ทำงานวันแรกอ่วม! ฝนถล่มกทม.-ปริมณฑล ปทุมธานีน้ำท่วมขังรอการระบาย

ตั้งแต่ช่วงบ่ายของวันนี้ (17 เม.ย. 61) มีฝนตกในหลายพื้นที่ ทำให้มีน้ำฝนท่วมขังบนผิวถนน รอการระบาย ส่งผลให้รถยนต์ต้องชะลอตัวและขับขี่อย่างระมัดวังเพื่อป้องกันอุบัติเหตุ ที่บริเวณมหาวิทยาลัยรังสิต บริเวณถนนรอบๆ มหาวิทยาลัย มีน้ำท่วมขังเป็นจุดๆ โดยแต่ละจุดน้ำได้ท่วมขังเป็นระยะทางประมาณ 3-4 เมตร คาดว่าเมื่อฝนหยุดตกปริมาณน้ำที่ท่วมขังจะใช้เวลาประมาณ 2 ชั่วโมงจึงจะลดลงเป็นปกติ ส่วนบริเวณก่อนขึ้นสะพานข้ามทางรถไฟถนนปทุมธานี-รังสิต ต.บางพูน อ.เมือง จ.ปทุมธานี มีน้ำท่วมขังรอการระบายเป็นยะทางกว่า 20 เมตร รถยนต์ที่ผ่านเส้นทางนี้ลดความเร็วเพื่อให้ผู้ที่ขับขี่รถจักรยานยนต์ขับขี่ต่อไปได้ และไม่เกิดอุบัติเหตุ.

นนทบุรีอ่วม! ฝนตกหนัก เจ้าพระยาเอ่อล้นทะลักท่วมบ้านเรือน สภ. ประกาศเตือนรถเล็กห้ามผ่าน

จากกรณีที่มีฝนตกหนักในช่วงสายที่ผ่านมาของวันนี้ (24 ตุลาคม 2560) ทำให้หลายพื้นที่เกิดน้ำท่วมขัง และระบายน้ำไม่ทัน ยิ่งบ้านเรือนที่ติดริมคลอง และแม่น้ำเจ้าพระยา อย่างเช่นชาวจังหวัดนนทบุรี ได้รับผลกระทบอย่างหนัก น้ำทะลักเข้าท่วมบ้านเรือนแบบไม่ทันตั้งตัว รวมถึงถนนหลายสายถูกน้ำท่วม ยากต่อการสัญจร ล่าสุด สภ. เมืองนนทบุรี ได้แจ้งประชาสัมพันธ์น้ำท่วมเส้นทางการจราจร ถ.นนทบุรี1 ผ่านทางแฟนเพจเฟซบุ๊กว่า เนื่องจากมีน้ำสูงขึ้นในแม่น้ำเจ้าพระยา ทำให้เอ่อล้นเข้ามา จากเขื่อนท่าน้ำนนทบุรี เข้ามาบริเวณหอนาฬิกาและ ถ.นนทบุรี 1 ผู้ที่ต้องผ่านเส้นทาง ถ.นนทบุรี 1 (หอนาฬิกาผ่านหน้ากรมที่ดิน) โปรดหลีกเลี่ยง เนื่องจากรถเก๋งขนาดเล็กไม่สามารถผ่านได้ ส่วนรถกระบะและรถขนาดใหญ่ยังสามารถผ่านได้ สามารถเลี่ยงมาใช้เส้นทาง ถ.ประชาราษฎร์ ถ.พิบูลสงคราม ถ.เลี่ยงเมืองนนทบุรี ยังใช้ได้ตามปกติ ที่มา— Pornpit Aksorndee, สภ.เมืองนนทบุรี, Drama-addict 

จะไม่เกิดน้ำท่วมขังกรุงเทพฯ ซ้ำ! ‘กรมชลประทาน’ ยืนยัน สามารถบริหารจัดการน้ำได้

พลเอกอนุพงษ์ เผ่าจินดา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เปิดเผยว่า สถานการณ์น้ำท่วมในพื้นที่ภูมิภาค ยังเหลือเพียงที่จังหวัดขอนแก่น อำเภออุบลรัตน์ อำเภอน้ำพอง และอำเภอเมือง ที่ยังมีผลกระทบเรื่องการปล่อยน้ำจากเขื่อนอุบลรัตน์ที่เกินความจุที่ต้องเร่งระบาย โดยต้องใช้ระยะเวลา ส่วนในพื้นที่ลุ่มน้ำชี ลุ่มน้ำมูลไม่มีปัญหาอะไร แม้ว่าฝนตกมากยังมีทุ่งรับน้ำที่มีความจุร้อยละ 12 ของพื้นที่ และแก้มลิงที่รองรับน้ำได้อีกร้อยละ 30 จะไม่ส่งผลกระทบถึงกรุงเทพมหานคร พร้อมยืนยันว่าที่เขื่อนเจ้าพระยาและเขื่อนชัยนาท กรมชลประทานสามารถบริหารจัดการน้ำได้ และย้ำว่ากรุงเทพมหานครไม่ต้องกังวลในเรื่องน้ำจากภาคเหนือ แต่ต้องบริหารปริมาณน้ำฝนที่ตกในพื้นที่ กทม.เท่านั้น ซึ่งได้เตรียมการระบายน้ำและอุปกรณ์ โดยศูนย์ปฏิบัติการอยู่ที่กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณะภัยมีเจ้าหน้าที่ทุกฝ่ายบูรณาการงานเฝ้าระวังน้ำจากปริมาณฝน ในส่วนกรุงเทพมหานคร ที่มีศูนย์ที่ดินแดงต้องประเมินติดตามระบบการระบายน้ำเตรียมรับมือในวันหรือสองวันนี้ มั่นใจว่าจะไม่เกิดความเดือนร้อนต่อประชาชนมากนัก ขณะที่ นายทองเปลว กองจันทร์ รองอธิบดีกรมชลประทาน เปิดเผยว่า กรมชลประทานมีแผนบริหารจัดการน้ำ แม้ปริมาณน้ำในเขื่อนอุบลรัตน์จะลดลง แต่ยังต้องเตรียมแผนรองรับในช่วงสัปดาห์หน้า ที่คาดว่าจะได้รับผลกระทบจากลมมรสุมที่พาดผ่านประเทศไทยและเกิดฝนตก โดยจะเพิ่มอัตราการระบายน้ำ ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป เพื่อลดผลกระทบจากปริมาณน้ำที่คาดว่าอาจเพิ่มขึ้นสูง ส่วนเขื่อนเจ้าพระยายังต้องควบคุมปริมาณน้ำที่ไหลผ่านท้ายเขื่อน โดยยังมีความสามารถรองรับน้ำได้ไปจนถึงสิ้นเดือนนี้ ยืนยันว่า จะไม่เกิดน้ำท่วมขังกรุงเทพฯเช่นเดียวกับช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา อย่างไรก็ตาม กรมชลประทานจะติดตามผลกระทบจากลมมรสุมที่พาดผ่านประเทศไทย ในวัน 17-19 ตุลาคมนี้ ที่อาจทำให้เกิดฝนตก โดยประเมินว่ามรสุมจะเริ่มอ่อนตัวลง เพราะเป็นช่วงปรับเปลี่ยนฤดูฝนเข้าสู่ฤดูหนาว

กทม.สั่งเตรียมพร้อมรับมือปริมาณน้ำฝน เพื่อไม่ให้เกิด ‘น้ำท่วมขังรอการระบาย’

นายจักรพันธ์ ผิวงาม รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร กล่าวถึงการเตรียมความพร้อมรับมือปริมาณน้ำฝนในพื้นที่กรุงเทพมหานคร โดยได้หารือกับสำนักการระบายน้ำ ร่วมกับสำนักงานเขตทั้ง 50 เขต และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โดยสั่งการให้สำนักการระบายน้ำ รายงานสภาพอากาศให้กับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้รับทราบทุกต้นชั่วโมง เพื่อให้ทราบข้อมูลว่ามีฝนเข้ามาในพื้นที่เขตนั้น ๆ หรือไม่ หากพบว่ามีฝนเข้ามาในพื้นที่ หรือคาดว่าฝนจะตก ทุกหน่วยต้องลงพื้นที่ก่อนฝนจะตก ส่วนกรณีที่ฝนตกลงมาแล้ว สำนักการระบายน้ำจะต้องรายงานผลอย่างต่อเนื่อง และเข้าแก้ปัญหาน้ำท่วมขังทันที ซึ่งระบบระบายน้ำที่กรุงเทพมหานคร ที่มีอยู่ไม่ว่าจะเป็นในระบบท่อ คลอง เครื่องสูบน้ำประมาณ 2,000 เครื่อง อุโมงค์ขนาดใหญ่ 7 อุโมงค์ จะเป็นส่วนสำคัญที่จะช่วยให้การระบายน้ำมีความรวดเร็ว โดยสิ่งสำคัญที่เน้นย้ำให้ทุกหน่วยปฏิบัติ คือ ต้องรายงานสถานการณ์ก่อนฝนตก รวมทั้งต้องแจ้งให้ประชาชนทราบ และรายงานพื้นที่ที่เกิดน้ำท่วมขัง เพื่อให้ประชาชนหลีกเลี่ยงการใช้เส้นทาง.

keyboard_arrow_up