“อนุทิน” ร้อนแรง-เผ็ดร้อน เปลี่ยนโปรไฟล์เป็นรูปพริก ลูกทีมยันไร้นัยยะ

วันนี้ (26 มี.ค.62) ผู้สื่อข่าวรายงานบรรยากาศที่พรรคภูมิใจไทยตลอดช่วงเช้าที่ผ่านมา เป็นไปด้วยความเงียบเหงา ไม่มีแกนนำพรรคเดินทางเข้ามา ส่วนนายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย(ภท.) ยังคงเก็บตัวเงียบ และจะไม่เดินทางเข้าพรรคในวันนี้ อย่างไรก็ตาม นายสรอรรถ กลิ่นประทุม ประธานที่ปรึกษาพรรค และ นายศุภชัย ใจสมุทร นายทะเบียนสมาชิกพรรค จะเดินทางมาที่พรรคในช่วงบ่ายวันนี้ ส่วนที่มีกระแสข่าวว่านายอนุทินเดินทางไปพบพล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ที่มูลนิธิอนุรักษ์ป่ารอยต่อ 5 จังหวัดภายในกรมทหารราบที่ 1 มหาดเล็กรักษาพระองค์(ร.1 รอ.) เพื่อเจรจาจัดตั้งรัฐบาลนั้น แหล่งข่าวในพรรคยืนยันว่ากรณีดังกล่าวไม่เป็นความจริง ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับความเคลื่อนไหวของนายอนุทิน ได้เปลี่ยนรูปโปรไฟล์ในเฟซบุ๊กส่วนตัว “Anutin Charnvirakul” จากเดิมที่เป็นรูปถ่ายของนายอนุทินพร้อมโลโก้พรรค ซึ่งใช้มาตั้งแต่วันที่ 23 กุมภาพันธ์ เปลี่ยนเป็นรูปพริกจินดาแดงจำนวนหลายเม็ด โดยนายอนุทินได้ตอบกลับผู้มาคอมเมนท์คนหนึ่งว่า “Hot n spicy” ซึ่งแปลว่า ร้อนแรงและเผ็ดร้อน อย่างไรก็ตาม นายอนุทินได้เปลี่ยนรูปดังกล่าวตั้งแต่วันที่ 23 มีนาคม เวลา 17.52 น. ก่อนเส้นตายหาเสียงของพรรคการเมืองในเวลา […]

พปชร.ชี้ พรรคมีความชอบธรรมยึดคะแนนสูงสุดจัดตั้งรัฐบาลได้

ความเคลื่อนไหวที่พรรคพลังประชารัฐเช้านี้ (26 มี.ค.62) ยังไม่มีแกนนำพรรคเดินทางเข้าพรรคแต่อย่างใด ซึ่งต้องจับตามองว่า พรรคจะมีความเคลื่อนไหวอะไร หลังจากเมื่อวานนี้ (25 มี.ค.62) หัวหน้าพรรคแถลง พร้อมเป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาล ซึ่ง นายอนุชา นาคาศัย กรรมการบริหารพรรคพลังประชารัฐ และประธานยุทธศาสตร์ภาคกลางเปิดเผยว่า จากคะแนนเสียงและจำนวน ส.ส.ที่ได้ ขณะนี้ ซึ่งอาจจะพลาดเป้าไปบ้าง แต่ถือว่าน่าพอใจ โดยเฉพาะจำนวนคะแนนรวมทั้งประเทศที่มากที่สุด ชี้ว่าพรรคก็มีความชอบธรรมในการรวมเสียงตั้งรัฐบาลได้ เพราะรัฐธรรมนูญ ระบุ ทุกคะแนนเสียงมีคุณค่า และมองว่าเป็นเรื่องของมุมมองที่แตกต่างกัน ที่เพื่อไทยจะยึดตัวเลขจำนวน ส.ส.รวมเสียง ตั้งรัฐบาลก็เป็นสิทธิ์ แต่หากถามว่าจะจับมือกับใครบ้างนั้นก็ยังตอบไม่ได้ เพราะขั้นตอนนั้นยังมาไม่ถึง กกต.ยังไม่ได้รับรองผลอย่างเป็นทางการ

‘สุดารัตน์’ ซัด พปชร. เป็นพรรคอันดับ 2 ชิงจัดตั้งรัฐบาล

วันนี้ (26 มี.ค.) คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ ประธานยุทธศาสตร์เลือกตั้งและแคนดิเดตนายกฯ พรรคเพื่อไทย (พท.) โพสต์ในเฟซบุ๊ก ถึงกรณี พรรคพลังประชารัฐ(พปชร.) ประกาศจะจัดตั้งรัฐบาล โดยระบุเหตุผลว่าเป็นพรรคที่ได้คะแนนจากประชาชนมากที่สุด “พรรคที่ลงสมัครรับเลือกตั้ง 350 เขต แต่ได้จำนวน ส.ส.น้อยกว่าพรรคที่ลงสมัครแค่ 250 เขต แล้วออกมาบอกว่าตัวเองได้คะแนนนิยมจากคนทั้งประเทศมากกว่า ควรจะได้จัดตั้งรัฐบาล แต่ระบอบรัฐสภาไม่ได้คิดแบบนั้นนะคะ ประเด็นแรก คือกติกาที่บิดเบี้ยว ตั้งใจออกแบบให้นำระบบส.ส.พึงมีมาคิด เพื่อตัดคะแนนพรรคที่คนนิยม และได้จำนวนส.ส.เขตมากที่สุด เพื่อทำให้ได้ส.ส.บัญชีรายชื่อน้อยที่สุด นี่คือกับดักอย่างหนึ่งที่จงใจให้เกิดความยากลำบากในการแข่งขัน เพราะ ไม่ต้องการให้พรรคที่มีคะแนนนิยมซึ่งแสดงผ่านจำนวนเขตที่มากเป็นพรรคที่แข็งแรงเกินไป ประเด็นที่ 2 คือการโหวตในสภา เมื่อคิดจาก ส.ส. 1 คน มีคะแนนโหวตเท่ากัน 1 คะแนน เสียงข้างมากในสภา จึงมีค่าเท่ากับ ส.ส.ที่โหวตเป็นจำนวนมากกว่าอีกฝ่าย ไม่ใช่การคิดคะแนนจาก ส.ส.คนไหนได้คะแนนเลือกตั้งมาเท่าไหร่แล้วจะกลายเป็นเสียงข้างมากนะคะ แข่งขันในสนามเดียวกัน ออกแบบกติกาเอาเปรียบคนอื่นมากมายมหาศาล ตั้งแต่จุดสตาร์ทยันเส้นชัย แต่จำนวน ส.ส. ก็ยังแพ้อยู่ดี เข้าเส้นชัยเป็นที่ 2 แต่จะขอรับเหรียญทองบนแท่นที่ […]

“อนุพงษ์” ยันเลือกตั้งเรียบร้อยดี ชี้ทุจริตโทษสูงสั่งการให้ใครโกงไม่ได้

“อนุพงษ์” ยืนยันเลือกตั้งเรียบร้อยดี หน่วยเลือกตั้งเยอะและโทษสูง ยืนยันสั่งการให้ใครโกงไม่ได้ กั๊กร่วมงาน ‘ประยุทธ์’ ต่อหากได้เป็นรัฐบาล พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ให้สัมภาษณ์ถึง กรณีนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์สื่อต่างประเทศการเลือกตั้งไทย 24 มี.ค. ไม่โปร่งใสว่า ตนคงจะไม่พูดว่าใครไปทำอะไรที่ไหน แต่จะพูดในฐานะที่เป็นเจ้าหน้าที่ ซึ่งตนได้มีการติดตามสถานการณ์การเลือกตั้ง รวมถึงการนับผลคะแนน ขอให้ใจเย็นๆ ขณะนี้เจ้าหน้าที่กำลังดำเนินการ โดยหลักการถ้ามีการทุจริตโดยมิชอบมีกฎหมายหมดแล้ว และมีหน่วยเลือกตั้งประมาณ 92,320 หน่วยทั่วประเทศ พื้นที่ไหนที่มีปัญหาไม่ว่าจะนับผิด บัตรเกินหรือขาด ก็จะต้องมีคนรับผิดชอบและมีโทษจำคุก พล.อ.อนุพงษ์ จึงขอให้ทุกคนใจเย็นๆ อย่าเพิ่งไปสรุปว่าการเลือกตั้งที่เกิดขึ้นไม่โปร่งใส หรือไปบอกว่าสถานการณ์เลวร้ายลงไปมาก ประเทศจะวุ่นวายขอให้เจ้าหน้าที่ได้ทำงาน และเจ้าหน้าที่ที่ทำผิดก็ต้องหาให้เจอ และเมื่อถามว่าการที่นายทักษิณออกมาพูดเช่นนี้ จะทำให้ต่างประเทศไม่มีความเชื่อมั่นการเลือกตั้งในประเทศไทยหรือไม่นั้น พล.อ.อนุพงษ์ ตอบว่า ตนไม่ขอวิพากษ์วิจารณ์งานเรื่องนี้ แต่ตนขอพูดในหลักการของคนในประเทศที่ต้องอยู่ร่วมกัน พล.อ.อนุพงษ์ ยังกล่าวถึงสถานการณ์การเลือกตั้งที่ผ่านมาว่า เป็นไปด้วยความเรียบร้อย อยากให้ประชาชนได้คิดในแง่ดี การที่จะสั่งการให้ใครไปทำอะไรเป็นไปไม่ได้ เพราะมีเจ้าหน้าที่ประจำอยู่ทุกหน่วยเลือกตั้งทุกอย่างต้องเป็นไปตามกฎหมาย คงจะไม่มีใครไปทำอะไร เพราะหากทำผิดโทษจะสูงมาก และหากทำจริงก็ต้องไปหากันให้เจอ ต้องมีหลักฐาน ไม่ใช่เอาเรื่องที่ไม่รู้จริงมากล่าวหา ซึ่งหากคิดว่ามีหลักฐานก็ไปแจ้งที่กกต. […]

“ลุงตู่” ยัน ไม่ยุ่งจัดตั้งรัฐบาล เปรย “อย่าปล่อยให้ความหวังหลุดลอย เหมือนปล่อยว่าวในอากาศ”

พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ยืนยัน จะไม่เข้าไปยุ่งกับการจับมือจัดตั้งรัฐบาลของพรรคการเมืองต่างๆ แต่เปรยกับเด็กๆ ที่เข้าพบว่า อย่าปล่อยให้ความหวังหลุดลอย เหมือนว่าวในอากาศ ก่อนเป็นประธานการประชุม คสช. และ ครม. วันนี้ (26 มี.ค.62) พลเอกประยุทุธ์ จันทร์โอชานายกรัฐมนตรี และหัวหน้า คณะรักษาความสงบแห่งชาติ ได้ร่วมประชาสัมพันธ์ การจัดกิจกรรมวันอนุรักษ์มรดกไทย 2 เมษายน 2562 โดยได้ร่วมถ่ายภาพกับเยาวชนนักแสดงโขน และเยาวชนที่มาแสดงดนตรีไทย ซึ่งเป็นหลักสูตรเสริมการเรียนรู้ ฝึกทักษะด้านดนตรีไทย ช่วงหนึ่งนายกรัฐมนตรีกล่าวกับเด็กๆ ว่า “วันนี้ได้อ่านหนังสือเล่มหนึ่ง บอกว่า หากเราโยนความหวัง และอนาคตขึ้นไปบนฟ้า ก็เหมือนปล่อยว่าวให้หลุดลอยไป โดยว่าวนั้นจะลอยไปไม่มีทิศทาง ไปติดอยู่ที่ไหนไม่รู้ ก็เหมือนกับความหวังของเราที่ลอยไปโดยไม่สามารถที่จะกำหนดทิศทางใดได้ ” ทั้งนี้นักข่าวพยายามถามว่า ความหวังที่ว่านั้น เกี่ยวกับการจัดตั้งรัฐบาลหรือไม่ พลเอกประยุทธ์ ยืนยันว่า ไม่เกี่ยวกับการจัดตั้งรัฐบาลใหม่ ไม่เกี่ยวกับนายกรัฐมตรี

“เพื่อไทย” ประกาศเดินหน้าจัดตั้งรัฐบาล เล็งทาบทามพรรคไม่เอาการสืบทอดอำนาจ

วันนี้ (25 มี.ค.62) ณ ที่ทำการพรรคเพื่อไทย “ดร.คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์”  พร้อมด้วยแกนนำพรรค ตั้งโต๊ะแถลงขอบคุณประชาชน หลังคณะกรรรมการการเลือกตั้งแถลงความคืบหน้าหลังปิดหีบจบ โดย คุณหญิงสุดารัตน์ กล่าวว่า “ขอบคุณประชาชนทุกความไว้วางใจที่เลือกพรรคเพื่อไทยเป็นอันดับที่ 1 ถึงแม้พรรคจะส่งผู้แทนเพียง 250 เขต ในการเป็นผู้แทนราษฎร เพื่อไทยมุ่งมั่นที่จะทำการแก้ไขปัญหาความทุกข์ร้อนของประชาชนให้หมดไปตามนโยบายของพรรคที่หาเสียงไว้ หลังจากนี้เพื่อไทยจะเดินหน้ารวบรวมเสียงเพื่อรวบรวมจัดตั้งรัฐบาล และพรรคยังคงหลักการเดิม โดยจะร่วมกับพรรคที่ไม่สืบทอดอำนาจ และคงเจตนารมณ์เดิมของระบอบประชาธิปไตยที่มาจากการเลือกตั้ง กับพรรคที่มีอุดมการณ์เดียวกัน ขณะเดียวกัน สว.ควรทำตามเสียงของประชาชน

“วิษณุ” ขอไม่วิจารณ์การทำหน้าที่ กกต. ชี้ช่วงนี้พรรคการเมืองพูดคุยจัดตั้งรัฐบาลได้

“วิษณุ” ไม่ขอวิจารณ์การทำหน้าที่ กกต. แปลกใจคนออกมาใช้สิทธิน้อยลงเมื่อเทียบกับเลือกตั้งล่วงหน้า ชี้ช่วงนี้พรรคการเมืองสามารถพูดคุยจัดตั้งรัฐบาลได้ ก่อน กกต.รับรอง ส.ส. ภายใน 60 วัน นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี ไม่ขอวิพากษ์วิจารณ์ผลการนับคะแนนของคณะกรรมการการเลือกตั้ง หรือ กกต. เพราะยังไม่มีความชัดเจน และไม่ขอแสดงความคิดเห็นกรณีที่ กกต.ถูกโจมตีเรื่องการนับคะแนนเช่นเดียวกัน ขณะนี้ยังไม่เห็นโครงร่างการจับมือจัดตั้งรัฐบาลของแต่ละพรรค ซึ่งส่วนตัวยังเห็นว่ามีความน่ากังวล เพราะถ้าตัวเลขใกล้เคียงกัน ต้องคิดมองถึงเสถียรภาพรัฐบาลในอนาคต แต่เข้าใจว่าจะมีความชัดเจนมากกว่านี้ หากมีการประกาศผลการนับคะแนนถึงร้อยละ 95 และประกาศผลการเลือกตั้งอย่างเป็นทางการ เพราะขณะนี้การเลือกตั้งยังผ่านมาไม่ถึง 24 ชั่วโมง เชื่อว่าหลังจากปิดหีบนับคะแนนจะมีความแน่นอนอีกหลายอย่าง หากนำประสบการณ์จากการเลือกตั้งทุกครั้งที่ผ่านมา ก็จะมีการร้องเรียนผลการเลือกตั้งเกิดขึ้น ใบเหลือง ใบส้ม และใบแดง กลับผู้สมัครรับเลือกตั้งอีก ส่วนผลอย่างเป็นทางการจริงๆ คาดว่าจะทราบประมาณต้นเดือนพฤษภาคม นายวิษณุ กล่าวว่า การเจรจาพูดคุยระหว่างพรรคการเมืองเพื่อจัดตั้งรัฐบาลนั้น สามารถพูดคุยก่อนที่กกต.รับรองส.ส.แล้วเสร็จภายใน 60 วันได้ และส่วนตัวเชื่อว่าแต่ละพรรคการเมืองได้พูดคุยกันแล้วหลังปิดหีบการเลือกตั้งแล้วเสร็จ แต่ถือเป็นการพูดคุยเท่านั้น ซึ่งต้องรอความชัดเจนจากกกต.อีกครั้ง ทั้งนี้ พรรคที่ได้คะแนนเสียงข้างมากอาจจะพูดคุยเพื่อจัดตั้งรัฐบาลก่อนได้ แต่ระหว่างนั้นก็ไม่สามารถมาตัดสิทธิ์พรรคการเมืองได้คะแนนอันดับ 2 และอันดับอันดับ 3 […]

‘อภิสิทธิ์’ อาจต้องลาออก แม้ได้ส.ส. มากกว่า 100 ที่นั่ง

จากกรณีนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ได้กล่าวไว้ว่า หากพรรคประชาธิปัตย์ได้ส.ส.ในการเลือกตั้งครั้งนี้ ต่ำกว่า 100 คน จะลาออกจากการเป็นหัวหน้าพรรค และจะไม่ร่วมกับทั้งพรรคเพื่อไทย และพรรคพลังประชารัฐนั้น อ.สุขุม นวลสกุล นักวิชาการทางรัฐศาสตร์ และอดีตอธิการบดีมหาวิทยาลัยรามคำแหง วิเคราะห์ประเด็นดังกล่าวว่า แม้ว่าประชาธิปัตย์จะได้ ส.ส. มากกว่า 100 คนแต่ก็มีโอกาสที่นายอภิสิทธิ์ต้องลาออก หากพรรคไม่ได้เป็นแกนหลักในการจัดตั้งรัฐบาล ซึ่งขณะนี้พรรคการเมืองที่ลงสมัครในการเลือกตั้งสามารถแบ่งออกเป็น 2 พวกใหญ่ ๆ คือพรรคที่สนับสนุน คสช. และไม่สนับสนุน คสช. โดยประชาธิปัตย์เองยังไม่ชัดเจนในจุดยืนนี้ และพยายามแสดงตัวว่าเป็นอีกทางเลือกหนึ่งที่ไม่ฝักใฝ่ทั้ง 2 ฝ่าย และหากผลการเลือกตั้งออกมาแล้วประชาธิปัตย์จำเป็นต้องเลือกเข้ากับฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง มั่นใจว่าจะไม่เลือกเข้ากับฝ่ายที่มีพรรคเพื่อไทย แน่นอน  ซึ่งหมายความว่า ประชาธิปัตย์ต้องได้คะแนนเสียงเป็นอันดับ 1 ในบรรดาพรรคการเมืองที่ไม่ร่วมกับพรรคเพื่อไทยเพื่อจัดตั้งรัฐบาลเท่านั้น หากทำไม่ได้อาจมีการเปลี่ยนหัวหน้าพรรคเพื่อล้มล้างที่นายอภิสิทธิ์เคยพูดไว้ อ.สุขุม กล่าวต่ออีกว่า สำหรับ ผู้ที่จะขึ้นมาเป็นหัวหน้าพรรคคนต่อไปนั้น เชื่อว่าหาได้ไม่ยาก โดยปกติแต่ละพรรคมักมีผู้ต้องการขึ้นมาเป็นหัวหน้าอยู่แล้ว โดยเฉพาะอย่างยิ่งในพรรคเก่าแก่ที่มีบารมีและความน่าเชื่อถืออย่างพรรคประชาธิปัตย์ ติดตามช่วงผ่าอนาคตประเทศไทย กับอ.สุขุม นวลสกุล ข่าวอรุณอมรินทร์ วันจันทร์-ศุกร์ 05.30 – […]

keyboard_arrow_up