สื่อแฉ ‘คิม จองอึน’ สั่งประหารเจ้าหน้าที่ระดับสูง เซ่นทำประชุมทรัมป์ล่ม

เว็บไซต์โชซุน อิลโบ ซึ่งเป็นสื่อของเกาหลีใต้รายงาน โดยอ้างแหล่งข่าวว่านายคิม จองอึน ผู้นำเกาหลีเหนือได้ทำการล้างบางเจ้าหน้าที่ระดับสูงในกระทรวงต่างประเทศ ที่มีส่วนทำให้การประชุมสุดยอดกับประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐฯ ในกรุงฮานอยของเวียดนามในเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมาล้มเหลว โดยสื่อของเกาหลีใต้ระบุว่านายคิม จองอึนได้สั่งให้นายคิม ยองชอล เจ้าหน้าที่ระดับสูงของรัฐบาลเกาหลีเหนือ ผู้ทำหน้าที่เจรจากับนายไมค์ ปอมเปโอ รัฐมนตรีต่างประเทศสหรัฐฯ ในการประชุมสุดยอดที่เวียดนามทำงานใช้แรงงานหนักในจังหวัดจากัง นอกจากนี้ ผู้นำเกาหลีเหนือยังได้สั่งประหารชีวิตนายคิม ฮยอกชอล เจ้าหน้าที่ระดับสูงในกระทรวงต่างประเทศ ซึ่งทำหน้าที่เจรจากับเจ้าหน้าที่สหรัฐฯในการประชุมสุดยอดกับประธานาธิบดีทรัมป์ในเวียดนาม โดยนายคิม ฮยอกชอลได้ถูกเจ้าหน้าที่สอบสวน และประหารชีวิตที่สนามบินมิริม ในกรุงเปียงยาง พร้อมกับเจ้าหน้าที่กระทรวงต่างประเทศอีก 4 คนเมื่อเดือนมีนาคม หลังทั้งหมดถูกตั้งข้อหาว่าจารกรรมข้อมูลให้กับทางการสหรัฐฯ ขณะที่นายคิม ซองเฮ เจ้าหน้าที่อีกคนที่ทำหน้าที่ด้านเจรจา และล่ามแปลภาษาในการประชุมสุดยอดเวียดนามก็ถูกกักขังในคุกสำหรับนักโทษการเมืองด้วย ติดตามข่าวสารเรื่องราวที่น่าสนใจอื่น ๆ ได้ที่ อมรินทร์ทีวี เอชดี ช่อง 34 

เปิดข้อตกลง ‘ทรัมป์-คิม’ มุ่งปลดอาวุธนิวเคลียร์-สร้างสันติในคาบสมุทรเกาหลี

วันนี้(12 มิ.ย. 61) กับการหารือครั้งประวัติศาสตร์ระหว่างประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐฯ และนายคิม จองอึน ผู้นำเกาหลีเหนือ ที่ประเทศสิงคโปร์ โดยการหารือดังกล่าวเป็นไปอย่างราบรื่น ประธานาธิบดีทรัมป์เผยว่า ผลการหารือที่ออกมาน่าจะเป็นที่น่าพอใจสำหรับทั้งสองฝ่าย (อ่านเพิ่มเติม ‘ทรัมป์-คิม’ ร่วมลงนามข้อตกลง เผยโลกเตรียมเห็นความเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่) ผู้นำทั้ง 2 ประเทศ ได้ลงนามในข้อตกลงร่วมกัน โดยมีประเด็นหลัก ๆ 4 ข้อ ด้วยกัน คือ สหรัฐฯ และเกาหลีเหนือ จะร่วมสร้างความสัมพันธ์อันดีต่อกัน ตามความปรารถนาของประชาชนของประชาชนทั้ง 2 ประเทศ เพื่อสันติภาพและความรุ่งเรือง สหรัฐฯ และเกาหลีเหนือ จะร่วมมือสร้างสันติภาพที่ยั่งยืนและมั่นคงในคาบสมุทรเกาหลี เกาหลีเหนือจะเดินหน้าในการปลดอาวุธนิวเคลียร์อย่างสมบูรณ์ ตาม ‘ปฏิญญาปันมุนจอม’ เมื่อวันที่ 27 เม.ย. 61 สหรัฐฯ และ เกาหลีเหนือ จะรือฟื้นข้อตกลง POW/MIA ว่าด้วยทหารหรือเชลยศึกชาวอเมริกันที่สูญหายระหว่างปฏิบัติหน้าที่ โดยให้ส่งกลับกระดูกผู้เสียชีวิตที่สามารถระบุตัวตนได้แล้วกลับประเทศทันที นอกจากนี้ในหนังสือสัญญาระบุว่าทั้ง 2 ประเทศได้มีการเปิดใจหารือกันอย่างครอบคลุม ลงลึกและจริงใจ ในประเด็นที่เกี่ยวข้องกับความสงบสุขในคาบสมุทรเกาหลี […]

‘ทรัมป์-คิม’ ร่วมลงนามข้อตกลง เผยโลกเตรียมเห็นความเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่

จบลงไปเป็นที่เรียบร้อย สำหรับการหารือครั้งประวัติศาสตร์ระหว่างประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐฯ และนายคิม จองอึน ผู้นำเกาหลีเหนือ ในวันนี้ (12 มิ.ย. 61) ซึ่งถือว่าเป็นไปอย่างราบรื่น สมตามความตั้งใจ โดยตลอดช่วงบ่ายที่ผ่านมา ที่โรงแรมคาเปลลา บนเกาะเซ็นโตซา หลังจากที่คณะเจ้าหน้าที่สหรัฐฯ และเกาหลีเหนือได้ร่วมโต๊ะประชุมอย่างเป็นทางการแล้ว ก็ย้ายไปยังห้องทานอาหาร เพื่อรับประทานอาหารกลางวันร่วมกัน บรรยากาศเป็นไปด้วยความผ่อนคลาย ทรัมป์ได้พูดแซวกับนักข่าวว่าถ่ายภาพได้ดีหรือเปล่า เขาดูหล่อมั้ย ซึ่งในเมนูอาหารที่ทางการสิงคโปร์จัดไว้รับรอง ในชุดเรียกน้ำย่อย ประกอบด้วยเมนูค็อกเทลกุ้งเสิร์ฟพร้อมสลัดอโวคาโด ยำมะม่วงน้ำสลัดน้ำผึ้ง และแตงกวายัดไส้ ซึ่งเป็นอาหารท้องถิ่นของเกาหลี ส่วนเมนคอร์ส เป็นเมนูซี่โครงเนื้อรมควันซอสไวน์แดง ข้าวผัดหยางโจว และปลาค็อดเคี่ยวกับซอสถั่วเหลือง ปิดท้ายด้วยของหวานคือทาร์ทช็อคโกแลต พอทานเสร็จเรียบร้อย ทั้งสองคนก็ออกไปเดินย่อยในสวนของโรงแรมคาเปลลาแบบสองต่อสอง ซึ่งช่วงที่กำลังจะเดินออกมา คิม จองอึนมีสีหน้ายิ้มแย้ม คุยกับจนท.อย่างเป็นกันเอง ก่อนจะเดินยิ้มให้นักข่าวได้ถ่ายภาพ หลังจากนั้น ทั้งสองคน ก็เดินขึ้นตึกและแยกย้ายไปพักผ่อน ซักพักจึงออกมาที่ห้องซึ่งเตรียมเอาไว้สำหรับการลงนามในเอกสารข้อตกลงร่วมกัน ซึ่งทรัมป์ตอบว่าผลการหารือที่ออกมาน่าจะเป็นที่น่าพอใจสำหรับทั้งสองฝ่าย ซึ่งหลังจากนี้ก็ยังมีอีกหลายอย่างที่พวกเขาต้องทำร่วมกัน ปิดท้ายด้วยการกล่าวคำขอบคุณผู้นำเกาหลีเหนือ ในช่วงนี้ นายคิม จองอึนได้พูดผ่านล่าม ว่าเขาและทรัมป์ได้ตกลงที่จะลืมเรื่องเก่าในอดีต และโลกจะได้เห็นความเปลี่ยนแปลงครั้งยิ่งใหญ่ ซึ่งเป็นผลจากการหารือในวันนี้ ต่อจากนั้น ทั้งสองผู้นำได้ออกมาให้ผู้สื่อข่าวได้สัมภาษณ์และถ่ายภาพอีกครั้ง […]

วินาทีประวัติศาสตร์ ‘ทรัมป์-คิม’ จับมือ เชื่อหารืออย่างราบรื่น

วันนี้(12 มิ.ย. 61) นับเป็นอีกหนึ่งเหตุการณ์ที่ต้องบันทึกเอาไว้ในหน้าประวัติศาสตร์ สำหรับการพบกันครั้งแรก ระหว่างประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ และนายคิม จองอึน โดยมีสิงคโปร์เป็นประเทศเจ้าภาพ ท่ามกลางความคาดหวังว่าการหารือครั้งนี้จะนำไปสู่สันติภาพบนคาบสมุทรเกาหลีอย่างถาวร และเป็นการเปิดฉากความสัมพันธ์รูปแบบใหม่ระหว่างเกาหลีเหนือและสหรัฐฯ วินาทีประวัติศาสตร์คือเมื่อทั้งคู่เดินออกมาจากฉากคนละมุม ก็ตรงเข้ามาจับมือและทักทาย ก่อนจะหันมาให้ผู้สื่อข่าวถ่ายภาพ โดยมีธงชาติสหรัฐฯ และเกาหลีเหนือเป็นฉากหลัง โดยทรัมป์เคยพูดเอาไว้ว่า ถ้าได้เจอหน้าคิมจองอึนแค่ 5 วินาที ก็รู้แล้วว่าการหารือครั้งนี้จะเป็นอย่างไร ซึ่งก็ดูเหมือนว่าผู้นำสหรัฐฯ จะถูกชะตากับคิม จองอึน เพราะให้สัมภาษณ์สั้น ๆ ว่าเขามั่นใจว่าการหารือครั้งนี้จะประสบความสำเร็จ และความสัมพันธ์ระหว่างสองประเทศจะต้องดีขึ้นอย่างแน่นอน ขณะที่ผู้นำเกาหลีเหนือกล่าวว่า การได้มาพบหน้ากันในวันนี้ไม่ใช่เรื่องง่าย เพราะที่ผ่านมาก็มีอุปสรรคต่างๆ มากมาย แต่สุดท้ายมันก็เกิดขึ้น หลังจากทักทายกัน ทรัมป์และคิมได้ใช้เวลาหารือกันเป็นส่วนตัว โดยผ่านล่ามแปลภาษา ประมาณ 1 ชั่วโมง ต่อจากนั้น จึงเป็นการหารืออย่างเต็มรูปแบบ พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ระดับสูงของทั้งสองฝ่าย ภายในห้องประชุมของโรงแรมคาเปลลา

ร้านอาหารดังเผย 2 เมนูพิเศษ ต้อนรับประชุม ‘ทรัมป์-คิม’ ที่สิงคโปร์

การประชุมครั้งประวัติศาสตร์ระหว่างประธานาธิบดีสหรัฐฯ และผู้นำเกาหลีเหนือกำลังจะเกิดขึ้นในอีก 4 วันข้างหน้า ซึ่งนอกจากหน่วยงานของราชการที่เร่งเตรียมความพร้อม ร้านอาหารในสิงคโปร์ต่างก็พากันเปิดตัวเมนูพิเศษเพื่อต้อนรับสองผู้นำ ที่บริเวณด้านหน้าร้านอาหารมาเลเซีย มีการนำภาพของประธานาธิบดีทรัมป์ และนายคิมมาตั้งไว้ที่ประตูทางเข้า พร้อมคำโฆษณาเมนูพิเศษที่จะมีขายในช่วงการประชุมเท่านั้น โดยเป็นเมนูข้าวอบกะทิ ซึ่งปกติจะทานกับปลาหรือไก่ทอด แต่ทางร้านได้เปลี่ยนเป็นเมนูเนื้อราดด้วยกิมจิแทน ซึ่งสื่อถึงอาหารอเมริกันและเกาหลี เช่นเดียวกับที่ร้านรอยัลพลาซ่าใกล้ถนนออร์ชาร์ด ซึ่งมีการนำป้ายโฆษณาขนาดใหญ่มาแปะไว้ โดยเป็นเมนู “เบอร์เกอร์ทรัมป์-คิม” ส่วนผสมก็จะมาจากแนวคิดคล้ายๆ กัน คือมีเนื้อสัตว์ และกิมจิ รวมถึงเครื่องเทศสไตล์เกาหลี เชฟของร้านระบุว่า ความตั้งใจที่ทำเมนูนี้ออกวางขายก็เพราะอยากเป็นตัวแทนของชาวสิงคโปร์ที่เอาใจช่วยให้การประชุมครั้งนี้ประสบความสำเร็จ สำหรับการหารือครั้งประวัติศาสตร์นี้จะเกิดขึ้นในเวลา 9.00 น. ของวันที่ 12 มิถุนายน ซึ่งรัฐบาลสิงคโปร์ประกาศให้พื้นที่โดยรอบสถานที่จัดงานเป็นเขตพิเศษ เพื่อคุมเข้มมาตรการรักษาความปลอดภัย ระหว่างวันที่ 10-14 มิถุนายน 2561.

keyboard_arrow_up