“งูก้นขบ” ต้นตำนานความเชื่อเรื่อง “ปากกัดก้นต่อย” ทั้งที่เป็นแค่…งูไม่มีพิษ!!

อีกหนึ่งความเชื่อแบบไทยๆ ที่น่าจะฝังหัวใครอยู่ไม่น้อย นั่นคือเรื่องตำนานของ “งูก้นขบ” ที่สามารถทำร้ายคนได้ทั้งหัวและหาง จนทำเอาคนจำนวนมากเป็นต้องลงมือตีมันซะทุกครั้งที่พบเห็น โดยไม่ทันได้คิดว่า…เรื่องที่เล่าๆ กันมานั้นเป็นจริงหรือไม่ และความจริงแล้ว…งูที่ว่ากัดได้ทั้งหัวทั้งหางนั้นมันมีพิษจริงหรือเปล่า !? งูก้นขบ (Red-tailed pipe snake) เป็นงูที่มีขนาดไม่เกิน 1 เมตร และสามารถพบได้ทั้งในประเทศพม่า ตอนใต้ของประเทศจีน ไปจนถึงทางใต้จากประเทศเวียดนาม, ประเทศลาว, ประเทศกัมพูชา, ประเทศไทย, คาบสมุทรมลายู และอินเดียตะวันออก ถึงประเทศอินโดนีเซีย เป็นงูที่หากินบนพื้นดิน รวมทั้งอาศัยอยู่ในโพรงในพื้นดิน ออกเป็นตัวโดยไข่จะฟักในท้องและแม่งูจะคลอดลูกอีกทีเป็นตัว คล้ายกับงูโบอาที่พบในทวิปอเมริกา จะออกลูก 8-13ตัว ส่วนใหญ่มีลำตัวสีดำแกมม่วง มีลายสีขาวเป็นปล้องๆ ที่สำคัญคือเป็นงูที่ไม่มีพิษ แต่มักถูกเข้าใจกันว่ามีพิษ เพราะมีพฤติกรรมชอบชูและแผ่หางซึ่งปลายที่มีสีแดงส้ม เพื่อขู่ศัตรูให้เข้าใจผิด แต่เมื่อถูกคุกคามหรือจับตัว มักจะแกล้งทำเป็นตาย จึงนิยมเลี้ยงเป็นสัตว์เลี้ยง สำหรับผู้ที่นิยมเลี้ยงสัตว์เลื้อยคลานหรือสัตว์แปลก ๆ โดยสามารถเลี้ยงได้ในตู้ปลา โดยการจัดสภาพแวดล้อมในที่เลี้ยงให้เลียนแบบธรรมชาติ

พญานาคให้โชค ฝันเห็นกันทั้งบ้าน ตื่นมาเจอรอยปริศนาหน้าโทรทัศน์ ชาวบ้านแห่ขอเลขเด็ด

วันที่ 28 ก.ค. 62 ชาวบ้านสองพี่น้อง ม.11 ต.ผักไหม อ.ศีขรภูมิ จ.สุรินทร์ และหมู่บ้านใกล้เคียง นักเสี่ยงโชคจำนวนมาก แห่พากันดูนำโทรศัพท์มือถือมาถ่ายรูป รอยคล้ายพญานาคขึ้นบนโต๊ะตั้งทีวี ขนาด 50 นิ้ว ภายในบ้านของนางสมใจ ศรียะนัย อายุ 37 ปี อยู่บ้านเลขที่ 89 บ้านสองพี่น้อง ม.11 ต.ผักไหม อ.ศีขรภูมิ จ.สุรินทร์ พร้อมนำดอกไม้ ธูปเทียนมากราบไหว้บูชา เพื่อขอโชค นายอุทัย ศรียะนัย อายุ 42 ปี พี่ชายเจ้าของบ้าน เล่าว่า ตนตื่นมาเห็นรอยคล้ายพญานาค เมื่อวันจันทร์ที่ 22 ก.ค.62 ก่อนที่จะเห็นตอนนอนฝันว่า มีงูใหญ่เข้าบ้าน มีผู้ชายตัวใหญ่เอางูไว้ที่บ้าน วันต่อมาก็ฝันอีกว่า มีผู้ชายเข้ามาในบ้านเยอะมาก แล้วคืนที่ 3 ฝันว่าได้มีหมอลำคณะใหม่มาเล่นที่บ้าน แต่ตอนแรกตนไม่เชื่อว่าพญานาคมีจริง ตนอยู่ที่ จ.อุดรธานี ไปที่คำชะโนดบ่อยกับวัดศิริพร และวัดสว่าง […]

ชาวบ้านว้าว ก้อนประหลาดโผล่ เชื่อคนเจอมีบุญกราบไหว้จะร่ำรวย – นักวิชาการชี้คล้ายแก้ว คนทำขึ้นเอง

จากกรณีที่นายสังวาล วันชม อายุ 60 ปี คนรับจ้างขับรถแมคโครขุดดิน เพื่อขยายทางทำท่อระบายโครงการหมู่บ้าน ม.2 ต.ดอนหัวฬ่อ อ.เมือง จ.ชลบุรี ขุดลึกประมาณเกือบ 2 เมตร พบก้อนประหลาด จึงนำมาเก็บไว้ มีน้ำหนักกว่า 10 กิโลกรัม รูปร่างกลมมน ไม่คม ลักษณะทั้งภายในและภายนอกใส มีแสงสว่างส่องออกมา ขณะที่ชาวบ้านต่างเดินทางมาขอดูกันอย่างต่อเนื่อง นายสมเจตน์ ไตรรักษ์ รองนายกเทศบาลตำบลดอนหัวฬ่อ อ.เมือง จ.ชลบุรี และนายวินัย ทรงแสงธรรม นายจ้างของนายสังวาล ต่างก็บอกว่ารู้สึกดีใจ ที่นายสังวาลไปขุดเจอก้อนประหลาด ก็อยากให้หน่วยที่เกี่ยวข้องมาตรวจสอบว่าเป็นวัตถุใด เป็นของธรรมชาติ หรือเป็นก้อนที่มนุษย์สร้างขึ้น นอกจากนี้ มียายชาวบ้านในพื้นที่ ที่มาดูก้อนประหลาด กล่าวว่า เกิดมาในชีวิตเกือบ 90 ปี ยังไม่เคยพบเห็นก่อนประหลาดแบบนี้มาก่อน เชื่อว่าคนที่เจอ จะต้องมีบุญวาสนา จึงได้มาครอบครอง ต่อไปนี้จะมีกิน ร่ำรวยขึ้น แต่ก็ต้องกราบไหว้ และบูชาอย่างดีเช่นกัน ด้าน รศ.ดร.เจษฎา เด่นดวงบริพันธ์ อาจารย์ประจำภาควิชาชีววิทยา […]

ข่าวอรุณอมรินทร์ :อาถรรพ์! ลือหึ่งอดีตเจ้าอาวาสทุบเศียรพระ เจออุบัติเหตุกะโหลกยุบ

ที่วัดโคกมะม่วง หรือวัดโคกกระท้อน ม.2 ต.ควนปริง อ.เมืองตรัง วัดโบราณที่สร้างมาแล้วกว่า 300 ปี โดยพระปราโมทย์ สุทธจิตโต เจ้าอาวาสฯ พร้อมพระลูกวัด และคนงานก่อสร้างขุดขุดหลุมเพื่อฝังลูกนิมิต ในการบูรณะโบสถ์ แต่ได้ไปพบพระพุทธรูปเก่าแก่ปางขัดสมาธิ 1 องค์ 1 เศียร พระพุทธรูปทรงเทริดมโนราห์ 2 องค์สภาพยังสมบูรณ์มาก และพระเครื่อง หม้อฝังดินภายในมีเศษซากโครงกระดูกมนุษย์อยู่ ด้านชาวบ้าน เล่าว่า ตรงที่โบสถ์เก่าแห่งนี้ซึ่งมีพระพุทธรูปอยู่หลายองค์ เจ้าอาวาสคนเก่าได้สร้างโบสถ์ทับหลังเก่า และทุบพระพุทธรูปองค์เก่าที่อยู่คู่กับวัดมานานทิ้งซากลงไปด้วย ต่อมาทุกวันนี้เจ้าอาวาสคนดังกล่าวมีอาการป่วยนอนติดเตียง แต่กะโหลกศีรษะมีรอยยุบ เนื่องจากอุบัติเหตุ ชาวบ้านต่างร่ำลือกันทั่วว่าเป็นอาเพศ น่าจะเป็นผลพวงจากการทุบเศียรพระพุทธรูปทิ้ง และสาเหตุที่โบสถ์หลังนี้สร้างไม่เสร็จนั้นเชื่อว่าเป็นอาถรรพ์ ติดตามข่าวสารเรื่องราวที่น่าสนใจอื่น ๆ ได้ที่ อมรินทร์ทีวี เอชดี ช่อง 34 

“บะหมี่” เมนูเส้นๆ ที่มาพร้อมความเชื่อเรื่องความเจริญรุ่งเรือง และอายุมั่นขวัญยืน

บะหมี่ เป็นผลิตภัณฑ์อาหารประเภทเส้นที่ชาวจีนค้นคิดขึ้น มีส่วนประกอบของแป้งสาลี และน้ำเป็นส่วนประกอบเป็นส่วนใหญ่ อาจมีไข่ เกลือ และสารละลายด่างหรือสีผสมอาหาร สามารถแบ่งตามสูตรออกเป็่นบะหมี่แบบจีนและบะหมี่แบบญี่ปุ่น โดยบะหมี่แบบจีนนั้น ทำจากแป้งสาลีชนิดอเนกประสงค์ที่มีโปรตีนประมาณ 10-12 เปอร์เซ็นต์ ผสมกับโซเดียมคาร์บอเนต 0.5-2.0 เปอร์เซ็นต์ น้ำประมาณ 30-35 เปอร์เซ็นต์ และเกลือ 1.5 เปอร์เซ็นต์ บะหมี่ที่ได้จะมีสีเหลือง ส่วนบะหมี่แบบญี่ปุ่น จะทำจากแป้งสาลีโปรตีนต่ำ หรือแป้งผสมระหว่าง soft wheat และ hard wheat เพื่อให้มีโปรตีนประมาณ 9-10 เปอร์เซ็นต์ ผสมกับน้ำ 28-33 เปอร์เซ็นต์ เกลือ 2 เปอร์เซ็นต์ ไม่เติมด่าง ทำให้บะหมี่มีสีขาว เนื้ออ่อนนุ่ม คนชนชาติชาวจีนนิยมนำมารับประทานเป็นอาหารจานหลัก เพราะมีความเชื่อตามบรรพบุรุษของชาวจีนว่า การรับประทานอาหารประเภทเส้นบะมี่จะช่วยให้ลูกหลานเจริญรุ่งเรือง และมี “อายุยืนยาว” นอกจากนี้คนชนชาติจีนไม่นิยมนำบะหมี่ไปกราบไหว้ “บรรพบุรุษที่ล่วงลับ” ไปแล้ว เพราะเชื่อกันว่าจะทำให้ลูกหลานของตน “อายุสั้น” อย่างไรก็ตามความเชื่อดังกล่าวค่อยเลือนหายไป แล้วกลายเป็นหนึ่งในเมนูที่ทำมาเพื่อไหว้บรรพบุรุษในวันสำคัญต่างๆ ปัจจุบันบะหมี่ถูกทำผ่านกระบวนการผลิตที่แตกต่างกันออกไป […]

“ศีลล้างบาป” พิธีศักดิ์สิทธิ์ทางศาสนาคริสต์ เพื่อต้อนรับ “สมาชิกใหม่” ของคริสตจักร

พิธีบัพติศมา (ศัพท์โปรเตสแตนต์) หรือ ศีลล้างบาป (ศัพท์คาทอลิก) หรือ พิธีรับเข้าเป็นคริสต์ศาสนิกชน (ศัพท์ประชากรศาสตร์) เป็นพิธีศักดิ์สิทธิ์ในศาสนาคริสต์ ทำขึ้นเพื่อรับ “ผู้ที่เพิ่งรับเชื่อ” เข้าเป็นสมาชิกใหม่ของคริสตจักร ซึ่งตามคัมภีร์ไบเบิลภาคพันธสัญญาใหม่ ได้ระบุว่า… ยอห์นผู้ให้บัพติศมาเริ่มประกอบพิธีนี้ให้สาวกของตน โดยให้ผู้รับจุ่มตัวลงในแม่น้ำลึก ถือเป็นสัญลักษณ์ของการกลับใจและรอคอยอาณาจักรสวรรค์ซึ่งกำลังจะมาถึง พระเยซูทรงรับบัพติศมาจากยอห์นในครั้งนั้นด้วย จากนั้นจึงเริ่มปฏิบัติพระภารกิจของพระองค์ ต่อมาในศาสนาคริสต์ยุคแรก ผู้ให้บัพติศมาจะให้ผู้รับเปลือยกายลงแช่ในแม่น้ำ ซึ่งมีทั้งแบบให้จุ่มทั้งตัว ยืน หรือคุกเข่าในน้ำ แล้ว “ผู้ให้บัพติศมา” จะตักน้ำรดลงบน “ผู้รับบัพติศมา” ในปัจจุบันบางคริสตจักรยังรักษาวิธีการแบบเดิม บางคริสตจักรก็ใช้วิธีเทน้ำรดลงบนหน้าผากของผู้รับสามครั้ง การเป็นมรณสักขีในศาสนาคริสต์ก็ถือว่าเป็นการรับบัพติศมาด้วย เรียกว่า “พิธีบัพติศมาด้วยเลือด” เชื่อว่ามรณสักขีนั้นได้รับความรอดแล้วแม้จะยังไม่ได้รับบัพติศมาด้วยน้ำก็ตาม คริสตจักรโรมันคาทอลิกปัจจุบันรับรอง “พิธีบัพติศมาแห่งความปรารถนา” ซึ่งหมายถึงความตั้งใจจะรับบัพติศมาแต่เสียชีวิตเสียก่อนเข้าพิธี ก็ถือว่าได้รับความรอดแล้ว คริสต์ศาสนิกชนบางนิกายประกอบพิธีบัพติศมาแก่ทารกด้วย เพราะเชื่อว่าบัพติศมาเป็นทางแห่งความรอด จนเมื่อฮุลดริช ซวิงลี นักเทววิทยาศาสนาคริสต์สมัยคริสต์ศตวรรษที่ 16 กล่าวว่าพิธีนี้ไม่จำเป็น คริสตจักรแบปทิสต์จึงประกอบพิธีบัพติศมาแก่ผู้เชื่อเองเท่านั้น ทุกวันนี้คริสต์ศาสนิกชนหลายกลุ่ม โดยเฉพาะเควเกอร์และแซลเวชันอาร์มีถือว่าพิธีนี้ไม่จำเป็นและไม่ประกอบพิธีนี้เลย แต่กลุ่มที่ยังมีพิธีนี้อยู่ก็มีรูปแบบพิธีแตกต่างกันไป ส่วนมากรับบัพติศมา “ในพระนามของพระบิดา พระบุตร และพระวิญญาณบริสุทธิ์” (โปรเตสแตนต์) หรือ […]

“จงโคร่ง” สัตว์นำโชคของคนปักษ์ใต้ และมีความเชื่อว่า…หนังตากแห้งออกฤทธิ์คล้าย “สูบกัญชา”

จงโคร่ง (Giant jungle toad) หรือ กระหอง (ปักษ์ใต้) จัดเป็นสัตว์ครึ่งบกครึ่งน้ำจำพวกคางคกขนาดใหญ่ที่พบในประเทศไทย บริเวณหลังมีน้ำพิษเห็นเป็นปุ่มชัดเจน ตาใหญ่ ตัวมีสีน้ำตาลดำ ตัวผู้มักปรากฏลายสีเข้มเป็นแถบทั้งขาหน้า และขาหลัง บริเวณใต้ท้องมีสีขาวหม่น ขนาดโตเต็มที่ประมาณ 22 เซนติเมตร ขายาว 6-8 นิ้ว ขาหน้าสั้นกว่าขาหลัง นิ้วเท้ามี 4 นิ้ว สามารถเปลี่ยนสีลำตัวได้ตามสภาพแวดล้อม โดยตัวเมียมีขนาดใหญ่กว่าตัวผู้ จงโคร่งพบได้เฉพาะในป่าดิบชื้น โดยจะอาศัยอยู่ตามแหล่งน้ำในป่า เช่น ลำธารน้ำตกหรือลำห้วย โดยมักใช้ชีวิตอยู่ในน้ำมากกว่าอยู่บนบก มักหลบอยู่ตามขอนไม้หรือก้อนหินขนาดใหญ่ หากินในเวลากลางคืน อาหารหลักได้แก่ แมลงและสัตว์น้ำขนาดเล็ก ส่งเสียงร้องคล้ายสุนัขเห่า จึงได้อีกชื่อหนึ่งว่า “หมาน้ำ” และมีพฤติกรรมร้องเป็นจังหวะๆ ครั้งละ 6-10 วินาที พบกระจายพันธุ์ทั่วไปในป่าดิบชื้นในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ในประเทศไทย พบได้ในภาคเหนือ, ภาคตะวันตกและภาคใต้ แต่ปัจจุบันมีสถานะเป็นสัตว์ป่าคุ้มครอง เนื่องจากมีจำนวนประชากรลดลง จากการบุกรุกทำลายถิ่นอาศัยและถูกล่า จากข้อมูลของ องค์การสวนสัตว์ ในพระบรมราชูปถัมภ์ ได้เปิดเผยว่า จงโคร่งตามความเชื่อของคนปักษ์ใต้นั้นเป็นสัตว์นำโชค หากเข้าบ้านใครถือเป็นลางมงคล […]

รู้หรือไม่? ทำไมคนสมัยก่อนถึง “กลัว” การถูกถ่ายรูป

ถึงแม้ว่า “กล้อง” ในยุคนี้สมัยนี้ จะถือเป็นสิ่งของสำคัญที่ทุกคนต่างพกติดตัว ไม่ว่าจะเป็นกล้องโพราลอยด์ กล้องสมาร์ทโฟน หรือแม้แต่กล้องฟิล์มที่กำลังฮิตติดกระแสกันอยู่ในตอนนี้ก็ตาม แต่หารู้ไม่ว่า ในอดีตนั้นมีความเชื่อเกี่ยวกับกล้องถ่ายภาพอันแสนน่าพิศวงนี้อยู่ กล้องถ่ายภาพถือกำเนิดเป็นครั้งแรกบนโลกปี ค.ศ. 1837 ซึ่งภาพถ่ายที่ออกมานั้นจะคงอยู่และไม่จางหายไปเหมือนกล้องยุคแรกๆ และเนื่องจากการถ่ายภาพแต่ละครั้งต้องใช้เงินเป็นจำนวนมาก เพราะเทคโนโลยียังไม่แพร่หลาย ทำให้ภาพถ่ายสมัยก่อนออกมาในรูปแบบของท่าทางที่ขึงขัง จริงจัง หลังจากนั้น เมื่อการถ่ายภาพเริ่มเป็นที่แพร่หลายมากยิ่งขึ้น มันก็นำมาซึ่งความเชื่อสยองๆ ที่ว่า “ใครที่ถูกถ่ายรูป วิญญาณจะไปอยู่ในรูปภาพนั้น” ซึ่งสันนิษฐานจากการที่ในยุคนั้นการถ่ายภาพแต่ละครั้งมักจะเป็นงานศพ ที่นำผู้เสียชีวิตมาจัดท่าทางถ่ายภาพร่วมกับครอบครัว เพื่อเก็บไว้เป็นที่ระลึก และจากความเชื่อเรื่องวิญญาณที่ถูกดูดไปอยู่ในภาพถ่าย ทำให้คนสมัยนั้นคิดหาวิธีการแก้เคล็ดขึ้น โดยในการถ่ายภาพแต่ละครั้งจะไม่มีการมองกล้องตรงๆ เพราะกลัวว่าจะถูกสูบวิญญาณไป แต่ถ้าเป็นสมัยนี้หลายคนคงรู้จักกันในชื่อว่า “รูปแนวเผลอ” นี่เอง เตรียมพบกับหนังสยองขวัญสั่นประสาท ที่นำเอาความเชื่อโบราณมาประยุกต์ “อย่าให้มัน ถ่ายรูปคุณ” POLAROID ถ่ายติดตาย 13 มิถุนายนนี้ ในโรงภาพยนตร์

แม้ชื่อจะน่าเกรงขาม แต่ “เสลดพังพอน” กันงูไม่ได้…แต่เป็นสมุนไพรได้นะ

เรียกว่าเป็นอีกหนึ่งความเชื่อที่หลายๆ คนน่าจะเคยได้ยินมาบ้าง อย่างเช่นการปลูกต้นไม้บางชนิดเอาไว้เพื่อป้องกันสัตว์มีพิษเข้ามาในพื้นที่บ้าน และหนึ่งในความเชื่อเหล่านั้น นั่นคือการปลูกต้น “เสลดพังพอน” เอาไว้ป้องงู ด้วยเชื่อว่าทั้งชื่อและสรรพคุณทางยาของมันจะสามารถขับไล่งูได้ แม้จะฟังดูน่าเชื่อถือ ยิ่งเมื่อเป็นคำจากปากคนเก่าคนแก่ด้วยแล้วยิ่งไม่มีข้อกังขา แต่งานนี้คงต้องทำความเข้าใจเสียใหม่ เพราะไม่ว่าจะเป็นเสลดพังพอน หรือพืชสมุนไพรอะไรก็ตามแต่ แทบจะไม่มีสรรพคุณในการไล่งูได้โดยตรง แต่อาจเป็นเพราะชื่อที่คล้ายกับตัวพังพอน ศัตรูคู่อริที่สามารถเล่นงานกับงูเห่าได้ จึงทำให้คนเชื่อว่าต้นไม้นี้น่าจะมีคุณสมบัติตามนั้น แต่ถึงจะมีชื่อที่น่าไว้ใจ ในความเป็นจริงนั้น ทั้งงูและพังพอนเองก็ไม่ได้เป็นคู่อาฆาตต่อกัน และส่วนใหญ่พวกมันมักจะพยายามหลีกเลี่ยงกันเผชิญหน้าเสียด้วยซ้ำ เว้นแต่ในยามออกล่าหาอาหาร ที่พังพอนมักจะเลือกกินงูเป็นหลัก เพราะมีขนาดกังอิ่มท้อง แม้จะต้องออกแรงมาสักหน่อยก็ตาม อย่างไรก็ตาม แม้ต้นเสลดพังพอนจะไล่งูไม่ได้ แต่มันก็เป็นพืชสมุนไพรที่มีสรรพคุณหลากหลาย ตั้งแต่ใบที่ใช้พอกฝี แก้พิษแมลงสัตว์กัดต่อย แก้ช้ำบวม ต้นใช้แก้ปวดฟัน น้ำคั้นจากใบสามารถใช้แก้อาการปวดจากเงี่ยงปลาแทง แก้ปวดฟัน เหงือกบวม และริดสีดวงทวารได้ นอกจากนี้ชาวโอรังอัสลีในรัฐเปรัก ประเทศมาเลเซีย ใช้ใบสดกำจัดหูดอีกด้วย

“กระดิ่งเงินกระดิ่งทอง” แมลงกลุ่มมอดแป้งที่คนเลี้ยงไว้เรียกทรัพย์ บ้างก็ใช้กินกระตุ้นความฟิต

จะเรียกว่าเป็นวัตถุมงคลเวอร์ชั่นมีชีวิตก็คงจะไม่เกินจริงนัก สำหรับความเชื่อในการเลี้ยง “กระดิ่งเงินกระดิ่งทอง” แมลงขนาดเล็ก สีออกดำๆ ที่เดินขยุกขยิกบนกองข้าวตอกในขวดโหลใสๆ แถมมีการตั้งชื่อให้มายมายเช่น มารวย พารวย มาดี เฮงเฮง โชคดี เพื่อความเป็นสิริมงคลในการให้โชคลาภ แน่นอนว่าในเรื่องความเป็นวัตถุมงคล และการส่งเสริมเรื่องโชคลาภนั้นไม่สามารถหาคำตอบที่ชัดเจนได้ว่ามันมีผลโดยตรงหรือไม่ แต่สิ่งที่สามารถอธิบายได้ตามหลักกีฏวิทยาวิทยาคือแมลงเปลือกแข็งชนิดหนึ่ง จากข้อมูลจาก อนุกรมวิธานสัตว์ อักษร ก ฉบับราชบัณฑิตยสถาน พิมพ์ครั้งที่ 1 พ.ศ. 2540 ซึ่งเขียนโดยศ. ดร.สุธรรม อารีกุล ได้ระบุว่า กระดิ่งทอง (Martinus dermestoides Framer) เป็นแมลงปีกแข็งในวงศ์ Tenebrionidae มีชื่อเรียกตามภาคอื่นๆ ได้แก่ มะเหมี่ยว (ภาคกลาง), ม่าเหมี่ยว (ภาคใต้) ลักษณะทั่วไป เป็นแมลงพวกด้วงปีกแข็ง ขนาดเล็ก สีน้ำตาลแก่จนเกือบดำ ลำตัวเป็นรูปทรงกระบอก ยาวประมาณ 6 มิลลิเมตร กว้างประมาณ 2 มิลลิเมตร อกและท้องที่มีปีกแข็งคลุมมีขนาดไล่เลี่ยกัน หัวรูปหกเหลี่ยม ปลายขอบด้านหน้ามีขนละเอียด […]

หนุ่มขนลุก! พาหลานเที่ยววัดเจดีย์ไอ้ไข่ จู่ ๆ ลุกรำมโนราห์โชว์ไม่รู้ตัว (คลิป)

จากกรณีเฟซบุ๊ก จตุภุมิ อินทรัตน์  เผยแพร่คลิปวิดีโอ พร้อมข้อความ ‘อภินิหารไอ้ไข่ไม่เคยจางหาย เมื่อวานผมเจอมาเองกับตัว ซึ่งผมกับเพื่อนๆและหลานคนหนึ่งได้เดินทางไปวัดเจดีย์ไอ้ไข่ ไปถึงเวลาประมาณ 6 โมงเย็นกว่าๆ หลักจากสักการะไอไข่เสร็จ กำลังจะกลับออกจากวัด อยู่ดีๆก็เกิดเรื่องแปลกๆกับหลานผมขึ้นมา ซึ่งหลานผมคนนี้ไม่เคยรำมโนราห์ เป็นเลย’  ระบุว่าได้พาครอบครัวไปสักการะ วัดเจดีย์ไอ้ไข่ อำเภอสิชล จ.นครศรีธรรมราช ก่อนพบเรื่องราวประหลาดเมื่อหลานชายของตนจู่ ๆ ก็รำมโนราห์  ยืนยันเด็กไม่เคยรู้จักศาสตร์ประเภทนี้มาก่อน เรื่องนี้ทำให้ผู้ที่มีความเชื่อเรื่องลี้ลับออกมาแสดงความคิดเห็นจำนวนมาก และเชื่อว่า ไอ้ไข่ อาจจะมาชวนให้เด็กคนนี้เล่น โดยมีการเล่าสืบต่อกันมาหลายชั่วอายุคนว่า สถานที่ตั้งวัดเจดีย์ปัจจุบันเมื่อก่อนได้มี หลวงปู่ทวด ซึ่งเป็นเกจิอาจารย์ดังสายปักษ์ใต้ได้มาปักกลด เดินธุดงค์อยู่บริเวณนั้น ส่วนไอ้ไข่นั้นเชื่อว่าเป็นวิญญาณเด็กอายุประมาณ 9 – 10 ขวบเป็นลูกศิษย์ซึ่งติดตามหลวงปู่ทวด เมื่อหลวงปู่ทวดมาถึงสถานที่ดังกล่าว พบว่ามีทรัพย์สมบัติ และ ศาสนสถานที่สำคัญเป็นจำนวนมากจึงได้ให้ ไอ้ไข่ สิงสถิตเฝ้าทรัพย์สมบัติดังกล่าว วิญญาณดวงนี้เฝ้าดูแลปกปักษ์รักษาทรัพย์สินของแผ่นดิน อยู่ที่วัดแห่งนี้ตั้งแต่นั้นมา แต่เดิมวัดเจดีย์เมื่อก่อนเป็นวัดที่รกร้าง สร้างมาประมาณ 1,000 ปี แล้ว ได้บูรณะใหม่เมื่อปี พ.ศ. 2500 ซึ่งที่ ผู้ใดที่เข้ามานอนพักข้างแรมภายในบริเวณวัดเจดีย์ถ้าไม่เอ่ยชื่อ หรือบอกกล่าว หรือขอขมาต่อไอ้ไข่แล้ว […]

ฮือฮาน้ำผุดปริศนา! เจ้าของที่ยันไร้ท่อส้วมหลุม เชื่อปาฏิหาริย์เจ้าพ่อช่วยรักษาโรค (คลิป)

วันที่ 1 พ.ค. 62 ภายหลังจากมีผู้ใช้เฟซบุ๊กได้โพสต์ภาพและเรื่องราว โดยระบุว่าพบน้ำผุดไหลซึมบนผิวดินกลางทุ่งนา ในที่แปลงสวนเอกชนของชาวบ้าน พิกัดบ้านห้วยรากไม้ ม.5 ต.สบป้าด อ.แม่เมาะ จ.ลำปาง พื้นที่บริเวณหลังวัดห้วยรากไม้ พร้อมตั้งข้อสังเกตว่า พื้นที่โดยรอบแห้งแล้ง ไม่มีท่อประปาอยู่ใกล้เคียง และห่างจากบ่อบาดาลหลายสิบเมตร แต่มีน้ำซึมตั้งแต่วันที่ 29 เม.ย. ที่ผ่านมา ตักน้ำออกเท่าไรก็ไม่แห้ง อีกทั้งน้ำมีลักษณะใสไม่มีกลิ่น อุณหภูมิน้ำเย็นทั้งที่อากาศร้อน 40 องศาเซลเซียส ด้านนางยุพา บุญมาวงค์ อายุ 50 ปี เจ้าของพื้นที่ เปิดเผยว่า พื้นที่ดังกล่าวใช้เป็นที่เลี้ยงเป็ด ติดทุ่งนาหลังหมู่บ้าน ซึ่งก็พบบริเวณพื้นดินที่เป็นหลุมลึกประมาณ 15 เซนติเมตร มีน้ำใสผุดไหลออกมาเจิ่งนอง ถึงแม้จะมีการใช้กระบวยตักใส่ถังขึ้นมาจนแห้ง แต่ก็ยังมีน้ำไหลออกมาอีกจนเต็มหลุม สร้างความประหลาดใจแก่ชาวบ้านที่ไปดูอย่างมาก นางยุพาเล่าว่า หลังจากเจอน้ำผุดออกมา และได้เล่าต่อ ๆ กันไป ก็มีคนที่ป่วยเดินไม่ได้มาตักน้ำไปทาถูแข้งขา ก็ทำให้บรรเทาอาการ และรู้สึกดีขึ้น จึงทำให้มีคนเชื่อว่าเป็นน้ำทิพย์รักษาโรคเจ็บป่วยได้ แต่หลายคนก็เตือนไม่ให้นำไปบริโภคโดยเด็ดขาด อย่างไรก็ตาม หลังมีข่าวออกไปก็มีเจ้าหน้าที่จากสำนักงานสาธารณสุข อ.แม่เมาะ […]

“แต้ว ณฐพร” ใช้จริงตะกรุดไลลา หวังเตือนสติ – อึ้งชื่อรุ่นสุดแปลก ใส่แล้วเห็นผีแถมถูกหวย (คลิป)

จากกรณีที่เกิดกระแสโลกออนไลน์เผยแพร่ภาพตะกรุดมงคล ที่สวมใส่ข้อมือตามความเชื่อ โดยบางรายระบุว่าสวมใส่แล้วเห็นวิญญาณมาปรากฏบ้างก็สวมใส่เพื่อเสริมเสน่ห์ ในขณะเดียวกันถูกมองว่าเป็นตะกรุดสายมนต์ดำ และมีราคาแพง จนกลายเป็นกระแสวิพากษ์วิจารณ์บนโลกออนไลน์นั้น ล่าสุด วันที่ 12 เม.ย. 62 ณ ร้านจำหน่ายตะกรุด “ไลลา” ตั้งอยู่ชั้น G ห้างสรรพสินค้าเซ็นทรัลลาดพร้าว พบว่าบรรยากาศหน้าร้าน มีลูกค้าเข้ามาใช้บริการจำนวนมาก ต่อคิวแน่นร้านเพื่อรอบูชาตะกรุดไปสวมใส่ตามความเชื่อ ซึ่งมีให้เลือกเกือบ 100 รุ่น ตัวแทนร้านไลลา เปิดเผยว่า ปัจจุบันตะกรุดค่อนข้างได้รับความนิยมอย่างแพร่หลาย ทำให้มีลูกค้ามาใช้บริการและเลือกซื้อตะกรุดจำนวนมาก โดยยืนยันว่าตะกรุดทุกชิ้น ทุกรุ่น เป็นสายพุทธคุณทั้งหมด ไม่ใช่สายดำหรือของดำอย่างที่เข้าใจ ในขณะเดียวกันทีมข่าวสอบถามว่า รุ่นไหนที่สวมใส่แล้วมีกระแสข่าวว่า เห็นวิญญาณ ร้านไม่ขอให้ข้อมูล เพราะขึ้นอยู่กับความเชื่อของบุคคลแต่ละคน น.ส.ณฐิกร สตงคุณห์ อายุ 36 ปี ลูกค้าที่กำลังต่อคิวซื้อตะกรุดจากร้านไลลา เปิดเผยว่า วันนี้ตนเดินทางมาเลือกซื้อตะกรุดสวมใส่เพิ่มเติม โดยส่วนตัวค่อนข้างชอบตะกรุดมาก และคลั่งในเรื่องเครื่องรางของขลัง โดยศึกษาและเลือกหา “รุ่นห้ามจน” มาสวมใส่ โดยเป็นตะกรุดช่วยเรื่องการเงิน ปิดเงินไหลออก ดูดเงินเข้ามา นอกจากนี้สวมใส่รุ่น “ป่วนจิต” เพื่อให้มีเรื่องราวดี ๆ […]

เปิดบ้าน “จ๊ะ อาร์สยาม” ความเชื่อและศรัทธา สู่ปาฏิหาริย์ปู่ฤาษีนารอด

สัปดาห์นี้รายการ เปิดกรุลี้ลับ คุณมารุต ชื่นชมบูรณ์ พาไปบุกบ้านเปิดกรุของสะสมเครื่องรางของ “จ๊ะ อาร์สยาม” กับความเชื่อและศรัทธาปู่ฤาษีนารอด โดย “จ๊ะ อาร์สยาม” เล่าว่าจุดเริ่มต้นของความเชื่อเกิดขึ้นตั้งแต่เด็กเพราะที่บ้านเล่นลิเกตั้งแต่สมัยคุณแม่ ก็จะนับถือพ่อแก่ แต่ที่เธอเริ่มมาปฏิบัติและดูแลพ่อแก่คือเมื่อ 7 ปีที่แล้ว “ก่อนที่หนูข้าอาร์สยาม ช่วงนั้นมีแต่เรื่องวุ่นวาย มีรถ 3คัน โดนชน 3 คัน แล้วจู่ๆ ก็มีแฟนคลับจ๊ะที่เป็นสารวัตรหญิงโทรมา พอรู้เรื่องที่เกิดขึ้นจึงพาจ๊ะไปที่วัดหนามแดง ไปถึงอาจารย์ท่านหนึ่งที่วัดก็มาแตะตัวหนูแล้วก็บอกว่า เราอ่ะมีของดีที่บ้านนะ ดีที่สุดแล้ว เพราะเราเป็นลูกท่านปู่ฤาษีนารอด แต่เราแค่กราบไหว้ท่านปกติ ไปทำบุญไม่เคยเรียกท่าน ไม่เคยถวายหมาก-น้ำเลย และท่านก็ทักอีกว่า หนูไปลงนะ มาใช่ไหม ซึ่งเราเพิ่งไปลงมา 2 วันก่อนหน้านี้และท่านไม่น่าจะรู้ได้ ท่านก็บอกว่า นะ ที่ลงมาเป็นโลกีย์ แทนที่คนอื่นจะลุ่มหลงเราแต่เรากลับไปลุ่มหลงฟุ้งซ่านเรื่องนั้นเรื่องนี้ ต่อไปนี้ห้ามไปลงนะ และครอบเศียรที่อื่นนอกจากที่บ้าน เพราะว่าครูที่บ้านน้อยใจมาก” “จากนั้นให้หนูนั่งไปหันหน้าไปทิศตะวันตก ยืดเท้า แล้วรดน้ำมนต์ อยู่ดีๆ น้ำตาหนูก็ไหลออกมาโดยไม่รู้ตื้นตันอะไร แล้วต่อมาท่านก็พูดขึ้นมาว่า พ่อแก่ จำมันไม่ได้เหรอ มันเป็นเด็กที่กตัญญูนะ ตอนเด็กๆ พ่อยังเคยจับมือมันตีระนาดเลย” […]

แม่เชื่อวิญญาณลูกเฮี้ยน ห่วงคดีไม่คืบ อึ้งดันโลงไม่ให้เผา จี้ ตร. ล่าฆาตกร ไม่อยากให้ตายฟรี (คลิป)

จากเหตุการณ์ในคลิปวิดีโอ ที่มีผู้ใช้เฟซบุ๊กโพสต์ไว้ ขณะนำโรงศพของนายวิชัย บุญนงค์ หรือ อ๊อฟ ที่เสียชีวิต จากการถูกลูกหลง ถูกฟันในงานคอนเสิร์ตการกุศล ที่บ้านสะพานสี่ อ.ปลวกแดง จ.ระยอง เมื่อกลางดึกของวันที่ 31 มี.ค. 62 ใส่ในเตา แต่ใส่ไม่ได้ โดยเพื่อน ๆ และญาติพยายามนำโลงศพใส่ในเตาเผา 3 รอบ แต่ก็ใส่ไม่ได้ ฝาโลงดีดออก วันที่ 8 เม.ย. 62 ทีมข่าว เดินทางไปที่วัดคลองโค ต.เกษตรสุวรรณ อ.บ่อทอง จ.ชลบุรี สถานที่จัดงานศพ นางวิกุลแก้ว ยุทธนา แม่ผู้ตาย เปิดเผยว่า ในวันฌาปนกิจศพลูกชาย ตนไม่ได้ไปร่วมงานด้วย เนื่องจากครอบครัวกังวลว่าตนจะทำใจไม่ได้ แต่ก็ทราบว่า เกิดเหตุการณ์ที่ศพดันโลงจนเกือบจะเผาไม่ได้ ซึ่งเชื่อว่าลูกชายน่าจะยังเป็นห่วงครอบครัว และห่วงเรื่องการจับคนร้ายไม่ได้ จึงไม่อยากไปไหน ซึ่งเมื่อ 2-3 วัน หลังจากเผาเสร็จแล้ว ก็เหมือนว่ามีลูกชายมาหา มาเคาะหน้าต่าง รวมถึงมีเสียงโทรศัพท์ปริศนาดังอยู่กว่าชั่วโมง โดยที่ไม่มีโทรศัพท์วางอยู่บริเวณที่ตนอยู่ ทั้งนี้ อยากให้คนที่ทำผิดมามอบตัว […]

ชาวบ้านผวาหนัก เจอหม้อดินเผาถ่วงน้ำเชื่อมีมนตร์ดำ ตามสัปเหร่อนำฝังดิน กันภัยเข้าหมู่บ้าน

จากกรณีที่ชาวบ้านออกไปหว่านแหจับปลา บริเวณลำห้วยไผ่ บ้านโดน หมู่ 8 ต. สนม อ.สนม จ.สุรินทร์ แล้วเจอหม้อดินเผาปิดฝา ห่อด้วยผ้าขาว ภายในมีด้ายสายสิญจน์ ใบมีโกน เปลือกกล้วย เครื่องเทศหอม คล้ายเป็นพิธีกรรมทางไสยศาสตร์ จนเกิดความหวาดกลัวกันไปทั่วหมู่บ้าน บางคนไม่กล้าเข้าไปใกล้ เพราะกลัวจะถูกคุณไสย จึงแจ้งทางผู้ใหญ่บ้านทราบ เพื่อหาคนมีวิชาอาคมมากำจัดทิ้ง เพราะเชื่อว่ากลุ่มคนที่ทำมนตร์ดำระวังภัยร้ายจะมาถึงตัว จึงนำมาปล่อยทิ้งลงแม่น้ำดังกล่าว นางบัวศร วงศ์วัน อายุ 55 ปี ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้าน เล่าว่า มีเด็กมาทอดแหกับพ่อ กับเด็กก็ไปเล่นน้ำข้างฝั่ง เจอหม้อดินเผา เด็กก็ไม่รู้ว่าอะไร ชาวบ้านเห็น ต่างพากันวิ่งหนีออกมาอยู่ห่าง ๆ จากนั้นจึงแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจมาตรวจสอบ ตนสงสัยน่าจะเป็นการแก้เคล็ดหรือไม่ หรือเป็นพิธีกรรมทางไสยศาสตร์ ตนแจ้งผู้ใหญ่บ้านแล้ว ให้นำสัปเหร่อในหมู่บ้านมาทำพิธีฝังต่อไป นายแก้ว ดีเสมอ อายุ 85 ปี สัปเหร่อบ้านโดน กล่าวว่า ที่ต้องแก้ คือต้องกันไม่ให้มีอะไรไม่ดีเกิดขึ้น ต้องเสกมนตร์ เสกคาถา เอาขังดินไว้ ต้องกันให้อยู่ […]

ชาวบ้านเชื่อ ‘ปอบ’ กินไก่ไส้หายเรียบ – พระโต้ไม่มีจริง (คลิป)

จากรณีที่มีเป็ดไก่ของชาวบ้านหมู่ที่ 3 และหมู่ที่ 6 ต.ท่าโรงอ.วิเชียรบุรี จังหวัดเพชรบูรณ์ ที่เลี้ยงไว้ในเล้าที่ภายในบ้านที่มีรั้วรอบขอบชิด แต่กลับถูกสัตว์ไม่ทราบชนิดบุกเข้ามาทำร้ายและกัดกินตายไปหลายสิบตัว โดยไก่บางตัวถูกกัดเจาะกินเฉพาะที่ก้น และล้วงกินเครื่องในจนเกลี้ยง แล้วทิ้งซากทั้งตัวไว้ให้เป็นปริศนา ต่อมาผู้อำนวยการโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลท่าโรง พร้อมด้วยนางสาวศุภัชญา กระจางวงษ์ เจ้าพนักงานสาธารณสุขปฏิบัติงานและ ร.ต.อ.ธงศักดิ์ นาจอมทอง รองสวป.สภ.วิเชียรบุรี ได้ลงพื้นที่ตรวจสอบทั้งสองหมู่บ้านเมื่อวันที่25มี.ค.ที่ผ่านมานั้น ต่อมาในช่วงเย็นวันที่ 26 มี.ค.ที่ผ่านมา ผู้สื่อข่าวได้เดินทางไปยังเล้าไก่ที่พบซากไก่และชาวบ้านเชื่อว่า เกิดจากการถูกปอบควักไส้ออกมากินพบว่าเล้าไก่ อยู่กลางชุมชนแต่ล้อมรั้วด้วยสังกะสี ที่แน่นหนาสูงเกือบสองเมตรยากที่สุนัขจะมุดหรือปีนเข้าไปข้างในได้ส่วนภายในได้สร้างเล้าและเลี้ยงไก่ชนหลายสิบตัว นายทร พูลสวัสดิ์ อายุ 67 ปี ซึ่งมีบ้านอยู่ใกล้กับเล้าไก่ เล่าว่า เล้าไก่ดังกล่าวเป็นของหลาน สร้างไว้เลี้ยงไก่ชน แต่ไม่มีใครเฝ้าหลานจะมาให้อาหารในช่วงเช้าและบ่ายเท่านั้น จากนั้นก็ปิดไว้อย่างแน่นหนาในวันเกิดเหตุตนนอนอยู่ในบ้านได้ยินเสียงหมาเห่าบริเวณเล้าไก่ จึงเดินลงมาดูก็พบว่าหมาได้เห่าไปยังเล้าไก่ แต่ก็ไม่เห็นว่ามีใครหรือไม่ แต่ก็ไม่กล้าเข้าไปดู กระทั่งรุ่งเช้าเมื่อหลานมาให้อาหารไก่ก็พบซากไก่ดังกล่าวจึงได้เรียกให้ไปดูด้วยก็พบว่าซากไก่ก้นกลวงโบ๋ แต่ไม่พบบาดแผลตามตัวแต่อย่างใด ด้านพระจำลอง จิตตะวโร พระวัดป่าเรไรทอง หมู่ที่ 3 ต.ท่าโรง บอกว่า ปอบหรือกระสือ ไม่มีจริง ส่วนที่ชาวบ้านจะเชื่อนั้นเป็นการเชื่อตามที่เล่าขานกันมา แต่สำหรับในพื้นที่นี้ไม่เคยมีเรื่องราวของปอบหรือกระสือมาก่อนเลย ส่วนภายในวัดก็มีไก่ตายบ้างแต่ก็เกิดจากหมาในวัดไล่กัดไม่ได้เกิดจากสิ่งเร้นลับอะไรทั้งสิ้น ติดตามข่าวสารเรื่องราวที่น่าสนใจอื่น ๆ […]

พระมหาไพรวัลย์ เตือนสติชาวบ้าน อย่ารั้นกิน “ฉี่จักจั่น” แนะให้อยู่กับความจริง ไม่ใช่ความเชื่อ

จากกรณีเหตุประหลาด เม็ดฝนตกลงมาจากต้นสะตอหน้าบ้านของนายอรุณ หนูรอด เลขที่ 259 บ้านควนโท่ ม.10 ต.เขาชัยสน อ.เขาชัยสน จ.พัทลุง ลักษณะหยดน้ำที่ตกลงมาเหมือนเม็ดฝน บางครั้งก็เป็นละอองน้ำตกลงมาจากต้นสะตอ ทำให้ชาวบ้านทั้งในและนอกพื้นที่ต่างแห่มาดู และเอากะละมังรองน้ำไปให้ผู้ป่วยดื่มกินและล้างหน้า ล้างตัว เชื่อว่ารักษาโรคได้ บางคนยกมือไหว้เชื่อว่าเป็นน้ำศักดิ์สิทธิ์ ขณะเดียวกัน ทางเจ้าหน้าที่ออกมาบอกว่าไม่ใช่น้ำศักดิ์สิทธิ์ เป็นฉี่แมลงจักจั่น (อ่าน: ชาวบ้านแห่กินน้ำใต้ต้นสะตอ ไม่สนเป็น “ฉี่จักจั่น” มั่นใจศักดิ์สิทธิ์ แถมขอหวยได้) ล่าสุด วันที่ 9 มี.ค. 62 พระมหาไพรวัลย์ วรวณฺโณ พระภิกษุจากวัดสร้อยทอง เปิดเผยกับทีมข่าวออนไลน์ อมรินทร์ ทีวี ว่า โดยหลักพุทธศาสนา พระพุทธเจ้าท่านสอนว่า อย่าเป็นพวกมงคลตื่นข่าว อย่าเพิ่งตัดสินใจเชื่อสิ่งใด ไม่ใช่เห็นอะไรแล้วศักดิ์สิทธิ์ทุกอย่าง ซึ่งเหตุการณ์ลักษณะดังกล่าว เกิดขึ้นหลายกรณีแล้ว เช่น กรณีบ่อน้ำศักดิ์สิทธิ์ ที่ภายหลังพบว่าเป็นบ่ออุจจาระ ทั้งนี้ พระมหาไพรวัลย์ ยังฝากบอกถึงชาวบ้านที่กินฉี่จักจั่นว่า ถ้ากินแล้วเกิดอาการผิดปกติภาระจะตกอยู่ที่โรงพยาบาล ทั้งยังฝากบอกว่าอย่าดื้อรื้น พุทธศาสนาสอนให้เราอยู่กับความจริง ไม่ใช่อยู่กับความเชื่อ คนไม่รู้แล้วทำยังดีกว่ารู้แล้วรั้นทำ […]

keyboard_arrow_up