เตรียมตรวจสอบ ‘วัด’ จัดฉากขายทัวร์จีน-ค้าเครื่องรางแพงเกินจริง

กรณีเพจเฟซบุ๊ก  บิ๊กเกรียน  ได้โพสต์รูปภาพพร้อมเรื่องราวของ ทัวร์จีน ที่มาเช่าได้พื้นที่วัดแห่งหนึ่ง ในอำเภอบางละมุง จังหวัดชลบุรี เพื่อจัดฉาก – นำนักท่องเที่ยวชาวจีนเข้ามากราบไหว้พระในโบสถ์ รวมทั้งบูชาพระและเครื่องรางของขลังในราคาที่แพงเกินจริง โดยแต่ละวันจะมีรถทัวร์นำนักท่องเที่ยวจีน มาที่วัดแห่งเป็นจำนวนมาก  จนนำไปสู่การเรียกร้องให้หน่วยงานต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องเข้าตรวจสอบ เพราะเกรงส่งผลเสียต่อภาพลักษณ์การท่องเที่ยวไทย ทีมข่าวได้ลงพื้นที่ วัดเขาไม้แก้ว ตำบลเขาไม้แก้ว อำเภอบางละมุง จังหวัดชลบุรี ซึ่งเป็นวัดที่ปรากฏในคลิป พบว่าบรรยากาศทั่วไปเงียบเหงา ไม่มีพบพระและสามเณร เนื่องจากติดกิจนิมนต์ รวมทั้งไม่พบนักท่องเที่ยวชาวจีน เช่นเดียวกับพระอุโบสถ์และศาลาพระพรหม ก็ปิดไม่ให้เข้ากราบไหว้ ส่วนแผงเช่าบูชาพระและเครื่องรางของขลัง ก็ไม่มีให้เห็น ขณะที่ชาวบ้าน ในพื้นที่บอกว่า ไม่มีการเช่าพื้นที่ เพื่อนำนักท่องเที่ยวชาวจีนมาไหว้พระแต่อย่างใด และยืนยันไม่มีการจัดฉากโบสถ์หรือศาลาต่าง ๆ เพราะเป็นสิ่งปลูกสร้างที่วัดมีอยู่แต่เดิม ด้านตำรวจกองกำกับการ 2 กองบังคับการตำรวจท่องเที่ยว เปิดเผยว่า ได้รับทราบข้อมูลข่าวดังกล่าวแล้ว และได้ประสานเจ้าหน้าที่วัฒนธรรมจังหวัดชลบุรีและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอื่น ๆ ลงพื้นที่ตรวจสอบวัดดังกล่าวช่วงบ่ายวันนี้ (29 ส.ค.) ติดตามข่าวสารเรื่องราวที่น่าสนใจอื่น ๆ ได้ที่ อมรินทร์ทีวี เอชดี ช่อง 34 

ญี่ปุ่นโค่นแชมป์ไทย ที่หมายนักท่องเที่ยวชาวจีนช่วงโกลเด้นวีก

ข้อมูลจากซีทริป เว็บไซต์ให้บริการด้านการท่องเที่ยวของจีนเปิดเผยว่าชาวจีนนิยมเดินทางไปท่องเที่ยวที่ญี่ปุ่นเป็นจำนวนมากที่สุดในช่วงวันหยุดยาวช่วงวันชาติ หรือโกลเด้นวีค ที่เริ่มตั้งแต่วันที่ 1 ถึง 7 ตุลาคม ส่วนไทยร่วงตกลงมาเป็นอันดับ 2 ซึ่งเป็นครั้งแรกที่ไทยเสียแชมป์ให้กับญี่ปุ่น โดยคาดการณ์ว่าจะมีนักท่องเที่ยวจีนอย่างน้อย 7 ล้านคนเดินทางไปญี่ปุ่นในช่วงโกลเด้นวีค เพิ่มขึ้นจากเดิมที่มีนักท่องเที่ยวจีนเดินทางไปญี่ปุ่นราว 6 ล้านคน เมื่อเทียบจากจำนวนนักท่องเที่ยวจีนในช่วงโกลเด้นวีคของปีที่ผ่านมา ก่อนหน้านี้สถานทูตจีนประจำประเทศไทยได้ออกประกาศเตือนนักท่องเที่ยวชาวจีน ที่จะเดินทางมาไทยในช่วงวันหยุดยาวให้ระวังปัญหาสภาพอากาศ และคลื่นสูงในทะเลในจังหวัดภูเก็ต พังงาและกระบี่ ซึ่งเป็นสถานที่ท่องเที่ยวยอดนิยมของชาวจีน ขณะที่นักท่องเที่ยวจีนส่วนใหญ่ยังคงไม่มั่นใจเรื่องความปลอดภัยในการท่องเที่ยวในไทย หลังเกิดเหตุเรือนำเที่ยวฟีนิกซ์อับปางในจังหวัดภูเก็ตเมื่อเดือนกรกฎาคม 61 ที่ผ่านมา ซึ่งทำให้นักท่องเที่ยวจีน 47 รายเสียชีวิต และปัญหาโรคไข้เลือดออกที่กำลังแพร่ระบาด รวมทั้งเหตุนักท่องเที่ยวจีนถูกเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยสนามบินดอนเมืองทำร้ายร่างกาย ซึ่งปัญหาทั้งหมดเหล่านี้ล้วนส่งผลกระทบต่อภาพลักษณ์การท่องเที่ยวของไทย ติดตามข่าวสารเรื่องราวที่น่าสนใจอื่น ๆ ได้ที่ อมรินทร์ทีวี เอชดี ช่อง 34

สุดสลด! เด็กชายชาวจีน 6 ขวบ ถูกรถทัวร์ถอยรถทับกะโหลกแตก เลือดนองดับคาที่

วันที่ 18 ก.ค.61 เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.บางละมุง จ.ชลบุรี พร้อมเจ้าหน้าที่หน่วยกู้ภัยสว่างบริบูรณ์เมืองพัทยา รุดตรวจสอบเหตุเด็กถูกรถทัวร์ทับเสียชีวิต ภายในวัดประชุมคงคา บ้านโรงโป๊ะ ต.บางละมุง อ.บางละมุง จ.ชลบุรี โดยที่เกิดเหตุพบศพเด็กชายชาวจีนวัย 6 ขวบ นอนแน่นิ่ง สภาพกะโหลกศรีษะแตก เลือดไหลนองพื้น โดยญาติร่ำไห้อยู่ไม่ห่าง ใกล้กันพบรถทัวร์ของบริษัทแห่งหนึ่ง บริเวณล้อหลังด้านซ้ายมีคราบเลือดติดอยู่ โดยมีนายอานนท์ คำดีวัน อายุ 37 ปี เป็นโชเฟอร์ผู้ขับขี่ จากการสอบถามพยานผู้เห็นเหตุการณ์ ทราบว่า ก่อนเกิดเหตุเด็กผู้เสียชีวิตได้มาทำบุญกับครอบครัว ก่อนวิ่งเล่นไล่จับแมวอยู่บริเวณใกล้เคียงกับรถทัวร์ ซึ่งจังหวะนั้นโชเฟอร์ได้ถอยรถทัวร์โดยไม่ทราบว่าเด็กอยู่บริเวณหลังรถ จึงถอยชนและเหยียบจนเด็กเสียชีวิต เบื้องต้น เจ้าหน้าที่ควบคุมโชเฟอร์ไปสอบสวนและดำเนินการตามกฏหมาย

‘ทัวร์จีน’ ยกเลิกห้องพักกว่า 7,300 ห้อง คาด ‘เรือล่มภูเก็ต’ ทำท่องเที่ยวเสียหาย 4.2 หมื่นล้าน

จากกรณีเมื่อวันที่ 5 ก.ค. 61 เกิดเหตุเรือนำเที่ยวจีนอับปางในจังหวัดภูเก็ต จนเป็นเหตุให้มีนักท่องเที่ยวจีนเสียชีวิตไป 47 ราย โดยในเวลานี้เหตุเรือล่มได้เริ่มส่งผลกระทบต่อการท่องเที่ยวของไทยแล้ว เนื่องจากทัวร์จีนยกเลิกการจองห้องพักโรงแรมในจังหวัดภูเก็ตในช่วงเดือนกรกฎาคมถึงสิงหาคมแล้วมากกว่า 7,300 ห้อง ซึ่งถือว่าผลกระทบครั้งนี้มากเกินกว่าที่คาดการณ์ไว้ โดยคาดว่ายอดการยกเลิกจองห้องโรงแรมน่าจะเพิ่มสูงมากกว่านี้ เนื่องจากในเวลานี้มีโรงแรมเพียง 19 แห่งที่แจ้งรายงานการยกเลิกจองห้องพัก และยังมีโรงแรมอีก 160 แห่ง ที่ยังไม่ได้ส่งรายงานการยกเลิกการจองห้องพักหลังเกิดเหตุเรือล่ม โดยเป็นที่คาดว่าเหตุเรือล่มดังกล่าวจะสร้างความเสียหายต่อการท่องเที่ยวของไทย และรายได้เข้าประเทศอื่น ๆ อีกมากกว่า 42,000 ล้านบาทในช่วง 2 เดือนข้างหน้านี้ ขณะที่รัฐบาลของไทยได้สั่งหน่วยงานที่เกี่ยวข้องตรวจสอบและคุมเข้มมาตรฐานเรือนักท่องเที่ยวให้มากขึ้น เพื่อป้องกันเหตุการณ์ซ้ำรอย และคาดว่าจะผลกระทบจากเหตุเรือล่มครั้งนี้จะส่งผลกระทบต่อการท่องเที่ยวของไทยนานราว 3 เดือน

‘บิ๊กตู่’ ขอบคุณทุกฝ่ายร่วมกู้ร่างเหยื่อเรือล่มภูเก็ตสำเร็จ ย้ำเป็นบทเรียนการท่องเที่ยวไทย

นายกรัฐมนตรี ขอบคุณทุกฝ่ายร่วมกู้ร่างผู้เสียชีวิตเรือล่มภูเก็ตสำเร็จ ยืนยันช่วยเหลือเยียวยานักท่องเที่ยวอย่างเต็มที่ พร้อมย้ำการเดินทางทุกประเภทต้องมีมาตรฐานและความปลอดภัย พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ขอบคุณเจ้าหน้าที่ทุกฝ่ายทั้งไทยและจีนที่ร่วมกันปฏิบัติการกู้ร่างผู้เสียชีวิตรายสุดท้ายที่ติดอยู่ใต้ท้องเรือฟินิกซ์กลางทะเลภูเก็ตได้สำเร็จหลังจากพยายามมาหลายวัน ทั้งนี้ได้จ่ายเงินชดเชยแก่ญาติของผู้เสียชีวิตรายละ 1.1 ล้านบาท และกองทุนช่วยเหลือเยียวยานักท่องเที่ยวชาวต่างชาติของรัฐบาลจ่ายสมทบอีกรายละ 1 ล้านบาท ส่วนผู้บาดเจ็บจากเรือฟินิกซ์และเรือเซเรเนต้าล่มนั้น บริษัทประกันจ่ายเงินชดเชยค่ารักษาพยาบาลรวมแล้วไม่เกินรายละ 515,000 บาท และกองทุนช่วยเหลือเยียวยานักท่องเที่ยวฯ จ่ายสมทบอีกไม่เกินรายละ 500,000 บาท นายกฯ เน้นย้ำว่า “เงินกองทุนที่รัฐบาลช่วยสมทบให้นั้นขอให้มองถึงอกเขาอกเรา เพราะเหตุการณ์นี้เกิดขึ้นกับนักท่องเที่ยวที่เดินทางมายังประเทศไทย เราต้องร่วมรับผิดชอบตามหลักมนุษยธรรม และหากเกิดขึ้นกับญาติของเราบ้าง เงินมากแค่ไหนก็ไม่อาจทดแทนชีวิตที่สูญเสียไปได้ พร้อมกำชับให้ทุกฝ่ายถอดบทเรียนจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น เช่น การบังคับใช้กฎหมายเรื่องการตรวจเรือ มาตรฐานความปลอดภัยของเรือ ผู้ขับขี่เรือ ฯลฯ โดยจะต้องทำทุกอย่างอย่างเข้มงวดและต่อเนื่อง ไม่ใช่เฉพาะช่วงหลังเกิดเหตุเท่านั้น เพื่อให้นักท่องเที่ยวทุกประเทศเกิดความเชื่อมั่น และธุรกิจท่องเที่ยวทุกประเภทในไทย ต้องมีความปลอดภัยจริง ๆ ทั้งเรือ เครื่องบิน รถบัส รถตู้ รถแท็กซี่ ในทุกมิติ เพื่อให้ประเทศไทย เป็นจุดหมายปลายทางของการท่องเที่ยวที่ดี มีมาตรฐาน อย่างครบวงจร”

‘บี้ เคพีเอ็น’ บริจาคตู้คอนเทนเนอร์เย็น เก็บร่างเหยื่อโศกนาฏกรรมเรือล่มภูเก็ต

จากเหตุโศกนาฏกรรมเรือนักท่องเที่ยวซึ่งส่วนใหญ่เป็นชาวจีน ล่มที่ จ.ภูเก็ต โดยผู้เสียชีวิตสูงกว่า 40 ราย ทำให้โรงพยาบาลวชิระภูเก็ต ต้องประกาศรับบริจาคโลงเย็น เนื่องจากตู้เก็บรักษาศพไม่เพียงพอต่อจำนวนผู้เสียชีวิต ล่าสุด “บี้ เคพีเอ็น” นักร้องนักแสดงลูกครึ่งไทย-ไต้หวัน ได้โพสต์ภาพตู้คอนเทนเนอร์เย็น พร้อมข้อความว่า “ขอให้ทุกดวงวิญญาณได้ไปสู่สุขคติ 🙏🏻 ผมได้ทำในสิ่งเท่าที่ผมพอจะทำได้ ขอแสดงความเสียใจอย่างสุดซึ้งกับทุกครอบครัวนะครับ #เรือล่มภูเก็ต” ภาพ : IG bie_kpn

พบอีก 2 ศพ เรือภูเก็ตล่ม ลอยไกลถึงเกาะพีพี เร่งหาอีก 1 ผู้สูญหาย 1 ร่างติดท้องเรือรอเก็บกู้

วันที่ 10 ก.ค. 61 เมื่อเวลา 13.30 น. ที่ท่าเทียบเรือศูนย์วิจัยฯ ต.วิชิต อ.เมืองภูเก็ต เรือ ต.113 ของทัพเรือเข้าเทียบท่าและลำเลียงศพผู้สูญหายอีก 2 ราย จากเหตุการณ์เรือฟินิกส์ล่มเมื่อช่วงเย็นของวันที่ 5 ก.ค.ที่ผ่านมา ส่งต่อให้เจ้าหน้าที่หน่วยกู้ชีพมูลนิธิกุศลธรรมภูเก็ต นำส่งยังโรงพยาบาลวชิระภูเก็ต ทั้งนี้ศพผู้เสียชีวิตทั้ง 2 ราย เป็นเพศหญิง เจ้าหน้าที่ได้รับเเจ้งเเละเก็บกู้จากบริเวณเกาะพีพี จ.กระบี่ เมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา ก่อนให้เรือ ต.113 ออกไปรับกลับมายัง จ.ภูเก็ต ล่าสุดขณะนี้จากจำนวนนักท่องเที่ยวผู้ประสบเหตุทั้งหมด 89 ราย ช่วยเหลือได้ 37ราย และมีรายงานผลการตรวจสอบยืนยันเพิ่มเติมว่ามีผู้รอดชีวิตเพิ่มอีก 5 ราย ซึ่งใน 5 รายที่ยืนยันนี้มี 3 รายเดินทางกลับประเทศไปแล้ว และอีก2รายกำลังอยู่ระหว่างเดินทางกลับ รวมผู้รอดชีวิต 42 ราย ส่วนร่างผู้เสียชีวิตเเละเก็บกู้มาเเล้ว 45 ราย มีอีก 2 รายที่ยังต่อดำเนินการต่อ โดยใน […]

‘ผู้การโจ๊ก’ นำทีมรวบ 5 ไกด์เถื่อน-จับแท็กซี่ผิดกฎหมาย ไม่รับผู้โดยสาร 24 ราย

วันที่ 15 มี.ค.61 พลตำรวจตรี สุรเชษฐ์ หักพาล รองผู้บัญชาการตำรวจท่องเที่ยว พร้อมเจ้าหน้าที่ส่วนงานที่เกี่ยวข้องลงพื้นที่บริเวณประตูวิเศษไชยศรี พระบรมมหาราชวัง เพื่อตรวจสอบใบอนุญาตนำเที่ยว หรือบัตรไกด์ จากมัคคุเทศก์ที่นำคณะทัวร์ชาวต่างชาติ เข้ามาท่องเที่ยวในพื้นที่สำคัญต่างๆ ในพื้นที่เกาะรัตนโกสินทร์ หลังได้รับการร้องเรียนจากผู้ประกอบอาชีพมัคคุเทศก์ ว่ามีไกค์เถื่อนจำนวนมาก โดยพลตำรวจตรี สุรเชษฐ์ ระบุว่า ในห้วงที่ผ่านมาตำรวจท่องเที่ยวเน้นการตรวจเข้มบัตรมัคคุเทศก์ เพื่อตรวจสอบผู้กระทำผิด โดยส่วนใหญ่เป็นชาวต่างชาติ ที่มักจะสวมรอยถือบัตรมัคคุเทศก์โดยผิดกฎหมาย เนื่องจากอาชีพมัคคุเทศก์ ถือเป็นอาชีพสงวนเฉพาะคนไทยเท่านั้น เบื้องต้น จากการตรวจสอบในวันนี้ สามารถจับกุมมัคคุเทศก์ รวม 5 ราย ที่กระทำผิดฐาน พ.ร.บ.ธุรกิจนำเที่ยวและทัคคุเทศก์ ในข้อหาไม่ปฏิบัติตามระเบียบที่คณะกรรมการธุรกิจนำเที่ยวและมัคคุเทศก์กำหนด ขณะเดียวกัน ยังสามารถจับกุมนายลี ชวน เหยียน อายุ 28 ปี ชาวเมียนมา ได้ที่บริเวณศาลท้าวมหาพรหม โรงแรมแกรนด์ ไฮแอด เอราวัน ระหว่างที่นายลี นำกลุ่มนักท่องเที่ยวเข้ามาเที่ยวในพื้นที่ จากการตรวจสอบพบว่า นายลี นำบัตรมัคคุเทศก์ ซึ่งเจ้าของตัวจริงทำหล่นหายไว้มาปลอมแปลงใหม่ โดยใส่ภาพตนเอง ก่อนจะออกมาหาลูกค้า เพื่อนำเที่ยวตามสถานที่ต่างๆ […]

ระทึก! ทัวร์จีน จอดส่งนักท่องเที่ยว เบรกลมเสีย ไหลชน ร้านนวดแผนโบราณพังยับ

วันนี้ (15 ม.ค. 61) เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองพัทยา จ.ชลบุรี รับแจ้งเกิดอุบัติเหตุรถทัวร์เสียหลัก พุ่งชน ร้านเซ็น มาสซาจ เลขที่ 384/8 ซอยกรมที่ดิน พัทยาใต้ ม.10 ต.หนองปรือ อ.บางละมุง จ.เบรกลมเสีย ได้รับความเสียหาย หลังรับแจ้งจึงเดินทางไปตรวจสอบ ที่เกิดเหตุพบรถทัวร์ บริษัทแสงวงค์ ทะเบียน 33-4029 กรุงเทพมหานคร จอดขวางถนนทั้งสองเลน ส่งผลให้รถยนต์และจักรยานยนต์ที่สัญจรไปมาติดขัดเป็นอย่างมาก หลังจากรถทัวร์คันดังกล่าวเสียหลักพุ่งชนร้านนวดแผนโบราณ จนหลังคากันสาดและป้ายร้านได้รับความเสียหาย นายคำแสน ศรีชุม อายุ 38 ปี โชเฟอร์รถทัวร์ เล่าให้ฟังว่า ก่อนเกิดเหตุ ได้นำกรุ๊ปทัวร์นักท่องเที่ยวชาวจีน เข้าพักโรงแรมภูพญา รีสอร์ท จากนั้นรู้สึกปวดท้องอย่างหนัก จึงจอดรถทัวร์หันหัวออกไปทางถนน แล้วรีบวิ่งไปเข้าห้องน้ำเพื่อรีบทำธุระส่วนตัว ระหว่างลมเบรคของรถทัวร์เกิดเสียหรืออาจจะขัดข้อง ทำให้ระบบเบรคไม่ทำงาน ก่อนที่รถทัวร์จะไหลไปชนกับร้านนวดแผนโบราณจนเสียหาย โดยไม่มีผู้ใดได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิตจากเหตุการณ์ดังกล่าว เบื้องต้น เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ประสานรถยกมาดำเนินเร่งเคลียร์รถทัวร์ซึ่งจอดขวางถนน เพื่อให้ประชาชนผ่านสัญจรไปมาตามปกติ ก่อนจะดำเนินตามขั้นตอนตามกฎหมายต่อไป

ล่าแก๊งยัดเยียดขายหมวกแพงรอบวัดพระแก้ว แฉเคยมีไกด์ทัวร์ถูกทำร้ายเพราะเข้ามาขวาง (คลิป)

จากกรณีเพจเฟซบุ๊ก “UShare-คลิปเด็ด ข่าวดัง” ได้ออกมาแฉพฤติกรรมของแก๊งขายหมวกรอบวัดพระแก้ว ยัดเยียดขายให้นักท่องเที่ยว โดยโพสต์ข้อความและคลิประบุว่า “แก๊งขายหมวก รอบวัดพระแก้วยังไม่หายไปไหน เปิดพฤติกรรม จ้องนทท.จีนเดินผ่าน เอาหมวกสวมหัว รีดราคาใบละ 1,000 ส่งคืนแกล้งไม่รับ หมวกตกพื้นถูกเรียกอีก 500” ล่าสุด เมื่อวันที่ 22 ธ..ค. 60 ทีมข่าวอมรินทร์ทีวีลงพื้นที่ไปสังเกตการณ์บริเวณแยกคอกวัว-โรงแรมรัตนโกสินทร์ ซึ่งเป็นจุดจอดรถทัวร์ของนักท่องเที่ยว พบว่ามีนักท่องเที่ยวจำนวนมากเดินทางมาเที่ยวที่วัดพระแก้ว โดยมีแผงขายหมวกอยู่หลายร้านตั้งบนฟุตบาธ แต่ไม่พบพ่อค้าแม่ค้าที่มีพฤติกรรมตามคลิปดังกล่าว จากการสอบถามราคาหมวกจากร้านเหล่านี้ ทราบว่าหมวกธรรมดาไม่มีลวดลาย ขายคนไทยราคา 100 บาท แต่ถ้าใบใหญ่สีสันสวยงามราคา 200 บาท หากเป็นนักท่องเที่ยวจะขายราคาเดียวคือ 200 บาททุกใบทุกแบบ ไม่มีการขายเกินกว่านี้ อย่างไรก็ตาม นายปรีชา ลาวลี ไกด์ทัวร์จีน เผยว่าเคยเจอพฤติกรรมของพ่อค้าอย่างในคลิป ประมาณ 2-3 ครั้งช่วงเวลาสายๆ โดยจะเดินเข้ามายัดเยียดขายหมวกให้กับลูกทัวร์ในราคาแพง ซึ่งที่ผ่านมาลูกทัวร์ก็ต้องจำใจยอมจ่ายเงิน เพราะไม่อยากมีปัญหา ตนก็ต้องปล่อยเลยตามเลย เพราะพ่อค้ากลุ่มนี้มีพฤติกรรมอันธพาล เคยทำร้ายร่างกายไกด์คนหนึ่งด้วย ตนเคยแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจให้ช่วยปราบปราม เพราะลูกทัวร์เดือดร้อนรำคาญ ซึ่งก็เห็นเจ้าหน้าที่ตำรวจคอยจับปรับ แต่ก็ยังไม่หมดไปสักที […]

คอตก! ‘ไกด์นนนี่’ ถูกรวบคาวัด กราบขอขมาพระปรางค์วัดอรุณฯ ก่อนนำตัวส่งศาล

จากกรณีเพจเฟซบุ๊ก DR.K v.3 โพสต์ภาพนักท่องเที่ยว 2 คนถ่ายรูปคู่กับพระปรางค์วัดอรุณราชวรารามราชวรมหาวิหาร โดยหนึ่งในนั้นแขวนป้ายคล้ายกับบัตรมัคคุเทศก์ โพสต์ท่ายืนในลักษณะยกเท้าขึ้นมาเหยียบฐานพระปรางค์วัดอรุณ ซึ่งเพิ่งบูรณะเสร็จสิ้นไปเมื่อไม่กี่เดือนที่ผ่านมา จนถูกวิพากษ์วิจารณ์ถึงความไม่เหมาะสมนั้น ด้านพระศากยปุตติยวงศ์ ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดอรุณ เปิดเผยว่า วัดอรุณฯ ไม่ได้เป็นเพียงสถานที่ท่องเที่ยว แต่ยังรวมไปถึงการเป็นปูชนียสถานที่สำคัญ และเป็นที่บรรจุพระบรมสารีริกธาตุที่คนต่างให้ความเคารพกราบไหว้สักการะ  ควรจะปฏิบัติให้เหมาะสมในการเข้าเยี่ยมชมสักการะ ส่วน พ.ต.อ.จารุภัชร ทองโกมล ผกก.สน.บางกอกใหญ่ ได้เข้าดูจุดเกิดเหตุบริเวณชั้นล่างของพระปรางค์วัดอรุณฯ โดยเบื้องต้นทราบชื่อไกด์คนดังกล่าวคือ น.ส.นรนนท นรคามินทร์ อายุ 44 ปี ทั้งนี้พบว่าข้อมูลดังกล่าวสอดคล้องกับข้อมูลจากสำนักงานทะเบียนธุรกิจนำเที่ยวและมัคคุเทศก์ กรมการท่องเที่ยว ที่ระบุว่า บุคคลในภาพ มีใบอนุญาตมัคคุเทศก์ ประเภททั่วไป ให้บริการนำเที่ยวแก่นักท่องเที่ยวไทยและต่างประเทศ ซึ่งบัตรจะหมดอายุในวันที่ 22 ม.ค.62 กระทั่งได้ติดตาม น.ส นรนนท นรคามินทร์  มาพบแล้วและได้แจ้งข้อหาผิด พ.ร.บ.โบราณสถาน และได้ปล่อยตัวชั่วคราว ล่าสุด เมื่อเวลา 10.00 น.ที่ผ่านมา พล.ต.ต.สุรเชษฐ์ หักพาล รอง ผบช.ทท. พร้อม […]

ไกด์ “นนนี่” กราบขอขมา หลังถ่ายรูปเหยียบ องค์พระปรางค์ วัดอรุณฯ

ผู้สื่อข่าวอมรินทร์ทีวี รายงานว่า วันนี้( 16 ธ.ค.60) เมื่อเวลา 10.10 น. พล.ต.ต.สุรเชษฐ์ หักพาล รองผู้บัญชาการตำรวจท่องเที่ยว (รอง ผบช.ทท.) พ.ต.อ.จารุภัชร ทองโกมล ผกก.สน.บางกอกใหญ่ พร้อมเจ้าหน้าที่ตำรวจที่เกี่ยวข้อง ร่วมกันแถลงการจับกุม น.ส.นรนนท นรคามินทร์ หรือ ไกด์นนนี่  ไกด์นำเที่ยวชาวจีน ที่มีพฤติกรรมไม่เหมาะสม ขึ้นไปเหยียบบนพระปรางค์ วัดอรุณราชวรารามราชวรมหาวิหาร เพื่อถ่ายรูปกับนักท่องเที่ยว รวมทั้งทำตัวสนิทสนมกับลูกทัวร์จนเกินไป ถูกวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนักในโลกโซเชียล เบื้องต้นเจ้าหน้าที่แจ้งข้อหามีความผิดตาม พ.ร.บ.โบราณสถาน ในเรื่องของการปีนป่าย และแสดงกริยาไม่เหมาะสม มีโทษจำคุกไม่เกิน1 เดือนปรับไม่เกิน 10,000บาท พร้อมนำตัวส่งศาลจังหวัดตลิ่งชันวันนี้ โดย น.ส.นรนนท ได้กราบขอขมาองค์พระปรางค์ พร้อมกล่าว ขอโทษในสิ่งที่ได้กระทำลงไป และยอมรับผิดทุกอย่าง พล.ต.ต.สุรเชษฐ์ กล่าวว่า มันคุเทศก์รายดังกล่าวแสดงพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสม ไม่ควรเอาเป็นแบบอย่าง โดยเฉพาะประเทศไทยเป็นเมืองแห่งศาสนา วัฒนธรรม ยืนยันว่า การดำเนินคดีดังกล่าว ไม่ได้เป็นการเชือดไก่ให้ลิงดู แต่เป็นการสร้างมาตรฐานให้นักท่องเที่ยว หรือมัคคุเทศก์รายอื่นๆ เคารพสถานที่ […]

ทำให้ดูว่าเป็นตย.ที่ไม่ดี!? ไกด์ทัวร์ยอมรับผิด เหยียบปรางค์วัดอรุณฯ แจงต่างชาติจะได้ไม่ทำตาม

ไกด์ทัวร์ยอมรับผิด หลังปรากฏภาพใช้เท้าเหยียบปรางค์วัดอรุณฯ พร้อมขอโทษคนไทยทุกคนที่ทำตัวไม่เหมาะสม ขณะที่เจ้าของโพสต์ยืนยัน ตักเตือนไกด์คนดังล่าวมาแล้วหลายครั้งเพราะเป็นเพื่อนร่วมอาชีพ และที่นำภาพออกมาแชร์ เพราะอยากปกป้องสถานที่สำคัญของประเทศ กรณีผู้ใช้เฟซบุ๊กส่วนตัวรายหนึ่ง โพสต์ภาพและข้อความเกี่ยวกับพฤติกรรมของไกด์ทัวร์จีนซึ่งเป็นคนไทย แสดงพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสมในพื้นที่วัดอรุณฯ ทั้งการโอบกอดกัน และใช้เท้าเหยียบพระปรางค์วัด เกิดการแชร์ภาพและแสดงความคิดเห็นเป็นจำนวนมากว่าไม่เหมาะสม เพราะเป็นสถานที่สำคัญของคนไทย คุณปัทมา เทพโพด ผู้สื่อข่าวอมรินทร์ทีวี พูดคุยกับคุณเอ นามสมมติ เจ้าของโพสต์ดังกล่าว ซึ่งเธอก็เป็นหนึ่งในไกด์ทัวร์เช่นกัน และรู้จักกับคนในภาพผ่านทางกลุ่มไลน์ โดยเธอบอกกับทีมข่าวว่า ส่วนตัวมองว่าวัดอรุณราชวรารามราชวรมหาวิหารเป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ ที่มีคุณค่ามาก ควรแก่การเคารพนับถือ และกว่าจะมาเป็นพระปรางค์วัดอรุณฯ ต้องมีประวัติยาวนาน แต่ไกด์คนดังกล่าวพร้อมกับนักท่องเที่ยวต่างชาติ กลับถ่ายรูปพร้อมใช้เท้าเหยียบ และยังกอดรัดฟัดเหวี่ยง โดยไม่ฉุกคิดแม้แต่น้อยว่า สถานที่แห่งนี้คือวัดและมีพระปรางค์อันศักดิ์สิทธิ์ ตนเองในฐานะที่เป็นไกด์เหมือนกัน และในฐานะเป็นคนไทยคนหนึ่งเชื่อว่า คนไทยทั้งประเทศรับไม่ได้ จึงอยากจะออกมาปกป้อง นอกจากนี้เธอยังบอกด้วยว่า ไกด์คนดังกล่าวทราบเรื่องแล้ว เพราะเห็นข่าวที่แชร์ในโลกโซเชียล และมีไกด์ผู้ใหญ่หลายท่านตักเตือน แต่เขาเหมือนไม่ได้รู้สึกผิด เพราะหลังเกิดจากเกิดเรื่องก็ได้เปลี่ยนรูปโปรไฟล์เป็นรูปที่เขาปีนขึ้นไปถ่ายคู่กับพระปรางค์วัดอรุณฯ ทันที เหมือนเป็นการท้าทายและมองว่าที่คนอื่นตักเตือนเป็นเรื่องไร้สาระ และจากการตรวจสอบ ยังพบว่าไกด์คนดังกล่าวมักมีพฤติกรรมไม่เหมาะสมอยู่บ่อยครั้ง เช่น พานักท่องเที่ยวคู่รักไปถ่ายรูปกอดจูบในวัด สถานที่สำคัญทางศาสนา สถานที่สำคัญทางประวัติศาสตร์ ถ่ายรูปกอดรัดนัวเนียกับนักท่องเที่ยว ตลอดจนการลักขโมยของ ซึ่งเรื่องดังกล่าวนี้ไม่ใช่เพียงตนเองที่ออกมาเรียกร้อง แต่ทางกลุ่มมัคคุเทศก์ได้มีการพูดคุยกัน ถึงความไม่เหมาะสมสำหรับผู้ที่มีบัตรไกด์ และผ่านการอบรม […]

‘ทัวร์จีน’ กรูขึ้นลิฟท์โรงแรมจนน้ำหนักเกิน ร่วงพื้น! วิ่งหนีตายบาดเจ็บหลายราย (คลิป)

เกิดเหตุนักท่องเที่ยวชาวจีนขึ้นลิฟท์จนน้ำหนักเกิน ส่งผลให้ลิฟท์ร่วงลงมาด้านล่างประมาณ 1 คืบ ส่งผลให้นักท่องเที่ยวแตกตื่นรีบวิ่งหนีออกมาด้านนอกและมีหลายคนได้รับบาดเจ็บ เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นที่โรงแรมอโมรา อ.เมือง จ.เชียงใหม่ เจ้าหน้าที่ตำรวจตรวจสอบที่เกิดเหตุ พบช่างกำลังเปิดลิฟท์เพื่อช่วยเหลือนักท่องเที่ยวที่ยังติดอยู่ในลิฟท์ จำนวน 15 คน เมื่อประตูลิฟท์เปิดนักท่องเที่ยวต่างรีบวิ่งกรูออกมาด้านนอก ทำให้ได้รับบาดเจ็บแขนขาถลอก 4 คน มี 1 คน ได้รับบาดเจ็บข้อเท้าเคล็ดจากการถูกเหยียบขณะกำลังวิ่งหนีออกมา เจ้าหน้าที่จึงได้นำผู้บาดเจ็บส่งรักษาตัวที่โรงพยาบาล จากการสอบสวนทราบว่า นักท่องเที่ยวชาวจีนกลุ่มนี้เพิ่งกลับมาจากการท่องเที่ยวในจ.เชียงใหม่ โดยลิฟท์ของโรงแรมมีขนาดเล็ก จุได้เพียง 10 คน แต่นักท่องเที่ยวเข้าไปทั้งหมด 15 คน ตอนนั้นลิฟท์ส่งสัญญาณเตือนแล้วแต่นักท่องเที่ยวไม่เดินออกมาทำให้เกิดเหตุการณ์ดังกล่าวขึ้น

ลบภาพจำทัวร์จีนไปซะ! บรรดาอาหมวยเมืองจีนแห่เข้าคอร์ส ‘สมบัติผู้ดี’ ในนครกว่างโจว

จูน แดลลีย์-วัตกินส์ อดีตนางแบบ และผู้เชี่ยวชาญด้านมารยาท-การเข้าสังคมชื่อดังของออสเตรเลีย เจ้าของฉายา “ราชินีแห่งสมบัติผู้ดี” เปิดห้องเรียนอบรมมารยาท ภายในโรงแรมหรูแห่งหนึ่งที่นครกว่างโจว ทางภาคใต้ของจีน รายงานข่าวระบุว่า ราชินีแห่งสมบัติผู้ดีชาวออสซี่ผู้นี้ซึ่งมีอายุมากกว่า 90 ปีแล้วในเวลานี้ เปิดรับนักเรียนซึ่งส่วนใหญ่เป็นชนชั้นกลางชาวจีนทั้งชายและหญิงห้องละ 30 คน ให้เข้ามาเรียนรู้อย่างใกล้ชิดเกี่ยวกับมารยาทในการเข้าสังคม รวมถึง “มารยาทบนโต๊ะอาหาร” ตามแบบมาตรฐานตะวันตกเป็นระยะเวลา 4 วันต่อคอร์ส แลกกับค่าเรียน “5,400 ดอลลาร์สหรัฐ” หรือราว 179,000 บาท/คน คุณยายแดลลี-วัตกินส์ซึ่งเปิดโรงเรียนสอนมารยาทในออสเตรเลียมาตั้งแต่ทศวรรษที่ 1950 ตัดสินใจเดินทางมาเปิดโรงเรียนแบบเดียวกันที่นครกว่างโจวของจีนเมื่อปี 2014 หรือ 3 ปีก่อน และไม่น่าเชื่อว่า มีชาวจีนให้ความสนใจสมัครเรียนคอร์สมารยาทของเธออย่างล้นหลาม ชนิดที่บางรายต้องจองคิวลงทะเบียนกันแบบข้ามปีกันทีเดียว แม้จะต้องแลกกับค่าเรียนที่สูงลิ่วก็ตาม ข้อมูลระบุว่า นักเรียนของเธอบางรายลงทุนเดินทางมาจากกรุงปักกิ่ง นครเซี่ยงไฮ้ หรือแม้แต่พื้นที่ห่างไกลอย่างมณฑลยูนนาน เพื่อเข้าคอร์สอบรมมารยาท และหลายรายมุ่งหวังจะช่วย “ลบภาพลักษณ์ที่ย่ำแย่” เกี่ยวกับ “มารยาทแบบจีนจีน” ที่สร้างความเสื่อมเสียน่าอับอายไปทั่วโลก โดยเฉพาะการบ้วนน้ำลาย-เสมหะตามท้องถนน และการกองเศษอาหาร เอาไว้บนโต๊ะอาหาร

จับ 2 จีนในคลิปรุมตื้บเพื่อนร่วมชาติกลางสนามบินสุวรรณภูมิ ตร.ยันไม่ใช่ไกด์เถื่อนตามข่าว

ตำรวจท่องเที่ยวท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ จับ 2 ชาวจีนกรณีร่วมกันทำร้ายร่างกายเพื่อนสัญชาติเดียวกัน โดยยอมรับว่า เมาสุรา และไม่พอใจที่คู่กรณีพูดจาเสียดสี ขณะที่ ผบก.ภ.จว.สมุทรปราการเตือนผู้โพสต์ รวมทั้ง ผู้แชร์ คลิป และ ข้อความ ลักษณะว่ามีกลุ่มมัคคุเทศก์ชาวต่างชาติที่ไม่ได้รับอนุญาต รุมทำร้ายหัวหน้าทัวร์ชาวจีน ให้ตรวจสอบก่อนโพสต์ หรือ แชร์ เพราะอาจมีความผิดตาม พ.ร.บ.บัญญัติคอมพิวเตอร์ได้ หากข้อมูลนั้นเป็นเท็จ คลิปดังกล่าวที่เผยแพร่ทางสื่อสังคมออนไลน์นั้นมีการระบุลักษณะว่า เป็นภาพของกลุ่มมัคคุเทศก์ที่ไม่ได้รับอนุญาต รุมทำร้ายหัวหน้าทัวร์ชาวจีน เหตุเกิดที่ห้างสรรพสินค้าปลีกปลอดอากรแห่งหนึ่งใน อ.บางพลี จ.สมุทรปราการ ซึ่งมีผู้แสดงความคิดเห็น รวมถึงแชร์คลิปนี้เป็นจำนวนมาก ล่าสุดตำรวจกองกำกับการ 6 กองบังคับการตำรวจท่องเที่ยว ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ควบคุมตัว นายยองเหลียง (YONGLIANG) และ นายเสี่ยวฮู (XIAOHU) ชาวจีนที่ปรากฏในคลิปมาพบพนักงานสอบสวน สภ.บางพลีเพื่อสอบสวน ซึ่งทั้ง 2 ยอมรับว่าเป็นบุคคลในภ่าพ โดยให้การผ่านล่ามว่าเคยมีปัญหากับคู่กรณี เมื่อครั้งทำธุรกิจร่วมกัน กระทั่งช่วงค่ำวันที่ 6 ส.ค.ที่ผ่านมา ได้เดินทางมาเที่ยวไทยโดยแวะไปที่ห้างสรรพสินค้าแห่งนี้ และพบคู่กรณีโดยบังเอิญ มีการพูดจายั่วยุกันไปมาประกอบกับเมาสุราจึงร่วมกันทำร้ายร่างกายคู่กรณี กระทั่งถูกตำรวจตามไปจับกุม ทั้งนี้ […]

งามหน้า!! ไกด์ไทยพาทัวร์จีนปีนข้ามกำแพงโบราณสถานอยุธยา ชิ่งไม่จ่ายค่าเข้าชม

กลายเป็นอีกหนึ่งคลิปที่กำลังเป็นที่วิพากษ์วิจารณ์อย่างหนักในโลกออนไลน์ เมื่อเพจดังบน Facebook อย่าง อยากดังเดี๋ยวจัดให้ ได้แชร์คลิปที่อ้างว่าเป็นเหตุการณ์ขณะตำรวจท่องเที่ยวจังหวัดพระนครศรีอยุธยานายหนึ่งกำลังตอบโต้กับไกด์คนไทย ที่ถูกจับได้ว่าเป็นคนแนะนำให้นักท่องเที่ยวจีนกว่า 20 คน แอบปืนกำแพงโบราณสถานแห่งหนึ่ง เพื่อหลีกเลี่ยงการจ่ายเงินค่าเข้าชมโบราณสถาน อีกทั้งในช่วงท้ายคลิปได้มีการแอบอ้างชื่อตำรวจและนายกรัฐมนตรีด้วย หลังจากคลิปดังกล่าวเผยแพร่ออกได้ ได้มีคนในโลกโซเซียลจำนวนมากเข้ามาร่วมแสดงความเห็นในประเด็นต่างๆ ทั้งในเรื่องที่มาของใบอนุญาตไกด์ และสนับสนับสนุนให้ยัดใบประกอบอาชีพ ทั้งยังมีการตั้งข้อสังเกตว่าสำเนียงการพูดของไกด์นั้นอาจไม่ใช่คนไทยก็ได้ ที่มาก – Facebook.com / อยากดังเดี๋ยวจัดให้

keyboard_arrow_up