทยา” หนีคดีชนตำรวจตาย

กลายเป็นข่าวฮือฮา เมื่อ เวย์น เฮสส์ อดีตนาวิกโยธิน (หน่วยซีล) แห่งกองทัพสหรัฐฯ ออกโรงเรียกร้องผ่านโลกออนไลน์ให้ผู้บริโภคทั่วโลก ยุติการซื้อสินค้าในเครือ “RED BULL” ภายใต้แคมเปญ say NO to RED BULL (เซย์ โน ทู เร้ด บูลล์) เฮสส์ซึ่งเคยเป็นสมาชิกหน่วยซีลของสหรัฐฯ ที่ประจำการในซาอุดีอาระเบีย ช่วงสงครามอ่าวเปอร์เซียครั้งแรกเมื่อปี ค.ศ. 1991 (สงครามปลดปล่อยคูเวต จากการยึดครองของอิรัก) ประกาศเปิดตัวแคมเปญ “เซย์ โน ทู เร้ด บูลล์” ผ่านเพจเฟซบุ๊กของตัวเอง เรียกร้องให้ผู้บริโภคทั่วโลก “เลิกซื้อสินค้า” ที่ผลิตโดยบริษัทเร้ด บูลล์ ซึ่งเป็นบริษัทร่วมทุนข้ามชาติระหว่างนักธุรกิจตระกูลอยู่วิทยาของไทยและนักธุรกิจจากออสเตรีย ทั้งนี้ เพื่อเป็นการเพิ่มแรงกดดันและเป็นการแสดงออกเชิงสัญลักษณ์เพื่อตอบโต้ นายวรยุทธ อยู่วิทยา หรือ “บอส” ทายาทผู้บริหารชาวไทยของเร้ดบูลล์ที่ยังคงใช้ชีวิตอย่าง “หรูหราไร้จิตสำนึก” อยู่ในต่างแดนมานานถึง 5 ปี หลบหนีความผิดในคดีขับรถสปอร์ตหรูพุ่งชนตำรวจตายในไทยตั้งแต่ปี 2012 “บอส […]

“บอส อยู่วิทยา” เผ่นออกไทยแล้ว จ่อถอนพาสปอร์ต – ประสานตำรวจสากลล่าตัว

ความคืบหน้าการติดตามตัวนายวรยุทธ อยู่วิทยา หรือบอส ทายาทกระทิงแดงผู้ต้องหาตามหมายจับในคดีขับรถชน ด.ต.วิเชียร กลั่นประเสริฐ เสียชีวิต

ยกเลิกหนังสือเดินทาง “บอส ทายาทกระทิงแดง” ประสานตร.สากล ค้นหาโดยเร่งด่วน

ตำรวจพบข้อมูลบอส อยู่วิทยา เพิ่งเดินทางออกจากประเทศไทยเมื่อ วันที่ 25 เมษายนที่ผ่านมา เร่งเพิ่งถอนหนังสือเดินทางไทย หวั่นเดินทางไปประเทศที่ 3 พร้อมส่งหนังสือถึงตำรวจสากลอังกฤษ ยืนยันข้อมูลว่าอยู่อังกฤษจริง ก่อนขอส่งตัวผู้ร้ายข้ามแดน วันนี้(1 พ.ค. 2560) เมื่อเวลา 10.30 น. ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ(ตร.) พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ รองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ กล่าวถึงความคืบหน้าการติดตามตัว นายวรยุทธ อยู่วิทยา หรือ บอส ทายาทเครื่องดื่มชูกำลังกระทิงแดง ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลอาญากรุงเทพใต้ ข้อหา “ขับรถประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย” ว่า อยู่ระหว่างการประสานงานกับทางการอังกฤษ หลังมีข้อมูลว่าผู้ต้องหาหลบหนีไปอยู่ที่นั่น โดยอยู่ระหว่างติดตามตัวผู้ต้องหามากลับดำเนินคดี ส่วนกรณีผู้ต้องหาเปลี่ยนสัญชาติ ไม่กระทบกับการดำเนินคดี ซึ่งดังกล่าวมีอายุความกว่า 10 ปี อายุความจะสิ้นสุดในปี 2570 พล.ต.ต.อภิชาติ สุริบุญญา ผู้บังคับการกองการต่างประเทศ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ได้ให้ข้อมูลว่า ตามสนธิสัญญาส่งผู้ร้ายข้ามแดน จะต้องมีการเชิญหัวหน้าตำรวจสากล อังกฤษประจำประเทศไทย มาหารือ พร้อมขอความร่วมมือไปยังองค์กรตำรวจสากล กว่า 190 ประเทศทั่วโลก […]

รอยเตอร์ตีข่าว ‘บอส อยู่วิทยา’ ถ้าเบี้ยวนัดอัยการไทยอีก จ่อเจอ ‘หมายจับ’ คดีชน ตร.สน.ทองหล่อ

รอยเตอร์ตีข่าว นายวรยุทธ อยู่วิทยา หรือ “บอส” ทายาทบริษัทผู้ผลิตเครื่องดื่มชูกำลัง “กระทิงแดง” เบี้ยวนัดไม่เข้าพบอัยการเป็นครั้งที่ 8 ในวันพฤหัสบดี (27 เม.ย.) ในคดีที่เขาขับรถยนต์หรูพุ่งชนเจ้าหน้าที่ตำรวจของไทยเสียชีวิตในระหว่างปฏิบัติหน้าที่เมื่อ 5 ปีก่อน ท่ามกลางการจับตาและตั้งคำถามของสังคมไทยต่อกระบวนการยุติธรรมของประเทศที่ดูเหมือนจะมี “สองมาตรฐาน” และมักเอื้อประโยชน์ต่อคนรวยและมีชื่อเสียง รอยเตอร์ระบุว่า นี่ถือเป็นการผิดนัดกับอัยการเป็นครั้งที่ 8 ของบอส ซึ่งยังคงใช้ชีวิตอย่างหรูหราอยู่ในต่างประเทศ โดยไม่แสดงความรับผิดชอบใดๆ ต่อความผิดที่ตนได้ก่อขึ้นเมื่อ 5 ปีก่อน รายงานข่าวล่าสุดระบุว่า ตามขั้นตอนของฝ่ายอัยการไทยนั้น นายวรยุทธ อยู่วิทยา หรือ บอสไม่สามารถขอเลื่อนนัดหรือผิดนัดกับฝ่ายอัยการได้อีกแล้ว  เพราะนับจากนี้ ทายาทผู้ผลิตเครื่องดื่มยี่ห้อจะถูกออก “หมายจับ” และเจ้าหน้าที่สามารถจับกุมได้ทันทีที่พบตัว ทั้งนี้  รอยเตอร์ระบุว่า ความผิดฐานขับรถชนแล้วหนีของนายบอสมีโทษจำคุกสูงสุด 6 เดือน และคดีนี้กำลังจะหมดอายุความในเดือนกันยายนปีนี้ ขณะที่ความผิดฐานขับรถโดยประมาทมีโทษจำคุกสูงสุด 10 ปี  และมีอายุความ 10 ปีเช่นกัน คลิปวิดีโอ ขอบคุณ

อนุมัติหมายจับ” บอส กระทิงแดง ” ซิ่งรถสปอร์ต ชน ดต.วิเชียร อัยการประสานส่งตัวผู้ร้ายข้ามแดน

ศาลอาญากรุงเทพใต้ อนุมัติหมายจับ นายวรยุทธ  อยู่วิทยา  หรือบอส อยู่วิทยา ทายาทเจ้าของเครื่องดื่มชูกำลัง “กระทิงแดง” หลังก่อเหตุ ซิ่งรถสปอร์ตหรู เฟอร์รารี่ สีบรอนซ์เทา มาด้วยความเร็วพุ่งชน ดาบตำรวจวิเชียร กลั่นประเสริฐ ผู้บังคับหมู่งานปราบปราม สน.ทองหล่อ เสียชีวิต เมื่อวันที่ 3 ก.ย. 2555 โดยหมายจับเลขที่ จ.138/60 ลงวันที่ 28 เมษายน 2560 ในข้อหาข้อหาขับรถโดยประมาทจนเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย และข้อหาหลบหนีไม่หยุดให้ความช่วยเหลือและแจ้งเหตุต่อเจ้าหน้าที่ หรือชนแล้วหนี ตามคำร้องของพนักงานสอบสวน ตำรวจนครบาลทองหล่อ หลังได้รับหนังสือจากสำนักงาน อัยการพิเศษฝ่ายคดีอาญากรุงเทพใต้ 1 ให้ดำเนินการออกหมายจับนายวรยุทธมาดำเนินคดี หลังไม่เข้าพบพนักงานอัยการตามกำหนดนัดและส่งหนังสือขอเลื่อนการเข้าพบมาอย่างต่อเนื่องโดยให้เหตุผลอ้างขอความเป็นธรรมและติดภารกิจอยู่ต่างประเทศมาโดยตลอด ซึ่งกระบวนการหลังจากนี้ตำรวจจะต้องประสานด่านตรวจคนเข้าเมืองต่างๆเพื่อให้ดำเนินการจับกุมผู้ต้องหาตามหมายจับหากพบว่าเดินทางเข้าหรือออกนอกประเทศ ขณะที่อัยการสูงสุดจะประสานประเทศปลายทางที่นายวรยุทธพักอาศัย ใช้สนธิสัญญาส่งตัวผู้ร้ายข้ามแดน เพื่อติดตามตัวกลับมาดำเนินคดี ทั้งนี้ต้องขึ้นอยู่กับประเทศปลายทางว่าข้อหาที่ถูกออกหมายจับจะเข้าข่ายตามสนธิสัญญาส่งผู้ร้ายข้ามแดนหรือไม่ คดีนี้ถือเป็นคดีหนึ่ง ที่ผู้ก่อเหตุ ยังลอยนวล ใช้ชีวิตตามปกติ ซึ่งก่อนหน้าที่ สำนักข่าวเอพีเคยรายงานว่า นับตั้งแต่ด.ต.วิเชียร เสียชีวิต ในโซเชี่ยลมีเดียพบว่า นายวรยุทธเดินทางไปต่างประเทศอย่างน้อย 9 ประเทศ […]

keyboard_arrow_up