ทุกความแตกต่างมักจะมีจุดเล็กๆ ที่เชื่อมระหว่างกลางของกันและกัน แค่เปลี่ยนมันให้กลายมาเป็นการผสมผสานอย่างลงตัว ณ ที่แห่งนี้ “บ้านกึ่งกลางความแตกต่าง”

บ้านและสวน ช่วงบ้าน สัปดาห์นี้เรามาอยู่กันที่บ้านหลังใหญ่ที่มองไปรอบๆ แล้วเหมือนอยู่ต่างประเทศยังไงยังงั้น เอาจริงๆ ถ้าดูแต่บรรยากาศโดยรอบ ไม่นับอากาศร้อนแบบไทยๆ ผมนึกว่าอยู่ญี่ปุ่นเลยนะเนี่ย บ้านสไตล์โมเดิร์น-ลอฟต์ ที่ออกแบบได้ดูมีสเน่ห์ชวนพักอาศัย ผสมผสานกับสวนสวยๆ เจแปนนิสสไตล์ ทำให้เกิดเป็นความลงตัวระหว่างความแตกต่าง ที่ผลสรุปสุดท้ายของมันทำออกมาได้น่าดูชมเลยทีเดียว บนเนื้อที่ 540 ตารางวา ของบ้านหลังนี้ที่มีชื่อว่า บ้าน “กึ่งกลางความแตกต่าง” ด้วยความแตกต่างของ คุณสารเชษฐ์ – คุณแพรวภา โอษธีศ เจ้าของบ้าน ซึ่งเป็นโจทย์หลักของการสร้างบ้าน “กึ่งกลางความแตกต่าง” ทำให้ต้องศึกษาค้นคว้าหาข้อมูลของทั้งครอบครัว เพื่อที่จะดึงจุดที่สามารถเชื่อมความสัมพันธ์ระหว่างกันได้อย่างลงตัวที่สุด เพราะทั้งคู่ต่างมีความชอบและสไตล์ที่แตกต่างกัน และในที่สุดเมื่อเราสามารถหาความเป็นกึ่งกลางได้แล้ว ก็ยังได้ บริษัท Lynk Architect มาช่วยออกแบบดีไซน์ให้ออกมาได้เป็นอย่างที่ใจปรารถนา จนกระทั่งบ้านหลังนี้เกิดขึ้นมา ตอนแรกถูกวางไว้ว่าเป็น Loft ดิบๆ ตามสไตล์คุณผู้ชายที่นิยมความเท่ ความดิบ ที่ถูกแต่งเติมด้วยความเป็นมินิมอล สไตล์เจแปนนีส ทำให้คอนเซ็ปต์ของห้องแต่ละห้องภายในบ้านกลายเป็นความรู้สึกเหมือนอยู่ญี่ปุ่นยังไงยังงั้น ไม่ว่าจะเป็นห้องทานอาหารแบบหย่อนขา ห้องนอนฟูกต่ำ ที่สำคัญคือมันสอดคล้องไปกับการออกแบบสวนเซน สไตล์ญี่ปุ่นอีกด้วย บ้านหลังนี้จึงกลายเป็นความลงตัวของกึ่งกลางระหว่างกัน ที่ถึงแตกต่างแต่ก็อยู่ร่วมกันได้อย่างน่าอิจฉาจริงๆ ครับ ศึกษาหาแรงบันดาลใจในการตกแต่งบ้านได้ในรายการ บ้านและสวน ทุกวันอาทิตย์ เวลา […]

โซเชียลแซวร้านขนมเจ้าดัง หลังทำ ‘โดนัทปิกาจู’ ออกมาไม่เหมือนกันสักสาขาเดียว

อีกหนึ่งประเด็นที่ถูกกล่าวถึงอย่างกว้างขวางในโลกออนไลน์ เมื่อพอว่าร้านโดนัทเจ้าดังรายหนึ่งในประเทศญี่ปุ่น ได้จัดแคมเปญโปรโมทเกมส์ของเครื่อง Nintendo Switch โดยทำ โดนัทปิกาจู มาสคอตประจำเกม Pokemon มาจำหน่ายตามร้านสาขาต่างๆ ในประเทศ ซึ่งก็ได้รับความสนใจจากผู้คนและแฟนการ์ตูนเป็นอย่างมาก แต่ขณะเดียวกันก็มาติดปัญหาเล็กๆ อย่างหนึ่ง นั่นเพราะโดนัทปิกาจูที่ได้รับความนิยมแบบติดลมบนนี้ แต่ละชิ้นที่ทำออกมานั้นแทบไม่มีอันที่เหมือนกับในปิดโฆษณา ที่สำคัญ…โดนัทของแต่ละสาขานั้นยังแทบไม่เหมือนกันเลยอีกต่างหาก งานนี้ชาวเน็ตทั้งหลายจึงอดไม่ได้ที่จะนำผลงานการโปรโมทสินค้าในครั้งนี้ มาโพสต์ลงโลกโซเชียลกันเป็นจำนวนมาก อย่างเช่นภาพที่ถุกเผยแพร่โดยผู้ใช้เฟซบุ๊กชื่อ Eak SummerSnow ที่รวบรวมโดนัทปิกาจูที่ผิดแปลกไปจากต้นฉบับอย่างเห็นได้ชัดมาให้ชมกัน

สถิติเด็กญี่ปุ่น ฆ่าตัวตายพุ่งสูงสุดในรอบ 30 ปี กว่า 250 คน

กระทรวงศึกษาของญี่ปุ่นเปิดเผยตัวเลขสถิติการก่อเหตุฆ่าตัวตายในกลุ่มเยาวชน ตั้งแต่ชั้นประถมศึกษาถึงมัธยมศึกษา โดยเก็บข้อมูลระหว่างปี 2016-2017 พบว่ามีเด็กอายุไม่ถึง 18 ปีที่ฆ่าตัวตายจำนวน 250 คน ซึ่งเป็นระดับที่สูงที่สุดนับตั้งแต่ปี 1986 พบว่าปัญหาส่วนใหญ่มาจากความเครียดเรื่องครอบครัว ความกังวลเกี่ยวกับอนาคต รวมถึงปัญหาถูกรังแกในโรงเรียน ขณะที่อีกกว่า 140 คดียังไม่ทราบแรงจูงใจ เนื่องจากผู้ตายไม่ได้เขียนจดหมายทิ้งเอาไว้ ขณะเดียวกัน ยังมีการเปิดเผยรายงานที่คณะรัฐมนตรีญี่ปุ่นจัดทำขึ้นเมื่อ 3 ปีก่อน ซึ่งพบว่าอัตราการฆ่าตัวตายในเด็กวัยรุ่นมักจะเกิดขึ้นในวันที่ 1 กันยายน ซึ่งตรงกับวันเปิดเทอม ภาคการเรียนที่ 2 ส่วนใหญ่เป็นเด็กนักเรียนที่ตกเป็นเหยื่อถูกรังแก รวมถึงเด็กที่ไม่สามารถทนต่อแรงกดดันจากระบบการศึกษาที่มีการแข่งขันสูงแบบนี้ได้ ติดตามข่าวสารเรื่องราวที่น่าสนใจอื่น ๆ ได้ที่ อมรินทร์ทีวี เอชดี ช่อง 34

เจ้าหญิงอายาโกะแห่งญี่ปุ่น เข้าพิธีเสกสมรสกับแฟนหนุ่มสามัญชน

เจ้าหญิงอายาโกะแห่งญี่ปุ่นได้เข้าพิธีเสกสมรสกับแฟนหนุ่มสามัญชนเมื่อช่วงเช้าของวันนี้(29 ต.ค. 61) ตามแบบฉบับพิธีโบราณของญี่ปุ่น ที่ศาลเจ้าเมจิ ในกรุงโตเกียวของญี่ปุ่น โดยเจ้าหญิงอายาโก พระชันษา 27 ปี พระธิดาองค์เล็กในเจ้าชายโนริฮิโตะได้เข้าพิธีเสกสมรสกับนายเคอิ โมริยะ พระคู่หมั้น หนุ่มนักธุรกิจสามัญชนวัย 32 ปี หลังจากที่ทั้งคู่ได้ประกาศข่าวการหมั้นหมายเมื่อต้นปีนี้ ซึ่งพิธีเสกสมรสได้จัดขึ้นตามแบบฉบับลัทธิชินโต ในพิธีก็จะมีการแลกแหวน และร่วมดื่มสาเก โดยมีพระบรมวงศานุวงศ์ในราชวงศ์อิมพีเรียลเข้าร่วมพิธี ท่ามกลางประชาชนที่มาถ่ายภาพและรอชมพิธีดังกล่าว ทั้งนี้ ตามกฎมณเฑียรบาล เจ้าหญิงอายาโกะจะต้องสละฐานันดรศักด์ หลังเข้าพิธีเสกสมรสกับสามัญชน ซึ่งเจ้าหญิงอายาโกะได้กราบบังคมทูลลาออกจากฐานันดรศักดิ์ต่อสมเด็จพระจักรพรรดิอากิฮิโตะแล้วเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา ขณะเดียวกัน ญี่ปุ่นก็เตรียมจัดพิธีเสกสมรสของเจ้าหญิงมาโกะ พระราชนัดดาองค์ใหญ่วัย 26 ชันษา ในสมเด็จพระจักรพรรดิอะกิฮิโตะ และนายเคอิ โคะมุโระ พระคู่หมั้น โดยพิธีดังกล่าวจะมีขึ้นในปี 2020 ติดตามข่าวสารเรื่องราวที่น่าสนใจอื่น ๆ ได้ที่ อมรินทร์ทีวี เอชดี ช่อง 34

การบินไทยจัดโปร “THAI Flight and Hotel” แพ็คเกจบัตรโดยสารพร้อมที่พักราคาสุดคุ้ม

การบินไทย เสนอแพ็คเกจ Flight and Hotel  (THAI Flight and Hotel) ด้วยข้อเสนอบัตรโดยสารราคาพิเศษ เมื่อจองพร้อมที่พักสู่หลากหลายเส้นทางยอดนิยมทั่วโลก ด้วยราคาสุดคุ้ม เริ่มแล้ววันนี้ เพียงคลิก https://bit.ly/2Rjwd4l ด้วยศักยภาพด้านการบินพร้อมบริการอันเป็นเลิศแบบ Full Service การบินไทย ขอมอบแพ็คเกจบัตรโดยสารราคาพิเศษพร้อมที่พัก ภายใต้แนวคิด “จองคู่ ถูกกว่า” ราคารวมบัตรโดยสาร (รวมภาษีแล้ว) และที่พัก 1 คืนในห้องคู่ เดินทางจากกรุงเทพฯ สู่จุดหมายปลายทางยอดนิยมทั่วโลก ดังนี้ ญี่ปุ่น ราคาเริ่มต้น o   โตเกียว TOKYO (HANEDA) 19,100 บาท o   โตเกียว TOKYO (NARITA) 18,300 บาท o   โอซากา OSAKA  18,500 บาท o   นาโกยา NAGOYA 18,100 บาท o   ฟูกูโอกะ FUKUOKA  17,550 บาท o   ซัปโปโร […]

ด้วยแรงอธิษฐาน!! เมื่อแฟนๆ เรียกร้อง M PICTURES จัดให้ My Hero Academia The Movie: Two Heroes พร้อมลุย 29 พฤศจิกายนนี้ ในโรงภาพยนตร์

JAPAN ANIME MOIVE THAILAND ร่วมกับ M PICTURES นำเข้าภาพยนตร์สุดยิ่งใหญ่แห่งปี 2018 นี้ จากอนิเมะซีรี่ส์ดัง สู่ฉบับภาพยนตร์ที่ทุกคนรอคอย MY HERO ACADEMIA THE MOVIE กำเนิดใหม่ 2 วีรบุรุษ “ตำนานฮีโร่บทใหม่จะถูกจารึก” ภาพยนตร์ที่ต่อยอดจากอนิเมะแอคชั่นซีรี่ส์ My Hero Academia ซึ่งสร้างปรากฏการณ์มาแล้วระดับโลก และกำลังจะมาสร้างปรากฏการณ์ในไทย โดยได้ชื่อว่าเป็นภาพยนตร์สุดยิ่งใหญ่และมีแฟนๆ รอคอยมากที่สุดในขณะนี้ ในฐานะของ “The Avengers ฉบับอนิเมะญี่ปุ่น” ภายใต้เสียงเรียกร้องของแฟนๆ กับแคมเปญสนับสนุนบนเว็บไซต์ change.org “ขอให้นำ My Hero Academia The Movie : Two Heroes มาเข้าฉายทั่วประเทศ” ที่มีผู้ลงชื่อและให้การสนับสนุนไปทั้งสิ้นกว่า 9,000 คน เป็นการแสดงพลังอันยิ่งใหญ่ของแฟนๆ อย่างเหนียวแน่นถึงความสนใจของภาพยนตร์เรื่องนี้ (ที่มา https://www.change.org/p/m-pictures-ขอให้นํา-my-hero-academia-the-movie-two-heroes-มาเข้าฉายทั่วประเทศ ) My Hero Academia The Movie: Two Heroes ออกฉายที่ประเทศญี่ปุ่นครั้งแรกในวันที่ 3 สิงหาคม 2561 ซึ่งเปิดตัวด้วยรายได้กว่า 500 ล้านเยน ทะยานสู่อัน 4 ของ BOX OFFICE ในประเทศญี่ปุ่นสัปดาห์นั้น และนอกจากนี้ยังได้รับคะแนนรีวิว “Liked it” บนเว็บ Rotten Tomatoes จากเหล่าผู้ชมกว่า 97% ณ ปัจจุบัน ซึ่งกำลังขยายการฉายสู่โรงภาพยนตร์ต่างประเทศอย่างต่อเนื่อง เดกุและออลไมท์ได้รับเชิญเข้าร่วมงาน ไอ เอ็กซ์โปร ซึ่งเป็นงานแสดงงานวิจัยอัตลักษณ์และอุปกรณ์ฮีโร่ชั้นนำของโลก! ที่นี่ได้รวบรวมสิ่งน่าตื่นเต้นมากมายพร้อมเหล่าผู้สนับสนุนและฮีโร่มืออาชีพจากทั่วทั้งโลกไว้ด้วยกัน  ในที่นั่นเดกุได้พบกับเมลิสซ่า สาวน้อยผู้ไร้อัตลักษณ์เหมือนกับเขาในอดีต แต่แล้วระบบรักษาความปลอดภัยที่ขึ้นชื่อว่าหนาแน่นที่สุดของงาน ไอ เอ็กซ์โปร ก็ได้ถูกแทรกแซงโดยเหล่าวายร้ายซึ่งมาพร้อมกับแผนอันชั่วร้ายครั้งใหญ่สำหรับเหล่าฮีโร่ในครั้งนี้  โดยผู้ที่อยู่บนปลายทางของเรื่องราวทั้งหมดคือผู้เป็นตัวแทนสัญลักษณ์แห่งความสันติสุข ออลไมท์ ห้ามพลาดกับ My […]

ชีวิตไม่ง่าย!! เผยชีวิต ‘มนุษย์กล่อง’ ที่ใช้สถานีรถไฟชินจูกุเป็นที่ซุกหัวนอน

ที่มา : iwebstreet.com ท่ามกลางตึกระฟ้าและสังคมที่เจริญก้าวหน้าของญี่ปุ่น ปัญหาหนึ่งที่ประเทศนี้ต้องเช่นเดียวกับทุกที่ในโลกนั่นคือ กลุ่มคนไร้บ้านที่ทำให้บ้านเมืองดูไม่สะอาดตาสักเท่าไหร่ อย่างเช่น เรื่องราวของคนไร้บ้านที่สถานีรถไฟชินจูกุ ซึ่งถูกเรียกกันในชื่อว่า ‘มนุษย์กล่อง’ แม้จะไม่ได้สร้างความเดือดร้อนมากให้กับเจ้าหน้าที่บ้านเมือง แต่การมีผู้คนไร้บ้านตามที่ต่างๆ ในย่านเจริญแล้วของญี่ปุ่นก็เป็นภาพสะท้อนปัญหาสังคมเมืองอีกแบบหนึ่งที่รัฐบาลพยายามแก้เช่นกัน แต่เนื่องจากยังไม่มีแนวทางใดที่จะทำให้คนกลุ่มนี้หมดไปได้ จึงต้องมีการกำหนดมาตรการต่างๆ ขึ้นมาเพื่อควบคุมดูแลคนกลุ่มนี้อยู่ในระเบียบเท่าที่จะทำได้ เช่น การกำหนดโซนที่สามารถอยู่อาศัยได้ ทุกคนถูกบังคับให้ต้องหางานทำ ซึ่งส่วนใหญ่มักจะเป็นคนเก็บขยะ นอกจากนี้ พวกเขาไม่อนุญาตให้พูดชื่อจริง นามสกุลจริง หรือแม้แต่สาเหตุที่ทำให้ต้องมาเป็นมนุษย์กล่อง เพื่อป้องกันการเกิดปัญหาเมื่อพวกเขาหลุดผลจากสถานะนี้ และยังมีข้อกำหนดให้พวกเขาจะต้องช่วยเหลือกัน เช่นถ้าใครมีกล่องพอสำหรับใช้ทำที่นอนแล้ว เขาต้องนำมาแบ่งให้เพื่อนที่ยังไม่มี หรือถ้ามีใครได้รับอาหารมากเกินกว่าจะกินหมด ก็ต้องแบ่งให้คนที่ยังไม่ได้กิน มากกว่าจะเก็บตุนเอาไว้เอง ซึ่งนั่นเป็นการแก้ปัญหาไม่ให้คนพวกนี้ออกมาเก็บใบไม้และหญ้าในที่สาธารณะกิน

ญี่ปุ่นยืนยัน ขึ้นภาษีผู้บริโภคจาก 8% เป็น 10% ใน ต.ค.ปีหน้า

วันที่ 15 ต.ค. 61 โยชิฮิเดะ ซูงะ เลขาธิการคณะรัฐมนตรีญี่ปุ่น ออกมาแถลงที่กรุงโตเกียว ยืนยันว่า นายกรัฐมนตรีชินโซ อาเบะ จะประกาศปรับขึ้นภาษีผู้บริโภคจาก 8 เปอร์เซ็นต์ เป็น 10 เปอร์เซ็นต์ ในเดือนตุลาคมปีหน้า รายงานข่าวระบุว่า การปรับขึ้นภาษีดังกล่าว เดิมทีรัฐบาลญี่ปุ่นมีแผนจะปรับขึ้นตั้งแต่เมื่อเดือนต.ค. 2015 ถูกเลื่อนมา 2 ครั้ง เนื่องจากหลายฝ่ายกังวลว่า แผนปรับขึ้นภาษีนี้ อาจทำให้เศรษฐกิจที่เปราะบางของญี่ปุ่นประสบภาวะหยุดชะงัก ที่ผ่านมา แม้ญี่ปุ่นจะได้ชื่อว่าเป็นประเทศที่มีเศรษฐกิจขนาดใหญ่อันดับ 3 ของโลก แต่ญี่ปุ่นกลับถือเป็นหนึ่งในชาติร่ำรวยที่มีสัดส่วนหนี้ต่อผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (จีดีพี) สูงที่สุด ขณะที่บรรดานักวิเคราะห์ระบุว่า การปรับขึ้นภาษีผู้บริโภคจาก 8 เปอร์เซ็นต์ เป็น 10 เปอร์เซ็นต์ จะช่วยให้รัฐบาลสามารถจัดสรรงบประมาณด้านประกันสังคมได้เพิ่มขึ้น โดยเฉพาะค่ารักษาพยาบาล ในช่วงที่ญี่ปุ่นแปรสภาพสู่สังคมผู้สูงอายุอย่างรวดเร็ว ติดตามข่าวสารเรื่องราวที่น่าสนใจอื่น ๆ ได้ที่ อมรินทร์ทีวี เอชดี ช่อง 34

ตลาดปลา ‘โทโยสุ’ เปิดทำการวันแรก ประมูลปลาทูน่าสุดคึกคัก

เมื่อช่วงเช้ามืดที่ผ่านมา(11 ต.ค. 61) การประมูลปลาทูน่า ซึ่งเป็นธรรมเนียมอันโด่งดังของตลาดปลาสึกิจิได้เปิดฉากขึ้นเป็นครั้งแรกที่ตลาดปลาโทโยสุ มีเจ้าของร้านซูชิจากทั่วกรุงโตเกียวเดินทางไปเลือกประมูลและซื้อหาวัตถุดิบกันอย่างคึกคัก ส่วนในช่วงสาย นางยูริโกะ โคอิเกะ ผู้ว่าการกรุงโตเกียวได้เดินทางไปเยี่ยมชมโซนขายผักผลไม้ภายในตลาดโทโยสุ และได้พูดคุยกับบรรดาผู้ประกอบการ ซึ่งส่วนใหญ่อยู่ระหว่างการจัดเตรียมร้านในวันเปิดทำการวันแรก ซึ่งหลังจากที่ตลาดเปิดให้ประชาชนได้เข้ามาจับจ่ายใช้สอย บรรยากาศก็เต็มไปด้วยความคึกคัก ลูกค้าส่วนใหญ่เป็นร้านค้าที่มาเลือกซื้อวัตถุดิบในราคาส่ง ลูกค้าหลายคนบอกว่า รู้สึกแปลกเหมือนกันกับสถานที่แห่งใหม่ ซึ่งถ้าดูในเรื่องของสุขอนามัยและความสะดวกสบาย ตลาดใหม่ก็น่าจะดีกว่า แต่ถ้าเป็นเรื่องของความรู้สึก พวกเขายืนยันว่าตลาดปลาสึกิจิยังมีความขลังกว่ามาก ติดตามข่าวสารเรื่องราวที่น่าสนใจอื่น ๆ ได้ที่ อมรินทร์ทีวี เอชดี ช่อง 34

ญี่ปุ่นโค่นแชมป์ไทย ที่หมายนักท่องเที่ยวชาวจีนช่วงโกลเด้นวีก

ข้อมูลจากซีทริป เว็บไซต์ให้บริการด้านการท่องเที่ยวของจีนเปิดเผยว่าชาวจีนนิยมเดินทางไปท่องเที่ยวที่ญี่ปุ่นเป็นจำนวนมากที่สุดในช่วงวันหยุดยาวช่วงวันชาติ หรือโกลเด้นวีค ที่เริ่มตั้งแต่วันที่ 1 ถึง 7 ตุลาคม ส่วนไทยร่วงตกลงมาเป็นอันดับ 2 ซึ่งเป็นครั้งแรกที่ไทยเสียแชมป์ให้กับญี่ปุ่น โดยคาดการณ์ว่าจะมีนักท่องเที่ยวจีนอย่างน้อย 7 ล้านคนเดินทางไปญี่ปุ่นในช่วงโกลเด้นวีค เพิ่มขึ้นจากเดิมที่มีนักท่องเที่ยวจีนเดินทางไปญี่ปุ่นราว 6 ล้านคน เมื่อเทียบจากจำนวนนักท่องเที่ยวจีนในช่วงโกลเด้นวีคของปีที่ผ่านมา ก่อนหน้านี้สถานทูตจีนประจำประเทศไทยได้ออกประกาศเตือนนักท่องเที่ยวชาวจีน ที่จะเดินทางมาไทยในช่วงวันหยุดยาวให้ระวังปัญหาสภาพอากาศ และคลื่นสูงในทะเลในจังหวัดภูเก็ต พังงาและกระบี่ ซึ่งเป็นสถานที่ท่องเที่ยวยอดนิยมของชาวจีน ขณะที่นักท่องเที่ยวจีนส่วนใหญ่ยังคงไม่มั่นใจเรื่องความปลอดภัยในการท่องเที่ยวในไทย หลังเกิดเหตุเรือนำเที่ยวฟีนิกซ์อับปางในจังหวัดภูเก็ตเมื่อเดือนกรกฎาคม 61 ที่ผ่านมา ซึ่งทำให้นักท่องเที่ยวจีน 47 รายเสียชีวิต และปัญหาโรคไข้เลือดออกที่กำลังแพร่ระบาด รวมทั้งเหตุนักท่องเที่ยวจีนถูกเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยสนามบินดอนเมืองทำร้ายร่างกาย ซึ่งปัญหาทั้งหมดเหล่านี้ล้วนส่งผลกระทบต่อภาพลักษณ์การท่องเที่ยวของไทย ติดตามข่าวสารเรื่องราวที่น่าสนใจอื่น ๆ ได้ที่ อมรินทร์ทีวี เอชดี ช่อง 34

พาแฟนฟินไกล!! ‘คชา’ ตะลุยแดนปลาดิบตามรอย ‘พลูโต’

นักร้องหนุ่มเสียงนุ่มขวัญใจวัยทีน “คชา-นนทนันท์ อัญชุลีประดิษฐ์” จัดกิจกรรมแฟนทริปตามรอยมิวสิกวิดีโอเพลง “พลูโต” ชวนแฟนคลับจำนวน 30 คนบินไกลสู่เมืองคิตะคิวชู ประเทศญี่ปุ่นเพื่อตามเที่ยวชมสถานที่ต่างๆ ที่คชาเคยมาถ่ายทำซีรีส์และมิวสิกฯที่นี่ เริ่มด้วยจุดหมายแรก คือ ตลาดทังกะ สถานที่ยอดนิยมของคนท้องถิ่น สามารถจับจ่ายซื้อของสดได้ตลอด 24 ชม. แถมยังมีโอกาสได้ชิมเนื้อปลาวาฬเป็นครั้งแรกอีกด้วย!! จากนั้นเดินทางต่อไปยังท่าเรือโมจิโกะ ซึ่งเป็นจุดเชื่อมต่อระหว่างเกาะคิวชูและเกาะฮอนชู ในบรรยากาศเย็นสบาย รวมถึงสถานที่ที่พลาดไม่ได้ คือ ปราสาทโคคูระ ให้ได้ซึมซับความสวยงามของปราสาทพร้อมเข้าชมพิธีชงชาตามแบบฉบับญี่ปุ่นอย่างแท้จริง และสวนฮิราโอะไดชิเซ็น อุทยานแห่งชาติที่งดงาม ด้วยสวนหินที่มองไกลๆ เหมือนฝูงแกะเรียงรายอยู่บนทุ่งหญ้าอันเขียวขจี ปิดท้ายค่ำคืนประทับใจกับมินิคอนเสิร์ตจาก “คชา” ที่เจ้าตัวเอ่ยปากว่า ตื่นเต้นมากกว่าทุกครั้ง เพราะนอกจาก คุณคิตาฮาชิ นายกเทศมนตรีเมืองคิตะคิวชู จะมาร่วมนั่งชมด้วยแล้ว ยังเป็นคอนเสิร์ตที่ใกล้ชิดอบอุ่นมากๆถึงขนาดทำเอาแฟนคลับหลั่งน้ำตาเลยทีเดียว “ทริปครั้งนี้ผมตั้งใจมากๆ อยากให้แฟนๆ ได้มาสถานที่ที่เรามาทำงาน อยากให้ได้เห็นบรรยากาศเดียวกับที่เราเคยเห็น ได้รับรู้ความรู้สึกเดียวกัน ผมรู้สึกว่ามันพิเศษมากเลยครับสำหรับทริปนี้ ถ้าพูดถึงสถานที่ที่ผมชอบในคิตะคิวชู ก็คือ สวนฮิราโอะไดชิเซ็น เป็นที่ที่บรรยากาศดีมาก มองแล้วสบายตา ขอบคุณแฟนๆ ที่คอยสนับสนุนผมมาตลอด หวังว่าทุกคนที่มาทริปนี้จะมีความสุขกลับไป เพราะผมเองก็มีความสุขด้วยเช่นกันครับ.”

ไต้ฝุ่นจ่ามี ถล่มญี่ปุ่น! ดับแล้ว 2 ราย เร่งอพยพปชช. 3.7 ล้านคน

ไต้ฝุ่นจ่ามีได้เข้าพัดถล่มพื้นที่จังหวัดโอกินาวะ และโอซากา ทางตอนใต้ของตะวันตกเฉียงใต้ของญี่ปุ่นเมื่อช่วงคืนที่ผ่านมา โดยมีความเร็วลมที่จุดศูนย์กลางสูงสุด 216 กิโลเมตรต่อชั่วโมง อิทธิพลของไต้ฝุ่นส่งผลให้เกิดฝนตกหนัก มีคลื่นสูงในทะเล และลมกระโชกแรง บ้านเรือนมากกว่า 750,000 หลังในพื้นที่ทางตะวันตกของญี่ปุ่นไม่มีไฟฟ้าใช้ เจ้าหน้าที่ต้องอพยพประชาชนมากกว่า 3 ล้าน 7 แสนคน ใน 19 จังหวัดออกจากพื้นที่ ไต้ฝุ่นจ่ามียังทำให้การเดินทางสัญจรตามเส้นทางต่าง ๆ ติดขัด โดยสนามบินนานาชาติคันไซต้องยกเลิกเที่ยวบินมากกว่า 1,000 เที่ยวบิน ขณะที่บริการรถไฟต้องระงับการให้บริการตั้งแต่เมื่อช่วงเย็นวานนี้ ส่วนที่กรุงโตเกียวแม้ว่าจะไม่ใช่เส้นทาง ที่ไต้ฝุ่นจ่ามีเคลื่อนผ่านโดยตรง แต่อิทธิพลของไต้ฝุ่นลูกนี้ก็ส่งผลให้มีในตกหนักและลมกระโชกแรง ส่งผลให้ต้องยกเลิกการให้บริการขบวนรถไฟในช่วงคืนที่ผ่านมา ขณะที่ในตอนเช้าก็มีรายงานว่าการจราจรในกรุงโตเกียวต้องกลายเป็นอัมพาตและมีความวุ่นวาย เนื่องจากถนนหลายสายมีต้นไม้หักโค่นปิดกั้นเส้นทาง ล่าสุด มีรายงานผู้เสียชีวิตจากไต้ฝุ่นจ่ามีพัดถล่มแล้ว 2 ราย ขณะที่ยอดผู้บาดเจ็บมีมากกว่า 120 คนแล้ว ส่วนผู้สูญหายมี 2 คน ติดตามข่าวสารเรื่องราวที่น่าสนใจอื่น ๆ ได้ที่ อมรินทร์ทีวี เอชดี ช่อง 34

รอดปาฏิหาริย์! ช่วยหนุ่มอินโดฯ หลังลอยแพกลางมหาสมุทรนาน 49 วัน

เจ้าหน้าที่สถานกงสุลอินโดนีเซียประจำนครโอซาก้าของญี่ปุ่น เผยแพร่ภาพถ่ายของอัลดี โนเวล อาดิลัง หนุ่มอินโดนีเซียวัย 19 ปี ขณะเข้ารับการตรวจร่างกาย หลังจากที่เขามีอันต้องใช้ชีวิตอยู่บนแพ กลางมหาสมุทรแปซิฟิกเพียงลำพังนานถึง 49 วัน โดยรายงานข่าวระบุว่า อัลดี ได้รับการช่วยเหลือจากเรือสินค้าลำหนึ่งเมื่อช่วงต้นเดือนที่ผ่านมา ขณะที่แพของเขาลอยอยู่ในน่านน้ำของเกาะกวม ที่เป็นดินแดนในปกครองของสหรัฐฯ ก่อนที่เขาจะถูกนำตัวมาขึ้นฝั่งที่เมืองโทคุยามะ ในจังหวัดยามางูจิ ของญี่ปุ่น เมื่อวันที่ 7 ก.ย. 61 ที่ผ่านมา ข้อมูลระบุว่า อัลดีมีอาชีพรับจ้างจุดไฟตะเกียงบนแพ เพื่อล่อปลาให้กับชาวประมงในพื้นที่เกาะสุลาเวสีเหนือของอินโดนีเซีย ก่อนที่คลื่นลมกำลังแรงจะทำให้สมอของแพหลุดเมื่อเดือนกรกฎาคม เป็นเหตุให้แพหาปลาของอัลดีหลุดลอยออกสู่มหาสมุทรแปซิฟิก ที่ซึ่งเขาต้องใช้ชีวิตนานถึง 49 วัน โดยอาศัยการประทังชีวิตด้วยการจับปลาและดื่มน้ำทะเล หลังจากที่เสบียงต่าง ๆ หมดลง ทั้งนี้ ลูกเรือของเรือสินค้าสัญชาติปานามาที่มีชื่อว่า เรือ เอ็มวี อาร์เป็กจิโอ ได้พบอัลดีกับแพของเขา ลอยเคว้งอยู่กลางมหาสมุทร ก่อนจะช่วยเหลือขึ้นมาและยังช่วยส่งสัญญาณวิทยุขอความช่วยเหลือ หลังจากที่อัลดีถูกนำตัวมายังสถานกงสุลอินโดนีเซียที่นครโอซาก้าของญี่ปุ่นและเข้ารับการตรวจสุขภาพแล้ว มีการยืนยันว่า เขาถูกพากลับไปยังอินโดนีเซียและได้พบหน้ากับครอบครัวแล้ว ติดตามข่าวสารเรื่องราวที่น่าสนใจอื่น ๆ ได้ที่ อมรินทร์ทีวี เอชดี ช่อง 34

Barefoot Gen : การ์ตูนสะท้อนหายนะแห่ง ‘ฮิโรชิมา’ หลังถูกถล่มด้วยปรมาณู

มีคำบอกเล่ามากมายเกี่ยวเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นหลังจากเมืองฮิโรชิมา ประเทศญี่ปุ่น ถูกโจมตีด้วยระเบิดปรมาณูในวันที่ 6 สิงหาคม พ.ศ. 2488 ที่ได้บรรยายถึงสภาพของผู้เสียชีวิตและบ้านเมืองที่ถูกถล่มจนไม่เหลือเค้าเดิม แต่คงไม่มีข้อมูลไหนจะเล่าถึงความหวาดกลัวที่คนญี่ปุ่นต้องพบเจอในตอนนั้นได้ดีเท่าผลงาน Barefoot Gen ของ Keiji Nakazawa นักเขียนการ์ตูนชาวญี่ปุ่นที่ได้ถ่ายทอดประสบการณ์จริงของตัวเองในเหตุการณ์ที่ฮิโรชิมาและนางาซากิ การ์ตูนชุดนี้ถูกวาดขึ้นครั้งแรกหลังจากเหตุการณ์หายนะในครั้งนั้นผ่านมากว่า 30 ปี ซึ่งเล่าเรื่องราวของเด็กหนุ่มที่ชื่อว่า Gen ที่เกิดและโตในช่วงที่ประเทศกำลังคุกรุ่นด้วยไฟสงคราม จนกระทั่งมีการทิ้งระเบิดลูกแรกลงที่เมืองฮิโรชิมา และกลายเป็นฝันร้ายตลอดกาลที่ติดอยู่ในความทรงจำของผู้คน ที่ได้พบเห็นบ้านเมืองถูกทำลายจนเหลือเพียงซากปรักหักพัง ทั้งยังสร้างผลกระทบร้ายแรงตามมาหลังจากนั้น เพราะหากผู้คนไม่เสียชีวิตในทันที ก็จะค่อยๆ ตายเพราะพิษบาดแผลที่ละลายผิวหนังจนไม่เหลือชิ้นดี แถมผู้ที่รอดชีวิตมาได้ก็ยังต้องเผชิญกับการสูญเสียนานับประการ และมีคนจำนวนมากที่ได้รับผลกระทบจากสารพิษตกค้างที่มาจากระเบิดในครั้งนั้น ทั้งยังเป็นบทเรียนราคาแพงที่เตือนมนุษยชาติถึงพลังทำลายล้าง ที่ซ่อนอยู่ในอาวุธที่พวกเขาได้สร้างมันขึ้นมา ที่มา – apjjf.org

รู้จักกับ “เมื่อสวรรค์ให้รางวัลผม (Colorful)” แรงบันดาลใจสู่หนังใหม่ GDH ที่มี “เฌอปราง” นำแสดง

คงได้เห็นกันไปแล้วกับโปสเตอร์และคำโปรยของหนัง Homestay หนังใหม่ล่าสุดของค่ายหนังอารมณ์ดี GDH ที่พอจั่วหัวมาว่า เมื่อความตายไม่ใช่จุดสิ้นสุด แต่เป็นจุดเริ่มต้นของคำว่า “HOMESTAY”  ภาพยนตร์แนวทริลเลอร์ แฟนตาซี เรื่องล่าสุดจาก GDH  ที่จะทำให้คุณค้นพบความหมายใหม่ ของคำว่า “ร่างชั่วคราว” เร็วๆ นี้ ทำให้เกิดการคาดเดากันไปต่างๆ นานา ซึ่งก็ไม่แปลกครับ เพราะหนังค่ายนี้เปิดเผยไม่เยอะ เดี๋ยวจะไม่เซอร์ไพรส์ แต่ที่เรารู้แน่นอนแล้วก็คือจะมี “แคปเฌอ”  ลีดเดอร์ของวง BNK48 นำแสดง ประกบด้วยนักแสดงชายแถวหน้าของไทยอย่าง เจมส์ ธีรดนย์ และ ปีเตอร์ นพชัย ชัยนาม กำกับภาพยนตร์โดย ภาคภูมิ วงศ์ภูมิ ผู้กำกับหนังสยองขวัญที่ฝากผลงานให้เราได้ชมกันมาแล้วอาทิ ชัตเตอร์ กดติดวิญญาณ, แฝด, สี่แพร่ง และ ห้าแพร่ง ซึ่ง Homestay ได้รับแรงบันดาลใจมาจากหนังสือเรื่อง “เมื่อสวรรค์ให้รางวัลผม (Colorful)” ก็เลยขอขอพาทุกท่านมารู้จักกับนิยายต้นฉบับเรื่องนี้กันครับ เมื่อสวรรค์ให้รางวัลผม เป็นนิยายวัยรุ่นที่มีเนื้อหาค่อนข้างหม่นหมองพอสมควรครับ ตัวหนังสือต่างๆ ร้อยเรียงเรื่องราวเกี่ยวกับ วิญญาณที่เพิ่งตาย ผู้ซึ่งโชคดีได้กลับมามีชีวิตอีกครั้ง แต่ทว่าชีวิตใหม่นั้นเป็นร่างกายของคนอื่นที่เพิ่งฆ่าตัวตายลาจากโลกนี้ไป วิญญาณผู้โชคดีดวงนี้จึงต้องเข้ามาเผชิญหน้ากับปัญหาที่เจ้าของร่างต้องประสบพบเจอ รวมไปถึงต้องตามหาเรื่องราวในอดีตของตนเอง เพื่อคำนึงถึงตัวตนและแก้ไขสิ่งที่ตัวเขาเคยทำผิดไว้ในอดีต โดยต้องแข่งกับเวลาที่สั้นลงเรื่อยๆ […]

สเปซเอ็กซ์ เผยโฉมนักท่องเที่ยวคนแรกที่จะเดินทางไปดวงจันทร์

อีลอน มัสก์ ผู้ก่อตั้งและผู้บริหารของสเปซเอ็กซ์ บริษัทด้านการขนส่งทางอวกาศได้เปิดเผยว่านายยูซากุ มาเอะซาวะ วัย 42 ปี มหาเศรษฐีชาวญี่ปุ่น และเจ้าของแบรนด์เสื้อผ้าแฟชั่นทางออนไลน์ “โซโซทาวน์” จะได้เป็นนักท่องเที่ยวคนแรกที่ได้เดินทางไปโคจรรอบดวงจันทร์ โดยมหาเศรษฐีชาวญี่ปุ่นรายนี้จะร่วมเดินทางไปกับยานบิ๊ก ฟัลคอน ร็อคเก็ต ซึ่งเป็นจรวดที่มีขนาดใหญ่และมีเทคโนโลยีที่ทันสมัยที่สุด ที่ทางสเปซ์เอ็กซ์สร้างขึ้นมาเพื่อการเดินทางในครั้งนี้ ด้านนายมาเอะซาวะบอกว่าเขาใฝ่ฝันที่จะเดินทางไปดวงจันทร์ตั้งแต่ยังเด็ก และเขาก็จะเชิญศิลปินอีก 6 ถึง 8 คนมาร่วมเดินทางโครจรรอบดวงจันทร์ด้วย ทางบริษัทสเปซเอ็กซ์ไม่ได้เปิดเผยค่าใช้จ่ายในการเดินทางไปดวงจันทร์ครั้งนี้ เพียงแต่ระบุว่าการเดินทางดังกล่าวจะมีขึ้นในช่วงปี 2023 ขณะที่มัสก์ ผู้บริหารของสเปซเอ็กซ์ได้ระบุว่าการเดินทางไปจันทร์ถือเป็นการเดินทางที่อันตรายและมีความเสี่ยงสูง ซึ่งผู้ที่จะเดินทางต้องผ่านการฝึกและเตรียมพร้อมเป็นอย่างดี โดยทางสเปซเอ็กซ์จะทำทุกอย่างเพื่อลดอันตรายจากการเดินทาง พร้อมกับชื่นชมนายมาเอะซาวะว่าเป็นผู้ที่มีความกล้าหาญที่ร่วมเดินทางในครั้งนี้ ติดตามข่าวสารเรื่องราวที่น่าสนใจอื่น ๆ ได้ที่ อมรินทร์ทีวี เอชดี ช่อง 34

นอกจากไอเดียและฝีมือ นี่คืออีกหนึ่งเบื้องหลังความสำเร็จของนักวาดการ์ตูนญี่ปุ่น

คงไม่มีใครปฏิเสธว่าฝีมือในการลงเส้น และไอเดียสุดบรรเจิดในการสร้างเส้นเรื่องนั้น มีความสำคัญต่อการเป็นนักเขียนการ์ตูนอย่างมาก แต่อีกหนึ่งความสำเร็จที่ทำให้การ์ตูนญี่ปุ่นนั้นเจ๋งสุดขั้ว และทรงเสน่ห์ในเรื่องของเอกลักษณ์อย่างที่ไม่เหมือนใคร คงต้องยกให้อุปกรณ์ต่างๆ ที่อยู่เบื้องหลังความสำเร็จของนักวาดการ์ตูนญี่ปุ่นอย่างปฏิเสธไม่ได้ เพราะถึงสิ่งอำนวยความสะดวกเหล่านี้จะไม่ใช่สิ่งสำคัญที่สุดที่ในงานนี้ แต่การที่มีโต๊ะทำงานเจ๋งๆ ที่เต็มไปด้วยข้าวของเครื่องใช้ครบครัน ก็ช่วยให้อะไรๆ ง่ายขึ้นเยอะ ได้ยินแบบนี้ เชื่อว่าหลายคนที่มีความฝันอยากเป็นนักวาดการ์ตูน คงพยายามหาอุปกรณ์เหล่านี้มาใช้กันบ้างแน่ แต่ก็นั่นแหละ…แม้จะมีของดีเอาไว้ในมือ แต่นั่นก็ไม่ได้การันตีความสำเร็จในวิชาชีพนี้ได้ เพราะถึงจะมีโต๊ะทำงานดีๆ เม้าส์ปากกาเจ๋งๆ จอคอมความละเอียดสูง และปากกาตัดเส้นราคาสูงลิบ แต่ถ้ามีสิ่งเล็กๆ ที่เรียกว่าไอเดียและข้อมูลในหัว ของที่กล่าวมาทั้งหมดนี้…ก็แทบไม่มีประโยชน์ หรืออาจเทียบกับคนที่ใช้อุปกรณ์แค่นี้ไม่ได้เลยก็เป็นได้

ญี่ปุ่นเตรียมจี้นานาชาติแก้กฎ ไฟเขียวล่าวาฬเพื่อการค้า

ทีมผู้แทนของรัฐบาลญี่ปุ่นเตรียมเสนอแผนให้นานาชาติ สามารถกลับมา ล่าวาฬ เพื่อการค้าได้อีกครั้งในระหว่างการประชุมที่เมืองฟลอเรียโนโพลิส ในประเทศบราซิล ตามแผนการของญี่ปุ่นระบุว่า การเปิดล่าวาฬเพื่อการค้าจะต้องดำเนินการควบคู่ไปกับการจัดพื้นที่อนุรักษ์ในมหาสมุทรเพื่อให้วาฬหลายชนิดได้มีโอกาสเพิ่มจำนวนประชากรในธรรมชาติ ถึงแม้แผนการนี้จะเผชิญกระแสต่อต้านจากบรรดากลุ่มอนุรักษ์และสมาชิกอีกหลายประเทศภายในคณะกรรมการการล่าวาฬที่ต้องการให้ประชาคมโลก แบนการล่าวาฬเพื่อการค้าต่อไป ตลอดหลายปีมานี้ ญี่ปุ่น รวมถึงหลายประเทศในยุโรป เช่น นอร์เวย์และไอซ์แลนด์ ยังคงเปิดการล่าวาฬจำนวนมากโดยใช้ข้ออ้างว่า เป็นการล่าวาฬเพื่อการศึกษาทางวิทยาศาสตร์ ทั้งที่วาฬทั้งหมดถูกล่าเพื่อนำเนื้อและชิ้นส่วนต่างๆไปใช้ในการบริโภคในเชิงพาณิชย์ ติดตามข่าวสารเรื่องราวที่น่าสนใจอื่น ๆ ได้ที่ อมรินทร์ทีวี เอชดี ช่อง 34

keyboard_arrow_up