“ทนายเกิดผล” เห็นต่างจำคุก “ลุงวิศวะ” 10 ปี ชี้แค่ป้องกันตัว

จากกรณีที่ ศาลจังหวัดชลบุรี ผู้พิพากษาออกนั่งบัลลังก์ อ่านคำพิพากษาคดีที่ 2941/2560 ซึ่งพนักงานอัยการจังหวัดชลบุรี และนางสาวมณีพร ผึ่งพาย ร่วมกันเป็นโจทก์ยื่นฟ้องนายสุเทพ โภชนสมบูรณ์ หรือ ลุงวิศวะ จำเลยผู้ก่อเหตุยิงปืนใส่รถตู้ของกลุ่มวัยรุ่น เป็นเหตุให้นายนวพล ผึ่งผาย หรือปอนด์ ถึงแก่ความตาย เหตุเกิดเมื่อวันที่ 4 ก.พ. 60 ที่ถนนสายอ่างศิลา-สุขุมวิท ต.อ่างศิลา อ.เมือง จ.ชลบุรี คดีนี้มีความผิดฐานฆ่าผู้อื่นโดยเจตนานั้น วันที่ 27 ก.ย. 61 นายเกิดผล แก้วเกิด ทนายความ เผยว่าหลังจากที่มีคำพิพากษาของศาลชั้นต้นออกมานั้น หากในชั้นศาลมีการสืบพยานหลักฐานเพิ่มเติมนอกเหนือจากคลิปที่เผยแพร่ออกมา แล้วหากสามารถบ่งชี้ได้ว่า “เป็นการสมัครใจทะเลาะวิวาทจริง” ก็จะไม่สามารถอ้างว่าเป็นการป้องกันตัวได้ ซึ่งก็ถูกต้องตามที่มีการพิจารณาบนชั้นศาลแล้ว แต่ในมุมมองของตนนั้นไม่เห็นด้วย เนื่องจากคลิปที่ปรากฎในตอนแรกและตอนท้าย มองว่าการทะเลาะในช่วงแรกนั้นจบลงแล้ว จากนั้นจึงมีการขับรถไล่ตามกันมา ซึ่งลุงวิศวะเป็นผู้ถูกกระทำ ส่วนการพิจารณาของศาลที่ระบุว่าลุงวิศวะขับรถปาดหน้าตั้งใจยั่วยุนั้น มองว่าไม่ตรงกับภาพที่ปรากฎในคลิป อีกทั้งเสียงสุดท้ายก่อนจอดรถ ลุงวิศวะเองมีการพูดในเชิงว่า “มีป้อมยาม ต้องลงไปขอความช่วยเหลือ ก่อนจะจอดรถ” ซึ่งไม่ใช่การปาดหน้ารถแต่อย่างใด ประกอบกับหลังจากที่จอดรถแล้วลุงวิศวะ กลับถูกกลุ่มผู้ตายหลายคนจู่โจมเข้ามามีท่าทีที่ก้าวร้าว บังคับให้ลงจากรถ […]

พี่ “ติว” เชื่อบิ๊กไบก์ซิ่ง น้องกินเลนเพราะหักหลบ ปัดเล่นมือถือ ชี้ลางสังหรณ์พูดลา “ครั้งนี้ไปนาน” (คลิป)

จากกรณีที่เกิดอุบัติเหตุรถบิ๊กไบก์ขับชนรถเมล์สาย 82 บริเวณกลางสะพานพระพุทธยอดฟ้าฯ หรือ สะพานพุทธ เขตธนบุรี กรุงเทพฯ ในที่เกิดเหตุ พบรถจักรยานยนต์ยี่ห้อยามาฮ่าใต้ท้องรถเมล์  ใกล้กันพบรถจักรยานยนต์บิ๊กไบก์ สภาพพังยับเยิน โดยมีผู้เสียชีวิต 2 ราย คือ นายธนวัฒน์ สุขเจริญ อายุ 18 ปี คนขี่รถจักรยานยนต์ยามาฮ่า และนายฐิติวัสส์ ธีรภาพ หรือ ชาย อายุ 19 ปี นักแสดงตัวประกอบภาพยนตร์เรื่อง หลวงพี่แจ๊ส 4G ผู้ขับขี่รถบิ๊กไบก์  (อ่านต่อ : แฟนสาวจยย.แค้น “บิ๊กไบก์” ชนดับ – เพื่อนดาราโต้ยกล้อ ชี้ อีกฝ่ายสวนเลนประจัญ) วันที่ 19 ก.ย. 61  “รายการต่างคนต่างคิด” ออกอากาศทางสถานีโทรทัศน์ อมรินทร์ ทีวี ช่อง 34 ทุกวันจันทร์-ศุกร์ เวลา 18.20 น. ได้เชิญ […]

เกิดผล เห็นด้วยลงโทษไม่พกใบขับขี่ แต่ค้านโทษปรับ ที่เหมือนโทษปล้น

สืบเนื่องจากกรณีที่คณะอนุกรรมการประสานการแก้ไขปัญหาจราจรและขนส่งอย่างเร่งด่วนใน กทม. และปริมณฑล เห็นชอบกับข้อเสนอของกองบัญชาการตำรวจนครบาล (บชน.) ที่เสนอให้ปรับเพิ่มโทษผู้ขับรถยนต์โดยไม่มีใบอนุญาต เป็นจำคุกไม่เกิน 3 เดือน หรือปรับไม่เกิน 5,000-10,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ จากเดิมคือ จำคุกไม่เกิน 1 เดือน หรือปรับไม่เกิน 1,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ ตามที่เสนอข่าวไปแล้วนั้น (อ่านเพิ่มเติม : ขนส่งเอาจริง! จ่อเพิ่มโทษไม่มี ‘ใบขับขี่’ จำคุก 3 เดือน ปรับ 50,000 บาท / ยังไม่บังคับใช้!! ขนส่งฯ แจงปมดราม่าเพิ่มโทษไม่พกใบขับขี่ เผยอยู่ระหว่างนำเสนอ ครม.) ล่าสุดเมื่อวันที่ 23 สิงหาคม 2561 ทนายเกิดผล แก้วเกิด ได้โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัวถึงกรณีดังกล่าวโดยเปิดเผยว่า…ไม่จริงครับ !! อุบัติเหตุเกิดจากความประมาท ไม่ใช่ว่ามีใบขับขี่แล้ว จะไม่เกิดอุบัติเหตุ หรือ จะไม่ประมาท นะครับ ผมเห็นด้วยกับการลงโทษ ผู้ขับขี่ […]

ดูหนังโป๊กลางห้าง ส่อคุก! ทนายดัง ชี้วัตถุลามก แค่มีในมือถือส่วนตัวก็ผิด (คลิป)

จากกรณีโลกออนไลน์แชร์คลิปชายรายหนึ่ง ใช้คอมพิวเตอร์ในร้านจำหน่ายอุปกรณ์คอมพิวเตอร์และไอที ในห้างสรรพสินค้าแห่งหนึ่ง จ.บุรีรัมย์ เปิดสื่อลามกคล้ายหนังโป๊ โดยไม่สนใจสายตาคนที่เดินผ่านไปมา โดยโพสต์ดังกล่าวระบุข้อความว่า “เตือนภัยไอ้โรคจิต เข้ามาที่ร้านหลายครั้งมาก ชอบมองลูกค้าผู้หญิงคือจ้องนานๆ ที่สำคัญมาเปิดหนังโป๊ดูในร้านเนี่ย เกือบได้วางมวย ดูเอาครับพฤติกรรมมัน เสียดายมองหน้าไม่ชัด #พีคสุดตอนมันลูบหัวตัวเองนี่แหละ” วันที่ 2 ส.ค. 61 นายเกิดผล แก้วเกิด ทนายความ กล่าวถึงกรณีนี้ว่า การที่ใครก็ตามนำข้อมูลลามกเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ หรือมีไว้ครอบครอง ถือว่ามีความผิด ไม่ว่าจะเป็นการรับชมผ่านคอมผิวเตอร์หรือโทรศัพท์มือถือส่วนตัว ก็ถือว่ามีความผิด เนื่องจากกฎหมายระบุไว้ว่า ผู้ใดมีวัตถุลามกอนาจารไว้ในครอบครองถือว่ามีความผิด ระวางโทษจำคุกไม่เกิน 1 เดือน ปรับไม่เกิน 10,000 บาท อย่างไรก็ตาม ไม่ว่าจะดูในพื้นที่สาธารณะ หรือในห้องพักส่วนตัวก็ถือว่ามีความผิด เพราะไม่มีข้อยกเว้นกรณีเรื่องสื่อลามก อยู่ที่ใดในราชอาณาจักรไทยก็ถือว่ามีความผิด ทั้งนี้ หากมีการนำข้อมูลลามกเข้าสู่ระบบ ก็จะมีความผิดตาม พ.ร.บ.คอมผิวเตอร์อีกด้วย หากสื่อดังกล่าวแสดงให้เห็นถึงการยั่วยุทางกามารมณ์ของผู้รับชม

สาวสองสุดทนข้างห้องครางสนั่น แปะป้ายเตือนได้ผลชะงัก – ทนายชี้แจ้งจับได้ (คลิป)

จากกรณีที่สมาชิกเฟซบุ๊ก “ลูกพีช ไม่รู้เป็นอะไร” โพสต์คลิปพร้อมระบุข้อความว่า “เตือนล่ะนะ!!!!!!!!!!!!!!!!! (เกรงใจคนนอนคนเดียวบ้าง) #ถ้าไม่เบาลงจะขอแจมล่ะนะ5555555” ซึ่งเป็นเหตุการณ์ที่ได้ยินเสียงห้องข้าง ๆ คล้ายมีเซ็กส์อย่างดุเดือด ส่งเสียงดังจนนอนไม่หลับ ทำให้เจ้าตัวตัดสินใจเขียนกระดาษเตือน แล้วเดินเอาไปแปะที่หน้าประตูห้อง พร้อมกับถ่ายคลิปเหตุการณ์ทั้งหมดไว้ วันที่ 2 ส.ค. 61 ทีมข่าวอมรินทร์ ทีวี ลงพื้นที่หอพักในซอยอิสรภาพ 39 นายพิทยา นามจันดา หรือ ลูกพีช เจ้าของโพสต์ เปิดเผยว่า ตนย้ายมาพักอาศัยที่หอพักแห่งนี้เป็นเวลา 8 เดือน ซึ่งตลอด 4 เดือนแรกไม่มีเหตุการณ์ความผิดปกติเกิดขึ้น แต่ 4 เดือนหลัง หลังจากมีเพื่อนข้างห้องย้ายเข้ามาอาศัยอยู่ ตนก็ได้ยินเสียงร้องดังครวญคราง ส่วนมากได้ยินเสียงผู้หญิง ไม่ค่อยได้ยินเสียงผู้ชาย ซึ่งได้ยินเกือบทุกคืน ทั้งนี้ ตนได้ยินบ่อยครั้งในช่วงเวลาประมาณ 02.00 น. – 03.00 น. และเพื่อนบางคนที่อยู่หอพักเดียวกัน เล่าให้ตนฟังว่าได้ยินเสียงดังกล่าวช่วงเวลา 18.00 น. – 19.00 […]

“กานต์” เอาจริง ฟ้อง “เสี่ยโป้” ฉ้อโกง 60 ล้าน (คลิป)

วันที่ 21 ก.ค. 61 นางวิภากร ศุขพิมาย หรือ กานต์ อดีตภรรยาของร๊อกเกอร์ “เสก โลโซ” ได้เดินทางมายังศาลจังหวัดมีนบุรี พร้อมกับทนายเกิดผล แก้วเกิด หลังจากที่ได้ฟ้องร้อง “เสี่ยโป้” และครอบครัว ที่ไม่ยอมคืนเงินกว่า 60 ล้านบาท สำหรับวันนี้ กานต์ต้องขึ้นศาล 2 คดี โดยคดีแรก ศาลได้นัด นางวิภากร ศุขพิมาย หรือกานต์ ในฐานะโจทก์ และ นายอภิรักษ์ ชัชอานนท์ หรือ เสี่ยโป้ พร้อมกับ นางสาวบานเย็น ชาญนรา แม่ของเสี่ยโป้ และภรรยา ในความผิดฐานฉ้อโกงและ พ.ร.บ.ว่าด้วยการกระทำผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ ส่วนคดีที่สอง ศาลได้นัด นางวิภากร ศุขพิมาย หรือกานต์ ในฐานะโจทก์ และ นางสาวบานเย็น ชาญนรา แม่ของเสี่ยโป้ ในความผิดฐานฉ้อโกงและพ.ร.บ.ว่าด้วยการกระทำผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ โดยทั้งสองคดี เสี่ยโป้และครอบครัวไม่ได้มาตามหมายศาล […]

เพื่อตัวเองทั้งเพ! ทนายเกิดผล ซัดกลุ่มโหนกระแส ‘ทีมหมูป่า’ เผยเด็กๆ ยังไม่เรียกร้องเลย

สืบเนื่องจากกรณีที่ รศ.ดร.วีรชัย พุทธวงศ์ นักวิชาการและอาจารย์ประจำภาควิชาเคมี คณะศิลปศาสตร์และวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ โพสต์ภาพถ่ายเอกสารจากมหาวิทยาลัยนเรศวร จังหวัดพิษณุโลก บนเฟซบุ๊ก Weerachai Phutdhawong พร้อมข้อความระบุว่า “ทุนการศึกษา #ติดถ้ำ” (อ่านเพิ่มเติมที่ : การศึกษาเป็นเรื่องสำคัญ! ม.นเรศวร ให้ทุน 13 หมูป่า เรียนฟรีถึงปริญญาเอก) ลุ่าสุด เมื่อวันที่ 13 กรกฎาคม 2561 ผู้สื่อข่าวได้รายงานว่า นายเกิดผล แก้วเกิด ทนายความชื่อดังได้โพสต์ข้อความผ่านทางเฟซบุ๊กส่วนตัว โดยกล่าวถึงกรณีที่เกิดกระแสการมอบรางวัลต่างๆ จากหน่วยงานและบุลคลต่างๆ ให้กับทีมนักเตะเยาวชนที่กำลังอยู่ระหว่างการรักษาตัวโดยระุบุข้อความว่า…หมูป่ายังนอนอยู่โรงพยาบาล ยังไม่เคยเรียกร้องสิ่งใด จากใคร !! มีแต่ผู้ใหญ่โหนกระแส จะมอบโน้น นี่ นั้นให้ ทำเพื่อตัวเองทั้งเพ นอกจากนี้ทนายเกิดผลยังบอกอีกว่า…อยากจะฝากขอทุนให้ลูกหลานคนสูบน้ำ คนเจาะบาดาล ทีมรังนกเกาะลิบง คนซักผ้าให้เจ้าหน้าที่ และทีมกู้ภัยด้วยได้ไหมครับ

ทนายเกิดผล แนะโซเชียลหยุดจับผิด ‘ทีมหมูป่า’ ชี้ไม่ได้เป็นอาชญากรที่ต้องถูกประณาม

ยังคงเป็นประเด็นที่ถูกจับตามองอย่างต่อเนื่อง สำหรับกรณีการช่วยเหลือทีมนักฟุตบอลเยาวชนจำนวน 13 ชีวิตที่ติดอยู่ภายในถ้ำหลวง ซึ่งล่าสุดเจ้าหน้าที่กู้ภัยและทีมช่วยเหลือได้เจอตัวผู้ประสบภัยทั้งหมดแล้ว และอยู่ระหว่างการฟื้นฟูสภาพร่างกายจิตใจก่อนจะนำตัวออกมาจากถ้ำ แต่ขณะเดียวกันก็มีกระแสโจมตีทีมนักฟุตบอลกลุ่มนี้ที่เข้าไปติดอยู่ในสถานที่อันตราย จนทำให้คนจำนวนมากต้องลงมาให้ความช่วยเหลืออย่างหนัก ทั้งยังมีการนำป้ายเตือนห้ามเข้าถ้ำดังกล่าวมาร่วมแสดงความเห็นถึงความไม่เหมาะสมของเด็กๆ กลุ่มนี้ อย่างไรก็ตาม ผู้สื่อข่าวได้รายงานว่า เมื่อวันที่ 4 มิถุนายน 2561 ทนายความชื่อดัง เกิดผล แก้วเกิด ได้โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัวถึงกรณีดังกล่าว โดยเปิดเผยว่า อย่าไปค้นหาความผิดของเด็กๆ มากนัก เพราะแค่นี้ก็เป็นบทเรียนได้ทั้งชีวิตแล้ว พร้อมแนะผู้ใหญ่ที่กำลังวิพากษ์วิจารณ์เหตุการณ์ดังกล่าวว่า อย่าตำหนิกันเกินพอดี เพราะแม้เหตุการณ์ครั้งนี้ เด็กๆ จะใช่ฮีโร่ แต่ก็ไม่ได้เป็นอาชญากร ที่จะต้องถูกประณาม แต่ก็สมควรถูกตำหนิ และดีดหูบ้าง นอจกจากนี้ ทานายเกิดผลยังกล่าวถึงกรณีที่มีคนนำป้ายเตือนบริเวณหน้าถ้ำหลวงมาโจมตีเด็กๆ ว่า…ป้ายเตือนว่า เดือน กรกฎาคม -พฤศจิกายน ห้ามเข้า ลืมไปหรือเปล่าครับ ว่า เด็กๆเข้าไป เดือนมิถุนายน

ทนายเกิดผลถาม ‘พยานใหม่ครูปรีชา’ เห็นหวยตกจริง ทำไมฟ้องแทงกั๊ก ‘ลักทรัพย์-ยักยอก-รับของโจร’

จากกรณีที่ครูปรีชา ใคร่ครวญ ตัดสินใจเดินหน้าฟ้องหมวดจรูญ วิมูล ในข้อหายักยอกทรัพย์ พร้อมเปิดเผยว่ามีพยานรายใหม่ที่ระบุว่า เห็นตัวเองทำหวยหล่นด้วยตาตนเอง (อ่านเพิ่มเติม : “ครูปรีชา” ฟ้องศาลเอง! เอาผิด “ลุงจรูญ” ยักยอกทรัพย์ – รับของโจร) ล่าสุด ทนายเกิดผล แก้วเกิด ได้โพสต์ข้อความตั้งข้อสังเกตถึงกรณีดังกล่าว โดยระบุว่า…เมื่อมีพยานยืนยันว่า เห็นครูปรีชาทำล็อตเตอร์รี่ตก แน่ชัด และมีพยานเห็นหมวดจรูญเก็บได้ เหตุใดถึงไม่ฟ้องข้อหา ยักยอกทรัพย์ที่หาย ตามมาตรา 352 วรรคสอง ให้ชัดๆไปเลย ทำไมฟ้องแบบแทงกั๊ก เป็น ลักทรัพย์ หรือ ยักยอก หรือ รับของโจร นอกจากนี้ทนายเกิดผล ยังบอกอีกว่า…ฟ้องแบบนี้ ที่มีคำว่า “หรือ” มันคือ คำฟ้องที่บ่งบอกว่า…ไม่มีใครเห็น หรือไม่แน่ใจ ..!! เจ็บกี่ครั้ง ถึงจะจำ

ทนายชี้ หาก “จ๊อด” เป็นต้นเหตุทำ “ตาจรูญ” ตายแจ้งหาข้อเพิ่มได้ บอกทำผิดไม่ควรสู้คดี

จากกรณีที่ นายจรูญ มีพันธ์ หรือ ตาจรูญ อายุ 82 ปี อาชีพขี่ซาเล้งเก็บของเก่าขาย ถูกนายนราธร โสดติยัง หรือ จ๊อด อายุ 21 ปี ทำร้ายร่างกายด้วยการเตะจนล้มหัวฟาดหมดสติ จนกลายเป็นผู้ป่วยติดเตียง ต่อมานายจ๊อด ได้เข้ามอบตัว รับทราบข้อกล่าวหาทำร้ายร่างกาย ส่วนตาจรูญมีอาการทรุดหนัก กระทั่งเสียชีวิตเมื่อคืนที่ผ่านมา (29 มี.ค.) จากการติดเชื้อในกระแสเลือด ล่าสุดวันนี้ (30 มี.ค.) นายเกิดผล แก้วเกิด ทนายความชื่อดัง ระบุว่า หากศาลยังไม่ได้พิจารณาคดี หรือยังไม่มีการตัดสินคดี พนักงานสอบสวนหรือพนักงานอัยการ สามารถแจ้งข้อกล่าวหาหรือคำฟ้องเป็นเจตนาทำร้ายร่างกาย เป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตายได้ ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 290 มีโทษหนักกว่า คือ จำคุก 3-15 ปี ทั้งนี้ ต้องมีผลยืนยันที่แน่ชัดจากแพทย์ว่า การติดเชื้อในกระแสเลือดของคุณตามีสาเหตุจากอะไร หากมีสาเหตุจากอาการเจ็บป่วยอื่นที่มีมาก่อนหน้าที่ถูกนายจ๊อดทำร้าย เช่นการผ่าตัด การเสียชีวิตก็อาจจะไม่เกี่ยวกับนายจ๊อด และไม่สามารถเอาผิดอะไรเพิ่มได้ แต่หากเป็นผลสืบเนื่องจากการที่คุณตาถูกทำร้าย เช่นติดเชื้อในกระแสเลือดจากแผลกดทับ กลายเป็นผู้ป่วยติดเตียง ไม่สามารถเคลื่อนไหวได้ […]

จบมั้ยครับ!? ทนายเกิดผล โพสต์คลิป ‘ครูปรีชา’ ครั้งยืนยันว่า ‘มีคนเก็บหวย-มีพยาน-มีกล้องวงจรปิด’

เหมือนจะจบ แต่ก็ยังคงมีเรื่องใหม่ๆ ให้ต้องติดตามอย่างต่อเนื่อง ว่าสุดท้ายแล้วใครกันแน่ที่เป็นเจ้าของหวย 30 ล้านบาท และล่าสุดทนายเกิดผล แก้วเกิด ได้โพสต์คลิปวิดีโอขณะสื่อสัมภาษณ์ของครูปรีชา ใคร่ครวญ ผู้อ้างเป็นเจ้าของสิทธิ์หวยดังกล่าว แต่ทำหล่นหาย และได้ยืนยันว่ามีคนเก็บหวยของตนได้ ซึ่งภายในคลิปดังกล่าว ครูปรีชาได้ระบุว่า…เก็บได้จริงมั้ย จริงครับ มีหลักฐานยืนยัน มีพยายามยืนยัน และมีกล้องวงจรปิด เท่านี้จบมั้ยครับ

ทนายเกิดผล โต้กระแส ‘แต่งกายไม่เหมาะสม’ ยันเรื่องเล็กไม่ต้องถึงขึ้นตั้งโต๊ะแถลง

จากกรณีที่นายฐนุกร เหลืองใหม่เอี่ยม หรือ “แผน” อายุ 46 ปี พนักงานขับรถธนาคารแห่งหนึ่งใน จ.กาญจนบุรี ได้ร้องเรียนร้องสภาทนายติติงการแต่งกายของทนายตั้ม หรือ นายษิทรา เบี้ยบังเกิด เลขาธิการมูลนิธิทนายประชาชนฯ ว่าเป็นเรื่องไม่เหมาะสม (อ่านเพิ่มเติมที่ : ษิทรา งง “แผน” ร้องสภาทนายติงการแต่งกาย เชื่อ ควงอุปนายกนั่งแถลงยังไม่ใช่มติ (คลิป)) ล่าสุด ทนายเกิดผล แก้วเกิด ได้โพสต์ข้อความท้วงติงกระแสการตั้งโต๊ะแถลงข่าวของทางสภาพทนายความ โดยระบุว่าไม่ใช่ประเด็นที่ต้องทำให้เป็นเรื่องใหญ่ พร้อมทั้งระบุว่า…การที่สภาทนายตั้งโต๊ะแถลงข่าว ทั้งๆ ที่เรื่องราวเหตุการณ์ มิใช่เรื่องราวใหญ่โต ไม่ใช่ทนายความทุจริตต่อลูกความ เป็นเพียงการแต่งกายที่สภาทนายความเห็นว่าไม่เหมาะสม ก็ว่ากล่าวตักเตือนกันไป ในฐานะผู้กำกับดูแลวิชาชีพทนายความ นอกจากนี้ทนายเกิดผลยังบอกอีกว่า ที่ผ่านมา ทางสภาทนายความเอง ก็ยังไม่เคยเรียกทนายตั้มมาตักเตือนเรื่องการแต่งกายเลยแม้สักครั้งเดียว

ทนายเกิดผล จวกปม ‘ตร. วุฒิภาวะต่ำ’ ซัดกลับ…มีกี่ชีวิต กี่คดี ที่ผ่านมือคนขาดประสบการณ์

จากกรณีที่ พล.ต.ท.ฐิติราช หนองหาญพิทักษ์ ผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง(ผบช.ก.) ได้กล่าวถึงการดำเนินคดี พล.ต.ต.สุทธิ พวงพิกุล อดีตผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดกาญจนบุรี ว่าในเบื้องต้นไม่พบว่ามีการทุจริต แต่เป็นการทำงานด้วยวุฒิภาวะที่ต่ำ ขาดประสบการณ์ และทักษะในการสอบสวนคดี จนกลายเป็นประเด็นวิพากษ์วิจารณ์ในสังคมอย่างกว้างขวาง อย่างไรก็ตาม ล่าสุดผู้สื่อข่าวได้รายงานว่า ทนายเกิดผล แก้วเกิด ได้โพสต์ข้อความผ่านทางเฟซบุ๊กส่วนตัว โดยระบุว่า…ผมไม่เข้าใจว่าเหตุใด นายตำรวจชั้นผู้ใหญ่ ในสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ถึงชอบให้สัมภาษณ์ กรณีตำรวจทำงานบกพร่อง หรือ ทุจริต หรือปฎิบัติหน้าที่โดยมิชอบ มักแก้ตัวแทนตำรวจเหล่านั้นว่า วุฒิภาวะต่ำ ทำงานขาดประสบการณ์ หรือบกพร่องเล็กน้อย ทั้งนี้ ทนายเกิดผลได้ยกกรณีการตัดสินคดีความในอดีตที่มีเจ้าหน้าที่ตำรวจเข้ามามีส่วนพัวพัน อย่างกรณีคดีหญิงไก่ ที่ใส่ความลูกจ้างว่าลักทองคำไป พนักงานสอบสวนก็รับแจ้งความโดยไม่ตรวจสอบ จนเรื่องแดง เป็นเรื่องโอละพ่อ กระทั่งมีการตั้งคณะกรรมตรวจสอบข้อเท็จจริง และรักษาการฯ ผบ.ชน ในขณะนั้นได้ให้สัมภาษณ์ว่า มีความบกพร่องในการสอบสวน คดีหญิงไก่แจ้งความ เพราะพนักงานสอบสวน ยศ ร้อยตำรวจโท ขาดประสบการณ์ ถือเป็นข้อบกพร่องเล็กน้อย จึงลงโทษด้วยการย้ายตำรวจที่เกี่ยวข้อง 3 นาย ไป สน.อื่น ซึ่งต้องใช้เวลาเดินจาก สน.เดิมไป […]

ทนายเกิดผล โพสต์ร่ายกลอน หลังศาลอาญาอนุมัติออกหมายจับ ‘ครูปรีชา’

จากกรณีที่ ศาลอาญารัชดาอนุมัติออกหมายจับ นายปรีชา ใคร่ครวญ และนางรัตนาภรณ์ สุภาทิพย์ หรือเจ๊บ้าบิ่น ใน 3 ข้อหา คือ ส่วนความผิด 3 มาตรา ได้แก่ มาตรา 172 ผู้ใดแจ้งความอันเป็นเท็จเกี่ยวกับความผิดอาญาแก่พนักงานอัยการ ผู้ว่าคดีพนักงานสอบสวน หรือ เจ้าพนักงานผู้มีอำนาจสืบสวนคดีอาญาซึ่งอาจทำให้ผู้อื่น หรือประชาชาชนเสียหายต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินสองปี หรือปรับ ไม่เกิน 40,000 บาท หรือ ทั้งจำทั้งปรับ มาตรา173 ผู้ใดรู้ว่ามิได้มีการกระทำความผิดเกิดขึ้น แจ้งข้อความแก่พนักงานสอบสวน หรือ เจ้าพนักงานผู้มีอำนาจสืบสวนคดีอาญาว่าได้มีการกระทำความผิด ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินสามปี และปรับไม่เกิน 60,000 บาทและ บาท มาตรา174 กระทำการ เป็นการเพื่อจะแกล้งให้บุคคลใดต้องรับโทษหรือรับโทษหนักขึ้นผู้กระทำต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินห้าปี และปรับไม่เกิน 10,000 บาท โดยจะมีการนำหมายจับผู้ต้องหาทั้ง 2 ราย ซึ่งจะค้องนำตัวทั้ง 2 มาสอบปากคำที่กองปราบปรามต่อไป (อ่านเพิ่มเติมที่ : ด่วน! ออกหมายจับ ‘ครูปรีชา-เจ๊บ้าบิ่น’ […]

ส่วนใหญ่เห็นแบบไหน!? ทนายเกิดผล โพสต์สวนตำรวจทางหลวง หลังบอกฮาวาไม่เข้าใจสัญญาณมือ

จากกรณีที่นางสาวอรวี ชูชื่น หรือฮาวา นักดนตรีที่ประสบอุบัติเหตุถูกรถบรรทุกสิบล้อชนท้ายรถที่นั่งมา เนื่องจากถูกตำรวจโบกให้หยุดรถกะทันหัน ซึ่งต่อมาทาง พ.ต.อ. เอกราช ลิ้มสังกาศ รองผู้บังคับการตำรวจทางหลวงตำรวจ ได้ออกมาเปิดเผยว่า อุบัติเหตุในครั้งนี้น่าจะมาเกิดจากทางฮาวา เข้าใจผิดกับสัญญาณมือของตำรวจที่หมายถึงให้ชะลอรถ ไม่ได้บอกให้หยุด อย่างไรก็ตาม ทางด้านทนายเกิดผล แก้วเกิด ได้โพสต์ภาพและข้อความเกี่ยวกับเรื่องดังกล่าว โดยตั้งข้อสังเกตว่า หากกำลังขับรถแล้วพบเจ้าหน้าที่ตำรวจรถนิ้วมาที่รถตามภาพที่เป็นข่าว คิดว่าคนส่วนใหญ่จะเข้าใจแบบไหน ระหว่างตำรวจบอกให้ชะลอ หรือตำรวจบอกให้หยุด นอกจากนี้ทนายเกิดผลยังตั้งคำถามต่อสังคมในโลกออนไลนอีกว่า…ที่ผ่านมา เคยเห็นตำรวจทางหลวง สั่งรถให้หยุดด้วยสัญญาณมือ ตามภาพที่ 1 กับ ภาพที่ 2 แบบไหนมากกว่ากัน

ทนายเกิดผลโพสต์รัว อย่าเบี่ยงประเด็นจาก ‘เปรมชัย’ มาดำเนินคดี ‘หัวหน้าวิเชียร’

จากกรณีที่ พล.ต.อ.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล รอง ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (รอง ผบ.ตร.) เปิดเผยความคืบหน้า หลังการสอบปากคำ นายวิเชียร ชิณวงษ์ หัวหน้าเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าทุ่งใหญ่นเรศวร ด้านตะวันตก และชุดจับกุม นายเปรมชัย กรรณสูต ประธานบริหารบริษัทอิตาเลียนไทย ดีเวล๊อปเมนต์ จำกัด มหาชน และพวก ว่า อาจดำเนินการเอาผิดนายวิเชียร หลังจากที่เจ้าตัวยอมรับว่า ไม่ได้เก็บค่าธรรมเนียมค่าเข้าอุทยานฯ เป็นจำนวนเงิน 110 บาท จากนายเปรมชัย และคณะ โดยได้ส่งเรื่องให้กรมอุทยานฯพิจารณาโทษ ซึ่งหากมีความผิดจริง นายวิเชียร อาจได้รับโทษทางวินัยและอาญาได้ (อ่านเพิ่มเติมที่ : งานเข้าฮีโร่! ‘ศรีวราห์’ จ่อเอาผิด ‘หัวหน้าวิเชียร’ ไม่เก็บค่าเข้าอุทยาน ‘ปธ.อิตาเลียนไทย’) ล่าสุด ทนายเกิดผล แก้วเกิด ทนายความอิสระชื่อดัง ได้โพสต์ข้อความจำนวนหนึ่งผ่านทางเฟซบุ๊กส่วนตัวเกี่ยวกับกรณีการไม่เรียกเก็บค่าธรรมเนียมเข้าอุทยานฯ ที่อาจจำไปสู่กว่าพิจารณาโทษนายวิเชียร โดยระบุว่าประเด็นความผิดแท้จริงนั้นอยู่นายเปรมชัยกับพวกที่เดินทางเข้าไปล่าสัตว์ จึงไม่ควรเบี่ยงประเด็นมาลงโทษนายวิเชียร ทั้งยังเปรียบเทียบด้วยว่า ค่าธรรมเนียมเข้าอุทยาน 110 บาท จะเล่นงาน […]

ทนายเกิดผลชี้ ‘บุหรี่ไฟฟ้า’ เป็นสินค้าต้องห้ามในราชกิจจานุเบกษา อ้างไม่รู้ไม่ได้

สืบเนื่องจากกรณีที่ ฟลุ๊คศรี มณีเด้ง เน็ตไอดอลคนดัง ถูกจับกุมเนื่องจากมีบุหรี่ไฟฟ้า อันนำมาซึ่งคลิปฉุดกระชากลากถูเข้าห้องขัง และภาพที่ฟลุ๊คศรีโชว์รอยช้ำทั่วทั้งตัว ซึ่งต่อมาตำรวจยืนยันว่า กรณีนี้ไม่มีการทำเกินกว่าเหตุ (รายละเอียดเพิ่มเติมที่ : ทุบโต๊ะข่าว :ฟลุ๊คศรี มณีเด้ง ขู่แจ้งจับ ตร.ลากเข้าห้องขัง-ตร.โต้เมาหัวโขกฝาเอง ซ้ำด่า จนท.) ล่าสุด ทนาความเกิดผล แก้วเกิด ได้โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว เกิดผล แก้วเกิด โดยอธิบายถีึงบุหรี่ไฟฟ้า ที่ถูกจัดเป็นสินค้าต้องห้ามนำเข้ามาในราชอาญาจักร ตามประกาศ ของ กระทรวงพาณิชย์ ซึ่งประกาศในราชกิจจานุเบกษา ตั้งแต่เมื่อวันที่ 26 ธันวาคม 2557 ดังนั้นเมื่อมีการประกาศในราชกิจจานุเบกษาแล้ว ในทางกฎหมายจึงหมายถึงว่า คนไทยทุกคน ต้องรู้กฎหมายดังกล่าว และการแก้ตัวว่าไม่รู้ จึงเป็นข้ออ้างที่ฟังไม่ขึ้น นอกจากนี้ ทนาความเกิดผลยังระบุถึงกรณีที่มีการนำบุหรี่ไฟฟ้ามาขายทั้งที่เป็นสินค้าห้ามนำเข้า นั้นมีความผิดตามมาตรา ๒๔๔ ผู้ใดนำของที่ผ่านหรือกำลังผ่านพิธีการศุลกากรเข้ามาในราชอาณาจักร หรือส่งของดังกล่าวออกไปนอกราชอาณาจักร หรือนำของเข้าเพื่อการผ่านแดนหรือการถ่ายลำโดยหลีกเลี่ยงข้อจำกัด หรือข้อห้ามอันเกี่ยวกับของนั้น ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินสิบปี หรือปรับไม่เกินห้าแสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ และศาลอาจสั่งริบของนั้นก็ได้ ไม่ว่าจะมีผู้ถูกลงโทษตามคำพิพากษาหรือไม่ ส่วนคนที่สูบ หรือ […]

เปิดใจสาวกดว้าวให้ผู้ชาย กลับถูกเมียด่า ก_หรี่ ยันไม่รู้จัก – ด้านเมียปิดเฟซหนี (คลิป)

จากกรณีที่ผู้ใช้เฟซบุ๊ก Pimlada Tabkrai โพสต์ภาพบทสนทนาในกล่องข้อความเฟซบุ๊ก พร้อมข้อความระบุว่า ถูกหญิงสาวรายหนึ่งหึงหวงแฟนแล้วเข้ามาด่าในแชทว่า “ก_หรี่” เนื่องจากไปกดแสดงความรู้สึก “ว้าว” ในโพสต์บนเฟซบุ๊กของแฟนเธอ ทำให้มีผู้สนใจในโลกโซเชียลเกิดการแชร์ต่อกันเป็นจำนวนมาก อีกทั้งชาวเน็ตยังเข้าไปแสดงความเห็นในเฟซบุ๊กของหญิงสาวอีกฝ่าย จนเจ้าตัวต้องปิดเฟซบุ๊กหนีไป และจะดำเนินการเอาผิดเจ้าของเฟซบุ๊ก Pimlada Tabkrai ที่นำข้อความที่คุยกันส่วนตัวมาโพสต์สาธารณะ ทำให้ต้องเสื่อมเสียชื่อเสียงด้วย วันนี้ (28 ก.ค.60) หญิงสาวที่ใช้เฟซบุ๊ก Pimlada Tabkrai เปิดเผยกับทีมข่าวอมรินทร์ ทีวี ว่า ตนได้เป็นคนส่งคำขอเพิ่มเพื่อนไปหาฝ่ายชายก่อน หลังจากฝ่ายชายกดรับแล้ว ก็ได้เข้ามากดไลค์รูปโปรไฟล์ของตนทุกรูป ตนจึงเข้าไปกดไลค์ให้ฝ่ายชาย 2-3 รูป แต่มีรูปหนึ่งที่ฝ่ายชายถ่ายกับลูกชายของเขา แล้วตนเข้าไปกดว้าวรูปนั้นแล้วทำให้ถูกด่าว่า ก_หรี่ หญิงสาวรายนี้ยอมรับด้วยว่า อีกสาเหตุที่ทำให้คู่กรณีไม่พอใจ  คือรูปที่ฝ่ายชายได้โพสต์ขายสินค้าชนิดหนึ่ง ตนก็ได้เข้าไปแสดงความคิดเห็นว่า “ขายอะไร” ฝ่ายชายก็ตอบกลับว่า “ขายชีส พ่อค้าใจดี” หลังจากนั้นแฟนสาวของฝ่ายชายก็ได้เอาเฟซบุ๊กลูกชายมาแสดงความคิดเห็นต่อด้วยว่า “กาก” ก่อนที่จะทักแชทส่วนตัวมาหาตนโดยใช้ถ้อยคำหยาบคายว่า “ก_หรี่” หญิงสาวรายนี้ยืนยันด้วยว่า ไม่เคยรู้จักกับฝ่ายชายเป็นการส่วนตัว และหลังจากที่มีเรื่องกลายเป็นที่วิพากษ์วิจารณ์แล้วทางคู่กรณีจะฟ้องตนนั้น ตนยอมรับว่าได้มีการคุยกันคร่าวๆ ผ่านทางแชทว่าจะมีการฟ้องร้องตน แต่หลังจากนั้นคู่กรณีก็ปิดเฟซบุ๊กหายไปติดต่อไม่ได้ ด้าน นายเกิดผล […]

keyboard_arrow_up