“ศีลล้างบาป” พิธีศักดิ์สิทธิ์ทางศาสนาคริสต์ เพื่อต้อนรับ “สมาชิกใหม่” ของคริสตจักร

พิธีบัพติศมา (ศัพท์โปรเตสแตนต์) หรือ ศีลล้างบาป (ศัพท์คาทอลิก) หรือ พิธีรับเข้าเป็นคริสต์ศาสนิกชน (ศัพท์ประชากรศาสตร์) เป็นพิธีศักดิ์สิทธิ์ในศาสนาคริสต์ ทำขึ้นเพื่อรับ “ผู้ที่เพิ่งรับเชื่อ” เข้าเป็นสมาชิกใหม่ของคริสตจักร ซึ่งตามคัมภีร์ไบเบิลภาคพันธสัญญาใหม่ ได้ระบุว่า… ยอห์นผู้ให้บัพติศมาเริ่มประกอบพิธีนี้ให้สาวกของตน โดยให้ผู้รับจุ่มตัวลงในแม่น้ำลึก ถือเป็นสัญลักษณ์ของการกลับใจและรอคอยอาณาจักรสวรรค์ซึ่งกำลังจะมาถึง พระเยซูทรงรับบัพติศมาจากยอห์นในครั้งนั้นด้วย จากนั้นจึงเริ่มปฏิบัติพระภารกิจของพระองค์ ต่อมาในศาสนาคริสต์ยุคแรก ผู้ให้บัพติศมาจะให้ผู้รับเปลือยกายลงแช่ในแม่น้ำ ซึ่งมีทั้งแบบให้จุ่มทั้งตัว ยืน หรือคุกเข่าในน้ำ แล้ว “ผู้ให้บัพติศมา” จะตักน้ำรดลงบน “ผู้รับบัพติศมา” ในปัจจุบันบางคริสตจักรยังรักษาวิธีการแบบเดิม บางคริสตจักรก็ใช้วิธีเทน้ำรดลงบนหน้าผากของผู้รับสามครั้ง การเป็นมรณสักขีในศาสนาคริสต์ก็ถือว่าเป็นการรับบัพติศมาด้วย เรียกว่า “พิธีบัพติศมาด้วยเลือด” เชื่อว่ามรณสักขีนั้นได้รับความรอดแล้วแม้จะยังไม่ได้รับบัพติศมาด้วยน้ำก็ตาม คริสตจักรโรมันคาทอลิกปัจจุบันรับรอง “พิธีบัพติศมาแห่งความปรารถนา” ซึ่งหมายถึงความตั้งใจจะรับบัพติศมาแต่เสียชีวิตเสียก่อนเข้าพิธี ก็ถือว่าได้รับความรอดแล้ว คริสต์ศาสนิกชนบางนิกายประกอบพิธีบัพติศมาแก่ทารกด้วย เพราะเชื่อว่าบัพติศมาเป็นทางแห่งความรอด จนเมื่อฮุลดริช ซวิงลี นักเทววิทยาศาสนาคริสต์สมัยคริสต์ศตวรรษที่ 16 กล่าวว่าพิธีนี้ไม่จำเป็น คริสตจักรแบปทิสต์จึงประกอบพิธีบัพติศมาแก่ผู้เชื่อเองเท่านั้น ทุกวันนี้คริสต์ศาสนิกชนหลายกลุ่ม โดยเฉพาะเควเกอร์และแซลเวชันอาร์มีถือว่าพิธีนี้ไม่จำเป็นและไม่ประกอบพิธีนี้เลย แต่กลุ่มที่ยังมีพิธีนี้อยู่ก็มีรูปแบบพิธีแตกต่างกันไป ส่วนมากรับบัพติศมา “ในพระนามของพระบิดา พระบุตร และพระวิญญาณบริสุทธิ์” (โปรเตสแตนต์) หรือ […]

“จงโคร่ง” สัตว์นำโชคของคนปักษ์ใต้ และมีความเชื่อว่า…หนังตากแห้งออกฤทธิ์คล้าย “สูบกัญชา”

จงโคร่ง (Giant jungle toad) หรือ กระหอง (ปักษ์ใต้) จัดเป็นสัตว์ครึ่งบกครึ่งน้ำจำพวกคางคกขนาดใหญ่ที่พบในประเทศไทย บริเวณหลังมีน้ำพิษเห็นเป็นปุ่มชัดเจน ตาใหญ่ ตัวมีสีน้ำตาลดำ ตัวผู้มักปรากฏลายสีเข้มเป็นแถบทั้งขาหน้า และขาหลัง บริเวณใต้ท้องมีสีขาวหม่น ขนาดโตเต็มที่ประมาณ 22 เซนติเมตร ขายาว 6-8 นิ้ว ขาหน้าสั้นกว่าขาหลัง นิ้วเท้ามี 4 นิ้ว สามารถเปลี่ยนสีลำตัวได้ตามสภาพแวดล้อม โดยตัวเมียมีขนาดใหญ่กว่าตัวผู้ จงโคร่งพบได้เฉพาะในป่าดิบชื้น โดยจะอาศัยอยู่ตามแหล่งน้ำในป่า เช่น ลำธารน้ำตกหรือลำห้วย โดยมักใช้ชีวิตอยู่ในน้ำมากกว่าอยู่บนบก มักหลบอยู่ตามขอนไม้หรือก้อนหินขนาดใหญ่ หากินในเวลากลางคืน อาหารหลักได้แก่ แมลงและสัตว์น้ำขนาดเล็ก ส่งเสียงร้องคล้ายสุนัขเห่า จึงได้อีกชื่อหนึ่งว่า “หมาน้ำ” และมีพฤติกรรมร้องเป็นจังหวะๆ ครั้งละ 6-10 วินาที พบกระจายพันธุ์ทั่วไปในป่าดิบชื้นในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ในประเทศไทย พบได้ในภาคเหนือ, ภาคตะวันตกและภาคใต้ แต่ปัจจุบันมีสถานะเป็นสัตว์ป่าคุ้มครอง เนื่องจากมีจำนวนประชากรลดลง จากการบุกรุกทำลายถิ่นอาศัยและถูกล่า จากข้อมูลของ องค์การสวนสัตว์ ในพระบรมราชูปถัมภ์ ได้เปิดเผยว่า จงโคร่งตามความเชื่อของคนปักษ์ใต้นั้นเป็นสัตว์นำโชค หากเข้าบ้านใครถือเป็นลางมงคล […]

รู้หรือไม่? ทำไมคนสมัยก่อนถึง “กลัว” การถูกถ่ายรูป

ถึงแม้ว่า “กล้อง” ในยุคนี้สมัยนี้ จะถือเป็นสิ่งของสำคัญที่ทุกคนต่างพกติดตัว ไม่ว่าจะเป็นกล้องโพราลอยด์ กล้องสมาร์ทโฟน หรือแม้แต่กล้องฟิล์มที่กำลังฮิตติดกระแสกันอยู่ในตอนนี้ก็ตาม แต่หารู้ไม่ว่า ในอดีตนั้นมีความเชื่อเกี่ยวกับกล้องถ่ายภาพอันแสนน่าพิศวงนี้อยู่ กล้องถ่ายภาพถือกำเนิดเป็นครั้งแรกบนโลกปี ค.ศ. 1837 ซึ่งภาพถ่ายที่ออกมานั้นจะคงอยู่และไม่จางหายไปเหมือนกล้องยุคแรกๆ และเนื่องจากการถ่ายภาพแต่ละครั้งต้องใช้เงินเป็นจำนวนมาก เพราะเทคโนโลยียังไม่แพร่หลาย ทำให้ภาพถ่ายสมัยก่อนออกมาในรูปแบบของท่าทางที่ขึงขัง จริงจัง หลังจากนั้น เมื่อการถ่ายภาพเริ่มเป็นที่แพร่หลายมากยิ่งขึ้น มันก็นำมาซึ่งความเชื่อสยองๆ ที่ว่า “ใครที่ถูกถ่ายรูป วิญญาณจะไปอยู่ในรูปภาพนั้น” ซึ่งสันนิษฐานจากการที่ในยุคนั้นการถ่ายภาพแต่ละครั้งมักจะเป็นงานศพ ที่นำผู้เสียชีวิตมาจัดท่าทางถ่ายภาพร่วมกับครอบครัว เพื่อเก็บไว้เป็นที่ระลึก และจากความเชื่อเรื่องวิญญาณที่ถูกดูดไปอยู่ในภาพถ่าย ทำให้คนสมัยนั้นคิดหาวิธีการแก้เคล็ดขึ้น โดยในการถ่ายภาพแต่ละครั้งจะไม่มีการมองกล้องตรงๆ เพราะกลัวว่าจะถูกสูบวิญญาณไป แต่ถ้าเป็นสมัยนี้หลายคนคงรู้จักกันในชื่อว่า “รูปแนวเผลอ” นี่เอง เตรียมพบกับหนังสยองขวัญสั่นประสาท ที่นำเอาความเชื่อโบราณมาประยุกต์ “อย่าให้มัน ถ่ายรูปคุณ” POLAROID ถ่ายติดตาย 13 มิถุนายนนี้ ในโรงภาพยนตร์

แม้ชื่อจะน่าเกรงขาม แต่ “เสลดพังพอน” กันงูไม่ได้…แต่เป็นสมุนไพรได้นะ

เรียกว่าเป็นอีกหนึ่งความเชื่อที่หลายๆ คนน่าจะเคยได้ยินมาบ้าง อย่างเช่นการปลูกต้นไม้บางชนิดเอาไว้เพื่อป้องกันสัตว์มีพิษเข้ามาในพื้นที่บ้าน และหนึ่งในความเชื่อเหล่านั้น นั่นคือการปลูกต้น “เสลดพังพอน” เอาไว้ป้องงู ด้วยเชื่อว่าทั้งชื่อและสรรพคุณทางยาของมันจะสามารถขับไล่งูได้ แม้จะฟังดูน่าเชื่อถือ ยิ่งเมื่อเป็นคำจากปากคนเก่าคนแก่ด้วยแล้วยิ่งไม่มีข้อกังขา แต่งานนี้คงต้องทำความเข้าใจเสียใหม่ เพราะไม่ว่าจะเป็นเสลดพังพอน หรือพืชสมุนไพรอะไรก็ตามแต่ แทบจะไม่มีสรรพคุณในการไล่งูได้โดยตรง แต่อาจเป็นเพราะชื่อที่คล้ายกับตัวพังพอน ศัตรูคู่อริที่สามารถเล่นงานกับงูเห่าได้ จึงทำให้คนเชื่อว่าต้นไม้นี้น่าจะมีคุณสมบัติตามนั้น แต่ถึงจะมีชื่อที่น่าไว้ใจ ในความเป็นจริงนั้น ทั้งงูและพังพอนเองก็ไม่ได้เป็นคู่อาฆาตต่อกัน และส่วนใหญ่พวกมันมักจะพยายามหลีกเลี่ยงกันเผชิญหน้าเสียด้วยซ้ำ เว้นแต่ในยามออกล่าหาอาหาร ที่พังพอนมักจะเลือกกินงูเป็นหลัก เพราะมีขนาดกังอิ่มท้อง แม้จะต้องออกแรงมาสักหน่อยก็ตาม อย่างไรก็ตาม แม้ต้นเสลดพังพอนจะไล่งูไม่ได้ แต่มันก็เป็นพืชสมุนไพรที่มีสรรพคุณหลากหลาย ตั้งแต่ใบที่ใช้พอกฝี แก้พิษแมลงสัตว์กัดต่อย แก้ช้ำบวม ต้นใช้แก้ปวดฟัน น้ำคั้นจากใบสามารถใช้แก้อาการปวดจากเงี่ยงปลาแทง แก้ปวดฟัน เหงือกบวม และริดสีดวงทวารได้ นอกจากนี้ชาวโอรังอัสลีในรัฐเปรัก ประเทศมาเลเซีย ใช้ใบสดกำจัดหูดอีกด้วย

“กระดิ่งเงินกระดิ่งทอง” แมลงกลุ่มมอดแป้งที่คนเลี้ยงไว้เรียกทรัพย์ บ้างก็ใช้กินกระตุ้นความฟิต

จะเรียกว่าเป็นวัตถุมงคลเวอร์ชั่นมีชีวิตก็คงจะไม่เกินจริงนัก สำหรับความเชื่อในการเลี้ยง “กระดิ่งเงินกระดิ่งทอง” แมลงขนาดเล็ก สีออกดำๆ ที่เดินขยุกขยิกบนกองข้าวตอกในขวดโหลใสๆ แถมมีการตั้งชื่อให้มายมายเช่น มารวย พารวย มาดี เฮงเฮง โชคดี เพื่อความเป็นสิริมงคลในการให้โชคลาภ แน่นอนว่าในเรื่องความเป็นวัตถุมงคล และการส่งเสริมเรื่องโชคลาภนั้นไม่สามารถหาคำตอบที่ชัดเจนได้ว่ามันมีผลโดยตรงหรือไม่ แต่สิ่งที่สามารถอธิบายได้ตามหลักกีฏวิทยาวิทยาคือแมลงเปลือกแข็งชนิดหนึ่ง จากข้อมูลจาก อนุกรมวิธานสัตว์ อักษร ก ฉบับราชบัณฑิตยสถาน พิมพ์ครั้งที่ 1 พ.ศ. 2540 ซึ่งเขียนโดยศ. ดร.สุธรรม อารีกุล ได้ระบุว่า กระดิ่งทอง (Martinus dermestoides Framer) เป็นแมลงปีกแข็งในวงศ์ Tenebrionidae มีชื่อเรียกตามภาคอื่นๆ ได้แก่ มะเหมี่ยว (ภาคกลาง), ม่าเหมี่ยว (ภาคใต้) ลักษณะทั่วไป เป็นแมลงพวกด้วงปีกแข็ง ขนาดเล็ก สีน้ำตาลแก่จนเกือบดำ ลำตัวเป็นรูปทรงกระบอก ยาวประมาณ 6 มิลลิเมตร กว้างประมาณ 2 มิลลิเมตร อกและท้องที่มีปีกแข็งคลุมมีขนาดไล่เลี่ยกัน หัวรูปหกเหลี่ยม ปลายขอบด้านหน้ามีขนละเอียด […]

หนุ่มขนลุก! พาหลานเที่ยววัดเจดีย์ไอ้ไข่ จู่ ๆ ลุกรำมโนราห์โชว์ไม่รู้ตัว (คลิป)

จากกรณีเฟซบุ๊ก จตุภุมิ อินทรัตน์  เผยแพร่คลิปวิดีโอ พร้อมข้อความ ‘อภินิหารไอ้ไข่ไม่เคยจางหาย เมื่อวานผมเจอมาเองกับตัว ซึ่งผมกับเพื่อนๆและหลานคนหนึ่งได้เดินทางไปวัดเจดีย์ไอ้ไข่ ไปถึงเวลาประมาณ 6 โมงเย็นกว่าๆ หลักจากสักการะไอไข่เสร็จ กำลังจะกลับออกจากวัด อยู่ดีๆก็เกิดเรื่องแปลกๆกับหลานผมขึ้นมา ซึ่งหลานผมคนนี้ไม่เคยรำมโนราห์ เป็นเลย’  ระบุว่าได้พาครอบครัวไปสักการะ วัดเจดีย์ไอ้ไข่ อำเภอสิชล จ.นครศรีธรรมราช ก่อนพบเรื่องราวประหลาดเมื่อหลานชายของตนจู่ ๆ ก็รำมโนราห์  ยืนยันเด็กไม่เคยรู้จักศาสตร์ประเภทนี้มาก่อน เรื่องนี้ทำให้ผู้ที่มีความเชื่อเรื่องลี้ลับออกมาแสดงความคิดเห็นจำนวนมาก และเชื่อว่า ไอ้ไข่ อาจจะมาชวนให้เด็กคนนี้เล่น โดยมีการเล่าสืบต่อกันมาหลายชั่วอายุคนว่า สถานที่ตั้งวัดเจดีย์ปัจจุบันเมื่อก่อนได้มี หลวงปู่ทวด ซึ่งเป็นเกจิอาจารย์ดังสายปักษ์ใต้ได้มาปักกลด เดินธุดงค์อยู่บริเวณนั้น ส่วนไอ้ไข่นั้นเชื่อว่าเป็นวิญญาณเด็กอายุประมาณ 9 – 10 ขวบเป็นลูกศิษย์ซึ่งติดตามหลวงปู่ทวด เมื่อหลวงปู่ทวดมาถึงสถานที่ดังกล่าว พบว่ามีทรัพย์สมบัติ และ ศาสนสถานที่สำคัญเป็นจำนวนมากจึงได้ให้ ไอ้ไข่ สิงสถิตเฝ้าทรัพย์สมบัติดังกล่าว วิญญาณดวงนี้เฝ้าดูแลปกปักษ์รักษาทรัพย์สินของแผ่นดิน อยู่ที่วัดแห่งนี้ตั้งแต่นั้นมา แต่เดิมวัดเจดีย์เมื่อก่อนเป็นวัดที่รกร้าง สร้างมาประมาณ 1,000 ปี แล้ว ได้บูรณะใหม่เมื่อปี พ.ศ. 2500 ซึ่งที่ ผู้ใดที่เข้ามานอนพักข้างแรมภายในบริเวณวัดเจดีย์ถ้าไม่เอ่ยชื่อ หรือบอกกล่าว หรือขอขมาต่อไอ้ไข่แล้ว […]

ฮือฮาน้ำผุดปริศนา! เจ้าของที่ยันไร้ท่อส้วมหลุม เชื่อปาฏิหาริย์เจ้าพ่อช่วยรักษาโรค (คลิป)

วันที่ 1 พ.ค. 62 ภายหลังจากมีผู้ใช้เฟซบุ๊กได้โพสต์ภาพและเรื่องราว โดยระบุว่าพบน้ำผุดไหลซึมบนผิวดินกลางทุ่งนา ในที่แปลงสวนเอกชนของชาวบ้าน พิกัดบ้านห้วยรากไม้ ม.5 ต.สบป้าด อ.แม่เมาะ จ.ลำปาง พื้นที่บริเวณหลังวัดห้วยรากไม้ พร้อมตั้งข้อสังเกตว่า พื้นที่โดยรอบแห้งแล้ง ไม่มีท่อประปาอยู่ใกล้เคียง และห่างจากบ่อบาดาลหลายสิบเมตร แต่มีน้ำซึมตั้งแต่วันที่ 29 เม.ย. ที่ผ่านมา ตักน้ำออกเท่าไรก็ไม่แห้ง อีกทั้งน้ำมีลักษณะใสไม่มีกลิ่น อุณหภูมิน้ำเย็นทั้งที่อากาศร้อน 40 องศาเซลเซียส ด้านนางยุพา บุญมาวงค์ อายุ 50 ปี เจ้าของพื้นที่ เปิดเผยว่า พื้นที่ดังกล่าวใช้เป็นที่เลี้ยงเป็ด ติดทุ่งนาหลังหมู่บ้าน ซึ่งก็พบบริเวณพื้นดินที่เป็นหลุมลึกประมาณ 15 เซนติเมตร มีน้ำใสผุดไหลออกมาเจิ่งนอง ถึงแม้จะมีการใช้กระบวยตักใส่ถังขึ้นมาจนแห้ง แต่ก็ยังมีน้ำไหลออกมาอีกจนเต็มหลุม สร้างความประหลาดใจแก่ชาวบ้านที่ไปดูอย่างมาก นางยุพาเล่าว่า หลังจากเจอน้ำผุดออกมา และได้เล่าต่อ ๆ กันไป ก็มีคนที่ป่วยเดินไม่ได้มาตักน้ำไปทาถูแข้งขา ก็ทำให้บรรเทาอาการ และรู้สึกดีขึ้น จึงทำให้มีคนเชื่อว่าเป็นน้ำทิพย์รักษาโรคเจ็บป่วยได้ แต่หลายคนก็เตือนไม่ให้นำไปบริโภคโดยเด็ดขาด อย่างไรก็ตาม หลังมีข่าวออกไปก็มีเจ้าหน้าที่จากสำนักงานสาธารณสุข อ.แม่เมาะ […]

“แต้ว ณฐพร” ใช้จริงตะกรุดไลลา หวังเตือนสติ – อึ้งชื่อรุ่นสุดแปลก ใส่แล้วเห็นผีแถมถูกหวย (คลิป)

จากกรณีที่เกิดกระแสโลกออนไลน์เผยแพร่ภาพตะกรุดมงคล ที่สวมใส่ข้อมือตามความเชื่อ โดยบางรายระบุว่าสวมใส่แล้วเห็นวิญญาณมาปรากฏบ้างก็สวมใส่เพื่อเสริมเสน่ห์ ในขณะเดียวกันถูกมองว่าเป็นตะกรุดสายมนต์ดำ และมีราคาแพง จนกลายเป็นกระแสวิพากษ์วิจารณ์บนโลกออนไลน์นั้น ล่าสุด วันที่ 12 เม.ย. 62 ณ ร้านจำหน่ายตะกรุด “ไลลา” ตั้งอยู่ชั้น G ห้างสรรพสินค้าเซ็นทรัลลาดพร้าว พบว่าบรรยากาศหน้าร้าน มีลูกค้าเข้ามาใช้บริการจำนวนมาก ต่อคิวแน่นร้านเพื่อรอบูชาตะกรุดไปสวมใส่ตามความเชื่อ ซึ่งมีให้เลือกเกือบ 100 รุ่น ตัวแทนร้านไลลา เปิดเผยว่า ปัจจุบันตะกรุดค่อนข้างได้รับความนิยมอย่างแพร่หลาย ทำให้มีลูกค้ามาใช้บริการและเลือกซื้อตะกรุดจำนวนมาก โดยยืนยันว่าตะกรุดทุกชิ้น ทุกรุ่น เป็นสายพุทธคุณทั้งหมด ไม่ใช่สายดำหรือของดำอย่างที่เข้าใจ ในขณะเดียวกันทีมข่าวสอบถามว่า รุ่นไหนที่สวมใส่แล้วมีกระแสข่าวว่า เห็นวิญญาณ ร้านไม่ขอให้ข้อมูล เพราะขึ้นอยู่กับความเชื่อของบุคคลแต่ละคน น.ส.ณฐิกร สตงคุณห์ อายุ 36 ปี ลูกค้าที่กำลังต่อคิวซื้อตะกรุดจากร้านไลลา เปิดเผยว่า วันนี้ตนเดินทางมาเลือกซื้อตะกรุดสวมใส่เพิ่มเติม โดยส่วนตัวค่อนข้างชอบตะกรุดมาก และคลั่งในเรื่องเครื่องรางของขลัง โดยศึกษาและเลือกหา “รุ่นห้ามจน” มาสวมใส่ โดยเป็นตะกรุดช่วยเรื่องการเงิน ปิดเงินไหลออก ดูดเงินเข้ามา นอกจากนี้สวมใส่รุ่น “ป่วนจิต” เพื่อให้มีเรื่องราวดี ๆ […]

เปิดบ้าน “จ๊ะ อาร์สยาม” ความเชื่อและศรัทธา สู่ปาฏิหาริย์ปู่ฤาษีนารอด

สัปดาห์นี้รายการ เปิดกรุลี้ลับ คุณมารุต ชื่นชมบูรณ์ พาไปบุกบ้านเปิดกรุของสะสมเครื่องรางของ “จ๊ะ อาร์สยาม” กับความเชื่อและศรัทธาปู่ฤาษีนารอด โดย “จ๊ะ อาร์สยาม” เล่าว่าจุดเริ่มต้นของความเชื่อเกิดขึ้นตั้งแต่เด็กเพราะที่บ้านเล่นลิเกตั้งแต่สมัยคุณแม่ ก็จะนับถือพ่อแก่ แต่ที่เธอเริ่มมาปฏิบัติและดูแลพ่อแก่คือเมื่อ 7 ปีที่แล้ว “ก่อนที่หนูข้าอาร์สยาม ช่วงนั้นมีแต่เรื่องวุ่นวาย มีรถ 3คัน โดนชน 3 คัน แล้วจู่ๆ ก็มีแฟนคลับจ๊ะที่เป็นสารวัตรหญิงโทรมา พอรู้เรื่องที่เกิดขึ้นจึงพาจ๊ะไปที่วัดหนามแดง ไปถึงอาจารย์ท่านหนึ่งที่วัดก็มาแตะตัวหนูแล้วก็บอกว่า เราอ่ะมีของดีที่บ้านนะ ดีที่สุดแล้ว เพราะเราเป็นลูกท่านปู่ฤาษีนารอด แต่เราแค่กราบไหว้ท่านปกติ ไปทำบุญไม่เคยเรียกท่าน ไม่เคยถวายหมาก-น้ำเลย และท่านก็ทักอีกว่า หนูไปลงนะ มาใช่ไหม ซึ่งเราเพิ่งไปลงมา 2 วันก่อนหน้านี้และท่านไม่น่าจะรู้ได้ ท่านก็บอกว่า นะ ที่ลงมาเป็นโลกีย์ แทนที่คนอื่นจะลุ่มหลงเราแต่เรากลับไปลุ่มหลงฟุ้งซ่านเรื่องนั้นเรื่องนี้ ต่อไปนี้ห้ามไปลงนะ และครอบเศียรที่อื่นนอกจากที่บ้าน เพราะว่าครูที่บ้านน้อยใจมาก” “จากนั้นให้หนูนั่งไปหันหน้าไปทิศตะวันตก ยืดเท้า แล้วรดน้ำมนต์ อยู่ดีๆ น้ำตาหนูก็ไหลออกมาโดยไม่รู้ตื้นตันอะไร แล้วต่อมาท่านก็พูดขึ้นมาว่า พ่อแก่ จำมันไม่ได้เหรอ มันเป็นเด็กที่กตัญญูนะ ตอนเด็กๆ พ่อยังเคยจับมือมันตีระนาดเลย” […]

แม่เชื่อวิญญาณลูกเฮี้ยน ห่วงคดีไม่คืบ อึ้งดันโลงไม่ให้เผา จี้ ตร. ล่าฆาตกร ไม่อยากให้ตายฟรี (คลิป)

จากเหตุการณ์ในคลิปวิดีโอ ที่มีผู้ใช้เฟซบุ๊กโพสต์ไว้ ขณะนำโรงศพของนายวิชัย บุญนงค์ หรือ อ๊อฟ ที่เสียชีวิต จากการถูกลูกหลง ถูกฟันในงานคอนเสิร์ตการกุศล ที่บ้านสะพานสี่ อ.ปลวกแดง จ.ระยอง เมื่อกลางดึกของวันที่ 31 มี.ค. 62 ใส่ในเตา แต่ใส่ไม่ได้ โดยเพื่อน ๆ และญาติพยายามนำโลงศพใส่ในเตาเผา 3 รอบ แต่ก็ใส่ไม่ได้ ฝาโลงดีดออก วันที่ 8 เม.ย. 62 ทีมข่าว เดินทางไปที่วัดคลองโค ต.เกษตรสุวรรณ อ.บ่อทอง จ.ชลบุรี สถานที่จัดงานศพ นางวิกุลแก้ว ยุทธนา แม่ผู้ตาย เปิดเผยว่า ในวันฌาปนกิจศพลูกชาย ตนไม่ได้ไปร่วมงานด้วย เนื่องจากครอบครัวกังวลว่าตนจะทำใจไม่ได้ แต่ก็ทราบว่า เกิดเหตุการณ์ที่ศพดันโลงจนเกือบจะเผาไม่ได้ ซึ่งเชื่อว่าลูกชายน่าจะยังเป็นห่วงครอบครัว และห่วงเรื่องการจับคนร้ายไม่ได้ จึงไม่อยากไปไหน ซึ่งเมื่อ 2-3 วัน หลังจากเผาเสร็จแล้ว ก็เหมือนว่ามีลูกชายมาหา มาเคาะหน้าต่าง รวมถึงมีเสียงโทรศัพท์ปริศนาดังอยู่กว่าชั่วโมง โดยที่ไม่มีโทรศัพท์วางอยู่บริเวณที่ตนอยู่ ทั้งนี้ อยากให้คนที่ทำผิดมามอบตัว […]

ชาวบ้านผวาหนัก เจอหม้อดินเผาถ่วงน้ำเชื่อมีมนตร์ดำ ตามสัปเหร่อนำฝังดิน กันภัยเข้าหมู่บ้าน

จากกรณีที่ชาวบ้านออกไปหว่านแหจับปลา บริเวณลำห้วยไผ่ บ้านโดน หมู่ 8 ต. สนม อ.สนม จ.สุรินทร์ แล้วเจอหม้อดินเผาปิดฝา ห่อด้วยผ้าขาว ภายในมีด้ายสายสิญจน์ ใบมีโกน เปลือกกล้วย เครื่องเทศหอม คล้ายเป็นพิธีกรรมทางไสยศาสตร์ จนเกิดความหวาดกลัวกันไปทั่วหมู่บ้าน บางคนไม่กล้าเข้าไปใกล้ เพราะกลัวจะถูกคุณไสย จึงแจ้งทางผู้ใหญ่บ้านทราบ เพื่อหาคนมีวิชาอาคมมากำจัดทิ้ง เพราะเชื่อว่ากลุ่มคนที่ทำมนตร์ดำระวังภัยร้ายจะมาถึงตัว จึงนำมาปล่อยทิ้งลงแม่น้ำดังกล่าว นางบัวศร วงศ์วัน อายุ 55 ปี ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้าน เล่าว่า มีเด็กมาทอดแหกับพ่อ กับเด็กก็ไปเล่นน้ำข้างฝั่ง เจอหม้อดินเผา เด็กก็ไม่รู้ว่าอะไร ชาวบ้านเห็น ต่างพากันวิ่งหนีออกมาอยู่ห่าง ๆ จากนั้นจึงแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจมาตรวจสอบ ตนสงสัยน่าจะเป็นการแก้เคล็ดหรือไม่ หรือเป็นพิธีกรรมทางไสยศาสตร์ ตนแจ้งผู้ใหญ่บ้านแล้ว ให้นำสัปเหร่อในหมู่บ้านมาทำพิธีฝังต่อไป นายแก้ว ดีเสมอ อายุ 85 ปี สัปเหร่อบ้านโดน กล่าวว่า ที่ต้องแก้ คือต้องกันไม่ให้มีอะไรไม่ดีเกิดขึ้น ต้องเสกมนตร์ เสกคาถา เอาขังดินไว้ ต้องกันให้อยู่ […]

ชาวบ้านเชื่อ ‘ปอบ’ กินไก่ไส้หายเรียบ – พระโต้ไม่มีจริง (คลิป)

จากรณีที่มีเป็ดไก่ของชาวบ้านหมู่ที่ 3 และหมู่ที่ 6 ต.ท่าโรงอ.วิเชียรบุรี จังหวัดเพชรบูรณ์ ที่เลี้ยงไว้ในเล้าที่ภายในบ้านที่มีรั้วรอบขอบชิด แต่กลับถูกสัตว์ไม่ทราบชนิดบุกเข้ามาทำร้ายและกัดกินตายไปหลายสิบตัว โดยไก่บางตัวถูกกัดเจาะกินเฉพาะที่ก้น และล้วงกินเครื่องในจนเกลี้ยง แล้วทิ้งซากทั้งตัวไว้ให้เป็นปริศนา ต่อมาผู้อำนวยการโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลท่าโรง พร้อมด้วยนางสาวศุภัชญา กระจางวงษ์ เจ้าพนักงานสาธารณสุขปฏิบัติงานและ ร.ต.อ.ธงศักดิ์ นาจอมทอง รองสวป.สภ.วิเชียรบุรี ได้ลงพื้นที่ตรวจสอบทั้งสองหมู่บ้านเมื่อวันที่25มี.ค.ที่ผ่านมานั้น ต่อมาในช่วงเย็นวันที่ 26 มี.ค.ที่ผ่านมา ผู้สื่อข่าวได้เดินทางไปยังเล้าไก่ที่พบซากไก่และชาวบ้านเชื่อว่า เกิดจากการถูกปอบควักไส้ออกมากินพบว่าเล้าไก่ อยู่กลางชุมชนแต่ล้อมรั้วด้วยสังกะสี ที่แน่นหนาสูงเกือบสองเมตรยากที่สุนัขจะมุดหรือปีนเข้าไปข้างในได้ส่วนภายในได้สร้างเล้าและเลี้ยงไก่ชนหลายสิบตัว นายทร พูลสวัสดิ์ อายุ 67 ปี ซึ่งมีบ้านอยู่ใกล้กับเล้าไก่ เล่าว่า เล้าไก่ดังกล่าวเป็นของหลาน สร้างไว้เลี้ยงไก่ชน แต่ไม่มีใครเฝ้าหลานจะมาให้อาหารในช่วงเช้าและบ่ายเท่านั้น จากนั้นก็ปิดไว้อย่างแน่นหนาในวันเกิดเหตุตนนอนอยู่ในบ้านได้ยินเสียงหมาเห่าบริเวณเล้าไก่ จึงเดินลงมาดูก็พบว่าหมาได้เห่าไปยังเล้าไก่ แต่ก็ไม่เห็นว่ามีใครหรือไม่ แต่ก็ไม่กล้าเข้าไปดู กระทั่งรุ่งเช้าเมื่อหลานมาให้อาหารไก่ก็พบซากไก่ดังกล่าวจึงได้เรียกให้ไปดูด้วยก็พบว่าซากไก่ก้นกลวงโบ๋ แต่ไม่พบบาดแผลตามตัวแต่อย่างใด ด้านพระจำลอง จิตตะวโร พระวัดป่าเรไรทอง หมู่ที่ 3 ต.ท่าโรง บอกว่า ปอบหรือกระสือ ไม่มีจริง ส่วนที่ชาวบ้านจะเชื่อนั้นเป็นการเชื่อตามที่เล่าขานกันมา แต่สำหรับในพื้นที่นี้ไม่เคยมีเรื่องราวของปอบหรือกระสือมาก่อนเลย ส่วนภายในวัดก็มีไก่ตายบ้างแต่ก็เกิดจากหมาในวัดไล่กัดไม่ได้เกิดจากสิ่งเร้นลับอะไรทั้งสิ้น ติดตามข่าวสารเรื่องราวที่น่าสนใจอื่น ๆ […]

พระมหาไพรวัลย์ เตือนสติชาวบ้าน อย่ารั้นกิน “ฉี่จักจั่น” แนะให้อยู่กับความจริง ไม่ใช่ความเชื่อ

จากกรณีเหตุประหลาด เม็ดฝนตกลงมาจากต้นสะตอหน้าบ้านของนายอรุณ หนูรอด เลขที่ 259 บ้านควนโท่ ม.10 ต.เขาชัยสน อ.เขาชัยสน จ.พัทลุง ลักษณะหยดน้ำที่ตกลงมาเหมือนเม็ดฝน บางครั้งก็เป็นละอองน้ำตกลงมาจากต้นสะตอ ทำให้ชาวบ้านทั้งในและนอกพื้นที่ต่างแห่มาดู และเอากะละมังรองน้ำไปให้ผู้ป่วยดื่มกินและล้างหน้า ล้างตัว เชื่อว่ารักษาโรคได้ บางคนยกมือไหว้เชื่อว่าเป็นน้ำศักดิ์สิทธิ์ ขณะเดียวกัน ทางเจ้าหน้าที่ออกมาบอกว่าไม่ใช่น้ำศักดิ์สิทธิ์ เป็นฉี่แมลงจักจั่น (อ่าน: ชาวบ้านแห่กินน้ำใต้ต้นสะตอ ไม่สนเป็น “ฉี่จักจั่น” มั่นใจศักดิ์สิทธิ์ แถมขอหวยได้) ล่าสุด วันที่ 9 มี.ค. 62 พระมหาไพรวัลย์ วรวณฺโณ พระภิกษุจากวัดสร้อยทอง เปิดเผยกับทีมข่าวออนไลน์ อมรินทร์ ทีวี ว่า โดยหลักพุทธศาสนา พระพุทธเจ้าท่านสอนว่า อย่าเป็นพวกมงคลตื่นข่าว อย่าเพิ่งตัดสินใจเชื่อสิ่งใด ไม่ใช่เห็นอะไรแล้วศักดิ์สิทธิ์ทุกอย่าง ซึ่งเหตุการณ์ลักษณะดังกล่าว เกิดขึ้นหลายกรณีแล้ว เช่น กรณีบ่อน้ำศักดิ์สิทธิ์ ที่ภายหลังพบว่าเป็นบ่ออุจจาระ ทั้งนี้ พระมหาไพรวัลย์ ยังฝากบอกถึงชาวบ้านที่กินฉี่จักจั่นว่า ถ้ากินแล้วเกิดอาการผิดปกติภาระจะตกอยู่ที่โรงพยาบาล ทั้งยังฝากบอกว่าอย่าดื้อรื้น พุทธศาสนาสอนให้เราอยู่กับความจริง ไม่ใช่อยู่กับความเชื่อ คนไม่รู้แล้วทำยังดีกว่ารู้แล้วรั้นทำ […]

ชาวบ้านแตกตื่น ‘น้ำผุด’ จากกระเบื้องโบสถ์ แห่พรมหัว-กรอกใส่ขวด (คลิป)

เมื่อวานนี้ ( 10 ก.พ. 2562 ) ชาวบ้านแตกตื่นแห่กรอกน้ำที่ผุดจากพื้นกระเบื้องภายในโบสถ์วัดราษฎร์สามัคคี บ้านคำป่าหลาย หมู่ 1 ตำบลคำป่าหลาย อำเภอเมือง จังหวัดมุกดาหาร หลังจากเจ้าอาวาสวัดดังกล่าว พบเห็นน้ำได้ผุดขึ้นมาจากร่องพื้นกระเบื้องบริเวณด้านข้างของโบส์ถ สูงประมาณ 2 นิ้ว ลักษณะมีสีขาวขุ่น ได้ไหลทั่วบริเวณดังกล่าว นายสุภี พันธุพาน ผู้ใหญ่บ้านคำป่าหลาย หมู่ที่ 1 ตำบลคำป่าหลาย อำเภอเมือง จังหวัดมุกดาหาร กล่าวว่า แต่ก่อนบริเวณนี้เคยเป็นโบสถ์เก่า ต่อมาทางชาวบ้านและเจ้าอาวาสวัดได้ร่วมกันหาปัจจัยมาทำนุบำรุง โดยการรื้อโบสถ์หลังเก่าออก และสร้างหลังใหม่มาทดแทน ซึ่งสร้างเสร็จในปี 2559 จนมาถึงปัจจุบัน ในการสร้างครั้งนั้น ทางช่างหรือแม้แต่ชาวบ้านที่มาร่วมกันก่อสร้าง ได้ยืนยันว่าไม่มีการเดินท่อประปามายังบริเวณโบสถ์ แต่เชื่อว่าบริเวณดังกล่าวเป็นกุฎิของปู่นวน และปู่เหล็ก เจ้าอาวาสวัดองค์เดิม ตั้งแต่สมัยปู่ย่า ตายาย แสดงอภินิหารให้ชาวบ้านได้เห็น นายสุภี กล่าวต่ออีกว่า โดยท่านเจ้าอาวาสเป็นคนพบเห็น จากนั้นจึงได้ตามตนมาดู ตนเองจึงได้ประกาศเสียงตามสาย เรียกชาวบ้านมาช่วยกันดูอีก ว่าเกิดจากสาเหตุอะไร แต่ส่วนใหญ่เชื่อว่าเป็นน้ำศักดิ์สิทธิ์ ชาวบ้านได้นำขวดมากรอกเอาน้ำเพื่อไปดื่ม ไปรักษาโรค […]

หนุ่มเปิดใจวางน้ำแดง พวงมาลัย รอบหัวประปาดับเพลิง หวังกำราบคนมักง่ายทิ้งขยะ (คลิป)

จากกรณีสมาชิกเฟซบุ๊กรายหนึ่ง โพสต์วิธีแก้ไขปัญหา ผู้มักง่ายทิ้งขยะไม่เป็นที่ บริเวณฟุตปาธ ซอยลาดพร้าว 62 ด้วยวิธีการนำน้ำแดง และพวงมาลัย มาตั้งไว้บริเวณหัวจ่ายน้ำดับเพลิงเพื่อสร้างให้หัวเพลิงกลายเป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์ เนื่องจากปัญหาดังกล่าวสร้างความเดือดร้อนให้กับประชาชนเป็นอย่างมาก วันที่ 28 ม.ค. 62 นายเมธัส แก้วทรายขาว หรือ ตอง อายุ 28 ปี คนตั้งน้ำแดง เปิดเผยว่า ตนอาศัยอยู่ที่ซอยลาดพร้าว 62 มาประมาณ 2 ปี ซึ่งตลอดเวลาที่ผ่านมา ตนเห็นคนมักจะนำขยะไปทิ้งไว้ที่หัวจ่ายน้ำดับเพลิงบริเวณหน้าปากซอยจำนวนมาก สร้างกลิ่นเหม็น และขวางคนที่เดินสัญจรไปมา ซึ่งเมื่อประมาณ 2 สัปดาห์ก่อน ตนได้ลองนำน้ำอัดลมสีแดง 1 ขวด ไปวางไว้ที่โคนหัวจ่ายน้ำดับเพลิง ในช่วงเวลาประมาณเที่ยงคืน เพื่อสร้างความเชื่อว่าเป็นของบูชาสิ่งศักดิ์สิทธิ์ และไม่ให้คนนำขยะมาทิ้ง แต่กลับไม่ได้ผล กระทั่งวันที่ 26 ม.ค. 62 ที่ผ่านมา เวลาประมาณ 05.00 น. ตนได้ทดลองนำสิ่งของไปวางอีกครั้ง ด้วยการนำตุ๊กตาวัวที่เก็บได้จากศาลภายในซอย และนำดอกไม้สีเหลืองมาวางไว้ 1 […]

สเปนเปิดฉากเทศกาล ‘ขี่ม้าลุยไฟ’ พิธีล้างบาปตามความเชื่อโบราณ

ที่ประเทศสเปน มีการจัดงานเทศกาลเก่าแก่ ลาส ลูมินาเรียส (LAS LUMINARIAS) หรือการขี่ม้าฝ่ากองไฟเพื่อล้างบาป เพื่อรำลึกถึงนักบุญแอนโธนี่ ตามความเชื่อที่ชาวบ้านในพื้นที่ยึดถือมาแต่โบราณ โดยรายงานข่าวระบุว่า เทศกาลเก่าแก่นี้เปิดฉากขึ้นที่หมู่บ้านซาน บาร์โตโลเม เด ปินาเรส ที่อยู่ห่างจากกรุงมาดริดไปทางตะวันตกเฉียงเหนือ โดยในปีนี้ทางผู้จัดงานระบุว่า มีผู้นำม้าเข้าร่วมประเพณีฝ่ากองไฟเพื่อล้างบาป มากกว่า 120 ตัว ตามความเชื่อของชาวบ้านในพื้นที่ การขี่ม้าลุยกองไฟนี้ นอกจากจะเป็นการล้างบาปให้กับเจ้าของม้าแล้ว พวกเขายังเชื่อว่า การลุยกองไฟจะช่วยปัดเป่าเอาโรคภัย และสิ่งไม่ดีต่าง ๆ ออกจากม้าเหล่านี้ด้วยเช่นกัน ขณะเดียวกันก็ยังเป็นการแสดงความเคารพต่อนักบุญแอนโธนี หรือนักบุญผู้พิทักษ์สัตว์ ตามความเชื่อของชาวคริสต์นิกายโรมันคาทอลิกอีกด้วย อย่างไรก็ดี การนำม้าลุยกองไฟในเทศกาลเก่าแก่นี้ถูกโจมตีจากบรรดากลุ่มเคลื่อนไหวด้านสิทธิสัตว์มาโดยตลอด ขณะที่ทางผู้จัดงานยืนยันว่า ไม่เคยมีม้าตัวใดได้รับอันตรายจากการเข้าร่วมในเทศกาลนี้ ติดตามข่าวสารเรื่องราวที่น่าสนใจอื่น ๆ ได้ที่ อมรินทร์ทีวี เอชดี ช่อง 34

คนหมู่บ้านผวา ฉะวัดปล่อยงูสะเดาะเคราะห์ แฉเห็นจงอางอาละวาด เร่งทำตาข่ายล้อมบ้าน (คลิป)

จากกรณี วัดสว่างโสภณ ตำบลตานี อำเภอปราสาท จังหวัดสุรินทร์ ประกาศทำพิธีสะเดาะเคราะห์ต่อชะตา เสริมบารมีอันศักดิ์สิทธิ์ตามความเชื่อฉบับเขมรโบราณ โดยให้ญาติโยมถวายงูมีพิษ เช่น งูเห่า งูจงอาง เพื่อทำพิธีปล่อยงูคืนสู่ธรรมชาติ วันที่ 14 ม.ค. 62 พระครูปิยะณัฐ ขันติโก ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดสว่างโสภณ ชี้แจงว่า ในวันดังกล่าววัดทำพิธีปล่อยงูทั้งหมด 15 ตัว เป็นงูเห่า 12 ตัวและงูจงอาง 3 ตัว ซึ่งหลังเสร็จพิธี หมองูก็ได้เข้าจับงูทั้งหมดแล้ว โดยจับได้ 12 ตัว มีหลุดรอดออกไป 3 ตัว โดยงูที่หลุดออกไป 1 ตัว เลื้อยไปติดตาข่ายบริเวณบ้านของชาวบ้าน และถูกรถเหยียบตาย 1 ตัว และถูกตีตาย 1 ตัว ซึ่งในขณะนี้ ไม่มีงูพิษภายในพื้นที่วัดแล้ว ต่อมา ผู้สื่อข่าวเดินทางลงพื้นที่ตรวจสอบ สถานที่ประกอบพิธีปล่อยงูพิษ บริเวณสระน้ำ วัดสว่างโสภณ และบริเวณชุมชนคุ้มโคกโรงเรียน บ้านหนองกระบือ หมู่ 2 […]

แม่ชีดูดวงเปลี่ยนชื่อ อ้างรู้จริงพาปลดหนี้ได้แค่จ่าย 95 บาท (คลิป)

จากกรณีที่มีคลิปในโซเซียล แห่แชร์เรื่องการดูดวงของแม่ชีพราหมณ์สำนักหนึ่ง ที่ได้ไล่ถามคนที่เข้าไปทำบุญว่าถ้าหากเปลี่ยนชื่อจะช่วยในเรื่องเสริมมงคล ชีวิต การงานอาชีพจะดีขึ้น ทำให้เกิดการวิพากษ์วิจารณ์ถึงพฤติกรรมดังกล่าวอย่างแพร่หลายนั้น ผู้สื่อข่าวได้เดินทางไปพบกับนางสาวนวรัตน์ กชพรศรีเมธาวงศ์ แม่ชีพราหมณ์ในคลิปคนดังกล่าว ที่สำนักสำนักพราหมณ์ธรรมโชติหิรัญ ตั้งอยู่เลขที่ 24/3 หมู่ 7 ต.ขนงพระ อ.ปากช่อง จ.นครราชสีมา โดยนาวสาวนวรัตน์เปิดเผยว่า ตนเปิดสำนักพราหมณ์มาแล้วหลายปี ซึ่งก็จะมีลูกศิษย์ลูกหาเดินทางมาหาเป็นประจำ ซึ่งสำนักพราหมณ์ที่ตนเองอยู่ก็จะเป็นสถานที่ปฏิบัติธรรมด้วย โดยผู้ที่เข้ามาหาและให้ตนเองดูดวงชะตาให้นั้นจะเป็นผู้เดือดร้อนเกี่ยวกับชีวิตการงานหรือความรักต่าง ๆ ซึ่งตนจะทำนายดวงจากชื่อ วันเกิด เลขประจำตัวบัตรประชาชน มีค่าครูจำนวน 95 บาท ทั้งนี้เรื่องในคลิปมีคนตั้งข้อสงสัยเยอะมากว่าเป็นเรื่องงมงายและมั่วนิ่มนั้น ขอยืนยันเลยว่าตนเองรู้จริง ไม่มีการหลอกลวงหรือมั่วนิ่มแน่นอน สามารถสอบถามจากลูกศิษย์ได้ว่าใครที่มาพบแล้ว กลับไปจะเจอแต่เรื่องดี ๆ ส่วนบุคคลไหนจะเชื่อหรือไม่นั้นเป็นความเชื่อของบุคคล หรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะเข้ามาตรวจสอบตนเองก็ยินดี ด้านสวชานันท์ ภาพรสุข ชาวบ้านในพื้นที่หมู่ 7 ต.ขนงพระ อ.ปากช่อง จ.นครราชสีมา เปิดเผยว่า สำหรับสำนักพราหมณ์ดังกล่าวตนเองได้เคยเดินทางไปขอดูดวง และรับคำแนะนำจากแม่ชีมาแล้วในเรื่องของการงาน ปรากฏว่าได้รับคำแนะนำมาก็ผลดีกับตัวเองร้านค้าของชำที่ตนเองขายอยู่ขายดีขึ้นมีลูกค้าเยอะขึ้นซึ่งส่วนใหญ่ตนเองจะเข้าไปขอคำแนะนำเวลามีเรื่องทุกข์ ส่วนตัวตนเองก็เชื่อมั่นในสำนักพราหมณ์แห่งนี้ว่าดูดวงเก่งและทักทายได้อย่างแม่นยำซึ่งเรื่องทั้งหมดก็ได้บอกต่อคนอื่นบ้าง แต่ทั้งนี้ก็เป็นความเชื่อส่วนบุคคล ติดตามข่าวสารเรื่องราวที่น่าสนใจอื่น ๆ ได้ที่ อมรินทร์ทีวี เอชดี ช่อง […]

keyboard_arrow_up