“ฟุนะซูชิ” ต้นกำเนิดกลิ่นฉุนๆ ก่อนที่จะมาเป็นซูชิชิ้นสวยๆ ทุกวันนี้

ซูชิอาจจะเป็นอาหารที่รูปร่างหน้าตา และการจัดวางนั้นสวยงามเสียจนบางคนไม่กล้าทำลายความงามตรงหน้า ด้วยการหยิบขึ้นมากิน แต่ก็เช่นเดียวกับจุดเริ่มต้นของสิ่งต่างๆ ในโลกนี้ที่อาจอาจมีความเป็นมาไม่สวยงามนัก และต้นกำเนิดของซูชิเองก็แทบไม่ต่างกัน เพราะกว่าจะเป็นอาหารที่รับประทานกันแบบคำต่อคำนี้ ซูชิเคยเป็นอาหารที่มีกลิ่นฉุนรุนแรงซะจนบางคนอาจจะขอเบือนหน้าหนีเลยทีเดียว จากข้อมูลพบว่าต้นกำเนิดของซูชินั้นมีอยู่ 2 ทฤษฎี ทฤษฎีแรกกล่าวว่ามีต้นกำเนิดมาจากประเทศจีนโดยถูกนำเข้ามาญี่ปุ่นในช่วงศตวรรษที่ 7 ซูชิในยุคนั้นจะเป็นการใช้ข้าวหมักกับปลาให้มีรสเปรี้ยวและเค็ม โดยจะกินแต่ปลาส่วนข้าวก็เอาทิ้งไป และอีกทฤษฎีหนึ่งคือซูชินั้นได้อิทธิพลมาจาก “ปลาส้ม” ซึ่งเป็นอาหารประเภทหมักดองที่พบได้ในหลายประเทศแถบเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ก่อนจะมีการนำมาพัฒนามาเป็น “ฟุนะซูชิ” ซึ่งเป็นซูชิดั้งเดิมของญี่ปุ่น ที่ทำจากปลาไนที่จับได้ในช่วงฤดูวางไข่ ของทะเลสาบบิวะ ที่นำมาทำความสะอาด และเอาเครื่องในออก ก่อนนำมาดองเกลือไว้ประมาณ 1 เดือน พอครบเดือนก็นำมาล้างน้ำให้สะอาด นำไปหมักข้าวสุกดองทิ้งไว้อีก 6 เดือนเป็นอย่างน้อย หลังจากผ่านการหมักจนได้ที่ รสชาติเปรี้ยวเข็ดฟันแต่มีสัมผัสคล้ายคล้ายเนย จนถูกเรียกอีกชื่อหนึ่งว่า “ชีสญี่ปุ่น” (Japanese cheese) อีกด้วย ซึ่งในช่วงแรกนั้นนิยมนำกินแต่เนื้อปลา ส่วนข้าวก็เอาทิ้งไป โดยจะรับประทานพร้อมกับข้าวสวยที่ราดด้วยน้ำชาร้อนๆ เพื่อลดกลิ่นเฉพาะตัวและรสชาติที่รุนแรงให้เจือจางลงบ้าง จนกระทั่งมีคนลองชิมข้าวที่ใช้หมักก็พบว่า ข้าวนั้นซึมซับความอร่อยจากปลามาเต็มเปี่ยม จึงมีการนำมาเฉือนปลาโดยไม่ทำให้เนื้อปลาเสียรูป เพื่อให้สามารถกินเนื้อปลาพร้อมกับข้าวหมักได้สะดวกขึ้น ก่อนจะพัฒนาเป็นการนำปลาดิบๆ มาวางบนข้าวอย่างที่เราเห็นกันในทุกวันนี้

ตลาดปลา ‘โทโยสุ’ เปิดทำการวันแรก ประมูลปลาทูน่าสุดคึกคัก

เมื่อช่วงเช้ามืดที่ผ่านมา(11 ต.ค. 61) การประมูลปลาทูน่า ซึ่งเป็นธรรมเนียมอันโด่งดังของตลาดปลาสึกิจิได้เปิดฉากขึ้นเป็นครั้งแรกที่ตลาดปลาโทโยสุ มีเจ้าของร้านซูชิจากทั่วกรุงโตเกียวเดินทางไปเลือกประมูลและซื้อหาวัตถุดิบกันอย่างคึกคัก ส่วนในช่วงสาย นางยูริโกะ โคอิเกะ ผู้ว่าการกรุงโตเกียวได้เดินทางไปเยี่ยมชมโซนขายผักผลไม้ภายในตลาดโทโยสุ และได้พูดคุยกับบรรดาผู้ประกอบการ ซึ่งส่วนใหญ่อยู่ระหว่างการจัดเตรียมร้านในวันเปิดทำการวันแรก ซึ่งหลังจากที่ตลาดเปิดให้ประชาชนได้เข้ามาจับจ่ายใช้สอย บรรยากาศก็เต็มไปด้วยความคึกคัก ลูกค้าส่วนใหญ่เป็นร้านค้าที่มาเลือกซื้อวัตถุดิบในราคาส่ง ลูกค้าหลายคนบอกว่า รู้สึกแปลกเหมือนกันกับสถานที่แห่งใหม่ ซึ่งถ้าดูในเรื่องของสุขอนามัยและความสะดวกสบาย ตลาดใหม่ก็น่าจะดีกว่า แต่ถ้าเป็นเรื่องของความรู้สึก พวกเขายืนยันว่าตลาดปลาสึกิจิยังมีความขลังกว่ามาก ติดตามข่าวสารเรื่องราวที่น่าสนใจอื่น ๆ ได้ที่ อมรินทร์ทีวี เอชดี ช่อง 34

ใจเขาใจเรา! เพจท่องเที่ยวแนะ ‘คนไทย’ ไปญี่ปุ่นอย่ากินซูชิแค่หน้าแล้วเหลือข้าวไว้

แม้จะมีคำกล่าวเท่ๆ ว่า ‘ทำตามใจคือไทยแท้’ แต่ในยุคที่โลกทั้งใบเชื่อมโยงเป็นหนึ่งเดียวกันแบบนี้ การทำอะไรตามใจตัวเองมากเกินไปก็อาจไม่ใช่เรื่องที่ดีนัก เพราะแม้การกระทำบางอย่างอาจจะไม่ใช่ความผิดร้ายแรงในอีกที่นึง และในอีกสถานที่นึง…การกระทำนั้นอาจจะเป็นเรื่องรับไม่ได้อย่างแรงก็ว่าได้ อย่างเช่นการสั่งซูชิแล้วเลือกกินแต่หน้า แล้วเหลือไว้แต่ข้าว!! ได้ยินแบบนี้ เชื่อว่าหลายคงอาจจะคิดว่า มันมีคนทำแบบนี้ด้วยเหรอ!? หรือบางคนอาจสงสัย ว่าการเลือกกินเฉพาะของที่อยากกินนั้นมันผิดอย่างไร!? เพราะเชื่อว่าที่ไหนๆ ก็ทำกัน งั้นเอาเป็นว่าเราลองมาฟังคำแนะนำจากเพจท่องเที่ยวประเทศญี่ปุ่นอย่าง ฮอกไกโดแฟนคลับ-Hokkaidofanclub ที่กล่าวถึงมารยาทคนไทยที่ไปเที่ยวต่างแดน และกินเฉพาะหน้า แล้วเหลือข้าวไว้ โดยแนะนำว่า…ถ้าจะกินแบบนี้ สั่งซาชิมิมากินดีกว่า

10 อันดับ ‘อาหาร’ ที่ถูก ‘ค้นหา’ บนกูเกิ้ลมากสุด พร้อมพิกัดไปกินให้ลงพุงกับ ‘ชีพจรลงพุง’

เสิร์ชเอ็นจินยักษ์ใหญ่อย่าง google.co.th หรือ google.com เผย 10 อันดับ “อาหาร” ที่ถูก “ค้นหา” มากที่สุดในปี 2017 เฉพาะในประเทศไทย พร้อมพิกัดร้านอร่อยจากรายการ “ชีพจรลงพุง” ให้วันหยุดยาวนี้ไม่น่าเบื่อ เช็กพิกัดแล้ว ก็เตรียมตัวออกไปลงพุงกันเลย อันดับ 1 บิงซู อันดับ 2 ก๋วยเตี๋ยวเรือ อันดับ 3 ส้มตำ อันดับ 4 ซูชิ อันดับ 5 ชาบู อันดับ 6 ขนมจีน อันดับ 7 ไอศกรีม อันดับ 8 ข้าวต้ม อันดับ 9 เค้กวันเกิด และอันดับ 10 ขนม

ซูชิข้าวคลุกน้ำพริกปลาทูห่อชะอมไข่ มาอร่อยเต็มปากเต็มคำ กับเมนูฟิวชั่นสุดเก๋

ซูชิข้าวคลุกน้ำพริกปลาทูห่อชะอมไข่ มาอร่อยเต็มปากเต็มคำ กับเมนูฟิวชั่นสุดเก๋ ชะอม นอกจากความอร่อยแล้วยังมีประโยชน์อีกมากมาย

สวย อร่อย! เชฟรัสเซียพา ‘ซูชินกกระเรียน’ คว้าแชมป์ เวิลด์ ซูชิ คัพ เจแปน (คลิป)

ญี่ปุ่นจัดการแข่งขัน “เวิลด์ ซูชิ คัพ เจแปน” เฟ้นหาสุดยอดเชฟซูชิจากทั่วโลก ปีนี้ผู้ชนะเป็นชาวรัสเซีย เขาเอาชนะใจของกรรมการด้วยซูชิรูปนกกระเรียนสีขาว เชฟซูชิจาก 15 ประเทศเดินทางมาแข่งปั้นซูชิกันที่กรุงโตเกียว ในการแข่งขัน “เวิลด์ ซูชิ คัพ เจแปน” แข่งกัน 2 วัน แต่ละคนก็งัดไม้ตายมาประชันกันแบบไม่มีใครยอมใคร กลายเป็นกำไรของผู้ที่มาชมงานกันไปเพราะมีแต่ซูชิสวยๆ ให้ชิม เกณฑ์ที่กรรมการใช้ให้คะแนนนอกจากทักษะการเตรียมของและฝีมือการปั้นแล้วก็คือความคิดสร้างสรรค์และความแปลกใหม่ไม่เหมือนใคร ผู้เข้าแข่งขันต้องปั้นซูชิออกมาเป็นจานใหญ่ ประกอบด้วยซูชิประมาณ 20-40 ชิ้น สำหรับผู้ชนะปีนี้คือ “วลาดิมีร์ พัค” เชฟรัสเซียที่เปิดร้านอาหารอยู่ที่นอร์เวย์ เขาเข้าแข่งขันมา 2 ปีแล้วแต่เพิ่งจะมาคว้าแชมป์ได้ในปีนี้ ผลงานของเขาคือซูชิรูปนกกระเรียนสีขาวที่จัดวางได้อย่างประณีตสวยงาม.

“ซูชิเค้ก” ไอเดียใหม่ใหญ่เต็มคำ

เอาใจคนที่ชื่นชอบอาหารญี่ปุ่นกับเมนู “ซูชิเค้ก” ไอเดียแปลกใหม่ ที่คุณอรนุช คมขำ อายุ 39 ปีชาวสุราฎร์ฯ ที่ทำซูชิเค้กขายผ่านเฟซบุ๊กจนได้รับความสนใจมีลูกค้าสั่งออร์เดอร์เข้ามาเป็นจำนวนมาก

เทคนิคขั้นเทพ! ชมเมนู ‘ซูชิกุ้ง’ ที่เสิร์ฟลูกค้า โดยที่วัตถุดิบมันยังไม่ตาย

ลำพังแค่เทคนิคการทำซูชิทั่วไปก็คำนึงถึงความสดของวัตถุดิบมากพออยู่แล้ว แต่นั่นคงเทียบไม่ได้กับเมนูซูชิกุ้งที่เสิร์ฟให้ลูกค้าชาวต่างชาติข้างล่างนี้ เพราะแม้ภายนอกของมันจะเหมือนกันอาหารญี่ปุ่นธรรมดาทั่วไป แต่ถ้าลองดูดีๆ จะพบว่ามันไม่เพียงจะจะเสิร์ฟแบบสดๆ เท่านั้น แต่กุ้งบนข้าวยังดิ้นและขยับหางได้อีกต่างหาก แม้จะฟังดูเหมือนการทรมานสัตว์ มากกว่าปรุงอาหาร แต่สำหรับพ่อครัวมากฝีมือแล้ว เทคนิคที่เรียกว่า Ikizukuri (อิคคีซึคุริ) ซึ่งหมายถึง ‘การเตรียมวัตถุขณะที่ยังมีชีวิต’ นับเป็นเทคนิคการใช้มีดขั้นสูงมาก เพราะมันเป็นการลงมีดด้วยความรวดเร็วและแม่นยำ ชนิดที่วัตถุดิบที่กำลังโดนหั่นนั้นไม่ทันรู้ว่าตัวเองตายไปแล้ว และนำมาเสิร์ฟขณะที่ร่างกายยังตอบสนองเพื่อเอาชีวิตรอดอยู่ ซึ่งนอกจากจะสามารถดึงดูดนักชิมได้แล้ว เทคนิคนี้ยังเป็นการการันตีความสดและฝีมือระดับเทพของพ่อครัวด้วย ที่มา – dailymotion.com / Favorite Videos

keyboard_arrow_up