เร่งตามล่าคนร้ายแทง ‘ครูสาวโคราช’ สาหัส หลังพยายามปล้น-ข่มขืน ด้านผู้ว่าฯ รุดเยี่ยม

จากกรณีเมื่อช่วงเช้าวันที่ 27 ก.ย. 60  น.ส.สุกัญญา รักษาสัตย์ ครูธุรการประจำโรงเรียนบ้านกุดน้อย ต.กุดน้อย อ.สีคิ้ว จ.นครราชสีมา ถูกคนร้ายพยายามจี้ชิงทรัพย์ และพยายามล่วงละเมิดทางเพศแต่ไม่สำเร็จ ก่อนจะใช้อาวุธมีดแทงครูสาวกว่า 5 แผล อาการสาหัส และหลบหนีไปนั้น ล่าสุดตำรวจภูธรจังหวัดนครราชสีมายังคงไล่ล่าคนร้าย โดยทางนายวิเชียร จันทรโณทัย ผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมาสั่งย้ายครูสาวมาช่วยราชการในที่สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษา เขต 1 เพื่อความปลอดภัย เนื่องจากขณะนี้ยังไม่สามารถจับกุมตัวคนร้ายได้ ขณะที่ทางตำรวจได้จัดกำลังเจ้าหน้าที่คอยดูแลความปลอดภัยให้แก่ผู้บาดเจ็บตลอด 24 ชั่วโมง และได้เดินทางเข้าเยี่ยม น.ส.สุกัญญา ที่ รพ.มหาราชนครราชสีมา พร้อมด้วยนายกเหล่ากาชาดจังหวัดนครราชสีมา โดย น.ส.สุกัญญา อาการปลอดภัยแล้ว แต่ต้องพักรักษาตัวอยู่อีกอย่างน้อย 1-2 สัปดาห์ เพื่อฝึกหายใจเนื่องจากปอดถูกของมีคมแทงทะลุ และเพื่อให้แผลที่ถูกแทงหายดี ด้านความคืบหน้าของคดี ตำรวจสภ.สีคิ้ว บอกว่า ชุดสืบสวนตำรวจภูธรสีคิ้ว พร้อมด้วยชุดสืบสวนตำรวจภูธรจังหวัดนครราชสีมา และตำรวจภูธรภาค 3 ได้แบ่งกำลังกันลงพื้นที่เพื่อหาเบาะแสของคนร้ายรายนี้อย่างต่อเนื่อง โดยเน้นสืบหาตัวคนร้ายจากรูปลักษณะรอยสักของคนร้ายที่ครูสาวผู้บาดเจ็บให้การระบุไว้ เนื่องจากคนร้ายสวมใส่หมวกกันน็อคจึงทำให้ไม่เห็นใบหน้าของคนร้าย แต่ลักษณะรอยสักตรงลำคอของคนร้ายมีลักษณะพิเศษ เป็นรอยสักที่มีสีแดง และเป็นรูปคล้ายอักษรภาษาอังกฤษ เบื้องต้น คาดว่าผู้ก่อเหตุน่าจะเป็นคนในละแวกใกล้เคียงที่เกิดเหตุ ซึ่งได้ส่งเจ้าหน้าที่ลงพื้นที่เร่งแกะรอยคนร้าย พร้อมสอบถามถึงชายที่มีลักษณะรอยสักดังกล่าวแล้ว    

ทนาย ‘ยิ่งลักษณ์’ ขอพิจารณาคำพิพากษาก่อนยื่นอุทธรณ์ ด้าน ตร.พร้อมประสานกำลังจับกุม

เมื่อวันที่ 27 ก.ย. 60 เวลาประมาณ 15.00 น. ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองได้อ่านคำพิพากษาความผิดของ นางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ในโครงการรับจำนำข้าวเป็นที่เรียบร้อยแล้ว โดยพิพากษาเป็นเอกฉันท์ ให้จำคุก 5 ปี โดยไม่รอลงอาญา นางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ในความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157 และ พ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ ฐานปล่อยปละละเลย ไม่ระงับยับยั้ง ทำให้เกิดความเสียหายในในโครงการรับจำนำข้าว โดยเริ่มอ่านคำพิพากษาตั้งแต่เวลา 11.00 น. รวมเป็นเวลากว่า 4 ชั่วโมง มีประเด็นในการพิจารณาว่ามีความผิด คือ การระบายข้าวแบบรัฐต่อรัฐ เพราะจำเลยทราบว่าสัญญาการขายข้าวแบบรัฐต่อรัฐไม่ชอบด้วยกฎหมายและมีเวลาที่จะสามารถระงับยับยั้งได้ แต่ก็ปล่อยให้มีการส่งมอบข้าวตามสัญญา เป็นการเอื้อประโยชน์ให้นายบุญทรง กับพวกแสวงหาผลประโยชน์จากการระบายข้าวจึงถือเป็นการละเว้นปฏิบัติหน้าที่โดยทุจริต นายนรวิชญ์ หล้าแหล่ง พร้อมทีมทนายความนางสาวยิ่งลักษณ์เปิดเผยภายหลังศาลมีคำพิพากษาว่า จะต้องพิจารณาคำพิพากษาฉบับเต็มก่อนว่าจะมีแนวทางอย่างไรในการดำเนินการต่อไป และยังไม่สามารถระบุได้ว่าจะยื่นอุธทรณ์หรือไม่ อย่างไรก็ตามส่วนตัวยังไม่รู้ว่าจะรายงานผลคำพิพากษาให้น.ส.ยิ่งลักษณ์ทราบได้อย่างไร เพราะตั้งแต่วันที่ 25 สิงหาคมที่ผ่านมาก็ยังไม่สามารถติดต่อได้ และคาดว่าภายหลังจากน.ส.ยิ่งลักษณ์ทราบผลการตัดสินจากสื่อแล้วน่าจะติดต่อกลับมา ส่วนการพิจารณาคดีวันนี้มีเรื่องการระบายข้าวแบบจีทูจีเข้ามาเกี่ยวข้องซึ่งตลอดระยะเวลาการต่อสู้คดีที่ผ่านมา น.ส.ยิ่งลักษณ์ ใช้ตัวโครงการเป็นเหตุผลในการต่อสู้นั้นจะมีผลหรือไม่นายนรวิชญ์ ระบุว่าอย่างไรก็ตามก็ต้องขอพิจารณาคำพิพากษาฉบับเต็มก่อน นอกจากนี้ยังกล่าวว่าในฐานะทนายก็ได้ทำหน้าที่ของที่ทนายอย่างเต็มที่ ศาลก็ได้ทำหน้าที่ของศาล […]

ควานหาตัวฝรั่งแสบ! ชิงแหวนทอง 15 วงหลบหนี ตร.เช็กกล้องวงจรปิดล่า

ตำรวจ สภ.ช้างเผือก จ.เชียงใหม่ เร่งติดตามคนร้ายชาวต่างชาติบุกเข้าไปชิงแหวนทอง จากร้านทองในตลาดธานินทร์ จ.เชียงใหม่ ภาพจากกล้องวงจรปิดของร้านข้างๆ บันทึกภาพขณะเกิดเหตุ พบว่าคนร้ายเป็นชายต่างชาติ อายุประมาณ 35-40 ปี รูปร่างใหญ่ สูงประมาณ 180 เซนติเมตร สวมกางเกงขายาวสีเทา เสื้อยืดแขนสั้นสีฟ้า ใส่หมวกแก๊บปิดบังใบหน้า ส่วนที่ต้นแขนขวามีรอยสัก เดินเข้าไปที่ร้านทองและชิงเอาแหวนทองคำน้ำหนักครึ่งสลึง ไปทั้งหมด 15 วง รวมมูลค่ากว่า 4 หมื่นบาท ก่อนหลบหนีไปอย่างรวดเร็ว น.ส.เบญจภรณ์ จันทวัง พนักงานร้านทอง เล่าเหตุการณ์ว่า ก่อนเกิดเหตุกำลังยืนอยู่ในร้านกับเพื่อนพนักงานสาวอีก 2 คน จากนั้นชายคนนี้ได้เดินเข้ามาในร้าน พูดเป็นภาษาต่างชาติในลักษณะข่มขู่ แต่ฟังไม่ออกว่าเป็นภาษาอังกฤษหรือภาษาอื่น โดยคนร้ายทำทีล้วงในกระเป๋าแสดงให้เห็นว่ามีอาวุธ ด้วยความกลัวว่าจะเป็นอาวุธปืน ตนและเพื่อนพนักงานจึงพากันวิ่งไปหลบหลังร้าน ทั้งนี้เนื่องจากที่ร้านมีลูกกรงเหล็กกั้นไว้ ทำให้คนร้ายเข้ามาด้านในไม่ได้ แต่ได้ใช้มือล้วงเข้าไปในตู้โชว์หน้าร้าน คว้าแหวนทองคำน้ำหนักวงละ 1 สลึงจำนวน 15 วง แล้วเดินออกจากร้านหลบหนีไป หลังเกิดเหตุตำรวจได้ตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิดของร้าน รวมทั้งกล้องตามร้านค้าต่างๆ ที่อยู่ใกล้เคียง พร้อมประสานไปยังโรงแรมที่พักทุกแห่งทั่วเมืองเพื่อหาเบาะแสและเส้นทางหลบหนีของคนร้าย

keyboard_arrow_up