ย้อนอ่านโพสต์เก่าเพจดัง กับเหตุผลที่ควรหยุดโยงคดี “เสือดำ” กับ “ตายายเก็บเห็ด”

จากกรณีที่ศาลพิพากษา นายเปรมชัย กรรณสูต พร้อมพวก 3 ข้อหา ร่วมกันพกพาอาวุธปืน คุก 6 เดือน, สนับสนุนผู้อื่นให้ล่า คุก 8 เดือน, ร่วมกันมีซากสัตว์ป่าคุ้มครอง คือไก่ฟ้าหลังเทา 2 เดือน รวม 16 เดือน ส่วนข้อหาเก็บของป่า และข้อหาร่วมกันมีซากเสือดำ ตัดสินยกฟ้องส่วนค่าเสียหายทางแพ่งให้จำเลยที่ 1 และ 4 ร่วมกันชำระค่าเสียหาย 2 ล้านบาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี นับตั้งแต่วันที่ 2 ก.พ.61 เป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่ผู้ร้อง (อ่านเพิ่มเติม : ด่วน! คุก 16 เดือน “เปรมชัย” ข้อหาสนับสนุนผู้อื่นล่าสัตว์ป่า พกอาวุธปืน ครอบครองซากไก่ฟ้า) ย้อนกลับไปเมื่อกว่า 1 ปีก่อนหน้านี้ เพจเฟซบุ๊กชื่อดัง อีเจี๊ยบ เลียบด่วน ได้โพสต์ข้อความเตือนสติสมาชิกเพจ และผู้คนในโลกออนไลน์ […]

พูดแล้วปวดฟัน! บิ๊กตู่ สั่งจนท.หาช่องทางสื่อสารชาวบ้าน กรณีเก็บเห็ด-ตัดไม้พยุง-ยิงเสือ

วันนี้ (9 ก.พ.61) ที่ห้องรอยัล จูบิลี่ ศูนย์แสดงสินค้าและการประชุมอิมแพ็ค เมืองทองธานี จ.นนทบุรี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ(คสช.) กล่าวถึงกรณีกรณีหัวหน้าเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าทุ่งใหญ่นเรศวรด้านตะวันตก นำกำลังบุกจับนายเปรมชัย กรรณสูตร ประธานบริหารและกรรมการ บมจ.อิตาเลียนไทย ดีเวล็อปเมนต์ ที่เข้าไปตั้งแคมป์ในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าทุ่งใหญ่นเรศวร ยึดปืนและพบซากสัตว์ป่าคุ้มครอง ว่า เราต้องรู้กฎหมายอย่างต้นไม้ใหญ่จะล้มทับบ้านแต่ตัดไม่ได้ ถามว่าทำไมตัดไม่ได้ พอตัดแล้วติดคุก เพราะเป็นไม้พยุง “ตัดไม้ เก็บเห็ดก็โดนกันอยู่นี้แหละ มาตอนนี้ฆ่าเสือกันอีก พูดแล้วปวดฟันจริงๆ ช่างโยงกันจริงๆ มันคนละเรื่องกันหมด ไปแก้กันให้ได้เรื่องเล็กๆ น้อยๆ เมืองไทยต้องรู้กฎหมาย” นายกฯ กล่าวอีกว่า การกระจายการสื่อสารเป็นเรื่องสำคัญ จะบอกเขาอย่างไร โทรศัพท์ก็ไม่ได้เพราะคนจนไม่มีโทรศัพท์ ตื่นเช้ามาก็จะเจอดิน น้ำเแห้งๆ ปลูกอะไรก็ตาย เราจะทำอย่างไรให้เขารู้ จะเรียกมาประชุมก็ไปบุกรุกป่าอยู่ที่ไหนก็ไม่รู้ ความจำเป็นในวันหน้าจะใช้เครื่องบินปากหมาที่บินไปแล้วพูดได้ บินไปพูดไป ไม่อย่างนั้นข้อมูลข่าวสารไม่ถึง “วันนี้ไม่ใช่อะไรทุกอย่างก็นายกฯ ผมต้องการให้ทุกคนเป็นพระเอกตัวจริง ไม่มีใครเป็นวีรบุรุษ มีแต่ทำเพื่อประเทศ ผมทำหน้าที่ของผม ท่านก็ทำหน้าที่ของท่าน ท่านจะจับใครก็เป็นหน้าที่ของท่านตามกฎหมายที่มีอยู่ ถ้าท่านไม่ทำก็แย่ การจะเป็นวีรบุรุษไม่ใช่แค่ตรงนี้ […]

ทนายดังลุยต่อ! ยื่นขอพักโทษ “ตา-ยาย รุกป่าสงวน” – ก.ยุติธรรมชี้ ต้องเป็นนักโทษชั้นดีก่อน (คลิป)

วันที่ 8 พฤษภาคม 2560 ทนายสงกานต์ อัจฉริยะทรัพย์ ประธานเครือข่ายต่อต้านการบ่อนทำลายชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ เข้ายื่นหนังสือขอพักโทษ และหนังสือขอพระราชทานอภัยโทษ ให้แก่นายอุดม ศิริสอน และนางแดง ศิริสอน ในข้อหาบุกรุกและตัดไม้ในพื้นที่เขตป่าสงวนแห่งชาติ จังหวัดกาฬสินธุ์ ซึ่งวันที่ 2 พฤษภาคมที่ผ่านมา ศาลฎีกามีคำพิพากษาให้จำเลยทั้งสองจำคุกคนละ 5 ปี ในวันนี้ นายอินทราวุธ สมมาตร ผู้อำนวยการศูนย์บริการร่วมกระทรวงยุติธรรม เป็นผู้รับหนังสือไว้ โดยระบุว่า ตามหลักเกณฑ์ในระเบียบกระทรวงยุติธรรมกำหนดไว้ว่านักโทษที่จะได้รับการพักโทษต้องเป็นนักโทษชั้นดีขึ้นไป ดังนั้น นายอุดมและนางแดงจะต้องได้รับการเลื่อนชั้นเป็นนักโทษชั้นดีเสียก่อน ซึ่งการพิจารณาเลื่อนชั้นนักโทษของกรมราชทัณฑ์จะมีการพิจารณาปีละ 2 ครั้ง คือปลายเดือนมิถุนายน และปลายเดือนธันวาคม โดยหลังวันสิ้นสุดคดี นักโทษต้องถูกคุมขังอย่างน้อย 6 เดือน อย่างไรก็ตาม ทนายสงกานต์ซึ่งเป็นทนายของจำเลยทั้ง 2 เปิดเผยว่าในหมายจำคุกเมื่อคดีถึงที่สุดระบุเอาไว้ว่า นายอุดมจำคุกมาแล้ว 595 วัน ส่วนนางแดงจำคุกมาแล้ว 622 วัน ซึ่งสามารถนำวันที่จำคุกดังกล่าวมาหักลบจากโทษจำคุก 5 ปีได้เลย โดยไม่ต้องรอให้จำเลยทั้งสองจำคุกจนครบ […]

ด่วน! ศาลฎีกาพิพากษาจำคุก ‘ตายายเก็บเห็ด’ คนละ5ปี ฐานบุกรุกป่า

วันที่ 2 พฤษภาคม 2560 ที่ศาลจังหวัดกาฬสินธุ์ ศาลออกนั่งบัลลังก์อ่านคำพิพากษาศาลฎีกาในคดีที่พนักงานอัยการเป็นโจทก์ยื่นฟ้อง นายอุดม ศิริสอน และนางแดง ศิริสอน สามีภรรยา ชาวจังหวัดกาฬสินธุ์ ในความผิดฐานบุกรุก แผ้วถาง ก่อสร้าง ทำไม้ ยึดถือครอบครอง หรือกระทำด้วยประการใด ๆ อันเป็นการกระทำให้เสื่อมสภาพป่าสงวนแห่งชาติโดยไม่ได้รับอนุญาต, ทำไม้หวงห้ามโดยไม่ได้รับอนุญาต ร่วมกันมีไว้ในครอบครองซึ่งไม้หวงห้ามอันยังมิได้แปรรูปโดยไม่มีรอยตรารัฐบาลโดยไม่ได้รับอนุญาต ทั้งนี้ คดีดังกล่าวศาลชั้นต้นพิพากษาจำคุกทั้งสองคนละ 15 ปี ขณะที่ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นลงโทษจำคุก 14 ปี 12 เดือน ทั้งสองยื่นฎีกาสู้คดีต่อ ล่าสุด ศาลฎีกาตรวจสำนวนประชุมปรึกษาหารือกันแล้วเห็นว่า ทั้งสองคนกระทำความผิดฐานบุกรุกป่าเท่านั้น จึงพิพากษแก้จำคุกคนละ 5 ปี ด้าน ทนายสงกานต์ อัจฉริยะทรัพย์ ประธานเครือข่ายต่อต้านการบ่อนทำลายชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ กล่าวว่า รู้สึกดีใจที่ศาลมีเมตตาลดโทษให้เป็นหนึ่งในสาม แต่คดีนี้คงจะรื้อฟื้นใหม่ เพราะตนมั่นใจในพยานหลักฐานเพราะจะต้องดำเนินคดีกับเจ้าหน้าที่ป่าไม้ ซึ่งก็จะมีการรื้อฟื้นคดีต่อไป ส่วนรายละเอียดที่นำมารื้อฟื้นคดีใหม่เป็นอย่างไรนั้นจะมาอธิบายให้ฟังในวันที่มายืนรื้อฟื้นคดี ยืนยันว่าจะเป็นหลักฐานใหม่โดยเฉพาะพยานบุคคล อย่างไรก็ตาม ในวันนี้ถึงแม้จะมีสำนักยุติธรรมจังหวัดกาฬสินธุ์ ที่พร้อมจะให้วางเงินประกันนั้น ทนายความก็ยังไม่ได้ทำการยื่นประกันแต่อย่างใดเพราะจะต้องรอการตรวจคำพิพากษาอย่างละเอียดเพื่อทำการรื้อฟื้นคดีใหม่   สำหรับ […]

ตายายเก็บเห็ดเข้าพบ “รองปลัดยธ.” หวังพรุ่งนี้ศาลฎีกายกฟ้อง (คลิป)

เมื่อวันที่ 1 พ.ค. 2560 ที่กระทรวงยุติธรรม ทนายสงกานต์  อัจฉริยะทรัพย์ ประธานเครือข่ายต่อต้านการบ่อนทำลายชาติศาสนาพระมหากษัตริย์ได้พา นายอุดม ศิริสอน อายุ 53 ปี และนางแดง ศิริสอน สองสามีภรรยา จำเลยในคดีบุกรุกแผ้วถางป่าไม้ ยึดถือ ครอบครอง หรือกระทำด้วยประการใด ๆ อันเป็นการทำให้เสื่อมเสียสภาพป่าสงวนแห่งชาติ โดยไม่ได้รับอนุญาต, ทำไม้หวงห้ามและมีไว้ในครอบครองซึ่งไม้หวงห้ามอันยังไม่ได้แปรรูป โดยไม่ได้รับอนุญาต ตาม พ.ร.บ.ป่าสงวนแห่งชาติ  เดินทางเข้าพบนายธวัชชัย ไทยเขียว รองปลัดกระทรวงยุติธรรม ขอให้กองทุนยุติธรรมช่วยเหลือเรื่องค่าใช้จ่ายในการต่อสู้คดี  และเงินประกัน เนื่องจากในวันพรุ่งนี้( 2 พ.ค.) ศาลจังหวัดกาฬสินธุ์นัดอ่านคำพิพากษาศาลฎีกาในคดีดังกล่าว ทนายสงกานต์ กล่าวว่า  แนวทางที่ศาลจะมีคำพิพากษามี 4 แนวทางคือ1.หากศาลยืนจำคุก 2.หากศาลพิพากษายกฟ้องคดี  3.พิพากษาแก้โทษ และ 4.มีคำสั่งให้ย้อนสำนวนให้ศาลชั้นต้นพิจารณาใหม่  ดังนั้น เพื่อเตรียมความพร้อมหากมีคำพิพากษาในกรณีที่ศาลพิพากษายืน จะนำเงินจากกองทุนยุติธรรมยื่นขอประกันและยื่นประกันตัวทันที อย่างไรก็ตามตนเชื่อว่าคำพิพากษาพรุ่งนี้น่าจะเป็นไปในแนวทางที่ศาลฎีกาส่งสำนวนให้ศาลชั้นต้นพิจารณาคดีใหม่ เพราะตนเห็นว่าสำนวนคดีมีความผิดปกติหลายจุด ซึ่งหากสุดท้ายศาลมีคำพิพากษายืน ตนจะรวบรวมพยานหลักฐานเพื่อยื่นฟ้องเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องฐานเบิกความเท็จ  และจะรวบรวมข้อเท็จจริงทั้งบันทึกตรวจยึดของกลาง และหลักฐานจากกรมสอบสวนคดีพิเศษ(ดีเอสไอ) เพื่อขอรื้อฟื้นคดีต่อศาล. ด้านนายธวัชชัย กล่าวว่า ตนได้อนุมัติเงินจากกองทุนยุติธรรมเพื่อช่วยเหลือเรื่องการประกันตัวไปแล้วล่วงหน้ารายละ 1 ล้านบาท  หากศาลฎีกามีคำสั่งส่งสำนวนให้ศาลชั้นต้นพิจารณาใหม่ก็ยังสามารถนำเงินดังกล่าวไปใช้เพื่อขอปล่อยตัวชั่วคราวได้ นอกจากนี้จะให้การช่วยเหลือเรื่องค่าใช้จ่ายในการเดินทาง โดยในวันพรุ่งนี้จะให้เจ้าหน้าที่สำนักงานยุติธรรมจังหวัดเข้าไปร่วมรับฟังคำพิพากษาด้วย อย่างไรก็ตาม ไม่ขอก้าวล้วงการใช้ดุลยพินิจของศาลแต่ยืนยันว่าพร้อมให้ความช่วยเหลืออย่างเต็มที่  ขณะที่นายอุดม กล่าวว่า  “ตนขอความเป็นธรรมให้ศาลยกฟ้องตน เพราะตนไม่ได้ทำผิด […]

keyboard_arrow_up