กรมอุทยานฯ เตรียมแผนฟื้นฟูถ้ำหลวง จ่อติดกล้องวงจรปิดทั่วบริเวณ

อธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช เปิดเผย แผนเตรียมแนวทางการฟื้นฟูและพัฒนาแหล่งท่องเที่ยวในพื้นที่วนอุทยานถ้ำหลวง-ขุนน้ำนางนอน จังหวัดเชียงราย หลังเสร็จภารกิจการช่วยเหลือเยาวชนทีมหมูป่าอะคาเดมี่ออกมาแล้ว โดยจะมีการปรับปรุงและพัฒนาให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวเส้นทางศึกษาธรรมชาติ พร้อมจัดอัตรากำลังเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยและติดตั้งกล้องวงจรปิดทั่วบริเวณ นายธัญญา เนติธรรมกุล อธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กล่าวว่า ได้มีการประชุมหารือร่วมกับรัฐมนตรีกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและและสิ่งแวดล้อม ได้เสนอแผนการฟื้นฟูและพัฒนาแหล่งท่องเที่ยวในพื้นที่วนอุทยานถ้ำหลวง ในระยะเร่งด่วน ทั้งในส่วนด้านการบริหารจัดการ จะมีการแบ่งเขตการบริหารการจัดการให้จัดเจน ในส่วนของเขตบริการ อาคารสถานที่ เขตนันทนาการ ที่นั่งพัก สนามหญ้า และถ้ำต่างๆ จะมีการปรับปรุงและพัฒนาแหล่งท่องเที่ยว เส้นทางศึกษาธรรมชาติ และในส่วนของเขตหวงห้ามพื้นที่ป่าโดยรอบที่มีความเปราะบาง ต้องมีการกำหนดขอบเขตการใช้ประโยชน์และการเข้า-ออก ภายในถ้ำหลวง โดยจะจัดเพิ่มอัตรากำลังเจ้าหน้าที่ปฏิบัติงานเฉพาะด้าน เจ้าหน้าที่กู้ภัย และจัดเวรยามเพิ่มขึ้น ซึ่งการรักษาความปลอดภัยจะมีการติดตั้งกล้องวงจรปิด ทั่วบริเวณแหล่งท่องเที่ยว ปรับปรุงระบบไฟฟ้าส่องสว่าง และทำแผนช่วยเหลือฉุกเฉิน พร้อมทั้งมีการจัดทำระบบป้ายสื่อความหมายต่างๆ รวมทั้งการทำประตูรั้วกั้นเขตพื้นที่ห้ามเข้าภายในถ้ำหลวง เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดเหตุการณ์ซ้ำรอยติดถ้ำอีก ส่วนแผนการฟื้นฟูพื้นที่ถ้ำหลวงหลังจากนี้ ต้องเร่งให้กลับคืนสุ่สภาพเดิม ทั้งในบริเวณที่ปรับปรุงเป็นลานจอดเฮลิคอปเตอร์2 จุด บริเวณหลุมหรือปล่อง เบื้องต้นจำนวน2 จุดและบริเวณที่มีการปิดกั้นเส้นทางน้ำ และฝายจำนวน 5 แห่ง ขณะที่มาตรการระยะยาวจะมีการตั้งศูนย์บริการนักท่องเที่ยวและรักษาความปลอดภัยให้ครอบคลุมทุกด้าน ทั้งภายในและภายนอกวนอุทยานถ้ำหลวง-ขุนน้ำนางนอนในระยะ 10 กิโลเมตร

หวั่นประวัติศาสตร์ซ้ำรอย! กรมอุทยานฯ สั่งปิด 7 ถ้ำอันตรายทั่วประเทศ

กรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืชสั่งปิดถ้ำภายใน 7 อุทยานแห่งชาติทั่วประเทศชั่วคราว ขณะที่ถ้ำภายในอีก 3 อุทยานสั่งปิดไม่มีกำหนด นายธัญญา เนติธรรมกุล อธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ได้มีการกำชับว่า ต่อไปนักท่องเที่ยวที่จะเที่ยวถ้ำว่าจะต้องมีผู้เชี่ยวชาญในท้องที่นำทาง มีอุปกรณ์ประจำตัวสำหรับเข้าถ้ำ เช่น หมวกนิรภัย, ไฟฉาย การแต่งกายเข้าถ้ำต้องแต่งกายให้รัดกุม ใส่รองเท้าผ้าใบ ห้ามนำอาหารเครื่องดื่มเข้าไปข้างใน ห้ามจุดธูปเทียน สูบบุหรี่ ก่อกองไฟโดยเด็ดขาด เช็คชื่อการเข้าออกทุกครั้ง และถ้ำไหนที่มีแอ่งหรือแหล่งน้ำช่วงที่มีฝนตก หรือฤดูฝนจะไม่เปิดให้เข้าชมโดยเด็ดขาด ซึ่ง 7 ถ้ำภายในวนอุทยานและอุทยานแห่งชาติทั่วประเทศ ได้ออกประกาศปิดตั้งแต่เดือนพ.ค.ที่ผ่านมา เพราะมีน้ำไหลเข้าและบางแห่งปิดชั่วคราวไปจนถึงเดือนกันยายน โดยเฉพาะถ้ำที่มีน้ำไหลเข้าถ้ำ ซึ่งบางแห่งปิดเป็นการชั่วคราวถึงเดือนกันยายน บางแห่งสั่งปิดเป็นการถาวร โดยอ้างว่า หลายถ้ำมีลักษณะน้ำไหลเข้าไปภายในถ้ำ หวั่นว่าหากนักท่องเที่ยวเข้าไปจะเกิดอันตรายได้ สำหรับ 7 ถ้ำที่ประกาศปิดได้แก่ ถ้ำขุนสถาน จังหวัดน่าน, ถ้ำเขาสก จังหวัดสุราษฎร์ธานี, ถ้ำดอยภูคา จังหวัดน่าน, ถ้ำผาแดง จังหวัดเชียงใหม่, ถ้ำแม่เมย จังหวัดตาก, ถ้ำลำคลองงู จังหวัดกาญจนบุรี, ถ้ำหาดเจ้าไหม จังหวัดตรัง สั่งปิดตั้งแต่เดือนพฤษภาคมถึงเดือนกันยายน ส่วนถ้ำที่ปิดไม่มีกำหนดหรือปิดถาวร […]

keyboard_arrow_up