แพทย์ ชี้ คนเชียงใหม่อยู่ในภาวะจำยอม “สูบบุหรี่ 1 มวน”

นายแพทย์รังสฤษฎ์ กาญจนะวณิชย์ อาจารย์แพทย์โรคหัวใจ ภาควิชาอายุรศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ เปิดเผยว่า คนเชียงใหม่ในขณะนี้ประสบกับปัญหาฝุ่นควันพิษ ที่รุนแรงต่อสุขภพาและระบบทางเดินหายใจ โดยเฉพาะปอด ที่อาจได้รับผลกระทบ และอยู่ในภาวะจำยอม สูบบุหรี่ 1 มวน นายแพทย์รังสฤษฎ์ กาญจนะวณิชย์ อาจารย์แพทย์โรคหัวใจ ภาควิชาอายุรศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ เปิดเผยว่า ในรอบ 10 ปี ไม่เคยพบสถาการณ์ ฝุ่นควัน ที่รุนแรงแบบนี้ ในจังหวัดเชียงใหม่ มาก่อน โดยส่วนตัวได้เป็นแพทย์ด้านอายุรกรรม และโรคหัวใจ เป็นห่วงเรื่องสุขภาพของประชาชน ทั้งนี้เคยสะท้อนเรื่องนี้มานานแล้ว อยากให้เกิดความตระหนัก ในหมู่ประชาชน และภาครัฐ เข้าใจว่า การแก้ปัญหาฝุ่นควันทั้งในเชียงใหม่และภาคเหนือไม่ใช่เรื่องง่าย แต่เป็นไปได้ พร้อมจะพยายามผลักดันการแก้ปัญหาฝุ่นควันในภาคเหนือเป็นนโยบายเร่งด่วน เพื่อแก้ปัญหาในระยะสั้น กลาง และระยะยาวต่อไป เพราะปัญหาฝุ่นควันนี้มีผลต่อสุขภาพสะสม และอันตรายมาก บางคนมองไม่เห็น ทำให้ อายุไขลดลง เพิ่มอัตราการตาย ปีนี้เป็นปีที่หนักมาก ไม่เคยพบเคยเห็น ค่าที่ 600- 700 […]

“ประวิตร” ลงพื้นที่เชียงใหม่ ติดตามสถานการณ์วิกฤติหมอกควัน-ฝุ่นพิษ

พลเอกประวิตร รองนายกฯ และ รมว.กลาโหม ขึ้นเชียงใหม่ติดตามสถานการณ์วิกฤติหมอกควัน และ PM2.5 กำชับทุกส่วน เข้มมาตรการป้องกันแก้ไข ชี้ การเผาในพื้นที่ป่าสาเหตุหลัก ต้องควบคุมให้ได้อย่างเด็ดขาด วันนี้ (14 มี.ค.62) ที่สโมสรค่ายกาวิละ มณฑลทหารบกที่ 33 จังหวัดเชียงใหม่ พลเอกประวิตรวงษ์สุวรรณรองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ประชุมติดตามสถานการณ์ปัญหาหมอกควันไฟป่าและค่าฝุ่นละอองขนาดเล็กของจังหวัดเชียงใหม่และภาคเหนือ ที่สถานการณ์รุนแรงตลอดช่วงหลายวันที่ผ่านมา โดยเฉพาะจังหวัดเชียงใหม่ มีผลการตรวจวัดดัชนีคุณภาพอากาศ หรือ AQI จากเว็บไซต์ Airvisaul.com ระบุว่าสูงสุดเป็นอันดับหนึ่งของโลกต่อเนื่องกัน 4 วันแล้ว โดยรับฟังการบรรยายสรุปสถานการณ์และการดำเนินการต่างๆ จากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ก่อนจะเยี่ยมชมยุทโธปกรณ์ดับไฟป่าพร้อมให้กำลังใจกำลังพล และเจ้าหน้าที่ที่ปฏิบัติงาน จากนั้นได้เดินทางด้วยรถยนต์ ไปเยี่ยมชมการทำม่านน้ำที่ระดมรถบรรทุกน้ำ และอุปกรณ์จากหลายหน่วยทำการฉีดพ่นละอองน้ำขึ้นไปบนอากาศรอบคูเมืองเชียงใหม่ พลเอกประวิตรกล่าวว่า รัฐบาลมีความห่วงใยผลกระทบที่จะเกิดกับสุขภาพประชาชนเป็นอย่างมากและให้ความสำคัญเป็นอย่างยิ่งที่จะแก้ไขปัญหาซึ่งเมื่อวิเคราะห์อย่างละเอียดแล้วจะพบว่าสาเหตุหลักมาจากการเผาในพื้นที่ป่า ฉะนั้น จะต้องหาวิธีการควบคุมไม่ให้มีการเผาในพื้นที่ป่าอย่างเด็ดขาด ส่วนการฉีดพ่นละอองน้ำนั้นอาจจะเป็นการช่วยบรรเทาปัญหาได้เพียงส่วนหนึ่งเท่านั้น แต่อาจจะไม่มาก ทั้งนี้ อยากเน้นย้ำให้ทุกภาคส่วนทั้งทางกองทัพภาคที่ 3 ผู้ว่าราชการจังหวัดทุกจังหวัด รวมไปถึงทุกอำเภอ และทุกหมู่บ้านตำบล ร่วมมือกันในการแก้ไขปัญหาอย่างต่อเนื่องต่อไป

ทูลกระหม่อมหญิงฯ ทรงห่วงปัญหาฝุ่นพิษคลุมเมือง ราษฎรเดือดร้อนต้องปิดโรงเรียน

วันที่ 1 ก.พ. 62 ทูลกระหม่อมหญิงอุบลรัตนราชกัญญา สิริวัฒนาพรรณวดี ทรงเผยแพร่ภาพบนอินสตาแกรมส่วนพระองค์ แสดงความห่วงใย กรณีค่าฝุ่นละออง PM 2.5 ที่ส่งผลกระทบต่อหลายพื้นที่ในประเทศไทย ใจความว่า วันนี้อธิบดีกรมสุขภาพจิตได้พูดคุยกับพระองค์ โดยบอกว่าควรหลีกเลี่ยงการปั่นจักรยาน เพราะค่าฝุ่นละออง PM2.5 สูง นอกจากนี้ เด็ก ๆ ยังไปโรงเรียนไม่ได้ และประเทศไทยก็ติดอันดับประเทศที่มีมลพิษทางอากาศสูงมากแล้ว ส่วนสถานการณ์เรื่องฝุ่นพิษเองก็วิกฤตมาแล้วประมาณ 2-3 ปี พระองค์ประชวรด้วยโรคภูมิแพ้ 2 ปี แต่อาการดีขึ้นเมื่อพระองค์ประทับอยู่นอกเมือง แต่กลับพบว่าปัญหามลพิษก็ติดตามพระองค์มาอีกเช่นเคย ซึ่งความจริงปัญหานี้แก้ได้ทั้งในระยะยาวและสั้น อย่างที่เมืองลอสแอนเจลิส รัฐแคลิฟอร์เนีย ประเทศสหรัฐอเมริกา ก็เคยประสบปัญหาเดียวกันนี้เมื่อหลายสิบปีมาแล้ว และสามารถแก้โดยมีมาตรการควบคุมรถยนต์และพลังงานรถยนต์ที่ใช้ ส่วนที่ประเทศจีนเขาก็มีมาตรการป้องกันฝุ่นเช่นกัน โดยให้ใช้รถยนต์ไฟฟ้าและรถไฮบริด รวมถึงย้ายโรงงานอุตสาหกรรมไปอยู่ไกล ๆ เมือง “เราน่าจะมีอะไรแบบนี้ใช้บ้าง ดิฉันเลยลองศึกษาดูว่าจะทำไงดี เพราะพวกเราจะแย่กันหมดแล้วนะค้า !”

วิกฤติ PM2.5! พระออกบิณฑบาต ต้องสวมหน้ากากกันฝุ่นละออง

สืบเนื่องจากสถานการณ์ฝุ่นละออง PM2.5 ที่กำลังเกิดผลกระทบต่อประชาชนจำนวนมากในกรุงเทพมหานครขณะนี้ เป็นมลพิษทางอากาศที่ส่งผลไปยังทุกภาคส่วนไม่เว้นแม้กระทั่งพระสงฆ์ที่ต้องออกปฏิบัติกิจของสงฆ์ โดยการออกเดินบิณฑบาตในตอนเช้าที่ได้รับผลกระทบไปด้วย วันที่ 1 ก.พ.62 ทีมข่าวได้ลงพื้นที่ไปสำรวจการออกบิณฑบาตของพระสงฆ์ย่านศิริราช พบว่ามีพระสงฆ์บางส่วนสวมใส่หน้ากากอนามัยป้องกันฝุ่น PM2.5 ออกเดินบิณฑบาตในตอนเช้า อย่างเช่นพระมหาสมภพ พระผู้ช่วยเจ้าอาวาส วัดพระยาธรรมวรวิหาร เขตบางกอกน้อย ที่เป็นผู้นำในการออกบิณฑบาตพร้อมด้วยพระลูกวัดและสามเณรในเช้าวันนี้ เปิดเผยกับทีมข่าวอัมรินทร์ทีวีว่า ตั้งแต่ทราบข่าวว่ามีปัญหาเรื่องของฝุ่นละออง PM 2.5 ก็มีการสวมใส่หน้ากากอนามัย เพื่อป้องกันอันตรายแบบนี้เป็นประจำทุกวัน รวมทั้งมีการประชาสัมพันธ์ให้พระลูกวัดและสามเณรด้วย เพราะว่าโดยเฉพาะในช่วงเช้าจะมีฝุ่นมากเพราะมีรถสัญจรเยอะ ซึ่งแต่ก่อนนี้ก็ไม่ได้ใส่ แต่พอเริ่มมีข่าวเรื่องฝุ่นมากขึ้น ก็เริ่มตระหนักถึงความสำคัญในการป้องกันมากขึ้นด้วย ส่วนเรื่องที่มีคำถามว่าจะมีความเหมาะสมหรือไม่นั้นพระพมหาสมภพเปิดเผยว่า พระสงฆ์ก็เป็นมนุษย์เฉกเช่นเดียวกันกับฆราวาสทั่วไปที่จะต้องป้องกันไม่ให้ร่างกายได้รับอันตราย และขณะนี้เริ่มมีพระสงฆ์บางรูป มีอาการไอ และเจ็บคอ แสบจมูก ทั้งนี้ ก็ยอมรับว่า ขณะใส่หน้ากากอนามัย เวลาที่จะให้พรญาติโยมพระท่านก็ต้องถอดหน้ากากออกเพราะบางครั้งก็อาจจะไม่สะดวก รวมถึงฝากให้ญาติโยมป้องกันกันด้วย เพราะมันอาจส่งผลระยะยาวก่อให้เกิดโรคต่างๆตามมาทีหลังได้ ขณะเดียวกันเราก็พบกับพระสงฆ์อีกหนึ่งรูปซึ่งออกเดินบิณฑบาตตอนเช้าในย่านศิริราชเช่นกัน แต่พระสงฆ์รูปนี้ไม่สวมใส่หน้ากากอนามัย โดยให้เหตุผลว่าในความติดเห็นส่วนตัวอาจจะเกิดความไม่สำรวมหรือดูรุ่มร่าม ไม่ค่อยสะดวกเวลาที่จะทำกิจของสงฆ์ แต่ก็ตระหนักดีว่าฝุ่นละอองนั้นเป็นอันตรายมาก ซึ่งเวลาอื่นที่ไม่ใช่ตอนบิณฑบาตหรือการทำกิจธุระอื่นๆ ก็จะสวมใส่หน้ากากอนามัยเช่นกัน เพียงแต่ว่าตอนบิณฑบาตนั้นเป็นระยะเวลาที่ไม่นานพระท่านก็เลยเลือกที่จะไม่สวมใส่ ส่วนจะมีการงดออกบิณฑบาตหรือไม่นั้นหากมีปัญหาเรื่องฝุ่นมากๆ ก็เปิดเผยว่าคงไม่มีการงดเพราะมีญาติโยมรอใส่บาตรทุกวัน

นี่เป็นสถานการณ์ฉุกเฉิน! “จาตุรนต์” ชี้แก้ปัญหาฝุ่นพิษ ควรเปิดเผยความจริง

“จาตุรนต์” ชี้แก้ปัญหาฝุ่นพิษ ต้องเริ่มจากการเปิดเผยความจริง แล้วระดมนักวิชาการทั้งในและต่างประเทศตั้ง War room กำหนดมาตรการบังคับใช้อย่างจริงจัง ต้องแจกหน้ากากอนามัยฟรีให้ประชาชนอย่างทั่วถึง และเร่งด่วน เหมือนแก้โรคไข้หวัดนกในอดีต นายจาตุรนต์ฉายแสงประธาน คณะกรรมการยุทธศาสตร์พรรคไทยรักษาชาติ กล่าวถึงปัญหาฝุ่นพิษหรือ PM 2.5 ที่ คนกรุงเทพฯและคนไทยกำลังเผชิญอยู่ว่า หากพรรคไทยรักษาชาติ เป็นรัฐบาลอยู่ในขณะนี้ สิ่งสำคัญอันดับแรกคือ ต้องเปิดเผยความจริงของสถานการณ์ ไม่ควรปิดบังข้อมูล เพราะกลัวกระทบกับการท่องเที่ยวหรือด้วยเหตุใดๆ แต่ต้องประกาศเขตมลพิษและสถานการณ์ฉุกเฉิน จากนั้นต้องระดมหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง, นักวิชาการ, นักสาธารณสุขสิ่งแวดล้อม ทั้งในและต่างประเทศ ตั้งศูนย์ประสานงานเพื่อระดมความเห็นกำหนดมาตรการในการแก้ปัญหา โดยเชื่อว่า ภายใน 2-3 วันก็จะมีมาตรการรูปธรรมออกมา เพราะข้อมูลต่างๆทั้งสาเหตุและแนวทางการแก้ปัญหามิติต่างๆของนักวิชาการมีอยู่แล้วจำนวนมาก ขณะเดียวกันรัฐบาลต้องเร่งแจกหน้ากากอนามัยให้ประชาชนฟรีๆอย่างทั่วถึง ดังเช่นการจัดการกับปัญหาไข้หวัดนกในอดีต ที่ตนเป็นผู้ดูแลและแก้ไขได้ทันท่วงที หากในประเทศมีไม่เพียงพอต้องระดมการนำเข้าหน้ากากอนามัยจากต่างประเทศโดยเร็วที่สุด นายจาตุรนต์ ย้ำว่า เมื่อได้มาตรการออกมาแล้ว รัฐบาลต้องจริงจังในการดำเนินมาตรการไม่ว่าจะเป็นการควบคุมหรือจำกัด รถยนต์ที่เป็นต้นเหตุของฝุ่น PM 2.5 การก่อสร้างโครงการขนาดใหญ่ต่างๆ รวมถึง เข้มงวดจริงจัง กับการเผาในที่โล่งแจ้งในพื้นที่กรุงเทพฯและปริมณฑล ก็จะแก้ปัญหาเรื่องนี้ได้ในระยะเวลาอันสั้น แต่ที่สำคัญรัฐบาลต้องจริงจังและจริงใจ หากปิดบังข้อมูลหรือไม่เปิดเผยความจริง ยิ่งจะทำให้สถานการณ์เลวร้ายขึ้น กระทบกับการเตรียมพร้อมป้องกันสุขภาพของประชาชนเป็นล้านคน

ทีมโดรนขึ้นบินพ่นละอองน้ำจับฝุ่น “อัศวิน” สั่งคุมเข้มโรงงาน-ก่อสร้าง

เช้าวันนี้ (31 ม.ค.62) ชมรมโดรนการเกษตรจากจากโคราชและชัยภูมิ ได้ขึ้นปฏิบัติการฉีดพ่นละอองน้ำในระดับสูงในพื้นที่ที่มีค่ามลพิษสูง 6 จุด เพื่อสนับสนุนการปฏิบัติงานของกทม. ซึ่งจะปฏิบัติการรวม 2 วัน คือ ในวันที่ 31 ม.ค.-1 ก.พ. 62 สำหรับฐานการบินโดรน 6 จุด จะมีฐานการบินจุดที่ 1 อยู่ที่บริเวณลานคนเมือง หน้าศาลาว่าการกทม. (เสาชิงช้า) จุดที่ 2 บริเวณวัดพระศรีมหาธาตุ (บางเขน) จุดที่ 3 ม.เกษตร จุดที่ 4 สวนจตุจักร-ห้าแยกลาดพร้าว จุดที่ 5 สวนลุมพินี และจุดที่ 6 ฐานบินสะพานพระราม 9 ฝั่งพระนคร ระยะการบินแต่ละจุดประมาณ 2 ตารางกิโลเมตร หรือขึ้นอยู่กับความเหมาะสม ซึ่งทีมโดรนจะขึ้นบินเป็นกลุ่ม ไล่เรียงไปทีละจุด นอกจากนี้ตลอดคืนที่ผ่านมาและช่วงเช้ามืด หลายๆ หน่วยงาน ทั้งกทม. และหน่วยทหารสังกัดต่างๆ ได้ระดมฉีดน้ำและล้างทำความสะอาดถนน […]

ห่วงใยคนออฟฟิศ “นภจรส” ควง “อารีรัตน์” แจกหน้ากากอนามัย ปชช.ย่านสีลม

วันนี้ (30 ม.ค.62) ผู้ประกาศข่าวเที่ยงอมรินทร์ นำโดย นภจรส ใจเกษม และอารีรัตน์ สุขรุ่งเรือง พร้อมด้วยทีมข่าว ร่วมกับ บริษัท วิริยะประกันภัย จำกัด นำหน้าอนามัยกว่า 7,000 ชิ้น ทั้งแบบคาร์บอน และแบบ N95 ลงพื้นที่แจกจ่ายให้กับประชาชน บริเวณแยกศาลาแดง – สีลม ซึ่งเป็นแหล่งรวมพลของคนออฟฟิศจำนวนมาก โดยบรรยากาศเต็มไปด้วยความสนุกสนาน มีการแจกจ่ายหน้ากากให้กับพี่น้องประชาชนทั่วไป พ่อค้าแม่ค้า วินจักรยายนต์ นักเรียน พนักงานทำความสะอาดของ กทม. นอกจากนี้ ยังมีการสาธิตการใส่หน้ากากอนามัยN95 ด้วย

วิกฤติฝุ่นพิษ! “บิ๊กตู่” เตรียมลงดาบ ผอ.เขตฯ หากละเลยโรงงานอุตสากรรม-รถควันดำ ต้นเหตุ PM2.5

วันที่ 30 ม.ค. 62 พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี กล่าวถึงแนวทางการแก้ปัญหาฝุ่นละอองขนาดเล็ก ในระหว่างการเป็นประธานเปิดงานมหกรรมสร้างการตระหนักรู้ต่อยุทธศาสตร์ชาติ “อนาคตไทยอนาคตเรา Our country our future” ว่า รัฐบาลได้พยายามทำทุกแนวทางเพื่อแก้ไขปัญหาฝุ่นละอองขนาดเล็ก ซึ่งที่ผ่านมาได้ดำเนินการทั้งมาตรการในระยะสั้น ทั้งการให้ข้อมูลค่าฝุ่นละออง การแจกจ่ายหน้ากาก พร้อมทั้งได้สั่งการ ให้ทุกเขตในกรุงเทพมหานคร มีการรายงานสภาพอากาศทุกวัน และต้องมีการชี้แจงผลของการแก้ปัญหาในแต่ละพื้นที่ในทุกเขตอย่างต่อเนื่อง หากพื้นที่ใดไม่มีความคืบหน้าในการแก้ปัญหา ผู้อำนวยการเขตและเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องต้องถูกลงโทษ ส่วนในพื้นที่ต่างจังหวัด โดยเฉพาะจังหวัดที่มีค่าฝุ่นละอองอยู่ในระบบสูง เช่น สมุทรปราการ หรือสมุทรสาคร ผู้ว่าราชการจังหวัด และนายอำเภอจะต้องรับผิดชอบเรื่องมาตรการแก้ปัญหาให้เห็นผล นอกจากนี้ ได้เร่งรัดมาตรการตรวจรถที่มีควันดำ แต่ยังได้รับเสียงสะท้อนถึงผลกระทบด้านการจราจร ดังนั้น จึงขอความร่วมมือให้คนเจ้าของรถต้องมีจิตสำนึก มีการตรวจสอบสภาพรถก่อน ดีกว่าให้เจ้าที่ตำรวจต้องตรวจสอบบนท้องถนน ทั้งนี้ ที่ผ่านมา ยังมีการวิพากษ์วิจารณ์การตรวจสอบรถควันดำว่า รัฐบาลไม่ดำเนินการอย่างจริงจัง ดังนั้นหากเจ้าหน้าที่ตำรวจตรวจสอบพบว่ามีควันดำ อาจต้องมีมาตรการให้จอดรถทันที และแก้ไขให้มีสภาพสมบูรณ์ หรืออาจต้องมีการกำหนดไม่ให้ขับรถขับรถเข้ามาในพื้นที่ที่มีค่าฝุ่นละอองเกินมาตรฐาน หรือการกำหนดการใช้รถในวันคู่วันที่ รวมถึงการห้ามรถที่ใช้เครื่องยนต์ดีเซลเข้ามาในพื้นที่ ในส่วนของโรงงานอุตสากรรมอาจจะต้องขอความร่วมมือ หยุดเดินเครื่องในช่วงเวลาที่มีค่าฝุ่นละอองเกินมาตรฐาน เช่นช่วงเช้า ช่วงบ่าย อย่างน้อยวันละ 1 […]

ปชช.รออีกนิด! อก.เปิดตัวเครื่องต้นแบบ ‘ระบบขจัดมลพิษทางอากาศแบบเคลื่อนที่’

กระทรวงอุตสาหกรรมเปิดตัว เครื่องต้นแบบ “ระบบขจัดมลพิษทางอากาศแบบเคลื่อนที่” วันนี้ (28 มกราคม 2562) นายพสุ โลหารชุน ปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม พร้อมด้วย นางสาวนิสากร จึงเจริญธรรม รองปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม ร่วมชมการติดตั้ง สาธิตเครื่องต้นแบบ “ระบบขจัดมลพิษทางอากาศแบบเคลื่อนที่” ของกระทรวงอุตสาหกรรม ซึ่งนายสุรพล ชามาตย์ รองปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม เป็นผู้คิดค้นและออกแบบ ใช้งบประมาณในการผลิต จำนวน 87,000 บาท โดยเครื่องต้นแบบ “ระบบขจัดมลพิษทางอากาศแบบเคลื่อนที่” มีท่อดูดอาการเข้าระบบเส้นผ่าศูนย์กลาง 14 นิ้ว อัตราการไหลของอากาศ 4000 CFM ท่อปล่อยอากาศหลังบำบัด เส้นผ่าศูนย์กลาง 14 นิ้ว โดยมีระบบฟอกอากาศแบบเปียกทำงานร่วมกับลูกมีเดียพร้อมแผ่นใยซับละอองน้ำและฝุ่น ซึ่งจะช่วยลดฝุ่นขนาดเล็ก PM 2.5 ช่วยลดความหนาแน่นฝุ่นละออง ช่วยลดฝุ่นละอองทั่วไปจากการก่อสร้าง และช่วยลดไอเสียดีเซลจากการเผาไหม้ไม่สมบูรณ์ ให้มีคุณภาพอากาศที่ดีขึ้น โดยเครื่องดังกล่าวติดตั้งอยู่ ณ บริเวณด้านหน้าถนนพระรามที่ 6  กระทรวงอุตสาหกรรม ซึ่งคาดว่าในอนาคตจะสร้างเป็นรถเคลื่อนที่เพื่อขับเคลื่อนไปยังบริเวณที่มีมลภาวะสูงต่อไป

“แทค เผยโฉมสุดยอดหน้ากาก “รุ่นลิมิเต็ด” สู้ฝุ่นพิษ คลุ้งเมืองกรุงฯ

สืบเนื่องจากปัญหาฝุ่นละอองเกินมาตรฐาน หรือ ฝุ่นพิษ PM 2.5 อยู่ในระดับส่งผลกระทบต่อสุขภาพ ทำให้ชาวกรุงฯ ต้องช่วยตัวเองในเบื้องต้น ด้วยการสวมหน้ากากป้องกัน ทำให้หน้ากากกันฝุ่นเริ่มขาดตลาด เป็นช่องให้บุคคลบางกลุ่มฉวยโอกาสนี้กักตุนสินค้าและนำมาจำหน่ายในราคาสูง จนหน่วยงานของรัฐฯ ต้องออกมาประกาศถึงบทลงโทษ สูงสุดจำคุกไม่เกิน 7 ปี ปรับ 1.4 แสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ แต่ถึงสถานการณ์จะตึงเครียดแค่ไหน ถ้าเป็นคนไทยแล้วล่ะก็ ย่อมหามุมเฮฮาได้เสมอ อย่างเช่นคุณพ่อป้ายแดง “แทค ภรัณยู” ก็ได้เผยโฉม หน้ากากสู้ฝุ่นพิษ รุ่นลิมิเต็ด พร้อมแคปชั่นบอกลูกน้อยที่กำลังอยู่ในท้องภรรยา “น้องเบลล์” ด้วยว่า “ไม่ต้องห่วงลูก พ่อมีหน้ากากออกบ้านทำงานละ #ปลอดภัยฝุ่นจะมา 35-40 ก็มาสิครับกลัวเหรอ #ฝุ่นทำให้ไม่แข็งไม่จริงเช้ามานี้แข็งยิ่งกว่าหิน” เรียกเสียงหัวเราะจากชาวฟอลโลเวอร์ได้อย่างยอดเยี่ยมเลยทีเดียว   View this post on Instagram   ไม่ต้องห่วงลูก พ่อมีหน้ากากออกบ้านทำงานละ#ปลอดภัยฝุ่นจะมา35-40ก็มาสิครับกลัวเหรอ#ฝุ่นทำให้ไม่แข็งไม่จริงเช้ามานี้แข็งยิ่งกว่าหิน😝😝😝😝😝😝😝😝😝🌈 A post shared by แทค ภรัณยู โรจนวุฒิธรรม […]

เตรียมสวมหน้ากาก! กรมควบคุมมลพิษเผย 6 จุดทั่ว กทม. ค่าฝุ่นละออง PM2.5 เกินมาตรฐาน

จากกรณีที่มีการเผยแพร่ภาพบรรยากาศคล้ายมีหมอกหนาแน่นในหลายจุดทั่วพื้นที่กรุงเทพมหานคร ล่าสุดในเพจเฟซบุ๊ก กรมควบคุมมลพิษ ได้รายงานสถานการณ์ฝุ่นละออง PM2.5 ในพื้นที่กรุงเทพมหานคร ประจำวันที่ 12 มีนาคม 2561 ณ เวลา 15.00 น. โดยตรวจวัดได้ระหว่าง 71-88 มคก./ลบ.ม. เกินเกณฑ์มาตรฐาน 6 สถานี ได้แก่ 1) เขตบางนา 2) เขตวังทองหลาง 3) ริมถนนพระราม 4 4) ริมถนนอินทรพิทักษ์ 5) ริมถนนลาดพร้าว และ 6) ริมถนนพญาไท และยังมีแนวโน้มสูงขึ้น

คพ. เผยค่าฝุ่นละออง PM 2.5 ลดลง หลังหลายพื้นที่ กทม. มีฝนตก

เรียกว่าเป็นข่าวดีสำหรับหลายๆ คนที่กำลังติดตามข่าวคราวของค่าฝุ่นละออง PM 2.5 ที่เกินค่ามาตรฐานติดต่อมาเป็นเวลาหลายวัน ซึ่งล่าสุด กรมควบคุมมลพิษ ได้โพสต์ภาพและข้อมูลอัพเดทค่าฝุ่นละอองทั้ง 6 จุดทั่วกรุงเทพมหานคร ที่ลดลงจนจนไม่เกินค่ามาตรฐาน และมีแนวโน้มลดลงตลอดทั้งสัปดาห์ เนื่องจากมีฝนตกลงมาในหลายพื้นที่

คพ. โต้ ผอ. กรีนพีซ แจงคุณภาพอากาศของ ‘ไทย-สหรัฐฯ’ แตกต่างกัน นำมาเปรียบเทียบกันได้

จากกรณีที่นายธารา บัวคำศรี ผอ.ประจำประเทศไทย กรีนพีซเอเชียตะวันออกเฉียงใต้โพสต์ข้อความผ่าน เฟซบุ๊ก โดยกล่าวถึงปัญหาเรื่องฝุ่นละอองที่เกิดขึ้นใน กทม. ขณะนี้ว่า ค่าเฉลี่ย PM 2.5 ที่บางนาตั้งแต่เมื่อคืนจนถึงเช้านี้ อยู่ที่ 61.87 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร เมื่อนำเอาความเข้มข้นฝุ่นพิษดังกล่าวไปหาดัชนีคุณภาพอากาศ ตามวิธีการของสหรัฐอเมริกาผลคืออยู่ในระดับสีแดง ซึ่งแสดงว่าคุณภาพอากาศมีอันตรายต่อสุขภาพ และเป็นวิกฤตด้านสุขภาพของประชาชน ถ้ารัฐไม่มีประสิทธิภาพ ประชาชนจะลงมือติดตามตรวจสอบและรายงานคุณภาพอากาศกันเอง (อ่านเพิ่มเติมที่ : วิกฤตสุขภาพ!! ผอ. กรีนพีซ สวดหน่วยงานรัฐ ‘ไร้ประสิทธิภาพ’ แก้ปัญหาฝุ่นพิษ PM2.5) ล่าสุดทางกรมควบคุมมลพิษได้โพสตืข้อความขอชี้แจงกรณีดังกล่าว โดยอธิบายว่า การกำหนดค่าดัชนีคุณภาพอากาศ (AQI) ของแต่ละประเทศที่ใช้แถบสีในการรายงาน จะมีความสัมพันธ์กับค่ามาตรฐานคุณภาพอากาศที่แต่ละประเทศกำหนดขึ้น ซึ่งการกำหนดค่ามาตรฐานจะพิจารณากำหนดจากข้อมูลพื้นฐานการพัฒนาของประเทศ สภาพเศรษฐกิจและสังคม ซึ่งค่ามาตรฐานระหว่างประเทศไทยและสหรัฐอเมริกายังมีความแตกต่างกัน โดยประเทศไทยกำหนดค่ามาตรฐานฝุ่นละอองขนาดไม่เกิน 2.5 ไมครอน (PM2.5) เฉลี่ย 24 ชั่วโมง ไม่เกิน 50 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร (มคก./ลบ.ม) ในขณะที่ค่ามาตรฐานเฉลี่ย 24 ชั่วโมงของสหรัฐอเมริกาไม่เกิน 35 มคก./ลบ.ม. […]

ยังวิกฤต! คพ. เผย 6 จุด กทม. ค่าฝุ่นละอองเกินมาตรฐาน ชี้สาเหตุจากรถยนต์ 9.7 ล้านคัน

ยังคงเป็นปัญหาด้านสิ่งแวดล้อมที่ส่งผลต่อสุขภาพของผู้คนในหลายพื้นที่ของกรุงเทพมหานคร ที่ยังต้องจับตามองอย่างใกล้ชิด สำหรับปริมาณฝุ่นละออง PM2.5 ที่เกินค่ามาตรฐานอย่างต่อเนื่อง ซึ่งจากรายงานของกรมควบคุมมลพิษประจำวันที่ 15 กุมภาพันธ์ 2561 ณ เวลา 8.00 น. พบว่าปริมาณฝุ่นละออง PM2.5 ตรวจวัดได้ระหว่าง 51-84 มคก./ลบ.ม. เกินเกณฑ์มาตรฐาน (50 มคก./ลบ.ม.) จากทั้งหมด 6 สถานี ที่บริเวณริมถนนพระราม 4 ริมถนนอินทรพิทักษ์ ริมถนนลาดพร้าว ริมถนนพญาไท เขตบางนา และเขตวังทองหลาง ปริมาณฝุ่นละอองมีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้น นอกจากนี้ กรมควบคุมมลพิษยังเปิดเผยสาเหตุที่ทำให้ค่าฝุ่นละอองเกินมาตรฐานความปลอดภัยอย่างต่อเนื่องนั้น มีสาเหตุมาจากจำนวนยานพาหนะที่สูงถึง 9.7 ล้านคัน และเป็นรถเครื่องยนต์ดีเซลกว่า 2.4 ล้านคัน หรือคิดเป็นร้อยละ 25 ซึ่งเกินพื้นที่ถนนที่รองระบได้ถึง 4.4 เท่า นอกจากนี้ยังมีแหล่งกำเนิดอื่นๆ เช่น อุตสาหกรรม การก่อสร้าง การเผาในที่โล่ง ประกอบกับสภาพอุตุนิยมวิทยาที่เป็นช่วงรอยต่อฤดูกาล ทำให้สภาพอากาศนิ่งมีหมอกมาก มีความชื้นสูง ทำให้มีฝุ่นละอองสะสมในอากาศ

วิกฤตสุขภาพ!! ผอ. กรีนพีซ สวดหน่วยงานรัฐ ‘ไร้ประสิทธิภาพ’ แก้ปัญหาฝุ่นพิษ PM2.5

จากกรณีที่มีผู้โพสต์คลิปแสดงภาพฝุ่นละอองจำนวนมากซึ่งปลิวไปมาในอากาศบริเวณด้านหน้าสวนลุม และทางกรมควบคุมมลพิษที่ได้เผยแพร่ผ่านทางเพจเฟซบุ๊ก ได้เปิดเผยว่า ปริมาณฝุ่นละออง PM2.5 ตรวจวัดได้ระหว่าง 48-64 มคก./ลบ.ม. เกินเกณฑ์มาตรฐาน (50 มคก./ลบ.ม.) 4 สถานี ที่บริเวณริมถนนพระราม 4 ริมถนนอินทรพิทักษ์ ริมถนนลาดพร้าว และเขตวังทองหลาง ปริมาณฝุ่นละอองมีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้นทุกพื้นที่ (อ่านเพิ่มเติมที่ : นี่หรืออากาศที่เราหายใจ!? หนุ่มส่อง ‘สปอตไลต์’ ขึ้นฟ้า และพบว่า…ฝุ่น กทม. เยอะมาก) ล่าสุด นายธารา บัวคำศรี ผอ.ประจำประเทศไทย กรีนพีซเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก Tara Buakamsri โดยกล่าวถึงปัญหาเรื่องฝุ่นละอองที่เกิดขึ้นว่า…นี่คือวิกฤตด้านสุขภาพของประชาชน ถ้ารัฐกระจอกงอกง่อย ไร้น้ำยา ไม่มีประสิทธิภาพ กินภาษีของประชาชนไปวันๆ หมดเวลางานก็แต่งหล่อแต่งสวยกลับบ้าน ประชาชนก็จะลงมือติดตามตรวจสอบและรายงานคุณภาพอากาศกันเอง นอกจากนี้ นายธารา ยังบอกอีกว่า ค่าเฉลี่ย PM2.5 ที่บางนาตั้งแต่เมื่อคืนจนถึงเช้านี้อยู่ที่ 61.87 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร เมื่อนำเอาความเข้มข้นฝุ่นพิษดังกล่าวไปหา “ดัชนีคุณภาพอากาศ” (ซึ่งออกมาเป็นตัวเลขที่ไม่มีหน่วยไม่มีจุดทศนิยม) ตามวิธีการของ […]

นี่หรืออากาศที่เราหายใจ!? หนุ่มส่อง ‘สปอตไลต์’ ขึ้นฟ้า และพบว่า…ฝุ่น กทม. เยอะมาก

ยังคงเป็นประเด็นด้านสุขภาพที่น่าเป็นห่วงอย่างมาก สำหรับปริมาณฝุ่นละอองที่เกินค่ามาตรฐานอย่างต่อเนื่องและยังไม่มีแนวโน้มลดลง ซึ่งล่าสุดได้มีผู้ใช้ Youtube ชื่อ feelthai ได้โพสต์คลิปวิดีโอ ที่เผยให้เห็นการทดสอบส่องสปอตไลต์ขึ้นบนท้องฟ้า บริเวณด้านหน้าสวนลุมพินี และทำให้เห็นปริมาณฝุ่นละอองที่มองไม่เห็นด้วยตาเปล่าในอากาศจำนวนมากปลิวผ่านไปมา นอกจากนี้ ข้อมูลของกรมควบคุมมลพิษที่ได้เผยแพร่ผ่านทางเพจเฟซบุ๊ก ได้เปิดเผยว่า ปริมาณฝุ่นละออง PM2.5 ตรวจวัดได้ระหว่าง 48-64 มคก./ลบ.ม. เกินเกณฑ์มาตรฐาน (50 มคก./ลบ.ม.) 4 สถานี ที่บริเวณริมถนนพระราม 4 ริมถนนอินทรพิทักษ์ ริมถนนลาดพร้าว และเขตวังทองหลาง ปริมาณฝุ่นละอองมีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้นทุกพื้นที่

กรมควบคุมมลพิษเตือน ปชช. สวมหน้ากากอนามัย หลังพบหลายจุดค่าฝุ่นละอองมีแนวโน้มเพิ่มขึ้น

จากกรณีที่มีการเผยแพร่ภาพบรรยากาศคล้ายมีหมอกหนาแน่นในตอนเช้าหลายจุดทั่วพื้นที่กรุงเทพมหานคร ล่าสุดในเพจเฟซบุ๊ก กรมควบคุมมลพิษ ได้รายงานสถานการณ์ฝุ่นละออง PM2.5 ในพื้นที่กรุงเทพมหานคร ประจำวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2561 ณ เวลา 8.00 น. โดยระบุว่า… 1. ปริมาณฝุ่นละออง PM2.5 ตรวจวัดได้ระหว่าง 69-94 มคก./ลบ.ม. เกินเกณฑ์มาตรฐาน (50 มคก./ลบ.ม.) 5 สถานี ได้แก่ บริเวณเขตบางนา เขตวังทองหลาง ริมถนนอินทรพิทักษ์ ริมถนนพระราม 4 และริมถนนลาดพร้าว โดยปริมาณฝุ่นละอองมีแนวโน้มเพิ่มขึ้น 2. กรมอุตุนิยมวิทยา พยากรณ์สภาพอากาศในพื้นที่ กทม. อากาศเย็นกับมีหมอกในตอนเช้า และอุณหภูมิจะสูงขึ้น 1-3 องศาเซลเซียส อุณหภูมิต่ำสุด 20-23 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 31-33 องศาเซลเซียส ความชื้น 88% ลักษณะเช่นนี้จะทำให้ฝุ่นละอองในบรรยากาศสะสมเพิ่มขึ้นได้ 3. ประชาชนที่อยู่ในกลุ่มเสี่ยง ได้แก่ ผู้ป่วยโรคระบบทางเดินหายใจ […]

ชาวกรุงพึงระวัง! กรมควบคุมมลพิษเผย 5 พื้นที่ในกทม. พบค่าฝุ่นละอองเกินมาตรฐาน

วันนี้ (6 ก.พ. 61) เวลา 15.00 น. กรมควบคุมมลพิษ ได่รายงานสถานการณ์ฝุ่นละออง PM2.5 ในพื้นที่กรุงเทพมหานคร ประจำวัน ตรวจวัดได้ระหว่าง 50-65 มคก./ลบ.ม. ปริมาณฝุ่นละอองมีแนวโน้มลดลงทุกพื้นที่ โดยพบเกินเกณฑ์มาตรฐาน (50 มคก./ลบ.ม.) บริเวณเขตบางนา เขตวังทองหลาง ริมถนนพระรามสี่ ริมถนนอินทรพิทักษ์ และริมถนนลาดพร้าว

keyboard_arrow_up