พยานยัน ดาบ ตร. ไม่เล่นยา วิ่งหนีไฮโซพม่ากลัวถูกฆ่า – เพื่อนยันเป็นคนดี แค่จิตหลุดห่วงลูก (คลิป)

จากกรณีโลกออนไลน์แชร์คลิป ชายรายหนึ่งสวมเสื้อสีขาว ใส่หมวกแก๊ปสีดำ ลักษณะคล้ายทะเลาะวิวาทกับเจ้าหน้าที่ตำรวจจราจร ซึ่งภายหลังทราบว่าเจ้าหน้าที่ตำรวจรายนี้ คือ ด.ต.พิทักษ์ วรมูล อายุ 52 ปี ผบ.หมู่งานจราจร งานสายตรวจ 2 กก.1 บก.จร. ส่วนชายเสื้อขาว คือ นาย Larry Zaw อายุ 31 ปี สัญชาติเมียนมา ซึ่งวันเกิดเหตุ ด.ต.พิทักษ์ กำลังปฏิบัติหน้าที่อยู่บริเวณด่านตรวจวัดแอลกอฮอล์ ใกล้แยกกล้วยน้ำไท ถนนพระราม 4 ขณะนั้น นาย Larry Zaw ได้ขับรถยนต์ผ่านมา ด.ต.พิทักษ์ จึงขอเข้าทำการตรวจวัดแอลกอฮอล์ พบว่ามีปริมาณแอลกอฮอลล์เกินกว่าที่กฎหมายกำหนด จึงควบคุมตัวไปดำเนินคดี สน.ทองหล่อ จากนั้นเมื่อมาถึงจุดเกิดเหตุ ทั้ง 2 ฝ่าย ได้มีปากเสียงกันซึ่ง ด.ต.พิทักษ์ ค่อนข้างมีอายุ ประกอบกับห่วงว่าจะมีการปะทะกับประชาชนและอาจเกิดอันตรายกับตัวเอง จึงเลือกที่จะไม่เผชิญหน้าและล่าถอยออกมา โดยเมื่อคืนที่ (17 เม.ย.) ผ่านมา นาย Larry […]

ตร. แจง คลิปวิ่งหนี เพราะแก่ไม่อยากปะทะหนุ่มเมา – เค้นสอบชาย 3 ชม. เจอสื่อเผ่นแน่บ (คลิป)

จากกรณีมีคลิปแชร์ในโลกออนไลน์ ลักษณะมีชายรายหนึ่งสวมเสื้อสีขาว สวมหมวกแก๊ปสีดำ กำลังทะเลาะวิวาทกับเจ้าหน้าที่ตำรวจจราจร ซึ่งในคลิปมีคำพูดจากเจ้าหน้าที่ตำรวจลักษณะว่าชายเสื้อขาวจะฆ่าตัวเอง ก่อนเจ้าหน้าที่ตำรวจจะวิ่งหนีด้วยสีหน้าตื่นกลัวขึ้นรถแท๊กซี่หนีไป เมื่อคลิปถูกเผยแพร่ สังคมต่างสงสัยว่าเหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นเนื่องจากสาเหตุอะไร วันนี้ (17 เม.ย.) พล.ต.ต.ธีรศักดิ์ สุริวงศ์ ผู้บังคับการกองบังคับการตำรวจจราจร หรือ บก.จร. ยืนยันกับทีมข่าวว่าตำรวจที่อยู่ในคลิป คือ ด.ต.พิทักษ์ วรมูล สังกัดกองบังคับการตำรวจจราจร แต่ระบุว่า ขณะนี้ยังไม่สามารถให้ข้อมูลได้เนื่องจากอยู่ระหว่างการสอบสวนหาข้อเท็จจริง โดยเหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อช่วงเช้าวันที่ 15 เม.ย. ที่ผ่านมา เวลาประมาณ 04.00 น. ขณะที่ ด.ต.พิทักษ์ ได้ทำการจับกุมผู้ต้องหา ชายสวมเสื้อขาวในคลิปจากด่านตรวจจับแอลกอฮอล์ ซึ่งตั้งอยู่บริเวณถนนพระราม 4 ใกล้มหาวิทยาลัยกรุงเทพ เมื่อตรวจพบปริมาณแอลกอฮอล์เกินกว่าที่กฎหมายกำหนด จึงได้มีการควบคุมตัวเพื่อไปดำเนินคดีที่ สน.ทองหล่อ จากนั้นเมื่อมาถึงจุดเกิดเหตุ ทั้ง 2 ฝ่าย คล้ายจะมีปากเสียงกัน แต่ด้วย ด.ต.พิทักษ์ มีอายุค่อนข้างมากและห่วงว่าจะมีการปะทะกับชายรายนี้ และอาจเกิดอันตรายกับตัวเอง รวมถึงอาจส่งผลเสียต่อภาพลักษณ์ตำรวจ จึงเลือกที่จะไม่เผชิญหน้า แม้ขณะนั้นจะมีอาวุธที่ป้องกันตัวได้ก็ตาม ยืนยันว่าไม่มีการใช้อาวุธทั้ง 2 ฝ่าย […]

keyboard_arrow_up