เด็กต่ำกว่า 2 ปีเล่นแท็บเล็ต มีผลทำให้พัฒนาการช้า!? (ชัวร์หรือ?)

เป็นเหตุการณ์ที่เราพบอยู่เป็นประจำในครอบครัวยุคนี้ คือเมื่อลูกเล็กงอแง พ่อแม่ก็แก้ปัญหาง่ายๆ โดยการให้แท็บเล็ต โทรศัพท์มือถือให้ลูกเล่นเกม ท่องอินเทอร์เน็ต หรือเปิดโทรทัศน์ให้ลูกดู ซึ่งในเรื่องนี้มีข่าวลือกันมาว่า การให้เด็กต่ำกว่า 2 ขวบเล่นอินเทอร์เน็ต แท็บเล็ต หรือโซเชียลมีเดียต่างๆ จะทำให้เด็กสมาธิสั้น! ซึ่งจะจริงแท้อย่างไร ตามไปถามแพทย์ผู้เชี่ยวชาญกันดีกว่า รศ.นพ. อดิศักดิ์ ผลิตผลการพิมพ์ กุมารแพทย์ คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดลได้คอนเฟิร์มกับทางรายการ “ชัวร์นะแม่ อย่างแชร์มั่ว” แล้ว ว่าเรื่องนี้  “ชัวร์แม่น √” การให้เด็กต่ำกว่า 2 ปีเล่นแท็บเล็ตมีผลทำให้เด็กมีพัฒนาการที่ช้ากว่าปกติจริง มีงานวิจัยทั้งในและต่างประเทศยืนยันว่า การให้เด็กต่ำกว่า 2 ขวบเล่นแท็บเล็ต ส่งผลต่อทำให้เด็กมีพัฒนาการที่ช้าได้ โดยพบว่ามีผลเสียทั้งสิ้น 4 ข้อด้วยกัน คือ หนึ่งมีพฤติกรรมแยกตัว ขาดปฏิสัมพันธ์กับคนรอบข้าง ก้าวร้าวไม่อยู่นิ่ง เพราะว่ามีใจจ่ออยู่กับแท็บเล็ต สองคือทำให้เด็กขาดสมาธิ ไม่มีใจจดจ่อกับกิจกรรมที่ต้องใช้สมาธิหรือสมองในการแก้ปัญหา ทำให้เกิดสมาธิสั้นได้ สามคือทักษะการพูดและการสื่อสารพัฒนาได้ช้า เพราะการเล่นแท็บเล็ตลดโอกาสในการพัฒนาทักษะด้านการสื่อสารแบบตัวต่อตัวของเด็ก และสี่คือมีปัญหาต่อคุณภาพการนอนหลับ ทำให้เด็กนอนฝันร้าย หรือนอนไม่หลับ ซึ่งมีผลทำลายการทำงานของเซลล์ประสาท ส่งผลระยะยาวไปถึงตอนโตได้ กิจกรรมที่ควรส่งเสริมให้เด็กทำคือการเล่นกับพ่อแม่ มีปฏิสัมพันธ์ต่อกันและกัน สื่อสารผ่านการกระทำและดวงตา ในกรณีเด็กอายุต่ำกว่า 2 ปีควรงดการเล่นเครื่องมือสื่อสารอย่างเด็ดขาด ในเด็ก […]

ลือกันว่ากิน ‘มะม่วง’ ทำให้อ้วน จริงป่ะ !?

ใครที่อยากผอมหรือกำลังอยู่ในช่วงลดน้ำหนัก คงหลีกเลี่ยงอาหารจำพวกแป้งและไขมัน หันนมาทานผักผลไม้แทน แล้วข่าวแชร์ที่ว่า ‘กินมะม่วงแล้วอ้วน!’ นี่มันยังไงกันแน่ มะม่วงก็เป็นผลไม้ไม่ใช่เหรอ!? ตามไปถามความจริงจากผู้เชี่ยวชาญกันดีกว่า ภัททิรา ประชาภิญโญ นักกำหนดอาหาร โรงพยาบาลเปาโล พหลโยธิน ได้คอนเฟิร์มกับทางรายการ “ชัวร์นะแม่ อย่างแชร์มั่ว” แล้ว ว่าเรื่องนี้  “ชัวร์แม่น √” การกินมะม่วงทำให้อ้วนได้จริง ในผลไม้ทุกชนิดมีปริมาณแคลอรี่ที่แตกต่างกัน ต้องเลือกทานในจำนวนที่พอเหมาะกับที่ตัวเองต้องการ ถ้าทานในปริมาณที่เยอะมากก็ทำให้อ้วนได้ โดยเฉพาะในกรณีที่งดอาหารอื่นแล้วทานผลไม้เพียงอย่างเดียว ร่างกายจะได้รับเพียงน้ำตาลจากผลไม้ ไม่ได้สารอาหารอย่างอื่น ซึ่งถือเป็นวิธีลดน้ำหนักที่ผิด เมื่อเทียบกันระหว่างมะม่วงสุก และมะม่วงดิบนั้น ทั้งสองชนิดให้ปริมาณคาร์โบไฮเดรทที่เท่ากัน แต่ประเภทวิตามินที่ได้รับจะต่างกัน มะม่วงดิบนั้นจะมีวิตามินซีสูง ในขณะที่มะม่วงสุกจะมีวิตามินเอสูง ในกรณีที่ทานมะม่วงดิบ ร่างกายก็จะใช้เวลาในการดูดซึมสารอาหารที่นานมากกว่า แต่ถ้าเป็นมะม่วงสุดสามารถดูดซึมได้ทันที โดยปริมาณที่เหมาะสมในการทานมะม่วงคือครึ่งลูก ต่อการทาน 1 ครั้ง ในหนึ่งวันสามารถทานได้ 3 ครั้ง ไม่ควรทานพร้อมกันในครั้งเดียว เพราะร่างกายจะได้รับน้ำตาลพร้อมกันมากเกินไป ผลไม้ประเภทอื่นๆ ที่มีน้ำตาลสูงคือทุเรียน ผลไม้ประเภทเม็ดเล็กๆ เช่น ลำไย ลองกอง องุ่น สตรอเบอรี่ แต่ทุกคนควรทานผลไม้เป็นประจำทุกวันเพื่อให้ร่างกายได้รับวิตามินที่เหมาะสม โดยทานหลังอาหารประมาณครึ่งชั่วโมง เพื่อรอให้อาหารย่อยเสียก่อน ร่วมไขความลับข่าวแชร์ทางโซเชียลผ่านรุ่นแม่ขี้แชร์กับรุ่นลูกขี้เบรก และนักสืบโซเชียลสุดแซ่บ มาลุ้นไปพร้อมๆ กันข่าวไหนจะแชร์มั่ว หรือข่าวไหนจะชัวร์แม่น […]

ห้ามกิน ‘น้ำแข็งยูนิต’ เพราะผสมฟอร์มาลีน! (ชัวร์หรือ?)

ในประเทศที่อากาศร้อนมากอย่างประเทศไทย การทานน้ำเย็นๆ คงเป็นเรื่องปกติที่ห้ามกันไม่ได้ แล้วข่าวแชร์ที่ว่า ‘น้ำแข็งยูนิตมีการผสมฟอร์มาลีนเป็นอันตรายต่อร่างกายได้’ นี่จะชัวร์หรือมั่วนิ่ม ตามไปถามความจริงจากผู้เชี่ยวชาญกันดีกว่า ปัฐมาพร หงษ์สุวรรณ นักกำหนดอาหารวิชาชีพ ได้คอนเฟิร์มกับทางรายการ “ชัวร์นะแม่ อย่างแชร์มั่ว” แล้ว ว่าเรื่องนี้  “แชร์มั่ว X” น้ำแข็งยูนิตไม่ได้มีการผสมฟอร์มาลีนเพื่อรักษาความเย็นแต่อย่างใด ข่าวลือนี้อาจมีที่มาจากความเชื่อที่ว่าใส่ฟอร์มาลีน หรือที่เรารู้จักกันในชื่อของน้ำยาดองศพ เข้าไปในน้ำแข็งแล้วจะทำให้ละลายได้ช้า สามารถรักษาความเย็นของน้ำแข็งได้เหมือนกับการรักษาสภาพของศพ แต่แท้จริงแล้วฟอร์มาลีนที่ใช้ในการรักษาศพเพราะมีผลทำให้โปรตีนในร่างกายแข็งตัว ส่งผลให้ศพไม่เน่าเปื่อย ซึ่งหมายความว่าฟอร์มาลีนไม่มีผลอะไรกับน้ำธรรมดา ไม่ได้ทำให้เย็นขึ้นหรือแข็งตัวได้นานขึ้นแต่อย่างใด แต่ถ้ายังสงสัยเรื่องสารปนเปื้ินในน้ำแข็ง ให้สังเกตว่าน้ำแข็งที่มีสารปนเปื้อนจะมีลักษณะสีข่าวขุ่น ไม่ขาวใสแบบปกติที่เราทานกัน แต่ในน้ำแข็งทั่วไปแม้ไม่มีสารเคมีผสมอยู่ แต่สามารถปนเปื้อนสิ่งสกปรกได้จากการใช้น้ำหรือการขนส่งที่ไม่สะอาด ดังนั้นควรเลือกทานอย่างระวัง ร่วมไขความลับข่าวแชร์ทางโซเชียลผ่านรุ่นแม่ขี้แชร์กับรุ่นลูกขี้เบรก และนักสืบโซเชียลสุดแซ่บ มาลุ้นไปพร้อมๆ กันข่าวไหนจะแชร์มั่ว หรือข่าวไหนจะชัวร์แม่น ในรายการ ชัวร์นะแม่อย่าแชร์มั่ว ทุกวันจันทร์-ศุกร์ เวลา 18.35 น. ทางอมรินทร์ทีวี 34

กินยาแก้ปวดพร่ำเพรื่อ เสี่ยงไตเสื่อมถึงตายได้ !? (ชัวร์หรือ?)

ยาแก้ปวด ถือเป็นยาพื้นฐานสามัญประจำบ้านที่ทุกคนต้องมีติดบ้านและติดตัวไว้ หากมีอาการปวดหัวตัวร้อนก็หยิบกินได้สะดวก แล้วข่าวแชร์ที่ว่า ‘กินยาแก้ปวดพร่ำเพรื่อ เสี่ยงไตเสื่อมถึงตายได้’ นี่จะจริงหรือไม่? ตามนักสืบโซเชียลไปสอบถามแพทย์ผู้เชียวชาญให้ชัวร์ๆ กันไปเลย นายแพทย์สิทธิโชค หทัยสงวน แพทย์ประจำสาขาอายุรกรรมโรคไต โรงพยาบาลเปาโล สมุทรปราการ ได้คอนเฟิร์มกับทางรายการ “ชัวร์นะแม่ อย่างแชร์มั่ว” แล้ว ว่าเรื่องนี้  “ชัวร์แม่น √” การกินยาแก้ปวดพร่ำเพรื่อทำให้เสี่ยงไตเสื่อมได้จริง การกินยาแก้ปวดในกลุ่ม เอ็นเสด เช่น ยาแก้ปวดประจำเดือน สามารถเพิ่มความเสี่ยงการเกิดไตวายเฉียบพลันได้ ในกรณีที่กินเข้าไปในปริมาณที่มาก ติดต่อกันเป็นะยะเวลานานเกินไป คือกินติดต่อกันเกิน 7 วัน หรือ 1 สัปดาห์ หากมีการทานยาและอาการยังไม่ทุเลาก็ควรเดินทางไปพบแพทย์จะเป็นทางที่ดีที่สุด ซึ่งยาแทบทุกชนิดล้วนมีผลข้างเคียงต่ออวัยวะภายในร่างกาย บางชนิดอาจมีผลต่อตับ บางชนิดอาจมีผลต่อไต อย่างยาแก้ปวดยอดฮิตอย่าง พาราเซตามอล อยู่ในกลุ่มยาแก้ปวดอีกประเภท ซึ่งมีความปลอดภัยในระดับ แต่ถ้าหากกินในปริมาณมากและนานเกินไปก็ส่งผลเสียต่อตับได้เช่่นกัน สำหรับภาวะไตวายในระยะแรก จะไม่แสดงอาการใดๆ ต้องใช้การเจาะเลือดตรวจจึงจะพบ แต่ถ้าหากเป็นมากแล้วจะมีอาการปัสสาวะออกน้อยลง ขาบวม ปัสสาวะเป็นเลือด เป็นต้น ร่วมไขความลับข่าวแชร์ทางโซเชียลผ่านรุ่นแม่ขี้แชร์กับรุ่นลูกขี้เบรก และนักสืบโซเชียลสุดแซ่บ มาลุ้นไปพร้อมๆ กันข่าวไหนจะแชร์มั่ว หรือข่าวไหนจะชัวร์แม่น ในรายการ ชัวร์นะแม่อย่าแชร์มั่ว ทุกวันจันทร์-ศุกร์ เวลา 18.35 น. ทางอมรินทร์ทีวี 34

จริงไหม!? กินเม็ดบัวช่วยแก้อาการท้องเสียได้

อีกหนึ่งวิธีแก้อาการท้องเสียโดยไม่ใช้ยาเคมี! กับข่าวที่แชร์ๆ กันมาว่า “การกินเม็ดบัวช่วยแก้อาการท้องเสียได้” ซึ่งจะจริงหรือไม่นั้น ตามนักสืบโซเชียลไปยืนยันคำตอบจากผู้เชี่ยวชาญกันเลยจ้า คุณปัฐมาพร หงษ์สุวรรณ นักกำหนดอาหารวิชาชีพ โรงพยาบาลพญาไท 2  ได้คอนเฟิร์มกับทางรายการ “ชัวร์นะแม่ อย่างแชร์มั่ว” แล้ว ว่าเรื่องนี้  “ชัวร์แม่น √” การกินเม็ดบัวสามารถแก้อาการท้องเสียได้จริง! ทั้งตำราสมุนไพรไทยและสมุนไพรจีน ต่างบอกเป็นเสียงเดียวกันว่า ‘เม็ดบัว’ สามาถช่วยแก้อาการท้องเสียได้จริง เนื่องจากในเม็ดบัว มีสารกลุ่มที่มีฤทธิ์ที่สามารถหยุดอาการท้องเสียได้ สำหรับจำนวนในการทานให้ออกฤทธิ์นั้น ขึ้นอยู่กับสภาพร่างกายของแต่ละคน โดยอาจลองทานในปริมาณสัก 1 กำมือก่อน สาเหตุของอาการท้องเสีย โดยทั่วๆ ไปเกิดจากการทานอาหารที่ไม่สะอาด ทำให้เกิดการติดเชื้อในระบบทางเดินอาหาร เกิดจากภาวะที่ลำไส้ดูดซึมสารอาหารบกพร่อง จากการทานยาบางชนิดหรือผลข้างเคียงจากการได้รับการฉายแสงบริเวณลำไส้ เมื่อมีอาการท้องเสียแล้ว เราควรหลีกเลี่ยงอาหารประเภทนม อาหารที่มีกากใยสูง เช่น ผักหรือผลไม้ เพราะจะไปกระตุ้นให้ลำไส้ทำงานหนักมากขึ้นส่งผลให้มีอาการท้องเสียมากขึ้นได้ ร่วมไขความลับข่าวแชร์ทางโซเชียลผ่านรุ่นแม่ขี้แชร์กับรุ่นลูกขี้เบรก และนักสืบโซเชียลสุดแซ่บ มาลุ้นไปพร้อมๆ กันข่าวไหนจะแชร์มั่ว หรือข่าวไหนจะชัวร์แม่น ในรายการ ชัวร์นะแม่อย่าแชร์มั่ว ทุกวันจันทร์-ศุกร์ เวลา 18.35 น. ทางอมรินทร์ทีวี 34

งดอาหารเย็น…ทำให้แก่ช้า! (ชัวร์เหรอ ?)

หลายคนคงทราบว่าการงดหรือลดอาหารเย็นเป็นหนึ่งในหนทางการลดน้ำหนัก แต่สำหรับข่าวแชร์นี้ การงดอาหารเย็นสามารถช่วยทำให้แก่ช้าลงได้อีกด้วย! ซึ่งจะจริงแท้อย่างไร ตามนักสืบโซเชียลไปสอบถามกับแพทย์ผู้เชี่ยวชาญกันดีกว่า แพทย์หญิงอญิญญา โพธิพันธ์ แพทย์ประจำสาขาอายุรกรรมผิวหนัง โรงพยาบาลเปาโล สมุทรปราการ ได้คอนเฟิร์มกับทางรายการ “ชัวร์นะแม่ อย่างแชร์มั่ว” แล้ว ว่าเรื่องนี้ “ชัวร์แม่น √” การงดอาหารเย็น ทำให้แก่ช้าลงได้จริง! แต่!! ก่อนที่จะงดอาหารเย็นกันนั้น คุณหมอย้ำว่าความเชื่อนี้ยังไม่มีผลวิจัยที่แน่นอน แต่ตามความเชื่อของทางด้านเวชศาสร์ชะลอวัยนั้น (Anti Aging) มีผลการวิจัยที่มีขอสมมติฐานว่าการลดปริมาณแคลอรี่ต่อวัน หรือการอดอาหารบางมื้อ จะช่วลทำให้แก่ช้าลงได้จริง และในแต่ละคนก็มีปัจจัยที่ทำให้การอดอาหารแสดงผลแตกต่างกันไป ไม่ว่าจะเป็นเรื่องอายุ ภาวะต่างๆ ในร่างกาย โรคประจำตัวแฝง หรือมีภาวะขาดโภชนาการอยู่เป็นทุนเดิม จากกรณีเหล่านี้ การอดอาหารหรือลดแคลอรี่ลงอย่างรวดเร็ว อาจไม่ใช่หนทางที่เหมาะ และอาจมีผลกระทบต่อร่างกายในระยะยาวได้ ดังนั้นควรมีการปรึกษาแพทย์ก่อนว่าสภาพร่างกายของตนเองเหมาะกับการอดหรือลดอาหารหรือไม่ ในเบื้องต้นหากยังไม่ได้มีการปรึกษาแพทย์ ก็สามารถหาดัชนีมวลกาย (BMI) หาปริมาณแคลอรี่ที่เหมาะสมในแต่ละวันของตนเอง และพยายามจำกัดไม่ให้ร่างกายได้รับปริมาณแคลอรี่เกินจำนวนที่เหมาะสม ร่วมไขความลับข่าวแชร์ทางโซเชียลผ่านรุ่นแม่ขี้แชร์กับรุ่นลูกขี้เบรก และนักสืบโซเชียลสุดแซ่บ มาลุ้นไปพร้อมๆ กันข่าวไหนจะแชร์มั่ว หรือข่าวไหนจะชัวร์แม่น ในรายการ ชัวร์นะแม่อย่าแชร์มั่ว ทุกวันจันทร์-ศุกร์ เวลา 18.35 น. ทางอมรินทร์ทีวี 34

‘ดื่มกาแฟดำ ทำให้อายุยืน’ แชร์มั่ว หรือ ชัวร์แม่น?

คนกินกาแฟเป็นประจำคงหลุดยิ้มกันเลย กับข่าวแชร์ที่ว่า “การดื่มกาแฟดำทำให้อายุยืน!” แต่ใครที่ไม่ดื่มกาแฟ และได้ยินข่าวนี้เข้า ก่อนจะไปหากาแฟมาดื่มนั้น ตามนักสืบโซเชียลไปถามผู้เชี่ยวชาญเพื่อยืนยันกันว่า ข่าวนี้ แชร์มั่ว? หรือ ชัวร์แม่น? คุณปัฐมาพร หงษ์สุวรรณ นักกำหนดอาหารวิชาชีพ โรงพยาบาลพญาไท 2 ได้คอนเฟิร์มไว้ในรายการ “ชัวร์นะแม่ อย่าแชร์มั่ว” แล้วว่าข่าวนี้  “ชัวร์แม่น √” การดื่มกาแฟช่วยให้อายุยืนขึ้นจริง! เมื่อไม่นานมานี้ มีผลการศึกษา 2 ชิ้นที่พบว่า การดื่มกาแฟช่วยให้อายุยืนขึ้นจริง โดยทดลองกับคนกว่าแสนคน และติดตามผลนานกว่า 16 ปี ซึ่งในกาแฟมีสารประกอบหลักๆ คือคาเฟอีน ที่ทำให้ร่างกายกระปรี้กระเปร่า สดชื่น และมีสารต้านอนุมูลอิสระอยู่ด้วย ซึ่งส่วนนี้นี่เอง ที่อาจเป็นส่วนช่วยทำให้อายุยืนขึ้น แต่การทานกาแฟให้ได้ประโยชน์ที่สุดคือ กาแฟดำ ที่ไม่เติมน้ำตาลหรือครีม เพราะไม่เช่นนั้นจะยิ่งทำร้ายร่างกายมากขึ้นกว่าเดิม เนื่องจากทำให้ร่างกายได้รับน้ำตาลมาขึ้น อาจส่งผลทำให้เกิดเบาหวาน ไขมันในเลือดสูง หรือภาวะอ้วนได้ โดยปริมาณที่เหมาะสมของการทานคาเฟอีนคือ 400 มิลลิกรัมต่อวัน หรือเท่ากับกาแฟ 2 แก้ว หากทานมากไปจะทำให้เกิดภาวะใจสั่น หัวใจเต้นเร็วผิดปกติได้ อย่างไรก็ตาม ผู้ที่กำลังตั้งครรภ์ หรือคุณแม่ที่กำลังให้นมลูก ควรหลีกเลี่ยงการทานกาแฟไปก่อน เพราะสารจากกาแฟอาจส่งผ่านทางเส้นเลือดไปหาลูกได้ […]

ใส่ยกทรงนอน เสี่ยงเป็นมะเร็งเต้านม! (ชัวร์หรือ??)

มาอีกแล้วกับข่าวเตือนภัยสาวๆ กับข่าวแชร์ที่ว่า “ใส่ยกทรงนอน เสี่ยงเป็นมะเร็งเต้านม” ที่ก่อนจะเป็นกังวลกันไป ตามนักสืบโซเชียลไปสอบถามแพทย์ผู้เชี่ยวชาญให้ชัวร์ๆ ไปเลยดีกว่า นพ.โกมล ปรีชาสนองกิจ แพทย์หัวหน้าศูนย์รักษ์เต้านม รพ. พญาไท 2 ได้คอนเฟิร์มกับทางรายการ “ชัวร์นะแม่ อย่างแชร์มั่ว” แล้ว ว่าเรื่องนี้  “แชร์มั่ว X” การใส่ยกทรงนอนไม่มีผลต่อการเสี่ยงเป็นมะเร็งเต้านมแต่อย่างใด หลายคนอาจเข้าใจว่าการใส่ยกทรงอาจเป็นการรัดหน้าอก ทำให้เลือดลมไปเลี้ยงได้ไม่ดี แต่แท้จริงแล้วไม่ได้ส่งผลอะไร แต่สาวๆ ควรเลือกยกทรงให้เหมาะกับขนาดของหน้าอกเพราะจะทำให้ใส่สบายมากขึ้น ส่วนความแตกต่างระหว่างยกทรงมีโครงเหล็ก หรือไม่มีโครงนั้น ก็ไม่ส่งผลต่อมะเร็งเต้านมเช่นเดียวกัน ในการสังเกตมะเร็งเต้านมด้วยตัวเองนั้น ให้เริ่มจากการดูว่าหน้าอกทั้งสองข้างขนาดเท่ากันหรือไม่ เวลายกแขนขึ้นไม่เกิดรอยบุ๋มที่เต้านม ไม่เป็นผื่นหรือแผลที่บริเวณฐานหัวนม ไม่มีคราบน้ำไหลออกจากหัวนม หรือสามารถตรวจสอบด้วยการคลำ เช่น ยกแขนซ้ายให้ตึงแล้วใช้มือขวาคลำหาก้อนขนาดประมาณ 1-1.5 ซม.บริเวณเต้านมซ้าย ทำสลับกัน หากพบก้อนเนื้อ หรือสงสัยว่าตัวเองจะเป็นมะเร็งเต้านม ควรเข้าพบแพทย์เพื่อเจาะเอาชิ้นเนื้อมาตรวจสอบยืนยันก่อน จึงจะเริ่มทำการรักษาต่อไป โดยเริ่มจากการผ่าตัด หากอยู่ในขั้นที่ทำการผ่าตัดไม่ได้ก็จะทำการรักษาด้วยเคมีบำบัด ร่วมไขความลับข่าวแชร์ทางโซเชียลผ่านรุ่นแม่ขี้แชร์กับรุ่นลูกขี้เบรก และนักสืบโซเชียลสุดแซ่บ มาลุ้นไปพร้อมๆ กันข่าวไหนจะแชร์มั่ว หรือข่าวไหนจะชัวร์แม่น ในรายการ ชัวร์นะแม่อย่าแชร์มั่ว ทุกวันจันทร์-ศุกร์ เวลา 18.35 น. ทางอมรินทร์ทีวี 34

นอนดึกเสี่ยงโรคหัวใจ!? แชร์มั่ว หรือ ชัวร์แม่น ?

กองงานที่ต้องเคลียร์ รายการโทรทัศน์น่าดู หรือการท่องโลกอินเตอร์เน็ต ปัจจัยต่างๆ ในชีวิตประจำวันที่ทำให้ใครหลายคนกว่าจะได้นอนก็ดึกดื่นเที่ยงคืนไปแล้ว และกลายเป็นนิสัยที่แก้ได้ยากในที่สุด แล้วข่าวแชร์ที่ว่า “นอนดึกเสี่ยงเป็นโรคหัวใจ” จะช่วยเป็นอีกแรงจูงใจให้หันมารักสุขภาพ นอนแต่หัวค่ำได้สำเร็จรึเปล่า ตามนักสืบโซเชียลไปหาคำตอบกัน พญ.กิติยวดี พิริยะพงษ์ แพทย์อายุรกรรมหัวใจและหลอดเลือด โรงพยาบาลเปาโล สมุทรปราการ ได้คอนเฟิร์มกับทางรายการ “ชัวร์นะแม่ อย่างแชร์มั่ว” แล้ว ว่าเรื่องนี้  “ชัวร์แม่น √” การนอนดึก ทำให้มีความเสี่ยงต่อการเกิดโรคหัวใจได้จริง  จากการศึกษาที่ผ่านมาพบว่า การนอนน้อยกว่า 7 ชั่วโมงต่อคืน มีความเสี่ยงต่อการเกิดโรคหัวใจ และยังพบอีกว่าในคนที่อายุน้อยกว่า 60 ปี หากนอนน้อยกว่า 5 ชั่วโมงจะเพิ่มความเสี่ยงนี้เป็น 2 เท่าเลยทีเดียว! นอกจากการนอนดึกแล้ว ปัจจัยเสี่ยงที่จะทำให้เกิดโรคหัวใจมีหลายอย่างด้วยกัน เช่น โรคประจำต่างๆ อย่างเบาหวาน ความดันโลหิตสูง ไขมันในเลือดสูง คนที่สูบบุหรี่ คนที่มีภาวะอ้วน ภาวะเครียด อาการตรวจของโรคหัวใจด้วยตัวเอง ทำได้โดยสังเกตว่า เรารู้สึกเจ็บหน้าอก เหมือนมีอะไรทับอยู่หรือไม่ หรือมีอาการ เหงื่อแตก ใจสั่น บางคนก็เจ็บลามไปยังบริเวณไหล่ กราม หรือลำคอ หรือมีอาการเหนื่อยง่ายด้วย โดยส่วนมากจะพบว่าผู้ชายเป็นโรคหัวใจมากกว่า […]

ปวดประจำเดือน ยาคุมช่วยได้! (ชัวร์หรือ?)

เป็นปัญหากวนใจรายเดือนของผู้หญิงแทบทุกคนกับการ ปวดประจำเดือน แล้วข่าวแชร์ที่ว่า “การกินยาคุมช่วยลดอาการปวดประจำเดือน” นี่จะจริงหรือเปล่านะ? ตามนักสืบโซเชียลไปถามจากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญกันจ้า พล.ร.ต.นพ.โซ่สกุล บุณยะวิโรจ สูตินรีแพทย์ ผู้เชี่ยวชาญด้านมะเร็งนารีเวชและผ่าตัดผ่านกล้อง เวชศาสตร์ครอบครัว โรงพยาบาลพญาไท 1ได้คอนเฟิร์มกับทางรายการ “ชัวร์นะแม่ อย่างแชร์มั่ว” แล้ว ว่าเรื่องนี้  “ชัวร์แม่น √” การกินยาคุมช่วยลดอาการปวดประจำเดือนได้จริง  ก่อนอื่นเราต้องมาทำความใจกันก่อนว่า อาการปวดประจำเดือนนั้นมีอยู่หลายชนิด อย่างแรกเรียกชนิดปฐมภูมิ คือ มีอาการปวดมาตั้งแต่เริ่มมีประจำเดือน ปวดเท่าๆ เดิม มีลักษณะปวดแบบบีบๆ แบบนี้เป็นอาการปวดประจำเดือนที่เป็นธรรมชาติ การทานยาคุมก็จะช่วยลดอาการเหล่านี้ได้ แต่ในบางกรณีที่การปวดประจำเดือดเกิดจาสาเหตุอื่น เช่น เนื้องอกมดลูก มีสิ่งแปลกปลอมอยู่ในโพรงมดลูกอย่างห่วงคุมกำเนิด หรือติ่งเนื้อต่างๆ การทานยาคุมไม่สามารถลดอาการปวดได้นะจ้ะ ทั้งนี้ยาคุมกำเนิดมีประโยชน์มากมายนอกจากป้องกันการตั้งครภ์ เช่นลดการปวดประจำเดือน อาจทำให้ประจำเดือนมาน้อยลงใช้ในคนที่มีประจำเดือนมาเยอะมากๆ ลดปัญหาเรื่องเหยื่อบุมดลูกเจริญผิดที่ และหากมีการกินยาคุมกำเนิดต่อเนื่อง 3-5 ปี อาจช่วยลดความเสี่ยงเรื่องมะเร็งโพรงมดลูก กับมะเร็งรังไข่ได้ด้วย ยาคุมกำเนิด แบ่งเป็นสองประเภท คือ ประเภทที่มีแค่ฮอร์โมนโปรเจสเตอโรน กับประเภทที่มีฮอร์โมนโปรเจสเตอโรนและเอสโตรเจน โดยนิยมใช้ประเภทหลังมากกว่า สามารถกดอาการตกไข่ ป้องกันการตั้งครรภ์ แต่ในขณะเดียวกันก็มีโทษด้วย เช่น ห้ามใช้ในผู้ที่มีอาการหลอดเลือดอุดตัน มีก้อนที่เต้านมเพราะอาจไปกระตุ้นให้เกิดมะเร็งเต้านมได้ และมีผลต่อการเกิดเนื้องอกมดลูกได้ แต่จะให้ปลอดภัยที่สุดควรเลี่ยงการใช้ยาไปเลย อาจใช้กระเป๋าน้ำร้อน หรือการออกกำลังกายแทน […]

ฝากร้านออนไลน์เสี่ยงถูกฟ้อง!? แชร์มั่ว หรือชัวร์แม่น?

เดี๋ยวนี้การออกไปเดินเลือกซื้อของเองให้เหนื่อย คงเป็นเรื่องที่เอ้าท์ไปแล้ว เพราะด้วยเทคโนโลยีที่ทันสมัย เราทำทุกอย่างผ่านระบบออนไลน์ ใครๆ ก็ช้อปบนอินเทอร์เน็ต หลายคนก็อาศัยช่องทางนี้เปิดร้านค้า หรือหารายได้พิเศษเล็กๆ น้อยๆ เมื่อมีร้านค้ามากขึ้น การแข่งขันก็มากขึ้นตามไปด้วย ช่องทางโซเชียลมีเดียของคนดังทั้งหลายจึงเป็นหนทางที่แม่ค้าออนไลน์เลือกใช้โปรโมทร้านของตนเองกัน แล้วข่าวแชร์ที่ว่า “ฝากร้านออนไลน์เสี่ยงถูกฟ้อง” นี่จะจริงหรือไม่นั้น ตามนักสืบโซเชียลไปสอบถามผู้เชี่ยวชาญกันเลย ทนายสงกานต์ อัจฉริยะทรัพย์ ประธานเครือข่ายต่อต้านการบ่อนทำลายชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ ยืนยันกับทางรายการ “ชัวร์นะแม่ อย่างแชร์มั่ว” แล้ว ว่าเรื่องนี้  “ชัวร์แม่น √”  ถ้าไปฝากร้านจนเจ้าของรำคาญ สามารถฟ้องร้องเอาผิดได้จริง บรรดาเจ้าของร้านค้าออนไลน์ทั้งหลาย หากไปฝากร้านตามอินสตาแกรม หรือโซเชียลมีเดียใดๆ ของผู้อื่น แล้วทำให้เจ้าของเกิดความเดือดร้อน รำคาญใจ เจ้าของแอคเคาท์สามารถแจ้งความกับเจ้าหน้าที่ได้ เพราะถือว่าเป็นความผิด ตาม พรบ.คอมพิวเตอร์ มาตรา 11 ฉบับแก้ไขเพิ่มเติม มีโทษปรับไม่เกิน 200,000 บาท สำหรับเจ้าของโซเชียลมีเดียที่อยากดำเนินคดีนั้น สามารถพริ้นต์ข้อมูลการฝากร้านดังกล่าวจากคอมพิวเตอร์ ก่อนนำไปร้องทุกข์ที่พนักงานสอบสวนในท้องที่ที่เราเปิดดูโซเชียลมีเดียเหล่านี้ จากนั้นตำรวจจะแจ้งไปยังกองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (ปอท.) เพื่อตรวจสอบเจ้าของแอคเคาท์ที่แท้จริงก่อน เพราะที่ผ่านมาก็มีการเอาแอคเค้าท์ที่ไม่ใช่ของตัวเองไปแจ้งความด้วย ก่อนดำเนินคดีกันต่อไป อย่างไรก็ตามจะฝากร้านหรือทำอะไรก็ควรทำแต่พอดี นึกถึงหัวอกหัวใจเจ้าของแอคเคาท์กันด้วย หรือสังเกตก่อนว่าเจ้าของแอคเคาท์อนุญาตให้ฝากร้านหรือไม่ ถือว่าเป็นการเคารพซึ่งกันและกันทั้งคนฝากและคนถูกฝาก และเพื่อไม่ให้เกิดปัญหาตามมาในภายหลังนะจ๊ะ ร่วมไขความลับข่าวแชร์ทางโซเชียลผ่านรุ่นแม่ขี้แชร์กับรุ่นลูกขี้เบรก […]

ดื่มน้ำมะพร้าว ช่วยให้หน้าอกใหญ่ขึ้น!? (ชัวร์หรือ?)

ผู้หญิงแทบทุกคนคงทราบว่า ‘น้ำมะพร้าว’ เป็นของต้องห้ามสำหรับประจำเดือน เพราะว่ากันว่ามีฮอร์โมนเพศหญิงที่เมื่อดื่มแล้วจะทำให้ปวดท้องได้ แต่ถ้ามีฮอร์โมนที่ว่าอยู่จริง ข่าวแชร์ที่ว่า “การดื่มน้ำมะพร้าว จะช่วยให้หน้าอกใหญ่ขึ้น” ก็อาจจะจริงน่ะสิ!? แต่ก่อนที่จะเชื่อกันไป ตามนักสืบโซเชียลไปถามคุณหมอให้แน่ใจกันดีกว่า นพ.ชูศักดิ์ งามไพบูลย์ สูตินารีแพทย์ โรงพยาบาลพญาไท 1 ได้คอนเฟิร์มไว้ในรายการ “ชัวร์นะแม่ อย่าแชร์มั่ว” แล้วว่าข่าวนี้ “แชร์มั่ว X” มีฮอร์โมนเพศหญิงอยู่ในน้ำมะพร้าวจริง แต่ไม่ช่วยทำให้หน้าอกของคนดื่มมีขนาดใหญ่ขึ้นแต่อย่างใด ฮอร์โมนที่พบในน้ำมะพร้าวนั้น เป็นฮอร์โมนพืชที่มีอยู่ตามธรรมชาติ เรียกว่า ฮอร์โมนไฟโตเอสโตรเจน มีฤทธิ์คล้ายฮอร์โมนเพศหญิง แต่พบในปริมาณน้อยมากและส่วนใหญ่พบอยู่ในน้ำมะพร้าวอ่อนเท่านั้น ยิ่งมะพร้าวแก่เท่าไหร่ก็ยิ่งมีน้อยลง ทำให้แทบไม่ส่งผลกับขนาดของหน้าอกนั่นเอง แต่ถึงแม้ว่าจะไม่ช่วยให้หน้าอกใหญ่ขึ้น แต่น้ำมะพร้าวก็เป็นเครื่องดื่มที่มีประโยชน์มากมาย เป็นแหล่งของวิตามิน แถมยังอร่อยอีกด้วย ในเมื่อวิธีนี้ไม่ได้ผล แล้วคนที่อยากหน้าอกใหญ่ต้องทำอย่างไร? คุณหมอบอกว่า การที่คนเราจะหน้าอกใหญ่ขึ้นมีหลายองค์ประกอบด้วยกัน ไม่ว่าจะเป็นกรรมพันธุ์ หรือการการออกกำลังกายให้กล้ามเนื้อบริเวณหน้าอกกระชับ หากออกกำลังกายมากๆ กล้ามเนื้อบริเวณฐานหน้าอกขยายใหญ่ขึ้น ทำให้หน้าอกใหญ่ขึ้นตามไปด้วย สำหรับยาที่โฆษณาสรรพคุณว่าช่วยทำให้อกฟูทั้งหลายนั้น ไม่แนะนำอย่างยิ่ง! ยาเหล่านี้ทำให้หน้าอกใหญ่ขึ้นได้จริงเนื่องจากมีส่วนผสมของ ฮอร์โมนเอสโตรเจน หรือฮอร์โมนเพศหญิง แต่หน้าอกจะใหญ่ขึ้นในระยะชั่วคราวเท่านั้น เมื่อระดับฮอร์โมนในร่างกายลดลงหน้าอกก็จะกลับมาขนาดเท่าเดิม และมีผลเสียคือทำให้เหยื่อบุมดลูกหนาตัวขึ้น เพิ่มความเสี่ยงในการเป็นมะเร็งมดลูก นอกจากไม่ช่วยแล้วยังเป็นอันตราย ร่วมไขความลับข่าวแชร์ทางโซเชียลผ่านรุ่นแม่ขี้แชร์กับรุ่นลูกขี้เบรก และนักสืบโซเชียลสุดแซ่บ มาลุ้นไปพร้อมๆ กันข่าวไหนจะแชร์มั่ว […]

สั่งน้ำมูกแรง เสี่ยงตาบอดได้ แชร์มั่ว หรือ ชัวร์แม่น ??

ใครเคยได้ยินข่าวแชร์นี้คงกลัวที่จะต้องสั่งน้ำมูกกันไปเลย กับกรณีที่เกิดขึ้นเมื่อไม่กี่ปีก่อน หญิงสาวคนหนึ่งจากประเทศอังกฤษ สั่งน้ำมูกแรงจนตาบวมปูด มองอะไรไม่เห็น ถึงขั้นต้องทำการผ่าตัดรักษาก่อนที่จะถึงขั้นตาบอด!! ตกลงเรื่องนี้มันยังไงกันแน่ นักสืบโซเชียลจะไปถามคุณหมอให้กระจ่างกันไปเลย แพทย์หญิงมัทยา ขวัญอโนชา แพย์ผู้เชี่ยวชาญด้านตา และเลเซอร์ โรงพยาบาลพญาไท 1 ได้คอนเฟิร์มไว้ในรายการ “ชัวร์นะแม่ อย่าแชร์มั่ว” แล้วว่าข่าวนี้ “แชร์มั่ว X” การสั่งน้ำมูกรุนแรงไม่มีผลกระทบขนาดที่จะทำให้ตาบอดได้  ส่วนข่าวที่สั่งน้ำมูกอย่างรุนแรงแล้วตาบวมเป่ง พบว่ามีลมอยู่ในกระดูกเบ้าตาและมีความดันตาสูงนั้น คุณหมอให้ความเห็นว่า ตามหลักการแพทย์แล้ว กรณีดังกล่าวแล้วเป็นไปแทบไม่ได้เลย นอกเสียจากว่าคนๆ นั้นจะเคยประสบอุบัติเหตุหรือสาเหตุอื่นๆ ที่ทำให้กระดูกเบ้าตาผิดปกติ เช่น กระดูกเบ้าตาร้าวอยู่แล้ว จึงทำให้เกิดภาวะเช่นนั้นขึ้น เพราะการสั่งน้ำมูกแรกจนทำให้มีลมเข้าไปอยู่ในกระดูกเบ้าตานั้นเป็นไปได้ยากมาก ต้องได้รับความกระทบกระเทือนอย่างรุนแรงระดับเบ้าตาแตกหรือร้าวลมจึงจะเข้าไปอยู่ได้ อย่างไรก็ดีความเกี่ยวข้องของการสั่งน้ำมูกและเบ้าตามีอยู่บ้าง อย่างที่เราจะสังเกตได้ว่าเวลาสั่งน้ำมูก จะมีน้ำตาไหลหรือมีอาการตาแดง ซึ่งถือเป็นปฏิกิริยาตอบสนองโดยปกติของดวงตา ถ้าสั่งน้ำมูกรุนแรงก็อาจมีภาพเบลอได้บ้างเพราะมีน้ำตาไหลออกมาเยอะกว่าปกตินั่นเอง ทั้งนี้เมื่อเป็นหวัด หรือมีน้ำมูกควรสั่งเบาๆ และใช้การล้างจมูกร่วมด้วยเพื่อรักษาโพรงจมูก หากอาการคัดจมูกไม่ดีขึ้น ควรเข้าพบแพทย์จะดีที่สุด ร่วมไขความลับข่าวแชร์ทางโซเชียลผ่านรุ่นแม่ขี้แชร์กับรุ่นลูกขี้เบรก และนักสืบโซเชียลสุดแซ่บ มาลุ้นไปพร้อมๆ กันข่าวไหนจะแชร์มั่ว หรือข่าวไหนจะชัวร์แม่น ในรายการ ชัวร์นะแม่อย่าแชร์มั่ว ทุกวันจันทร์-ศุกร์ เวลา 18.35 น. ทางอมรินทร์ทีวี 34

ใช้น้ำมะนาวมาส์กหน้า ทำให้ผิวขาวใส (ชัวร์หรือ?)

แชร์กันมาอีกแล้วสำหรับสูตรเรื่องความสวยความงาม แล้วข่าวที่ว่า “มาส์กหน้าด้วยน้ำมะนาวจะทำให้ผิวขาวใส” นี่มันจะจริงหรือเปล่า? ทำแล้วจะรู้สึกแสบหน้า หรือเป็นการทำร้ายผิวหรือไม่? ตามนักสืบโซเชียลไปสอบถามข้อมูลจากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญกัน พญ.ปิยมาศ สิงห์วาหะนนท์ แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านตจวิทยา และเลเซอร์ผิวหนัง รพ.พญาไท 2 ได้คอนเฟิร์มกับทางรายการ “ชัวร์นะแม่ อย่างแชร์มั่ว” แล้ว ว่าเรื่องนี้  “ชัวร์แม่น √” การมาส์กหรือเช็ดหน้าด้วยน้ำมะนาวจะทำให้ผิวหน้าของเราขาวใสขึ้นได้จริง  ในน้ำมะนาวจะมีกรดซิตริก (Citric Acid) ซึ่งจัดเป็นหนึ่งในชนิดของกรดแอลฟาไฮดรอกซี (Alpha Hydroxy Acid) หรือที่เราคุ้นหูกันในชื่อ AHA นั่นเอง โดยกรดซิตริกนี้ จะมีฤทธิ์แยกการเกาะจับกันของเซลล์ผิวหนัง หรือเรียกง่ายๆ ว่าการผลัดเซลล์ผิว เกิดขึ้นที่ผิวหนังชั้นนอกสุดซึ่งเป็นผิวหนังที่ตายแล้ว หรือผิวหนังชั้นขี้ไคล เมื่อผิวหนังชั้นนอกนี้หลุดออกไป ก็จะเผยให้เห็นเซลล์ผิวใหม่ที่กระจ่างใสขึ้น แต่การมาส์กด้วยมะนาวก็มีข้อควรระวังอยู่บ้าง เพราะเมื่อผลัดเซลล์ผิวออกไปแล้วจะทำให้หน้าแดงง่าย และไวต่อแสงแดดมากขึ้น ดังนั้นหลังทำมาส์กหรือผลัดเซลล์ผิวด้วย AHA ชนิดต่างๆ ควรจะใช้ผลิตภัณฑ์กันแดด และไม่ควรทำบ่อยๆ และหากต้องออกแดดเป็นประจำ ก็ควรจะงดการทำมาส์กเหล่านี้ไว้ก่อน ร่วมไขความลับข่าวแชร์ทางโซเชียลผ่านรุ่นแม่ขี้แชร์กับรุ่นลูกขี้เบรก และนักสืบโซเชียลสุดแซ่บ มาลุ้นไปพร้อมๆ กันข่าวไหนจะแชร์มั่ว หรือข่าวไหนจะชัวร์แม่น ในรายการ ชัวร์นะแม่อย่าแชร์มั่ว ทุกวันจันทร์-ศุกร์ เวลา 18.35 น. ทางอมรินทร์ทีวี 34

ใช้กระดาษซับมันยิ่งทำให้หน้ามัน แชร์มั่ว หรือ ชัวร์แม่น ??

ผิวหน้ามันเหนอะหนะระหว่างวัน คงเป็นปัญหาระดับชาติสำหรับหนุ่มสาวผิวมันทั้งหลาย จนหลายคนต้องพกกระดาษซับมันเป็นอวัยวะที่ 33 กันเลยทีเดียว แล้วข่าวแชร์ที่ว่า “ใช้กระดาษซับมันยิ่งทำให้หน้ามัน” ที่ทำคนผิวมันเบรกกันแทบไม่ทันนั้น ซึ่งจะจริงหรือไม่นั้น แพทย์ผู้เชี่ยวชาญมีคำตอบ! พญ.ปิยมาศ สิงห์วาหะนนท์ แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านตจวิทยา และเลเซอร์ผิวหนัง รพ.พญาไท 2 ได้คอนเฟิร์มกับทางรายการ “ชัวร์นะแม่ อย่างแชร์มั่ว” แล้ว ว่าเรื่องนี้  “ชัวร์แม่น √” เพราะการใช้กระดาษซับมัน ก็จะยิ่งทำให้ผิวผลิตน้ำมันออกมามากขึ้นเพื่อชดเชย กลายเป็นว่าผิวของเราจะมันมากขึ้นกว่าเดิมนั่นเอง  ไขมันที่ผิวหน้าของคนเรามาจาก 2 แหล่งด้วยกัน คือ สร้างจากต่อมน้ำมัน เรียกว่า ซีบัม เป็นน้ำมันที่ร่างกายของมนุษย์ทุกคนสร้างขึ้นโดยธรรมชาติ แหล่งที่สองมาจากไขมันที่อยู่ระหว่างเซลล์ผิวหนังส่วนชั้นนอกสุด โดยไขมันเหล่านี้ จะทำหน้าที่เหมือนเป็นเกราะป้องกันผิว ป้องกันไม่ให้น้ำระเหยออก ขณะเดียวกันก็ป้องกันไม่ให้เชื้อโรค สิ่งแปลกปลอมต่างๆ เข้ามาทำร้ายผิวเช่นกัน ซึ่งการใช้กระดาษซับน้ำมันเหล่านี้ออกไปนั้น ผิวหนังจะจับได้ว่าความมันบนใบหน้าลดลง ก็จะสร้างน้ำมันขึ้นมาเพิ่มเพื่อทดแทน กลายเป็นว่า ยิ่งซับหน้ายิ่งมัน เพราะสมดุลผิวเสียไปเรียบร้อยแล้วนั่นเอง แต่ถ้าหน้ามันมากจริงๆ คุณหมอบอกว่า ควรซับแค่วันละครั้งก็เพียงพอแล้ว วิธีลดความมันบนใบหน้านั้น อันดับแรก เราต้องทราบสภาพผิวที่แน่ชัดของตัวเองก่อน ถ้ารู้ตัวว่าเป็นคนผิวมันก็อาจไม่จำเป็นต้องใช้ผลิตภัณฑ์ในกลุ่มเพิ่มความชุ่มชื้นเลย และใช้ผลิตภัณฑ์สำหรับผิวมันโดยเฉพาะ จนกระทั่งรู้สึกว่าผิวมันน้อยลงก็ให้เปลี่ยนมาใช้ผลิตภัณฑ์ที่มีฤทธิ์อ่อนลง เพราะถ้าใช้ผลิตภัณฑ์สำหรับผิวมันต่อไปก็จะเกิดเป็นกรณีเดียวกับกระดาษซับมัน คือไปกระตุ้นให้ผิวผลิตน้ำมันออกมามากกว่าเดิมจนผิวเสียสมดุล และอาจกลายเป็นผิวที่ทั้งมันทั้งแห้งปนกันได้ ร่วมไขความลับข่าวแชร์ทางโซเชียลผ่านรุ่นแม่ขี้แชร์กับรุ่นลูกขี้เบรก […]

ส่งภาพดอกไม้สวัสดีตอนเช้า ละเมิดลิขสิทธิ์!! (ชัวร์หรือ?)

สต็อคภาพในโทรศัพท์มือถือของเรา หรือคุณพ่อ คุณแม่ และญาติผู้ใหญ่คงสั่นกันรัวๆ กับข่าวแชร์ที่ว่า “ส่งภาพดอกไม้สวัสดีตอนเช้า ละเมิดลิขสิทธิ์!!” ซึ่งจะ แชร์มั่ว หรือ ชัวร์แม่น ตามนักสืบโซเชียลไปหาคำตอบกับผู้เชี่ยวชาญกันเลย! ทนายสงกานต์ อัจฉริยะทรัพย์ ประธานเครือข่ายต่อต้านการบ่อนทำลายชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ ยืนยันกับทางรายการ “ชัวร์นะแม่ อย่างแชร์มั่ว” แล้ว ว่าเรื่องนี้  “ชัวร์แม่น √” เพราะการนำภาพที่ผู้อื่นได้สร้างสรรค์ไว้ไปดัดแปลงโดยไม่ได้รับอนุญาตินั้นถือเป็นการละเมิดลิขสิทธิ์ ภาพดอกไม้ ที่มีการนำข้อความสวัสดีวันจันทร์ สวัสดีวันอื่นๆ หรือข้อความคำคมต่างๆ ที่เรามักจะเห็นแชร์ต่อกันในทุกๆ วัน โดยเฉพาะในกรุ้ปไลน์นั้น ถือเป็นภาพละเมิดลิขสิทธิ ทรัพย์สินทางปัญญาของเจ้าของภาพ โดยการนำภาพที่ผู้อื่นถ่ายหรือสร้างสรรค์ขึ้นมาตัดต่อ เอาเครดิทออก หรือดัดแปลงโดยการแปะข้อความ เจ้าของภาพสามารถฟ้องร้องเรียกค่าเสียหายได้ ซึ่งหากเป็นภาพที่มาจากช่างภาพที่มีชื่อเสียง อาจฟ้องร้องเรียกเงินได้เป็นจำนวนหลายล้านเลยทีเดียว แต่หลายคนอาจบอกว่า ก็ไม่ได้เป็นคนทำภาพขึ้นมาเองนี่นา แค่เซฟแล้วส่งต่อกันในคนรู้จักเฉยๆ กรณีนี้ก็ยังถือว่ามีความผิด เพราะถือเป็นสนับสนุนให้มีการกระทำความผิด แต่ไม่ต้องตกใจกลัวกันไป หากเราทำไปเป็นเพราะไม่ทราบว่าภาพนั้นผิดลิขสิทธิ์ หากโดนฟ้อง ศาลจะดูที่เจตนา ถ้าไม่ตั้งใจจริงๆ ก็เป็นเหตุผลที่ใช้โต้แย้งได้ แต่เพื่อให้ปลอดภัย 100% ไปเลย ก็เลือกใช้ภาพที่ตัวเองถ่าย วาด หรือทำขึ้นมาเองจะดีที่สุดนะจ้ะ ร่วมไขความลับข่าวแชร์ทางโซเชียลผ่านรุ่นแม่ขี้แชร์กับรุ่นลูกขี้เบรก และนักสืบโซเชียลสุดแซ่บ มาลุ้นไปพร้อมๆ กันข่าวไหนจะแชร์มั่ว หรือข่าวไหนจะชัวร์แม่น ในรายการ ชัวร์นะแม่อย่าแชร์มั่ว ทุกวันจันทร์-ศุกร์ […]

นั่งไขว่ห้าง เสี่ยงเส้นเลือดขอด มั่วหรือแม่น??

คงเป็นอีกข่าวแชร์ที่ทำเอาสาวๆ หรืออาจจะเป็นหนุ่มๆ ที่ชื่นชอบการ “นั่งไขว่ห้าง” เสียงสันหลังวาบๆ กับ “นั่งไขว่ห่างเสี่ยงเส้นเลือดขอด” ซึ่งจะ แชร์มั่ว หรือ ชัวร์แม่น นั้น นักสืบโซเชียลได้หาคำตอบจากนายแพทย์ผู้เชี่ยวชาญมาแล้ว! ผศ.นพ. ภิเษก บุญธรรม แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านศัลยศาสร์หลอดเลือด รพ.พญาไท 2 ยืนยันกับทางายการ “ชัวร์นะแม่ อย่างแชร์มั่ว” แล้ว ว่าเรื่องนี้  “ชัวร์แม่น √” เพราะว่าการนั่งไขว่ห้างนั้นจะทำให้เลือดที่กำลังจะไหลกลับไปที่หัวใจ ไหลกลับได้น้อยลง ทำให้การทำงานของหลอดเลือดดำมีปัญหาได้ ได้ยินแบบนี้ สาวๆ คงเริ่มอยากจะคงโอดโอยกัน เพราะการนั่งไขว่ห้างนอกจากจะสบายแล้วยังทำให้บุลคลิดดูดีอีกด้วยนี่นา! แต่คุณหมอบอกว่า หากนั่งเพียงชั่วคราวก็ยังสามารถทำได้ แค่ไม่ควรนั่งไขว่ห้างติดต่อกันนานเกิน 1-2 ชั่วโมง เพราะจะเริ่มส่งผลต่อการไหลของเลือดแล้วนั่นเอง เมื่อเส้นเลือดขอดเกิดขึ้นแล้ว จะให้เรารู้สึกปวดเมื่อย โดยเฉพาะในเวลากลางคืน และอาจมีอาการเป็นตะคริวร่วมด้วย สำหรับวิธีการรักษา ต้องเริ่มจากเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมก่อน หากต้องยืนหรือนั่งทำงานนิ่งๆ ต่อกันเป็นเวลานาน ก็ควรลุกออกไปเดินเล่นบ้าง หรือการใส่ถุงน่องความดันเพื่อช่วยรักษาเส้นเลือดขอด หากเป็นหนักๆ คือเส้นเลือดขอดเกิดเป็นเส้นขด ก็ต้องไปหาแพทย์ผู้เชี่่ยวชาญ เพื่อตรวจดูว่ามีอาการหลอดเลือดรั่วร่วมด้วยหรือไม่ ซึ่งถ้ารั่วก็ต้องรักษาโดยการผ่าตัดเลยทีเดียว โอ้มายก็อด! เป็นโรคใกล้ตัวที่อันตรายไม่ใช่เล่นเลย ร่วมไขความลับข่าวแชร์ทางโซเชียลผ่านรุ่นแม่ขี้แชร์กับรุ่นลูกขี้เบรก และนักสืบโซเชียลสุดแซ่บ มาลุ้นไปพร้อมๆ […]

กินหอยแครง เสี่ยงเป็นมะเร็ง!!! (ชัวร์หรือ?)

แชร์กันมากันอีกแล้ว กับเรื่องราวเกี่ยวกับโรคยอดฮิตอย่าง “โรคมะเร็ง” คราวนี้เป็นเรื่องของ “หอยแครง” ที่ว่ากันว่ากินแล้วเสี่่ยงเป็นมะเร็ง! ซึ่งข่าวนี้จะ “แชร์มั่ว” หรือ “ชัวร์แม่น” นั้น ตามนักสืบโซเชียลไปถามผู้เชี่ยวชาญกัน คุณปัฐมาพร หงษ์สุวรรณ นักกำหนดอาหารวิชาชีพ โรงพญาบาลพญาไท 2 ได้คอนเฟิร์มไว้ในรายการ “ชัวร์นะแม่ อย่าแชร์มั่ว” แล้วว่าข่าวนี้ “แชร์มั่ว X” เพราะปัจจุบัน ยังไม่มีหลักฐานทางวิทยาศาสตร์แน่ชัด ที่ระบุว่าการทานหอแครงส่งผลต่อการเกิดมะเร็ง มีเพียงงานวิจัยเล็กๆ ชิ้นเดียวเท่านั้นที่พบว่า สารชนิดหนึ่งในตัวหอยแครงอาจส่งผลให้เกิดมะเร็งได้ แต่ก็เป็นเพียงการวิจัยเล็กๆ ที่ยังไม่ได้รับการยืนยันแน่ชัด การทานหอยแครงมีประโยชน์ คือเป็นแหล่งของโปรตีน และธาตุเหล็ก ซึ่งจะช่วยบำรุงเม็ดเลือดในร่างกาย โดยวิธีการทานหอยแครงให้ได้ประโยชน์ที่สุด คือทานหอยแครงที่ปรุงสุกแล้ว ใครที่เชื่อว่าการทานหอยแครงดิบ หรือกึ่งสุกกึ่งดิบจะให้ประโยชน์มากกว่านั้น บอกเลยว่าไม่จริง! เนื่องจากสารอาหารในตัวหอยไม่ได้ละลายหายไปในน้ำเดือด หรือสลายไปเมื่อโดนความร้อน ในทางกลับกัน หากเราทานหอยแครงแบบดิบ แบคทีเรียหรือพยาธิที่อยู่ในหอยยังไม่ถูกทำลาย ก็อาจส่งผลทำให้ท้องเสียได้ โดยเฉพาะในกลุ่มคนประเภทที่ภูมิคุ้มกันต่ำ เช่น คนที่เพิ่งได้รับเคมีบำบัด ถ้าไม่ได้ทานหอยที่สุก และสะอาดอย่างแท้จริงแล้ว อาจทำให้ท้องเสียได้ง่ายกว่าปกติ ร่วมไขความลับข่าวแชร์ทางโซเชียล ผ่านรุ่นแม่ขี้แชร์กับรุ่นลูกขี้เบรก และนักสืบโซเชียลสุดแซ่บ มาลุ้นไปพร้อมๆ กันข่าวไหนจะแชร์มั่ว หรือข่าวไหนจะชัวร์แม่น ในรายการ ชัวร์นะแม่อย่าแชร์มั่ว ทุกวันจันทร์-ศุกร์ เวลา 18.35 […]

keyboard_arrow_up