ไม่มีสิ่งใดสูญเปล่า!! เมื่อช้างล้มกลางป่า ก็กลายเป็นอาหารของชาวพื้นเมือง

ถึงช้างจะเป็นสัตว์ที่ได้รับการเคารพและเป็นตัวแทนของสิ่งศักดิ์สิทธิ์ในหลายประเทศทั่วโลก รวมทั้งกลุ่มประเทศในแถบแอฟริกาเองก็ให้ความยำเกรงต่อยักษ์ใหญ่ตัวนี้อย่างมาก แต่นั่นก็แค่ในตอนที่พวกมันยังมีชีวิตอยู่เท่านั้น เพราะเมื่อไหร่ที่มันล้มลง พวกเขาก็พร้อมจะเปลี่ยนมันเป็นอาหารมื้อต่อไปทันที แต่ถ้าใครยังนึกภาพไม่ออกว่าในโลกนี้มีคนกินช้างจริงๆ หรือเปล่า งั้นลองมาดูตัวอย่างจากเหตุการณ์จริงที่เกิดขึ้นนอกเขตอุทยานในซิมบับเว เมื่อช้างแอฟริกันตัวหนึ่งตายลงเนื่องจากความชรา และกลายมาเป็นอาหารจานโตของชาวพื้นเมืองนับร้อยที่อยู่ในละแวกใกล้เคียง

เผยซาก ‘วาฬบรูด้า’ ขนาดใหญ่ ลอยตายใกล้เกาะเต่า

อีกหนึ่งเหตุการณ์การสูญเสียสัตว์หายากชนิดหนึ่งในเมืองไทย เมื่อมีผู้ใช้เฟซบุ๊กชื่อ ภัทรกานต์ พุ่มสอาด ได้โพสต์ภาพซากของ วาฬบรูด้า ขนาดใหญ่ที่ลอยตายห่างจากเกาะเต่าไปประมาณ 13 ไมล์ทะเล ซึ่งผู้โพสต์ได้ระบุอีกว่า…ยังไม่มีหน่วยงานไหนเข้ามาเจอ เพราะยังไม่มีข่าวออกมาแต่อย่างไร อีก 1 ชีวิตที่ต้องเสียไปกับสัตว์ทะเลขนาดใหญ่ที่ใกล้จะสูญพันธ์ ทั้งนี้ ทางกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง (ทช.) สังกัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เปิดเผยว่า พื้นที่อ่าวไทยพบว่าเป็นแหล่งอาศัยและศึกษาเกี่ยวกับวาฬบรูดาแหล่งใหญ่ที่สุดในทวีปเอเชีย โดยถือว่าเป็นสัตว์ประจำถิ่นอ่าวไทยไปแล้ว เมื่อพบจำนวนประชากร 2-20 ตัว ขนาดที่แตกต่างกันในแต่ละวัน ซึ่งประเมินว่ามีจำนวนประชากรราว 35 ตัว และทำการจำแนกอัตลักษณ์ได้แล้วกว่า 30 ตัว พร้อมกับมีการตั้งชื่อให้ด้วย โดยเมื่อสำรวจพบวาฬ จะมีการจำแนกอัตลักษณ์ของวาฬแต่ละตัวด้วยวิธีการถ่ายภาพ (Photo-ID) ศึกษาตำหนิบริเวณครีบหลังเป็นจุดหลัก และใช้ตำหนิรอง เช่น ตำหนิตามลำตัว หัว ปาก ซี่กรอง และหาง มาประกอบ ในเดือนกรกฎาคม พ.ศ. 2555 พบฝูงวาฬบรูด้า ในบริเวณที่ห่างจากปากแม่น้ำเจ้าพระยาเพียงแค่ 5 กิโลเมตรเท่านั้น และมีการสำรวจพบมากขึ้น โดยอาหารสำคัญของวาฬฝูงนี้ก็คือ ปลากะตัก และพบด้วยว่าวาฬบรูด้าที่อาศัยอยู่บริเวณอ่าวไทยนี้มีขนาดเล็กกว่าวาฬบรูด้าที่พบที่อื่นทั่วโลก […]

หลักฐานชัด!! ทีมพญาเสือ เผยซากชิ้นส่วน ‘หมีขอ’ เชื่อไม่ได้ซื้อมาจากชาวบ้าน

สืบเนื่องจากรณีการเข้าจับกุมจับปลัดอำเภอด่านมะขามเตี้ย พร้อมพวก 12 คน ลักลอบล่าสัตว์อุทยานแห่งชาติไทรโยค จ.กาญจนบุรี เจอปืนไรเฟิล ซากอุ้งตีนหมีขอ 4 ซาก (อ่านเพิ่มเติม : สอบเครียด ‘ปลัดฯ-แก๊งออฟโรด’ แบกปืน ‘ล่าหมีขอ’ อุทยานไทรโยค ยังให้การปฏิเสธ!!) ล่าสุเมื่อวันที่ 9 ตุลาคม 2561 ผู้สื่อข่าวได้รายงานว่า บนเพจเฟซบุ๊ก ทีมพญาเสือ ได้เผยแพร่ภาพชิ้นส่วนจากซากหมีขอในบริเวณพื้นที่ตั้งแคมป์ ซึ่งประกอบเศษขน เศษชิ้นเนื้อ และชิ้นส่วนกราม นอกจากนี้ ยังมีข้อมูลจาก นายพนัชกร โพธิบัณฑิต หน.อุทยานแห่งชาติไทรโยค ซึ่งยืนยันบริเวณสำนักสงฆ์เหมืองเต่าดำ ไม่มีบ้านเรือนของประชาชน รอบพื้นที่มีเพียงฐาน ตชด. และฐาน อช. เท่านั้น จึงไม่เชื่อคำให้การของผู้ถูกกล่าวหา ว่าซื้อซากหมีขอมาจากชาวบ้าน

อยู่นานอยู่ทน!! เผยซาก ‘ตั๊กแตนตำข้าว’ ที่ถูกรักษาอยู่ในก้อนอำพันมากว่า 12 ล้านปี

หากพูดถึงก้อนอำพัน เชื่อว่าหลายคนคงติดตากับเจ้าแท่งยางไม้โบราณสีเหลืองๆ ที่ปรากฎอยู่ในภาพยนตร์เรื่อง Jurassic Park เป็นแน่ และแน่นอนว่านอกจากยุงที่ถูกเก็บไว้ในก้อนอำพันแล้ว ยังมีซากแมลงดึกดำบรรพ์อีกมากที่ถูกห่อหุ้มด้วยยางไม้ยุคก่อนประวัติศาสตร์ และกลายมาเป็นหลักฐานทางโบราณคดีที่สะท้อนให้เห็นความหลากหลายทางชีวภาพของสิ่งมีชีวิตในยุคสมัยนั้น อย่างเช่นกรณีของก้อนอำพันอายุกว่า 12 ล้านปีก้อนนี้ ที่ได้เก็บรักษาซากของตั๊กแตนตำข้าวเอาไว้อย่างสมบูรณ์ อาจจะฟังดูเหลือเชื่อที่จะมีแมลงอย่างตั๊กแตนตำข้าวอาศัยอยู่บนโลกใบนี้มาตั้งแต่ช่วงสิบล้านปีที่แล้ว แต่จากข้อมูลของนักบรรพชีวินวิทยาพบว่า แมลงในกลุ่มของตั๊กแตนตำข้าวที่เก่าแก่ที่สุดที่มีการค้นพบในไซบีเรีย และอายุของมันสามารถนับย้อนกลับไปได้ถึง 135 ล้านปีที่แล้ว ซึ่งแม้รูปร่างภายนอกนั้นจะไม่เหมือนกับตั๊กแตนตำข้าวที่พบในปัจจุบัน แต่สิ่งหนึ่งที่ยืนยันว่ามันคือแม่งกลุ่มเดียวกัน นั่นคือขาคู่หน้าที่พัฒนาให้กลายเป็นขาหนีบใช้สำหรับจับเหยื่อ ที่มา – twistedsifter.com

เผื่อใครไม่เคยเห็น! เผยโครงสร้างใต้เนื้อหนัง ที่กลายมาเป็นชื่อของ ‘ปักเป้าหนามทุเรียน’

นอกจากความสามารถในการพองตัว และมีหนามแหลมปกคลุมร่างกายแล้ว เชื่อว่าหลายคนอาจสงสัยว่าเพราะอะไรปลาที่มีพิษร้ายแรงและกลไกการป้องกันตัวไม่ธรรมดาอย่าง ‘ปลาปักเป้าหนามทุเรียน’ ถึงได้ชื่อแบบนี้มาครองได้ เพราะจะว่าไปแล้ว รูปร่างของมันก็แทบไม่ต่างจากปักเป้าชนิดอื่นสักเท่าไหร่เลย ถ้าหากว่าคุณคาใจในเรื่องนี้ งั้นลองมาดูตัวอย่างซากของปลาปักเป้าหนามทุเรียนหนามเรียว (Diodon nicthemerus) ที่ถูกเผยแพร่ดดยสมาชิกเว็บไซต์ reddit.com ที่ชื่อว่า Hdalby33 ซึ่งแสดงให้เห็นว่าภายใต้เนื้อหนังของปลาชนิดนี้ มีลักษณะเป็นอย่างไร

ก่อนจะเหลือเพียงเศษซาก นี่คือสภาพแท้จริงของ 6 สิ่งปลูกสร้างระดับตำนานของโลก

อย่างเราคงทราบกันดี ว่าโลกใบนี้ไม่มีสิ่งใดที่จีรังยั่งยืน และทุกอย่างล้วนแต่ต้องบุบสลายไปตามกาลเวลาทั้งสิ้น เช่นเดียวกับสิ่งปลูกสร้างขนาดมหึมาที่เคยยิ่งใหญ่ในอดีต ก็ล้วนแต่ผุพังไปตามยุคสมัยเปลี่ยนแปลง และเหลือเพียงซากความทรงจำบางส่วนทิ้งเอาไว้ ให้คนรุ่นหลังได้ชื่นชมความงามของมัน ที่แม้จะเทียบไม่ได้กลับสภาพดั้งเดิมของมันก็ตาม แต่จะเป็นยังไงหากสิ่งปลูกสร้างสำคัญๆ เหล่านี้ ยังคงอยู่ในสภาพเดิม หรืออยู่ในสภาพที่ใกล้เคียงกับของของเก่ามากที่สุด…เอาเป็นว่าเรามาร่วมจินตนาการไปพร้อมๆ กับเหล่าสิ่งลูกสร้างระดับตำนานของโลกข้างนี้เลยดีกว่า 1. วิหารพาร์เธนอน คือวิหารโบราณบนเนินอะโครโพลิสในกรุงเอเธนส์ ประเทศกรีซ สร้างเพื่อเป็นศาสนสถานบูชาเทพีอาธีน่า หรือเทพีแห่งปัญญา ความรอบรู้ ในศตวรรษที่ 5 ก่อนคริสต์ศักราช เป็นสิ่งก่อสร้างสถาปัตยกรรมกรีกโบราณที่มีชื่อเสียงที่สุด 2. Area Sacra di Largo Argentina คือแหล่งโบราณคดีที่น่าดึงดูดใจ ประกอบด้วยโครงเสาและแท่นบูชาที่มีอายุเก่าแก่ย้อนกลับไปได้ถึงยุคศตวรรษที่ 4 ก่อนคริสตกาล แม้ว่าตอนนี้มันจะถูกยึดครองโดยเหล่าแมวจรจัด แต่ครั้งหนึ่งที่นี่เคยเป็นที่อาศัยของชาวโรมันผู้สร้างวิหารหลายแห่งในบริเวณนี้ 3. ซากปรักหักพังของฐานพีระมิดสุริยัน (Pyramid of the Sun) ซึ่งเป็นพีระมิดที่ใหญ่ที่สุดใน 3 มหาพีระมิดกลุ่มเตโอติฮัวคาน (Teotihuacan) ในช่วงการเฉลิมฉลองเข้าสู่ฤดูใบไม้ผลิในเมืองเตโอติฮัวคาน ที่ได้รับการขนานนามว่าเป็นนครแห่งปวงเทพของประเทศเม็กซิโก 4. วิหารแห่งจูปิเตอร์ (Temple of Jupiter) ถูกสร้างในยุคของอาณาจักรโรมัน ประมาณปี […]

ทำบุญ…บรรลุบาป! โซเชียลเผยสภาพซาก ‘เต่าบก’ หลังมีคนนำมาปล่อยลงสระน้ำในวัด

แม้จะมีการรณรงค์ไม่ให้นำสัตว์มาปล่อยในวัด และเลือกสถานที่ปล่อยให้เหมาะกับความเป็นอยู่สัตว์แต่ละชนิด แต่ก็ยังมีคนจำนวนมากที่ไม่เข้าใจเหตุผลดังกล่าว ทั้งยังคงปล่อยสัตว์ทำบุญกันแบบผิดวิธีต่อไป และล่าสุดได้มีผู้ใช้เฟซบุ๊กชื่อ Siriwatt Kaehawat ได้โพสต์ภาพซากเต่าบกจำนวนมากที่ถูกนำขึ้นมาจากสระน้ำของวัดใหญ่สุวรรณาราม ซึ่งเป็นเต่าที่อาศัยอยู่บนบกและไม่สามารถว่ายน้ำได้ จึงทำให้เต่าเหล่านั้นจมน้ำตาย พร้อมทั้งยังบอกว่า…แจ้งจากหลวงพ่อชุบ ถ้าไม่จำเป็นอย่าเอามาปล่อยครับ

เฉลยความจริงของ ‘ว่านจั๊กจั่น’ ที่หลายคนอาจไม่รู้ว่ามันเป็นแค่…ซากแมลงขึ้นรา!?

เชื่อว่าหลายคนคงเคยได้ยินเรื่อง ‘ว่านจั๊กจั่น’ กันมาบ้างไม่มากก็น้อย แต่สำหรับใครที่ไม่เคยได้ยินชื่อของสิ่งที่มานี้มาก่อน คงต้องขอเกริ่นก่อนว่า ตามความเชื่อของคนโบร่ำโบราณนั้น ว่านจั๊กจั่น หรือ พญาว่านต่อเงินต่อทอง ถูกจัดให้เป็นเป็นว่านกึ่งพืชกึ่งสัตว์ประเภทเดียวกับพวกมักกะลีผล และมีสรรพคุณให้ผู้ที่บูชามีทรัพย์สินเงินทองงอกเงยไม่ขาดมือ จึงไม่แปลกที่ว่านเหล่านี้จะมีราคาซื้อขายที่สูงมาก แม้ว่าตามข้อมูลทางวิทยาศาสตร์จะชี้ชัดแล้วว่า…ว่านจั๊กจั่นนั้นเป็นเพียงตัวอ่อนของจั๊กจั่นที่ตายเพราะติดเชื้อราก็ตาม!! อาจฟังดูไม่น่าเชื่อ หรืออาจดูเหมือนเป็นการลบหลู่ความรู้ของคนเฒ่าคนแก่ แต่ถ้าใครเคยชมสารคดีที่ของมดในป่าฝนที่ตายเพราะเชื้อรา Cordyceps unilateralis และทำให้มันมีชิ้นส่วนคล้ายเขางออกออกมาจากร่างกาย ในกรณีของว่านจั๊กจั่นนั้นก็ไม่มีสาเหตุไม่ต่างกัน เพราะมันเกิดจากเชื้อรา Cordyceps sobolifera ที่มักติดอยู่กับตัวอ่อนจั๊กจั่นในระยะที่อาศัยอยู่ใต้ดิน โดยมันจะดูดซึมสารอาหารในร่างของพาหะจนอ่อนแอและตายในที่สุด เมื่อไม่มีสารอาหารเหลือแล้ว เชี้อราจะเริ่มสร้างโครงสร้างสืบพันธุ์ที่มีลักษณะเหมือนเขายืดขึ้นเหนือพื้นดิน ที่หลายคนเข้าใจผิดคิดว่าเป็นเขาของว่านจั๊กจั่น แต่ความจริงแล้วมันคือสปอร์ของเชื้อรา ที่จะแตกออกและไปตกอยู่ในร่างของแมลงอื่นหรือจั๊กจั่นโชคร้ายตัวต่อไป มาถึงตรงนี้หลายคนอาจสงสัยว่า ถ้าไม่ใช่สิ่งศักดิ์สิทธิ์อะไร แล้วจะสามารถเปลี่ยนมันเป็นยาสมุนไพรได้หรือไม่!? จากข้อมูลในเพจ หมอแล็บแพนด้า ได้อธิบายเกี่ยวกับว่านตัวนี้ไว้ว่า… ที่มา – mushroaming.com / Facebook.com : หมอแล็บแพนด้า

keyboard_arrow_up