‘ปิติ โค-เฮลท์ตี สเปซ’ พื้นที่เล็กๆ กับ อาหารเพื่อสุขภาพ ผลผลิตจากเกษตรกรไทย

ปิติ โค-เฮลท์ตี สเปซ ร้านอาหารแนวคิดใหม่เพื่อคนรักสุขภาพ นำเสนอเมนู อาหารเพื่อสุขภาพ , เครื่องดื่ม และอาหารว่างเพื่อสุขภาพ ภายใต้คอนเซ็ปต์การเสนอผลิตผลจากเกษตรกรไทยในรูปแบบเมนูร่วมสมัย ให้คนเมืองได้ลิ้มลองอาหารรสชาติอย่างมีสไตล์ ด้วยแรงบันดาลใจของ นลินรัตน์ บุญนิกรวรวิทย์ ผู้ก่อตั้ง ปิติ โค-เฮลท์ตี สเปซ ที่หันมาสนใจอาหารสุขภาพที่ใช้วัตถุดิบจากเกษตรกรไทย ด้วยราคาที่ถูกกว่าสินค้านำเข้าและมีคุณค่าทางโภชนาการที่ไม่แพ้อาหารนำเข้าจากต่างประเทศ จึงได้ชักชวนพาร์ทเนอร์ที่มีใจรักสุขภาพและต้องการนำเสนอสินค้าจากเกษตรกรไทยให้กับผู้บริโภคคนรุ่นใหม่ ภายใต้คอมมิวนิตี้แห่งใหม่ที่มีนิยามใหม่ว่า “โค-เฮลท์ตี สเปซ” จากเกษตรกรที่จริงใจ ปรุงแต่งรสชาติด้วยความใส่ใจ เพื่อนำเสนอเมนูอาหาร และอาหารว่างเพื่อสุขภาพในราคาที่สัมผัสได้ สิ่งที่ทำให้ ปิติ โค-เฮลท์ตี สเปซ พิเศษและแตกต่างจากร้านอาหารเพื่อสุขภาพอื่นๆ คือ การคัดเลือกวัตถุดิบเมนูอาหาร และสินค้าที่มาวางขายในร้านอย่างพิถีพิถัน รสชาติดี ปลอดสารพิษ และเป็นผลิตผลจากเกษตรไทยอย่างแท้จริง มีความสด ใหม่ และดีต่อสุขภาพมารวมไว้ในที่เดียวกัน ชา-บาร์ (CHA-BAR) บาร์น้ำชายอดฮิต มาพร้อมแนวคิดให้คนเมืองได้แวะมาจิบชาอย่างมีสไตล์ คัดสรรใบชาสดคุณภาพดีจากเกษตรกรจังหวัดเชียงราย ท้อปปิ้งยอดฮิตอย่างไข่มุกข้าวไรซ์เบอร์รี่ คิดค้นสูตรอร่อยโดยเชฟรุ่นใหม่ที่จบการศึกษาจากสถาบันอาหารชื่อดังประเทศสวิซเซอร์แลนด์ โดยใช้ความหวานจากน้ำตาลมะพร้าวทำเอง จึงมั่นใจว่าดีต่อสุขภาพอย่างแน่นอน อีกมุมหนึ่ง คือ ฮาร์เวสเตอร์ (HARVESTER) บาร์อาหารสุขภาพ ที่มีจุดเด่นที่การคัดเลือกวัตถุดิบที่เก็บเกี่ยวด้วยวิถีธรรมชาติจากฟาร์มเกษตรอินทรีย์ […]

รู้จัก ‘ใบชา’ กับคุณค่ามหาศาล กับวิธีเลือกดื่มชาให้เหมาะกับตัวคุณ!

รู้จักกับ ‘ชา’ สินค้าที่มีมูลค่าตลาดกว่า 1.5 หมื่นล้านบาทต่อปี! โดยตำนานของการดื่มชานั้น เริ่มมาจากประเทศจีน โดยคนจีนเชื่อในเทพเจ้าที่ชื่อว่า เสินหนง ว่าเป็นเทพแห่งกสิกรที่จะตะเวนชิมพืชแต่ละชนิด เมื่อชิมใบชาแล้วพิษในร่างกายถูกล้างออกไปทั้งหมด จึงเกิดเป็นคติว่า การดื่มชาคือดื่มเพื่อรักษาโรค โดยแต่ละชนเผ่าในประเทศจีนก็มีเทคนิคในการทำชาที่แตกต่างกันไป ในประเทศไทย แหล่งปลูกชามากเป็นอันดับ 1 ของไทยอยู่ที่ จ.เชียงราย ด้วยภูมิประเทศและอากาศที่เหมาะสม สามารถผลิตใบชาคิดเป็น 80-90% ของปริมาณใบชาทั้งประเทศ พันธุ์ชาในประเทศไทยที่ปลูกในเชิงการค้าจะมีอยู่ 2 สายพันธุ์ด้วยกัน คือ ชาอัสสัมหรือชาเมี่ยงเป็นสายพันธุ์ดั้งเดิมที่นำมาปลูกจากอินเดีย และสายพันธุ์ชาจีนซึ่งนำเข้ามาจากประเทศจีนและไต้หวัน ชาอัสสัม หรือที่เราเรียกว่าชาพื้นเมือง ชาป่า หรือเมี่ยง นำเข้ามาจากรัฐอัสสัม ประเทศอินเดีย และเข้ามาปลูกในประเทศไทยตั้งแต่สมัยพ่อขุนเม็งราย ตามหลักฐานคัมภีร์ใบลานที่ในสมัยนั้นได้มีการค้าขายในเส้นทางสิบสองปันนาชาอัสสัมเป็นสายพันธุ์ที่เจริญเติบโตได้ดีตามป่า ที่ร่มไม้ ลักษณะต้นใหญ่ สูงประมาณ 6-8 เมตร ทนแล้งได้ดี นิยมนำมาผลิตเป็นชาและเมี่ยง โดยจะแปรรูปออกมาเป็นชาเขียวและชาดำ ชาจีน มีลักษณะเป็นลำต้นพุ่มเตี้ย ใบสีเขียวเข้ม ขนาดเล็ก มีหลายสายพันธุ์ เช่น อู่หลงเบอร์ 17 (อู่หลงก้านอ่อน) อู่หลงเบอร์ 12 (ชิงชิงอู่หลง) […]

keyboard_arrow_up