ไขปมข้อกฎหมายกับทนายเจมส์ นิติธร แก้วโต!! เคสที่ 10 “โพสต์รูปเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ลงโซเชียล” มีความผิดหรือไม่??

วันนี้เราจะมาพูดถึงกรณีที่ถูกพูดถึงบ่อยและเป็นที่น่าสงสัยกันในปัจจุบันว่า การโพสต์รูปเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ลงโซเชียลมีเดีย มีความผิดหรือไม่ หลังจากที่เราเคยเห็นข่าวดาราคนนั้น นักแสดงคนนี้ ถูกเรียกไปให้ปากคำกันอยู่ช่วงนึง ลองมาหาคำตอบกันดีกว่าครับ ในกรณีที่ 1 ถ้าเราโพสต์ภาพเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์ หรือสัญลักษณ์ หรือเครื่องหมายของเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์ อันเป็นการอวดอ้างสรรพคุณ หรือชักชวน จูงใจ ให้ผู้อื่นร่วมดื่ม กรณีนี้ถือว่ามีความผิดตามพระราชบัญญัติควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ มีโทษจำคุกไม่เกิน 1 ปี ปรับไม่เกิน 500,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ แต่ถ้าหากเป็นกรณีที่เราโพสต์ภาพบรรยากาศของงานเลี้ยง ที่มีเครื่องดื่มแอลกอฮอล์วางอยู่บนโต๊ะ กรณีแบบนี้ไม่เป็นความผิด เนื่องจากเป็นการถ่ายทอดหรือบรรยายบรรยากาศที่อยู่ในงานสังสรรค์มากกว่า ไม่ได้มีเจตนาในการโฆษณาเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ จึงไม่มีความผิด ดังนั้นสบายใจได้แน่นอนถ้าเราไม่ได้มีเจตนาในการโฆษณา ส่วนทางออกที่ดีที่สุด ก่อนโพสต์ภาพควรจะเบลอภาพเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์ออกก่อนจะดีที่สุดครับ ติดตามข้อปฏิบัติและข้อกฎหมายดีๆ กับทนายเจมส์ นิติธร แก้วโต ได้ในรายการ นาทีระทึก ทุกวันเสาร์และอาทิตย์ เวลา 15.30 น. ทางอมรินทร์ ทีวี เอชดี ช่อง 34

ไขปมข้อกฎหมายกับทนายเจมส์ นิติธร แก้วโต!! เคสที่ 9 “มีรถจอดขวางหน้าบ้าน” เอาผิดได้หรือไม่??

กลับมาไขปมข้อกฎหมายกันอีกครั้งกับ ทนายเจมส์ นิติธร แก้วโต ซึ่งในวันนี้เราจะมาพูดถึงกรณีที่ประชาชนทั่วไปประสบปัญหากันมากเลยทีเดียว นั่นก็คือปัญหาเรื่องการที่มีรถของผู้อื่นมาจอดขวางอยู่หน้าบ้าน ซึ่งถ้าสามารถเคลียร์กันได้ดีๆ ก็แล้วไป แต่อย่างที่เราได้เห็นกันในข่าวทุบรถเมื่อไม่นานมานี้ ถ้าเช่นนั้นแล้วเราสามารถเอาผิดทางกฎหมายสำหรับรถของผู้อื่นที่จอดขวางหน้าบ้านเราได้หรือไม่ กรณีที่มีการจอดรถขวางหน้าบ้านคนอื่น หรือแม้แต่การจอดรถขวางรถคนอื่นในลานจอดรถ ที่ก่อให้เกิดความเดือดร้อน รำคาญ แก่ผู้อื่น กรณีนี้มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 397 การกระทำด้วยประการใดๆ ก่อให้เกิดความเดือดร้อน รำคาญ แก่ผู้อื่น โทษปรับอยู่ที่ 5,000 บาท กรณีแบบนี้สามารถแจ้งเรื่องไม่ยังพนักงานสอบสวนเพื่อเอาผิดกับเจ้าของรถ โดยที่เราต้องทำก็คือจดทะเบียนรถ แล้วไปแจ้งความกับพนักงานสอบสวน เพื่อให้พนักงานสอบสวนดำเนินคดีกับผู้ที่จอดรถขวางหน้าบ้านได้ทันที ส่วนในกรณีที่เรามีความจำเป็นที่จะต้องจอดรถขวางหน้าบ้านคนอื่น หรือขวางรถคนอื่นในลานจอดรถ ทางที่ดีก็ควรจะใส่เกียร์ N หรือไม่ต้องใส่เบรกมือ ไม่ก็เขียนเบอร์โทรติดไว้เผื่อมีเหตุสำคัญให้ผู้อื่นติดต่อเวลาเจ้าของบ้านหรือเจ้าของรถมีความจำเป็นที่จะต้องออกเดินทาง จะได้แจ้งเพื่อมาเคลื่อนย้ายรถออก หลีกเลี่ยงการสร้างความบาดหมางใจให้แก่กันครับ ติดตามข้อปฏิบัติและข้อกฎหมายดีๆ กับทนายเจมส์ นิติธร แก้วโต ได้ในรายการ นาทีระทึก ทุกวันเสาร์และอาทิตย์ เวลา 15.30 น. ทางอมรินทร์ ทีวี เอชดี ช่อง 34

ไขปมข้อกฎหมายกับทนายเจมส์ นิติธร แก้วโต!! เคสที่ 8 “ซื้อของออนไลน์ แต่ไม่ได้ของ” ควรทำอย่างไร??

ยุคออนไลน์สมัยนี้ การทำธุรกกรมหรือการซื้อของสามารถทำได้ง่ายขึ้นเยอะมากๆ แม้ว่าตัวเองจะไม่ต้องออกจากบ้านเลยก็ตาม ด้วยความสะดวกสบายที่เทคโนโลยีนำเข้ามาเสิร์ฟให้กับยุคสมัย ทำให้เกิดกรณีของการสั่งซื้อของออนไลน์ โอนเงินไปแล้วแต่ไม่ได้ของเกิดขึ้น เราจะสามารถดำเนินการตามกฎหมายได้อย่างไร วันนี้มาหาคำตอบกันครับ ในกรณีที่เราโอนเงินไปแล้ว แต่ไม่ได้รับสินค้า พ่อค้าแม่ค้าปิดกั้นการสื่อสาร หากเกิดกรณีเช่นนี้จะต้องทำอย่างไร? ขั้นตอนที่ 1 พรินท์หลักฐานที่ได้สนทนากับพ่อค้าหรือแม่ค้าออนไลน์ออกมา ขั้นตอนที่ 2 พรินท์หลักฐานการทำธุรกรรมที่ได้โอนเงินให้กับพ่อค้าหรือแม่ค้าออนไลน์ออกมา ขั้นตอนที่ 3 ลองสืบค้นข้อมูลเกี่ยวกับพ่อค้าหรือแม่ค้าจากแหล่งออนไลน์อื่นๆ เช็คข้อมูลดูว่าบุคคลดังกล่าวมีการไปโกงหรือกระทำผิดแบบเดียวกันนี้กับลูกค้าท่านอื่นหรือไม่ ถ้ามีก็รวมรวบแล้วพรินท์มาประกอบพร้อมของเราได้เลย ขั้นตอนที่ 4 สุดท้าย ให้นำหลักฐานทั้งหมดที่เรารวบรวมได้ไปมอบให้กับพนักงานสอบสวน เพื่อใช้ติดตามตัวคนร้ายมาดำเนินคดีตามกฎหมายครับ กรณีแบบนี้ถือเป็นความผิดในข้อหาฉ้อโกง หรือฉ้อโกงประชาชน แล้วแต่กรณี นอกจากนี้ยังถือเป็นความผิดตามพระราชบัญญัติว่าด้วยการทำความผิดอันเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์อีกด้วย มีโทษสูงสุดจำคุกไม่เกิน 5 ปี ปรับไม่เกิน 1 แสนบาท   ติดตามข้อปฏิบัติและข้อกฎหมายดีๆ กับทนายเจมส์ นิติธร แก้วโต ได้ในรายการ นาทีระทึก ทุกวันเสาร์และอาทิตย์ เวลา 12.30 น. ทางอมรินทร์ ทีวี เอชดี ช่อง 34

ไขปมข้อกฎหมายกับทนายเจมส์ นิติธร แก้วโต!! เคสที่ 7 “รถเสียบนทางด่วน” มีความผิดหรือไม่??

ไขปมข้อกฎหมายกับทนายเจมส์ สัปดาห์นี้เราจะมาพูดถึงเรื่องเหตุฉุกเฉินที่ไม่มีใครอยากให้เกิดกันครับ เพราะทุกวันนี้คนไทยเราใช้รถใช้ถนนกันเพิ่มมากขึ้น ปัญหารถติดก็เพิ่มตามมาเป็นทอดๆ ทำให้ทางเลือกของคนเมืองในช่วงเวลาเร่งรีบเหลือเพียงทางด่วนพิเศษ แต่ว่าหลายครั้งเราก็มักจะเห็นรถจอดเสียบนทางด่วน รวมถึงเกิดอุบัติเหตุตามมา แล้วถ้าวันหนึ่งรถเราเสียบนทางด่วนบ้างล่ะ? มีความผิดหรือไม่? และเราจะต้องปฏิบัติอย่างไรเมื่อรถเกิดเสียบนทางด่วน? กรณีที่รถเกิดเสียบนทางด่วน หรือว่าเกิดเหตุจำเป็นต้องจอดรถอยู่บนทางด่วน ไม่ถือว่าเป็นความผิดตามกฎหมายนะครับ แต่ผู้ขับขี่จะต้องดำเนินการดังนี้ครับ หยุดรถในช่องริมซ้ายสุด เพื่อให้ทางแก่รถคันอื่นๆ 2. เปิดสัญญาณไฟเตือน ให้คันหลังที่กำลังตามมาทราบว่ารถมีความจำเป็นต้องจอดอยู่กับที่ 3. แจ้งเจ้าหน้าที่ เพื่อขนย้ายรถ ลงจากทางด่วนให้เร็วที่สุด ส่วนกรณีที่เกิดเป็นความผิดตามกฎหมาย เช่น กรณีที่ผู้ขับขี่หยุดรถแล้วไม่ได้หยุดในช่องซ้ายสุด กรณีที่สองคือหยุดรถแล้วไม่ได้ให้สัญญาณ ทั้งสองกรณีที่ยกมานั้น ถ้าหากมีรถของผู้อื่นมาเฉี่ยวชน หรือถ้ามีอุบัติเหตุเกิดขึ้น ผู้ขับขี่อาจจะถูกดำเนินคดีอาญาในข้อหา ประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นเป็นอันตรายได้ นอกจากนี้ผู้ขับขี่ต้องรับผิดชอบค่าเสียหายที่เกิดขึ้นกับคู่กรณีอีกด้วยนะครับ เพราะฉะนั้นการขับขี่รถออกจากที่พักอาศัยทุกครั้งจะต้องมีการตรวจเช็คสภาพรถเพื่อให้แน่ใจว่าพร้อมใช้งานตลอดนะครับ ติดตามข้อปฏิบัติและข้อกฎหมายดีๆ กับทนายเจมส์ นิติธร แก้วโต ได้ในรายการ นาทีระทึก ทุกวันเสาร์และอาทิตย์ เวลา 12.30 น. ทางอมรินทร์ ทีวี เอชดี ช่อง 34

ไขปมข้อกฎหมายกับทนายเจมส์ เคสที่ 6!! “ฆ่าโจรตาย” มีความผิดหรือไม่??

ประเด็นข้อสงสัยที่ทุกคนต่างอยากรู้ ทั้งในชีวิตจริงและบนโลกโซเชียลที่เราจะนำมาคุยกันในวันนี้ก็คือ ถ้าหากว่ามีโจรขึ้นบ้าน แล้วเจ้าของบ้านทำร้ายร่างกายโจรจนถึงแก่ความตาย กรณีนี้ใครเป็นฝ่ายผิดกันแน่ มาหาคำตอบกันครับ กรณีแรก หากโจร มีอาวุธ และเข้ามา ทำร้ายร่างกาย เจ้าของบ้าน หากเป็นในเคสเช่นนี้เจ้าของบ้านสามารถใช้อาวุธเพื่อป้องกันชีวิต ร่างกาย และทรัพย์สิน ของเจ้าของบ้านได้เช่นกัน ไม่เป็นความผิดตามกฎหมาย แต่หากภยันตรายนั้นหยุดหรือระงับลงแล้ว เจ้าของบ้านกลับยังใช้อาวุธเข้าทำร้ายร่างกายโจรจนถึงแก่ความตาย กรณีนี้ถือเป็นการป้องกันเกินกว่าเหตุ ซึ่งศาลจะลงโทษแต่น้อยกว่าที่กฎหมายกำหนด กรณีที่ 2 หากโจร ไม่มีอาวุธ หรือ มีอาวุธ แต่ ไม่ได้ทำร้ายร่างกาย เจ้าของบ้าน ในเคสเช่นนี้เจ้าของบ้านควรใช้สิทธิตามกฎหมาย ไม่ควรใช้อาวุธเข้าไปทำร้ายร่างกายโจร เนื่องจากจะกลายเป็นความผิดข้อหาทำร้ายร่างกายหรือฆ่าผู้อื่นโดยเจตนาครับ สุดท้าย ทุกบ้านควรมีกล้องวงจรปิดติดไว้นะครับ จะได้มีภาพเก็บไว้เป็นหลักฐาน เพื่อความปลอดภัยของตัวเองและทรัพย์สิน รวมถึงใช้เป็นหลักฐานในการต่อสู้กับความผิด หากเกิดกรณีทำร้ายร่างกายโจรได้อีกด้วย ติดตามข้อปฏิบัติและข้อกฎหมายดีๆ กับทนายเจมส์ นิติธร แก้วโต ได้ในรายการ นาทีระทึก ทุกวันเสาร์และอาทิตย์ เวลา 12.30 น. ทางอมรินทร์ ทีวี เอชดี ช่อง 34

ไขปมข้อกฎหมายกับทนายเจมส์ นิติธร แก้วโต!! เคสที่ 5 “สัตว์เลี้ยงเพื่อนบ้านก่อปัญหา” ควรทำอย่างไร??

กลับมาพบกับช่วง ไขปมข้อกฎหมายกับทนายเจมส์ นิติธร แก้วโต วันนี้เราจะมาพูดถึงปัญหาที่คลายคนอาจจะกำลังประสบพบเจอกันได้ในชีวิตประจำวัน นั่นคือปัญหาเกี่ยวกับสัตว์เลี้ยงในที่พักอาศัยครับ สำหรับเรื่องเกี่ยวกับสัตว์เลี้ยงนี้ขออนุญาตแยกเป็น 2 ประเด็นนะครับ ประเด็นแรกก็คือ การที่ เรา ได้รับความเดือดร้อนจาก สัตว์เลี้ยงของผู้อื่น เช่น สุนัข แมว นก หรือสัตว์เลี้ยงชนิดอื่นๆ ขั้นตอนแรกที่สามารถทำได้เลยเดี๋ยวนั้นก็คือ การเจรจากับคู่กรณีเสียก่อน เพื่อไม่ให้เกิดเหตุกระทบกระทั่งบานปลายนั่นเองครับ ส่วนถ้าหากว่าคุยตกลงกันเรียบร้อยแล้ว แต่เจ้าของสัตว์เลี้ยงยังไม่ได้จัดการแก้ไขหรือบรรเทาความเดือดร้อนที่ได้รับ ขั้นตอนต่อไปคือต้องดำเนินการแจ้งนิติบุคคลหมู่บ้าน หรือนิติบุคคลอาคารชุด เพื่อให้มีคนกลางในการเจรจา แล้วถ้าหลังจากนั้นเจ้าของสัตว์เลี้ยงยังคงเพิกเฉยอยู่ ก็ต้องไปแจ้งร้องทุกข์กับเจ้าหน้าที่สำนักงานเขตหรือเจ้าหน้าที่อำเภอ เพื่อให้เจ้าหน้าที่ลงพื้นที่ ตรวจสอบข้อเท็จจริง รวมถึงออกหนังสือแจ้งเตือนให้กับเจ้าของสัตว์เลี้ยงเพื่อให้แก้ไข แต่ถ้ายังเกิดการเพิกเฉยอีก ทีนี้เจ้าหน้าที่ก็จะจัดการดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมายต่อไปครับ ส่วนประเด็นที่ 2 คือ กรณีที่ เรา เป็นเจ้าของสัตว์เลี้ยงที่ไปสร้างความเดือดร้อนให้กับ ผู้อื่น  ถ้าหากว่าเกิดปัญหาขึ้นแล้ว เจ้าของสัตว์เลี้ยงควรที่จะรับฟังปัญหาของผู้ที่ได้รับความเดือดร้อน แล้วนำปัญหานั้นมาปรับปรุงเเก้ไข เพื่อไม่ให้เกิดความบาดหมางในการอยู่ร่วมสังคมกับผู้อื่น เพราะฉะนั้นจึงควรใช้เหตุผลในการแก้ไขปัญหามากกว่าใช้อารมณ์ ปัญหาก็จะคลี่คลายไปในทางที่ดีนั่นเองครับ ติดตามข้อปฏิบัติและข้อกฎหมายดีๆ กับทนายเจมส์ นิติธร แก้วโต ได้ในรายการ นาทีระทึก ทุกวันเสาร์และอาทิตย์ เวลา 12.30 น. ทางอมรินทร์ ทีวี […]

ไขปมข้อกฎหมายกับทนายเจมส์ นิติธร แก้วโต!! เคสที่ 4 “ปลอมแปลงลอตเตอรี่” แล้วโพสต์ลงโซเชียล มีความผิดหรือไม่??

ถ้ายังจำกันได้เมื่อไม่นานมานี้ มีบุคคลโพสต์ภาพลงบนโซเชียลมีเดียว่าตัวเองถูกลอตเตอรี่ แต่ภายหลังจากที่สืบเสาะหาความจริงกันแล้วกลับกลายเป็นว่า บุคคลนั้นใช้โปรแกรมตัดต่อเปลี่ยนแปลงตัวเลขบนหน้าลอตเตอรี่ จนเกิดเป็นข้อถกเถียงกันต่างๆ นานามากมายว่าสิ่งที่เขาทำนั้น เข้าข่ายหลอกลวง หรือมีความผิดตามกฏหมายหรือไม่ วันนี้เรามาหาคำตอบกันครับ กรณีที่ 1 บุคคลธรรมดา แก้ไขดัดแปลง ลอตเตอรี่ และนำมาโพสต์บนโซเชียล อาจจะเพื่อหวังผลเพียงแค่เอาสนุก หรือเล่นตลกกับกลุ่มเพื่อนฝูง แยกออกเป็น 2 เรื่องก่อนนะครับ ถ้าเป็นการปลอมในลอตเตอรี่ของจริง กรณีนี้อาจจะมีความผิดในแง่ของการปลอมแปลงเอกสารหรือใช้เอกสารปลอม แต่หากเป็นการแก้ไขลอตเตอรี่จากภาพ กรณีนี้นั้นไม่สามารถก่อความเสียหายให้กับผู้ใดได้ เนื่องจากว่าการขึ้นรางวัลจะต้องใช้ลอตเตอรี่ของจริงเท่านั้น กรณีนี้จะไม่เป็นความผิดครับ กรณีที่ 2 พ่อค้า หรือ แม่ค้า แก้ไขดัดแปลง ลอตเตอรี่ และนำมาโพสต์บนโซเชียล เพื่อหวังผลทางด้านการค้า ในกรณีนี้นั้นถือว่ามีความผิดในเรื่องของการปลอมแปลงเอกสารและใช้เอกสารปลอม นอกจากนี้ยังมีความผิดในข้อหาฉ้อโกงประชาชนอีกด้วย เนื่องจากว่าการปลอมแปลงเอกสารในลักษณะนี้ เป็นการหลอกลวงด้วยประการใดๆ ทำให้ผู้อื่นหลงเชื่อ แล้วทำให้ผู้อื่นมาซื้อลอตเตอรี่กับคุณเป็นจำนวนมาก ถือเป็นกลวิธีเพิ่มยอดขายด้วยวิธีที่ผิด กรณีนี้อาจจะเข้าข่ายฉ้อโกงประชาชนได้ครับ ติดตามข้อปฏิบัติและข้อกฎหมายดีๆ กับทนายเจมส์ นิติธร แก้วโต ได้ในรายการ นาทีระทึก ทุกวันเสาร์และอาทิตย์ เวลา 12.30 น. ทางอมรินทร์ ทีวี เอชดี […]

ไขปมข้อกฎหมายกับทนายเจมส์ นิติธร แก้วโต!! เคสที่ 3 “โพสต์พาดพิงผู้อื่นบนโซเชียล” มีความผิดหรือไม่??

ในยุคนี้สมัยนี้ ในมือของทุกคนมีเทคโนโลยีที่ใช้ประโยชน์ได้มากมาย ซึ่งก็คือเจ้า สมาร์ทโฟน และสิ่งที่ตามมาก็คือการที่ทุกคนเป็นเจ้าของโซเชียลมีเดียต่างๆ มากมาย ทำให้สามารถแสดงออกความคิดเห็น ระบายอารมณ์ ความรู้สึก รวมไปถึงสนทนากับเจ้าของโซเชียลมีเดียอื่นๆ ได้เช่นเดียวกัน แต่หากการใช้งานเทคโนโลยีแบบขาดซึ่งการยับยั้งไตร่ตรอง ก็อาจเกิดการกระทบกระทั่งเป็นเรื่องเป็นราวขึ้นมาเช่นเดียวกับเคสที่เราจะพูดถึงกันในวันนี้ครับ “โพสต์พาดพิงผู้อื่นบนโซเชียล” มีความผิดหรือไม่??   การโพสต์พาดพิงผู้อื่น ถึงแม้ว่าจะเป็นในพื้นที่โซเชียลส่วนตัวก็ตาม ถ้าหากข้อความดังกล่าวไปพาดพิงทำให้ผู้อื่นเสียหาย ก็อาจจะทำให้เกิดความผิดตามมาได้ครับ กรณีที่ 1 โพสต์พาดพิงผู้อื่น ในลักษณะ เสียหาย แต่ ไม่ได้ระบุตัวบุคคล ไม่ได้ใส่ชื่อหรือไม่ได้แท็กหรือใส่แฮชแท็ก ในกรณีนี้ถือว่าเป็นโพสต์ที่ไม่ได้ระบุตัวบุคคล เอาผิดยากครับ ในกระบวนการดำเนินคดีอาญา หน้าที่นำสืบจะตกแก่ผู้ที่กล่าวหาหรือผู้เสียหาย จะต้องนำสืบให้ได้ว่าข้อความดังกล่าวนั้นหมายถึงตนเอง โดยปกติแล้วการโพสต์ที่ไม่ได้มีการระบุตัวบุคคลนั้น จะไม่สามารถหาพยาน หลักฐาน มายืนยันได้ หรือแม้กระทั่งการแจ้งความเองก็ตาม ทางเจ้าหน้าที่ก็อาจมีความเห็นว่าสมควรไม่ฟ้อง อัยการเห็นสมควรไม่ฟ้อง ก็อาจจะทำให้เสียเวลาและค่าใช้จ่ายสิ้นเปลืองโดยใช่เหตุได้ครับ กรณีที่ 2 โพสต์พาดพิงผู้อื่น ในลักษณะ เสียหาย แบบ ระบุตัวบุคคล  ในกรณีนี้คือการระบุชื่อตัวบุคคลลงในกระทู้หรือข้อความ รวมไปถึงติดแท็กหรือแฮชแท็กชื่อตัวบุคคล ถ้าเป็นเช่นนี้จะสามารถนำสืบได้ชัดเจนว่าเป็นการโพสต์พาดพิงถึงใคร ซึ่งถ้าข้อความนั้นเป็นข้อความทำนองที่เป็นเท็จ หรือเป็นข้อความจริง ที่ทำให้ผู้อื่นถูกดูหมิ่น ถูกเกลียดชัง หรือเสื่อมเสียชื่อเสียง กรณีแบบนี้เรียกว่าเป็นการหมิ่นประมาทครับ […]

ไขปมข้อกฎหมายกับทนายเจมส์ นิติธร แก้วโต!! เคสที่ 1 “โอนเงินผิดบัญชี” ต้องทำอย่างไร??

ปัจจุบันเทคโนโลยีต่างๆ เข้ามามีบทบาทกับชีวิตประจำวันค่อนข้างมาก ทั้งอำนวยความสะดวก และลดขั้นตอนในการเสียเวลาชีวิต รวมไปถึงเทคโนโลยีที่เข้ามาช่วยเหลือในการทำธุรกรรมทางการเงิน ไม่ว่าจะเป็นการช้อปปิ้งออนไลน์ การโอนเงินถอนเงิน หรือแม้กระทั่งการจ่ายหนี้ และด้วยเหตุแห่งความสะดวกสบายนี้ก็อาจทำให้เกิดความหละหลวมในการระมัดระวัง และอาจจะเกิดเหตุโอนเงินผิดบัญชีเกิดขึ้นได้ แล้วถ้าหากว่าเกิดขึ้นกับตัวเราเอง จะต้องทำอย่างไรบ้าง?? มาหาคำตอบกันครับ   ขั้นแรกเลย เมื่อรู้ตัวว่าโอนผิดบัญชี สิ่งที่ต้องทำอย่างเร่งด่วนคือการไปแจ้งความลงบันทึกประจำวันไว้เป็นหลักฐาน เพื่อแสดงความบริสุทธิ์ใจ รวมถึงอธิบายสาเหตุและขั้นตอนในการดำเนินการว่าเกิดความผิดพลาดได้อย่างไร ขั้นตอนที่ 2 นำบันทึกประจำวันดังกล่าวที่เราไปแจ้งความไว้ ไปยื่นให้กับธนาคารที่เราโอนเงินผิดบัญชี เพื่อขออายัดเงินคืน หลังจากนั้นทางธนาคารจะดำเนินการติดต่อเจ้าของบัญชี เพื่อขออนุญาตดึงเงินกลับมาคืนให้กับเรานั่นเองครับ ซึ่งในกรณีนี้ถ้าทางเจ้าของบัญชียินยอมให้ดึงเงินกลับคืนก็จบไป แต่ถ้าหากเจ้าของบัญชีไม่ยินยอมล่ะ?? ถ้าเป็นกรณีนี้เราก็ต้องไปแจ้งความดำเนินคดีกับเจ้าของบัญชีนั้นในข้อหายักยอกทรัพย์นั่นเองครับ   ติดตามข้อปฏิบัติและข้อกฎหมายดีๆ กับทนายเจมส์ นิติธร แก้วโต ได้ในรายการ นาทีระทึก ทุกวันเสาร์และอาทิตย์ เวลา 12.30 น. ทางอมรินทร์ ทีวี เอชดี ช่อง 34

keyboard_arrow_up