มีกลิ่นแปลกๆ!! ทนายสงกานต์ โพสต์สงสัย เหตุใด ‘หัวหน้าวิเชียร’ รีบลบคลิปเสียงติดสินบน

จากกรณีที่มีประแสข่าวว่า รองผู้บังคับการป้องกันปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ (รอง ผบก.ปปป.) ได้นัดให้ นายวิเชียร ชิณวงษ์ หัวหน้าเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าทุ่งใหญ่นเรศวรฝั่งตะวันตก เข้าให้ข้อมูลเกี่ยวกับคลิปเสียงของกลุ่มนายเปรมชัย เมื่อวันที่ 22 กุมภาพันธ์ ที่ผ่านมา แต่นายวิเชียรขอเลื่อนเพราะติดราชการ และได้นัดหมายอีกครั้งวันที่ 7 มีนาคม ที่ สภ.ทองผาภูมิ จ.กาญจนบุรี และพบว่าคลิปเสียงดังกล่าวนั้นถูกลบไปแล้ว ทำให้เจ้าหน้าที่ ปปป. ต้องส่งหนังสือไปขอความร่วมมือจากทีวีช่องต่าง ๆ ที่นำคลิปเสียงไปเผยแพร่ เพื่อนำคลิปไปพิสูจน์ว่าเป็นเสียงใคร ล่าสุด ทนายสงกานต์ อัจฉริยะทรัพย์ ทนายความชื่อดังและประธานเครือข่ายต่อต้านการบ่อนทำลายชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ ได้โพสต์ข้อความตั้งคำถามถึงกรณีที่นายวิเชียรไม่ยอมส่งมอบหลักฐานติดสินบนให้เจ้าหน้าที่ แต่กลับลบคลิปไปก่อนที่จะมีการตัดสินชี้มูลความผิด โดยระบุว่า…

ษิทราเตือนก๊วนแม่ค้า ระวังโดนข้อหา ไม่แยแส “เดชา” ชอบเตือน (คลิป)

จากกรณีมีคลิปเสียงสนทนาความยาวประมาณ 2 นาที เกี่ยวข้องในคดีหวย 30 ล้านบาท ที่มีการพูดคุยกันทางโทรศัพท์ของชายหญิงคู่หนึ่ง โดยมีการระบุว่า เสียงของฝ่ายหญิงเป็นเสียงของ “เจ๊บ้าบิ่น” ส่วนเสียงฝ่ายชายคาดว่าเป็นเสียงของครูปรีชา โดยคลิปเสียงดังกล่าวมีผู้หญิงบอกว่า ครูปรีชาถูกหวยรางวัลที่ 1 พร้อมยืนยันอย่างมั่นใจว่า ครูเป็นเจ้าของรางวัล เพราะแม่ค้าขายให้ แต่ทางครูปรีชา กลับตอบว่าไม่ได้ซื้อ สลากที่มีตรวจแล้วไม่พบว่าถูกรางวัล และมีการสนทนาว่าสลากอาจหายไป ซึ่งต้องใช้เวลาในการค้นหาก่อน วันนี้ (18 ก.พ.) ทีมข่าวเดินทางมาพบ นายษิทรา เบี้ยบังเกิด เลขาธิการมูลนิธิทีมงานทนายเพื่อประชาชนฯ ซึ่งเปิดเผยว่า กรณี 7 ประเด็นที่ตนได้โพสต์ผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว เนื่องจากว่ามีข้อพิรุจหลายอย่างที่พยานของครูปรีชาพูดไม่ตรงตามที่ให้การเอาไว้ ส่วนกรณีคลิปเสียงที่ 2 โดยในคลิปดังกล่าวระบุว่า เป็นคลิปเหตุการณ์ในวันที่ 2 พ.ย.60 โดยเนื้อหาในคลิป ตัวครูปรีชาเองยังไม่ทราบเลยว่าตนถูกหวย ทั้งที่ก่อนหน้านี้เคยให้สัมภาษณ์ผ่านสื่อว่า ตนเองรู้ว่าลอตเตอรี่รางวัลที่ 1 หายไปตั้งแต่วันที่ 31 ต.ค. หรือหายไปเมื่อวันที่ 1 พ.ย. เป็นต้น แต่เหตุใดเสียงในคลิป พูดเหมือนยังไม่รู้ว่าตนถูกรางวัลที่ 1 […]

ถูกหลอกเอาชื่อไปกู้เงินยกหมู่บ้านแลกค่าตอบแทน สุดท้ายเป็นหนี้ท่วมหัวเพราะความอยาก

อุทาหรณ์จากชาวบ้านจากจ.กาฬสินธุ์ ที่ต้องเป็นหนี้เพียงเพราะความอยากได้ โดยเข้ามาร้องทุกข์ว่ากองทุนหมู่บ้านนำชื่อของพวกตนไปกู้เงินถึงคนละ 2 แสนบาท แต่ชาวบ้านไม่ได้ใช้เงินเลยแม้แต่บาทเดียว โดยก่อนจะนำชื่อไป กองทุนฯ ก็ได้ให้ค่าตอบแทนรายละ 1 หมื่นบาท ไม่ได้มีการแจ้งว่าจะนำไปกู้เงินกี่บาทแต่สัญญาว่าจะใช้หนี้ให้ แต่เมื่อถึงเวลาก็ใช้ให้แค่ช่วงเดือนแรกๆ เท่านั้น จากนั้นก็ไม่มีการใช้หนี้ให้อีก ทำให้ชาวบ้านได้จดหมายเตือนจากธนาคาร และได้หมายศาลดำเนินคดีในที่สุด ชาวบ้านที่โดนนำกองทุนฯ นำชื่อไปใช้กู้เงินมีทั้งสิ้นกว่า 80 คน บางครอบครัวก็โดนมากกว่า 1 คน บางครอบครัวซ้ำร้ายโดนไปถึง 5 คน กลายเป็นว่าครอบครัวมีหนี้หลักล้านบาท หลายคนไม่เคยมีหนี้สินก็ต้องมีหนี้ ทุกวันนี้ใช้ชีวิตลำบากมาก ต้องหวาดกลัวว่าหากศาลตัดสินว่าตนเองผิดจะหาเงินจากที่ไหนมาใช้หนี้ เพราะชาวบ้านส่วนใหญ่ก็ทำงานหาเช้ากินค่ำ ไม่ได้มีทรัพย์สินมากมาย บางคนก็ไม่มีรายได้ประจำ หรือที่ดินของตนเอง ทนายสงกานต์ อัจฉริยะทรัพย์ ประธานเครือข่ายต่อต้านการบ่อนทำลาย ชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ ได้ให้แนวทางการในกรณีนี้ว่า ก่อนอื่นชาวบ้านต้องยอมรับว่าพวกตนผิดในส่วนที่เห็นแก่เงินค่าตอบแทนเพียง 1 หมื่นบาท ยอมให้กองทุนฯ นำชื่อไปใช้กู้เงิน ซึ่งกรณีนี้ในชั้นศาลก็ให้บอกศาลไปตามตรงอย่างบริสุทธิ์ใจว่ารับค่าตอบแทนมา ให้ยอมรับความผิดในส่วนนี้ และอยากให้อัยการตรวจสอบคดีนี้ให้ถี่ถ้วนเพราะลำพังชื่อของชาวบ้านที่หาชาวกินค่ำ ไม่มีหลักค้ำประกัน น่าจะมีความเป็นไปได้ยากที่ธนาคารจะปล่อยกู้ให้ และบางครอบครัวยังมีสมาชิกถูกนำชื่อไปกู้เงินมากกว่า 1 คนซึ่งถือว่ามีความผิดปกติ อาจเป็นการเอื้อหรือการตกลงเรื่องผลประโยชน์ระหว่างกองทุนฯ […]

‘ทนายสงกานต์’ เข้าร้องขอความช่วยเหลือ ‘แรงงานไทย’ กว่า 130 คน ถูกลอยแพที่ดูไบ

ทนายสงกานต์ อัจฉริยะทรัพย์ ประธานเครือข่ายต่อต้านการบ่อนทำลายชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ เดินทางเข้าพบพลตำรวจโทสุทธิพงษ์ วงปิ่น ผู้บัญชาการตำรวจตรวจคนเข้าเมือง เพื่อขอให้ดำเนินการช่วยเหลือแรงงานชาวไทยกว่า 130 คน ที่ประเทศสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ หลังถูกลอยแพจากบริษัทจัดหางานและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง นานกว่า 2 เดือน โดยตอนนี้กำลังได้รับผลกระทบอย่างหนัก โดยเฉพาะความเป็นอยู่ที่ยากลำบาก และทำงานโดยไม่ได้รับเงินค่าจ้าง อีกทั้งยังถูกบังคับให้ลงลายมือชื่อในเอกสาร โดยมีสาระสำคัญคือ ไม่ติดใจเอาความใดๆ ทั้งสิ้น แลกกับหนังสือเดินทางที่ทางบริษัทจัดหางานได้ทำการยึดไว้ก่อนหน้านี้ ทนายสงกานต์ บอกว่า ได้รับแจ้งจากภรรยาของหนึ่งในแรงงานกลุ่มนี้ ให้เข้าช่วยเหลือและตรวจสอบเรื่องที่เกิดขึ้น เพราะก่อนหน้านี้เคยมีหน่วยงานของรัฐในสถานฑูตไทยเข้าไปดูแลแล้วหนึ่งครั้ง และยืนยันจะเร่งเข้ามาให้การช่วยเหลือ แต่เรื่องก็เงียบหายไป โดยหลังจากนี้ก็จะเดินหน้าประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอื่นๆ ให้เร่งเข้ามาช่วยเหลือให้ได้เดินทางกลับประเทศอย่างเร่งด่วน พลตำรวจโทสุทธิพงษ์ วงปิ่น ผู้บัญชาการตำรวจตรวจคนเข้าเมือง บอกว่า สำนักงานตำรวจตรวจคนเข้าเมืองขอเวลาตรวจสอบข้อเท็จจริงเกี่ยวกับเรื่องนี้อย่างละเอียด ว่าเข้าข่ายหลอกลวงหรือค้ามนุษย์หรือไม่ หากพบว่ามีการกระทำความผิดจริง ก็จะต้องถูกดำเนินคดีตามกฎหมาย และจะประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เร่งเข้าให้การช่วยเหลืออย่างเร่งด่วนต่อไป สำหรับรายละเอียดเรื่องที่เกิดขึ้นนี้ สามารถติดตามรับชมได้ในรายการคลายทุกข์ชาวบ้าน ทางอมรินทร์ทีวี ช่อง 34 เวลา 14.15 น. ซึ่งทนายสงกานต์ และตัวแทนผู้เสียหายจะมาชี้แจงเรื่องที่เกิดขึ้นด้วยตัวเอง

หนุ่มอาภัพ…เกิดและโตในไทย 32 ปี ขอสัญชาตินาน 17 ปี ไม่เคยได้!

ความทุกข์ใจของประสาน ชายวัย 32 ปี จาก ต.แม่เงา อ.ขุนยวม จ.แม่ฮ่องสอน ที่อาศัยอยู่บนผืนแผ่นดินไทยมาตั้งแต่เกิด แต่ไม่เคยได้สัญชาติไทย ทั้งที่ทำเรื่องขอสัญชาติตั้งแต่อายุ 15 ปี รวมเป็นระยะเวลานานกว่า 17 ปี ตอนนี้มีเพียงบัตรสีชมพูที่ระบุว่าเป็นบุคคลบนพื้นที่สูงเท่านั้น โดยครั้งแรกที่เริ่มดำเนินเรื่อง ต้องรอผลอยู่ประมาณ 2 ปี เมื่อติดต่อหน่วยงานถึงความคืบหน้า ก็ได้คำตอบว่าให้มาทำเรื่องใหม่อีกครั้ง วนอยู่แบบนี้จนถึงปัจจุบัน ได้เดินทางไปติดต่อหน่วยงานราชการมาแล้วตั้งแต่ระดับอำเภอ จังหวัด หรือแม้แต่เดินทางลงมากรุงเทพมหานคร เสียค่าใช้จ่าย แต่ก็ยังไม่ได้รับสัญชาติ แม้จะมีหลักฐานชัดเจนทั้งเอกสาร พยานบุคคล ซึ่งตอนนี้ก็ล้มหายตายจากไปหลายคนแล้ว เมื่อไม่มีสัญชาติจะทำอะไรก็ลำบาก ตอนนี้ประสานหางานไม่ได้ เพราะไม่มีนายจ้างคนไหนกล้ารับ เลยต้องทำสวนผักเล็กๆ อยู่แถวบ้าน หาเงินประทังชีวิตไปวันๆ อยากเรียนหนังสือก็ทำไม่ได้ ทำให้จบแค่ชั้นประถม 6 หรือเมื่อมีสวัสดิการต่างๆ เช่น มีหน่วนงานเข้ามาแจกผ้าห่มต้านภัยหนาว ตนก็ไม่เคยได้รับสิทธิเหมือนคนที่มีสัญชาติไทย ส่วนตัวอยากหางานดีๆ เพราะต้องการเลี้ยงดูพ่อที่แก่ตัวลงทุกวัน และอยากกลับไปเรียนต่อให้สูงกว่าเดิม อยากทำประโยชน์ให้กับประเทศชาติ ตอบแทนที่ให้แผ่นดินอยู่มาจนถึงปัจจุบัน ทนายสงกานต์ อัจฉริยะทรัพย์ ประธานเครือข่ายต่อต้านการบ่อนทำลาย ชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ ได้ให้แนวทางการในกรณีนี้ว่า […]

สาวถูกผัวเก่าข่มขืนต่อหน้าลูกเปิดใจโดนย่ำยีลูกยังแนบอกร้องจนหลับ ขอทนายสงกานต์ช่วย (คลิป)

จากกรณีที่เมื่อวันที่ 18 กันยายน รายการคลายทุกข์ชาวบ้านออกอากาศเวลา 14.15 -15.00 น. หญิงสาวรายหนึ่งที่ได้เข้ามาร้องเรียนว่าตนถูกอดีตสามีข่มขืน กักขัง หน่วงเหนี่ยว พร้อมถ่ายคลิปไว้เป็นหลักฐานก่อนแพร่ภาพลงบนโซเชียล สร้างความอับอาย จึงอยากให้นำตัวผู้ต้องหามาลงโทษ   นางสาวเอ (นามสมมติ) บอกว่า ตนคบหากับอดีตสามีที่ชื่อว่านายสงกรานต์เป็นเวลานานกว่า 2 ปีก่อนที่จะมีลูกสาววัยขวบเศษด้วยกัน โดยเมื่อต้นปีที่ผ่านมาอดีตสามีได้กลับไปคบหากับภรรยาเก่า ตนจึงตัดสินใจเลิก แต่ช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา อดีตสามีติดต่อมายังคนใกล้ชิด อ้างว่า ต้องการพบลูก ตนจึงยอมให้สามีพบลูก ที่บ้านญาติคนหนึ่งก่อนจะถูกอดีตสามีกระชากตนและลูกน้อยขึ้นรถ โดยอ้างว่าจะพาไปซื้อนม แต่กลับถูกนำไปที่ห้องพักแห่งหนึ่ง ในพื้นที่ตำบลตาพระยา จังหวัดสระแก้ว พร้อมทำการกักขังหน่วงเหนี่ยวแล้วยึดโทรศัพท์ตนไว้ และเมื่อนายสงกรานต์เปิดข้อความที่ตนคุยกับผู้ชายคนใหม่จึงมีท่าทีหึงหวง ทำร้าย ทุบตี จากนั้นจึงฉีกเสื้อผ้าออกและทำการข่มขืน ซึ่งตลอดเวลาที่นายสงกรานต์ทำร้ายร่างกายและจิตใจ ลูกน้อยวัยขวบเศษได้ร้องไห้อยู่แนบอกของตนด้วย ซึ่งด้วยความที่ตนกลัวว่าจะถูกทำร้ายหนักกว่าเดิม เพราะอดีตสามีมีพฤติกรรมชอบทำร้ายร่างกายตนจึงยอมให้อดีตสามีล่วงละเมิดทางเพศโดยไม่เต็มใจ ระหว่างนั้นนายสงกรานต์ได้ทำการอัดคลิปก่อนส่งต่อคลิปดังกล่าวไปยังคนใกล้ชิดผ่านโลกออนไลน์ทำให้ตนได้รับความอับอายเป็นอย่างมาก และยังข่มขู่หมายเอาชีวิต แล้วไม่ให้ตนเข้าแจ้งความ ทั้งนี้ นางสาวเอ บอกว่า ตนต้องย้ายออกไปอยู่บ้านญาติเป็นการชั่วคราวก่อนเดินหน้าร้องเรียนมายังรายการคลายทุกข์ชาวบ้านเพื่อหวังได้รับความเป็นธรรม

ออกหมายจับ 2 สาวไลฟ์สดโชว์สยิว

จากกรณีที่ได้มีการเผยแพร่คลิปสองหญิงสาวใช้สื่อออนไลน์ไลฟ์สดโชว์สยิวเป็นการส่อไปในทางลามกอนาจาร อันเป็นที่รังเกียจของคนดีมีศีลธรรมขัดต่อศีลธรรมอันดีงามโดยไม่เกรงกลัวต่อกฎหมาย

เมียตามนช้ำ ถามคนฆ่าผัวหนี 20 ปีรอดคุกใครเจ็บกว่ากัน หลังอดีตผู้ต้องหาเย้ยสุดทรมาน (คลิป)

จากกรณีที่ นายบัวพา พูนไธสง อายุ 66 ปี ตกเป็นผู้ต้องหาใช้อาวุธปืนยิงนายมน แสนประเสริฐ เสียชีวิตในงานแต่งงานของเพื่อนบ้านในตำบลช่อผกา อำเภอชำนิ จังหวัดบุรีรัมย์ เมื่อปี 2540 ล่าสุดเมื่อวันที่ 28 มิ.ย.2560 คดีได้หมดอายุความลงตามกฎหมาย ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจไม่สามารถนำตัวนายบัวพา ที่ถูกออกหมายจับ มาส่งศาลได้ทันเวลาเที่ยงคืน ในวันหมดอายุความ ศาลจึงได้จำหน่ายคดีออกจากระบบ ตามกฎหมายถือว่านายบัวพา พ้นมลทินไม่ต้องรับโทษแล้วตามที่ได้เสนอข่าวไปแล้วนั้น (อ่านข่าว : มือปืนหนีคดี 20 ปี วอนขอความเป็นธรรม หลังสิ้นสุดคดี ขอให้จบๆกันไป) ล่าสุด 3 กรกฎาคม 2560 นายสมคิด แสนประเสริฐ ลูกชายนายมน แสนประเสริฐ ผู้เสียชีวิต เปิดเผยว่า ตั้งแต่เกิดเรื่องปี 2540 ตนและครอบครัวติดตามเรื่องมาโดยตลอด เมื่อไปหาเจ้าหน้าที่ตำรวจ ก็ได้รับคำตอบว่าให้ร้องที่ยุติธรรมจังหวัด แต่เจ้าหน้าที่ให้ไปร้องที่กระทรวงยุติธรรมที่กรุงเทพฯ ส่วนตัวสงสัยในการดำเนินการของเจ้าหน้าที่ในคดีนี้ เนื่องจากเมื่อปี 2557 เคยจับผู้ก่อเหตุได้ แต่ก็ถูกให้ประกันตัว โดยตนก็ไม่เคยถูกเรียกไปสอบปากคำเพิ่มเติม จนกระทั่งมาทราบว่าผู้ก่อเหตุได้รับการให้ประกันตัวแล้ว นายสมคิด […]

ตัดสินแล้ว! ศาลสั่งจำคุก “น็อต กราบรถ” 2 ปี รับสารภาพลดโทษกึ่งหนึ่งรอลงอาญา

ศาลอ่านคำพิพากษาให้จำคุก “น็อต กราบรถ” กับ เพื่อนคนละ 2 ปี ความผิดฐานทำร้ายร่างกายผู้อื่นจนเป็นเหตุให้ได้รับอันตรายสาหัส จากคำให้การเป็นประโยชน์ลดโทษให้กึ่งหนึ่งเหลือ 1 ปี โทษจำคุกให้รอลงอาญาไว้ 2 ปี ล่าสุด 30 มิถุนายน 2560 ที่ศาลอาญากรุงเทพใต้ ศาลนัดฟังคำพิพากษาในคดีที่พนักงานอัยการเป็นโจกท์ยื่นฟ้อง นายอัครณัฐ หรือ “น็อต” อริยฤทธิ์วิกุล อดีตนักแสดง และนายวิทวัส ศรีบัณฑิตมงคล เพื่อนของนายอัครณัฐ ร่วมกันทำร้ายนายกิตติศักดิ์หรือ “บอย” สิงห์โต พนักงานคัดกรองเอกสาร ในความผิดฐานทำร้ายร่างกายผู้อื่นจนเป็นเหตุให้ได้รับอันตรายสาหัส ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 297 และข้อหาอื่นๆ จากกรณีที่ทำร้ายร่างกาย นายกิตติศักดิ์ หรือ “บอย” สิงห์โต จนได้รับบาดเจ็บดั้งจนจมูกหักต้องเข้ารักษาตัวที่โรงพยาบาลพร้อมบังคับให้ยกมือกราบรถ จนกลายเป็นวลียอดฮิตและมีผู้นำภาพเหตุการณ์มาเผยแพร่บนโลกโซเชียลจนกลายเป็นคลิปโด่งดัง โดยเหตุการณ์เกิดขึ้นวันที่ 4  พฤษภาคม 2559 คดีดังกล่าวศาลได้ไกล่เกลี่ยค่าเสียหายทางแพ่งเมื่อวันที่ 24 พฤษภาคมที่ผ่านมา นายอัครณัฐ หรือ น็อต รับสารภาพ พร้อมยอมชดใช้ค่าเสียหาย 1 แสน […]

ร้องทนายสงกานต์ช่วย! หนุ่มภูเก็ตเซ็งโฉนดที่สลับข้างบ้าน แถมโดนแอบไปขายฝากถูกยึด (คลิป)

จากกรณีที่เฟซบุ๊กชื่อ “รุตม์ รัตรานนท์” ได้โพสต์ภาพ พร้อมข้อความลงในเฟสบุ๊กส่วนตัว โดยระบุว่า “กรุณาอ่านสักนิดนะครับบทเรียนครับน้องชายคนบ้านนอกเก็บตังซื้อบ้านในภูเก็ตเขตฉลองอยู่มาหลายปีจะขายบ้านปรากฎว่าเลขโฉนดผิดแปลง ของเราไปอยู่บ้านเขา ของเขามาอยู่ของเรา ไปขอร้องส่วนราชการทุกๆที่ที่คิดว่าช่วยได้กลับช่วยไม่ได้สักที่ ไปกราบวิงวอนเจ้าของโครงการกลับได้รับคำปฏิเสธมาตลอดให้น้องชายไปเปลี่ยนแปลงแก้ไขด้วยตัวเอง เจ้าของโครงการยังมีชีวิตอยู่ แต่น้องชายเหมือนคนจะตายทั้งเป็นมาหลายปีแล้วเพราะบ้านอีกหลังพอรู้ว่าบ้านผิดแปลงเลยเอาบ้านน้องชายไปขายฝากจนปล่อยให้หลุด ตอนนี้คนขายฝากมายึดบ้านน้องชายอย่างจิตใจอำมหิตที่สุด เพื่อนๆพี่ผู้ใหญ่ที่รักความยุติธรรรมช่วยแชร์ให้ถึงทนายสงกรานต์ด้วยครับ อยากให้เป็นเคสตัวอย่างกับคนอื่น ให้ระวังเวลาซื้อบ้านด้วยครับ แต่ตอนนี้คนขายฝากเอาป้ายมาติดประกาศขายบ้านที่น้องชายซื้อมาและอาศัยอยู่อย่างใจดำ โดยไม่ถามเจ้าของบ้านเลย บอกให้ขนของออกจากบ้านอำมหิตจริงๆคนมีเงิน ดึงป้ายเดิมออกเอาป้ายของตัวเองมาติดว่า ขายด่วน ทำกันได้จริงๆคนสมัยนี้ และบ้านที่เอาบ้านน้องชายไปขายฝากอยู่สบายดี ส่วนตอนนี้น้องชายต้องกลับบ้านนอก วอนทนายสงกรานต์ช่วยด้วยครับ เพื่อนๆบอกให้จ้างทนายน้องชายคนไม่รวยครับคนบ้านนอกคอกนา ” โดยทั้ง 2 ภาพ ที่โพสต์เป็นภาพหน้าหลังหนึ่ง มีป้ายระบุข้อความว่า “บ้านหลังนี้โฉนดผิดแปลง กำลังดำเนินการเปลี่ยนแปลง” พร้อมเบอร์โทรศัพท์ และอีก 1 ภาพเป็นภาพหน้าบ้านหลังเดียวกัน มีข้อความว่าขายด่วน และเบอร์โทรศัพท์ นายวรุตม์ รัตนรานนท์ เผยว่า อยากให้ทนายสงกานต์ อัจฉริยะทรัพย์ ช่วยเหลือ พร้อมเล่าให้ฟังว่า ภาพบ้านหลังดังกล่าว เป็นภาพบ้านเดี่ยวเลขที่ 55 ซอยเจ้าฟ้า 45(ซอยอู่รถ) ม.10 ต.ฉลอง […]

keyboard_arrow_up