“คลองแสนแสบ” ชื่อนี้มีที่มาอย่างไร จะเป็นเพราะยุงกัดจนแสบแบบที่ว่ากันหรือไม่ !?

คลองแสนแสบ เป็นคลองที่ขุดขึ้นตามพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว (รัชกาลที่ 3) เพื่อเชื่อมแม่น้ำเจ้าพระยากับแม่น้ำบางปะกงเข้าด้วยกัน เมื่อปี พ.ศ. 2380 ด้วยพระราชประสงค์เพื่ออำนวยความสะดวกในการขนส่งอาวุธยุทธภัณฑ์ กำลังรบ และเสบียงอาหารไปยังญวน (เวียดนาม) ในราชการสงครามไทย-ญวน ซึ่งใช้เวลารบนานถึง 14 ปี ใน คือ อานามสยามยุทธ สำหรับที่มาของชื่อคลองแสนแสบนั้น มีข้อสันนิษฐานต่างๆ มากมายเช่น… 1. ว่ากันว่าชื่อคลองที่เรียกว่า “แสนแสบ” นั้นเพราะยุงชุม โดยมีหลักฐานจากบันทึกการเดินทางของนักสำรวจชาวอังกฤษชื่อนาย ดี.โอ. คิง ความว่า “…คลองนี้ยาวถึง 55 ไมล์ เชื่อมนครกรุงเทพฯ กับแม่น้ำบางปะกง บริเวณที่ราบชนบท… คนพื้นเมืองเป็นคนเชื้อสายมาเลย์… ไม่ว่าพวกเขาจะทำอะไรอยู่ก็ตาม มือข้างหนึ่งจะต้องใช้ปัดยุงเสมอ …” 2. เป็นคำที่ยืมมาจากภาษาเขมรว่า “แสสาบ” เพราะในสมัยหนึ่งคนไทยเคยเรียกทะเลว่า “เส” หรือ “แส” ส่วนคำว่า “สาบ” เป็นภาษาเขมรแปลว่า “จืด” คำนี้คนไทยยืมมาใช้เรียกทะเลน้ำจืดว่า “ทะเลสาบ” อย่างที่ใช้กันอยู่ในปัจจุบัน ดังนั้น […]

เฉลยที่มา “ปืนสีทอง” อาวุธของตำรวจหลวงรักษาพระองค์ ที่ปรากฏในพระราชพิธีฯ

กลายเป็นประเด็นที่ได้รับความสนใจอย่างกว้างขวางในโลกออนไลน์ เมื่อมีการปรากฏภาพของ “ปืนสีทอง” บนหลังเจ้าหน้าที่นายหนึ่งในพระราชพิธีสำคัญที่ปวงชนชาวไทย จนมีการตั้งคำถามถึงที่มาของปืนลักษณะดังกล่าวเป็นจำนวนมาก อย่างไรก็ตาม ต่อมาเพจเฟซบุ๊ก สถานีโทรทัศน์สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ได้โพสต์ข้อความว่า “โบราณราชประเพณี ตำรวจหลวงกับอาวุธประจำกายสีทอง” โดยให้ข้อมูลระบุว่า… เรื่องปืน tavor สีทอง แต่นี้ไปใช้ประกอบชุดพระตำรวจหลวง แต่เดิมพระตำรวจหลวงจะมีเฉพาะดาบสีทอง และหอกสีทอง ในโบราณกาลก็สามารถใช้ในการอารักขา​ได้ แต่ปัจจุบัน​ดาบและหอกถูกใช้แค่เป็นเครื่องประกอบแต่โบราณ และได้เพิ่ม ปลย และ ปพ เข้ามาเพิ่มเติม ซึ่งนอกจากจะทำสีทองแล้ว สายสะพายปืนและซองแม็กซอง ปพ ก็ถูกออกแบบตัดเย็บให้ดูกลมกลืนสมเกียรติ​กับชุดพระตำรวจหลวงด้วย” กรมพระตำรวจหลวงรักษาพระองค์ หรือเดิมชื่อว่า กรมพระตำรวจ หรือกรมตำรวจ จัดเป็นกรมใหญ่ฝ่ายทหาร แต่ “มิได้เกี่ยวข้องกับกรมพระกระลาโหมเลย แต่เดิมมามีข้อห้ามมิให้เสนาบดีผู้ใดผู้หนึ่งขอให้ตั้งผู้ใดเปนเจ้ากรมปลัดกรมพระตำรวจ ต้องแล้วแต่พระเจ้าแผ่นดินจะทรงตั้งได้พระองค์เดียว บันดาพระราชอาญาทั้งปวงซึ่งพระเจ้าแผ่นดินจะลงโทษแก่ผู้หนึ่งผู้ใดย่อมใช้กรมพระตำรวจทั้งสิ้น จึ่งมิได้ให้กรมพระตำรวจอยู่ในบังคับผู้ใด ฟังคำสั่งจากพระเจ้าแผ่นดินตรงแห่งเดียว กรมพระตำรวจที่ทำหน้าที่เป็นกรมรักษาพระองค์นั้น เรียกกันเป็นสามัญว่า กรมพระตำรวจหน้าแปดกรม ประกอบไปด้วย กรมพระตำรวจใน ขวา กรมพระตำรวจใน ซ้าย กรมพระตำรวจใหญ่ ขวา กรมพระตำรวจใหญ่ ซ้าย กรมพระตำรวจนอก ขวา […]

ไม่ใช่ของจีน ไม่ใช่ของไทย แล้ว “ขนมจีน” เป็นของใคร!?

เรียกได้ว่าอาหารที่สามารถหาซื้อได้ทั่วไป และยังถูกนำมาใช้ในหลากหลายเมนู แต่เชื่อว่าหลายคนอาจจะยังมีข้อสงสัย ว่า “ขนมจีน” ที่เราเรียกๆ กันนั้นมีที่มาเป็นอย่างไรกันแน่ หากว่ากันตามหลักฐานที่พอจะสืบค้นได้ ขนมจีนนั้นเป็น “อาหารมอญ” โดยคำว่าขนมจีนนั้นเพี้ยนมาจากภาษามอญว่า “ขฺนํจินฺ” (คะ -นอม-จีน) ซึ่งคำว่า “คะนอม” นั้นมีความหมายว่าเส้นขนม ส่วนคำว่า “จีน” มีความหมายว่า สุก สำหรับคำว่า “ขนมจีน” หรือ “หนมจีน” นั้นมีบันทึกอยู่ในบทเสภาเรื่องขุนช้างขุนแผนตอนกินเลี้ยง คราวที่เจ้าล้านช้างถวายนางสร้อยทองแก่พระพันวษา ซึ่งมีความว่า… “ถึงวังยับยั้งศาลาชัย วิเสทในยกโภชนามา เลี้ยงเป็นเหล่าเหล่าลาวคอยชี้ ข้าวเหนียวหักหลังดีไม่เมื่อยขา แจ่วห้าแจ่วหกยกออกมา ทั้งน้ำยาปลาคลุกหนมจีนพลัน” นอกจากที่มาที่ขัดกับชื่อเรียกแล้ว การเรียกขนมจีนในประเทศก็ยังแตกต่างกันไปตามแต่ละพื้นที่อีกด้วย โดยภาษาเหนือเรียกว่า “ขนมเส้น” ภาษาอีสานเรียกว่า “ข้าวปุ้น” และภาคใต้เรียกว่า “หนมจีน” และไม่เพียงประเทศไทยเท่านั้นมีนิยมชมชอบในเมนูเส้นจานนี้ ประเทศเพื่อนบ้านก็มีขนมจีนในมื้ออาหารประจำวันด้วยเช่นกัน อย่างเช่นใน เวียดนาม ที่มีอาหารเส้นคล้ายขนมจีนที่เรียกว่า “บุ๋น” นิยมรับประทานกับน้ำซุปหมูและเนื้อ ในประเทศลาว เรียกขนมจีนว่า ข้าวปุ้น นิยมรับประทานกับน้ำยาปลาหรือน้ำยาเป็ด ทางหลวงพระบางรับประทานกับน้ำยาผสมเลือดหมูเรียกน้ำแจ๋ว ส่วนในประเทศกัมพูชา […]

ย้อนรอยคลิปเก่า กับที่มาของ ‘รอยพญานาค’ ที่เกิดจาก ‘เครื่องฉีดน้ำแรงดันสูง-แมลง’

ไม่ว่าจะผ่านมาแล้วกี่ยุคกี่สมัย ก็ต้องยอมรับว่าข่าวคราวเกี่ยวกับการพบเจอรอยพญานาคนั้นก็ยังปรากฎบนหน้าสื่อให้เห็นได้บ่อย และมักลงเอยด้วยการถกเถียงถึงที่มาของรอยแปลกๆ ที่เห็นนี้ ว่าเกิดขึ้นจากสาเหตุอะไรกันแน่ เพราะบ้างก็เชื่อว่าเป็นเรื่องของสิ่งเหนือธรรมชาติ แต่บ้างก็ว่าเกิดจากฝีมือของมนุษย์ อย่างไรก็ตาม หากย้อนกลับไปในปีที่ผ่านมา ทางเพจเฟซบุ๊ก อ๋อ มันเป็นอย่างนี้นี่เอง by อาจารย์เจษฎ์ ของ รศ. ดร. เจษฎา เด่นดวงบริพันธ์ อาจารย์ประจำภาควิชาชีววิทยา คณะวิทยาศาสตร์ จุฬาฯ และนักสื่อสารวิทยาศาสตร์ เคยมีการโพสต์คลิปสาธิตวิธีสร้างรอยพญานาคจากเครื่องฉีดน้ำแรงดันสูง ซึ่งหลายฝ่ายลงความเห็นว่า เหมือนกับหลายๆ รอยที่เป็นข่าวมากเลยทีเดียว นอกจากการทำสอบด้วยเครื่องฉีดน้ำแรงดันสูงแล้ว ก่อนหน้านี้ในปี 2559 เคยมีคลิปเฉลยที่มาของรอยพญานาคขนาดเล็กที่พบบนกระโปรงรถ ที่ถูกถ่ายไว้จากกล้องวงจรปิด ซึ่งพบว่าแท้จริงรอยดังกล่าวนั้นเกิดจากแมลงที่ตกลงมาบนฝากระโปรงเท่านั้น

เฉลยที่มาและวิธีแก้ปัญาหา ‘กลิ่นไม่พึงประสงค์’ จากสุขภัณฑ์ในห้องน้ำ

เชื่อว่าคงมีเจ้าของบ้านหลายท่านที่เคยประสบปัญหากับเรื่องของกลิ่นย้อนกลับจากสุขภัณฑ์ โดยเฉพาะเจ้าของบ้านมือใหม่ที่พึ่งสร้างบ้านเสร็จ ที่ไม่น่าจะต้องเจอกับปัญหาน่าปวดหัวนี้ เนื่องจากปัญหาดังกล่าวมักเกิดกับบ้านที่สร้างมานานหลายปีแล้ว ฉะนั้นเราลองมาดูสาเหตุ และวิธีการแก้ไขเรื่องกลิ่นไม่พึ่งประสงค์ที่เกิดขึ้นกับสุขภัณฑ์ในห้องน้ำพร้อมๆ กันเลย นอกจากเรื่องที่มาของกลิ่น และวิธีแก้ปัญหาแล้วเกี่ยวกับกลิ่นไม่พึ่งประสงค์ในห้องน้ำแล้ว รายการช่างประจำบ้านยังมีอะไรที่น่าสนใจอีกบ้างนั้น มาติดตามพร้อมๆ กันในคลิปข้างล่างนี้พร้อมกันเลย

ใช้กันอยู่ทุกวัน แต่รู้มั้ยว่ากว่าจะมาเป็นหนังยางสักวง…ต้องผ่านอะไรมาบ้าง!?

เรียกว่าเป็นอีกหนึ่งสิ่งของที่ใช้กันซะชินมือ จนหลายคนอาจลืมที่จะสนใจที่มาที่ไปของเจ้าหนังยางรัดของ ว่ากว่าจะกลายมาเป็นยางสักวงที่บางคนอาจใช้แล้วทิ้ง หรือเก็บไว้หลังตู้กับข้าวแต่ก็ลืมเอามาใช้ งั้นเอาเป็นว่าเราลองมาดูกันสักหน่อยดีกว่า ว่ายางรัดของที่เรารู้จักนั้นมีกระบวนการผลิตออกมาอย่างไรกันบ้าง จะเหมือนอย่างที่เราๆ คิดกันหรือเปล่า ถึงจะดูเป็นสิ่งประดิษฐ์สมัยใหม่ แต่เคยมีการสันนิษฐานไว้ว่า ไอเดียการทำหนังยางรัดของนั้นน่าจะเกิดขึ้นมานานแล้ว เพราะมนุษย์มีความต้องการหาวัสดุเพื่อใช้สำหรับรัด หรือยึดสิ่งของต่างๆ เข้าไว้ด้วยกันมาโดยตลอด จนกระทั่งถึงปี 1845 นักประดิษฐ์ชาวอังกฤษนามว่า Stephen Perry เจ้าของบริษัทผลิตยางลบที่มีชื่อว่า “Messers Perry and Co, Rubber Co Manuf London” ได้ทำการจดสิทธิบัตรในการผลิตหนังยางขายเป็นครั้งแรกในประเทศออสเตรเลีย ในวันที่ 17 มีนาคม โดยวัตถุประสงค์ในตอนต้นนั้นคือ เขาต้องการประดิษฐ์เจ้าหนังยางขึ้นเพื่อใช้รัดกระดาษ หรือซองจดหมายเข้าไว้ด้วยกัน ที่มา : rubbercenter.org / youtube : How It’s Made

ถึงบางอ้อ!! อ.เจษฎา เฉลยชัด ที่มารอยเท้าประหลาดก้าวยาวๆ กลางทุ่งนา

จากกรณีที่มีการพบรอยเท้าประหลาด ที่วัดบ้านห้วยฮี ต.วังคำทราย อ.วังเหนือ จ.ลำปาง เนื่องจากรอยเท้านั้นมีความใหญ่กว่าเท้าคนปกติ จนชาวบ้านพากันแตกตื่น (ข้อมูลเพิ่มเติม : ล้อมวงข่าว_ฮือฮา! พบรอยเท้าใหญ่ยักษ์ 12 จุด ชาวบ้านทุ่งฮี แห่กราบไหว้ขอโชคลาภ) ล่าสุด รศ.ดร.เจษฎา เด่นดวงบริพันธ์ อาจารย์ประจำภาควิชาชีววิทยา คณะวิทยาศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ได้โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก อ๋อ มันเป็นอย่างนี้นี่เอง by อาจารย์เจษฎ์ โดยระบุว่าว่ารอยเท้าดังกล่าว เป็นเพียงรอยเท้าของคนวิ่งเท่านั้น ซึ่งไม่ใช่เรื่องน่าแปลกแต่อย่างใด อีกทั้งยังมีคนจำนวนมากที่ร่วมกันวิเคราะห์ว่า ร่องรอยดังกล่าวอาจเกินจากการลื่นบนดินโคลนก็เป็นได้

เผยความเลอค่า ‘มงกุฎฟีนิกซ์ มิกิโมโตะ’ สะกดทุกสายตาชาวโลก

รางวัลที่สำคัญที่สุด และเป็นสัญลักษณ์ของการประกวดนางงามจักรวาลก็คือ “มงกุฎ” ตลอดการเฟ้นหาสาวงามที่สุดในโลกยาวนาน 66 ปี มีการใช้มงกุฎทั้งหมด 9 แบบด้วยกัน ซึ่งแบบมงกุฎที่โด่งดัง และเป็นที่ใฝ่ฝันของผู้เข้าประกวดมากที่สุด ก็คือแบบที่มอบให้กับผู้ชนะในปีนี้ มงกุฎนี้มีชื่อว่า “Phoenix Mikimoto” (ฟีนิกซ์ มิกิโมโตะ) ได้ชื่อว่ามงกุฎฟีนิกซ์นั้นมาจากรูปทรงที่ดูเหมือนหางนก 7 หาง เรือนมงกุฎทำจากทองคำและทองขาว ประดับเพชร 18 กะรัต และไข่มุกอะโกยะกับไข่มุกเซาท์ซีสีขาวธรรมชาติอีก 120 เม็ด น้ำหนักประมาณ 1 กิโลกรัม มูลค่าสูงถึง 8 ล้านบาท มูลค่าสูงขนาดนี้ ทำให้มงกุฎต้องมีเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยตามประกบตลอดเวลา มีการทำประกันความเสียหายไว้ในวงเงิน 8 ล้านบาทด้วย และหากนางงามต้องเดินทางไปทำกิจกรรมกับกองประกวดนอกสหรัฐฯ จะต้องเปลี่ยนมงกุฎเป็นของปลอมแทนเพื่อความปลอดภัย กองประกวดนางงามจักรวาลมอบมงกุฎมิกิโมโตะ ให้กับผู้ชนะตั้งแต่ปี 2002-2007 หญิงสาวคนหนึ่งที่เรารู้จักก็มีโอกาสได้สวมมงกุฎนี้เช่นกัน คือนาตาลี เกลโบว่า นางงามจักรวาลปี 2005 และตั้งแต่ปี 2008 เป็นต้นมากองประกวดได้เปลี่ยนมงกุฎใหม่อีก 3 แบบ ล่าสุดก็คือ มงกุฎ ดีไอซี […]

หรือนี่จะเป็นที่มาของคำว่า ‘เข้ามาทำ…อะไร’ งานนี้การเจองูในชักโครกกลายเป็นเรื่องจิ๊บๆ ไปเลย (คลิป)

อาจกลายเป็นเรื่องชินชาไปแล้วสำหรับการเจองูในชักโครกสำหรับคนไทยในบ้านเรา แต่รับรองว่าข่าวคราวที่เจอกันบ่อยๆ ในบ้านเรานี้คงจะชิดซ้ายตกข้างทางกันไปเลย เมื่อได้เห็นคลิปของสาวชาวมาเลย์ จากเมืองกวนตัน ที่ได้โพสต์คลิปผ่านเฟซบุ๊กชื่อ Alice Cheong ซึ่งเป็นนาทีขณะที่เธอกำลังเผชิญหน้ากับแขกไม่ได้รับเชิญอย่างเจ้าตัวเงินตัวทองที่บุกรุกเข้ามาในห้องน้ำของเธอ ก่อนที่จะหนีลงชักโครกและทิ้งไว้เพียงเสียงกรี๊ดของสาวเจ้าบ้านที่เห็นหางของมันเป็นครั้งสุดท้าย ที่มา – Facebook.com / Alice Cheong

keyboard_arrow_up