เด็กต่ำกว่า 2 ปีเล่นแท็บเล็ต มีผลทำให้พัฒนาการช้า!? (ชัวร์หรือ?)

เป็นเหตุการณ์ที่เราพบอยู่เป็นประจำในครอบครัวยุคนี้ คือเมื่อลูกเล็กงอแง พ่อแม่ก็แก้ปัญหาง่ายๆ โดยการให้แท็บเล็ต โทรศัพท์มือถือให้ลูกเล่นเกม ท่องอินเทอร์เน็ต หรือเปิดโทรทัศน์ให้ลูกดู ซึ่งในเรื่องนี้มีข่าวลือกันมาว่า การให้เด็กต่ำกว่า 2 ขวบเล่นอินเทอร์เน็ต แท็บเล็ต หรือโซเชียลมีเดียต่างๆ จะทำให้เด็กสมาธิสั้น! ซึ่งจะจริงแท้อย่างไร ตามไปถามแพทย์ผู้เชี่ยวชาญกันดีกว่า รศ.นพ. อดิศักดิ์ ผลิตผลการพิมพ์ กุมารแพทย์ คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดลได้คอนเฟิร์มกับทางรายการ “ชัวร์นะแม่ อย่างแชร์มั่ว” แล้ว ว่าเรื่องนี้  “ชัวร์แม่น √” การให้เด็กต่ำกว่า 2 ปีเล่นแท็บเล็ตมีผลทำให้เด็กมีพัฒนาการที่ช้ากว่าปกติจริง มีงานวิจัยทั้งในและต่างประเทศยืนยันว่า การให้เด็กต่ำกว่า 2 ขวบเล่นแท็บเล็ต ส่งผลต่อทำให้เด็กมีพัฒนาการที่ช้าได้ โดยพบว่ามีผลเสียทั้งสิ้น 4 ข้อด้วยกัน คือ หนึ่งมีพฤติกรรมแยกตัว ขาดปฏิสัมพันธ์กับคนรอบข้าง ก้าวร้าวไม่อยู่นิ่ง เพราะว่ามีใจจ่ออยู่กับแท็บเล็ต สองคือทำให้เด็กขาดสมาธิ ไม่มีใจจดจ่อกับกิจกรรมที่ต้องใช้สมาธิหรือสมองในการแก้ปัญหา ทำให้เกิดสมาธิสั้นได้ สามคือทักษะการพูดและการสื่อสารพัฒนาได้ช้า เพราะการเล่นแท็บเล็ตลดโอกาสในการพัฒนาทักษะด้านการสื่อสารแบบตัวต่อตัวของเด็ก และสี่คือมีปัญหาต่อคุณภาพการนอนหลับ ทำให้เด็กนอนฝันร้าย หรือนอนไม่หลับ ซึ่งมีผลทำลายการทำงานของเซลล์ประสาท ส่งผลระยะยาวไปถึงตอนโตได้ กิจกรรมที่ควรส่งเสริมให้เด็กทำคือการเล่นกับพ่อแม่ มีปฏิสัมพันธ์ต่อกันและกัน สื่อสารผ่านการกระทำและดวงตา ในกรณีเด็กอายุต่ำกว่า 2 ปีควรงดการเล่นเครื่องมือสื่อสารอย่างเด็ดขาด ในเด็ก […]

ลือกันว่ากิน ‘มะม่วง’ ทำให้อ้วน จริงป่ะ !?

ใครที่อยากผอมหรือกำลังอยู่ในช่วงลดน้ำหนัก คงหลีกเลี่ยงอาหารจำพวกแป้งและไขมัน หันนมาทานผักผลไม้แทน แล้วข่าวแชร์ที่ว่า ‘กินมะม่วงแล้วอ้วน!’ นี่มันยังไงกันแน่ มะม่วงก็เป็นผลไม้ไม่ใช่เหรอ!? ตามไปถามความจริงจากผู้เชี่ยวชาญกันดีกว่า ภัททิรา ประชาภิญโญ นักกำหนดอาหาร โรงพยาบาลเปาโล พหลโยธิน ได้คอนเฟิร์มกับทางรายการ “ชัวร์นะแม่ อย่างแชร์มั่ว” แล้ว ว่าเรื่องนี้  “ชัวร์แม่น √” การกินมะม่วงทำให้อ้วนได้จริง ในผลไม้ทุกชนิดมีปริมาณแคลอรี่ที่แตกต่างกัน ต้องเลือกทานในจำนวนที่พอเหมาะกับที่ตัวเองต้องการ ถ้าทานในปริมาณที่เยอะมากก็ทำให้อ้วนได้ โดยเฉพาะในกรณีที่งดอาหารอื่นแล้วทานผลไม้เพียงอย่างเดียว ร่างกายจะได้รับเพียงน้ำตาลจากผลไม้ ไม่ได้สารอาหารอย่างอื่น ซึ่งถือเป็นวิธีลดน้ำหนักที่ผิด เมื่อเทียบกันระหว่างมะม่วงสุก และมะม่วงดิบนั้น ทั้งสองชนิดให้ปริมาณคาร์โบไฮเดรทที่เท่ากัน แต่ประเภทวิตามินที่ได้รับจะต่างกัน มะม่วงดิบนั้นจะมีวิตามินซีสูง ในขณะที่มะม่วงสุกจะมีวิตามินเอสูง ในกรณีที่ทานมะม่วงดิบ ร่างกายก็จะใช้เวลาในการดูดซึมสารอาหารที่นานมากกว่า แต่ถ้าเป็นมะม่วงสุดสามารถดูดซึมได้ทันที โดยปริมาณที่เหมาะสมในการทานมะม่วงคือครึ่งลูก ต่อการทาน 1 ครั้ง ในหนึ่งวันสามารถทานได้ 3 ครั้ง ไม่ควรทานพร้อมกันในครั้งเดียว เพราะร่างกายจะได้รับน้ำตาลพร้อมกันมากเกินไป ผลไม้ประเภทอื่นๆ ที่มีน้ำตาลสูงคือทุเรียน ผลไม้ประเภทเม็ดเล็กๆ เช่น ลำไย ลองกอง องุ่น สตรอเบอรี่ แต่ทุกคนควรทานผลไม้เป็นประจำทุกวันเพื่อให้ร่างกายได้รับวิตามินที่เหมาะสม โดยทานหลังอาหารประมาณครึ่งชั่วโมง เพื่อรอให้อาหารย่อยเสียก่อน ร่วมไขความลับข่าวแชร์ทางโซเชียลผ่านรุ่นแม่ขี้แชร์กับรุ่นลูกขี้เบรก และนักสืบโซเชียลสุดแซ่บ มาลุ้นไปพร้อมๆ กันข่าวไหนจะแชร์มั่ว หรือข่าวไหนจะชัวร์แม่น […]

กินยาแก้ปวดพร่ำเพรื่อ เสี่ยงไตเสื่อมถึงตายได้ !? (ชัวร์หรือ?)

ยาแก้ปวด ถือเป็นยาพื้นฐานสามัญประจำบ้านที่ทุกคนต้องมีติดบ้านและติดตัวไว้ หากมีอาการปวดหัวตัวร้อนก็หยิบกินได้สะดวก แล้วข่าวแชร์ที่ว่า ‘กินยาแก้ปวดพร่ำเพรื่อ เสี่ยงไตเสื่อมถึงตายได้’ นี่จะจริงหรือไม่? ตามนักสืบโซเชียลไปสอบถามแพทย์ผู้เชียวชาญให้ชัวร์ๆ กันไปเลย นายแพทย์สิทธิโชค หทัยสงวน แพทย์ประจำสาขาอายุรกรรมโรคไต โรงพยาบาลเปาโล สมุทรปราการ ได้คอนเฟิร์มกับทางรายการ “ชัวร์นะแม่ อย่างแชร์มั่ว” แล้ว ว่าเรื่องนี้  “ชัวร์แม่น √” การกินยาแก้ปวดพร่ำเพรื่อทำให้เสี่ยงไตเสื่อมได้จริง การกินยาแก้ปวดในกลุ่ม เอ็นเสด เช่น ยาแก้ปวดประจำเดือน สามารถเพิ่มความเสี่ยงการเกิดไตวายเฉียบพลันได้ ในกรณีที่กินเข้าไปในปริมาณที่มาก ติดต่อกันเป็นะยะเวลานานเกินไป คือกินติดต่อกันเกิน 7 วัน หรือ 1 สัปดาห์ หากมีการทานยาและอาการยังไม่ทุเลาก็ควรเดินทางไปพบแพทย์จะเป็นทางที่ดีที่สุด ซึ่งยาแทบทุกชนิดล้วนมีผลข้างเคียงต่ออวัยวะภายในร่างกาย บางชนิดอาจมีผลต่อตับ บางชนิดอาจมีผลต่อไต อย่างยาแก้ปวดยอดฮิตอย่าง พาราเซตามอล อยู่ในกลุ่มยาแก้ปวดอีกประเภท ซึ่งมีความปลอดภัยในระดับ แต่ถ้าหากกินในปริมาณมากและนานเกินไปก็ส่งผลเสียต่อตับได้เช่่นกัน สำหรับภาวะไตวายในระยะแรก จะไม่แสดงอาการใดๆ ต้องใช้การเจาะเลือดตรวจจึงจะพบ แต่ถ้าหากเป็นมากแล้วจะมีอาการปัสสาวะออกน้อยลง ขาบวม ปัสสาวะเป็นเลือด เป็นต้น ร่วมไขความลับข่าวแชร์ทางโซเชียลผ่านรุ่นแม่ขี้แชร์กับรุ่นลูกขี้เบรก และนักสืบโซเชียลสุดแซ่บ มาลุ้นไปพร้อมๆ กันข่าวไหนจะแชร์มั่ว หรือข่าวไหนจะชัวร์แม่น ในรายการ ชัวร์นะแม่อย่าแชร์มั่ว ทุกวันจันทร์-ศุกร์ เวลา 18.35 น. ทางอมรินทร์ทีวี 34

จริงไหม!? กินเม็ดบัวช่วยแก้อาการท้องเสียได้

อีกหนึ่งวิธีแก้อาการท้องเสียโดยไม่ใช้ยาเคมี! กับข่าวที่แชร์ๆ กันมาว่า “การกินเม็ดบัวช่วยแก้อาการท้องเสียได้” ซึ่งจะจริงหรือไม่นั้น ตามนักสืบโซเชียลไปยืนยันคำตอบจากผู้เชี่ยวชาญกันเลยจ้า คุณปัฐมาพร หงษ์สุวรรณ นักกำหนดอาหารวิชาชีพ โรงพยาบาลพญาไท 2  ได้คอนเฟิร์มกับทางรายการ “ชัวร์นะแม่ อย่างแชร์มั่ว” แล้ว ว่าเรื่องนี้  “ชัวร์แม่น √” การกินเม็ดบัวสามารถแก้อาการท้องเสียได้จริง! ทั้งตำราสมุนไพรไทยและสมุนไพรจีน ต่างบอกเป็นเสียงเดียวกันว่า ‘เม็ดบัว’ สามาถช่วยแก้อาการท้องเสียได้จริง เนื่องจากในเม็ดบัว มีสารกลุ่มที่มีฤทธิ์ที่สามารถหยุดอาการท้องเสียได้ สำหรับจำนวนในการทานให้ออกฤทธิ์นั้น ขึ้นอยู่กับสภาพร่างกายของแต่ละคน โดยอาจลองทานในปริมาณสัก 1 กำมือก่อน สาเหตุของอาการท้องเสีย โดยทั่วๆ ไปเกิดจากการทานอาหารที่ไม่สะอาด ทำให้เกิดการติดเชื้อในระบบทางเดินอาหาร เกิดจากภาวะที่ลำไส้ดูดซึมสารอาหารบกพร่อง จากการทานยาบางชนิดหรือผลข้างเคียงจากการได้รับการฉายแสงบริเวณลำไส้ เมื่อมีอาการท้องเสียแล้ว เราควรหลีกเลี่ยงอาหารประเภทนม อาหารที่มีกากใยสูง เช่น ผักหรือผลไม้ เพราะจะไปกระตุ้นให้ลำไส้ทำงานหนักมากขึ้นส่งผลให้มีอาการท้องเสียมากขึ้นได้ ร่วมไขความลับข่าวแชร์ทางโซเชียลผ่านรุ่นแม่ขี้แชร์กับรุ่นลูกขี้เบรก และนักสืบโซเชียลสุดแซ่บ มาลุ้นไปพร้อมๆ กันข่าวไหนจะแชร์มั่ว หรือข่าวไหนจะชัวร์แม่น ในรายการ ชัวร์นะแม่อย่าแชร์มั่ว ทุกวันจันทร์-ศุกร์ เวลา 18.35 น. ทางอมรินทร์ทีวี 34

งดอาหารเย็น…ทำให้แก่ช้า! (ชัวร์เหรอ ?)

หลายคนคงทราบว่าการงดหรือลดอาหารเย็นเป็นหนึ่งในหนทางการลดน้ำหนัก แต่สำหรับข่าวแชร์นี้ การงดอาหารเย็นสามารถช่วยทำให้แก่ช้าลงได้อีกด้วย! ซึ่งจะจริงแท้อย่างไร ตามนักสืบโซเชียลไปสอบถามกับแพทย์ผู้เชี่ยวชาญกันดีกว่า แพทย์หญิงอญิญญา โพธิพันธ์ แพทย์ประจำสาขาอายุรกรรมผิวหนัง โรงพยาบาลเปาโล สมุทรปราการ ได้คอนเฟิร์มกับทางรายการ “ชัวร์นะแม่ อย่างแชร์มั่ว” แล้ว ว่าเรื่องนี้ “ชัวร์แม่น √” การงดอาหารเย็น ทำให้แก่ช้าลงได้จริง! แต่!! ก่อนที่จะงดอาหารเย็นกันนั้น คุณหมอย้ำว่าความเชื่อนี้ยังไม่มีผลวิจัยที่แน่นอน แต่ตามความเชื่อของทางด้านเวชศาสร์ชะลอวัยนั้น (Anti Aging) มีผลการวิจัยที่มีขอสมมติฐานว่าการลดปริมาณแคลอรี่ต่อวัน หรือการอดอาหารบางมื้อ จะช่วลทำให้แก่ช้าลงได้จริง และในแต่ละคนก็มีปัจจัยที่ทำให้การอดอาหารแสดงผลแตกต่างกันไป ไม่ว่าจะเป็นเรื่องอายุ ภาวะต่างๆ ในร่างกาย โรคประจำตัวแฝง หรือมีภาวะขาดโภชนาการอยู่เป็นทุนเดิม จากกรณีเหล่านี้ การอดอาหารหรือลดแคลอรี่ลงอย่างรวดเร็ว อาจไม่ใช่หนทางที่เหมาะ และอาจมีผลกระทบต่อร่างกายในระยะยาวได้ ดังนั้นควรมีการปรึกษาแพทย์ก่อนว่าสภาพร่างกายของตนเองเหมาะกับการอดหรือลดอาหารหรือไม่ ในเบื้องต้นหากยังไม่ได้มีการปรึกษาแพทย์ ก็สามารถหาดัชนีมวลกาย (BMI) หาปริมาณแคลอรี่ที่เหมาะสมในแต่ละวันของตนเอง และพยายามจำกัดไม่ให้ร่างกายได้รับปริมาณแคลอรี่เกินจำนวนที่เหมาะสม ร่วมไขความลับข่าวแชร์ทางโซเชียลผ่านรุ่นแม่ขี้แชร์กับรุ่นลูกขี้เบรก และนักสืบโซเชียลสุดแซ่บ มาลุ้นไปพร้อมๆ กันข่าวไหนจะแชร์มั่ว หรือข่าวไหนจะชัวร์แม่น ในรายการ ชัวร์นะแม่อย่าแชร์มั่ว ทุกวันจันทร์-ศุกร์ เวลา 18.35 น. ทางอมรินทร์ทีวี 34

‘ดื่มกาแฟดำ ทำให้อายุยืน’ แชร์มั่ว หรือ ชัวร์แม่น?

คนกินกาแฟเป็นประจำคงหลุดยิ้มกันเลย กับข่าวแชร์ที่ว่า “การดื่มกาแฟดำทำให้อายุยืน!” แต่ใครที่ไม่ดื่มกาแฟ และได้ยินข่าวนี้เข้า ก่อนจะไปหากาแฟมาดื่มนั้น ตามนักสืบโซเชียลไปถามผู้เชี่ยวชาญเพื่อยืนยันกันว่า ข่าวนี้ แชร์มั่ว? หรือ ชัวร์แม่น? คุณปัฐมาพร หงษ์สุวรรณ นักกำหนดอาหารวิชาชีพ โรงพยาบาลพญาไท 2 ได้คอนเฟิร์มไว้ในรายการ “ชัวร์นะแม่ อย่าแชร์มั่ว” แล้วว่าข่าวนี้  “ชัวร์แม่น √” การดื่มกาแฟช่วยให้อายุยืนขึ้นจริง! เมื่อไม่นานมานี้ มีผลการศึกษา 2 ชิ้นที่พบว่า การดื่มกาแฟช่วยให้อายุยืนขึ้นจริง โดยทดลองกับคนกว่าแสนคน และติดตามผลนานกว่า 16 ปี ซึ่งในกาแฟมีสารประกอบหลักๆ คือคาเฟอีน ที่ทำให้ร่างกายกระปรี้กระเปร่า สดชื่น และมีสารต้านอนุมูลอิสระอยู่ด้วย ซึ่งส่วนนี้นี่เอง ที่อาจเป็นส่วนช่วยทำให้อายุยืนขึ้น แต่การทานกาแฟให้ได้ประโยชน์ที่สุดคือ กาแฟดำ ที่ไม่เติมน้ำตาลหรือครีม เพราะไม่เช่นนั้นจะยิ่งทำร้ายร่างกายมากขึ้นกว่าเดิม เนื่องจากทำให้ร่างกายได้รับน้ำตาลมาขึ้น อาจส่งผลทำให้เกิดเบาหวาน ไขมันในเลือดสูง หรือภาวะอ้วนได้ โดยปริมาณที่เหมาะสมของการทานคาเฟอีนคือ 400 มิลลิกรัมต่อวัน หรือเท่ากับกาแฟ 2 แก้ว หากทานมากไปจะทำให้เกิดภาวะใจสั่น หัวใจเต้นเร็วผิดปกติได้ อย่างไรก็ตาม ผู้ที่กำลังตั้งครรภ์ หรือคุณแม่ที่กำลังให้นมลูก ควรหลีกเลี่ยงการทานกาแฟไปก่อน เพราะสารจากกาแฟอาจส่งผ่านทางเส้นเลือดไปหาลูกได้ […]

นอนดึกเสี่ยงโรคหัวใจ!? แชร์มั่ว หรือ ชัวร์แม่น ?

กองงานที่ต้องเคลียร์ รายการโทรทัศน์น่าดู หรือการท่องโลกอินเตอร์เน็ต ปัจจัยต่างๆ ในชีวิตประจำวันที่ทำให้ใครหลายคนกว่าจะได้นอนก็ดึกดื่นเที่ยงคืนไปแล้ว และกลายเป็นนิสัยที่แก้ได้ยากในที่สุด แล้วข่าวแชร์ที่ว่า “นอนดึกเสี่ยงเป็นโรคหัวใจ” จะช่วยเป็นอีกแรงจูงใจให้หันมารักสุขภาพ นอนแต่หัวค่ำได้สำเร็จรึเปล่า ตามนักสืบโซเชียลไปหาคำตอบกัน พญ.กิติยวดี พิริยะพงษ์ แพทย์อายุรกรรมหัวใจและหลอดเลือด โรงพยาบาลเปาโล สมุทรปราการ ได้คอนเฟิร์มกับทางรายการ “ชัวร์นะแม่ อย่างแชร์มั่ว” แล้ว ว่าเรื่องนี้  “ชัวร์แม่น √” การนอนดึก ทำให้มีความเสี่ยงต่อการเกิดโรคหัวใจได้จริง  จากการศึกษาที่ผ่านมาพบว่า การนอนน้อยกว่า 7 ชั่วโมงต่อคืน มีความเสี่ยงต่อการเกิดโรคหัวใจ และยังพบอีกว่าในคนที่อายุน้อยกว่า 60 ปี หากนอนน้อยกว่า 5 ชั่วโมงจะเพิ่มความเสี่ยงนี้เป็น 2 เท่าเลยทีเดียว! นอกจากการนอนดึกแล้ว ปัจจัยเสี่ยงที่จะทำให้เกิดโรคหัวใจมีหลายอย่างด้วยกัน เช่น โรคประจำต่างๆ อย่างเบาหวาน ความดันโลหิตสูง ไขมันในเลือดสูง คนที่สูบบุหรี่ คนที่มีภาวะอ้วน ภาวะเครียด อาการตรวจของโรคหัวใจด้วยตัวเอง ทำได้โดยสังเกตว่า เรารู้สึกเจ็บหน้าอก เหมือนมีอะไรทับอยู่หรือไม่ หรือมีอาการ เหงื่อแตก ใจสั่น บางคนก็เจ็บลามไปยังบริเวณไหล่ กราม หรือลำคอ หรือมีอาการเหนื่อยง่ายด้วย โดยส่วนมากจะพบว่าผู้ชายเป็นโรคหัวใจมากกว่า […]

ปวดประจำเดือน ยาคุมช่วยได้! (ชัวร์หรือ?)

เป็นปัญหากวนใจรายเดือนของผู้หญิงแทบทุกคนกับการ ปวดประจำเดือน แล้วข่าวแชร์ที่ว่า “การกินยาคุมช่วยลดอาการปวดประจำเดือน” นี่จะจริงหรือเปล่านะ? ตามนักสืบโซเชียลไปถามจากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญกันจ้า พล.ร.ต.นพ.โซ่สกุล บุณยะวิโรจ สูตินรีแพทย์ ผู้เชี่ยวชาญด้านมะเร็งนารีเวชและผ่าตัดผ่านกล้อง เวชศาสตร์ครอบครัว โรงพยาบาลพญาไท 1ได้คอนเฟิร์มกับทางรายการ “ชัวร์นะแม่ อย่างแชร์มั่ว” แล้ว ว่าเรื่องนี้  “ชัวร์แม่น √” การกินยาคุมช่วยลดอาการปวดประจำเดือนได้จริง  ก่อนอื่นเราต้องมาทำความใจกันก่อนว่า อาการปวดประจำเดือนนั้นมีอยู่หลายชนิด อย่างแรกเรียกชนิดปฐมภูมิ คือ มีอาการปวดมาตั้งแต่เริ่มมีประจำเดือน ปวดเท่าๆ เดิม มีลักษณะปวดแบบบีบๆ แบบนี้เป็นอาการปวดประจำเดือนที่เป็นธรรมชาติ การทานยาคุมก็จะช่วยลดอาการเหล่านี้ได้ แต่ในบางกรณีที่การปวดประจำเดือดเกิดจาสาเหตุอื่น เช่น เนื้องอกมดลูก มีสิ่งแปลกปลอมอยู่ในโพรงมดลูกอย่างห่วงคุมกำเนิด หรือติ่งเนื้อต่างๆ การทานยาคุมไม่สามารถลดอาการปวดได้นะจ้ะ ทั้งนี้ยาคุมกำเนิดมีประโยชน์มากมายนอกจากป้องกันการตั้งครภ์ เช่นลดการปวดประจำเดือน อาจทำให้ประจำเดือนมาน้อยลงใช้ในคนที่มีประจำเดือนมาเยอะมากๆ ลดปัญหาเรื่องเหยื่อบุมดลูกเจริญผิดที่ และหากมีการกินยาคุมกำเนิดต่อเนื่อง 3-5 ปี อาจช่วยลดความเสี่ยงเรื่องมะเร็งโพรงมดลูก กับมะเร็งรังไข่ได้ด้วย ยาคุมกำเนิด แบ่งเป็นสองประเภท คือ ประเภทที่มีแค่ฮอร์โมนโปรเจสเตอโรน กับประเภทที่มีฮอร์โมนโปรเจสเตอโรนและเอสโตรเจน โดยนิยมใช้ประเภทหลังมากกว่า สามารถกดอาการตกไข่ ป้องกันการตั้งครรภ์ แต่ในขณะเดียวกันก็มีโทษด้วย เช่น ห้ามใช้ในผู้ที่มีอาการหลอดเลือดอุดตัน มีก้อนที่เต้านมเพราะอาจไปกระตุ้นให้เกิดมะเร็งเต้านมได้ และมีผลต่อการเกิดเนื้องอกมดลูกได้ แต่จะให้ปลอดภัยที่สุดควรเลี่ยงการใช้ยาไปเลย อาจใช้กระเป๋าน้ำร้อน หรือการออกกำลังกายแทน […]

ใช้น้ำมะนาวมาส์กหน้า ทำให้ผิวขาวใส (ชัวร์หรือ?)

แชร์กันมาอีกแล้วสำหรับสูตรเรื่องความสวยความงาม แล้วข่าวที่ว่า “มาส์กหน้าด้วยน้ำมะนาวจะทำให้ผิวขาวใส” นี่มันจะจริงหรือเปล่า? ทำแล้วจะรู้สึกแสบหน้า หรือเป็นการทำร้ายผิวหรือไม่? ตามนักสืบโซเชียลไปสอบถามข้อมูลจากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญกัน พญ.ปิยมาศ สิงห์วาหะนนท์ แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านตจวิทยา และเลเซอร์ผิวหนัง รพ.พญาไท 2 ได้คอนเฟิร์มกับทางรายการ “ชัวร์นะแม่ อย่างแชร์มั่ว” แล้ว ว่าเรื่องนี้  “ชัวร์แม่น √” การมาส์กหรือเช็ดหน้าด้วยน้ำมะนาวจะทำให้ผิวหน้าของเราขาวใสขึ้นได้จริง  ในน้ำมะนาวจะมีกรดซิตริก (Citric Acid) ซึ่งจัดเป็นหนึ่งในชนิดของกรดแอลฟาไฮดรอกซี (Alpha Hydroxy Acid) หรือที่เราคุ้นหูกันในชื่อ AHA นั่นเอง โดยกรดซิตริกนี้ จะมีฤทธิ์แยกการเกาะจับกันของเซลล์ผิวหนัง หรือเรียกง่ายๆ ว่าการผลัดเซลล์ผิว เกิดขึ้นที่ผิวหนังชั้นนอกสุดซึ่งเป็นผิวหนังที่ตายแล้ว หรือผิวหนังชั้นขี้ไคล เมื่อผิวหนังชั้นนอกนี้หลุดออกไป ก็จะเผยให้เห็นเซลล์ผิวใหม่ที่กระจ่างใสขึ้น แต่การมาส์กด้วยมะนาวก็มีข้อควรระวังอยู่บ้าง เพราะเมื่อผลัดเซลล์ผิวออกไปแล้วจะทำให้หน้าแดงง่าย และไวต่อแสงแดดมากขึ้น ดังนั้นหลังทำมาส์กหรือผลัดเซลล์ผิวด้วย AHA ชนิดต่างๆ ควรจะใช้ผลิตภัณฑ์กันแดด และไม่ควรทำบ่อยๆ และหากต้องออกแดดเป็นประจำ ก็ควรจะงดการทำมาส์กเหล่านี้ไว้ก่อน ร่วมไขความลับข่าวแชร์ทางโซเชียลผ่านรุ่นแม่ขี้แชร์กับรุ่นลูกขี้เบรก และนักสืบโซเชียลสุดแซ่บ มาลุ้นไปพร้อมๆ กันข่าวไหนจะแชร์มั่ว หรือข่าวไหนจะชัวร์แม่น ในรายการ ชัวร์นะแม่อย่าแชร์มั่ว ทุกวันจันทร์-ศุกร์ เวลา 18.35 น. ทางอมรินทร์ทีวี 34

ใช้กระดาษซับมันยิ่งทำให้หน้ามัน แชร์มั่ว หรือ ชัวร์แม่น ??

ผิวหน้ามันเหนอะหนะระหว่างวัน คงเป็นปัญหาระดับชาติสำหรับหนุ่มสาวผิวมันทั้งหลาย จนหลายคนต้องพกกระดาษซับมันเป็นอวัยวะที่ 33 กันเลยทีเดียว แล้วข่าวแชร์ที่ว่า “ใช้กระดาษซับมันยิ่งทำให้หน้ามัน” ที่ทำคนผิวมันเบรกกันแทบไม่ทันนั้น ซึ่งจะจริงหรือไม่นั้น แพทย์ผู้เชี่ยวชาญมีคำตอบ! พญ.ปิยมาศ สิงห์วาหะนนท์ แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านตจวิทยา และเลเซอร์ผิวหนัง รพ.พญาไท 2 ได้คอนเฟิร์มกับทางรายการ “ชัวร์นะแม่ อย่างแชร์มั่ว” แล้ว ว่าเรื่องนี้  “ชัวร์แม่น √” เพราะการใช้กระดาษซับมัน ก็จะยิ่งทำให้ผิวผลิตน้ำมันออกมามากขึ้นเพื่อชดเชย กลายเป็นว่าผิวของเราจะมันมากขึ้นกว่าเดิมนั่นเอง  ไขมันที่ผิวหน้าของคนเรามาจาก 2 แหล่งด้วยกัน คือ สร้างจากต่อมน้ำมัน เรียกว่า ซีบัม เป็นน้ำมันที่ร่างกายของมนุษย์ทุกคนสร้างขึ้นโดยธรรมชาติ แหล่งที่สองมาจากไขมันที่อยู่ระหว่างเซลล์ผิวหนังส่วนชั้นนอกสุด โดยไขมันเหล่านี้ จะทำหน้าที่เหมือนเป็นเกราะป้องกันผิว ป้องกันไม่ให้น้ำระเหยออก ขณะเดียวกันก็ป้องกันไม่ให้เชื้อโรค สิ่งแปลกปลอมต่างๆ เข้ามาทำร้ายผิวเช่นกัน ซึ่งการใช้กระดาษซับน้ำมันเหล่านี้ออกไปนั้น ผิวหนังจะจับได้ว่าความมันบนใบหน้าลดลง ก็จะสร้างน้ำมันขึ้นมาเพิ่มเพื่อทดแทน กลายเป็นว่า ยิ่งซับหน้ายิ่งมัน เพราะสมดุลผิวเสียไปเรียบร้อยแล้วนั่นเอง แต่ถ้าหน้ามันมากจริงๆ คุณหมอบอกว่า ควรซับแค่วันละครั้งก็เพียงพอแล้ว วิธีลดความมันบนใบหน้านั้น อันดับแรก เราต้องทราบสภาพผิวที่แน่ชัดของตัวเองก่อน ถ้ารู้ตัวว่าเป็นคนผิวมันก็อาจไม่จำเป็นต้องใช้ผลิตภัณฑ์ในกลุ่มเพิ่มความชุ่มชื้นเลย และใช้ผลิตภัณฑ์สำหรับผิวมันโดยเฉพาะ จนกระทั่งรู้สึกว่าผิวมันน้อยลงก็ให้เปลี่ยนมาใช้ผลิตภัณฑ์ที่มีฤทธิ์อ่อนลง เพราะถ้าใช้ผลิตภัณฑ์สำหรับผิวมันต่อไปก็จะเกิดเป็นกรณีเดียวกับกระดาษซับมัน คือไปกระตุ้นให้ผิวผลิตน้ำมันออกมามากกว่าเดิมจนผิวเสียสมดุล และอาจกลายเป็นผิวที่ทั้งมันทั้งแห้งปนกันได้ ร่วมไขความลับข่าวแชร์ทางโซเชียลผ่านรุ่นแม่ขี้แชร์กับรุ่นลูกขี้เบรก […]

ส่งภาพดอกไม้สวัสดีตอนเช้า ละเมิดลิขสิทธิ์!! (ชัวร์หรือ?)

สต็อคภาพในโทรศัพท์มือถือของเรา หรือคุณพ่อ คุณแม่ และญาติผู้ใหญ่คงสั่นกันรัวๆ กับข่าวแชร์ที่ว่า “ส่งภาพดอกไม้สวัสดีตอนเช้า ละเมิดลิขสิทธิ์!!” ซึ่งจะ แชร์มั่ว หรือ ชัวร์แม่น ตามนักสืบโซเชียลไปหาคำตอบกับผู้เชี่ยวชาญกันเลย! ทนายสงกานต์ อัจฉริยะทรัพย์ ประธานเครือข่ายต่อต้านการบ่อนทำลายชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ ยืนยันกับทางรายการ “ชัวร์นะแม่ อย่างแชร์มั่ว” แล้ว ว่าเรื่องนี้  “ชัวร์แม่น √” เพราะการนำภาพที่ผู้อื่นได้สร้างสรรค์ไว้ไปดัดแปลงโดยไม่ได้รับอนุญาตินั้นถือเป็นการละเมิดลิขสิทธิ์ ภาพดอกไม้ ที่มีการนำข้อความสวัสดีวันจันทร์ สวัสดีวันอื่นๆ หรือข้อความคำคมต่างๆ ที่เรามักจะเห็นแชร์ต่อกันในทุกๆ วัน โดยเฉพาะในกรุ้ปไลน์นั้น ถือเป็นภาพละเมิดลิขสิทธิ ทรัพย์สินทางปัญญาของเจ้าของภาพ โดยการนำภาพที่ผู้อื่นถ่ายหรือสร้างสรรค์ขึ้นมาตัดต่อ เอาเครดิทออก หรือดัดแปลงโดยการแปะข้อความ เจ้าของภาพสามารถฟ้องร้องเรียกค่าเสียหายได้ ซึ่งหากเป็นภาพที่มาจากช่างภาพที่มีชื่อเสียง อาจฟ้องร้องเรียกเงินได้เป็นจำนวนหลายล้านเลยทีเดียว แต่หลายคนอาจบอกว่า ก็ไม่ได้เป็นคนทำภาพขึ้นมาเองนี่นา แค่เซฟแล้วส่งต่อกันในคนรู้จักเฉยๆ กรณีนี้ก็ยังถือว่ามีความผิด เพราะถือเป็นสนับสนุนให้มีการกระทำความผิด แต่ไม่ต้องตกใจกลัวกันไป หากเราทำไปเป็นเพราะไม่ทราบว่าภาพนั้นผิดลิขสิทธิ์ หากโดนฟ้อง ศาลจะดูที่เจตนา ถ้าไม่ตั้งใจจริงๆ ก็เป็นเหตุผลที่ใช้โต้แย้งได้ แต่เพื่อให้ปลอดภัย 100% ไปเลย ก็เลือกใช้ภาพที่ตัวเองถ่าย วาด หรือทำขึ้นมาเองจะดีที่สุดนะจ้ะ ร่วมไขความลับข่าวแชร์ทางโซเชียลผ่านรุ่นแม่ขี้แชร์กับรุ่นลูกขี้เบรก และนักสืบโซเชียลสุดแซ่บ มาลุ้นไปพร้อมๆ กันข่าวไหนจะแชร์มั่ว หรือข่าวไหนจะชัวร์แม่น ในรายการ ชัวร์นะแม่อย่าแชร์มั่ว ทุกวันจันทร์-ศุกร์ […]

นั่งไขว่ห้าง เสี่ยงเส้นเลือดขอด มั่วหรือแม่น??

คงเป็นอีกข่าวแชร์ที่ทำเอาสาวๆ หรืออาจจะเป็นหนุ่มๆ ที่ชื่นชอบการ “นั่งไขว่ห้าง” เสียงสันหลังวาบๆ กับ “นั่งไขว่ห่างเสี่ยงเส้นเลือดขอด” ซึ่งจะ แชร์มั่ว หรือ ชัวร์แม่น นั้น นักสืบโซเชียลได้หาคำตอบจากนายแพทย์ผู้เชี่ยวชาญมาแล้ว! ผศ.นพ. ภิเษก บุญธรรม แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านศัลยศาสร์หลอดเลือด รพ.พญาไท 2 ยืนยันกับทางายการ “ชัวร์นะแม่ อย่างแชร์มั่ว” แล้ว ว่าเรื่องนี้  “ชัวร์แม่น √” เพราะว่าการนั่งไขว่ห้างนั้นจะทำให้เลือดที่กำลังจะไหลกลับไปที่หัวใจ ไหลกลับได้น้อยลง ทำให้การทำงานของหลอดเลือดดำมีปัญหาได้ ได้ยินแบบนี้ สาวๆ คงเริ่มอยากจะคงโอดโอยกัน เพราะการนั่งไขว่ห้างนอกจากจะสบายแล้วยังทำให้บุลคลิดดูดีอีกด้วยนี่นา! แต่คุณหมอบอกว่า หากนั่งเพียงชั่วคราวก็ยังสามารถทำได้ แค่ไม่ควรนั่งไขว่ห้างติดต่อกันนานเกิน 1-2 ชั่วโมง เพราะจะเริ่มส่งผลต่อการไหลของเลือดแล้วนั่นเอง เมื่อเส้นเลือดขอดเกิดขึ้นแล้ว จะให้เรารู้สึกปวดเมื่อย โดยเฉพาะในเวลากลางคืน และอาจมีอาการเป็นตะคริวร่วมด้วย สำหรับวิธีการรักษา ต้องเริ่มจากเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมก่อน หากต้องยืนหรือนั่งทำงานนิ่งๆ ต่อกันเป็นเวลานาน ก็ควรลุกออกไปเดินเล่นบ้าง หรือการใส่ถุงน่องความดันเพื่อช่วยรักษาเส้นเลือดขอด หากเป็นหนักๆ คือเส้นเลือดขอดเกิดเป็นเส้นขด ก็ต้องไปหาแพทย์ผู้เชี่่ยวชาญ เพื่อตรวจดูว่ามีอาการหลอดเลือดรั่วร่วมด้วยหรือไม่ ซึ่งถ้ารั่วก็ต้องรักษาโดยการผ่าตัดเลยทีเดียว โอ้มายก็อด! เป็นโรคใกล้ตัวที่อันตรายไม่ใช่เล่นเลย ร่วมไขความลับข่าวแชร์ทางโซเชียลผ่านรุ่นแม่ขี้แชร์กับรุ่นลูกขี้เบรก และนักสืบโซเชียลสุดแซ่บ มาลุ้นไปพร้อมๆ […]

ป้อนกล้วยเด็กก่อน 6 เดือน…เสี่ยงตาย!! (ชัวร์หรือ?)

เชื่อว่าพวกเราแทบทุกคน คงได้เคยลิ้มลองรสชาติของ “กล้วยน้ำว้าบด” กันมาตั้งแต่แบเบาะ แล้วข่าวแชร์ที่ว่า “ป้อนกล้วยเด็กอายุก่อน 6 เดือน เสี่ยงตาย” นี่มันยังไงกันแน่!? ตามนักสืบไปถามแพทย์ผู้เชี่ยวชาญกัน ว่าข่าวนี้จะ “แชร์มั่ว” หรือ “ชัวร์แม่น” ???? พญ. อุรารมย์ พันธุมะผล กุมารแพทย์ทารกแรกเกิดและปริกำเนิด โรงพยาบาลพญาไท 1 ได้คอนเฟิร์มไว้ในรายการ “ชัวร์นะแม่ อย่าแชร์มั่ว” แล้วว่าข่าวนี้ “ชัวร์แม่น √” สาเหตุที่ห้ามไม่ให้เด็กวัยก่อน 6 เดือน ทานกล้วยบดนั้นเพราะว่าลำไส้ของทารกยังบีบตัวได้ไม่ดี แถมยังไม่มีเอนไซม์บางชนิดในการย่อยกล้วย และอาจทำให้เกิดทางเดินหายใจอุดตันได้ เนื่องจากการกลืนและหายใจยังไม่สัมพันธ์กันดีนัก ถ้าเข้าไปติดในหลอดลมก็อาจทำให้เด็กขาดอากาศหายใจได้ และยังพบว่าเด็กที่กินกล้วยก่อนอายุ 6 เดือน อาจมีภาวะลำไส้อุดตัน บ้างรุนแรงจนถึงขั้นเสียชีวิต บ้างก็ต้องมานอนสอดสายเพื่อระบายลมออก ให้ลำไส้หายอุดตัน ซึ่งหากไม่หายก็ต้องมีการผ่าตัด นอกจากนี้ การทานกล้วยบดจะทำให้เด็กขาดอาหาร เพราะเด็กแรกเกิดถึง 6 เดือน ควรได้รับน้ำนมแม่เป็นอาหารเท่านั้น ซึ่งหากไม่ใช่นมแม่ก็อาจเป็นนมนมผสมก็ได้ โดยการดื่มนมแม่ เด็กไม่ต้องการอาหารอย่างอื่นเลย แม้กระทั่งการดื่มน้ำ เพราะในน้ำนมแม่มีปริมาณน้ำที่เพียงพอแล้ว แต่ในนมผสม เด็กอาจดื่มน้ำเปล่าได้บ้างเล็กน้อย คุณหมอยังได้ให้คำแนะนำสำหรับพ่อแม่ที่มีลูกอ่อน ว่า นมแม่เนี่ยแหละ […]

ใช้อลูมิเนียมฟอยล์ปรุงอาหารเป็นอันตราย!!! (ชัวร์เหรอ?)

เป็นอีกเรื่องที่ถูกแชร์ต่อๆ กันมากับ “การอลูมิเนียมฟอยล์ปรุงอาหารเป็นอันตรายต่อร่างกาย” แต่ถ้าเราไปเดินตลาดก็จะเจอเจ้าอลูมิเนียมฟอยล์นี้ถูกใช้ในการปรุงอาหารเต็มไปหมด ตกลงเรื่องนี้มันจริงแท้ยังไงกันแน่ จะ “แชร์มั่ว” หรือ “ชัวร์แม่น” นักสืบโซเชียลจะไปตามเสาะหาความจริงจากผู้เชี่ยวชาญมาให้เอง คุณนวพร พราหมณพันธุ์ นักกำหนดอาหารวิชาชีพ โรงพยาบาลพญาไท 1 ได้ยืนยันในรายการ ชัวร์นะแม่อย่าแชร์มั่ว ไว้แล้วว่า ข่าวนี้ “ชัวร์แม่น √” อลูมิเนียมฟอยล์นั้นไม่ควรใช้ในการปรุงอาหาร เพราะว่าเวลาที่ฟอยล์ได้รับความร้อนมากๆ เป็นเวลานาน จะละลายและทำให้อลูมิเนียมออกมาปนเปื้อนกับอาหารได้ ซึ่งส่งผลทำให้ร่างกายได้รับในจำนวนมากกว่าที่ต้องการ ซึ่งอลูมิเนียมจะมีผลในการขับแคลเซียลในร่างกายของเรา ส่งผลต่อเรื่องกระดูกพรุน โดยเฉพาะผู้ที่ขาดแคลเซียมอยู่แล้วยิ่งต้องระวัง แต่ถ้าเป็นอันตราย ทำไมเรายังเห็นอลูมิเนียมฟอยล์ขายกันอยู่ทั่วไป? ผู้เชี่ยวชาญบอกว่าการนำเอามาห่ออาหารที่ปรุงเสร็จแล้วเฉยๆ ถือว่าทำได้ ไม่เป็นอันตราย เพราะความร้อนของอาหารไม่ได้ร้อนจัดในระดับที่ทำให้อลูมิเนียมละลายออกมาปนเปื้อนกับอาหารได้ ซึ่งอลูมิเนียมฟอยล์เป็นผลิตภัณฑ์ที่เหมาะแก่การใช้ห่ออาหารมากกว่าปรุง เพราะจะช่วยเก็บความร้อนได้ดีและช่วยไม่ให้กลิ่นภายนอกมาสัมผัสกับอาหารอีกด้วย ร่วมไขความลับข่าวแชร์ทางโซเชียลผ่านรุ่นแม่ขี้แชร์กับรุ่นลูกขี้เบรก และนักสืบโซเชียลสุดแซ่บ มาลุ้นไปพร้อมๆ กันข่าวไหนจะแชร์มั่ว หรือข่าวไหนจะชัวร์แม่น ในรายการ ชัวร์นะแม่อย่าแชร์มั่ว ทุกวันจันทร์-ศุกร์ เวลา 18.35 น. ทางอมรินทร์ทีวี 34

การนอนกรน เสี่ยงตาย!! มั่วหรือแม่น ?

ใครหลายๆ คนที่มีอาการนอนกรนหรือมีคนใกล้ตัวที่นอนกรน คงกังวลใจไม่น้อยกับข่าวแชร์ที่ว่า การนอนกรน เสี่ยงทำให้ตายได้ !? ซึ่งข่าวนี้จะ “แชร์มั่ว” หรือ “ชัวร์แม่น” นักสืบโซเชียลจะไปเสาะหาความจริงจากคุณหมอมาให้ทราบเอง นพ.พลพร อภิวัฒนเสวี แพทย์ หู คอ จมูกประจำศูนย์ตรวจการนอนหลับแพทย์ศาสตร์บัณฑิต เฉลยไว้ในรายการ ชัวร์นะแม่อย่าแชร์มั่ว แล้วว่าข่าวนี้ “ชัวร์แม่น √” เป็นเรื่องจริง 100%!! เนื่องจากภาวะนอนกรนนั้นเกิดขึ้นเนื่องจากทางเดินหายใจของเรามีการอุดตันแล้วบางส่วน ซึ่งอาจเกิดจากการที่ไขมันส่วนเกินเข้าไปอุดตัน เป็นการเตือนว่าร่างกายกำลังขาดอากาศหายใจ นับว่าเป็นสัญญาณสุขภาพที่อันตรายเลยทีเดียว ภาวะการกรนนั้น แบ่งเป็น 2 ประเภท คือกรนแบบหยุดหายใจ และกรนแบบไม่หยุดหายใจ นอกจากการนอนกรนก็จะมีอาการอื่นแสดงด้วย เช่น เวลานอนเต็มอิ่มแล้วยังมีอาการง่วงระหว่างวัน หรือความดันโลหิตสูงแม้อายุยังน้อย ในการแก้ไขเบื้องต้นนั้น สามารถทำได้โดยการฝึกนอนในท่าตะแคงเพื่อให้สามารถหายใจได้สะดวกมากขึ้น อาจใช้หมอนหนุนหลังไว้เพื่อทำให้นอนหงายได้ยาก ซึ่งถ้าหากเป็นการกรนแบบหยุดหายใจ แสดงว่าทางเดินหายใจของเราตีบมากแล้ว ควรไปพบแพทย์เพื่อตรวจให้ละเอียด หาว่าโครงสร้างทางเดินหายใจส่วนใดที่อุดตันจะได้แก้ไขได้ถูกต้องและทันเวลา ร่วมไขความลับข่าวแชร์ทางโซเชียลผ่านรุ่นแม่ขี้แชร์กับรุ่นลูกขี้เบรก และนักสืบโซเชียลสุดแซ่บ มาลุ้นไปพร้อมๆ กันข่าวไหนจะแชร์มั่ว หรือข่าวไหนจะชัวร์แม่น ในรายการ ชัวร์นะแม่อย่าแชร์มั่ว ทุกวันจันทร์-ศุกร์ เวลา 18.35 น. ทางอมรินทร์ทีวี 34

น้ำอัดลม ถ้าดื่มบ่อยๆ จะทำให้อายุสั้น !!!

เขาแชร์กันมาว่า น้ำอัดลม ที่เราดื่มกันอยู่ทุกวันนี้ ถ้าดื่มบ่อยๆ จะทำให้อายุสั้น !!! มันจะจริงอย่างที่เขาแชร์กันมาหรือไม่ ตามนักสืบโซเชียลไปถามคุณหมอเลยดีกว่า ข่าวนี้ “แชร์มั่ว” หรือ “ชัวร์แม่น” คะคุณหมอ…….???

ชาร์จไปด้วยเล่นไปด้วย ระวังมือถือระเบิด (ชัวร์หรอ?)

อีกหนึ่งข่าวแชร์เตือนภัยเกี่ยวกับเรื่องชาร์จมือถือที่ว่า ชาร์จไปด้วยเล่นไปด้วย เสี่ยงมือถือระเบิด!! ข่าวนี้จะ “แชร์มั่ว” หรือ “ชัวร์แม่น” ไปถามอาจารย์ให้ชัวร์กันเลย

เม็ดแมงลัก อีกหนึ่งทางเลือกของการลดน้ำหนัก !!!

แน่นอนว่าสาวๆ หลายคนต้อง อยากผอม !!! และตาโตทุกทีที่เลื่อนฟีดแล้วเจอข่าวแชร์ในโซเชียลมีเดียว่า…สิ่งนั้นทานแล้วดี สิ่งนี้ทานแล้วผอม คราวนี้ถึงคิวข่าวแชร์ที่ว่า เม็ดแมงลัก สามารถลดความอ้วนได้ ข่าวนี้จะ “แชร์มั่ว” หรือ “ชัวร์แม่น” ตามนักสืบโซเชียลไปถามคุณหมอแบบชัวร์ๆ กันเลยค่า

keyboard_arrow_up