หมอชี้เป็นไปไม่ได้ คฑาสวรรค์รักษาโรค – “กิตติ ดัสกร” ยังทึ่ง ผู้เชื่อมสวรรค์ ช่วยเดินได้ (คลิป)

กรณีที่ นายกิตติ ดัสกร ล้มป่วยเนื่องจากอุบัติเหตุ ทำให้เดินไม่ได้ จนกระทั่งได้รับความช่วยเหลือจากผู้ใจบุญร่วมกันบริจาค ต่อมาเจ้าตัวเผยว่า ตอนนี้อาการดีขึ้นแล้ว เริ่มเดินได้ดีขึ้น แต่ก็ยังต้องใช้วอล์กเกอร์ช่วยเดินอยู่บ้าง ล่าสุดวันนี้ (11 พ.ค.) ทีมข่าวได้เดินทางมาที่ศูนย์พลังจักรวาลและพลังจิตทิพย์ อโรคยา ซอยสุขุมวิท 54 พบมีผู้ป่วยเข้ามาจำนวน 4-5 คน เพื่อเข้าคิวรอการรักษา โดยทีมข่าวได้พบกับนายกิตติ ดัสกร ซึ่งเล่าว่า ตอนแรกที่มารักษาที่ศูนย์พลังจักรวาล ทราบจากพี่สาวที่รู้จักกับฝ่ายประชาสัมพันธ์ของทางศูนย์ จึงได้เข้ารักษาเมื่อประมาณ 15 วันก่อน เมื่อเข้ามารักษาวันแรก อาจารย์ได้ใช้คฑาคริสตัล จี้ที่ศีรษะ และตามร่างกาย ซึ่งใช้ระยะเวลาประมาณ 20 นาที ตอนนั้นรู้สึกเหมือนไฟช็อตเล็กน้อย ซึ่งอาจารย์บอกว่าเป็นกระแสคลื่นจากเบื้องบน แล้วเมื่อตนรักษาเสร็จสิ้น ได้นอนพักสักครู่ แล้วจากนั้นตนก็เดินได้ ยอมรับว่าแปลกใจมาก หลังจากนี้ถ้าร่างกายตนหายดี ก็อยากกลับเข้าไปทำงานด้านวงการบันเทิงอีกครั้ง นอกจากนี้ นายกิตติ มีการโชว์ลูกคอร้องเพลงของเอลวิส เพรสลีย์ ในบทเพลง can’t help falling in love ให้ฟัง […]

ความรักจากจักรวาล! สดร. เผยโฉม ‘เนบิวลาดอกกุหลาบ’ ต้อนรับวันวาเลนไทน์

เนื่องในโอกาสเทศกาลแห่งความรักนี้ สถาบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติ ได้เผยภาพสุดงดงามตระการตาของ เนบิวลาดอกกุหลาบ (Rosette Nebula) ต้อนรับวันวาเลนไทน์ พร้อมอธิบายว่า เนบิวลาดอกกุหลาบ หรือมีอีกชื่อหนึ่งว่า Caldwell 49 เป็นเนบิวลาเปล่งแสง (Emission nebula) ซึ่งอยู่ห่างจากโลกออกไปประมาณ 2,600 ปีแสง มีเส้นผ่าศูนย์กลางประมาณ 55 ปีแสง ขนาดปรากฏบนท้องฟ้าใหญ่กว่าดวงจันทร์ถึงสองเท่า ภายในเนบิวลามีดาวฤกษ์เกิดใหม่มากมาย ดาวฤกษ์เหล่านี้มีอายุประมาณ 4 ล้านปี ทั้งนี้ จากการคำนวณของนักดาราศาสตร์พบว่าอาจจะมีดาวฤกษ์มวลเท่าดวงอาทิตย์ประมาณ 11,000 ดวง สามารถเกิดขึ้นได้ในเนบิวลาดอกกุหลาบนี้

นักวิทย์พบ ‘คลื่นความโน้มถ่วง’ การจากชนกันของดาวสองดวง เมื่อ 130 ล้านปีก่อน

ทีมนักวิทยาศาสตร์สามารถตรวจพบคลื่นความโน้มถ่วง และแสงจากการชนกันของดาวสองดวง เมื่อ 130 ล้านปีก่อน กลุ่มนักวิทยาศาสตร์จากหอสังเกตการณ์คลื่นความโน้มถ่วงโดยใช้อินเตอร์เฟอโรมิเตอร์ชนิดเลเซอร์ หรือไลโก้เปิดเผยว่าสามารถตรวจจับแสง และคลื่นความโน้มถ่วง หรือที่เรียกกันว่าคลื่นไอน์สไตน์จากการชนกันของดาวที่ตายไปแล้วสองดวง หรือดาวนิวตรอน โดยดาวทั้งสองมีขนาดมวลใหญ่กว่าดวงอาทิตย์ 10 ถึง 20 เปอร์เซ็นต์ ซึ่งการพุ่งชนกันของดาวดังกล่าวเกิดขึ้นในกาแลคซี่ ที่มีชื่อว่า เอ็นจีซี 4993 ห่างจากกลุ่มดาวงูไฮดราเป็นระยะทางหลายพันล้านกิโลเมตรเมื่อ 130 ล้านปีก่อน ซึ่งเป็นช่วงที่ไดโนเสาร์ยังคงมีชีวิตอยู่บนโลก การชนกันของดาว และคลื่นความโน้มถ่วงดังกล่าวก็ทำให้เกิดแร่ธาตุสำคัญในจักรวาลอย่างทองคำ และทองคำขาว ทั้งนี้ อัลเบิร์ต ไอน์สไตน์ ยอดนักวิทยาศาสตร์ระดับโลกเคยทำนายการเกิดคลื่นความโน้มถ่วงไว้เมื่อปี 1916 ซึ่งถือเป็นส่วนหนึ่งของทฤษฎีสัมพัทธภาพทั่วไปของเขา อย่างไรก็ดี แนวคิดเรื่องคลื่นความโน้มถ่วงของไอน์สไตน์ไม่เคยได้รับการพิสูจน์ จนกระทั่งเมื่อปีที่ผ่านมา เมื่อทีมนักวิทยาศาสตร์จากหอสังเกตการณ์ไลโก้ตรวจพบคลื่นความโน้มถ่วงจากหลุมดำสองหลุมที่ชนกันเมื่อ 1,300 ปีก่อน ซึ่งทีมนักวิทยาศาสตร์ 3 คน ผู้ค้นพบคลื่นความโน้มถ่วงในครั้งนั้นก็ได้รับรางวัลโนเบลสาขาฟิสิกส์ประจำปีนี้ไปครองด้วย โดยเหล่านักวิทยาศาสตร์หวังว่าการค้นพบคลื่นความโน้มถ่วงจะช่วยทำให้เข้าใจ และศึกษาการเคลื่อนตัวของมวลในอวกาศ อย่างไรก็ดี การตรวจพบคลื่นความโน้มถ่วงยังคงป็นสิ่งทำได้ยากในปัจจุบัน.

keyboard_arrow_up