เคอรี่ ออกแถลงการณ์ไล่ออก 4 พนักงานแกะพัสดุ “เซ็กส์ทอย” พร้อมดำเนินคดีถึงที่สุด

จากกรณีพนักงานจำนวนหนึ่งของบริษัทด้านการขนส่งสินค้าชื่อดัง แกะกล่องพัสดุของลูกค้ารายหนึ่งและนำเซ็กส์ทอยที่อยู่ด้านในมาถ่ายรูปลงในเฟซบุ๊ก และได้มีเพื่อนของพนักงานคนดังกล่าวมาแสดงความเห็นล้อเลียน รวมทั้งถามที่อยู่ของลูกค้าเจ้าของเซ็กส์ทอยอีกด้วย จนกลายเป็นประเด็นวิพากษ์วิจารณ์อย่างกว้างขวางถึงการละเมิดความเป็นส่วนตัวลูกค้า และท่าทีที่เข้าข่ายการคุกคามของพนักงานบริษัทดังกล่าว ล่าสุด เมื่อวันที่ 30 เมษายน 2562 บริษัท เคอรี่ เอ็กซ์เพรส ต้นสังกัดของพนักงานที่ก่อเหตุสุดฉาวดังกล่าว ได้ออกแถลงการณ์ขอโทษต่อพฤติกรรมของพนักงานทั้ง 4 คน ซึ่งเป็นพนังงานของบริษัทในศูนย์กระจายสินค้าแห่งหนึ่ง ในจังหวัดนครปฐม โดยพนักงานที่เกี่ยวข้องกับเหตุการณ์ในครั้งนี้ได้ถูกเลิกจ้างทันที เนื่องจากเป็นความผิดร้ายแรงต่อจรรยาบรรณในการทำงานของบริษัท รวมทั้งหัวหน้าเขตจะถูกลงโทษทางวินัยด้วย และบริษัทจะดำเนินคดีทางกฎหมายกับบุคคลที่ถูกเลิกจ้างในถึงที่สุด โพสต์โดย Kerry Express Thailand เมื่อ วันจันทร์ที่ 29 เมษายน 2019

ธนาธร จ่อดำเนินคดีเพจข่าวปลอม กุเรื่อง ‘ห้ามวัดตีระฆัง’ ล่าสุดต้นทางลบโพสต์หนีแล้ว

เมื่อเข้าสู่ห้วงบรรยากาศการเลือกตั้ง กระแสการสาดโคลนใส่ร้ายป้ายสีฝ่ายตรงข้ามก็เริ่มหวนกลับมาในโลกออนไลน์กันอีกครั้ง โดยกรณีล่าสุดตกเป็นของ นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ ที่ได้ออกมาโพสต์ข้อความผ่านทางเพจเฟซบุ๊ก Thanathorn Juangroongruangkit – ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ โดยกล่าวถึงกรณีที่มีเพจเฟซบุ๊ก เดรัจฉานนิวส์ ได้โพสต์ภาพและข้อความที่อ้างว่า นายธนาธรสนับสนุนให้หยุดตีระฆังหากสร้างความเดือดร้อน พร้อมกับบอกด้วยว่าหัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ไม่นับถือศาสนาพุทธ โดยทางนายธนาธร ได้เปิดเผยว่า…นี่เป็นข่าวปลอม ที่จงใจให้เกิดความเสียหายกับผมและพรรคอนาคตใหม่ ฝากบอกทุกๆ คนด้วยครับ ทางเรากำลังเตรียมดำเนินการทางกฎหมายต่อไป อย่างไรก็ตาม จากการตรวจสอบพบว่า บนเพจเฟซบุ๊ก เดรัจฉานนิวส์ ได้ทำการลบโพสต์ดังกล่าวออกไปแล้ว แต่ยังคงมีผุ้คนในโลกออนไลน์จำนวนมากที่ทราบเรื่องดังกล่าว เรียกร้องให้แอดมินเพจดังกล่าวออกมาแสดงความรับผิดชอบต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น

อัยการสหรัฐฯ สั่งฟ้องหนุ่มโหด ฆ่ายกครัว เมียตั้งครรภ์-ลูกสาว 2 คน

อัยการในมลรัฐโคโลราโดของสหรัฐฯ ยื่นฟ้องนายคริสโตเฟอร์ วัตต์ส วัย 33 ปี ในข้อหาฆ่ายกครัวภรรยาที่กำลังตั้งครรภ์และลูกสาว 2 คน โดยรายงานข่าวระบุว่า นางแชนแนน วัตต์ส และลูกสาววัย 3 และ 4 ขวบ ได้หายตัวไปจากบ้านพักที่เมืองเฟรเดริค ในมลรัฐโคโลราโดตั้งแต่วันที่ 14 ส.ค. 61 ที่ผ่านมา และเพื่อนของครอบครัวนี้ได้เข้าแจ้งต่อเจ้าหน้าที่ตำรวจให้ช่วยติดตามหา ก่อนจะพบศพของทั้งสามแม่ลูก ถูกทิ้งอยู่ภายในบ่อน้ำมัน ที่นายคริสโตเฟอร์ทำงานอยู่ ก่อนหน้านี้นายคริสโตเฟอร์เพิ่งเดินทางไปออกรายการโทรทัศน์ท้องถิ่นในเมืองเดนเวอร์ โดยเขาได้ร่ำไห้และวอนขอให้ประชาชนช่วยแจ้งเบาะแสเกี่ยวกับเมียที่กำลังตั้งท้อง และลูกสาวที่หายตัวไป อย่างไรก็ดี ข้อมูลจากการสืบสวนของตำรวจในพื้นที่พบว่า นายคริสโตเฟอร์ วัตต์ส ผู้นี้เป็นผู้ลงมือฆาตกรรมลูกเมียของตัวเอง และยังพยายามซ่อนเร้นทำลายศพ ถึงแม้จะยังไม่มีการเปิดเผยรายละเอียดเกี่ยวกับแรงจูงใจของเขาในการก่อเหตุสะเทือนขวัญครั้งนี้ ติดตามข่าวสารเรื่องราวที่น่าสนใจอื่น ๆ ได้ที่ อมรินทร์ทีวี เอชดี ช่อง 34

พ่อลั่น! ไม่เผาศพลูกถูกยิงดับหน้าผับระนอง หากมือปืนยังลอยนวล (คลิป)

จากกรณีเมื่อวันที่ 22 ก.ค. 61 เกิดเหตุทะเลาะวิวาท และใช้อาวุธปืนยิงกันหน้าผับแห่งหนึ่งที่จ.ระยอง เป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิต 1 ราย คือนายนายเทพฤทธิ์ แซ่อ๋อง หรือแจ๊คอายุ 35 ปีนั้น โดยเหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นเนื่องจากมีนักมวยกลุ่มหนึ่งจากจ.ชลบุรี จะเข้ามาเที่ยวในผับที่จ.ระนองแต่ไม่สามารถเข้าไปภายในได้เนื่องจากพกพาอาวุธ จึงรวมตัวกันอยู่ด้านนอกและเปิดเครื่องเสียงจนเสียงดังรบกวน นายแจ๊คจึงได้เข้าไปห้ามก่อนจะเกิดเป็นเหตุดังกล่าว ล่าสุดเมื่อค่ำวานนี้ (25ก.ค.61) ที่ศาลา 1 วัดสุวรรณคีรีวิหารหรือวัดหน้าเมือง มีการสวดอภิธรรมศพนายเทพฤทธิ์ แซ่อ๋อง หรือ แจ๊ค โดยมีพระระณังคมุณีวงศ์เจ้าอาวาสมาเป็นประธานสงฆ์และนายคงกฤษ ฉัตรมาลีรัตน์ นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดระนอง และผู้บริหารซี๊ดผับร่วมเป็นเจ้าภาพสวด มีพี่น้องชาวระนองรวมถึงเพื่อน ๆ ของแจ๊คมาร่วมงานสวดอภิธรรมศพและให้กำลังใจนายพรศักดิ์ แซ่อ๋อง และนางยุพร สุวรรณแย้ม บิดาและมารดาของแจ๊คอย่างหนาแน่น ภายหลังพิธีสวดอภิธรรมศพเสร็จแล้วนายพรศักดิ์ได้ให้สัมภาษณ์กับผู้สื่อข่าวว่า ทางครอบครัวตั้งใจตั้งสวดอภิธรรมศพลูกชายไปจนถึงวันที่ 27 ก.ค. 61นี้ และกำหนดฌาปนกิจศพในวันที่ 29 ก.ค.61 แต่จะเป็นการเผาหลอกเท่านั้น ทางครอบครัวจะเก็บศพของแจ๊คไว้จนกว่าทางตำรวจจะสามารถดำเนินการจับกุมตัวคนร้ายที่ลงมือยิงแจ๊คจนเสียชีวิตมาได้ ซึ่งคดีนี้ถือเป็นเรื่องที่โหดร้ายและสร้างความหั่นวิตกให้กับสังคมมากหากทางตำรวจไม่สามารถดำเนินการได้ก็นับได้ว่าล้มเหลวมาก เพราะกลุ่มคนร้ายเป็นนักมวยค่ายใหญ่มาจากจังหวัดชลบุรีพร้อมด้วยอาวุธปืน ตนไม่เข้าใจว่าทำไมทางเจ้าหน้าที่ถึงได้ปล่อยให้พกพาอาวุธปืนเข้ามาในพื้นที่ได้ถึง 6-7 กระบอก และมาก่อเหตุอย่างเหี้ยมโหดกับลูกชายของตน นายพรศักดิ์ […]

ปตท. เตรียมดำเนินคดี ‘ต้นตอ’ คนเผยแพร่ข้อมูลเท็จที่สร้างความเข้าใจผิดต่อบริษัท

สืบเนื่องจากการปรับราคาน้ำมันในประเทศที่พุ่งสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง จนกลายเป็นประเด็นวิพากษ์วิจารณ์อย่างแพร่หลายในสังคม และมีการวิเคราะห์ว่าการปรับราคาในครั้งนี้จะผลกระทบโดยตรงต่อประชาชนชาวกลุ่มรากหญ้า ที่ต้องแบกรับภาระค่าใช้จ่ายต่างๆ เพิ่มมากขึ้น จนนำไปสู่การรวมตันกันรณรงค์บอยคอตการเติมนำมันจากสถานีให้บริการน้ำมันของ ปตท. ตามที่ได้มีการนำเสนอไปก่อนหน้านี้ (อ่านเพิ่มเติมที่ : ลุกฮือ!! โซเชียลปลุกระดม งดใช้บริการ ปตท. หลังราคาน้ำมันดีดต่อเนื่อง / ปตท. แจงยิบ! ยันปรับราคาตามตลาดโลก พร้อมเทียบราคาน้ำมัน ‘ไทย-ประเทศเพื่อนบ้าน’) ล่าสุดเมื่อวันที่ 30 พฤษภาคมที่ผ่านมา ทางด้านบริษัท ปตท. จำกัด ได้โพสต์ข้อความผ่านทางเพจเฟซบุ๊ก PTT News โดยระบุว่า ปตท. ได้เตรียมแจ้งความดำเนินคดีผู้เจตนาเผยแพร่ข้อมูลเท็จ ที่เป็นต้นตอในการบิดเบือน เพื่อสร้างความเข้าใจผิดต่อบริษัท และสร้างความรู้สึกเกลียดชังต่อ ปตท. ในช่วงระยะเวลาที่ผ่านมา โดยทางสำนักกฎหมาย ปตท. กำลังเร่งรวบรวมหลักฐานของผู้มีเจตนาไม่สุจริตในการสร้างข้อมูลเท็จและเผยแพร่ออกไปทางช่องทางต่างๆ ดังกล่าวเพื่อนำแจ้งความ และดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมายทั้งทางแพ่งและทางอาญา กับบุคคล หรือ กลุ่มบุคคล ตลอดจน เว็บไซต์ หรือ เฟสบุ๊คเพจ ที่กระทำการใส่ความและบิดเบือนข้อเท็จจริงทำให้ ปตท. และผู้บริหารของ ปตท. ได้รับความเสียหายดังกล่าวโดยเร็ว […]

‘บิ๊กป้อม’ ยัน! ดำเนินคดีแกนนำเพื่อไทยตามกม.-ปัญหา ‘แกร็บไบค์’ เตรียมหาทางออกร่วมกัน

พลเอกประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม กล่าวถึง กรณีที่ คสช. เตรียมดำเนินคดีกับแกนนำพรรคเพื่อไทย หลังมีการแถลงข่าวเมื่อวานนี้ว่า ว่าเป็นเรื่องของเจ้าหน้าที่ตำรวจที่เป็นผู้ดำเนินการ ก็คงต้องว่าไปตามกระบวนการของกฎหมาย ส่วนที่มีการแถลงข่าวก่อนหน้านี้แล้ว ไม่มีการดำเนินการอาจเป็นเพราะไม่เข้าข่ายความผิด เจ้าหน้าที่ดูแล้วว่าไม่ผิด เรื่องทั้งหมดเจ้าหน้าที่เป็นผู้ดำเนินการ ตนไม่เกี่ยวข้องเจ้าหน้าที่เป็นผู้พิจารณาว่าผิดต่อคำสั่ง คสช. หรือไม่ หากผิดก็ว่าไปตามผิด และขณะนี้เจ้าหน้าที่ยังไม่รายงานอะไรเข้ามา ส่วนปัญหาที่วินมอเตอร์ไซค์ รวมตัวประท้วงต่อต้านแกร็บไบค์ เรียกร้องให้รัฐบาลแก้ปัญหาการวิ่งวินที่ผิดกฎหมายนั้น ยืนยันว่า ได้ให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องไปหาทางออกกันในวันนี้ ซึ่งยังไม่ได้รับรายงานว่าผลออกมาอย่างไร (อ่านเพิ่มเติม วินมอเตอร์ไซค์นับพัน จ่อบุกตึกแกร็บไบค์ – รปภ.ขู่ ถ้ามาก็จับ (คลิป)) ด้านพลโทคงชีพ ตันตระวาณิชย์ โฆษกประจำกระทรวงกลาโหม เปิดเผยว่า เรื่องนี้ให้กระทรวงคมนาคมกับเจ้าหน้าที่ตำรวจดำเนินการร่วมกัน เพื่อไม่ให้ขัดกับกฎหมาย ซึ่งมีหลัก 2 ข้อคือ ไม่ขัดกับหลักกฎหมายและคำนึงถึงความปลอดภัยของประชาชน ซึ่งในวันนี้ได้มีการพูดคุยร่วมกันระหว่าง กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร หรือ กอ.รมน ประกอบไปด้วย ทหาร ที่เคยเข้าจัดระเบียบ ตั้งแต่ปี 2557 กรมการขนส่งทางบก เจ้าหน้าที่ตำรวจ ตัวแทนทั้งวินมอเตอร์ไซด์ และ […]

ทนายเกิดผลโพสต์รัว อย่าเบี่ยงประเด็นจาก ‘เปรมชัย’ มาดำเนินคดี ‘หัวหน้าวิเชียร’

จากกรณีที่ พล.ต.อ.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล รอง ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (รอง ผบ.ตร.) เปิดเผยความคืบหน้า หลังการสอบปากคำ นายวิเชียร ชิณวงษ์ หัวหน้าเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าทุ่งใหญ่นเรศวร ด้านตะวันตก และชุดจับกุม นายเปรมชัย กรรณสูต ประธานบริหารบริษัทอิตาเลียนไทย ดีเวล๊อปเมนต์ จำกัด มหาชน และพวก ว่า อาจดำเนินการเอาผิดนายวิเชียร หลังจากที่เจ้าตัวยอมรับว่า ไม่ได้เก็บค่าธรรมเนียมค่าเข้าอุทยานฯ เป็นจำนวนเงิน 110 บาท จากนายเปรมชัย และคณะ โดยได้ส่งเรื่องให้กรมอุทยานฯพิจารณาโทษ ซึ่งหากมีความผิดจริง นายวิเชียร อาจได้รับโทษทางวินัยและอาญาได้ (อ่านเพิ่มเติมที่ : งานเข้าฮีโร่! ‘ศรีวราห์’ จ่อเอาผิด ‘หัวหน้าวิเชียร’ ไม่เก็บค่าเข้าอุทยาน ‘ปธ.อิตาเลียนไทย’) ล่าสุด ทนายเกิดผล แก้วเกิด ทนายความอิสระชื่อดัง ได้โพสต์ข้อความจำนวนหนึ่งผ่านทางเฟซบุ๊กส่วนตัวเกี่ยวกับกรณีการไม่เรียกเก็บค่าธรรมเนียมเข้าอุทยานฯ ที่อาจจำไปสู่กว่าพิจารณาโทษนายวิเชียร โดยระบุว่าประเด็นความผิดแท้จริงนั้นอยู่นายเปรมชัยกับพวกที่เดินทางเข้าไปล่าสัตว์ จึงไม่ควรเบี่ยงประเด็นมาลงโทษนายวิเชียร ทั้งยังเปรียบเทียบด้วยว่า ค่าธรรมเนียมเข้าอุทยาน 110 บาท จะเล่นงาน […]

ตร.รู้ตัวหนุ่มกระบะหัวร้อน ขับรถเบียด ชักมีดดาบขู่แล้ว ยันเร่งตามตัวมาดำเนินคดี

จากกรณีผู้ใช้เฟซบุ๊กรายหนึ่ง โพสต์ข้อความว่า คลองสามเถื่อนจริงๆไม่แน่จริงอยู่ไม่ได้ ตอนแรกเลยน่ะคะเขาขับมาเบียดซ้ายจะแซงนะคะ เขาเบียดรถเราเกือบไปอยู่อีกเลนที่สวนทางมาหาเรายังงงๆ เลย หลังจากนั้นเขาก็แซงซ้ายค่ะ ทีนี้พ่อเราเลยให้แซงแล้วแล้วขับขับไปสักพักเลนขวามันว่างพ่อเลยไปแซงคันอื่นแทนค่ะ คันอื่นเขาให้ไปก่อน ทีนี้กระบะคันที่มันเห็นรถเราอยู่ด้านหน้า เหมือนมันเมายาอะ อยู่ๆมันก็บีบแตรไล่รถตามแบบนี้ พ่อเราก็ขับหนี ตามที่เห็นในคลิปเลยเหมือนมันไม่ยอมเห็นรถเห็นรถเราอยู่ข้างหน้าเราเลยหยุดอัดคลิปโทรหาตำรวจก่อน ปล.ที่เห็นเบรกคือติดคันที่เลี้ยวน่ะค่ะ แถวคลองรถเบรกเป็นระยะๆอยู่แล้ว ล่าสุด พ.ต.อ.ฤทธินันท์ ปุ้ยพันธวงศ์ ผกก.สภ.คลองหลวง กล่าวว่า จากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ถนนบริเวณดังกล่าวเป็นบริเวณถนนเลียบคลองสาม หน้าวัดเกิดการอุดม ต.คลองหนึ่ง อ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี ขณะนี้ ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ประสานทางผู้เสียหายแล้ว ส่วนรถกระบะคู่กรณีที่ถืออาวุธมีดโชว์นั้น ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจรู้ตัวแล้วเช่นกัน ขณะนี้อยู่ระหว่างให้เจ้าหน้าที่ตำรวจสืบสวน สภ.คลองหลวง ติดตามตัวผู้ขับมาดำเนินคดีตามกฎหมาย

เตือนภัย! เต็นท์รถโกงลูกค้า เงินไม่ได้-รถหาย ผู้เสียหายเพียบแต่คดีไม่คืบ

มีกลุ่มผู้เสียหายกลุ่มหนึ่งเข้ามาร้องเรียนว่าถูกเต็นท์รถแห่งหนึ่งในอ.ปลวกแดง จ.ระยอง โกงเงิน แต่ละรายโดนไปไม่ต่ำกว่า 3 แสนบาท และเมื่อไปตามเอารถกลับก็ไม่พบ คุณสมพงษ์ หนึ่งในผู้เสียหายเล่าว่า ได้นำรถตู้ที่ยังส่งไม่ครบไปขายกับเต็นท์รถดังกล่าว ในราคา 510,000 บาท โดยให้เงินมาก่อน 2 หมื่นบาท และเต็นท์รถบอกว่าจะปิดยอดค่างวดรถที่ค้างไว้ให้ แต่ผ่านมา 2 ปี ก็ยังไม่มีการส่งงวดรถต่อ ทำให้ถูกไฟแนนซ์ฟ้องร้องว่าค้างเงินค่างวดรถเป็นเงินกว่า 4 แสนบาท ไปติดต่อที่เต็นท์รถดังกล่าวก็ไม่ยอมมาพบ คุณวิทยา ผู้เสียอีกรายหนึ่งเล่าว่า ได้เอารถไปขายที่เต็นท์รถแห่งนี้ เป็นรถที่ผ่อนหมดเรียบร้อยพร้อมเล่มทะเบียน โดยเต็นท์แห่งนี้จ่ายเงินมาเป็นเช็คจำนวน 430,000 บาทแต่เมื่อเอาไปขึ้นเงินกลับพบว่าเช็คเด้ง เมื่อผู้เสียหายรวมตัวไปแจ้งความ ก็พบว่ามีผู้เข้ามาแจ้งความเกี่ยวกับเต็นท์รถรายนี้เป็นจำนวนมาก ทนายเกิดผล แก้วเกิด ให้ความเห็นในกรณีนี้ว่า ลักษณะการไปแจ้งความของกลุ่มผู้เสียหาย เป็นการลงบันทึกประจำวันเพื่อเป็นหลักฐานไปไปดำเนินคดีฟ้องร้องทางแพ่ง เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงไม่ได้มีเรียกตัวมาดำเนินคดีอาญาแต่อย่างใด แต่เนื่องจากเจ้าหน้าที่แจ้งว่ามีผู้มาแจ้งความเอาผิดกับเต็นท์รถรายนี้เป็นจำนวนมาก จึงนับเป็นความผิดฐานฉ้อโกงประชาชน ซึ่งนับว่ารัฐก๋็เป็นผู้เสียหายทางตำรวจก็ควรต้องดำเนินคดี แนะนำให้กลุ่มผู้เสียหายรวมตัวกันและไปร้องเรียนที่กองปราบปราม พร้อมหลักฐาน ทั้งนี้แนะนำว่าถ้าประชาชนจะไปขายรถให้เช็กข้อมูลของเต็นท์รถให้รอบด้าน หรือหากจะขายก็แนะนำให้รับค่ารถเป็นเงินสดเท่านั้น ชมรายการคลายทุกข์ชาวบ้าน ได้ทุกวันจันทร์-ศุกร์ เวลา 14.15 น. ช่องอมรินทร์ทีวี 34

ทนายดังจวก ‘แม่ค้าครีมก้นขาว’ ชี้เป็นการตลาดไร้ความรับผิดชอบ ชงหน่วยงานเกี่ยวข้องดำเนินคดี

จากกรณีที่มีการเผยแพร่คลิปของแม่ค้าออนไลน์ซึ่งเปิดบั่นท้ายโชว์ทาครีม พร้อมอวดอ้างสรรพคุณว่าทาแล้วช่วยให้ก้นขาว ล่าสุด ทนายรณณรงค์ แก้วเพ็ชร์ ได้มีการโพสต์ข้อความผ่านเพจเฟซบุ๊ก ทนายคู่ใจ โดยกล่าวถึงเรื่องราวดังกล่าวว่า พฤติกรรมของแม่ค้ารายนี้ถือเป็นการทำการตลาดที่ไม่มีความรับผิดชอบต่อสังคม เพราะสื่อโซเชียลในปัจจุบันสามารถเข้าถึงเด็กได้ง่าย และอาจกลายเป็นการชี้นำให้เกิดพฤติกรรมเลียนแบบ ซึ่งผิดกฎหมาย พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ มาตรา 14 (4) คือ นำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ใด ๆ ที่มีลักษณะลามกและข้อมูลคอมพิวเตอร์นั้นประชาชนทั่วไปอาจเข้าถึงได้ ระวางโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี หรือปรับไม่เกิน 100,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ นอกจากนี้ ทนายดังยังเรียกร้องให้หน่วยงานต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง ไม่ว่าจะเป็นกองบังคับการปราบปรามการกระทําความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี(ปอท.) และสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) เข้ามาตรวจสอบการกระทำดังกล่าวด้วย ที่มา – Facebook.com / ทนายคู่ใจ

แอดมินเพจรักสัตว์โวย! ถูกสาวปลอมเฟซบุ๊ก นำรูปหมาป่วยเปิดรับบริจาคเงิน (คลิป)

กรณีหญิงสาวคนหนึ่ง ชื่อว่านางสาวพีรดา ก่อเหตุหลอกลวงผ่านทางเฟซบุ๊ก อ้างว่าเป็นมูลนิธิรับเงินบริจาคเพื่อช่วยเหลือเด็กและสุนัขบาดเจ็บแต่ไม่มีเงินรักษา โดยส่งข้อมูลเด็กที่ได้รับบาดเจ็บไปขอร้องให้เพจดังอย่าง แหม่มโพธิ์ดำ ให้ความช่วยเหลือ แต่เมื่อตรวจสอบพบว่าอาการบาดเจ็บของเด็กคนนี้มีผู้ให้ความช่วยเหลือไปแล้ว ข้อมูลดังกล่าวจึงเป็นการซ้ำซ้อนและหลอกลวง จึงออกมาเปิดโปง นอกจากเพจแหม่มโพธิ์ดำ มีเพจหมามะเร็งที่ถูกนางสาวพีรดาหลอกเช่นเดียวกัน เหตุเกิดในช่วงเดือน พ.ค. 60 ที่ผ่านมา โดยนางสาวพีรดาติดต่อมาขอระดมทุนช่วยเหลือเจ้าฟ้าใส สุนัขได้รับบาดเจ็บถูกฟันที่คอ แต่เมื่อตรวจสอบก็พบว่าเจ้าฟ้าใสได้รับการช่วยเหลือไปแล้วก่อนหน้านี้ และนางสาวพีรดาปลอมเฟซบุ๊กขึ้นมาขอเงินบริจาค ทั้งนี้เมื่อตรวจสอบพบว่ามีผู้เสียหายหลงเชื่อและโอนเงินไปให้นางสาวพีรดากว่า 100 คนรวมเป็นเงินกว่า 300,000 บาท โดยวิธีการหลอกลวงของนางสาวพีรดาคือ จะไปดูตามคอมเม้นท์ของเพจหมามะเร็งดูว่ามีใครเคยโอนเงินให้ความช่วยเหลือสุนัขเอาไว้บ้าง และทักแชทส่วนตัวไปขอเงินช่วยเหลือ นอกจากนี้ยังมีเพจ Thai love animal ออกมาระบุว่าเคยถูกนางสาวพีรดาทักมาขอให้ทางเพจแชร์ข้อมูลเพื่อระดมทุนรักษาสุนัขเช่นเดียวกัน แต่ตรวจสอบพบว่ามีพิรุธจึงไม่ได้แชร์ข้อมูลไป พร้อมฝากเตือนไปยังผู้ใจบุญ หากถูกมิจฉาชีพทักมาขอเงินบริจาค ให้ติดต่อไปยังเพจต้นเรื่องโดยตรงก่อน หรือถ้าอ้างว่าสัตว์ที่บาดเจ็บอยู่ที่โรงพยาบาลสัตว์ใดก็ให้สอบถามกับโรงพยาบาลโดยตรงว่ามีการรักษาสัตว์ตัวดังกล่าวอยู่จริงหรือไม่ เพื่อป้องกันการถูกมิจฉาชีพหลอก ในส่วนของการดำเนินคดี ล่าสุดนางสาวพีรดาถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจสน.ประชาชื่น จับกุมตัวไว้ได้แล้ว ตั้งแต่กลางดึกของวันที่ 24 พ.ย. 60 ที่ผ่านมาในข้อหาฉ้อโกงประชาชน นอกจากนี้ยังพบว่าเคยเชิดเงินค่าที่พักโรงแรมและรีสอร์ทอีกหลายแห่งรวมเป็นเงินกว่าแสนบาท ตอนนี้ขออำนาจศาลอาญารัชดาฝากขังเรียบร้อยแล้ว รอดำเนินคดี่อไป

เตือนภัย! พริตตี้สาวถูกหลอกกิน ‘บราวนี่กัญชา’ เกือบเอาชีวิตไม่รอด (คลิป)

กรณีเพจ แหม่มโพธิ์ดำ เพจเฟซบุ๊กชื่อดังแชร์เรื่องราวพริตตี้ ที่ต้องแอดมิดเข้าโรงพยาบาลเกือบเอาชีวิตไม่รอด หลังถูกหลอกให้กินบราวนี่ และใบรับรองแพทย์ออกมายืนยันว่าตรวจพบกัญชาในร่างกาย โดยเหตุการณ์เกิดในร้านดังจังหวัดสุโขทัยนั้น ทีมข่าวอมรินทร์ทีวี พบกับนางสาวอภิญญา จันทร์ศิริไพบูลย์ หรือ หมิว อายุ 23 ปี และนางสาวฐิติพร วริทธนันท์ หรือ เฟรช อายุ 26 ปี อาชีพพริตตี้ ผู้เสียหาย ระหว่างเดินทางมาที่โรงพยาบาลพุทธชินราชพิษณุโลก ต.ในเมือง อ.เมือง จังหวัดพิษณุโลก เพื่อให้แพทย์ตรวจร่างกายใช้เป็นหลักฐานดำเนินคดีกับผู้ที่นำขนมบราวนี่ผสมกัญชาให้พวกเธอรับประทานจนเกิดอาการหลอน นางสาวอภิญญาและนางสาวฐิติพร เล่าว่า เหตุการณ์เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 18 พ.ย. 60 ที่ผ่านมา เวลาประมาณ 4 ทุ่ม ตนรับงานเป็นพริตตี้ที่ผับแห่งหนึ่งในจังหวัดสุโขทัย ระหว่างทำงานอยู่ก็มีนักท่องเที่ยวมาชวนให้ดื่มเหล้า แต่ปฏิเสธไปเพราะต้องทำงาน จากนั้นไม่นานนักท่องเที่ยวคนเดิม ได้นำบราวนี่ชิ้นเล็กขนาดพอคำ มาให้กินโดยบอกแค่ว่า ชิ้นละ 100 บาท จะอร่อยมากหากรับประทานพร้อมกับโค้ก นางสาวฐิติพร ยอมรับว่า ไม่ได้เอะใจ จึงรับประทานเข้าไปทั้งหมด 5 ชิ้น […]

ทุกข์ใหญ่หลวงของชาวนา ถูกนายทุนโกง ขายข้าวไม่ได้เงินยกหมู่บ้าน!

ความเดือดร้อนของชาวนาจากบ้านหนองทอง จ.กำแพงเพชร ที่นอกจากจะประสบภัยธรรมชาติ ทั้งสภาพอากาศหรือน้ำท่วม ทำให้ได้ผลผลิตไม่ดีแล้ว เมื่อนำข้าวไปขาย กลับโดนเคราะห์ซ้ำไม่ได้รับเงินค่าข้าวตามที่ควรจะได้ ตอนนี้เดือดร้อนมาก เมื่อรวมๆ กันทั้งหมู่บ้านถูกโกงไปหลายล้านบาท ผู้ก่อเหตุเป็นลานรับซื้อข้าวเปลือกเจ้าประจำของหมู่บ้าน ทำการค้าร่วมกันมานานหลายปีไม่เคยมีกรณีเช่นนี้มาก่อน ทำให้ชาวนาในหมู่บ้านไว้ใจขายข้าวให้ ไม่คิดว่าจะถูกโกง ชาวนาแต่ละรายลงทุนไปกว่าแสนบาท ทั้งที่เป็นเงินส่วนตัว และกู้จากธกส. สหกรณ์ รวมทั้งกู้ค่าปุ๋ยต่างๆ เมื่อสอบถามไปยังลานรับซื้อข้าวเปลือกก็ได้คำตอบว่าให้รอไปก่อน แต่ไม่มีกำหนดบอกว่าจะให้เงินค่าข้าวตอนไหน ทำให้ตอนนี้ไม่มีเงินใช้จ่ายและไม่มีเงินไปลงทุนทำนารอบใหม่ด้วย โดยผู้ใหญ่บ้านได้รวบรวมลูกบ้านที่ถูกโกงไปร้องเรียนที่ศูนย์ดำรงธรรม และกระทรวงยุติธรรมจังหวัดกำแพงเพชรเมื่อต้นเดือนตุลาคม 60 ที่ผ่านมา แต่ก็ยังไม่คืบหน้า   ทนายสงกานต์ อัจฉริยะทรัพย์ ประธานเครือข่ายต่อต้านการบ่อนทำลาย ชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ ได้ให้แนวทางการในกรณีนี้ว่า เหตุการณ์เช่นนี้ต้องดูว่าผู้ก่อเหตุเจตนาจะโกงตั้งแต่ต้นหรือไม่มีเงินจ่ายเพราะสุดวิสัยจริงๆ ซึ่งในกรณีนี้เห็นได้ว่ามีการวางแผนให้ชาวบ้านเอาข้าวไปส่งให้และไม่มีการจ่ายเงินตั้งแต่ต้น ถือว่ามีความผิดฐานฉ้อโกงประชาชน ซึ่งผู้เสียหายสามารถฟ้องต่อศาลโดยตรงได้ แต่อาจมีปัญหาคือชาวบ้านไม่มีเงินเพียงพอในการดำเนินการฟ้องร้อง ทั้งค่าทนายความ ค่าธรรมเนียมศาล และอื่นๆ จึงอยากให้หน่วยงานภาครัฐเข้าช่วยเหลือในส่วนนี้ด้วย เพื่อให้คดีเดินหน้าต่อไปได้ ติดตามชมรายการคลายทุกข์ชาวบ้าน ได้ทุกวันจันทร์-ศุกร์ เวลา 14.15 น. ช่องอมรินทร์ทีวี 34

หมอเถื่อนพลิกลิ้นยันไม่เคยอ้างชื่อ ‘หมอดิว’ ทำให้ลูกค้า หมอศัลย์ตัวจริงหอบหลักฐานแจ้งความเอาผิด

ความคืบหน้าคดีผ่าตัดเสริมหน้าอก “น้องกี้” สาวประเภทสองจนเสียชีวิต มรา จ.ลำปาง ล่าสุด “หมอดิว” ตัวจริงเข้าพบพนักงานสอบสวน สภ.เขลางค์นคร เพื่อแจ้งความดำเนินคดีหมอเถื่อนที่แอบอ้างชื่อทำศัลยกรรมแล้ว เมื่อเช้าวันที่ 14 พ.ย. 60 ร.ต.อ. ณฐชนนท์ เพ็งสิน รอง สว.(สอบสวน) สภ.เขลางค์นคร จ.ลำปาง นำตัว นายธนัชพงศ์ จิตรธีรภิรมย์ อายุ 29 ปี ผู้ต้องหาคดีฆ่าผู้อื่นโดยไม่เจตนาตามหมายจับศาลจังหวัดลำปาง หรือหมอเถื่อนที่ทำศัลยกรรมเสริมทรวงอกให้ “น้องกี้” จนเสียชีวิต มาลงบันทึกประจำวันพร้อมนำตัวไปขออำนาจศาลไปฝากขังที่เรือนจำกลางจังหวัดลำปาง โดยจะคัดค้านการประกันตัวเนื่องจากผู้ต้องหาเคยมีพฤติกรรมหลบหนี ด้านนายธนัชพงศ์ ได้เปิดเผยกับผู้สื่อข่าวว่า ขณะนี้ได้ประสานทนายความและญาติเตรียมยื่นขอประกันตัวและต่อสู้คดีตามกระบวนการ และยืนยันว่าตนไม่ได้แอบอ้างชื่อ นพ.จิรเดช เกตุรัตนกุล หรือ “หมอดิว” เพราะตนเองก็ชื่อดิวอยู่ก่อนหน้าแล้ว ส่วนเสื้อกราว์ที่มีชื่อของ หมอดิวตัวจริง ซึ่งพบอยู่ในคลินิกตอนเจ้าหน้าที่เข้าไปตรวจค้นนั้น คาดว่าคงติดมาตอนที่ไปขนข้าวของจากคลินิกที่กรุงเทพฯ และตนเองไม่เคยใส่เสื้อกราว์ที่มีชื่อของ หมอดิวตัวจริงขณะทำศัลยกรรมให้ลูกค้า และขอยืนยันว่าหมอดิวตัวจริง ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องใดๆ ทั้งสิ้น ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันเดียวกันนี้ “หมอดิว” ตัวจริงได้เข้าพบพนักงานสอบสวน […]

ผู้เสียหายเข้าร้องกองปราบเพิ่ม เอาผิด ‘หัวเชื้อน้ำมันเครื่อง’ ชื่อดัง หลังใช้แล้วรถพัง!!

นายอัจฉริยะ เรืองรัตนพงศ์ ประธานชมรมช่วยเหลือเหยื่ออาชญากรรม นำผู้เสียหายจำนวน 6 คน ที่ใช้สารเคลือบเครื่องยนต์แม็กซ์ นาโน เข้าแจ้งความดำเนินคดีอาญากับนายเกริกพล จงเอื้อมกลาง หรือ เมฆ มังกรบิน เพิ่มเติมในข้อหา ร่วมกันฉ้อโกงประชาชน และนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จ ตามพ.ร.บ.คอมพิวเตอร โดยการโฆษณาสรรพคุณสินค้าหลอกลวงผ่านเพจเฟสบุ๊ค ชื่อ “Max Nano Thailand” และเพจ “เมฆ มังกรบิน” นายอัจฉริยะ บอกว่า ผู้เสียหายได้นำหลักฐานผลการตรวจสอบสารเคลือบของสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค หรือ สคบ.ที่ยืนยันว่าสารดังกล่าวไม่สามารถใช้กับเครื่องยนต์ได้ ประกอบกับการตรวจสอบจากนาโนเทค และการโฆษณาผ่านเฟสบุ๊คของเมฆ มังกรบิน ที่แอบอ้างสรรพคุณเกินจริง มาแจ้งความกับเจ้าหน้าที่ พร้อมยืนยันว่า หลักฐานที่มีจะสามารถเอาผิดกับเมฆ มังกรบินได้ อย่างแน่นอน ด้านนายจตุพร จันทจิตร์ ตัวแทนผู้เสียหาย เล่าว่า หลังเติมสารเคลือบและใช้รถจักรยานยนต์บิ๊กไบค์ไปได้เพียง 30 กิโลเมตร ก็เกิดอาการคันเร่งค้าง และกระตุกเวลาขับขี่ จึงสอบถามไปยังศูนย์บริการ ได้รับคำแนะนำให้ถ่ายน้ำมันเครื่องออก อาการก็ดีขึ้นบ้าง แต่ไม่หายขาด จึงนำเข้าศูนย์บริการพบว่าครัชไหม้และมีคราบน้ำมันสีดำติดอยู่ ทำให้เสียค่าใช้จ่ายในการซ่อมแซมกว่า 20,000 บาท […]

เตรียมทำแผน หนุ่มเมียนมาฆ่าเมียยัดถังพลาสติก คาดหึงหวงเรื่องติดต่อผัวเก่าเรื่องลูก

วันนี้ (9 พ.ย. 60) ตำรวจยังคงควบคุมตัวนายโอ๋ ชาวเมียนมา ผู้ต้องหาฆ่านางสาววิลินทรา พิลาพันธุ์ วัย 33 ปี ชาว ต.กันตัง อ.กันตัง จ.ตรัง เสียชีวิต ไว้ที่ สภ.บ้านโคกยาง จ.ตรัง หลังสนธิกำลังออกตามหา และสามารถควบคุมตัวได้ที่ จ.ชุมพร วานนี้ (8 พ.ย. 60) โดยพนักงานสอบสวนได้เร่งสอบปากคำตลอดทั้งคืน ก่อนจะนำตัวไปทำแผนประกอบคำรับสารภาพในช่วงบ่ายวันนี้ สำหรับคดีดังกล่าว นับเป็นเหตุอุกอาจที่เกิดขึ้นในพื้นที่ หลังตำรวจรับแจ้งเหตุว่า มีศพถูกฆ่ารัดคอยัดในถังพลาสติก ในสวนยาง อ.กันตรัง จ.ตรัง ก่อนจะสืบทราบว่าคนร้ายคือนายโอ๋ และหลบหนีไปหลังเกิดเหตุ ซึ่งนายโอ๋ ได้โทรศัพท์ไปขอโทษพ่อของนางสาววิลินทรา พร้อมแจ้งให้มารับตัวผู้ตายที่จุดฝังศพด้วยตัวเอง สำหรับ น.ส.วิลินทรา เป็นสาวไทยหน้าตาดี อยู่กินกับนายโอ๋ ชาวเมียนมา อายุประมาณ 35 ปี ทำอาชีพรับจ้างกรีดยางพาราในพื้นที่เกิดเหตุมานานกว่า 2 ปี โดยทั้งคู่รู้จักกันทางเฟซบุ๊ก ซึ่งนายโอ๋ มีอารมณ์ค่อนข้างรุนแรง มีประวัติติดยาเสพติดและหึงหวง […]

อึ้ง! หนุ่มปริศนาขี่จยย. หอบถุงปุ๋ยส่งตำรวจ เปิดดูพบยาบ้ากว่าแสนเม็ด (คลิป)

ขณะที่ตำรวจ สน.บางเขนกำลังตั้งด่านกวดขันวินัยจราจรอยู่ที่บริเวณศาลเจ้าพ่อเสือ เขตพระนคร กรุงเทพฯ ได้มีพลเมืองดีขับรถจักรยานยนต์นำถุงปุ๋ยถุงหนึ่งมามอบให้กับเจ้าหน้าที่ โดยแจ้งว่า มีคนขับรถกระบะโยนทิ้งไว้บริเวณซอยรามอินทรา 5 ไม่แน่ใจว่าสิ่งของข้างในคืออะไรจึงนำมาให้เจ้าหน้าที่ตรวจสอบ เมื่อเจ้าหน้าที่เปิดถุงปุ๋ยตรจสอบ พบว่า ด้านในเป็นยาเสพติด มัดรวมกัน รวมแล้วประมาณ 1.4 แสนเม็ด จึงเตรียมตรวจสอบกล้องวงจรปิด เพื่อสืบหากระบะคันดังกล่าวต่อไป และนำตัวผู้นำถุงปุ๋ยมาส่งมอบมาสอบสวนเพิ่มเติมด้วย

ออกหมายจับหมอเถื่อนคลินิกลำปาง-อายัด 5 บัญชี เหยื่อรายล่าสุดโผล่แฉทำจมูกเน่าแล้วเบี้ยวคืนเงิน

เกาะติดคดีผ่าตัดเสริมหน้าอก “น้องกี้” สาวประเภทสองแล้วเสียชีวิตที่จังหวัดลำปาง ซึ่งศาลอนุมัติออกหมายจับหมอเถื่อนรายนี้แล้ว พร้อมอายัดบัญชีคลินิกเถื่อน 5 บัญชี และเดินหน้าตรวจสอบเส้นทางการเงิน เมื่อวันที่ 7 พ.ย. 60 พ.ต.อ.จิตตพล วงษ์วัน ผกก.สภ.เขลางค์นคร อ.เมืองลำปาง เปิดเผยความคืบหน้าว่า ขณะนี้ศาลได้ออกหมายจับนายธนัชพงศ์ จิตรธีรภิรมย์ อายุ 29 ปี หมอเถื่อนรายดังกล่าว ในข้อหาฆ่าผู้อื่นโดยไม่เจตนาแล้ว แต่หากผลการสอบสวนพบว่ามีความผิดเพิ่มก็จะแจ้งข้อกล่าวหาเพิ่มอีก ขณะเดียวกัน พนักงานสอบสวนได้ดำเนินการอายัดบัญชีธนาคารของคลินิกดังกล่าวจำนวน 5 บัญชี และจะทำการตรวจสอบเส้นทางการเงิน หากพบผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องก็จะเรียกมาสอบสวน ซึ่งคาดว่าจะมีผู้เสียหายที่โอนเงินให้กับคลินิกดังกล่าวไปแล้ว แต่ยังไม่ได้มาทำศัลยกรรมอีกจำนวนมาก คาดว่าความเสียหายน่าจะหลายแสนบาท ส่วนการติดตามจับกุมตัวหมอเถื่อนรายนี้มาดำเนินคดี ขณะนี้ได้จัดทีมสืบสวนลงพื้นที่ติดตามตัวแล้ว คาดว่าน่าจะได้ตัวในเร็ว ๆ นี้ พ.ต.อ.จิตตพล กล่าวด้วยว่า ผู้เสียหายรายล่าสุดที่ได้มาพบพนักงานสอบสวนคือ น.ส.เอ (นามสมมุติ ) อายุ 18 ปี ชาวอำเภอเกาะคา จ.ลำปาง ซึ่ง 1 เดือนที่ผ่านมาได้มาเสริมจมูกกับคลินิกเถื่อนในราคา 4,900 บาท […]

keyboard_arrow_up