“น้องแป้ง” ร่ำไห้ “มิตร มิตรชัย” เจอคุก 6 ปีคดีฉ้อโกง ครอบครัวเครียดหนัก ห่วงสภาพจิตใจคุณย่า

“น้องแป้ง มิตรชัย” ลูกสาว “ไชยา มิตรชัย” ยอมรับครอบครัวเครียดหนักหลังเมื่อวานนี้ 25 ก.ค. 2562 ศาลฎีกาจังหวัดธัญบุรี ตัดสินจำคุก “มิตร มิตรชัย” 6 ปี ไม่รอลงอาญา พร้อมให้ชดใช้หนี้ 27 ล้านเศษ ฐานฉ้อโกงต่ออดีตคนรัก ร่ำไห้ห่วงสภาพจิตใจคุณย่า เพราะมิตรเป็นหลานคนโปรด ปัดไม่รู้เรื่องญาติไม่ไปประกันตัว ถามถึงเรื่องคดีที่ “มิตร มิตรชัย” ถูกตัดสินจำคุก? “เอาจริงๆหนูไม่ค่อยได้เจอมิตรเท่าไหร่ อาจจะมีเจอล่าสุดที่งานร้องเพลงด้วยกันที่พิษณุโลก เขาเข้มแข็งค่ะ หนูก็คุยกับเขาเป็นระยะๆ เป็นห่วงเราพี่น้องกัน แต่ในเมื่อศาลตัดสินมาแล้วก็ต้องเคารพในคำตัดสินของศาลค่ะ” เมื่อวานไม่มีญาติไปประกันตัว? “ต้องบอกว่าเรื่องนี้หนูแทบจะไม่รู้จริงๆค่ะ เพราะช่วงนี้กับคุณพ่อเองก็ยังไม่ได้เจอกัน กับมิตรก็ค่อนข้างจะอยู่ไกลกัน เราก็เพิ่งมารู้ มิตรก็ไม่ได้บอกว่ามีอะไรตัดสินเมื่อไหร่ หนูก็เลยไม่ทราบรายละเอียดจริงๆค่ะ เมื่อวานพอรู้ข่าวก็โทรไปหาเขา แต่เขาไม่ได้รับสาย เราก็ถามญาติพี่น้องคนอื่นๆก็มีไปนะคะ เขาเพิ่งมาบอกเรา หนูก็ไม่รู้เหมือนกัน” ครอบครัวเครียดขนาดไหน? “เครียดค่ะ เราก็อยู่ด้วยกันมา ซ้อมลิเกทุกอย่าง แต่ว่ามิตรเขาเข้มแข็งนะคะ หนูก็เสียใจล่ะค่ะ (เสียงสั่น)” ได้คุยกับพ่อเอไหม สภาพจิตใจคุณพ่อเป็นอย่างไร? “ตอนนี้ก็คือเป็นห่วงย่าค่ะ (ร้องไห้)” […]

ตร.ไทยแฉภาพโต้หนุ่มอังกฤษใส่ร้ายจับมั่ว ที่แท้คือโจรชิงมือถือ ได้ประกันหนีคดีไปฟ้องสื่อนอก (คลิป)

จากกรณีที่นายคริส ด๊อดด์ อายุ 29 ปี นักท่องเที่ยวหนุ่มชาวอังกฤษ เปิดเผยกับเดลี่เมล์ สื่อยักษ์ใหญ่ในอังกฤษ หลังจากเมื่อเดือน ก.พ. 62 ถูกตำรวจไทยจับขังคุก และถูกจับโกนศีรษะ โดยอ้างว่าเจ้าตัวเก็บโทรศัพท์มือถือที่หล่นบนพื้นถนนนอกสนามบินเชียงใหม่ และตั้งใจจะนำส่งคืนเจ้าของ แต่ยังไม่ทันทำตามที่ตั้งใจ กลับถูกยัดเยียดข้อหาว่าลักทรัพย์ กระทั่งได้รับการปล่อยตัวออกมา และกลับบ้านเกิดไปเมื่อกลางเดือน เม.ย. 62 (อ่าน : ฝรั่งฟ้องสื่อนอก ถูกข้อหาลักทรัพย์แค่เก็บมือถือได้ สุดท้ายหน้าแหก ตร.ไทยงัดภาพโชว์ ) ล่าสุด วันที่ 23 เม.ย. 62 เจ้าหน้าที่ตรวจสอบข้อมูลทราบว่า การจับกุมดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 26 ก.พ. 62 เวลาประมาณ 20.40 น. โดยในช่วงก่อนการจับกุม เจ้าหน้าที่ตำรวจท่องเที่ยวเชียงใหม่ ที่ปฏิบัติหน้าที่อยู่ที่ท่าอากาศยานเชียงใหม่ ได้รับแจ้งจากนักท่องเที่ยวหญิงชาวเยอรมันว่าทำโทรศัพท์มือถือสูญหาย จึงตรวจสอบกล้องวงจรปิด พบชายชาวต่างชาติหยิบเอาโทรศัพท์มือถือรุ่นเก่าที่ตกพื้นในอาคารผู้โดยสาร จากนั้นขึ้นรถตู้โดยสารออกไปจากท่าอากาศยานเชียงใหม่ กระทั่งต่อมาสามารถติดตามพบตัวนักท่องเที่ยวชายที่เก็บโทรศัพท์มือถือดังกล่าวไปที่ ต.ศรีภูมิ อ.เมือง จ.เชียงใหม่ ทราบชื่อต่อมาว่าคือนายคริสโตเฟอร์ เมอร์รี่ ด๊อดด์ อายุ […]

ฝรั่งฟ้องสื่อนอก ถูกข้อหาลักทรัพย์แค่เก็บมือถือได้ สุดท้ายหน้าแหก ตร.ไทยงัดภาพโชว์ (คลิป)

วันที่ 22 เม.ย. 62 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นักท่องเที่ยวหนุ่มชาวอังกฤษ เปิดใจกับเดลี่เมล์ สื่อยักษ์ใหญ่ในบ้านเกิด หลังถูกตำรวจไทยจับขังคุก และถูกจับโกนศีรษะ เพียงเพราะเจ้าตัวเก็บโทรศัพท์มือถือที่หล่นบนพื้นถนน แต่ถูกยัดเยียดข้อหาว่าลักทรัพย์ รายงานข่าวของเดลี่เมล์ที่ถูกเผยแพร่ไปทั่วโลกระบุว่า นักท่องเที่ยววัย 29 ปี รายนี้มีชื่อว่า คริส ด๊อดด์ ซึ่งมีอาชีพเป็นนักออกแบบรอยสักอยู่ที่เมืองพูล ในอังกฤษ ถูกตำรวจไทยจับกุม ถูกจับโกนศีรษะ และถูกควบคุมตัวนานถึง 48 วัน ที่จังหวัดเชียงใหม่ คริสเผยกับเดลี่เมล์ว่า ต้นเหตุของเรื่องราวที่เลวร้ายทั้งหมดเกิดจากการที่เขาเก็บโทรศัพท์เคลื่อนที่ได้เครื่องหนึ่ง ที่หล่นอยู่บนพื้นถนนด้านนอกสนามบินเชียงใหม่ โดยคริสเผยว่า เขาตั้งใจจะนำโทรศัพท์เครื่องนี้ไปมอบให้กับเจ้าของที่พัก เพื่อให้ช่วยติดตามหาเจ้าของต่อไป แต่ยังไม่ทันได้ทำตามที่ตั้งใจไว้ ก็ถูกตำรวจเชียงใหม่จับตัวและตั้งข้อหาลักทรัพย์เสียก่อน อีกทั้งยังถูกตำรวจไทยข่มขู่ว่า เขาต้องติดคุกในไทยนานถึง 5 ปี รายงานของเดลี่เมล์ระบุว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจที่เชียงใหม่ มีหลักฐานสำคัญคือภาพจากกล้องวงจรปิด ที่บันทึกภาพคริสเดินทางไปในหลายพื้นที่ทั่วเมืองเชียงใหม่ พร้อมกับโทรศัพท์มือถือที่เขาเก็บได้ ซึ่งตำรวจไทยลงความเห็นว่าเขาไม่มีเจตนาจะคืนโทรศัพท์เครื่องนี้ รวมถึงไม่ได้คิดจะตามหาเจ้าของ ตามที่กล่าวอ้างแต่อย่างใด เดลี่เมล์ระบุว่า ตำรวจเชียงใหม่ยอมถอนข้อกล่าวหาลักทรัพย์ และปล่อยตัวคริส หลังจากมีผู้ตั้งแคมเปญระดมเงินทุนสำหรับช่วยเหลือคริส โดยได้เงินมากกว่า 20,000 ปอนด์ ซึ่งคิดเป็นเงินไทยราว […]

เหมือนติดคุก! ร้องเพื่อนบ้านสร้างรั้วกั้นบ้านรอบทิศ ยาย-หลานลำบาก ปีนกำแพงเข้า-ออก

ชาวบ้านโอดเหมือนติดคุก โดนเพื่อนบ้านสร้างรั้วกั้นบ้านรอบทิศ เผยยายวัย70 และเด็กนักเรียน ต้องทำบันไดปีนข้ามรั้วทุกวัน วอนหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งตรวจสอบและแก้ไข ชาวบ้านหมู่3 บ้านหนองหญ้าขาว ต.หนองหญ้าขาว อ.สีคิ้ว จ.นครราชสีมา ร้องเรียนหลัง เพื่อนบ้านซึ่งย้ายเข้ามาอยู่ทีหลัง ทำบ้านหลังใหม่ล้อมรั้วปิดทางเข้า-ออก บริเวณตัวบ้าน ทุกทิศ ซึ่งภายในมีผู้สูงอายุวัย 70 ปี และเด็กนักเรียนอีก 2 คน ไม่สามารถออกไปได้ ต้องทำบันไดปีนข้ามรั้วทุกวัน หวั่นเกิดอุบัติเหตุระหว่างปีน จึงวอนหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้ามาตรวจสอบอย่างเร่งด่วน นายอมร มีชัยยะ อายุ 51 ปี ชาวบ้าน เผยว่าบ้านหลังดังกล่าวที่โดนล้อมรั้วนั้นเป็นบ้านของแม่ตนเอง ส่วนเด็กนักเรียนก็เป็นหลานตนเอง ทั้งสองคนอายุ 7 ขวบ และ 12 ขวบ ซึ่งบ้านหลังดังกล่าวที่ย้ายมาตอนแรกได้มีการเจรจากับน้องชายตนเองว่า จะสร้างรั้วให้พอมีทางเข้า-ออก ระหว่างบ้าน แต่ปรากฏว่าสร้างรั้วออกมากลับปิดกั้นทางเข้า-ออกบ้านทุกทาง จนไม่สามารถเข้า-ออกได้ ทำให้มีปากเสียงกับทางน้องชายว่า ทำไมให้พื้นที่ข้างบ้านแล้ว ยังมาทำรั้วปิดกั้นทางออกอีก และยังสัญญาไว้ว่าจะทำรั้วให้มีทางเข้า-ออกได้ไม่เป็นไปตามสัญญา ทั้งนี้ตนเองอยากให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้ามาดูแลและตรวจสอบอย่างเร่งด่วนเพราะทุกวันนี้แม่และหลาน2คน ต้องทำบันไดปีนกำแพงออกมาจากบ้านเนื่องจากไม่มีทางออก อยู่บ้านก็เหมือนติดคุก ส่วนเพื่อนบ้านที่มาสร้างรั้วก็ไม่ยอมมาเจรจาอะไรด้วยอีกเลยหลังจากสร้างรั้วเสร็จไปแล้ว ด้านนายธนกร วีระเทศ ปลัดองค์การบริการส่วนตำบลหนองหญ้าขาว […]

เพลงคือการแสดงออก!! อ.ปริญญา ชี้ ‘ประเทศกูมี’ เป็นการวิจารณ์ปกติ อย่าถึงขั้นติดคุก

เมื่อวันที่ 28 ตุลาคมที่ผ่านมา ผศ.ดร.ปริญญา เทวานฤมิตรกุล รองอธิการบดี ม.ธรรมศาสตร์ และนักวิชาการด้านนิติศาสตร์ ได้โพสต์ข้อความทางเฟซบุ๊ก Prinya Thaewanarumitkul เพื่อแสดงความเห็นกรณีเจ้าหน้าที่รัฐพยายามเอาผิด กลุ่มศิลปินที่แต่งเพลง “ประเทศกูมี” ด้วยเหตุผลว่าเป็นการทำร้ายประเทศ และมีเนื้อหาเป็นเท็จ โดยทาง ผศ.ดร.ปริญญา ได้ระบุข้อความว่า… เพลง #ประเทศกูมี เป็น ‘การแสดงออก’ ที่ผิดกฎหมายหรือไม่ ‘การแสดงออก’ ซึ่งความคิดเห็นนั้น เป็น ‘เสรีภาพ’ ที่รัฐธรรมนูญฉบับถาวรทุกฉบับได้รับรองไว้ ซึ่งรัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบัน ได้รับรองเสรีภาพนี้ ไว้ที่มาตรา 34 ‘บุคคลย่อมมีเสรีภาพในการแสดงความคิดเห็น การพูด การเขียน การพิมพ์ การโฆษณา และการสื่อความหมายโดยวิธีอื่น ..’ แต่สิทธิและเสรีภาพย่อมมีขอบเขต และขอบเขตของการใช้สิทธิและเสรีภาพในระบอบประชาธิปไตย ก็คือต้องไม่ละเมิดกฎหมาย และไม่ละเมิดสิทธิผู้อื่น โดยรัฐธรรมนูญ พ.ศ. 2560 มาตรา 25 ยังมีขอบเขตเพิ่มขึ้นมาอีกอย่างที่ไม่เคยมีมาก่อนในรัฐธรรมนูญฉบับใด คือการใช้สิทธิและเสรีภาพยังต้อง ‘ไม่กระทบกระเทือนหรือเป็นอันตรายต่อความมั่นคงของรัฐ’ และ ‘ความสงบเรียบร้อย’ อีกด้วย […]

หนุ่มใหญ่อยากหาประสบการณ์ในคุก กินยาบ้าก่อนมอบตัวตำรวจ (คลิป)

เกิดเหตุนายสุนทร มลจ้อย อายุ 44 ชาว อ.บ้านโพธิ์ จ.ฉะเชิงเทรา เดินเข้ามาภายในโรงพักก่อนจะบอกกับตำรวจว่าตนได้กินยาบ้ามา 1 เม็ด แล้วอยู่ในตัวอีก 1 เม็ดอยากให้ตำรวจจับกุมดำเนินคดีหน่อย ทางตำรวจสถานีตำรวจภูธรบ้านโพธิ์ จังหวัดฉะเชิงเทรา จึงตรวจค้นตัว พบยาบ้า 1 เม็ด บรรจุในถุงพลาสติกใสภายในกางเกง เมื่อตรวจปัสสาวะที่โรงพยาบาลบ้านโพธิ์ พบว่าเป็นสี่ม่วง จึงได้ทำการควบคุมตัวไว้ในข้อหาเสพและครอบครองยาเสพติดให้โทษประเภทที่ 1 ยาบ้า นายสุนทรเล่าว่า เมื่อช่วงเช้าได้นั่งรถทัวร์มาจากนครราชสีมา จะมาลงที่สถานีขนส่งฉะเชิงเทรา ช่วงที่เข้าห้องน้ำบนรถก็พบยาบ้าจำนวน 2 เม็ด วางอยู่ข้างอ่างล้างหน้าจึงเก็บเอาไว้ที่ตัว ก่อนจะเดินกลับไปนั่งที่จนมาถึงขนส่งก็ตัดสินใจกินยาบ้าไป 1 เม็ดเพราะอยากรู้ว่ามันเป็นยังไงส่วนอีก 1 เม็ด ก็เก็บเอาไว้ที่ตัวจากนั้นได้นั่งรถสองแถวมาที่สถานีตำรวจภูธรบ้านโพธิ์เพื่อมามอบตัวกับเจ้าหน้าที่ตำรวจเพื่อให้จับกุมดำเนินคดี เนื่องจากตนเองเบื่อปัญหาในสังคมที่ตนเองอยู่เลย อยากเข้าไปอยู่ภายในเรือนจำ ที่สำคัญอยากหาประสบการณ์ว่าการอยู่ภายในเรือนจำนั้นเป็นอย่างไร ติดตามข่าวสารเรื่องราวที่น่าสนใจอื่น ๆ ได้ที่ อมรินทร์ทีวี เอชดี ช่อง 34

ชีวิตที่ก้าวพลาด… อุทาหรณ์อดีต ‘ผีพนัน’ หมดตัว-ถูกไล่ฆ่า จนเกือบลาโลก!

อดีตนักพนันบอลคนหนึ่ง ต้องการสะท้อนชีวิต ตัวเองให้เป็นอุทาหรณ์ให้กับผู้ที่กำลังจะลงผิด หลงเข้าไปเล่นพนัน วันนี้ เขาเปิดใจกับอมรินทร์ทีวี ว่า ต้องหนีจนเกือบไม่มีชีวิตรอด หมดตัว ถูกไล่ฆ่า และต้องถูกจำคุกหลายปี นายวัชระ สอนมั่น หรือ ดอส วัย 28 ปี เล่าย้อนกลับไปถึงชีวิตวัยเด็กว่า เริ่มเข้าสู่การพนันตั้งแต่อายุ 8 ขวบ เพราะสภาพแวดล้อมรอบบ้านที่เอื้ออำนวย ทั้งโต๊ะสนุ๊ก ไพ่ ไฮโล ซึ่งเป็นภาพชินตาเพราะพี่ ป้า น้า อา เล่นกันหมด พออายุ 10 ขวบ คิดเลขเป็นจึงหัดเล่นไพ่ และแทงสนุ๊ก เพื่อความสนุกสนาน แต่ไม่มีการพนัน เพราะคิดว่าเป็นการละเล่นอย่างหนึ่ง พอขึ้น ม.1 เริ่มเล่นพนันฟุตบอลตามคำชวนของเพื่อน เขียนโพยครั้งละ 5-10 บาท แต่ไม่มีเงินเข้ามาเกี่ยวข้อง ใช้การเดิมพันด้วยของกิน เพื่อความสนุก ท้าทาย แต่พอเริ่มเห็นเพื่อนๆ รุ่นเดียวกันมีของเล่นดีๆ ก็เกิดความอยากได้ โดยไม่คิดว่าการพนันฟุตบอลคือความผิด จึงหันไปเล่นพนันฟุตบอลกับโต๊ะบอล เริ่มจาก 10-20 บาท เมื่อทายผลถูก […]

พิษหวย 30 ล้าน! สั่งเด้ง ‘พ.ต.ท.ชูวิทย์’ รอง ผกก.เมืองกาญจน์ อีกราย

จากกรณีหวย 30 ล้าน งวดประจำวันที่ 1 พฤศจิกายน 2560 รางวัลที่ 1 เลข 533726 พิพาทระหว่าง ร.ต.ท.จรูญ วิมูล อดีตข้าราชการตำรวจ และนายปรีชา ใคร่ครวญ ครูโรงเรียนเทพมงคลรังษี จ.กาญจนบุรี นั้น ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวันที่ 22 ก.พ.61 พ.ต.อ.ทศพร ปทุมยา ผกก.สภ.เมืองกาญจนบุรี มีคำสั่ง เรื่องส่งตัวข้าราชการตำรวจ ระบุว่า เรียน ผบก.ป.ตามที่ ตร.มีบันทึกลงวันที่ 22 ก.พ.61 อนุมัติให้ พ.ต.ท.ชูวิทย์ เจริญนาค ตำแหน่ง รอง ผกก.(สอบสวน) สภ.เมืองกาญจนบุรี ตำแหน่งเลขที่ สกจ.236 และ และ ร.ต.อ.จิรยุทธ์ ชัชรินทร์กุล รอง สว.(สอบสวน) สภ.เมืองกาญจนบุรี ไปปฏิบัติราชการที่ บก.ป โดยขาดจากตำแหน่งเดิมเพื่อปฏิบัติหน้าที่ตามที่ ผบก.ป.มอบหมาย […]

ด่วน! สั่งเด้งผู้การเมืองกาญจน์ เช่นคดีหวย 30 ล้าน

วันที่ 21 ก.พ.61 ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) พลตำรวจเอกสุชาติ ธีระสวัสดิ์ จเรตำรวจแห่งชาติ ลงนามในหนังสือคำสั่งเลขที่ 10/2561 ให้ข้าราชการตำรวจปฏิบัติราชการศูนย์ปฏิบัติการสำนักงานตำรวจแห่งชาติ หลังจากที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ มีคำสั่งอนุมัติให้โอนสำนวนการสอบสวนคดีอาญาระหว่าง นายปรีชา ใคร่ครวญ ผู้กล่าวหา ร้อยตำรวจโทจรูญ วิมูลผู้ต้องหา ข้อหาลักทรัพย์และคดีที่ ร้อยตำรวจโทจรูญกล่าวหา นายปรีชา ข้อหาแจ้งความเท็จต่อเจ้าพนักงานของสถานีตำรวจภูธรเมืองกาญจนบุรีมาให้พนักงานสอบสวน กองบังคับการปราบปรามและกองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลางร่วมกันสอบสวน เนื่องจากคณะพนักงานสืบสวนสอบสวนมีความจำเป็นต้องรวบรวมพยานหลักฐานทุกชนิดเท่าที่จะทำได้ เพื่อประสงค์จะทราบข้อเท็จจริงและพฤติการณ์ต่างๆ อันเกี่ยวกับความผิดที่ถูกกล่าวหาและเพื่อที่จะพิสูจน์ให้เห็นความผิด หรือความบริสุทธิ์ของผู้ต้องหา ดังนั้นเพื่อให้การสืบสวนเป็นไปด้วยความเรียบร้อยและเกิดความยุติธรรมกับทุกฝ่าย ทั้งนี้ พลตำรวจเอกสุชาติ ซึ่งเป็นผู้อำนวยการศูนย์ปฏิบัติการ สำนักงานตำรวจแห่งชาติมีอำนาจในการออกคำสั่งแต่งตั้งยกเลิกคําสั่งแต่งตั้งหรือสั่งการให้ข้าราชการตำรวจมาปฏิบัติราชการศูนย์ปฏิบัติการสำนักงานตำรวจแห่งชาติ จึงมีคำสั่งให้ พลตำรวจตรีสุทธิ พวงพิกุล ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดกาญจนบุรี ไปปฏิบัติราชการที่ศูนย์ปฏิบัติการสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ศปก.ตร.) โดยให้ขาดจากต้นสังกัด เพื่อปฏิบัติหน้าที่ตามที่ผู้อำนวยการศูนย์ปฏิบัติการสำนักงานตำรวจแห่งชาติมอบหมาย โดยให้ไปรายงานตัวกับ พลตำรวจโทสุรพล พินิจชอบ ผู้บัญชาการสำนักงานผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ รองผู้อำนวยการศูนย์ปฏิบัติการสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ในวันพฤหัสบดีที่ 22 กุมภาพันธ์ 2561 เวลา 14.00 น. สั่ง ณ วันที่ […]

ทนายเกิดผล เปิดข้อกฎหมาย ‘จอดรถขวางหน้าบ้าน’ มีความผิดทางอาญา เสี่ยงโดนทั้ง ‘ปรับ-ติดคุก’

หลังจากเป็นประเด็นวิพากษ์วิจารณ์อย่างกว้างขวางในโลกออนไลน์ สำหรับกรณีที่มีผู้หญิงคนหนึ่งใช้สิ่งของทุบทำลายรถยนต์คันหนึ่งด้วยความไม่พอใจ ที่รถยนต์คันดังกล่าว มาจอดขวางทางเข้าออกหน้าบ้านของตน ล่าสุดทนายเกิดผล แก้วเกิด ได้โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัวโดยระบุว่า การจอดรถขวางประตูบ้านของผู้อื่น หรือแม้แต่การจอดขวางทางคนอื่นในลานจอดรถของห้างสรรพสินค้า ซึ่งถือว่าเป็นที่สาธารณะสถาน ถือว่าเป็นการกระทำให้ผู้อื่นเดือดร้อนรำคาญ เพราะไม่สามารถนำรถเข้าหรือออกจากบ้าน หรือออกจากลานจอดไม่ได้ มีสิทธิ์ติดคุก 1 เดือน หรับเป็นเงิน 10,000 บาท โดยอ้างอิงตามคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1908/2518 อย่างไรก็ตาม ทนายเกิดผลได้แสดงความเห็นถึงกรณีที่เจ้าของบ้านใช้สิ่งของทุบทำลายรถยนต์คันดังกล่าวว่า ตัวเจ้าของเองก็ไม่มีสิทธิใช้กำลังทำลายทรัพย์สินของบุคคลอื่นโดยพลการ และหากกระทำก็ย่อมมีความผิดฐานทำให้เสียทรัพย์ ตามกฎหมายอาญา

ขอความเป็นธรรม! จับผิดตัวต้องติดคุกฟรี 1 ปี 8 เดือน สูญเสียทุกอย่างในชีวิต

หญิงสาวคนหนึ่ง ต้องตกเป็นแพะ ติดคุกฟรี 1ปี 8 เดือน สูญเสียทุกอย่างโดนไม่ได้รับการชดเชย เรื่องราวนี้เกิดขึ้นกับ สุนันทา ในช่วงปี พ.ศ. 2550 เธอได้ค้าขายอยู่ในห้างสรรพสินค้าแห่งหนึ่ง ในกรุงเทพฯ ก่อนถูกตำรวจบุกจับกุมในข้อหาลักทรัพย์ โดยเป็นการขโมยกล้องดิจิตอล บัตรเติมเงิน สมุดบัญชีเงินฝาก บัตรประชาชน มูลค่า 27,000 บาทที่ร้านค้าในปั๊มน้ำมันแห่งหนึ่งที่บ้านเกิดจ.เพชรบูรณ์ทั้งๆ ที่ไม่ได้กลับไปนานมากกว่า 10 ปีแล้ว โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจนำรูปจากบัตรประชาชนนนของตนไปให้พยานซึ่งเป็นเจ้าของร้านค้า และพนักงานชี้ตัว พยานก็บอกเพียงว่าคลับคล้ายคลับคลาว่าจะเป็นคนเดียวกัน สุนันทาปฎิเสธทุกข้อกล่าวหา แต่ศาลตัดสินจำคุก 5 ปี เมื่อถูกตัดสินว่าผิด ก็ไปยื่นเรื่องที่ศูนย์ดำรงธรรม กระทรวงยุติธรรม จ้างทนายมาเพื่อสู้คดี พยายามทุกวิถีทาง แต่สุดท้ายแล้วในชั้นศาลฎีกาก็ถูกตัดสินความผิดต้องโทษจำคุกเป็นเวลา 3 ปี เมื่อสุนันทาออกมาจากเรือนจำ หลังถูกจำคุกเป็นเวลา 1 ปี 8 เดือน ก็ได้เดินเรื่องเรียกร้องความยุติธรรมอีกครั้ง โดยไปที่กระทรวงยุติธรรมเพื่อขอให้รือฟื้นคดี ทั้งนี้ขณะเดินเรื่องร้องเรียนพบว่าผู้ต้องหาตัวจริงได้ถูกจับในอีกคดีหนึ่งที่ จ. มหาสารคามและเสียชีวิตไปแล้วในเรือนจำ จากเหตุการณ์ทั้งหมดทำให้เธอต้องสูญเสียแทบทุกอย่างในชีวิต ต้องแยกทางกับสามีที่แต่งงานอยู่กินด้วยกันมากว่า 20 ปี ทั้งบ้านและกิจการร้านค้าของตัวเองก็สูญเสียไปทั้งหมด […]

รวบหนุ่ม ‘แก๊งบาร์โค้ด’ ก่อเหตุลักทรัพย์ สั่งลาเมียเข้าคุกทั้งน้ำตาหลังรู้ว่าท้อง (คลิป)

เมื่อช่วงเย็นของวันที่ 15 ม.ค. 61ตำรวจชุดสืบสวน สภ.หาดใหญ่ จ.สงขลา ได้จับกุม นายพงษ์ศักดิ์ วรสาร อายุ 18 ปี สมาชิกแกงค์บาร์โค้ด ซึ่งมีสัญลักษณ์รอยสักรูปบาร์โค้ดอยู่ที่ต้นคอซึ่งสักมาจากเรือนจำ และมีประวัติเคยต้องโทษมาแล้ว 3 ครั้ง ในคดีลักทรัพย์และปล้นทรัพย์ และครั้งล่าสุดเพิ่งพ้นโทษออกมาเมื่อก.ย. 60 ที่ผ่านมา นายพงษ์ศักดิ์ได้งัดแงะบ้านเลขที่ 61-63 ซอย1 ถ.กาญจนวนิชย์ ต.คอหงส์ อ.หาดใหญ่  จ.สงขลา เมื่อช่วง 02.00 น. วันที่ 11 ม.ค. 61 ได้ทรัพย์สินไปหลายรายการทั้งรถจักรยานยนต์ฮอนด้าเวฟ สีแดงดำ ทะเบียน1กฎ 9063 สงขลา โทรศัพท์มือถือ 2 เครื่อง แบตเตอรี่สำรอง โน๊ตบุ๊ค และเงินสด 2,000 บาท โดยขณะลงมือก่อเหตุกล้องวงจรปิดบันทึกภาพเอาไว้ได้ ทางตำรวจชุดสืบสวนสภ.หาดใหญ่ ได้ตามแกะรอยจนไปพบรถจักรยานยนต์จอดอยู่หน้าบ้านเลขที่ 86/1 หมู่5 ต.แม่ทอม อ.หาดใหญ่ […]

เตือนภัย! หนุ่มติดคุกนาน 7 เดือน เหตุให้เพื่อนยืม ATM

เตือนภัย! อย่าให้ใครยืมบัตร ATM หรือบัญชีธนาคาร รู้ตัวอีกทีอาจกลายเป็นผู้ต้องหา เช่่นหนุ่มรายนี้ ที่ไว้ใจให้คนรู้จักยืมบัตร ATM ไปสุดท้ายต้องติดคุก 7 เดือน เรื่องราวนี้เริ่มต้นจากบัญชา ผู้เสียหายซึ่งทำงานอยู่ที่ถนนข้าวสาร ได้เริ่มสนิทสนมกับเพื่อนชาวต่างชาติ 2 ราย เป็นชาวมาเลเซียและแอฟริกัน เนื่องจากมีรสนิยมการฟังเพลงที่คล้ายคลึงกัน ก่อนที่เพื่อนชาวต่างชาติทั้งสองจะขอยืมบัญชีเพื่อให้ญาติที่อยู่ต่างประเทศโอนเงินเข้ามาให้ เนื่องจากพวกตนไม่สามารถเปิดบัญชีในประเทศไทย ด้วยความไว้ใจจึงให้ยืมไปเพราะคิดว่าเป็นคนรู้จักและในบัญชีก็ไม่ได้มีเงินอยู่แล้ว แต่หลังจากนั้นก็ไม่สามารถติดต่อทั้ง 2 คนได้อีกจนเวลาผ่านมา 4-5 ปี มีเจ้าหน้าที่ตำรวจเข้ามาจับกุมในข้อหาฉ้อโกง ผิดกฎหมายตามพ.ร.บ. คอมพิวเตอร์ ทนายนิติธร แก้วโต กล่าวในกรณีนี้ว่า คดีของบัญชาถือว่าเป็นคดียอมความได้เพราะไม่ได้เป็นการฉ้อโกงประชาชน แต่เป็นการฉ้อโกงบุคคลธรรมดา ทางบัญชาจึงตัดสินใจชำระเงินให้กับผู้เสียหาย แทนที่จะไปเสียเงินและเวลาจ้างทนายสู้คดีเนื่องจากหลักฐานที่มีอาจไม่เพียงพอ โดยชำระไป 16,500 บาทและติดคุก 7 เดือน เพราะไม่มีเงินประกันตัว ทั้งนี้ฝากเตือนภัยประชาชนให้ระมัดระวังตัว อย่าให้ใครยืมบัญชีธนาคารโดยเด็ดขาด หรืองานที่จ้างให้เปิดบัญชีก่อนที่จะโอนเงินเข้ามาให้ และให้เรานำเงินไปซื้อบัตรเติมเงินต่างๆ เพราะเราอาจเข้าไปเป็นส่วนหนึ่งของขบวนการมิจฉาชีพโดยไม่รู้ตัวได้ ติดตามชมรายการคลายทุกข์ชาวบ้าน ได้ทุกวันจันทร์-ศุกร์ เวลา 14.15 น. ช่องอมรินทร์ทีวี 34

มธ. ล่า 6.6 หมื่นรายชื่อ ยกเลิกระบบใช้เงินประกันตัว ลั่น ‘ต้องไม่มีใครติดคุกเพราะจน’ !?

อีกหนึ่งกระแสที่ได้รับความสนใจในโลกออนไลน์อย่างมาก เมื่อ ผศ.ดร.ปริญญา เทวานฤมิตรกุล อาจารย์คณะนิติศาสตร์ และรองอธิการบดี มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว Prinya Thaewanarumitkul โดยระบุว่า ทางมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ได้มีโครงการรณรงค์ผ่านทางเว็บไซต์ change.org เพื่อเรียกร้องการปฏิรูประบบประกันตัว ให้ใช้วิธีการอื่นที่แทนการใช้เงิน โดยให้เหตุผลว่า ในแต่ละปีมีคนจำนวนมากที่ต้องติดคุกตั้งแต่ศาลยังไม่พิพากษา เนื่องจากไม่มีเงินประกันตัว โดยมีเป้าหมายล่ารายชื่อทั้งหมด 66,000 รายชื่อ เพื่อเสนอต่อคณะกรรมการปฏิรูปประเทศด้านกระบวนการยุติธรรม สำหรับใครที่สนใจร่วมสนับสนุนการรณรงค์ครั้งนี้ สามารถไปร่วมลงชื่อกันได้ที่เว็บไซต์ change.org ตามลิ้งข้างล่างนี้เลย (ขอ 6 หมื่นชื่อแสดงพลัง เปลี่ยนระบบเงินประกัน “ต้องไม่มีใครติดคุกเพราะจน” อีกต่อไป) ที่มา – change.org / facebook.com :prinya.thaewanarumitkul

ทายาทบ.โอเอร้องทุกข์ สตช. ยันไม่ได้ทำทัวร์ศูนย์เหรียญ ‘ศรีวราห์’แจงคดีอยู่ชั้นศาลหมดหน้าที่ตำรวจแล้ว

เมื่อเช้าวันที่ 10 ต.ค. 60 นายวสุรัตน์ โรจน์รุ่งรังสี กรรมการบริษัท โอเอ ทรานสปอร์ต จำกัด เดินทางเข้าพบ พล.ต.อ.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล รอง ผบ.ตร. ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ เพื่อชี้แจงและขอความเป็นธรรม กรณีถูกกล่าวหาว่าดำเนินธุรกิจในลักษณะทัวร์ศูนย์เหรียญ โดยเปิดเผยว่า อยากจะขอความเป็นธรรม และชี้แจงการทำธุรกิจของบริษัทกับ พล.ต.อ.ศรีวราห์ ยืนยันว่าบริษัทตนไม่ใช่บริษัททัวร์ แต่เป็นบริษัทรถเช่าไม่ประจำทางจำนวน 2,000 คัน และจำหน่ายสินค้าของชาวบ้านทำเป็นของ O-TOP ตามมาตรฐานและกฎเกณฑ์ที่ถูกต้องมาโดยตลอด ซึ่งถือเป็นกลไกส่วนหนึ่งในระบบการท่องเที่ยวที่ร่วมกันพัฒนากับหน่วยงานรัฐมากว่า 30 ปีแล้ว นายวสุรัตน์ กล่าวต่อว่า ที่ผ่านมาตนและครอบครัว รวมไปถึงบริษัทที่เป็นคู่กรณีกับหน่วยงานรัฐ ถูกบุกรุกและใช้อำนาจในการคุกคามหลายอย่าง วันนี้จึงได้นำข้อมูลมาให้ พล.ต.อ.ศรีวราห์พิจารณาดู แสดงความบริสุทธิ์ใจ เชื่อว่าหากดูแล้ว จะสามารถยืนยันได้อย่างชัดเจนว่า ตนไม่ได้ประกอบธุรกิจทัวร์ศูนย์เหรียญแต่อย่างใด แต่ทางเจ้าหน้าที่เข้าใจผิด จึงถูกดำเนินคดี นายวสุรัตน์ ยังระบุอีกว่า ที่ผ่านมาตนได้ต่อสู้คดีจนศาลสั่งยกฟ้อง แต่การตรวจสอบต่างๆยังคงต้องเดินหน้าต่อไป รวมทั้งปฎิเสธว่า บริษัท ไม่เคยมีการจ่ายเงินผลประโยชน์ให้กับนายตำรวจระดับสูงในการล้มคดีตามที่ถูกกล่าวหา เพราะทุกๆอย่างที่ต่อสู้มา ตนและครอบครัวสู้กันเองตลอด โดยครอบครัวตนมีทั้งหมด […]

เพิ่งรู้นะเนี่ย!? พูดใส่ไมโครโฟนเป็น ‘ภาษาอื่น’ ที่ไม่ใช่ภาษาไทย…มีสิทธิ์ติดคุก

เรียกว่าทำเอาชาวเน็ตงงเป็นไก่ตาแตกไปตามๆ กันเลยทีเดียว เมื่อเพจ iLaw ได้โพสต์ข้อมูลกฎหมาย เกี่ยวกับ พ.ร.บ.ควบคุมการโฆษณาโดยใช้เครื่องขยายเสียง พ.ศ. 2493 โดยมระบุเนื้อหาสำคัญว่า พ.ร.บ.ควบคุมการโฆษณาโดยใช้เครื่องขยายเสียง พ.ศ. 2493 มาตรา 7 ได้กำหนดให้การโฆษณาโดยใช้เครื่องขยายเสียงจะต้องโฆษณาเป็น ‘ภาษาไทย’ หรือภาษาพื้นเมืองบางแห่งในประเทศไทยเท่านั้น อีกทั้งการโฆษณาด้วยเครื่องขยายเสียงจะต้องขออนุญาตก่อนเสมอ หากฝ่าฝืนให้ปรับไม่เกิน 200 บาท และหากใครฝ่าฝืนมาตรา 7 พูดเป็นภาษาอื่นนอกจากภาษาไทยใส่เครื่องขยายเสียง ให้มีโทษจำคุกไม่เกินหนึ่งเดือน หรือปรับไม่เกินห้าร้อยบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ และให้ถอนใบอนุญาตใช้เครื่องขยายเสียงด้วย ***เครื่องขยายเสียง ก็รวมทุกประเภททั้งไมโครโฟน โทรโข่ง ไม่ว่าจะเสียงดังหรือเสียงเบาแค่ไหนก็ตาม ถ้าเป็นการโฆษณาโดยใช้เครื่องขยายเสียงด้วยกำลังไฟฟ้า ก็ต้องอยู่ภายใต้กฎหมายนี้*** อย่างไรก็ตาม ถ้าเป็นการโฆษณาคำสอนในทางศาสนา เป็นงานของหน่วยราชการ หรือเป็นการแสดงละครหรือคอนเสิร์ตในสถานที่เฉพาะ ก็ไม่ต้องอยู่ภายใต้กฎหมายนี้ และไม่ต้องขออนุญาต รวมทั้งไม่ใช้ภาษาไทยก็ได้ แต่ขณะเดียวกันก็มีชาวเน็ตจำนวนมากแสดงความเห็นว่ากฎหมายดังกล่าวมีกความล้าสมัยมาก เพราะออกมาตั้งแต่สมัยที่ไมโครโฟนยังไม่มีขายทั่วไป และยังไม่สอดคล้องกับยุคสมัยที่สนับสนุนให้เรียนรู้ภาษาต่างประเทศเพื่อการแข่งขันทางด้านอื่นๆ ของประชาชนด้วย ที่มา – Facebook.com / iLaw

ศาลงานชุก! สิงหาเดือนแห่งการ ‘ติดคุก’ คนดังพาเหรดเข้าเรือนจำ

25 สิงหาคม 2560 เป็นวันที่ต้องจารึกในหน้าประวัติศาสตร์การเมืองไทย เพราะเป็นวัน “ชี้ชะตา” อดีตนายกรัฐมนตรีหญิงคนแรกของประเทศไทย “ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร” ในคดีจำนำข้าว แต่ท้ายที่สุดแล้วจนถึงวันนี้ (30 สิงหาคม) ก็ยังไม่มีใครทราบว่า “ยิ่งลักษณ์” หายตัว หรือหลบหนีไปที่ไหน ทีมข่าวอมรินทร์ทีวี ขอสรุปไทม์ไลน์สำคัญประจำเดือนสิงหาคม เดือนที่ “ศาล” ไทยงานชุกที่สุด และเป็นเดือนแห่งการ “ติดคุก” ของเหล่าคนดัง เริ่มที่กรณีไลฟ์เฟซบุ๊คละเมิดศาล ของนายวัฒนา เมืองสุข อดีต ส.ส.แบบบัญชีรายชื่อพรรคเพื่อไทย และอดีตรัฐมนตรีหลายกระทรวง เมื่อวันที่ 21 สิงหาคม ที่ศาลอาญา ถ.รัชดาฯ ขณะที่ นายวัฒนา ถูกพนักงานสอบสวนกองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (บก.ปอท.) นำตัวไปขอฝากขังต่อศาล ในคดีความผิด ตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ กรณีออกมาเคลื่อนไหวเรื่องขโมยหมุดคณะราษฎร และแจ้งความเพิ่มเติมในมาตรา 116 ปรากฏว่าขณะอยู่ในห้องเพื่อรอกระบวนการฝากขัง นายวัฒนาได้มีการไลฟ์เฟซบุ๊คภายในศาลอาญา ซึ่งศาลเห็นว่าเป็นการละเมิดอำนาจศาล จึงสั่งให้มีการไต่สวน ฐานที่นายวัฒนากระทำละเมิดอำนาจศาลจากการประพฤติตนไม่เรียบร้อยบริเวณศาล ทั้งนี้ ศาลมีข้อกำหนดห้ามบุคคลทำการถ่ายภาพภายในอาคารศาล ศาลมีคำสั่งว่าสอบถามนายวัฒนาผู้ถูกกล่าวหาแล้ว ยอมรับว่าได้ใช้โทรศัพท์มือถือถ่ายภาพเผยแพร่ลงในสังคมออนไลน์ ศาลเห็นว่า ผู้ถูกกล่าวหากระทำไปโดยไม่ได้รับอนุญาต จึงเป็นการประพฤติตนไม่เหมาะสมและไม่เรียบร้อยในบริเวณศาล อันเป็นการละเมิดอำนาจศาล ตามประมวลวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา […]

ศาลสั่งจำคุก ‘เสี่ยเบนซ์’ ชนฟอร์ด ไม่รอลงอาญา ญาติยื่นประกันเตรียมอุทธรณ์ต่อ (คลิป)

จากกรณีสะเทือนใจต่อสังคม สำหรับผู้ขับขี่รถเบนซ์พุ่งชนรถฟอร์ดจนไฟลุกท่วม และคนขับรถฟอร์ด และเพื่อนเสียชีวิตคากองเพลิงนั้น ความคืบหน้า ที่ศาลจังหวัดพระนครศรีอยุธยา พิพากษาจำคุก 5 ปี นายเจนภพ วีรพร คนขับรถเบนซ์พุ่งชนท้ายรถฟอร์ด จนเกิดไฟลุกท่วม ทำให้นายกฤษณะ ถาวร และ น.ส.ธันฐภัทร์ ฮ้อแสงชัย 2 นิสิตปริญญาโท เสียชีวิต บนถนนพหลโยธิน กม.ที่ 53 ต.เชียงรากน้อย อ.บางปะอิน จ.พระนครศรีอยุธยา เมื่อวันที่ 13 มี.ค.2559 เพียงข้อหาเดียว คือ ขับรถโดยประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย ซึ่งจำเลยรับสารภาพ ศาลจึงลดโทษให้กึ่งหนึ่ง เหลือจำคุกเป็นเวลา 2 ปี 6 เดือน โดยไม่รอลงอาญา พร้อมยึดใบอนุญาตขับขี่รถยนต์ตลอดชีวิต ส่วนข้อหาอื่นๆ ศาลยกฟ้อง โดยให้เหตุผลว่าหลักฐานไม่เพียงพอ โดยครอบครัวผู้เสียชีวิตทั้ง 2 ราย เปิดเผยว่า ยอมรับ และพอใจกับคำพิพากษาของศาลที่ให้ผู้กระทำผิดได้รับโทษตามกฎหมาย และไม่ได้โกรธแค้นจำเลยเป็นการส่วนตัว เพียงต้องการความยุติธรรม ส่วนจะสู้คดีต่อในศาลอุทธรณ์หรือไม่นั้น ขอให้ครอบครัวและทนายได้พิจารณาก่อน […]

keyboard_arrow_up