ไม่เลือกงานไม่ยากจน หนุ่มอ้างตกงาน รับจ้างขนกัญชา 480 กก.

ตำรวจรวบหนุ่มรับจ้าขนกัญชา พร้อมของกลางบิ๊กล็อตน้ำหนัก 480 กก. อ้างตกงาน เลยต้องขนยาแลกค่าจ้าง 5 หมื่นบาท หลังได้รับรายงานจากแหล่งข่าวว่า จะมีการลักลอบขนกัญชา ใช้เส้นทางมุกดาหาร – กุฉินารายณ์ เพื่อนำไปส่งให้ลูกค้าในพื้นที่ชั้นใน ทำให้เมื่อช่วงเช้ามืดที่ผ่านมา ตำรวจ สภ.คำชะอี นำกำลังออกตั้งจุดตรวจสกัด ตั้งกันเห็นๆ หน้าโรงพักเลย ปรากฎว่า ประมาณตี 5 มีรถกระบะยี่ห้อเซฟโรเลต สีบรอนท์เงิน ทะเบียนกรุงเทพฯ ลักษณะท้ายกระบะทึบ วิ่งมาตามถนน เจ้าหน้าที่จึงโบกให้จอด เพื่อขอตรวจท้ายกระบะ คนขับก็เข้าจอด และลงมาเปิดท้ายรถให้เจ้าหน้าที่ตรวจแต่โดยดี พบถุงดำ 12 ถุง วางซ้อนกันอยู่ในตู้ท้ายรถ แกะออกมาถึงกับผงะ เพราะข้างในเป็นกัญชาอัดแท่ง ถุงละ 40 กิโลกรัม น้ำหนักรวมทั้งหมด 480 กิโลกรัม คนขับรับสารภาพแต่โดยดี ทราบชื่อ สันติสุข โคตรพรม อายุ 29 ปี เป็นคนมุกดาหาร ได้รับการติดต่อจากนายบอก ไม่ทราบชื่อจริง เป็นชาว […]

เงินจาง นางเมิน! หนุ่มตกงานซ้ำแฟนสาวบอกเลิก ดวดเหล้าย้อมใจก่อนผูกคอดับ

หนุ่มเครียดทั้งตกงานทั้งเลิกราแฟนสาว ดื่มเหล้าย้อมใจ ก่อนผูกคอดับ เพื่อนร่วมวงเหล้าเผย หายไป 3 วัน พบเป็นศพอยู่หลังบ้าน เมื่อวันที่ 3 ต.ค. 62 ตำรวจ สภ.สีคิ้ว รับแจ้งเหตุคนผูกคอตายในบ้านพัก ต.ลาดบัวขาว อ.สีคิ้ว จ.นครราชสีมา ตำรวจพร้อมกู้ภัยจึงเดินทางไปตรวจสอบ ที่เกิดเหตุเป็นบ้านชั้นเดียว พบผู้เสียชีวิตเป็นชาย นั่งเสียชีวิตอยู่หลังบ้าน ลักษณะใช้เชือกไนล่อนสีขาวผูกคอตัวเองกับบานหน้าต่าง เลือดไหลนองเต็มพื้น คาดว่าเสียชีวิตมาไม่ต่ำกว่า 1-3 วัน เพราะศพขึ้นอืด เจ้าหน้าที่เร่งเก็บกู้ร่างก่อนนำศพส่งชันสูตรที่ รพ.สีคิ้ว ทราบชื่อผู้เสียชีวิตภายหลัง นายเอกชัย หวลจันทึก อายุ 31 ปี เพื่อนบ้านทราบว่าผู้ตายทำงานอยู่ต่างจังหวัด แล้วกลับมาบ้านประมาณวันที่ 30 ก.ย. ที่ผ่านมา ผู้ตายมาร่วมวงดื่มเหล้ากับเพื่อนและเล่าให้ฟังว่า ทั้งตกงานทั้งแฟนบอกเลิก ขอดื่มย้อมใจก่อนแยกย้ายกันกลับบ้าน แต่หลังจากนั้น 3 วัน ไม่มีใครเห็นผู้ตายอีกเลย คิดกันว่าน่าจะกลับไปทำงานต่างจังหวัด จนเพื่อนบ้านได้กลิ่นเหม็นเน่ามาจากบ้านผู้ตาย เดินไปดูจึงเห็นว่านายเอกชัยกลายเป็นศพผูกคอตายอยู่หลังบ้าน ทาง ตำรวจ สภ.สีคิ้ว สรุปเบื้องต้นว่า […]

สุดเศร้า! โซเชียลแห่แชร์ภาพพนักงานกอดคอร้องไห้ หลังถูกเลิกจ้าง

เพจเฟซบุ๊ก ข่าวสารเมืองปราการ v2  โพสต์ภาพพนักงานบริษัทแห่งหหนึ่ง กอดคอกันร้องไห้ ระบุเป็นการถูกเลิกจ้าง พร้อมข้อความ ‘สมาชิกส่งมาให้ดู !! เห็นภาพแล้วน้ำตาจะไหล บริษัทแห่งหนึ่งในจังหวัดสมุทรสาคร #ประกาศเลิกจ้างพนักงาน พนักงานกอดกันร้องไห้น่าสงสารจัง  ใครที่ผ่อนบ้าน ผ่อนรถ ลูกยังเล็กเรียนหนังสือ ลุกขึ้นตั้งหลักสู้ให้ได้ไวๆครับ ขอเป็นกำลังใจให้ครับ ใครมีงานทำก็รักษาไว้ดีๆนะครับ อย่าเพิ่งออกกันนะ’ โพสต์ดังกล่าวมีผู้เข้ามาแสดงความคิดเห็น และแชร์ต่อเป็นจำนวนมาก ส่วนใหญ่ให้กำลังใจเหล่าพนักงาน ให้หางานใหม่ได้เร็ว ๆ ซึ่งต่อมาทางมีผู้ติดต่อชี้แจงกับทางเพจ เผยว่า บริษัทของกลุ่มพนักงานในภาพ ได้มีมาตราการแก้ไขต่าง ๆ มาเป็นระยะเวลา 3-4 เดือนแล้ว แต่ด้วยสภาวะเศรษฐกิจโลกส่งผลกระทบโดยตรงกับลูกค้าของบริษัท ทำให้จำเป็นต้องปรับลดจำนวนพนักงานเข้าใหม่ที่ยังไม่ผ่านทดลองงานในการผลิตลง หากบริษัทฟื้นตัวก็พร้อมรับกลับเข้าทำงาน ขณะเดียวกันก็มีผู้เข้ามาคอมเม้นท์ชี้แจงว่า พนักงานเหล่านี้เป็นเพียงพนักงานที่ไม่ผ่านช่วงทดลองงานเท่านั้น ไม่ได้กระทบต่อพนักงานประจำแต่อย่างใด ติดตามข่าวสารเรื่องราวที่น่าสนใจอื่น ๆ ได้ที่ อมรินทร์ทีวี เอชดี ช่อง 34 

เสียอนาคต! รวบโจรวิ่งราว อ้างเรียนจบปริญญาตรีแต่หางานทำไม่ได้

ชลบุรี – เรียนจบปริญญาตรีไม่มีงานทำ เลยมาเป็นโจรวิ่งราวทรัพย์ เมื่อวันที่ 22 ส.ค.62  กองบังคับการตำรวจภูธร จ.ชลบุรี พล.ต.ต.นันทชาติ ศุภมงคล  ผบก.ภ.จว.ชลบุรี  พ.ต.อ.ภาสกร ทุนทรัพย์ ผกก.สภ.พานทอง แถลงข่าวผู้ต้องหา จับกุม นายสุขสันต์  เอี่ยมสะอาด สัญชาติไทย อายุ 27 ปี ที่อยู่ 101 ม.14 ต.แตล อ.ศรีขรภูมิ จ.สุรินทร์ หลังก่อเหตุใช้รถจักรยานยนต์ วิ่งราวทรัพย์  นางอำนวย เที่ยงธรรม อายุ 70 ปี ขณะรอรถอยู่ที่ศาลารอรถริม ถนนพานทอง ม.10 ต.พานทอง อ.พานทอง  จ.ชลบุรี เมื่อวันที่ 19 ส.ค. 62  ได้ทรัพย์สินประกอบด้วย โทรศัพท์ จำนวน 1 เครื่อง ราคา 8,000 บาท เงินสด จำนวน […]

สยอง! หนุ่มกัมพูชากรีดท้องตัวเองจนตาย ข้างห้องเผยปมเครียด ติดเหล้า ตกงาน (คลิป)

จากกรณีการเสียชีวิตสลด ของแรงงานชาวกัมพูชา ที่เสียชีวิตในห้องเช่า สภาพศพมีรอยกรีดท้อง และตามร่างกายจนเสียเลือดจำนวนมาก นอนเสียชีวิตอยู่บนที่นอน เหตุเกิดในหอพักแห่งหนึ่ง ซอยสุขสวัสดิ์ 92 ต.ในคลองบางปลากด อ.พระสมุทรเจดีย์ จ.สมุทรปราการ ล่าสุด วันที่ 22 เม.ย. 62 ทีมข่าวเดินทางมาที่ห้องพักจุดเกิดเหตุ เป็นห้องเช่าชั้นเดียว ทำด้วยไม้ ในห้องไม่มีทรัพย์สินอะไรมา มีเพียงเสื้อผ้าไม่กี่ตัว บนที่นอนยังคงมีคราบเลือดเต็มพื้นที่ ไม่พบร่องรอยการต่อสู้ หรือรอยเลือดที่จุดอื่น นางบัวศรี ใจมีธรรม เจ้าของห้องพัก ยืนยันว่า ก่อนเกิดเรื่องไม่มีคนแปลกหน้าเข้าออกหอ ไม่มีเสียงการทะเลาะวิวาทกัน แม้เสียงร้องด้วยความเจ็บปวดของผู้ตายตนก็ไม่ได้ยิน ทุกอย่างเงียบเป็นปกติ ที่ผ่านมาผู้ตายไม่เคยมีปัญหากับใคร แต่ผู้ตายเป็นคนดื่มสุราหนัก เบื้องต้นไม่พบการทำร้ายร่างกาย จึงอาจเป็นไปได้ว่าผู้ตายทำร้ายตัวเองจนเสียชีวิต เพราะเครียดที่ตกงาน ด้านเจ้าหน้าที่ตำรวจ ระบุว่า ผู้ตายเสียชีวิตจากการทำร้ายตัวเอง เนื่องจากขณะเกิดเหตุไม่มีพยานแวดล้อม ไม่มีการทะเลาะกับใคร ไม่มีการต่อสู้ ประตูปิดตามปกติ จนกระทั่งมีคนมาพบศพ โดยผู้ตายใช้มีดโกนแบบมีด้าม กรีดตามร่างกายทั้ง คอ แขน และท้อง ขณะนี้ส่งศพไปชันสูตรหาสาเหตุที่แท้จริงแล้ว

หนุ่มเครียดจัด ดิ่งสะพานลงเจ้าพระยา-พลเมืองดีช่วยไว้ได้ทัน (คลิป)

เมื่อเวลา 21.00 น. วันที่ 30 ม.ค.ที่ผ่านมา ศูนย์วิทยุแจ้งเหตุ สภ.ปากเกร็ด รับแจ้งเหตุ มีชายกระโดดสะพานพระราม 4 ฝั่งขาเข้ามุ่งหน้าอำเภอปากเกร็ด ต.บางพลับ จึงแจ้งเจ้าหน้าที่มูลนิธิป่อเต๊กตึ้งเข้าตรวจสอบ พบรถจักรยายนต์ ฮอนด้า รุ่นฟีโน่ ทะเบียนชมพู-ขาว ทะเบียน 1กข-2686 นนทบุรี จอดอยู่กลางสะพาน ส่วนชายที่ขี่รถมาได้กระโดดลงไปในแม่น้ำเจ้าพระยา มีพลเมืองดีที่นั่งตกปลาเห็นลอยคออยู่กลางแม่น้ำจึงช่วยกันลงไปนำตัวขึ้นมาจากฝั่ง ทราบชื่อต่อมาคือ นายพงษ์พันธ์ ณ.ระนอง ชาว ต.บางพลับ อ.ปากเกร็ด จ.นนทบุรี สภาพเนื้อตัวเปียกปอน อ่อนล้า เพราะสำลักน้ำ จึงรีบนำตัวส่ง รพ.มงกุฎวัฒนะ โดย นายพงษ์พันธ์ ให้การว่า สาเหตุที่คิดสั้นฆ่าตัวตายเนื่องจากเกิดอาการเครียดที่ตนเองตกงานมาหลายเดือนยังหางานทำไม่ได้ หาทางออกไม่ได้ คิดไม่ตกว่าจะทำอย่างไรต่อไปจึงตัดสินใจจะจบชีวิตด้วยการมากระโดดน้ำฆ่าตัวตาย เบื้องต้นเจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างติดต่อประสานญาติทางบ้านให้มาดูแลและพยายามพูดจาปลอบใจ ให้กำลังใจ เพื่อไม่ให้คิดสั้นอีก ติดตามข่าวสารเรื่องราวที่น่าสนใจอื่น ๆ ได้ที่ อมรินทร์ทีวี เอชดี ช่อง 34  

คู่กรณีโต้! สาวถูกรถชนต้องตัดขาเรียกค่าทำขวัญโหด 14 ล้าน ยันไม่เคยซ้ำเติม

กรณีสาวเชียงใหม่โพสต์เฟซบุ๊กร้องขอความเป็นธรรมถูกคู่กรณีขับรถยนต์ชนได้รับบาดเจ็บสาหัส ตนเองต้องถูกตัดขาทิ้ง ส่วนสามีขาหักยังเดินไม่ได้นานร่วม 2 เดือนแล้ว แต่คู่กรณีไม่เคยแสดงความรับผิดชอบใดๆ แถมซ้ำเติมกล่าวหาว่าสำออยและท้าให้ไปฟ้องร้อง ด้านคู่กรณีโต้ระบุว่าได้พยายามแสดงความรับผิดชอบแล้ว โดยรถยนต์ที่ลูกชายขับไปชนทำประกันชั้น 1 ไว้ แต่คู่กรณีเรียกร้องค่าเสียหายถึง 14 ล้านบาท พร้อมยันไม่เคยพูดจาซ้ำเติมและท้าให้ไปฟ้องร้อง (อ่านข่าว : สาวร้องถูกรถชนจนต้องตัดขา ซ้ำถูกคู่กรณีไม่สำนึกด่าสำออย-ท้าให้ฟ้องเอาผิด) จากกรณีผู้ใช้เฟซบุ๊กชื่อ “FhonCm” โพสต์บอกเล่าเรื่องราวว่าประสบอุบัติเหตุถูกรถเก๋งชนจนต้องตัดขาข้างขวา โดยที่คู่กรณีไม่ได้มารับผิดชอบและทำให้ครอบครัวเดือดร้อนอย่างหนักเพราะตัวเองต้องออกจากงานและสามีทำงานไม่ได้ โดยเหตุดังกล่าวเกิดช่วงสายวันที่ 28 ก.พ.61 ซึ่งผู้ขับขี่รถเก๋งคันดังกล่าวเป็นผู้ชายได้ขับชนเธอจนได้รับบาดเจ็บเท้าขวาถึงกับเละ ทำให้หมอต้องตัดขาตั้งแต่ช่วงใต้เข่าลงไปเพื่อรักษาชีวิตเธอ ทั้งนี้ผ่ามาเกือบ 2 เดือนแล้ว แต่คนขับรถชนที่เป็นคู่กรณีไม่เคยมาดูแลไม่รับผิดชอบใดๆแม้แต่การแสดงความเสียใจรวมทั้งแม่ของคู่กรณียังมีการพูดจาซ้ำเติมด้วย ล่าสุดผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากการตรวจสอบข้อมูลพบว่าคู่กรณีที่ขับรถยนต์นั้นคือ นายณัฐพล ปันทกา อายุ 21 ปี คนขับรถยนต์ และนางสาวอรณ์ชาริญาณ์ วงศ์วริญาภา อายุ 44 ปีมาดาอยู่ในรถคันดังกล่าว โดย นางสาวอรณ์ชาริญาณ์ กล่าวว่า ยอมรับว่าลูกชายเป็นคนขับรถยนต์คันที่เกิดเหตุเฉี่ยวชนกับรถจักรยานยนต์ของคู่กรณีจริง อย่างไรก็ตามยืนยันว่าไม่ได้ปฏิเสธความรับผิดชอบแต่อย่างใด เพราะรถยนต์ที่เกิดเหตุมีการทำประกันชั้น 1 ไว้ ซึ่งรับผิดชอบในส่วนของคู่กรณีอยู่แล้ว แต่ในส่วนของตัวเองต้องรับผิดชอบค่าซ่อมรถยนต์เองเพราะลูกชายไม่มีใบขับขี่ เพียงแต่ที่ยังตกลงกันไม่ได้ […]

สาวร้องถูกรถชนจนต้องตัดขา ซ้ำถูกคู่กรณีไม่สำนึกด่าสำออย-ท้าให้ฟ้องเอาผิด (คลิป)

จากกรณีผู้ใช้เฟซบุ๊กชื่อ “FhonCm” ได้โพสต์เฟซบุ๊กบอกเล่าเรื่องราวว่าตนเองประสบอุบัติเหตุถูกรถยนต์ชนจนต้องตัดขาข้างขวา โดยที่คู่กรณีไม่ได้มารับผิดชอบและทำให้ครอบครัวเดือดร้อนอย่างหนัก เพราะตัวเองต้องออกจากงานและสามีทำงานไม่ได้ โดยเหตุเกิดเมื่อวันที่ 28 ก.พ.ที่ผ่านมา ซึ่งผู้ขับขี่รถยนต์คันดังกล่าวเป็นผู้ชายได้ขับชนเธอจนได้รับบาดเจ็บเท้าขวาถึงกับเละทำให้หมอต้องตัดขาตั้งแต่ช่วงใต้เข่าลงไปเพื่อรักษาชีวิตเธอ ซึ่งเธอก็ได้บอกว่าตั้งแต่เกิดอุบัติเหตุครั้งนี้ได้เปลี่ยนชีวิตเธอไปตลอดกาล เธอไม่กล้าออกไปไหนเพราะอายการใช้ชีวิต ชีวิตประจำวันก็เปลี่ยนไปจากคนที่เคยซักผ้าให้พ่อแม่และลูก จากคนที่เคยทำความสะอาดบ้านและไปส่งลูกไปโรงเรียน จากคนที่เคยทำงานหาเงินกลับต้องมาทำให้พ่อแม่ลำบากแม่ต้องออกจากงานมาดูแลเธอ แต่เธอก็พยายามสู้เพื่อครอบครัว ทั้งนี้ผ่ามาเกือบ 2 เดือนแล้ว แต่คนขับรถชนที่เป็นคู่กรณีไม่เคยมาดูแลไม่รับผิดชอบใดๆแม้แต่การแสดงความเสียใจรวมทั้งแม่ของคู่กรณียังมีการพูดจาซ้ำเติมด้วย นางสาวจันจิรา ใจคำ อายุ 23 ปี อยู่บ้านใหม่หลังมอ ตำบลสุเทพ อำเภอเมือง จังหวัดเชียงใหม่ ซึ่งเปิดเผยว่าเหตุการณ์ตัวเองถูกรถคู่กรณีชนจนต้องถูกตัดขานั้นเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 28 ก.พ.61 ระหว่างที่ตัวเองขี่รถจักรยานยนต์ไปส่งสามีทำแผลที่อนามัยใกล้บ้าน ปรากฏว่าช่วงถนนคันคลองชลประทานใกล้วัดร่ำเปิงรถยนต์คู่กรณีได้ขับมาชนจนตัวเองและสามีได้รับบาดเจ็บ ซึ่งระหว่างนั้นคู่กรณีที่เป็นชายหนุ่มไม่ได้มีท่าทีแสดงความขอโทษหรือแสดงความรับผิดชอบใดๆทั้งสิ้น ทั้งที่ตัวเองได้รับบาดเจ็บเป็นแผลฉกรรจ์เท้าฉีกขาดและสามีขาหักแถมคู่กรณียังพยายามหลบหนีด้วย แต่เนื่องจากยางล้อรถแตกจึงไม่สามารถหลบหนีไปได้ จากนั้นได้มีการส่งตัวเองและสามีที่เข้าไปรับการรักษาตัวที่โรงพยาบาล ซึ่งทางคู่กรณีก็ไม่ได้แสดงความรับผิดชอบใดๆ ระหว่างที่รักษาตัวทางแม่ของคู่กรณีได้ไปที่โรงพยาบาลพูดกล่าวหาว่าตัวเองทำสำออยเพื่อจะเรียกร้องเงินและให้ไปฟ้องร้อง ทั้งที่ต่อมาตัวเองต้องถูกหมอตัดสินใจตัดขาออกเพื่อรักษาชีวิต ขณะที่สามีขาหักต้องผ่าตัดแล้วดามเหล็กซึ่งหลังเกิดเหตุจนถึงตอนนี้ได้รับความเดือดร้อนอย่างมาก เพราะทั้งตัวเองและสามีต้องออกจากงานทำให้ไม่มีรายได้เลี้ยงดูครอบครับ ที่มีพ่อแม่และลูกสาววัย 5 ปี โดยที่คู่กรณีไม่เคยแสดงความรับผิดชอบใดๆเลย นอกจากนี้คดีที่มีการแจ้งความไว้ที่สถานีตำรวจภูธรภูพิงคราชนิเวศน์ จังหวัดเชียงใหม่ ก็ไม่มีความคืบหน้าด้วยจึงอยากเรียกร้องขอความเป็นธรรมในเรื่องนี้เพื่อให้คู่กรณีมาแสดงความรับผิดชอบ เพราะการที่ตัวเองต้องถูกตัดขาจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นไม่ใช่การสำออยอย่างแน่นอน และอยากให้คู่กรณีมาเป็นตัวเองเพื่อจะได้รับรู้ความรู้สึกทนทุกข์ของตัวเองและครอบครัว ด้านนายกิตติพงษ์ คำก๋อง อายุ 29 […]

สาวๆ เตรียมตกงาน!! เมื่อช่างภาพหันมาใช้ ‘ตุ๊กตายาง’ เป็นนางแบบแทนผู้หญิงจริงๆ

นอกจากจะถูกใช้เป็นอุปกรณ์ระบายความกำหนัดสำหรับหนุ่มๆ แล้ว ด้วยการออกแบบที่สวยและเซ็กซี่เกินกว่าจะหาได้ในผู้หญิงจริงๆ ทำให้ช่างภาพชาวนิวยอร์กอย่าง Stacy Leigh เกิดไอเดียแปลกๆ อย่างการนำสาวเทียมไร้ชีวิตเหล่านี้มาใช้เป็นนางแบบจริงๆ เพราะนอกจากพวกเธอจะว่างนอนสอนง่าย และสามารถจัดอิริยาบถต่างๆ ได้ง่ายกว่ามาก ทำให้ภาพที่ถ่ายออกมานั้น อดคิดไม่ได้ว่า พวกเธอเหมือนคนจริงๆ มาก ที่มา – designyoutrust.com

มนุษย์เตรียมตกงาน! จีนพัฒนา ‘หุ่นยนต์ผู้ช่วยอัยการ’ มีความแม่นยำเกือบ 90%

นวัตกรรมวันนี้ เป็นเรื่องของ “หุ่นยนต์” เป็นหุ่นยนต์ผู้ช่วยอัยการ หรือจะเรียกว่าเจ้าพนักงานฝึกหัดก็ได้ โดยรูปร่างหน้าตาของเจ้าหุ่นยนต์ตัวนี้ มีลักษณะคล้ายคน แต่ไม่มีแขนขา ใบหน้าเป็นหน้าจอแสดงผล ส่วนด้านล่างมีล้อทำให้เคลื่อนที่ไปไหนมาไหนได้ แต่ที่พิเศษกว่านั้น คือ ความสามารถในการอ่านข้อมูลเอกสาร และประมวลผลออกมาได้อย่างแม่นยำ เบื้องต้น ทางบริษัทผู้พัฒนาสัญชาติจีนได้นำไปทดสอบที่สำนักงานอัยการ โดยให้ลองอ่านข้อมูลเอกสารด้านกฎหมาย วิธีอ่านก็คือใส่ไฟล์เข้าไปในระบบ และให้วิเคราะห์ข้อมูลออกมา ข้อมูลที่อ่านก็อย่างเช่นสถิติการกระทำความผิด และคำพิพากษาคดีต่างๆ พอให้เจ้าหุ่นตัวนี้ประเมินผลปรากฏว่ามีความแม่นยำเกือบ 90 เปอร์เซ็นต์ และยังใช้เวลาน้อยกว่าเจ้าหน้าที่ที่เป็นมนุษย์ด้วย ปฏิบัติหน้าที่ได้ดีแบบนี้ เจ้าหน้าที่ที่เป็นมนุษย์อาจจะกลัวตกงาน แต่ไม่ต้องกังวล เพราะทางสำนักงานบอกว่ายังไม่คิดโละคนเพื่อให้หุ่นยนต์แทน เพราะยังมีข้อบกพร่องอยู่ และตอนนี้ เป็นแค่การทดสอบดูเท่านั้น แต่ก็ไม่แน่ ถ้าหากว่าในอนาคตหุ่นยนต์ตัวนี้เกิดเก่งขึ้นมาแบบไม่มีข้อผิดพลาดเลย คนก็อาจจะร้อนๆ หนาวๆ.

พบกับ Gavel สุนัขตำรวจสายแบ๊ว ที่ต้องตกงานเพราะดันทำตัวน่ารักเกินไป

พอพูดถึงสุนัขตำรวจ ในหัวของหลายๆ คนคงนึกถึงภาพของหมาตัวโตๆ ที่พร้อมกระโจนเข้าขย้ำคนร้ายตามคำสั่งเจ้าหน้าที่ตำรวจ ทั้งยังต้องผ่านการคัดเลือกและฝึกฝนมาตั้งแต่ตอนยังเป็นลูกสุนัข ซึ่งเจ้า Gavel ลูกสุนัขพันธุ์เยอรมันเชพเพิร์ดเองก็ถูกเลี้ยงมาเพื่อเป็นสุนัขตำรวจโดยเฉพาะเช่นกัน แถมกาเวลยังเคยฝึกค้นหาระเบิด ดมหายาเสพติด และจับกุมคนร้ายมาเช่นเดียวกับสุนัขตำรวจทั่วไป แต่ดูเหมือนกองบัญชาการตำรวจกรุงบริสเบนจะไม่สามารถบรรจุมันเข้าตำแหน่งสำคัญนี้ได้ เพราะสุนัขตัวนี้ดันทำตัวน่ารักเกินไป อาจฟังดูเป็นเหตุผลที่ไม่เอาไหนซะเลย แต่ก็อย่างที่หลายคนรู้ดีว่าสุนัขตำรวจนั้นต้องมีความน่าเกรงขามและเกรี้ยวกราดพอจะข่มขวัญผู้ร้ายได้ แต่เจ้ากาเวลกลับเป็นมิตรทั้งกับคนและสุนัขอื่นอย่างไม่น่าเชื่อ และถึงมันจะมีความสามารถในการรับฟังคำสั่งได้ดี แต่ดูเหมือนกาเวลชอบที่สุดจะไม่ใช่การต่อสู้ แต่เป็นการนอนหงายให้คนเกาพุงซะมากกว่า จึงทำให้มันต้องตกงานในที่สุด ถึงจะไม่ได้เป็นสุนัขตำรวจแล้ว เจ้ากาเวลก็ไม่ใช่สุนัขที่ไร้ประโยชน์ซะทีเดียว เพราถึงต้นสังกัดจะไม่สามารถมอบตำแหน่งนี้ให้กับมันได้ แต่มันก็ได้รับมอบหมายภาระกิจที่ดูจะเหมาะกับมันยิ่งกว่าสุนัขตำรวจซะอีก นั่นคือการได้เป็นทูตพิเศษประจำที่พำนักผู้ว่าราชการแห่งรัฐควีนส์แลนด์ ประเทศออสเตรเลีย ซึ่งได้รับการแต่งตั้งโดย Paul de Jersey ผู้ว่าการรัฐฯ แถมยังได้หนังสือสัญญาว่าจ้างอย่างเป็นทางการอีกด้วย ส่วนภารกิจที่เจ้ากาเวลได้รับมอบหมายนั้นก็ไม่มีอะไรซับซ้อน เพียงแค่คอยติดตามผู้ว่าการรัฐควีนส์แลนด์ และสร้างความสุขให้กับผู้ที่มาเยี่ยมจวนผู้ว่า และตลอดเวลากว่า 1 ปีที่ผ่านมา อดีตสุนัขตำรวจตัวนี้ก็สามารถทำหน้าที่ได้เป็นที่น่าประทับใจเลยทีเดียว ที่มา – Facebook.com / Governor of Queensland

นายกฯ ยันพร้อมดูแลแรงงานไทยทุกอาชีพ 70 ล้านคน วอนอย่าหวั่นตกงานในยุคไทยแลนด์ 4.0

เมื่อวานนี้ (1 พ.ค.) เวลา 12.10 น. ที่ศูนย์เยาวชนกรุงเทพมหานคร (ไทย – ญี่ปุ่น) ดินแดง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เป็นประธานพิธีเปิดงานวันแรงงานประจำปี 2560 ภายใต้หัวข้อ แรงงานรู้รักสามัคคี สดุดีจักรีวงศ์ รณรงค์เศรษฐกิจพอเพียง โดยมีรัฐมนตรี ผู้บริหารส่วนราชการ ผู้แทนองค์กรสหพันธ์แรงงาน และผู้ใช้แรงงานเข้าร่วม สำหรับข้อเรียกร้องวันแรงงานแห่งชาติ ประจำปี 2560 มีทั้งหมด 5 ข้อ แบ่งเป็นแรงงานเอกชน 3 ข้อ รัฐวิสาหกิจ และแรงงานนอกระบบอย่างละ 1 ข้อ ดังนี้ 1.ขอให้รัฐบาลรับรองอนุสัญญาองค์การแรงงานระหว่างประเทศ ฉบับที่ 87 ว่าด้วยเสรีภาพในการสมาคมและการคุ้มครองสิทธิในการรวมตัว และ ฉบับที่ 98 ว่าด้วยการปฏิบัติตามหลักแห่งสิทธิในการรวมตัวและเจรจาต่อรองเพื่อสร้างหลักประกันและเป็นกลไก ให้ลูกจ้างและสหภาพแรงงานได้เข้าถึงสิทธิ 2.การปฏิรูปประกันสังคม โดยปรับให้เป็นองค์กรอิสระ 3. ไม่ให้มีการแปรรูปหรือขายรัฐวิสาหกิจ 4.การตั้งสถาบันแรงงานนอกระบบ เพื่อดูแรงงานนอกระบบกว่า 20 […]

แรงงานไทยเสี่ยงตกงาน ในยุคไทยแลนด์ 4.0

นายกฯได้พูดถึงการปรับตัวภาคแรงงานสู่ไทยแลนด์ 4.0 ผู้สื่อข่าวของอมรินทร์ทีวี 34 เอชดี ได้ไปสอบถามกับนักวิชาการ ถึงเรื่องนี้ ว่ากระทบต่อภาคแรงงานไทยอย่างไร จำเป็นต้องเตรียมกำลังคน หากไม่เช่นนั้นแรงงานไทยไม่น้อยกว่า 10 ล้านคนต้องตกงาน ดร.เกียรติอนันต์ ล้วนแก้ว ผู้ช่วยรองอธิการบดี สายงานวิจัย ม.ธุรกิจบัณฑิตย์ กล่าวว่า ภายใน 20-25 ปีข้างหน้า ตำแหน่งงานจะหายไปเกือบ 50 เปอร์เซ็นต์ ซึ่งตำแหน่งงานเหล่านี้ไม่ใช่แค่แรงงานที่ได้รับค่าจ้างรายวัน แต่รวมถึงแรงงานกลุ่มวิชาชีพที่ทำงานซ้ำๆ เช่น หมอ นักบัญชี นายธนาคาร เป็นต้น ซึ่งอาจถูกทดแทนด้วยเครื่องจักรหรือ หุ่นยนต์ ขณะที่ผลการวิจัยพบว่ามีแรงงานไทยประมาณ 10 ถึง 12 ล้านคนที่จะได้รับผลกระทบ ผู้ประกอบการ sme ซึ่งมีอยู่กว่า 2.8 ล้านราย ก็เป็นอีกกลุ่มอาชีพที่น่าเป็นห่วง เพราะการเน้นพัฒนาตลาด แต่ไม่พัฒนาคน จะทำให้ธุรกิจโตแบบไม่ยั่งยืน ดังนั้นการไปสู่ไทยแลนด์ 4.0 ทุกอาชีพต้องยกระดับ ซึ่งยังพอมีเวลาในช่วง 3- 4 ปีต่อจากนี้ ขณะที่ผู้บริหารบริษัทตรวจสอบบัญชี […]

keyboard_arrow_up