เหมือนติดคุก! ร้องเพื่อนบ้านสร้างรั้วกั้นบ้านรอบทิศ ยาย-หลานลำบาก ปีนกำแพงเข้า-ออก

ชาวบ้านโอดเหมือนติดคุก โดนเพื่อนบ้านสร้างรั้วกั้นบ้านรอบทิศ เผยยายวัย70 และเด็กนักเรียน ต้องทำบันไดปีนข้ามรั้วทุกวัน วอนหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งตรวจสอบและแก้ไข ชาวบ้านหมู่3 บ้านหนองหญ้าขาว ต.หนองหญ้าขาว อ.สีคิ้ว จ.นครราชสีมา ร้องเรียนหลัง เพื่อนบ้านซึ่งย้ายเข้ามาอยู่ทีหลัง ทำบ้านหลังใหม่ล้อมรั้วปิดทางเข้า-ออก บริเวณตัวบ้าน ทุกทิศ ซึ่งภายในมีผู้สูงอายุวัย 70 ปี และเด็กนักเรียนอีก 2 คน ไม่สามารถออกไปได้ ต้องทำบันไดปีนข้ามรั้วทุกวัน หวั่นเกิดอุบัติเหตุระหว่างปีน จึงวอนหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้ามาตรวจสอบอย่างเร่งด่วน นายอมร มีชัยยะ อายุ 51 ปี ชาวบ้าน เผยว่าบ้านหลังดังกล่าวที่โดนล้อมรั้วนั้นเป็นบ้านของแม่ตนเอง ส่วนเด็กนักเรียนก็เป็นหลานตนเอง ทั้งสองคนอายุ 7 ขวบ และ 12 ขวบ ซึ่งบ้านหลังดังกล่าวที่ย้ายมาตอนแรกได้มีการเจรจากับน้องชายตนเองว่า จะสร้างรั้วให้พอมีทางเข้า-ออก ระหว่างบ้าน แต่ปรากฏว่าสร้างรั้วออกมากลับปิดกั้นทางเข้า-ออกบ้านทุกทาง จนไม่สามารถเข้า-ออกได้ ทำให้มีปากเสียงกับทางน้องชายว่า ทำไมให้พื้นที่ข้างบ้านแล้ว ยังมาทำรั้วปิดกั้นทางออกอีก และยังสัญญาไว้ว่าจะทำรั้วให้มีทางเข้า-ออกได้ไม่เป็นไปตามสัญญา ทั้งนี้ตนเองอยากให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้ามาดูแลและตรวจสอบอย่างเร่งด่วนเพราะทุกวันนี้แม่และหลาน2คน ต้องทำบันไดปีนกำแพงออกมาจากบ้านเนื่องจากไม่มีทางออก อยู่บ้านก็เหมือนติดคุก ส่วนเพื่อนบ้านที่มาสร้างรั้วก็ไม่ยอมมาเจรจาอะไรด้วยอีกเลยหลังจากสร้างรั้วเสร็จไปแล้ว ด้านนายธนกร วีระเทศ ปลัดองค์การบริการส่วนตำบลหนองหญ้าขาว […]

ขอความเป็นธรรม! ชาวบ้านร้องโดนตำรวจยัดยาเรียกเงิน 5 แสน แลกอิสรภาพ

ชาวบ้านจังหวัดนราธิวาส เข้าพบนายอำเภอ เพื่อร้องเรียนว่า ถูกตำรวจยัดยาเสพติดขณะตรวจค้นรถและเรียกเงิน 5 แสนบาท แลกกับอิสรภาพ นางสาวสารีดา บินบอเฮ พร้อมครอบครัวเดินทางมาร้องเรียน กับนายรุ่งเรือง ธิมาบุตร นายอำเภอสุไหงปาดี จ.นราธิวาส โดยบอกว่า ถูกตำรวจสถานีตำรวจแห่งหนึ่ง ยัดยาเสพติดขณะตรวจค้นรถและเรียกเงิน 5 แสนบาท แลกกับอิสรภาพ นางสาวสารีดา กล่าวว่า เหตุเกิดขึ้นเมื่อวานนี้ ตนกับสามีและญาติๆกำลังเดินทางด้วยรถยนต์ส่วนตัว จากบ้านพัก ต.ปะลุรู อ.สุไหงปาดี จ.นราธิวาส เพื่อพาลูกและหลานๆ ไปเที่ยวในพื้นที่ อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา ต่อมาได้มีรถยนต์กระบะ 4 ประตู ของเจ้าหน้าที่ตำรวจ ได้ขับไล่มาพร้อมสั่งให้รถยนต์ที่ตนนั่งมาด้วยจอด โดยอ้างว่ามีคนแจ้งมาว่าในรถคันดังกล่าวมียาเสพติด และยังมีเจ้าหน้าที่อีกจำนวนหนึ่งมาสมทบ และขณะที่เจ้าหน้าที่กำลังตรวจสอบ ที่บริเวณท้ายกระบะ ตนและคนอื่นๆก็ยังนั่งอยู่ในห้องโดยสารด้านหน้า เจ้าหน้าที่บอกว่า พบยาเสพติด แต่ไม่ได้ให้ดูยาเสพติดแต่อย่างใด จากนั้นก็พาตนและครอบครัวมาที่สถานีตำรวจ เพื่อสอบสวน และเจ้าหน้าที่ยังได้บอกให้เอาเงินจำนวน 500,000 บาท มาแลกกับอิสรภาพ โดยให้นำมาให้ภายใน 2 ชั่วโมง พร้อมกับให้ตนได้คุยโทรศัพท์กับแม่เพื่อให้ช่วยกันหาเงินให้ครบจำนวน ซึ่งแม่ได้ให้ทองมาจำนวนหนึ่งพร้อมกับหยิบยืมจากเพื่อนๆ […]

ชาวบ้านร้องสั่งปลด ‘พระ-ย้ายเณร’ ไม่ปฏิบัติกิจสงฆ์-พฤติกรรมชู้สาว

ชาวบ้านวัดกุฎีทอง ตำบลบางน้ำเชี้ยว อำภอพรหมบุรี จังหวัดสิงห์บุรี พร้อมด้วยไวยาวัจกรวัดและคณะกรรมการวัดกุฎีทอง พากันรวมตัวที่บริเวณวัดและนำหนังสือคำสั่งของพระภาวนาพรหมคุณ หรือพระครูเมตตา เจ้าอาวาสวัดกุฎีทอง ที่ลงคำสั่งถอดถอนพระมหาธนดล ขันติพโล และพระครูสังฆรักษ์ ธีรภัทร อธิปุญโญ ออกจากตำแหน่งรองเจ้าอาวาสวัดกุฎีทอง รวมถึงมีคำสั่งให้พระภิกษุ สามเณร กลับไปอยู่ในสังกัดวัดเดิม หลังพบมีวัตรปฏิบัติและจริยาวัตรไม่เหมาะสม สร้างความเสื่อเสียและเกิดวิกฤติศรัทธาในวัดกุฎีทอง เช่น ไม่ออกบิณฑบาต ไม่ร่วมสังฆกรรมกับพระสงฆ์ในวัด ไม่ทำวัตรเช้า-เย็น ร่วมกันแอบทำตู้บริจาคไปตั้งขอรับบริจาคเงินตามสานที่ต่างๆ นอกจากนี้ยังมีปัญหาในเรื่องชู้สาว รวมถึงเรื่องการแอบแต่งตั้งตำแหน่งผู้ช่วยเจ้าอาวาส โดยไม่ผ่านคณะสงฆ์ เนื่องจากในช่วงนั้นวัดอยู่ภายใต้อิทธิพลของอดีตพระครูวิลาสกิจจานุกูล หรือพระครูกิตติ รองเจ้าอาวาสวัดกุฎีทอง ที่ควบคุมทุกอย่างในวัดฯ แต่หลังจากที่อดีตพระครูวิลาสกิจจานุกูล หรือพระครูกิตติ รองเจ้าอาวาสวัดกุฎีทองได้ถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจกองปราบปรามจับกุมไปแล้ว เรื่องจึงแดงขึ้นมา และเป็นเหตุให้พระภาวนาพรหมคุณ หรือหลวงพ่อเมตตา เจ้าอาวาสวัดกุฎีทองได้มีหนังสือสั่งการให้ถอดถอนออกจากตำแหน่งฯและให้ย้ายออกจากวัดกุฎีทอง กลับไปยังวัดสังกัดเดิมภายในวันที่ ๒๖ กรกฎาคมนี้ จากการตรวจสอบยังไม่พบพระที่มีรายชื่ออยู่โดยกุฏิ จึงได้นำคำสั่งปิดไว้ที่ประตูกุฏิของพระสงฆ์ที่มีรายชื่อ ขณะที่พระสงฆ์ที่มีรายชื่อบางรูปได้ขนย้ายสิ่งของออกไปจากวัดกุฎีทองบ้างแล้ว

keyboard_arrow_up