มิ่งขวัญ เตือนนโยบายค่าแรง 425 บาท เสี่ยงทำเกิดเงินเฟ้อ พาประเทศซ้ำรอยเวเนซุเอล่า

จากกรณีที่พรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) ได้แถลงเปิดนโยบายประชารัฐ “ประเทศไทยต้อง…รวย” โดยมีการเสนอกำหนดค่าแรงงานขั้นต่ำ 400-425 บาทต่อวัน ค่าจ้างอาชีวะ 18,000 บาทต่อเดือน ค่าจ้างปริญญาตรี 20,000 บาท ที่ได้มีการนำเสนอข่าวไปก่อนหน้านี้ และมีการวิพากษ์วิจารณ์กันอย่างกว้างขวาง ล่าสุด เมื่อวันที่ 15 มีนาคม 2562 ผู้สื่อข่าวได้รายงานว่า มิ่งขวัญ แสงสุวรรณ์ หัวหน้าพรรคเศรษฐกิจใหม่ ได้โพสต์ข้อความผ่านเพจเฟซบุ๊ก มิ่งขวัญ แสงสุวรรณ์ พรรคเศรษฐกิจใหม่ โดยกล่าวถึงนโยบายประชารัฐดังกล่าวว่า…การประกาศขึ้นค่าแรงขั้นต่ำจาก 300 เป็น 425 บาท ถ้าทำอย่างนั้น ท่านเตรียมทานก๋วยเตี๋ยวชามละ 100 บาท ได้เลยเพราะจะเกิดเงินเฟ้อขั้นรุนแรงแล้วเราจะเหมือน เวเนซุเอล่า อย่าทำเลยครับ การประกาศขึ้นค่าแรงขั้นต่ำจาก 300 เป็น 425 บาท ถ้าทำอย่างนั้น ท่านเตรียมทานก๋วยเตี๋ยวชามละ 100 บาท… โพสต์โดย มิ่งขวัญ แสงสุวรรณ์ พรรคเศรษฐกิจใหม่ เมื่อ วันพฤหัสบดีที่ 14 […]

หวั่นซ้ำรอย!! โซเชียลวอนเช็ค ‘ระบบเตือนภัยสึนามิ’ จ.ภูเก็ต ยังใช้งานได้หรือไม่

สืบเนื่องจากรณีที่นักวิชาการด้านภัยพิบัติ ได้เปิดเผยว่า ประเทศไทยเสี่ยงเกิดสึนามิ ทั้งฝั่งอ่าวไทย และอันดามัน โอกาสเกิดซ้ำรอยเดิม ปี 2547  เตือนคนในพื้นที่ระนอง-กระบี่ มีความเสี่ยงสูงสุด แต่จากเหตุการณ์ สึนามิที่เกิดขึ้นที่ อินโดนีเซีย นั้น ประเทศไทยจะไม่ได้รับผลกระทบ แต่หากเป็นเรื่องแผ่นดินไหวอาจมีความเป็นไปได้ เนื่องจากรอยเลื่อนอยู่ติดต่อกันอาจเกิดแรงสั่นสะเทือนบ้าง แต่ไม่สามารถบอกได้ว่า จะสะเทือนจนถึงขั้นมีความเสี่ยงเพิ่มขึ้นหรือไม่ (อ่านเพิ่มเติมที่ : มีสิทธิ์ประวัติศาสตร์ซ้ำรอย! นักวิชาการ เผย ประเทศไทยเสี่ยงเกิดสึนามิ) ล่าสุดท่าเพจเฟซบุ๊ก ศูนย์เฝ้าระวังและติดตามเหตุการณ์แผ่นดินไหว จ.ภูเก็ต (ภาคประชาชน) ได้โพสต์ข้อความแจ้งเตือนประชาชนในพื้นที่ ให้ช่วยเป็นหูเป็นตาตรวจเช็คระบบเตือนภัยสึนามิที่อยู่ใกลบ้าน ว่ายังสามารถใช้งานได้หรือไม่ #เช็คระบบเตือนภัย พี่น้องชายฝั่งทะเลใกล้หอเตือนภัยทุกพื้นที่ หอเตือนภัยใกล้ท่านยังใช้งานได้หรือไม่ #ยังได้ยินเพลงชาติดังอยู่มั้ย ล่าสุดที่ได้ยินเสียงจากลำโพงเมื่อไหร่ #อยากรู้ว่าใช้ได้กี่แห่ง #อ่าวนาง #พีพี #ภูเก็ต ตลอดแนว #เขาหลัก #ระนอง ขอความร่วมมือหน่อยครับ #อยากได้ข้อมูลภาคประชาชน ระบบเตือนภัยสึนามิ #โปรดแชร์แม้บ้านไม่ติดทะเล

หวั่นซ้ำรอยแมวไทยโบราณ!! โซเชียลจี้รัฐยก ‘ปลากัดไทย’ เป็นสัตว์น้ำประจำชาติ ก่อนถูกต่างชาติจดสิทธิบัตร

เป็นอีกหนึ่งประเด็นที่ได้รับความสนใจอย่างกว้างขวางในโลกออนไลน์ เมื่อมีผู้ใช้ชื่อว่า Phitsanulok Heritage ได้จัดแคมเปญชื่อ ร่วมสนับสนุน “ปลากัดไทย เป็นสัตว์น้ำประจำชาติไทย” ผ่านทางเว็บไซต์ change.org เพื่อเรียกร้องให้สำนักงานเสริมสร้างเอกลักษณ์ของชาติประกาศให้ปลากัดไทยได้เป็นสัตว์น้ำประจำชาติ และเป็นการป้องกันไม่ให้ต่างชาตินำปลาชนิดดังกล่าวเป็นจดทะเบียนเป็นของชาติตนเอง เช่นเกี่ยวกับกรณีของแมวไทยโบราณที่ปัจจุบันอยู่เหลือเพียง 5 สายพันธุ์เท่านั้นคือ แมววิเชียรมาศ แมวโคราช แมวขาวมณี แมวศุภลักษณ์ และแมวโกนจา แต่ 4 ใน 5 ของสายพันธุ์ได้ถูกต่างชาตินำไปจดสิทธิบัตรเรียบร้อยแล้วคือ วิเชียรมาศ จดโดยประเทศอังกฤษ ขาวมณี โกนจา และโคราช จดโดยประเทศสหรัฐอเมริกา ทั้งนี้ ผู้รณรงค์แคมเปญดังกล่าวได้เปิดเผยว่า ปลากัดไทยเป็นปลาประจำถิ่น เป็นปลาที่นิยมเลี้ยงมานาน ทั้งในประเทศ และต่างประเทศ ชาวต่างชาติมักรู้จักในชื่อ Fighting Fish หรือ Siamese Fighting Fish และมีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Betta splendens Regan จัดเป็นปลาพื้นเมืองดั้งเดิมของไทยที่นิยมเลี้ยงมาตั้งแต่สมัยโบราณเพื่อดูเล่น และเพื่อกีฬากัดปลา พบได้ทั่วไปในทุกภาคของประเทศ ซึ่งได้พัฒนาสายพันธุ์มาอย่างต่อเนื่อง ในปัจจุบันชาวต่างชาติก็ได้นำปลากัดไทยไปพัฒนาบ้างแล้ว แต่ถึงอย่างไรก็ยังต้องนำปลากัดไทยไปเป็นต้นสายในการพัฒนา แต่ต่อไปเขาอาจจะนำปลากัดไทยไปจดทะเบียนเป็นสัตว์ประจำชาติของเขาก็ได้ […]

จะซ้ำรอยมั้ย!? เปิดสถิติ ‘ทายผลตรงข้าม’ แม่นเหมือนจับวางของ ‘เสี่ยตัน’ ที่ฝากไว้เมื่อ 4 ปีที่แล้ว

เรียกว่าเข้าสู่บรรยากาศการแข่งขันของมหกรรมฟุตบอลระดับโลก World Cup 2018 อย่างเป็นทางการแล้ว และแน่นอนว่าหลายๆ คนคงจะมีทีมในดวงใจที่พร้อมเชียร์ในการแข่งขันครั้งนี้กันแล้ว รวมทั้งทางฝั่งของคุณตัน ภาสกรนที นักธุรกิจ ที่ล่าสุดได้โพสต์ภาพในเพจเฟซบุ๊ก ขณะที่สวมชุดของทีมชาติอาร์เจนติน่า จนทำเอากองเชียร์ฟ้าขาวหลายๆ คนนั่งกันไม่ติดเลยทีเดียว (อ่านเพิ่มเติมที่ : ฟ้าขาวมาเต็ม!! ‘เสี่ยตัน’ สวมชุด ‘อาร์เจนตินา’ หลังถูกถามปีนี้เชียร์ทีมอะไร!?) มาถึงตรงนี้หลายคนอาจสงสัยว่าทำไมแฟนบอลถึงได้หวั่นใจกับการเลือกเชียร์ทีมฟุตบอลของคุณตันมากนัก เอาเป็นว่างานนี้คงต้องย้อนกลับไปเมื่อ 4 ปีที่แล้ว ในการแข่งฟุตบอลโลกปี 2014 ที่คุณตันได้สร้างสถิติสุดท๊อปฟอร์ม ด้วยการทายผลการแข่งขันที่ออกมา ‘ตรงข้าม’ ทุกนัด และหากใครจำไม่ได้ว่าเป็นนัดไหนบ้าง เอาเป็นว่าเรามาย้อนรอยสถิติที่ว่านี้กันสักหน่อยดีกว่า วันที่ 14 มิถุนายน 2014 คุณตันทายว่าสเปนจะชนะ แต่ผลปรากฏว่าทีมชาติสเปนแพ้ย่อยยับให้แก่ทีมชาติเนเธอร์แลนด์ถึง 1-5 วัน 15 มิถุนายน 2014 คุณตันได้ทายผลว่าอังกฤษจะชนะ พร้อมกับเดิมพันว่าจะกินเจติดต่อกัน 3 วัน ถ้าอังกฤษแพ้ และผลปรากฏว่าอังกฤษโดนอิตาลียิงชนะไป 1-2 วันที่ 16 มิถุนายน คุณตันได้งัด […]

ข้อมูลมั่วอย่าแชร์ต่อ! กรมอุตุฯ ยันไม่มีพายุ 3 ลูกจ่อถล่มไทย ซ้ำรอยน้ำท่วมใหญ่ปี 54

หลังจากมีการแชร์ข้อมูลกันในโลกออนไลน์ ระบุว่าอาจจะเกิดพายุหมุนเขตร้อนเคลื่อนเข้าไทยถึง 3 ลูก ในช่วง 1-2 สัปดาห์นี้ ลักษณะคล้ายที่เกิดขึ้นในปี 54 ที่เกิดน้ำท่วมใหญ่ ล่าสุดทางด้านกรมอุตุนิยมวิทยาต้องออกมาชี้แจง และยืนยันว่าไม่เป็นความจริง เมื่อวันที่ 12 ต.ค. 60 นายวันชัย ศักดิอุดมไชย อธิบดีกรมอุตุนิยมวิทยา ได้ชี้แจงผ่านเว็บไซต์ของกรมอุตุนิยมวิทยา ว่าจากการวิเคราะห์สภาพอากาศตั้งแต่วันนี้ไปจนถึง 14 ต.ค.นี้ บริเวณทะเลอันดามัน และอ่าวเบงกอล ไม่มีการก่อตัวของพายุ เป็นเพียงหย่อมความกดอากาศต่ำที่ปกคลุมด้านประเทศเมียนมาและไม่ส่งผลกระทบต่อสภาพอากาศภาคใต้ของไทย ส่วนวันที่ 15-17 ต.ค. 60 คาดว่าจะมีพายุหมุนเขตร้อนเคลื่อนตัวผ่านทะเลจีนใต้เข้าสู่บริเวณประเทศเวียดนามตอนบนแต่เนื่องจากความกดอากาศสูงและมวลอากาศเย็นจากประเทศจีนจะแผ่ลงมาถึงประเทศเวียดนามในช่วงเวลาดังกล่าว ซึ่งจะทำให้พายุนี้อ่อนกำลังลงอย่างรวดเร็วและไม่ส่งผลกระทบโดยตรงต่อไทย สำหรับการวิเคราะห์สภาพอากาศที่พบว่าจะมีโอกาสที่พายุจะก่อตัวในทะเลจีนใต้นั้น อธิบดีกรมอุตุฯ ชี้แจงว่าแบบจำลองสภาพอากาศมีความถูกต้องน้อยลงมาก เมื่อระยะเวลานานขึ้น จึงไม่มีศูนย์พยากรณ์อากาศใดยืนยันข้อมูลว่ามีความถูกต้องแม่นยำ แต่กรมอุตุฯ ก็ไม่ได้นิ่งนอนใจ ได้ติดตามอย่างใกล้ชิดหากมีอะไรเปลี่ยนแปลงขอให้ประชาชนติดตามการแจ้งเตือนผ่านกรมอุตุฯ ซึ่งเป็นหน่วยงานรับผิดชอบโดยตรงเท่านั้น อธิบดีกรมอุตุนิยมวิทยา ยังกล่าวด้วยว่า กรมอุตุฯ มีการนำผลการตรวจอากาศที่เกิดขึ้นจริงและการใช้ข้อมูลดาวเทียมมาวิเคราะห์สภาพอากาศและยังได้นำแบบจำลองสภาพอากาศของไทยและจากศูนย์พยากรณ์อากาศชั้นนำจากทั่วโลก มาสังเคราะห์และเปรียบเทียบเพื่อให้ได้ข้อมูลที่ถูกต้องที่สุด

หมู่เกาะแถบแคริเบียนซวยซ้ำ ‘เฮอร์ริเคนมาเรีย’ ทวีรุนแรงขึ้นระดับ 3 จ่อซัดถล่มตามรอย ‘เออร์มา’

เฮอร์ริเคนมาเรียได้ทวีความรุนแรงเป็นระดับ 3 และเตรียมเข้าพัดถล่มพื้นที่หมู่เกาะในแถบทะเลแคริเบียนซ้ำรอยหลังจากที่เฮอร์ริเคนเออร์มาพัดถล่ม เมื่อวันที่ 19 ก.ย. 60 สำนักข่าวต่างประเทศรายงานอ้างศูนย์เฮอร์ริเคนแห่งชาติเปิดเผยว่า “เฮอร์ริเคนมาเรีย” ได้ทวีความรุนแรงเป็นเฮอร์ริเคนระดับ 3 โดยมีความเร็วลมสูงสุดอยู่ที่ 193 กิโลเมตรต่อชั่วโมง มุ่งหน้าไปทางตะวันออกของทะเลแคริเบียน ซึ่งเฮอร์ริเคนลูกดังกล่าวกำลังเคลื่อนที่ไปในเส้นทางเดียวกับ “เฮอร์ริเคนเออร์มา” ที่เพิ่งพัดถล่มพื้นที่หมู่เกาะในทะเลแคริเบียนด้วยความรุนแรงระดับ 5 เมื่อช่วงต้นเดือนที่ผ่านมา ล่าสุดได้มีการออกประกาศเตือนภัยพายุในหมู่เกาะหลายแห่งในแถบแคริเบียน ทั้งเกาะกัวเดอลูป สาธารณรัฐโดมินิกัน และเกาะเซนต์ คิตส์และเนวิส โดยที่เปอร์โตริโกก็ได้ประกาศภาวะฉุกเฉินเพื่อรับมือกับพายุุดังกล่าว ขณะที่หมู่เกาะเวอร์จิ้น เกาะเซนต์มาร์ติน และเกาะแซ็ง-บาร์เตเลมีได้มีการเฝ้าระวังเฮอร์ริเคนลูกดังกล่าวเช่นกัน โดยส่วนใหญ่หมู่เกาะเหล่านี้ยังไม่ฟื้นตัวจากความเสียหายที่เกิดจากเฮอร์ริเคนเออร์มา ที่ทำให้ผู้เสียชีวิต 37 ราย และสร้างความเสียหายเป็นมูลค่าหลายพันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ทั้งนี้ คาดว่าอิทธิพลของเฮอร์ริเคนมาเรียจะทำให้เกิดฝนตกหนักและลมกระโชกในพื้นที่ของหลายหมู่เกาะ โดยมีความเป็นไปได้สูงว่าจะเกิดน้ำท่วมฉับพลันและดินถล่ม

ไม่รู้เป็นหรือตาย!? พี่ร้องศูนย์ดำรงธรรม น้องสาวหายตัวแล้ว 5 วัน หวั่นซ้ำรอยคดี ‘ผอ.อ้อย’ (คลิป)

วันที่ 6 ก.ย. 60 เวลา 12.30 น. นายกิตติศักดิ์ ด้วงทา อายุ 39 ปี เลขที่ 38 หมู่ 3 ต.สร้างก่อ อ.กุดจับ จ.อุดรธานี พร้อมญาติ เข้าร้องเรียนต่อศูนย์ดำรงธรรม จ.อุดรธานีว่า น้องสาวของตัวเองคือ น.ส.กิ่ง นามสมมุติ อายุ 25 ปี ได้ขับรถกระบะโตโยต้าวีโก้ แคปสีดำ ทะเบียน ฒท 2475 กทม. หายออกจากบ้านไป ตั้งแต่ช่วงเช้าวันที่ 2 ก.ย. 60 โดยบอกว่าจะเข้ามาทำธุระในเขตเทศบาลนครอุดรธานี จนถึงขณะนี้ญาติๆ ยังไม่สามารถติดต่อได้ นายกิตติศักดิ์ เล่าว่า น.ส.กิ่ง เป็นน้องสาวคนสุดท้องของครอบครัว แต่งงานมีครอบครัวได้ประมาณ 4 ปี แต่สามีเพิ่งเดินทางไปทำงานที่ประเทศอิสราเอลได้ 1 เดือน โดยน้องสาวเรียนจบปริญญาตรีที่สถาบันการศึกษาแห่งหนึ่ง ไม่ได้ทำงานอะไร และไม่ค่อยได้ออกจากบ้านไปไหนเพราะป่วยเป็นโรคเบาหวานรุนแรง […]

เปิดใจ ‘คุณแม่’ คิดอยากฆ่าตัวตาย หลังสูญเสียลูกจากการผ่าคลอด ที่ รพ.รัฐ ชื่อดัง (คลิป)

จากกรณีผู้ใช้เฟซบุ๊กส่วนตัวรายหนึ่ง ได้เข้ามาแชร์เรื่องราว และแสดงความคิดเห็นกรณีที่มีการโพสต์ถึงหญิงชาวจังหวัดนครราชสีมา ที่ต้องเสียชีวิตพร้อมกับลูก หลังรอคลอดลูกที่โรงพยาบาลรัฐแห่งหนึ่ง เขตบางรัก โดยผู้ใช้เฟซบุ๊กรายนี้ ได้แชร์เรื่องราวความสูญเสียที่เกิดขึ้นกับเธอ คือ การสูญเสียลูกคนที่ 2 ไปอย่างไม่มีวันกลับ หลังเข้ารับการผ่าตัดทำคลอดที่โรงพยาบาลแห่งเดียวกันนี้ ผู้สื่อข่าวอมรินทร์ทีวี เดินทางไปพบกับคุณปวริศา ทองแจ้ง หรือน้องบิว อายุ 20 ปี เจ้าของเฟซบุ๊ก เล่าว่า เมื่อ 9 เดือนก่อน เธอเข้ารับการผ่าตัดทำคลอดกับคุณหมอท่านหนึ่งของโรงพยาบาลนี้ หลังตัดสินใจฝากท้องครรภ์ที่ 2 กับคุณหมอ เพราะประทับใจตอนท้องลูกคนแรก ตอนนั้นเด็กมีภาวะรกพันคอ แต่คุณหมอก็ผ่าตัดทำคลอดจนช่วยให้ลูกคนแรกปลอดภัย ตอนท้องลูกคนที่ 2 จึงขอรับบริการจากคุณหมอคนเดิม ตลอดเวลาของการฝากครรภ์ เธอเลือกฝากครรภ์แบบพิเศษ คุณหมอวินิจฉัยว่าทั้งแม่และลูกแข็งแรงมาโดยตลอด จนวันคลอดแม้จะเลือกใช้สิทธิ 30 บาท แต่คุณหมอแนะนำให้ผ่าคลอด น้องบิวก็เชื่อ ซึ่งด้วยฤทธิ์ยา ที่ต้องบล็อคหลัง เธอจำได้เลือนลางว่า มีนักศึกษาแพทย์เข้าห้องคลอดไปด้วย โดยเธอไม่มั่นใจว่า คนทำคลอดคือหมอจริงหรือไม่ แต่คุณหมอพูดออกมาว่า น้องร่างกายแข็งแรง ให้คะแนน 10 เต็ม แต่ผ่านไปไม่กี่ชั่วโมง […]

คุมเข้ม!! ‘ชลบุรี-เมืองพัทยา’ สั่งเฝ้าระวังเหตุร้ายระดับสูงสุด หวั่นซ้ำรอยเหตุระเบิด รพ.พระมงกุฎฯ

เมื่อวันที่ 22 พ.ค.60 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ผลพวงจากเหตุระเบิดที่โรงพยาบาลพระมงกุฎเกล้า กรุงเทพมหานคร เมื่อเวลาประมาณ 10.30 น.วันนี้ (22 พ.ค.) จนมีผู้ได้รับบาดเจ็บหลายราย ทำให้หลายฝ่ายตระหนักถึงเรื่องความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนในประเทศ โดยเฉพาะจังหวัดที่มีแหล่งท่องเที่ยวสำคัญๆ จึงกำชับให้เจ้าหน้าที่ทุกภาคส่วนเฝ้าระวังป้องกันไม่ให้เกิดเหตุร้ายอันจะส่งผลกระทบต่อความไม่สงบในบ้านเมือง ในส่วนของจังหวัดชลบุรี นายภัครธรณ์ เทียนชัย ผู้ว่าราชการจังหวัด ได้มีหนังสือด่วนที่สุด ที่ ชบ ๐๐๑๘ / ว๘๖ ลงวันที่ 22 พ.ค.60 ไปถึงนายอำเภอทุกอำเภอ , นายกเทศมนตรีเมืองทุกเทศบาล , นายกเทศมนตรีนครแหลมฉบัง , นายกเทศมนตรีนครเจ้าพระยาสุรศักดิ์ และนายกเมืองพัทยา โดยมีเนื้อหาสำคัญคือให้ประสานกับหน่วยกำลังในพื้นที่ ทั้งพลเรือน ตำรวจ ทหาร เพิ่มความเข้มงวดในการตั้งจุดตรวจจุดสกัด และเพิ่มความถี่ในการลาดตระเวน เพื่อป้องกัน ป้องปรามการก่อเหตุร้าย รวมทั้งประเมินพื้นที่ที่มีความเสี่ยงและอาจตกเป็นเป้าหมายในการก่อเหตุสร้างสถานการณ์ของผู้ไม่ประสงค์ดี โดยกำชับให้ทุกหน่วยเพิ่มความเข้มในการรักษาความปลอดภัยขั้นสูงสุดในพื้นที่ตั้งหน่วยงานราชการ สถานที่ที่มีคนมาชุมนุมเป็นจำนวนมาก เช่น สถานที่ท่องเที่ยว ห้างสรรพสินค้า ศูนย์การค้า ย่านการค้า โรงกลั่นน้ำมัน ท่าเรือทุกแห่ง หรือศาสนสถานที่สำคัญ […]

keyboard_arrow_up