ชาวบ้านสงสาร ‘เจ้าแก้ว’ ถูกขังในห้องสี่เหลี่ยมเล็ก มีอาการเหงาซึมไม่กินอาหาร (คลิป)

จากกรณีที่สำนักสงฆ์สวนสมุนไพรหลวงปู่ละมัย จ.เพชรบูรณ์ ได้เลี้ยงหมูป่าไว้กว่า 600 ตัว และหมีควายชื่อ “เจ้าแก้ว” อีก 1 ตัว รวมทั้งสัตว์อื่นๆ อีกจำนวนมาก ที่ให้สำนักสงฆ์ต้องออกมาขอให้ผู้ใจบุญบริจาคเงินและอาหารสัตว์ พร้อมทั้งจะแบ่งปันผู้ที่จะนำหมูป่าไปเลี้ยงด้วย แต่ต่อมาหมีควายได้ทำร้ายคนจนอาการสาหัสตามที่สื่อได้นำเสนอข่าวไปแล้วนั้น พระธเนศ ติขะยาโณ ผู้ดูแลสำนักสงฆ์ เปิดเผยว่า กองทุนรับบริจาคเพื่อเลี้ยงหมูป่า ปรากฎว่ามีผู้คนสนใจจำนวนมาก เดินทางมาขอรับหมูป่าที่สำนักสงฆ์ โดยผู้มาขอส่วนใหญ่จะเร่งรีบและขอจำนวนมาก ทำให้ตั้งตัวไม่ทัน ที่สำคัญทางสำนักสงฆ์ยังไม่พร้อมและขาดประสบการณ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบการขอไปเลี้ยง การทำประวัติต่างๆ ตลอดจนการตรวจสอบคุณสมบัติผู้ขอไปเลี้ยง รวมทั้งเกรงว่าเมื่อบริจาคหมูป่าเหล่านี้ไปหมดสิ้น จะถูกครหาในเรื่องทรัพย์สินจากการบริจาคจึงขอยุติทั้งสองโครงการทั้งกองทุนรับบริจาค และการยุติแจกหมูป่า อย่างไรก็ตามสำหรับผู้ที่มีจิตใจศรัทธาจะช่วยเหลือ ขอเป็นการบริจาคอาหารสัตว์จะดีกว่า ส่วนกรณีเจ้าแก้วหมีควาย ที่ทำร้ายนายฝน จนได้รับบาดเจ็บสาหัส ขณะนี้ได้นำไปเลี้ยงที่ศูนย์เพาะเลี้ยงสัตว์ป่าเขาค้อ แต่ภาพที่ปรากฏออกมาเป็นภาพที่เจ้าแก้วอยู่ภายในห้องสี่เหลี่ยมทึบขนาด 3×7 เมตร มีช่องเล็กๆ อีกทั้งเจ้าแก้วมีอาการเหงาซึมไม่กินอาหาร จากนั้นได้มีการแชร์ภาพดังกล่าวออกไปเป็นจำนวนมาก จึงทำให้มีผู้เข้ามาแสดงความคิดเห็นอย่างมากมาย โดยส่วนมากรู้สึกสงสารจริงๆ แล้วความผิดไม่ได้อยู่ที่เจ้าแก้วเลยจึงอยากให้นำกลับมาเลี้ยงไว้ที่เดิม แล้วหามาตรการและวิธีการที่ดูแลให้รัดกุมกว่านี้ และนอกจากนั้นยังมีการแชร์และโพสต์ภาพความน่ารักของเจ้าแก้วตั้งแต่ตัวยังเล็กๆ รวมทั้งเป็นภาพเมื่อครั้งที่หลวงปู่ละมัยยังไม่มรณภาพ เล่นกับเจ้าแก้ว และภาพที่ญาติโยมเล่นและถ่ายรูปคู่กับเจ้าแก้วเมื่อปี 2557 ที่ผ่านมา.

ทำไมถึงทำกับฉันได้…! ลูกหนี้แสบแจ้งทหารบุกบ้านเจ้าหนี้ กล่าวหาปล่อยเงินกู้หวังชิ่งหนี้ (คลิป)

หนุ่มอุทัยใจดีให้ข้างบ้านยืมเงินไม่คิดดอกเบี้ย พอทวงถามกลับลูกหนี้ใช้ปืนขู่ฆ่า และแจ้งตำรวจจับกล่าวหาปล่อยเงินกู้ จนถูกเจ้าหน้าที่กว่า 20 คนบุกบ้าน จากกรณีผู้ใช้เฟซบุ๊ก พีท ธนโชติ ได้โพสต์ภาพและข้อความใจความว่า ได้ให้คนข้างบ้านยืมเงินไปเป็นจำนวนเงิน 1 หมื่นบาท พอไปทวงถาม ลูกหนี้ก็โพสต์เฟซบุ๊กด่าด้วยคำหยาบคาย และมีการชักปืนขู่ สุดท้ายไปแจ้งความกล่าวหาว่าตนปล่อยเงินกู้ ทำให้มีทหาร ตำรวจนับสิบราย บุกเข้าค้นบ้าน ผู้สื่อข่าว ได้วีดีโอคอลไปสอบถามถึงข้อเท็จจริงและเรื่องราวที่เกิดขึ้น โดยนายธนโชติ ประเทืองทิพย์ ผู้ที่โพสต์เรื่องราวดังกล่าวเล่าว่า เมื่อประมาณเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา คนข้างบ้านซึ่งถือว่าสนิทกันในระดับหนึ่ง ได้มาขอยืมเงิน ตนเห็นว่าเดือนร้อน จึงให้ยืมไปครั้งแรก 5,000 บาท หลังจากนั้นประมาณ1 เดือน ก็มายืมอีก 5,000 บาท ซึ่งไม่ได้คิดดอกเบี้ยใดๆ ต่อมาตนเห็นว่าเดี๋ยวจะกลายเป็นหนี้สะสม จึงไปพูดคุยดีๆว่า ผ่อนจ่ายก็ได้ ถ้าหมดแล้ว จะยืมอีกก็ได้ไม่ว่า แต่ปรากฎว่าวันที่ไปทวงถามนั้น คนที่ยืมเงินไปกลับโพสต์เฟซบุ๊กด่าด้วยถ้อยคำหยาบคาย ตนจึงไปสอบถามว่าทำไมถึงต้องด่า แต่หนุ่มข้างบ้านรายนั้นกลับชักปืนออกมาขู่ จึงโทรแจ้งตำรวจ สภ.การุ้ง ซึ่งก็มาไกล่เกลี่ยจนเรื่องจบไป หลังจากนั้นได้เงินคืนมา 2 พันบาท แต่ก็ยังมีการหยิบปืนออกมาโชว์คล้ายๆข่มขู่อยู่เรื่อยๆ จนกระทั่งเมื่อวันที่ […]

โซเชียลเสียงแตก! หนุน – ค้าน “แม่น้องแชมป์” ยืมเงินบริจาค ประกันตัวออกจากคุก

หลังจากที่ทีมข่าวอมรินทร์ทีวี ได้นำเสนอเรื่องราวของน้องแชมป์ วัย 5 ขวบ ถูกอดีตพ่อเลี้ยง นำถุงน้ำร้อนมาลวกที่บริเวณหน้าท้องและต้นขา จนกระทั่งมีผู้ร่วมบริจาคเงินกว่า 2 ล้านบาท ต่อมาพบว่านางสาวปาริตา แม่น้องแชมป์ ถูกศาลจังหวัดอุตรดิตถ์ออกหมายจับคดียาเสพติด โดยยืนยันในความบริสุทธิ์มาโดยตลอด และได้ขอยื่นประตัว ในวงเงิน 250,000 บาท ยอมรับว่าได้ใช้เงินบริจาคเข้าไปสมทบ 200,000 บาท และหากคดีสิ้นสุดก็จะนำมาคืน (อ่าน: แม่น้องแชมป์เหยื่อน้ำร้อนนาบจู๋ ยืมเงินลูกประกันตัว ยันไม่เกี่ยวยา ขอออกมาเลี้ยงลูก) อย่างไรก็ตาม หลังจากที่ข่าวถูกนำเสนอออกไป ได้เกิดกระแสในสังคมบนโลกออนไลน์ออกเป็น 2 ด้าน โดยส่วนหนึ่งเห็นด้วยที่จะให้นางสาวปาริตายืมเงินบริจาคเพื่อนำไปใช้ประกันตัว โดยผู้ใช้เฟซบุ๊กบางรายได้แสดงความคิดเห็นว่า แม่น้องแชมป์ยืนยันในความบริสุทธิ์ และคดีนี้ถือว่ายังไม่สิ้นสุด จึงควรให้โอกาสได้ต่อสู้คดี บางรายได้หยิบยกเรื่องราวของตัวเอง ที่เคยเสพติดยาจนถึงขั้นติด แต่สุดท้ายก็เลิกมาได้ และไม่เคยทำให้ใครเดือดร้อน พร้อมกับระบุว่า อย่าตัดสินคนง่ายเกินไป อยากให้รอทางศาลออกมาตัดสินก่อน และอยากให้สังคมให้โอกาสแม่น้องแชมป์ เพื่อเห็นแก่น้องแชมป์ ขณะที่บางส่วนซึ่งไม่เห็นด้วย ได้แสดงความคิดเห้นตอบโต้ เช่น บางรายให้เหตุผลว่า เมื่อผู้ใจบุญใจกุศลได้ออกมาบอกว่า ผู้บริจาคต้องการนำเงินไปรักษาอาการน้องแชมป์ แต่ท้ายที่สุด แม่กลับเอาเงินลูกมาประกันตัวเอง พร้อมบอกว่า กล้ามากที่เอาเงินของประชาชนมาใช้ก่อน  

บุกบ้านพันจ่าโหด เมียเผ่นหนีหวั่นโดนคดีทารุณน้องแชมป์ – แม่ซึ้งเงินช่วยร่วมล้าน (คลิป)

จากกรณีที่ทีมข่าวอมรินทร์ทีวี ได้ตามติดนำเสนอข่าว “น้องแชมป์” เด็กชายวัย 5 ขวบ ที่ถูกอดีตพ่อเลี้ยง ทำร้ายด้วยการใช้ถุงน้ำร้อนนาบที่บริเวณหน้าท้องและต้นขา จนมีแผลฉกรรจ์ตั้งแต่หน้าท้อง อวัยวะเพศ และต้นขา ทำให้ไม่สามารถใช้ชีวิตได้แบบเด็กทั่วไป โดยที่ผ่านมาเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.ธัญบุรี ได้เรียกนางปาริตา แม่น้องแชมป์ ให้เข้าไปแจ้งความใหม่อีกครั้ง หลังเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ข้อมูลใหม่มาว่า ภายในห้องที่มีการทำร้ายร่างกายน้อง นอกจากจะมีอดีตพ่อเลี้ยงแล้ว ยังมีแฟนของอดีตพ่อเลี้ยงอยู่ในห้องดังกล่าว ตามที่ได้เสนอข่าวไปแล้วนั้น (อ่านข่าว: สุดทรมาน! ชีวิตหนูน้อย 5ขวบถูกน้ำร้อนนาบอัณฑะเปื่อย – ตร.จ่อเรียก”เมียพันจ่า”เอี่ยวทารุณ ) ล่าสุดวันนี้ (14 ก.ค.) ทีมข่าวอมรินทร์ลงพื้นที่ไปยังบ้านที่อดีตพ่อเลี้ยง และแฟนใหม่ พบบ้านปิดเงียบไม่มีผู้อาศัยอยู่ โดยเพื่อนบ้านรายหนึ่งให้ข้อมูลว่า ทั้งสองไม่ได้อยู่ที่บ้านหลังนี้ตั้งแต่เริ่มเป็นข่าว และฝ่ายชายไม่ค่อยมีปฏิสัมพันธ์ที่ดีกับเพื่อนบ้าน มักมีอารมณ์ร้อน ครั้งหนึ่งตนเคยเห็นฝ่ายชายทะเลาะกับแฟนจนถึงขั้นทุบรถ ขณะที่แฟนใหม่อดีตพ่อเลี้ยง คนในหมู่บ้านมักจะเห็นบ่อย และเชื่อว่าเป็นคนดี ไม่ได้อารมณ์ร้ายและไม่น่าจะมีส่วนเกี่ยวข้องกับการทำร้ายเด็กตามที่เป็นข่าว เพราะดูค่อนข้างที่จะรักเด็กจากที่สังเกตเวลาเจอกันในหมู่บ้าน ทีมข่าวเข้าไปสอบถามคนละแวกใกล้เคียงหมู่บ้านที่ค้าขายและเห็นคุณแนท (แฟนใหม่อดีตพ่อเลี้ยง) และน้องแชมป์ เล่าว่า ตอนแรกคิดว่าน้องแชมป์และแนทเป็นแม่ลูกกันจริง ส่วนตัวเห็นแนทเป็นคนดี คือค่อนข้างรักน้องแชมป์ และจะพาน้องไปซื้อขนมหรือกับข้าวด้วยหลายครั้ง ส่วนตัวไม่คิดว่าแนทจะมีส่วนทำร้าย เพราะแนทเองไม่มีส่วนเกี่ยวข้องอะไร ซึ่งตนว่าน่าจะเป็นทางพ่อเลี้ยงที่ทำร้ายเด็กคนเดียวมากกว่า แต่แนทเองไม่กล้าห้าม […]

‘เจมส์ มาร์-ออม สุชาร์’ ชวนร่วมแคมเปญดีๆ ‘กดด้วยใจ ใครๆก็ทำได้’ ระดมทุนจัดซื้อเครื่องมือแพทย์เพื่อผู้สูงอายุ

รพ.จุฬาฯ ชวนกด sms ร่วมบริจาคโครงการ “กดด้วยใจ ใครๆก็ทำได้” ระดมทุนจัดซื้อเครื่องมือแพทย์เพื่อผู้สูงอายุ ศ.นพ.สุทธิพงศ์ วัชรสินธุ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย และคณบดีณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย พร้อมด้วยศ.นพ.รื่นเริง ลีลานุกรม รองผู้อำนวยการ ฝ่ายบริการ นางพรทิพย์ ควรคิด หัวหน้าพยาบาล นางจันทร์ประภา วิชิตชลชัย รองผู้อำนวยการสำนักงานจัดหารายได้สภากาชาดไทย ศิลปิน นักร้อง นักแสดง เจมส์ มาร์ ฝนทิพย์ วัชรตระกูล(ปุ๊กลุก) ออม สุชาร์ และใหม่ เจริญปุระ ร่วมแถลงข่าวเปิดตัวโครงการ “กดด้วยใจ ใครๆก็ทำได้” ระดมเงินเพื่อจัดซื้ออุปกรณ์การแพทย์ให้กับอาคารส.ธ. โรงพยาบาลจุฬาฯ ศ.นพ.สุทธิพงศ์ กล่าวว่า ทางโรงพยาบาลจุฬาฯจัดโครงการดังกล่าวจัดทำขึ้นเพื่อหาทุนสนับสนุนการจัดซื้อเครื่องมือทางการแพทย์ของอาคารส.ธ.ซึ่งเป็นที่ตั้งศูนย์การดูแลผู้สูงวัยแบบบูรณาการและครบวงจร เพื่อรองรับการก้าวเข้าสู่การเป็นสังคมผู้สูงอายุอย่างเต็มตัวในปี 2568 จึงขอเชิญชวนประชาชนทั่วประเทศร่วมกันบริจาคเงินผ่านทางโทรศัพท์มือถือทุกเครือข่าย ทางหมายเลข *948*4848*100# กดโทรออก ร่วมบริจาคครั้งละ 100 บาท ผ่าน “กองทุนส.ธ.เพื่อผู้สูงวัย” เพื่อจัดซื้ออุปกรณ์การแพทย์ รวมถึงพัฒนาบุคลากรทางการแพทย์ให้มีความรู้ […]

คุณตกเป็นเหยื่อการตลาด! #BlindButNotBlind คนแห่โพสต์รูปขาวดำ แต่บริจาคแสนเดียว

กลายเป็นประเด็นดราม่า เมื่อในโลกออนไลน์ ได้มีการแชร์ภาพสไตล์ “ขาวดำ” พร้อมติดแฮชแท็ก #BlindButNotBlind #KiehlsThailand และเปิด Public ด้วย เพื่อแลกกับบริจาคเงิน 10 บาท ช่วยคนตาบอดนั้น จากการสืบค้นก็พบว่า เป็นแคมเปญของผลิตภัณฑ์ดูแลผิวพรรณและเส้นผมจากนิวยอร์ค สหรัฐอเมริกาที่มีชื่อว่า “คิลส์” (Kiehls) ได้จัดกิจกรรมทางการตลาด โดยให้โพสต์รูปขาวดำพร้อมติดแฮชแท็ก #BlindButNotBlind #KiehlsThailand และเปิด Public ด้วย ซึ่งรูปขาวดำบน Instagram 1 รูป เท่ากับบริจาค 10 บาท ให้กับมูลนิธิช่วยคนตาบอดแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชินูปถัมภ์ ตั้งแต่วันนี้ถึง 30 มิ.ย. ทำให้โลกโซเชียลแห่แชร์รูปขาวดำพร้อมติดแฮชแท็กเพื่อทำกิจกรรมจำนวนมากนั่นเอง และล่าสุดที่เพจ Drama-addict ได้ออกมาเปิดเผยช่องทางสำหรับผู้ที่อยากบริจาคจริงๆ เพื่อไม่ให้ตกเป็นเหยื่อของการตลาดไว้ดังนี้ “กุว่าดราม่านี้แม่งแปลกๆ คือในต้นฉบับมันลงรายละเอียดชัดเจนนะ ว่ากำหนดเพดานเงินไว้เท่าไหร่ เช่น แชร์ละสิบบาท แต่กำหนดเพดานไว้แสนนึง ซึ่งอันนี้มันคึอการทำ CSR ตามปรกติของผู้ประกอบการอ่ะนะ ซึ่งแบรนด์นี้เขาก็ทำงี้มาหลายปีละนิ ไอ้การประกาศวงเงินสูงสุดนี่เป็นเรื่องที่ควรทำอยู่แล้ว ไม่งั้นมันจะกลายเป็นแบบพวกเพจที่เอาภาพเด็กป่วย เด็กพิการ มาโพสเรียกแชร์เรียกไลค์แล้วอ้างว่าจะมีคนบริจาคให้ถ้าแชร์เยอะๆไลค์เยอะๆ […]

เคราะห์ซ้ำหรือกรรมใด ‘แม่เลี้ยงเดี่ยว’ ผู้แบกรับภาระดูแลลูกชายป่วยโปลิโอทั้งคู่

พรุ่งนี้ยังมีหวัง : พาไปติดตามเรื่องราวของครอบครัวหนึ่ง ที่โชคชะตาเล่นตลกให้ลูกชายทั้ง 2 คน ป่วยเป็นโรคโปลิโอ ในขณะที่ผู้เป็นแม่ต้องหาเลี้ยงครอบครัวเพียงลำพัง “ชาติก่อนเราคงไม่ได้ทำบุญอะไรไว้ ชาตินี้ถึงมีแต่ความผิดหวัง” คือคำตัดพ้อจากป้าศศินา โพธิ์เขียว อายุ 60 ปี แม่เลี้ยงเดี่ยวผู้แบกรับภาระดูแลลูกชาย 2 คนซึ่งป่วยเป็นโปลิโอทั้งคู่ ณ บ้านเลขที่ 106 ม.4 ต.อ่างทอง อ.เมือง จ.ราชบุรี คนโต อายุ 42 ปี ต้องนั่งอยู่บนรถเข็นไม่สามารถช่วยเหลือตัวเองได้ แม้ยามมดกัดก็ต้องทนเจ็บ เพราะไม่อาจปัดป้อง ส่วนลูกชายคนเล็กปีนี้อายุย่างเข้าปีที่ 38 พอจะเคลื่อนไหว และพูดคุยได้บ้าง แต่ก็ไม่เหมือนคนปกติ ผู้เป็นแม่ เล่าว่า ลูกๆ ของเธอพิการมาตั้งแต่เด็ก เริ่มจากป่วยเป็นโรคไข้เลือดออก เมื่อหมอฉีดยารักษา กลับเกิดอาการแพ้ยา ส่งผลข้างเคียงจนกลายเป็นโปลิโอในที่สุด นับแต่นั้น ความเป็นอยู่ของเธอและลูก ก็อัตคัดเรื่อยมา และยิ่งหนักขึ้นหลังสามีเสียชีวิต ป้าศศินามีรายได้เฉลี่ยเพียงวันละร้อยกว่าบาท จากการขายผักเลี้ยงชีพ ซึ่งเธอเช่าที่ดิน 4 ไร่ ปลูกมะระ แต่ก็ขาดทุนเกือบทุกครั้ง […]

ขอน้ำใจช่วย ‘น้องแก๊ป’ วัย 3 เดือน ป่วย ‘เนื้องอกที่แผ่นหลัง’ ต้องนอนตะแคงตลอดชีวิต

แมกาซีนข่าว ในช่วง “พรุ่งนี้ยังมีหวัง” พาไปดูเรื่องราวชีวิตของ “น้องแก๊ป” วัย 3 เดือน ที่ จ.ราชบุรี ต้องเผชิญกับโรคร้ายตั้งแต่เกิด มีเนื้องอกที่แผ่นหลัง โดยคุณหมอบอกว่า เจ้าเนื้องอกก้อนนี้เอง ที่ทำให้น้องแก๊ป จะต้องนอนตะแคงตลอดชีวิต เพราะถ้าก้อนเนื้อนี้แตกเมื่อไหร่ อาจส่งผลให้น้องแก๊ปเสียชีวิตได้ ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ก้อนเนื้อมีขนาดใหญ่กว่า “ลูกปิงปอง” อยู่บริเวณท้ายทอยของสันหลัง ได้สร้างความเจ็บปวดให้กับน้องแก๊ป หรือ ด.ช. ณภัทร บุญเพชร ทารกวัย 3 เดือน ซึ่งป่วยเป็น “โรคเนื้องอกในกระดูกสันหลัง” น้องแก๊ปต้องนอนท่าเดียว คือ ท่าตะแคง ตั้งแต่เกิด บางครั้งนอนหลับสนิทเผลอนอนทับก็จะสะดุ้งตื่น และร้องด้วยความเจ็บปวด คุณแม่มัณฑณา ทับทิมทอง เผยว่า รู้สึกสงสารลูกมาก ช่วงที่เขานอนบางทีเขาก็มีบิดตัว เพราะความเมื่อยจากการนอนแบบตะแคง เราก็ต้องคอยอุ้มพลิกตัวให้เขานอนคว่ำบ้าง พลิกซ้าย พลิกขวาบ้าง กลางคืนก็ไม่ค่อยได้หลับต้องคอยดูแลเขา ความหวังเดียวที่แม่มีคือ อยากให้ลูกได้รับการผ่าตัด และหายจากโรคร้ายนี้ ซึ่งทางคุณหมอกำหนดวันผ่าตัดไว้ราวเดือนธันวาคมนี้ ผู้สื่อข่าวรายงานต่อว่า ครอบครัวของน้องแก๊ปมีฐานะค่อนข้างยากจน อาศัยอยู่ภายในบ้านของผู้นำชุมชน […]

เพิ่มคุณค่าของ ‘การแชร์’ ด้วยคุณค่าของ ‘การช่วย’

คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล ขอเชิญชวนผู้มีจิตศรัทธาร่วมกันบริจาคผ่านทางช่องทางออนไลน์เพื่อโรงพยาบาลศิริราชที่ 
https://si-eservice.mahidol.ac.th/donation/ โดยสามารถบริจาคได้ผ่าน 3 ช่องทาง 1. ตัดผ่านบัตรเครดิต 2. โอนเงินผ่านธนาคาร โดยสามารถเลือกให้ค่าโอนเป็นต้นทางหรือปลายทางก็ได้ (แต่ทางผู้โอนต้องเสียเงินค่าธรรมเนียมตามเรตของแต่ละธนาคารในต่างประเทศ) 3. การบริจาคผ่านทางโทรศัพท์ *984*100# โทรออก สามารถบริจาคได้ทุกเครือข่าย 7 กองทุนที่เปิดให้ร่วมบริจาค
 1. ทุนสร้างอาคารนวมินทรบพิตร ๘๔ พรรษา 2. กองทุนพัฒนาแพทยศาสตร์ 3. เงินทุนพระมรดกสมเด็จพระราชบิดา 4. กองทุนสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ 5. กองทุนพัฒนาการวิจัย 6. เงินทุนวันมหิดล 7. ทุนเพื่อผู้ป่วยยากไร้ หมายเหตุ: ใบเสร็จสามารถนำไปลดหย่อนภาษีได้ สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม โทร. 0-2419-4676-8 #พลังแห่งการให้พลังแห่งความสุข

keyboard_arrow_up