ซูดานแห่เดินขบวนต่อต้านทหาร จี้กองทัพเร่งคืนอำนาจให้ประชาชน

ประชาชนชาวซูดานจำนวนหลายหมื่นคน รวมตัวเดินขบวนบนถนนในกรุงคาร์ทูม เมืองหลวงของประเทศ รวมถึงที่เมืองอัตบาราทางภาคเหนือ และเมืองอื่น ๆ ในประเทศ เพื่อเรียกร้องให้ทางกองทัพ เร่งคืนอำนาจให้กับประชาชนโดยเร็ว รายงานข่าวระบุว่า มีผู้ประท้วงในวัย 20 ปีเศษ รายหนึ่ง ถูกกระสุนปริศนายิงเสียชีวิตระหว่างการเดินขบวน ขณะที่ทางกองทัพยืนยันว่า กระสุนปริศนาดังกล่าว ที่คร่าชีวิตผู้ประท้วงไม่ได้มาจากฝ่ายตน การออกมาเดินขบวนตามท้องถนนล่าสุดของชาวซูดานเกิดขึ้นหลังจากที่ทางกองทัพ ก่อรัฐประหารยึดอำนาจจากประธานาธิบดีโอมาร์ อัล-บาชีร์ เมื่อ 11 เม.ย. ที่ผ่านมา โดยทางกองทัพอ้างว่าจำเป็นต้องก่อรัฐประหารเพื่อยุติความวุ่นวายในประเทศ หลังจากที่ประชาชนออกมาเดินขบวนขับไล่ประธานาธิบดีอัล-บาชีร์ นานต่อเนื่องหลายเดือนตั้งแต่ปลายปีที่แล้ว อย่างไรก็ดี แม้ประธานาธิบดีของซูดานจะถูกโค่นอำนาจไปแล้ว แต่ทางกลุ่มผู้ประท้วงได้หันมาต่อต้านทหารแทน เนื่องจากมีความกังวลว่า ทางกองทัพซูดานอาจอยู่บริหารประเทศต่อเนื่องยาวนานและไม่ยอมคืนอำนาจให้กับประชาชน นำมาซึ่งการประท้วงต้านทหาร และเหตุจลาจลในหลายเมืองทั่วประเทศตลอด 2 เดือนที่ผ่านมา ติดตามข่าวสารเรื่องราวที่น่าสนใจอื่น ๆ ได้ที่ อมรินทร์ทีวี เอชดี ช่อง 34

มารู้จักกับ “ซูดาน” ประเทศล่าสุดที่เพิ่งเกิดเหตุรัฐประหาร

อย่างที่หลายคนคงได้ทราบข่าวแล้วว่า เมื่อช่วงกลางดึกที่ผ่านมา (11 เมษายน 2562) รัฐมนตรีกลาโหมซูดาน อาวัด อิบิน อุฟ ได้เปิดเผยตัวผ่านโทรทัศน์ภายในประเทศ ว่าเขาประกาศยึดอำนาจจากรัฐบาล ประธานาธิบดีโอมาร์ อัล-บาชีร์ ที่อยู่ในอำนาจมานานกว่า 30 ปี พร้อมทั้งขอเวลา 2 ปี เพื่อดูแลสถานการณ์บ้านเมืองไปก่อน แล้วค่อยจัดการเลือกตั้งครั้งใหม่ แม้รูปประโยค เหตุผล หลักการ และสถานการณ์ต่างๆ จะไม่แตกต่างจากการยึดอำนาจที่เกิดขึ้นในหลายๆ ประเทศ แต่สิ่งที่เชื่อว่าหลายคนอาจยังไม่รู้ นั่นคือประเทศที่ชื่อซูดานนี้อยู่ตรงไหนของโลก มีสภาพแวดล้อมโดยรวมเป็นอย่างไร วันนี้ Amarin TV ขอพามารู้จักกับดินแดนที่ได้ชื่อว่ามีพื้นที่มากที่สุดบนทวีปแอฟริกาในอดีตกันสักหน่อยดีกว่า ซูดาน (Sudan‎) หรือ สาธารณรัฐซูดาน (Republic of the Sudan‎) เป็นประเทศที่ในอดีตมีพื้นที่มากที่สุดของทวีปแอฟริกา ตั้งอยู่ทางตะวันออกเฉียงเหนือของทวีป มีเมืองหลวงชื่อคาร์ทูม มีพรมแดนทางทิศเหนือติดกับประเทศอียิปต์ ทิศใต้ติดต่อกับเซาท์ซูดาน ทิศตะวันออกเฉียงเหนือติดกับทะเลแดง ทิศตะวันออกติดกับเอริเทรียและเอธิโอเปีย ทิศตะวันออกเฉียงใต้ติดกับเคนยาและยูกันดา ทิศตะวันตกเฉียงใต้ติดกับคองโกและสาธารณรัฐแอฟริกากลาง ทิศตะวันตกติดกับประเทศชาด และทิศตะวันตกเฉียงเหนือติดกับลิเบีย ชื่อของประเทศมาจากภาษาอาหรับว่า Bilad-al-Sudan […]

จบสิ้นเผ่าพันธุ์ เมื่อ ‘ซูดาน’ แรดขาวถิ่นเหนือตัวผู้ตัวสุดท้ายของโลก…ตายลงแล้ว

จากความเดิมตอนแล้วใน นับถอยหลังสู่วันสูญพันธุ์! พบกับ ‘ซูดาน’ แรดขาวถิ่นเหนือตัวผู้ตัวสุดท้ายของโลก เราคงได้รู้จักเรื่องราวของเจ้าซูดาน แรดขาวถิ่นเหนือตัวผู้ตัวสุดท้ายของโลก ซึ่งอาศัยอยู่ในเขตอนุรักษ์สัตว์ป่าโอลเปเจตา ประเทศเคนยา และได้รับการอารักขาตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อป้องกันมันจนการถูกล่าของเหล่าพรานเถื่อน ที่ต้องการนอและอวัยวะสุดหายากของมัน แต่ถึงจะได้รับการคุ้มกันจากคมกระสุน ด้วยความสูงวัยของเจ้าซูดาน ทำให้แรดขาวถิ่นเหนือเพศผู้ตัวสุดท้ายนี้ไม่อาจหนีความตายได้ และล่าสุดได้มีรายงานข่าวจากศูนย์อนุรักษ์พันธุ์สัตว์ป่าโอลเปเจตา ที่ยืนยันว่าว่าแรดขาวที่เป็นความหวังของสายพันธุ์นี้ได้ตายลงแล้ว เพราะอาการป่วยหนัก จนเจ้าหน้าที่ต้องตัดสินใจทำการุณยฆาตเจ้าแรดขาวเพื่อให้หลุดพ้นจากความทรมาน ในปัจจุบัน โลกใบนี้เหลือแรดขาวถิ่นเหนืออีกแค่ 2 ตัวสุดท้าย และทั้งคู่ก็เป็นแรดเพศเมีย จึงเรียกได้ว่าความหวังที่จะฟื้นคืนชีพให้สายพันธุ์ของมันนั้นหมดไปแล้ว และแม้ว่าเจ้าหน้าที่เขตอนุรักษ์สัตว์ป่าโอลเปเจตา จะเก็บอสุจิของเจ้าซูดานไว้ เพื่อนำไปใช้ผสมเทียมกับแรดขาวถิ่นใต้ (southern white rhino) ซึ่งเป็นสายพันธุ์ที่ใกล้เคียงกัน แต่นั่นก็ไม่อาจการันตีความสำเร็จได้ เพราะอสุจิของแรดขาวถิ่นเหนือตัวสุดท้ายนี้ขาดความสมบูรณ์ไปมาก เนื่องจากอายุที่มากของมัน และแม้จะสามารถผสมเทียมจะเกิดการตั้งครรภ์ในแรดขาวถิ่นใต้ ลูกที่ได้นั้นก็ไม่อาจเรียกว่าเป็นแรดขาวถิ่นเหนือ (northern white rhino) ได้เต็มปาก ที่มา – telegraph.co.uk

นับถอยหลังสู่วันสูญพันธุ์! พบกับ ‘ซูดาน’ แรดขาวถิ่นเหนือตัวผู้ตัวสุดท้ายของโลก

แม้โลกยุคปัจจุบันที่เผชิญหน้ากับการสูญพันธุ์ของสัตว์และพืชชนิดต่างๆ มาแล้วนับครั้งไม่ถ้วน และทุกครั้ง…มนุษย์เราก็พยายามหาทางออกให้กับวิกฤตที่เกิดขึ้นได้อย่างชาญฉลาด แต่นั่นคงไม่ใช่กับกรณีของแรดขาวถิ่นเหนือ (northern white rhino) ที่ถูกจัดให้เป็นสายพันธุ์ที่มนุษย์เราอาจทำได้เพียงเฝ้ามองดูการหายไปของพวกมันเท่านั้น เพราะเจ้าซูดาน คือแรดเพศผู้ตัวสุดท้ายของสายพันธุ์ แถมมันยังมีอายุกว่า 42 ปี ซึ่งนับว่าแก่เกินกว่าจะผสมพันธุ์ได้แล้ว และแม้ว่าเขตอนุรักษ์สัตว์ป่าโอลเปเจตา ในเคนยาจะพยายามรวบรวมแรดขาวถิ่นเหนือเพศเมียที่อาจจะยังหลงเหลืออยู่ในสวนสัตว์ทั่วโลก เพื่อทำให้เกิดการขยายพันธุ์อีกครั้ง แต่พวกเขาก็รวบรวมมาได้เพียง 4 ตัวเท่านั้น และล่าสุดแรดตัวเมียสองตัวจากโลกไปแล้ว แถมแรดตัวเมียที่เหลืออยู่ 2 ตัวนั้นก็ไม่สามารถผลิตลูกได้ เพราะอสุจิที่ได้จากเจ้าซูดานนั้นอ่อนแอเกินกว่าจะทำการปฏิสนธิได้ และทำให้สถานการณ์ของพวกมันดูไม่เหลือความหวังใดๆ อีกเลย แม้ความหวังจะริบหรี่ แต่เขตอนุรักษ์สัตว์ป่าโอลเปเจตาก็ไม่ละความพยายามที่จะรักษาสายพันธุ์ของมันจนถึงนาทีสุดท้าย  ด้วยการให้เจ้าหน้าที่ถือปืนคอยปกป้องดูแลเจ้าซูดานตลอด 24 ชั่วโมง เพราะตราบใดที่เจ้าซูดานยังอยู่ โอกาสที่ต่อลมหายใจให้กับแรดขาวถิ่นเหนือก็ยังหลงเหลืออยู่ แม้ว่าจะน้อยมากก็ตาม

เปิดใจ ชายไทยในแอฟริกา เจอเรื่องสุดซึ้ง คนซูดาน อยากมีกษัตริย์ เหมือนในหลวง (คลิป)

จากกรณีผู้ใช้เฟซบุ๊กชื่อ “Anucha Bantak” หนุ่มชาวไทยที่เล่าเรื่องราวประทับใจ ขณะทำงานอยู่ประเทศซูดาน ทวีปแอฟริกา ระหว่างนั่งรถไปทำงาน ได้มีเด็กรถชาวซูดาน ได้มาขอเหรียญของประเทศไทย ที่มีภาพในหลวง ร.9 ไปเก็บไว้ จนเกิดความประทับใจว่า ขนาดคนที่อยู่ห่างไกลในทวีปแอฟริกา ยังรู้จักในหลวงรัชกาลที่ 9 ล่าสุด วันนี้ (13 ต.ค. 60) ทีมข่าวได้คุยกับเจ้าของเรื่อง ทราบชื่อคือ นายอนุชา จินะตา อายุ 37 ปี ชาวไทยที่ไปทำงานเกี่ยวกับงานซ่อมบำรุง ธุรกิจพลังงาน ในประเทศซูดาน ได้เล่าให้ฟังว่า เมื่อวานที่ผ่านมา (12 ต.ค. 60) เวลาประมาณ 07.30 น. ตนและเพื่อนๆ กำลังนั่งรถไปทำงาน แต่ขณะนั้นเด็กรถชาวซูดาน ขอเหรียญไทย ซึ่งตนคาดว่าคงจะขอเก็บไว้สะสม เป็นของที่ระลึก จึงพยายามค้นเหรียญในกระเป๋าสตางค์ และได้เจอเหรียญ 5 บาท จึงส่งให้เด็กรถ พอเด็กรถได้เหรียญ 5 บาท ก็ไปขอยืมโทรศัพท์มือถือคนขับมาเปิดดูภาพในหลวงรัชกาลที่ 9 […]

ชมคลิป พายุทรายลูกมหึมาพัดถล่ม กรุงคาร์ทูม เมืองหลวงของซูดาน

  คลิปวิดีโอน่าระทึกคลิปนี้  บันทึกเหตุการณ์ขณะที่พายุทราย หรือที่คนท้องถิ่นเรียกว่า “ฮาบู๊บ” ลูกใหญ่ เคลื่อนตัวพัดถล่มกลืนกินบ้านเรือนร้านค้าในกรุงคาร์ทูม เมืองหลวงของซูดาน  ทางตะวันออกของทวีปแอฟริกาในวันศุกร์ (2 มิ.ย.)   ผลพวงจากการพัดถล่มของพายุทรายลูกนี้ยังทำให้เกิดปัญหาด้านทัศนวิสัย และเป็นต้นเหตุให้เกิดอุบัติเหตุบนท้องถนนจำนวนมาก ขอบคุณคลิปวิดีโอจาก CGTN  

keyboard_arrow_up