เปิดประวัติความเป็นมา ก่อนจะกลายมาเป็นวันแม่แห่งชาติ 12 สิงหาคม

วันแม่แห่งชาติ นั้นตรงกับวันที่ 12 สิงหาคมของทุกปี เป็นวันสำคัญวันหนึ่งของไทยที่นับว่าเป็นวันเฉลิมพระชนมพรรษาของสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ และยังถือว่าวันแม่แห่งชาตินี้เป็นวันหยุดราชการอีกด้วย

ความเป็นมาและความสำคัญของ “วันอาสาฬหบูชา”

วันอาสาฬหบูชา เป็นวันสำคัญทางศาสนาพุทธนิกายเถรวาทและวันหยุดราชการในประเทศไทย โดยคำว่า อาสาฬหบูชา ย่อมาจาก “อาสาฬหปูรณมีบูชา” แปลว่า “การบูชาในวันเพ็ญเดือนอาสาฬหะ” อันเป็นเดือนที่สี่ตามปฏิทินของประเทศอินเดีย ตรงกับวันเพ็ญ เดือน 8 ตามปฏิทินจันทรคติของไทย ซึ่งมักจะตรงกับเดือนกรกฎาคมหรือเดือนสิงหาคม แต่ถ้าในปีใดมีเดือน 8 สองหน ก็ให้เลื่อนไปทำในวันเพ็ญเดือน 8 หลังแทน วันอาสาฬหบูชาได้รับการยกย่องเป็นวันสำคัญทางพระพุทธศาสนา เนื่องจากเหตุการณ์สำคัญที่เกิดขึ้นเมื่อ 45 ปี ก่อนพุทธศักราช ในวันขึ้น 15 ค่ำ เดือน 8 คือวันอาสาฬหปุรณมีดิถี หรือวันเพ็ญเดือนอาสาฬหะ ณ ป่าอิสิปตนมฤคทายวัน เมืองพาราณสี แคว้นกาสี อันเป็นวันที่พระพุทธเจ้าทรงแสดงปฐมเทศนาคือ ธัมมจักกัปปวัตตนสูตรแก่ปัญจวัคคีย์ การแสดงธรรมครั้งนั้นทำให้พราหมณ์โกณฑัญญะ 1 ในปัญจวัคคีย์ ประกอบด้วย โกณฑัญญะ วัปปะ ภัททิยะ มหานามะ และอัสสชิ เกิดความเลื่อมใสในพระธรรมของพระพุทธเจ้า จนได้ดวงตาเห็นธรรมหรือบรรลุเป็นพระอริยบุคคลระดับโสดาบัน ท่านจึงขออุปสมบทในพระธรรมวินัยของพระพุทธเจ้า ด้วยวิธีเอหิภิกขุอุปสัมปทา พระอัญญาโกณฑัญญะจึงกลายเป็นพระสาวกและภิกษุองค์แรกในโลก และทำให้ในวันนั้นมีพระรัตนตรัยครบองค์สามบริบูรณ์เป็นครั้งแรกในโลก คือ มีทั้งพระพุทธเจ้า […]

ความเป็นมา “การค้าประเวณี” ในเมืองไทย หลังมีคำสั่งคุมเข้มพัทยา ห้าม “ค้าบริการ” เด็ดขาด

หลังจากมีคำสั่งของหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ เกี่ยวกับบัญญัติเกี่ยวกับสถานบริการประเภทสถานบันเทิง ได้มีควงามเคลื่อนไหวจาก สภ.เมืองพัทยา ที่ร่วมกับตำรวจท่องเที่ยว ตำรวจตรวจคนเข้าเมือง ได้จัดประชุมผู้ประกอบสถานบันเทิงทั่วเมืองพัทยา โดยมีตัวแทนผู้ประกอบกว่า 100 ราย เข้าประชุมอย่างพร้อมเพรียง เพื่อเน้นย้ำให้ผู้ประกอบการสถานปฏิบัติตามดังนี้ 1. ห้ามปล่อยให้มีผู้อายุต่ำกว่า 20 ปีบริบูรณ์ เข้าใช้บริการโดยเด็ดขาด 2. ห้ามเปิดสถานบริการเกินกว่าเวลาตามที่กฏหมายบัญญัติไว้ 3. ห้ามยินยอมให้พกพาอาวุธ และยาเสพติดเข้าไปในสถานบริการ 4. ห้ามปล่อยให้มีการกระทำความผิดฐานค้ามนุษย์โดยเด็ดขาด และจะมีการออกสุ่มตรวจสถานบริการทุกประเภท หากพบความผิดจะดำเนินกฏหมายอย่างเด็ดขาด แน่นอนว่านี่ไม่ใช่ครั้งแรก ที่มีความตื่นตัวต่อปัญหาการค้าบริการตามเมืองใหญ่ๆ ในประเทศ และหากย้อนกลับไป ณ จุดเริ่มต้นของปัญหาที่ถูกยกระดับขึ้นมาเป็นความผิดในระดับ “การค้ามนุษย์” นั้น คงปฏิเสธไม่ได้ว่า การค้าประเวณีนั้นไม่ใช่สิ่งใหม่ในสังคมไทย และมีเอกสารทางประวัติศาสตร์ย้อนไปได้กว่า 600 ปี เช่น เอกสารของชาวจีน Ma Huan (1433) และชาวยุโรป (Van Neck, 1604; Gisbert Heeck, 1655 และอื่นๆ) อย่างไรก็ดีในประวัติศาสตร์ยุคใหม่ตั้งแต่สงครามโลกครั้งที่สองและสงครามเย็น ที่มีชาวญี่ปุ่นและชาวอเมริกันจำนวนมากเข้ามาอาศัยในประเทศไทยอาจทำให้สถานการณ์รุนแรงขึ้น และในช่วงสงครามเวียดนามเป็นต้นมา […]

ความเป็นมา “วินมอเตอร์ไซค์” อาชีพให้บริการ ที่เพิ่งยกพวกตีกันสดๆ กลางกรุง

กลายเป็นประเด็นร้อนที่ได้รับความสนใจในโลกออนไลน์อีกครั้ง เมื่อกลุ่ม วินมอเตอร์ไซค์ กลุ่มใหญ่หลายสิบคนพร้อมอาวุธครบมือ ได้ก่อเหตุยกพวกตีกันกลางถนน มีการขว้างปาสิ่งของใส่กัน ท่ามกลางความตื่นตกใจของผู้ที่สัญจรผานไปมาย่าน ตลาดอุดมสุข โดยในคลิปเป็นเหตุการณ์ความวุ่นวาย มีเสียงตะโกนด่าทอใส่กัน ก่อนที่จะมีเจ้าหน้าที่สายตรวจเข้าระงับเหตุ แม้จะไม่ใช่ครั้งแรกที่เกิดปัญหาเช่นนี้ในสังคมไทย และคงไม่ใช่ครั้งสุดท้ายที่จะเกิดเหตุการณ์แบบนี้ หากไม่มีมาตรการออกมาควบคุมอย่างเด็ดขาด แต่ก่อนจะมีการแก้ปัญหาทุกอย่าง เราควรได้ทราบความเป็นมาของปัญหาเหล่านั้นเสียก่อน รวมทั้งความเป็นว่าของวินมอเตอร์ไซค์ที่เป็นผู้ก่อเหตุในหลายๆ ครั้งด้วย จากข้อมูลของ สำนักบริการวิชาการ มหาวิทยาลัยบูรพา ได้ให้ข้อมูลเกี่ยวกับความเป็นมาของ “มอเตอร์ไซค์รับจ้าง” กลุ่มแรกในประเทศไทย มีต้นกำเนิดมาจากจากชาวสวนยางพาราทางภาคใต้ ที่นำยางแผ่นไปขายให้พ่อค้า แต่เพราะสภาพถนนในสมัยก่อนยังเป็นทางเล็กๆ และทุรกันดาร ต้องใช้มอเตอร์ไซค์เป็นหลัก ส่วนในกรุงเทพฯ นั้น สำนักบริการวิชาการ มหาวิทยาลัยบูรพา ได้มีการอ้างอิงบทสัมภาษณ์ของ เรือเอกสมบูรณ์ บุญศักดิ์ดี อดีตผู้จัดการคิวรถมอเตอร์ไซค์ ในซอยงามดูพลี ในนิตยสาร Thailand Business ฉบับเดือนตุลาคม พ.ศ. 2526 ทำให้ทราบว่ามอเตอร์ไซค์รับจ้างสายแรกในกรุงเทพฯ เกิดขึ้นที่ซอยงามดูพลี และย่านชานเมืองบริเวณดอนเมืองและบางกะปิ ซึ่งได้ให้เหตุผลเกี่ยวกับการจัดตั้งคิวรถมอเตอร์ไซค์ไว้ว่า… ในซอยงามดูพลีมีคนอาศัยอยู่อย่างหนาแน่น แฟลตทหารเรือซึ่งอยู่ห่างจากถนนพระรามสี่ถึง 0.8 ก.ม. มีคนอาศัย 300 ครัวเรือน […]

ความเป็นมาของ “หวย” รางวัลเสี่ยงโชคที่อยู่คู่คนไทยมากว่า 187 ปี

หากจะมีการเสี่ยงโชคแบบไหนที่ใกล้ชิดคนไทยมากที่สุด ก็คงต้องยกให้กับ หวย หรือ สลากกินแบ่งรัฐบาล ที่เปิดโอกาสให้คนได้ร่วมลุ้นเงินรางวัลกันเดือนละ 2 ครั้ง จนบางคนซื้อหวยเป็นงานอดิเรกเพื่อความสุข โดยไม่สนใจเงินรางวัลไปแล้ว ขอแค่ได้มีอะไร สนุกๆ ไว้ร่วมลุ้นกับคนรอบข้างก็พอ แต่ขณะเดียวกันก็ยังมีคนอีกมากที่คาดหวังเงินรางวัลจนถึงขั้นรวบรวมสถิติและโอกาศที่จะออกเลขต่างๆ มาใช่เพื่อการคำนวณโอกาสที่จะซื้อเลขในแต่ละครั้ง แต่ไม่ว่าจะเป็นสายจริงจัง หรือสายเล่นเพื่อความบันเทิง นี่คือประวัติความเป็นมาเกี่ยวกับหวยในประเทศไทยที่หลายคนอาจจะทราบมาแล้ว หรือบางคนอาจไม่เคยรู้มาก่อน หวยเกิดขึ้นในประเทศราวปี พ.ศ. 2375 ซึ่งเป็นช่วงขาดแคลน ข้าวยากหมากแพง คนไม่ยอมนำเงินมาใช้ เอาเงินไปฝังไว้ในดิน ต่อมาได้แก้ปัญหาเรื่องนี้ด้วยการตั้งหวย จึงโปรดเกล้าฯ ให้พระศรีไชยบาล(จีนหง) (ภายหลังเลื่อนยศเป็นพระยาศรีไชยบาล) ตั้งโรงหวยขึ้นมาตั้งแต่บัดนั้น หวยในระยะแรกจะเล่นอยู่ในกลุ่มชาวจีน เรียกว่า “ฮวยหวย” แปลว่า ชุมนุมดอกไม้ เพราะเริ่มแรกเขียนตัวหวยเป็นรูปดอกไม้ ต่อมาจึงเปลี่ยนเป็นชื่อคนจีน โดยทำเป็นแผ่นป้ายเล็ก ๆ จำนวน 34 ป้าย แล้วเขียนชื่อของผู้มีชื่อเสียงในสมัยโบราณเอาไว้บนป้าย ให้แทงว่าจะออกเป็นชื่อใคร ถ้าทายถูกเจ้ามือจ่าย 30 ต่อหนึ่ง ต่อมาเมื่อการพนันแพร่ระบาดสู่สังคมไทย จึงได้มีการออกหวยที่เป็นอักษรไทย (ซึ่งใช้ตัวอักษร 36 ตัว) จึงมีชื่อเรียกว่า “หวย […]

ความเป็นมา และความสำคัญของ “วันวิสาขบูชา”

วันวิสาขบูชา เป็นวันสำคัญทางศาสนาพุทธสำหรับพุทธศาสนิกชนทุกนิกายทั่วโลก ทั้งเป็นวันหยุดราชการในหลายประเทศ และวันสำคัญในระดับนานาชาติตามข้อมติของสมัชชาใหญ่แห่งสหประชาชาติ เพราะเป็นวันคล้ายวันที่เกิดเหตุการณ์สำคัญที่สุดในศาสนาพุทธ 3 เหตุการณ์ด้วยกัน คือ การประสูติ ตรัสรู้ และปรินิพพานของพระโคตมพุทธเจ้า ทั้งสามเหตุการณ์ได้เกิด ณ วันขึ้น 15 ค่ำ เดือน 6 หรือวันเพ็ญแห่งเดือนวิสาขะ (ต่างปีกัน) ชาวพุทธจึงถือว่า เป็นวันที่รวมเกิดเหตุการณ์อัศจรรย์ยิ่ง และเรียกการบูชาในวันนี้ว่า “วิสาขบูชา” ย่อมาจาก “วิสาขปุรณมีบูชา” แปลว่า “การบูชาในวันเพ็ญเดือนวิสาขะ” อันเป็นเดือนที่สองตามปฏิทินของอินเดีย ซึ่งตรงกับวันเพ็ญเดือน 6 ตามปฏิทินจันทรคติของไทย และมักตรงกับเดือนพฤษภาคมหรือมิถุนายนตามปฏิทินจันทรคติของไทย โดยในประเทศไทย ถ้าปีใดมีเดือน 8 สองหน ก็เลื่อนไปทำในวันเพ็ญเดือน 7 แต่ประเทศอื่นที่นับถือพระพุทธศาสนาเถรวาท และไม่ได้ถือคติตามปฏิทินจันทรคติไทย จะจัดพิธีวิสาขบูชาในวันเพ็ญเดือน 6 แม้ในปีนั้นจะมีเดือน 8 สองหนตามปฏิทินจันทรคติไทยก็ตาม ส่วนในกลุ่มชาวพุทธมหายานบางนิกายที่นับถือว่า เหตุการณ์ทั้ง 3 นั้นเกิดในวันต่างกันไป จะมีการจัดพิธีวิสาขบูชาต่างวันกันตามความเชื่อในนิกายของตน ซึ่งไม่ตรงกับวันวิสาขบูชาตามปฏิทินของชาวพุทธเถรวาท วันวิสาขบูชา นั้นได้รับการยกย่องจากพุทธศาสนิกชนทั่วโลกให้เป็นวันสำคัญสากลทางพระพุทธศาสนา เนื่องจากเป็นวันที่บังเกิดเหตุการณ์สำคัญ […]

เปิดประวัติความเป็นมาของ “วันแรงงานแห่งชาติ” ทำไมถึงตรงกับวันที่ 1 พฤษภาคม

ในสมัยก่อนประเทศในแถบยุโรปจะถือเอาวันเมย์เดย์ (May Day) เป็นวันเริ่มต้นฤดูใหม่ทางเกษตรกรรม จึงมีพิธีเฉลิมฉลองและทำการบวงสรวงขอให้ปลูกพืชได้ผลดี รวมถึงขอให้ประชาชนอยู่เย็นเป็นสุข อีกทั้งทางภาคเหนือของยุโรปก็จะมีการจัดงานรอบกองไฟในวันนี้ด้วย ซึ่งประเพณีนี้ในประเทศอังกฤษก็ยังมีสืบทอดกันมาจนถึงปัจจุบันนี้ จากตอนแรกที่เป็นเพียงวันหยุดพักผ่อนประจำปี ต่อมาประเทศอุตสาหกรรมหลายประเทศจึงถือเป็นวันหยุดตามประเพณีทั่วไป โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อเตือนใจให้ประชาชนตระหนักถึงผู้ใช้แรงงานที่ได้ทำประโยชน์แก่เศรษฐกิจของประเทศ ความหมายของ วันเมย์เดย์ (May Day) จึงเปลี่ยนไปจากเดิม จนเมื่อปี พ.ศ. 2433 ได้มีการเรียกร้องในหลายประเทศทางตะวันตกให้ถือเอาวันที่ 1 พฤษภาคม เป็นวันแรงงานสากล ทำให้หลายประเทศได้เริ่มฉลองวันแรงงานเป็นครั้งแรกในวันที่ 1 พฤษภาคม พ.ศ. 2433 และได้สืบทอดมาจนถึงในปัจจุบัน สำหรับวันแรงงานในประเทศไทย มีขึ้นในปี พ.ศ. 2475 เมื่อประเทศไทยได้เริ่มมีการจัดการบริหารแรงงาน โดยเป็นการจัดสรรและพัฒนาแรงงาน ตลอดจนคุ้มครองและดูแลสภาพการทำงานของแรงงาน ทั้งนี้ เพื่อเป็นการสร้างรากฐานและส่งเสริมความสัมพันธ์ระหว่างนายจ้างและลูกจ้างให้ดีขึ้น ซึ่งในวันที่ 20 เมษายน พ.ศ. 2499 คณะกรรมการจัดงานที่ระลึกแรงงานได้จัดประชุมขึ้น โดยมีความเห็นตรงกันว่าควรกำหนดให้วันที่ 1 พฤษภาคม ให้เป็นวันที่ระลึกถึงแรงงานไทย จึงได้มีหนังสือถึงนายรัฐมนตรีขอให้รับรองวันที่ 1 พฤษภาคม ทำให้นับแต่นั้นมา วันที่ 1 พฤษภาคม […]

“แบดมินตัน” กีฬามีประโยชน์ แต่ยังไม่ปรากฏความเป็นมาที่ชัดเจน

แบดมินตัน (Badminton) เป็นกีฬาชนิดหนึ่ง ที่ใช้ไม้ตีลูก ลูกสำหรับใช้ตีนั้น เรียกกันมาช้านานว่า “ลูกขนไก่” เพราะสมัยก่อนกีฬานี้ใช้ขนของไก่มาติดกับลูกบอลทรงกลมขนาดเล็ก ปัจจุบันลูกขนไก่ผลิตจากขนเป็ดที่คัดแล้ว ลูกบอลทรงกลมขนาดเล็กที่ทำเป็นหัวลูกขนไก่ทำด้วยไม้คอร์ก กีฬาแบดมินตันมีความเป็นมาจากหลักฐานต่าง ๆ จะสามารถบ่งบอกที่มาของกีฬาประเภทนี้ไว้ที่หลายยุค เช่น… ในจีนช่วงคริสต์ศตวรรษที่ 7 มีภาพวาดเก่า ๆ ซึ่งบ่งบอกว่ามีการใช้ขนไก่มาทำเป็นลูกขนไก่ใช้ในการเล่น ซึ่งตอนนั้นจะใช้เท้าเตะกัน 2 คนหรือจะตั้งวงกัน 3-4 คน คริสต์ศตวรรษที่ 13 ชาวอินเดียแดงในอเมริกาตอนใต้ ใช้ขนนกหรือขนไก่ผูกติดกับลูกกลมโดยลูกบอลกลมนั้นใช้หญ้าฟางพันขมวดเข้าด้วยกัน และให้ขนไก่ชี้ไปทางเดียวกันและเวลาเล่นใช้มือจับลูกขนไก่นั้นปาใส่ผู้เล่นคนอื่น ๆ ให้ช่วยกันจับ ตลอดช่วงเวลาที่กล่าวมานี้ ยังไม่มีการใช้แร็กเกต หรืออุปกรณ์อื่น ๆ ตีปะทะลูกขนไก่ แต่ใช้มือ หรืออวัยวะอื่น ๆ แทน คริสต์ศตวรรษที่ 14 ชาวญี่ปุ่นได้มีการใช้ขนไก่ หรือขนนกเสียบผูกติดกับหัวไม้ และใช้ไม้ตีลูกขนไก่นั้น โดยไม้ที่ใช้ตีทำมาจากไม้กระดาน ตีลูกขนไก่ไปมานับว่าเป็นวิวัฒนาการในรูปลักษณ์ของการเล่นแบดมินตันที่ใกล้เคียงกับยุคปัจจุบันมากที่สุด โดยมีการใช้แร็กเกตตีลูกขนไก่แทนการใช้อวัยวะของร่างกาย ปลายคริสต์ศตวรรษที่ 17 ในแถบยุโรปมีการเขียนภาพสีน้ำมันถึงการเล่นกีฬาแบดมินตันในราชสำนักต่างๆ พระราชินีคริสตินาแห่งสวีเดนทรงจำลองไม้แบดมินตันมาจากแร็กเกตในกีฬาเทนนิส และใช้ขนไก่หรือขนนกเสียบติดกับหัวไม้ก๊อก ส่วนเจ้าฟ้าชายเฟรดเดอริค มกุฎราชกุมารแห่งเดนมาร์ก […]

ความสำคัญ และ ความเป็นมา ของ พระราชพิธีบรมราชาภิเษก

พระราชพิธีบรมราชาภิเษก เป็นโบราณราชประเพณีที่ต้องทำเพื่อความเป็นพระมหากษัตริย์อย่างสมบูรณ์ ดังความใน “จดหมายเหตุพระราชพิธีบรมราชาภิเษก สมเด็จพระรามาธิบดี ศรีสินทรมหาวชิราวุธ พระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว” ว่า “…ตามราชประเพณีในสยามประเทศนี้ ถือเปนตำราแต่โบราณว่า พระมหากระษัตริย์ซึ่งเสด็จผ่านพิภพ ต้องทำพระราชพิธีบรมราชาภิเษกก่อน จึงจะเปนพระราชาธิบดีโดยสมบูรณ์ ถ้ายังมิได้ทำพระราชพิธีบรมราชาภิเษกอยู่ตราบใด ถึงจะได้ทรงรับรัชทายาทเมื่อเสด็จเข้าไปประทับอยู่ในพระราชวังหลวง ก็เสด็จอยู่เพียงณที่พักแห่งหนึ่ง พระนามที่ขานก็คงใช้พระนามเดิม เปนแต่เพิ่มคำว่า “ซึ่งทรงสำเร็จราชการแผ่นดิน” เข้าข้างท้ายพระนาม แลคำรับสั่งก็ยังไม่ใช้พระราชโองการ จนกว่าจะได้สรงมุรธาภิเษก ทรงรับพระสุพรรณบัฏจารึกพระบรมราชนามาภิธัย กับทั้งเครื่องราชกกุธภัณฑ์จากพระมหาราชครูพราหมณ์ผู้ทำพิธีราชาภิเษกแล้ว จึงเสด็จขึ้นเฉลิมพระราชมณเฑียร ครอบครองสิริราชสมบัติสมบูรณ์ด้วยพระเกียรติยศแห่งพระราชามหากระษัตริย์แต่นั้นไป…” พระราชพิธีบรมราชาภิเษก เป็นราชประเพณีคู่สังคมไทยมายาวนานโดยได้รับอิทธิพลจากคติอินเดีย แต่ลักษณะการพระราชพิธีแต่เดิมมีแบบแผนรายละเอียดเป็นอย่างไรไม่ปรากฏหลักฐานแน่ชัด แม้แต่การเรียกชื่อพิธีก็แตกต่างกันออกไปในแต่ละสมัย เช่น สมัยอยุธยา สมัยรัตนโกสินทร์ตอนต้นเรียกว่า “พระราชพิธีราชาภิเษก” หรือ “พิธีราชาภิเษก” ส่วนในปัจจุบันเรียกว่า “พระราชพิธีบรมราชาภิเษก” สมัยสุโขทัยปรากฏหลักฐานในศิลาจารึกหลักที่ ๒ หรือจารึกวัดศรีชุม ซึ่งเป็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเมื่อราวพุทธศตวรรษที่ ๑๘ กล่าวถึงการขึ้นเป็นผู้นำของพ่อขุนบางกลางหาว ไว้ว่า “…พ่อขุนผาเมืองจึงอภิเษกพ่อขุนบางกลางหาวให้เมืองสุโขทัย ให้ทั้งชื่อตนแก่พระสหายเรียกชื่อศรีอินทรบดินทราทิตย์…” ส่วนในศิลาจารึกวัดป่ามะม่วงภาษาไทย และภาษาเขมรกล่าวถึงเครื่องราชกกุธภัณฑ์ในพิธีบรมราชาภิเษกพระมหาธรรมราชาที่ ๑ (ลิไทย) ว่ามี มกุฎ พระขรรค์ชัยศรี และเศวตฉัตร […]

ความเป็นมาของ “การเวียนเทียน” ในวันสำคัญทางพระพุทธศาสนา

วันมาฆบูชา พุทธศาสนิกชนชาวไทยนิยมทำบุญตักบาตรในตอนเช้า และตลอดวันจะมีการบำเพ็ญบุญกุศลความดีอื่น ๆ เช่น ไปวัดรับศีล งดเว้นการทำบาปทั้งปวง ถวายสังฆทาน ให้อิสระทาน (ปล่อยนกปล่อยปลา) ฟังพระธรรมเทศนา และไปเวียนเทียนรอบโบสถ์ในเวลาเย็น ซึ่งการเวียนเทียนนั้น ไทยได้รับคตินี้มาจากอินเดียพร้อมกับพระพุทธศาสนา โดยปรากฏหลักฐานการแสดงความเคารพโดยการเวียนเทียนในพระไตรปิฎก ซึ่งใช้คำว่าเวียนประทักษิณาวัตร คือเวียนขวา 3 รอบ เป็นเครื่องหมายถึงการแสดงออกซึ่งการเคารพบูชาต่อสิ่งนั้นๆ อย่างสูงสุด และปรับประยุกต์ให้เข้ากับพื้นฐานทางวัฒนธรรมของไทย โดยนำมาใช้เป็นการแสดงความบูชาต่อพระรัตนตรัยมาตั้งแต่โบราณ มีหลักฐานปรากฏเป็น “ฐานประทักษิณ” สำหรับการกระทำพิธีเวียนเทียน ในโบราณสถานทางศาสนา มาตั้งแต่สมัยทวารวดี รวมทั้งปรากฏข้อความในพงศาวดารว่ามีการกระทำพิธีเวียนเทียนในวันสำคัญทางศาสนาสืบมาจนถึงปัจจุบัน และจะกระทำกันในวันสำคัญทางพระพุทธศาสนา เช่น วันวิสาขบูชา, วันมาฆบูชา, วันอาสาฬหบูชา และวันอัฏฐมีบูชา โดยจะเดินเวียนรอบปูชนียสถานสำคัญ เช่น อุโบสถวิหาร หรือพระพุทธรูปเพื่อระลึกถึงคุณของพระรัตนตรัย และใช้เทียนธูปดอกไม้เป็นเครื่องสักการบูชา ถือไว้ในมือแล้วเดินเวียน 3 รอบ ทั้งนี้ในขณะที่เดินรอบนั้นพึงตั้งจิตให้สงบ พร้อมสวดระลึกถึงพระพุทธคุณ ด้วยการสวดบท “อิติปิโส” ระลึกถึงพระธรรมคุณ ด้วยการสวด สวากขาโต และระลึกถึงพระสังฆคุณ ด้วยการสวด สุปะฏิปันโน จนกว่าจะเวียนจบ 3 […]

ความเป็นมาและความสำคัญของ “วันมาฆบูชา” ที่ชาวพุทธควรทราบ

วันมาฆบูชา เป็นวันสำคัญของชาวพุทธเถรวาทและวันหยุดราชการในประเทศไทย ซึ่งย่อมาจาก “มาฆปูรณมีบูชา” หมายถึง การบูชาในวันเพ็ญกลางเดือนมาฆะตามปฏิทินอินเดีย หรือเดือน 3 ตามปฏิทินจันทรคติของไทย (ตกช่วงเดือนกุมภาพันธ์หรือมีนาคม) ถ้าปีใดมีเดือนอธิกมาส คือมีเดือน 8 สองหน (ปีอธิกมาส) ก็เลื่อนไปทำในวันเพ็ญเดือน 3 หลัง (วันเพ็ญเดือน 3) วันมาฆบูชาได้รับการยกย่องเป็นวันสำคัญทางศาสนาพุทธ เนื่องจากเหตุการณ์สำคัญที่เกิดขึ้นเมื่อ 2,500 กว่าปีก่อน คือ พระโคตมพุทธเจ้าทรงแสดงโอวาทปาติโมกข์ท่ามกลางที่ประชุมมหาสังฆสันนิบาตครั้งใหญ่ในพระพุทธศาสนา คัมภีร์ปปัญจสูทนีระบุว่าครั้งนั้นมีเหตุการณ์เกิดขึ้นพร้อมกัน 4 ประการ คือ พระภิกษุ 1,250 รูป ได้มาประชุมพร้อมกันยังวัดเวฬุวันโดยมิได้นัดหมาย, พระภิกษุทั้งหมดนั้นเป็น “เอหิภิกขุอุปสัมปทา” หรือผู้ได้รับการอุปสมบทจากพระพุทธเจ้าโดยตรง, พระภิกษุทั้งหมดนั้นล้วนเป็นพระอรหันต์ผู้ทรงอภิญญา 6, และวันดังกล่าวตรงกับวันเพ็ญเดือน 3 ดังนั้น จึงเรียกวันนี้อีกอย่างหนึ่งว่า “วันจาตุรงคสันนิบาต” หรือ วันที่มีการประชุมพร้อมด้วยองค์ 4 เดิมนั้นไม่มีพิธีมาฆบูชาในประเทศพุทธเถรวาท จนมาในสมัยของพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว (รัชกาลที่ 4) พระองค์ได้ทรงปรารภถึงเหตุการณ์ครั้งพุทธกาลในวันเพ็ญเดือน 3 ดังกล่าวว่า เป็นวันที่เกิดเหตุการณ์สำคัญยิ่ง […]

เที่ยวต่อไม่รอแล้วนะ…! โพสท่าให้ปัง สนุกไปกับศิลปะข้างถนน ‘ลำปางสตรีทอาร์ต’

สายฮิพมารวมตัวตรงนี้ วันนี้อมรินทร์ทีวี ออนไลน์ มีสถานที่สุดฮิตที่สายฮิพอย่างเราต้องไป “ลำปางสตรีทอาร์ต” แบกกล้องเที่ยว แชะ สนุกไปกับศิลปะข้างถนน เมื่อเร็วๆ นี้ จังหวัดลำปางได้เปิดตัวแคมเปญ “ลำปาง ปลายทางฝัน” บูรณาการรอบด้านพร้อมรองรับนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทย และต่างชาติให้เดินทางมาสัมผัสเสน่ห์แห่งเมืองเขลางค์นคร นอกจากวัดวาอาราม, ร้านอาหาร และตลาดคนเดินแล้ว ยังมีอีกหนึ่งสถานที่เที่ยว ที่สายฮิพอย่างเราต้องไปปักหมุด นั้นคือ สตรีทอาร์ต (Street Art) “ลำปางสตรีทอาร์ต” ปัจจุบันมี 2 แห่งให้สายฮิพตามล่าภาพสนุกๆ แห่งแรกอยู่บริเวณสะพานรัษฎาภิเศก และกาดกองต้า ถนนคนเดินเก่าแก่ ซึ่งเป็นจุดท่องเที่ยวหลักของเมืองลำปาง ความสวยงามของสตรีทอาร์ตบริเวณนี้คือ ศิลปินเขาสร้างสรรค์ผลงานตามแนวกำแพงบ้านเรือนริมแม่น้ำวัง ทำให้เห็นถึงความร่วมมือร่วมใจของชาวบ้าน   แห่งที่ 2 อยู่บริเวณตลาดรัตน หรือตลาดเก๊าจาว หรือตลาดสงครามโลก สตรีทอาร์ตบริเวณนี้จะบอกเล่าวิถีชีวิตของคนลำปางในอดีตจนถึงปัจจุบัน จากอาชีพหาบเร่สู่ตลาดค้าขาย รวมถึงสถานที่สำคัญอย่าง “อุโมงค์ขุนตาน” โดยเพื่อนๆ ที่จะมาเช็กอินที่นี่ก็มาไม่ยาก เพราะอยู่ใกล้กับสถานีรถไฟลำปาง เปิดกูเกิ้ลแมพปักหมุดมาที่ตลาดเก๊าจาว เดินลัดเลาะมาเรื่อยๆ ราว 10 นาทีก็ถึง ไฮไลต์สุดว๊าวของสตรีทอาร์ตที่ตลาดเก๊าจาวคือ ศิลปินเขาสร้างสรรค์ผลงานบนตัวอาคารเก่าแก่สมัยสงครามโลก บอกเลยว่าใครที่ไปเที่ยวลำปาง ไม่แวะถือว่าพลาดมากๆ … […]

ลอยกันอยู่ทุกปี แต่เคยรู้จักประวัติความเป็นของ ‘วันลอยกระทง’ หรือไม่!?

วันลอยกระทง เป็นวันสำคัญทางศาสนาฮินดูวันหนึ่งของไทยและเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ตรงกับวันขึ้น 15 ค่ำ เดือน 12 ตามปฏิทินจันทรคติไทย ตามปฏิทินจันทรคติล้านนา มักจะตกอยู่ในราวเดือนพฤศจิกายน ตามปฏิทินสุริยคติ บางปีเทศกาลลอยกระทงก็จะมาตรงกับเดือนตุลาคมด้วย เช่นปี พ.ศ. 2544วันลอยกระทงปีนั้นตรงกับวันที่ 31 ตุลาคม และจะมาตรงกันอีกครั้งในปี พ.ศ. 2563 ประเพณีนี้กำหนดขึ้นเพื่อเป็นการสะเดาะเคราะห์และขอขมาต่อพระแม่คงคา บางหลักฐานเชื่อว่าเป็นการบูชารอยพระพุทธบาทที่ริมฝั่งแม่น้ำนัมทามหานที และบางหลักฐานก็ว่าเป็นการบูชาพระอุปคุตอรหันต์หรือพระมหาสาวก สำหรับประเทศไทยประเพณีลอยกระทงได้กำหนดจัดในทุกพื้นที่ทั่วประเทศ โดยเฉพาะบริเวณที่ติดกับแม่น้ำ ลำคลอง หรือ แหล่งน้ำต่าง ๆ ซึ่งแต่ละพื้นที่ก็จะมีเอกลักษณ์ที่น่าสนใจแตกต่างกันไป เดิมทีลอยกระทง เป็นประเพณีโบราณของอินเดียที่ประเทศไทยรับเข้ามาปฏิบัติ แต่ไม่ปรากฏหลักฐานชัดเจนว่าทำกันมาตั้งแต่เมื่อไร เท่าที่ปรากฏกล่าวได้ว่ามีมาตั้งสมัยสุโขทัยเป็นราชธานี พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงสันนิษฐานว่า เดิมทีเดียวเห็นจะเป็นพิธีของพราหมณ์กระทำเพื่อบูชาพระผู้เป็นเจ้าทั้งสาม คือ พระอิศวร พระนารายณ์ และพระพรหมต่อมาได้ถือตามแนวทางพระพุทธศาสนามีการชักโคม เพื่อบูชาพระบรมสารีริกธาตุพระจุฬามณีในชั้นดาวดึงส์ และลอยโคมเพื่อบูชารอยพระพุทธบาท ซึ่งประดิษฐาน ณ หาดทรายแม่น้ำนัมมทา ทั้งนี้ ตำนานที่หาหลักฐานยืนยันมิได้ กล่าวไว้ว่าในรัชสมัยพ่อขุนรามคำแหง มีนางนพมาศหรือท้าวศรีจุฬาลักษณ์ เป็นผู้ประดิษฐ์กระทงขึ้นครั้งแรก โดยแต่เดิมเรียกว่าพิธีจองเปรียง ที่ลอยเทียนประทีป และนางนพมาศได้นำดอกโคทม ซึ่งเป็นดอกบัวที่บานเฉพาะวันเพ็ญเดือนสิบสองมาใช้ใส่เทียนประทีป […]

โค้งสุดท้ายก่อนฟุตบอลโลก 2018 แล้วรู้หรือเปล่าว่า…ฟุตบอลโลกคืออะไร!?

เรียกว่าเข้าสู่ช่วงนับถอยหลังของจริงแล้ว สำหรับการเข้าสู่บรรยากาศการแข่งขันฟุตบอลโลก 2018 ที่จะจัดขึ้นในวันที่ 14 มิถุนายนนี้ ณ ประเทศรัสเซีย ซึ่งนับเป็นการจัดครั้งแรกของรัสเซียและยุโรปตะวันออก และเป็นครั้งแรกที่ประเทศเจ้าภาพคาบเกี่ยวระหว่างสองทวีป คือ ยุโรปกับเอเชีย แต่ก่อนจะเข้าสู่การแข่งขันที่ผู้ชมทั่วโลกต่างรอคอยนี้ รู้หรือไม่ว่า ฟุตบอลโลก ที่เรากำลังเรียกๆ กันอยู่ หรือตามที่สื่อมวลชนกำลังรายงานนั้นมีจุดเริ่มต้นความเป็นมาอย่างไร? เอาเป็นว่าหากใครยังไม่ทราบ งั้นเรามาทำความรู้จักกับมหกรรมกีฬาที่ทั่วโลกรอคอยนี้กันสักหน่อยดีกว่า ว่ามีความเป็นมาเป็นไปอย่างไร เผื่อว่าจะช่วยให้หลายๆ คนได้อินกับบรรยากาศการแข่งขันนี้มากขึ้น ฟุตบอลโลก หรือ ฟุตบอลโลกฟีฟ่า (FIFA World Cup) คือการแข่งขันฟุตบอลระหว่างประเทศโดยมีชุดทีมชาติในกลุ่มสมาชิกสหพันธ์ฟุตบอลระหว่างประเทศ (ฟีฟ่า) เข้าร่วมแข่ง โดยจะจัดขึ้นทุกๆ 4 ปี และเริ่มต้นครั้งแรกในปี ค.ศ. 1930 ก่อนจะมีการยกเว้นไปในปี ค.ศ. 1942 และ 1946 เนื่องจากเป็นช่วงที่กำลังเกิดสงครามโลกครั้งที่สอง และเป็นการพักจากผลกระทบของสงครามโลก ปัจจุบัน การแข่งขันฟุตบอลโลกประกอบด้วยทีมจากชาติต่างๆ รวมทั้งสิ้น 32 ทีม เพื่อเข้าร่วมแข่งขันในสถานที่จัดงานของประเทศเจ้าภาพ ซึ่งจะจัดขึ้นประมาณ 1 เดือน โดยการแข่งขัน […]

keyboard_arrow_up