ไม่เชื่อก็ต้องเชื่อ…เมื่อนักวิทย์ฯ พบว่า “นกฟินช์” อาจมีแรงกัดมากกว่า “ทีเร็กซ์” ถ้ามันตัวเท่ากัน

อาจฟังดูคล้ายเรื่องตลกในวงเหล้า แต่เมื่อไม่นานมานี้ทีมนักวิจัยจาก University of Reading ได้ทำการวิเคราะห์พลังการกัดของสารพัดสัตว์มากกว่า 434 ชนิด ทั้งที่ยังคงมีชีวิตและสูญพันธุ์ไปแล้ว ซึ่งพวกเขาได้พบเรื่องน่าประหลาดใจว่า นกฟินช์ ในกลุ่ม large ground finch ที่อาศัยบนเกาะกาลาปากอส อาจมีแรงกัดที่ทรงพลังยิ่งกว่าไดโนเสาร์พันธุ์ไทแรนโนซอรัส หรือเจ้าทีเร็กซ์ เสียอีกหากเทียบในน้ำหนักตัวที่เท่ากัน งานวิจัยชวนฉงนนี้ ถูกรับรองโดย Dr. Manabu Sakamoto ผู้นำคณะวิจัยที่พบว่า จะงอยปากของเจ้านกตัวเล็กนี้มีพลังแรงกัดสูงถึง 70 นิวตัน ในขณะที่น้ำหนักตัวของนกฟินช์ชนิดนี้มีแค่ 33 กรัม และมีความยาวแค่ 6 นิ้วเท่านั้น จนตัวเขาตั้งข้อสังเกตว่า… หากสัตว์สองชนิดนี้มีขนาดตัวเท่ากัน เจ้าไดโนเสาร์ที่เป็นตัวเอกของภาพยนตร์หลายๆ เรื่อง อาจไม่ใช่คู่ต่อสู้ของนกชนิดนี้เลยก็เป็นได้ และดูเหมือนแรงงับที่ทรงพลังของเจ้าทีเร็กซ์ อาจเป็นผลมาจากขนาดและน้ำหนักของตัวมันมากกว่าจะเป็นแรงกัดจากกรามของมัน มาถึงตรงนี้ เชื่อว่าหลายคนคงสงสัยว่าทำไมเจ้านกตัวเล็กๆ ถึงมีแรงกัดจากจะงอยปากที่มากกว่าน้ำตัวกว่าสองเท่า ซึ่งตรงนี้ต้องย้อนกลับไปมาพิจารณาเรื่องอาหารการกินของมัน ที่ส่วนใหญ่เป็นเมล็ดพืชเปลือกแข็งบนเกาะกาลาปากอสที่นกฟินซ์ชนิดอื่นไม่กิน

เปิดตัว ‘ประมุขคนแรก’ ของแอสการ์เดีย อาณาจักรในห้วงอวกาศ จ่อตั้งรัฐบาลสร้างความสัมพันธ์กับประเทศอื่นๆ

แอสการ์เดีย (Asgardia) อาณาจักรในห้วงอวกาศได้จัดพิธีเปิดตัว “ประมุกคนแรก” ของประเทศ ในกรุงเวียนนาของออสเตรีย อาณาจักรแอสการ์เดีย เป็นอาณาจักรในอวกาศได้เปิดตัวผู้ที่จะมาดำรงตำแหน่งประมุกคนแรกอย่างเป็นทางการ คือ นายอิกอร์ อาชูร์เบย์ลี่ นักวิทยาศาสตร์และมหาเศรษฐีชาวอาเซอร์ไบจัน โดยนายอาชูร์เบย์ลี่ ถือเป็นผู้ก่อตั้งอาณาจักรอวกาศดังกล่าวด้วย ซึ่งเขาได้รับเลือกตั้งไปเมื่อเดือนมกราคม เมื่อปีที่ผ่านมา  โดยพิธีเปิดตัวประมุขของแรกของอาณาจักรแห่งนี้ ได้จัดขึ้นในกรุงเวียนนาของออสเตรีย ทั้งนี้ แอสการ์เดียเป็นอาณาจักรในอวกาศ ตั้งชื่อตาม “แอสการ์ด” ที่เป็นแหล่งสถิตของเหล่าเทพเจ้าของชาวนอร์ส ซึ่งอยู่ในยุโรปตอนเหนือ โดยชื่อแอสการ์ด ยังเป็นชื่ออาณาจักรของเหล่าเทพในภาพยนตร์ซูเปอร์ฮีโร่เรื่อง “ธอร์” ด้วย โดยอาณาจักรแห่งนี้ถือเป็นประเทศในห้วงอวกาศแห่งแรกของโลก มีจุดมุ่งหมายหลัก เพื่อสร้างสันติภาพในอวกาศ ปกป้องโลกจากภัยอันตรายในอวกาศ และสร้างฐานความรู้ทางวิทยาศาสตร์ และเทคโนโลยี ด้านอาชูร์เบย์ลี่ ประมุกของอาณาจักรอวกาศแห่งนี้ บอกว่า เมื่อแอสการ์เดียเริ่มจัดตั้งรัฐบาลก็จะสร้างความสัมพันธ์ทางการทูตกับประเทศอื่นๆ รวมทั้งกับประเทศที่เป็นสมาชิกของสหประชาชาติด้วย นอกจากนี้ อาณาจักรแอสการ์เดียยังมีแผนสร้างสถานีอวกาศในชั้นบรรยากาศของโลก และที่อยู่อาศัยบนดวงจันทร์ โดยในปีนี้ อาณาจักรแอสการ์เดียก็เตรียมยื่นเรื่องไปยังสหประชาชาติเพื่อขอรับรองการเป็นประเทศต่อไปด้วย. ภาพจาก reuters.com

นักวิทย์อึ้ง! ‘กาแล็กซี่ใหม่’ ไม่มีสสารมืดเป็นครั้งแรก ชื่อ ‘NGC1052-DF2’ ห่างโลกราว 65 ล้านปีแสง

นักวิทยาศาสตร์ได้ค้นพบกาแล็กซี่ใหม่ ที่ไม่มีสสารมืดเป็นครั้งแรก ซึ่งการค้นพบดังกล่าวได้สร้างความประหลาดใจให้กับเหล่านักวิทยาศาสตร์อย่างมาก ขอบคุณภาพ Cities of the World กลุ่มนักวิทยาศาสตร์ได้เปิดเผยผลการศึกษาในวารสารวิทยาศาสตร์ “เนเชอร์” ซึ่งเปิดเผยว่า ทีมนักวิทยาศาสตร์ได้ค้นพบกาแล็กซี่ใหม่ ที่ไม่มีสสารมืด ซึ่งเป็นส่วนประกอบสำคัญในการก่อตัว และพัฒนากาแล็กซี่ โดยกาแล็กซี่ใหม่ดังกล่าวมีชื่อว่า “NGC1052-DF2” อยู่ห่างจากโลกราว 65 ล้านปีแสง และมีขนาดเท่ากับทางช้างเผือก แต่มีดาวฤกษ์น้อยกว่าทางช้างเผือก 250 เท่า การค้นพบกาแล็กซี่ใหม่นี้เป็นสิ่งที่นักวิทยาศาสตร์ไม่เคยพบเห็นมาก่อน และคาดว่ากาแล็กซี่นี้มีการก่อตัวที่แตกต่างออกไป ซึ่งอาจเกิดจากก่อตัวแรงยึดของกลุ่มก๊าซ ซึ่งการค้นพบดังกล่าวทำให้เหล่านักวิทยาศาสตร์ต้องกลับมาทบทวน และทำความเข้าใจเรื่องแนวคิดการก่อตัวของกาแล็กซี่กันใหม่.

เตือนภัยพ่อแม่! พบ ‘ตุ๊กตายางเป็ดเหลือง’ ยอดฮิต เป็นแหล่งสะสมเชื้อรา-แบคทีเรีย (คลิป)

ทีมนักวิทยาศาสตร์ได้ออกมาเตือนว่า “ตุ๊กตายางเป็ดสีเหลือง” ที่เป็นของเล่นเด็กในห้องน้ำเป็นแหล่งรวมของเชื้อรา และแบคทีเรีย ขอบคุณภาพ Daily Mail คณะนักวิจัยจากสวิตเซอร์แลนด์และสหรัฐฯ ได้เปิดเผยผลการศึกษาผ่านทางวารสารวิทยาศาสตร์ หลังนำตุ๊กตายางเป็ดสีเหลือง ซึ่งเป็นของเล่นเด็กยอดนิยมในห้องน้ำมาทดสอบในห้องทดลอง ซึ่งผลการศึกษาชี้ว่าตุ๊กตาฯ เป็นแหล่งสะสมชั้นดีของเชื้อรา และแบคทีเรียหลายชนิด ที่อาจทำให้เกิดการติดเชื้อที่ตา และหูในคนได้ โดยสาเหตุที่ทำให้ตุ๊กตาฯ เป็นแหล่งสะสมแบคทีเรีย เนื่องจากผลิตจากพลาสติกคุณภาพต่ำ ซึ่งจะทำปฏิกิริยากับน้ำประปา และผลิตคาร์บอน ซึ่งเป็นอาหารของแบคทีเรียและเชื้อรา ขณะที่เหล่านักวิจัยระบุว่าบรรดาพ่อแม่ไม่ต้องกังวลเรื่องเชื้อราและแบคทีเรีย ที่พบในของเล่นตุ๊กตาฯ มากจนเกินไป เนื่องจากเป็นสิ่งที่สามารถป้องกันได้ด้วยการนำตุ๊กตาฯ ไปล้างในน้ำร้อน และถูสบู่ทำความสะอาดอยู่เป็นประจำก็สามารถป้องกันการสะสมของเชื้อโรคได้แล้ว.

นักวิทย์เตือนภัย! พบ ‘มวลพลาสติก’ ปนเปื้อนในขวดน้ำดื่มแบรนด์ดัง ชี้อาจส่งผลต่อสุขภาพ

นักวิทยาศาสตร์ออกมาเตือนภัยผู้บริโภค หลังผลการวิจัยพบว่าในขวดน้ำดื่มที่เราดื่มกัน มีการปนเปื้อนของมวลพลาสติกขนาดเล็กเป็นอันตรายต่อสุขภาพ ผลการศึกษาดังกล่าวจัดทำโดยทีมทีมวิจัยจากมหาวิทยาลัยในนิวยอร์ก โดยศึกษาบรรจุภัณฑ์น้ำดื่มยี่ห้อดัง 250 แบรนด์ที่วางขายใน 9 ประเทศ เช่น จีน อินเดีย เม็กซิโก สหรัฐอเมริกา บราซิล และประเทศไทย พบว่า จากกลุ่มตัวอย่างทั้งหมด ร้อยละ 93 พบโมเลกุลขนาดเล็กของพลาสติกภายในขวด ส่วนใหญ่เป็นชิ้นส่วนพลาสติก ขนาดประมาณ 0.1 มิลลิเมตรที่มองด้วยตาเปล่าไม่เห็น และทานเข้าไปก็อาจจะไม่รู้สึก โดยในขวดน้ำ 1 ลิตร จะพบชิ้นส่วนประมาณ 300 ชิ้น ทีมวิจัยระบุว่า พลาสติกเหล่านี้ไม่ได้มาจากตัวขวด แต่ปนเปื้อนจากกระบวนการการผลิต ซึ่งหากทานเข้าไปในปริมาณมากอาจส่งผลต่อสุขภาพ ผลการศึกษาดังกล่าวจึงสอดรับกับแนวคิดที่รณรงค์ให้เลิกใช้พลาสติกเป็นบรรจุภัณฑ์ รวมถึงขวดน้ำด้วย เพื่อลดปริมาณการเกิดขยะ และลดความเสี่ยงสะสมสารพิษในร่างกายด้วย.

‘สตีเฟน ฮอว์คิง’ นักฟิสิกส์ชื่อก้องโลก เสียชีวิตแล้วในวัย 76 ปี  

ศาสตราจารย์สตีเฟน ฮอว์คิง นักฟิสิกส์ทฤษฎีและนักจักรวาลวิทยาชื่อดังของโลกเสียชีวิตแล้วในวันนี้ (14 มี.ค. 61) ด้วยอายุ 76 ปี หลังต่อสู้กับโรคกล้ามเนื้ออ่อนแรง (ALS) มามากกว่า 50 ปี ลูซี่ โรเบิร์ต และทิม ลูกๆ ของฮอว์คิง กล่าวว่า รู้สึกเสียใจเป็นอย่างมาก พ่อของพวกเขาเป็นนักวิทยาศาสตร์ที่ยอดเยี่ยม เป็นชายที่พิเศษและผลงานของเขาจะคงอยู่ไปอีกนานหลายปี รวมไปถึงความกล้าหาญ พากเพียร และอารมณ์ขันที่เป็นแรงบันดาลใจให้กับผู้คนทั่วโลก พร้อมระบุ ครั้งหนึ่งฮอว์คิงเคยกล่าวไว้ว่า ‘มันคงไม่เป็นจักรวาลสักเท่าไหร่ หากมันไม่ได้เป็นบ้านของคนที่คุณรัก เราจะระลึกถึงเขาตลอดไป’ ผลงานที่โดดเด่นของสตีเฟ่น ฮอว์คิงคือ ทฤษฎีเรื่องหลุมดำ และต้นกำเนิดของจักรวาล รวมถึงงานเขียนที่โด่งดังหลายเล่ม เช่น ประวัติย่อของกาลเวลา (A Brief History of Time), จักรวาลในเปลือกนัท (The Universe in a Nutshell), ประวัติย่อของเอกภพ (The Grand Design) เป็นต้น ขอบคุณ AFP / […]

จีนโคลนนิ่ง ‘ลิง’ สำเร็จเป็นครั้งแรกของโลก นักวิทย์ห่วงปัญหาจริยธรรม

สถาบันวิทยาศาสตร์ด้านประสาทวิทยาในนครเซี่ยงไฮ้ของจีน เปิดเผยว่าประสบความสำเร็จในการโคลนนิ่งลิง 2 ตัว ที่มีชื่อว่าจง จง และหัว หัว โดยจง จงมีอายุ 8 สัปดาห์ และหัว หัวมีอายุ 6 สัปดาห์ ซึ่งทีมนักวิทยาศาสตร์ระบุว่าได้ใช้เทคนิคการโคลนนิ่งเดียวกับแกะดอลลี่เมื่อ 20 ปีก่อน โดยขณะนี้ลูกลิงทั้งสองตัวยังคงกินอาหารจากขวดนม และเติบโตตามปกติ ซึ่งทีมนักวิทยาศาสตร์จีนระบุว่าจะมีลิงที่เกิดจากการโคลนนิ่งเพิ่มอีกภายในไม่กี่เดือนข้างหน้านี้ ทีมนักวิทยาศาสตร์จีนหวังว่าความสำเร็จของการโคลนนิ่งลิงในครั้งนี้จะนำไปสู่การวิจัยเพื่อหาทางรักษาโรคต่างๆ ทั้งโรคมะเร็ง ความผิดปกติของการเผาผลาญอาหารและภูมิคุ้มกัน เนื่องจากลิงมีลักษณะทางพันธุ์กรรมคล้ายกับมนุษย์ อย่างไรก็ดีมีนักวิทยาศาสตร์ที่กังวลเรื่องปัญหาจริยธรรม บางส่วนมองว่าการโคลนนิ่งลิงของทีมนักวิทยาศาสตร์จีนถือเป็นการเข้าใกล้ในการโคลนนิ่งมนุษย์ไปอีกขั้น ทั้งยังมองว่าขั้นตอนการโคลนนิ่งของนักวิทยาศาตร์จีนยังไม่มีประสิทธิภาพ และอาจเป็นอันตราย

การค้นพบครั้งใหม่! ‘ช่องปริศนา’ ภายในมหาพีรามิดอียิปต์ ใหญ่ชนิดที่ว่าเครื่องบินเข้าไปจอดได้ (คลิป)

ได้มีการค้นพบช่องว่างขนาดใหญ่ภายในมหาพีรามิดแห่งกีซ่าของอียิปต์ ซ่อนอยู่เหนือทางเดินหลัก ซึ่งคาดว่าช่องว่างนี้น่าจะมีส่วนสำคัญต่อโครงสร้างภายในพีรามิด ขอบคุณภาพ The CosMos News คณะนักวิทยาศาสตร์ชาวญี่ปุ่น และฝรั่งเศสแถลงข่าวการค้นพบช่องว่างขนาดใหญ่ความยาว 30 เมตร คือใหญ่ชนิดที่ว่าเอาเครื่องบินเข้าไปจอดได้เลย ช่องนี้อยู่ด้านในพีรามิดคูฟู ที่ทุกคนรู้จักกันในชื่อมหาพีรามิดแห่งกีซ่าของอียิปต์ นักวิทยาศาสตร์ค้นพบช่องว่างนี้ด้วยการตรวจความหนาแน่นของการเปลี่ยนแปลงภายในโครงสร้างชั้นหิน ช่องนี้ตั้งอยู่เหนือทางเดินหลัก แต่พอหาเส้นทางเชื่อมจากทางเดินหลักเข้าไปที่ช่องปรากฏว่าหาไม่เจอ ไม่มีทางเข้า แล้วก็ยังไม่ทราบวัตถุประสงค์ของช่องว่างดังกล่าว ก่อนหน้านี้เคยมีการค้นพบช่องในมหาพีรามิดแห่งกีซ่ามาแล้ว ซึ่งผู้เชี่ยวชาญระบุว่าเป็นเรื่องปกติ เนื่องจากโครงสร้างภายในพีรามิดมักเต็มไปด้วยโพรง และช่องว่างต่างๆ แต่ว่าช่องนี้มีขนาดใหญ่ที่สุดที่เคยพบว่า ก็เลยเชื่อว่าน่าจะมีบทบาทสำคัญต่อโครงสร้างภายในพีรามิด.

นักวิทย์พบ ‘คลื่นความโน้มถ่วง’ การจากชนกันของดาวสองดวง เมื่อ 130 ล้านปีก่อน

ทีมนักวิทยาศาสตร์สามารถตรวจพบคลื่นความโน้มถ่วง และแสงจากการชนกันของดาวสองดวง เมื่อ 130 ล้านปีก่อน กลุ่มนักวิทยาศาสตร์จากหอสังเกตการณ์คลื่นความโน้มถ่วงโดยใช้อินเตอร์เฟอโรมิเตอร์ชนิดเลเซอร์ หรือไลโก้เปิดเผยว่าสามารถตรวจจับแสง และคลื่นความโน้มถ่วง หรือที่เรียกกันว่าคลื่นไอน์สไตน์จากการชนกันของดาวที่ตายไปแล้วสองดวง หรือดาวนิวตรอน โดยดาวทั้งสองมีขนาดมวลใหญ่กว่าดวงอาทิตย์ 10 ถึง 20 เปอร์เซ็นต์ ซึ่งการพุ่งชนกันของดาวดังกล่าวเกิดขึ้นในกาแลคซี่ ที่มีชื่อว่า เอ็นจีซี 4993 ห่างจากกลุ่มดาวงูไฮดราเป็นระยะทางหลายพันล้านกิโลเมตรเมื่อ 130 ล้านปีก่อน ซึ่งเป็นช่วงที่ไดโนเสาร์ยังคงมีชีวิตอยู่บนโลก การชนกันของดาว และคลื่นความโน้มถ่วงดังกล่าวก็ทำให้เกิดแร่ธาตุสำคัญในจักรวาลอย่างทองคำ และทองคำขาว ทั้งนี้ อัลเบิร์ต ไอน์สไตน์ ยอดนักวิทยาศาสตร์ระดับโลกเคยทำนายการเกิดคลื่นความโน้มถ่วงไว้เมื่อปี 1916 ซึ่งถือเป็นส่วนหนึ่งของทฤษฎีสัมพัทธภาพทั่วไปของเขา อย่างไรก็ดี แนวคิดเรื่องคลื่นความโน้มถ่วงของไอน์สไตน์ไม่เคยได้รับการพิสูจน์ จนกระทั่งเมื่อปีที่ผ่านมา เมื่อทีมนักวิทยาศาสตร์จากหอสังเกตการณ์ไลโก้ตรวจพบคลื่นความโน้มถ่วงจากหลุมดำสองหลุมที่ชนกันเมื่อ 1,300 ปีก่อน ซึ่งทีมนักวิทยาศาสตร์ 3 คน ผู้ค้นพบคลื่นความโน้มถ่วงในครั้งนั้นก็ได้รับรางวัลโนเบลสาขาฟิสิกส์ประจำปีนี้ไปครองด้วย โดยเหล่านักวิทยาศาสตร์หวังว่าการค้นพบคลื่นความโน้มถ่วงจะช่วยทำให้เข้าใจ และศึกษาการเคลื่อนตัวของมวลในอวกาศ อย่างไรก็ดี การตรวจพบคลื่นความโน้มถ่วงยังคงป็นสิ่งทำได้ยากในปัจจุบัน.

เจ๋ง! นักวิจัยญี่ปุ่นคิด ‘Meta Limbs’ แขนกลเพื่อคนพิการ

ทีมนักวิจัยชาวญี่ปุ่นริเริ่มโครงการ “แขนกล” เพื่อผู้พิการแขนหรือขา เตรียมทดสอบใช้กับผู้พิการจริงในเร็ววันนี้ หากทำสำเร็จก็อาจจะกลายเป็นเทคโนโลยีที่นำมาใช้กันแพร่หลายในอนาคต นี่คือ “เมตา ลิมพ์ส” ที่ทีมนักวิทยาศาสตร์จากมหาวิทยาลัยโตเกียวและมหาวิทยาลัยเคโอของญี่ปุ่นนำไปจัดแสดงให้ได้ทดลองเล่นกันที่งานแสดงผลงานด้านคอมพิวเตอร์กราฟฟิกและเทคนิค “ซิกกราฟ” ที่เมืองลอสแอนเจลิสของสหรัฐฯ และได้รับรางวัลผลงานจัดแสดงยอดเยี่ยมติดมือกลับมาด้วย “เมตา ลิมพ์ส” เป็นแขนกล ทำหน้าที่ทดแทนแขนจริง ๆ ได้ มีนิ้วมือ 5 นิ้วและติดเซ็นเซอร์แทนประสาทสัมผัสเหมือนแขนและมือของมนุษย์ทุกอย่าง วิธีบังคับก็ใช้เท้า โดยแขนกลจะเลียนแบบการเคลื่อนไหวของเท้าและนิ้วเท้าทั้งหมด สมมติว่าจะกำมือจับลูกบอลก็ต้องห่อเท้าเข้ามา ทีมนักวิจัยบอกว่าเตรียมจะนำ “เมตา ลิมพ์ส” ไปวิจัยเชิงทดลองทางคลินิกในเร็ววันนี้ เพื่อจะเก็บข้อมูลว่าสามารถใช้ทดแทนแขนที่หายไปได้หรือไม่.

ตะลึง! พบ “ปลาไร้ใบหน้า” ครั้งแรกในรอบมากกว่า 140 ปีที่ออสเตรเลีย

รายงานข่าวระบุว่า ทีมนักวิทยาศาสตร์ของออสเตรเลีย ที่นำโดย ดร. ทิม โอ’ฮารา จากพิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์วิคทอเรีย  ค้นพบ ปลาประหลาดความยาว 40 เซนติเมตรซึ่ง “ไม่มีใบหน้าและดวงตา” ในระหว่างการลงพื้นที่สำรวจน่านน้ำฝั่งตะวันออกของออสเตรเลีย   บริเวณชายฝั่ง “ทิศใต้ของนครซิดนีย์”   ข้อมูลจากทีมสำรวจซึ่งลงพื้นที่ตั้งแต่ช่วงกลางเดือนพฤษภาคม   พบว่า  เจ้าปลาประหลาดตัวนี้ถูกพบที่ระดับความลึกราว 4,000 เมตรจากผิวน้ำทะเล  ซึ่งเป็นระดับความลึกที่ยังไม่เคยมีมนุษย์คนใดลงไปถึงมาก่อน ดร.ทิม โอ’ฮารา หัวหน้าทีมสำรวจเผยว่า  นี่ถือเป็น ปลาไร้ใบหน้า “ตัวแรกที่ถูกพบในรอบ 144 ปี”   นับตั้งแต่ที่เรือสำรวจของอังกฤษ ค้นพบปลาไร้ใบหน้าตัวแรกของโลก   ที่นอกชายฝั่งของปาปัวนิวกินี เมื่อปี ค.ศ.1873   ทั้งนี้  ทีมสำรวจของออสเตรเลียซึ่งประกอบด้วยทีมนักวิทยาศาสตร์ 27 ชีวิต , เจ้าหน้าที่เทคนิค 13 คน และลูกเรืออีก 20 คน  มีกำหนดสำรวจน่านน้ำทางตะวันออกของออสเตรเลียต่อจนถึง 16  มิถุนายนนี้ และทีมงานคาดหวังว่าจะสามารถค้นพบสัตว์ประหลาดชนิดอื่นๆ จากก้นมหาสมุทรแปซิฟิกเพิ่มเติมอีก       […]

keyboard_arrow_up