“วุฒิการศึกษาปลอม” ไม่ใช่เรื่องหยุมหยิม มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา

กลับมาเป็นประเด็นที่ได้รับความสนใจอีกครั้งในสังคมไทย สำหรับการใช้วุฒิการศึกษาปลอม หรือการจ้างทำวุฒิการศึกษาปลอม เพื่อนำไปใช้สมัครงาน โดยที่ผู้เรียนไม่ได้มีความรู้ในสาขาวิชาดังกล่าวจริงๆ และหากจะว่าไปแล้ว…เหตุการณ์ในลักษณะดังกล่าวไม่ได้เพิ่งจะเกิดขึ้นเมื่อไม่นานนี้ แต่เป็นเรื่องที่กระทรวงศึกษาธิการ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องพยายามปราบปรามอย่างต่อเนื่อง รวมทั้งได้มีการกำหนดโทษความผิดสำหรับการจ้างทำหรือใช้วุฒิการศึกษาปลอมด้วย จากข้อมูลทางเพจเฟซบุ๊ก Online law firm ได้กล่าวถึงความผิดจากการปลอมวุฒิการศึกษา ว่ามีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา ฐานปลอมแปลงเอกสารราชการ ตาม ป.อ. มาตรา 265 ต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่หกเดือนถึงห้าปี และปรับตั้งแต่หนึ่งพันบาทถึงหนึ่งหมื่นบาท และเมื่อได้ใช้วุฒิการศึกษาปลอมในการสมัครงาน ก็ย่อมมีความผิดฐานใช้หรืออ้างเอกสารราชการปลอมในประการที่ว่าจะเกิดความเสียหายแก่ผู้อื่นหรือประชาชน ต้องระวางโทษตามที่บัญญัติไว้ตาม มาตรา 265 ตามนัย ป.อ. มาตรา 268 อ่าหนังสือสอบเท่านั้นที่ยั่งยืน ❗❗❗ การปลอมวุฒิการศึกษามีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา … โพสต์โดย Online law firm เมื่อ วันพฤหัสบดีที่ 29 สิงหาคม 2019 นอกจากนี้ จากข้อมูลที่มีการเผยแพร่ทางเว็บไซต์ moe.go.th ของกระทรวงศึกษาธิการ ที่เผยแพร่เมื่อวันที่ 13 ธันวาคม 2559 โดยอ้างอิงคำพูดของ ดร.สุภัทร จำปาทอง เลขาธิการคณะกรรมการการอุดมศึกษา […]

พิทบูลโหดกัดคน…ความผิดจากสายพันธุ์สุนัข หรือ ปัญหาเกิดจาก “คนเลี้ยง” !?

เรียกว่าเป็นสายพันธุ์ที่จองพื้นที่ข่าวหน้าหนึ่งอยู่เป็นประจำ สำหรับสุนัขอย่าง พิทบูล ที่มักก่อนเหตุโหดๆ บ่อยครั้ง ไม่ว่าจะเป็นการทำร้ายสุนัขด้วยกัน หรือการทำร้ายคนทั่วไป ที่บ้างก็รุนแรงถึงขึ้นเสียชีวิต แต่ปัญหาที่หลายๆ คนตราหน้าว่าเป็นสุนัขพันธุ์โหด หรือยกให้เป็นสายพันธุ์อันตราย แต่ในความเป็นจริงแล้ว…ปัญหาเหล่านี้เกิดขึ้นจากตัวสุนัข หรือเป็นเพราะคนเลี้ยงที่ขาดความรับผิดชอบกันแน่!? พิทบูล (Pit Bull) หรือ พิทบูลเทอร์เรีย (Pit Bull Terrier) นั้นความจริงแล้วไม่ใช่ชื่อสายพันธุ์ แต่เป็นการเรียกสุนัขกลุ่มหนึ่งของสหรัฐอเมริกาซึ่งประกอบด้วย 3 สายพันธุ์คือ  อเมริกันพิตบูลเทอร์เรีย, อเมริกันสแตฟฟอร์ดเชียร์เทอร์เรีย และ สแตฟฟอร์ดเชียร์บูลเทอร์เรีย ซึ่งพื้นฐานเป็นสุนัขที่เกิดจากการผสมข้ามสายพันธุ์ระหว่างบูลดอกกับเทอร์เรียจากอังกฤษและในอดีต พิทบูลนั้นถูกพัฒนาขึ้นมาเพื่อให้ในการใช้กีฬาโหดๆ อย่าง แข่งกัดสุนัข แข่งสุนัขสู้วัว หรือใช้ในการล่าสัตว์อันตรายอย่าง หมีและหมูป่า จนเมื่อยุคสมัยเปลี่ยนไป ทำให้กีฬาสุดเถื่อนเหล่านั้นหายตามไปด้วย ทำให้สุนัขพิทบูลเปลี่ยนสถานะกลายมาเป็นสัตว์เลี้ยงของมนุษย์แทน แต่ด้วยพื้นฐานสายพันธุ์ดั้งเดิมที่ถูกพัฒนาขึ้นมาเพื่อเป็นสุนัขพลังงานสูง และมีโครงสร้างเพื่อการโจมตีสัตว์อื่นเป็นหลัก ทำให้พิทบูลมักสร้างปัญหาต่างๆ ตามมานับไม่ถ้วน ทั้งการโจมตีสุนัขอื่นจนถึงตาย การทำร้ายผู้คนจนถึงแก้ชีวิต และบางครั้ง…ภาพลักษณ์ของมันยังถูกเชื่อมโยงไปถึงกลุ่มค้ายาเสพติดอีกด้วย อย่างไรก็ตาม ปัญหาที่ได้กล่าวมานั้น หากจะบอกว่าเกิดจากสุนัขเป็นหลักก็คงพูดได้ไม่เต็มปาก เพราะสาเหตุที่พวกมันเป็นแบบนี้ ก็เกิดจากพวกเราที่พัฒนาสายพันธุ์ของมันขึ้นมาเป็นเช่นนี้ อีกทั้งการเลี้ยงดูที่ไม่ถูกต้อง เช่นการทุบตีสุนัข การเลี้ยงโดยขังกรงเป็นหลัก ยังเป็นการผลักดันสุนัขให้แสดงพฤติกรรมไม่พึงประสงค์ออกมายิ่งขึ้น […]

ถ่ายรูปคนอื่นไปโพสต์โชว์บนโซเชียล เสี่ยงผิดฐาน “หมิ่นประมาท-ทำให้เสียหาย” หลายกระทง

อีกหนึ่งปัญหาที่กลายเป็นปมประเด็นดราม่าในโลกออนไลน์อยู่บ่อยครั้ง นั่นคือการถ่ายภาพบุคคลในที่สาธารณะ แล้วนำมาโพสต์ด้วยวัตถุประสงค์ต่างๆ ในโลกออนไลน์ ซึ่งจะเคยมีคำตัดสินของศาลฎีกา ให้ยึดถือว่า บุคคลที่อยู่ในที่สาธารณะ ย่อมถูกถ่ายภาพได้แม้เจ้าตัวไม่ยินยอมก็ตาม แต่เมื่อไหร่ที่มีการนำภาพดังกล่าวมาเผยแพร่ และทำให้คนที่ปรากฎในภาพเกิดความรู้สึกดูหมิ่นให้เสื่อมเสีย ผู้ถ่ายย่อมมีความผิดที่พึงจะได้รับเช่นกัน จากการตรวจสอบข้อมูลทางด้านข้อกฎหมายต่างๆ พบว่าในประเทศไทยยังไม่มีการระบุชัดเจนถึงการเอาผิดกรณีการถ่ายภาพ และนำเอาภาพไปโพสต์โดยไม่ได้รับอนุญาตในโลกออนไลน์ แต่พบว่าในกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ได้มีการกำหนดว่าการเอาชื่อบุคคล หรือสิ่งที่เกี่ยวข้องกับบุคคลไปใช้โดยไม่ได้รับอนุญาตถือว่าเป็นสิ่งที่ทำไม่ได้ ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 420 บัญญัติว่า “ผู้ใดจงใจหรือประมาทเลินเล่อ ทำต่อบุคคลอื่น โดยผิดกฎหมายให้เขาเสียหายถึงแก่ชีวิตก็ดี แก่ร่างกายก็ดี อนามัยก็ดี เสรีภาพก็ดี ทรัพย์สินหรือสิทธิอย่างหนึ่งอย่างใดก็ดี ท่านว่าผู้นั้นทำละเมิดจำต้องใช้ค่าสินไหมทดแทนเพื่อการนั้น” นอกจากนี้ ตามประมวลกฎหมายอาญาว่าด้วยความผิดฐานหมิ่นประมาทตาม มาตรา 326 “การใส่ความผู้อื่นต่อบุคคลที่ 3 โดยทำให้ผู้อื่นนั้นเสียชื่อเสียง ถูกดูหมิ่นหรือถูกเกลียดชัง โดยกฎหมายอาญา มาตรา 326 บัญญัติว่า ผู้ใดใส่ความผู้อื่นต่อบุคคลที่สาม โดยประการที่น่าจะทำให้ผู้อื่นเสียชื่อเสียง ถูกดูหมิ่น หรือถูกเกลียดชัง ผู้นั้นกระทำความผิดฐานหมิ่นประมาท ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินหนึ่งปี หรือปรับไม่เกิน 2 หมื่นบาท” และในมาตรา 328 ยังระบุอีกว่า “ถ้าความผิดฐานหมิ่นประมาทได้กระทำโดยการโฆษณาด้วยเอกสาร ภาพวาด ภาพระบายสี […]

กรมสรรพสามิต แจงกรณี ‘จับแม่ค้าขายข้าวหมาก’ เผยผิดข้อหาจำหน่าย ‘สาโท’ ไม่ได้รับอนุญาต

สืบเนื่องจากกรณี นางเสน่ห์ ป่วงรัมย์ อายุ 60 ปี แม่ค้าขายข้าวหมาก ถูกเจ้าหน้าที่สรรพสามิต เข้าจับกุมบริเวณตลาดนัดคลองถมสี่แยกกระสัง อ.เมืองบุรีรัมย์ ขณะนั่งขายข้าวหมากห่อใบตอง ในข้อหาจำหน่ายเหล้าสาโท โดยไม่ได้รับอนุญาต พร้อมเรียกค่าปรับสูงถึง 5 หมื่นบาท ก่อนมีการต่อรองลดเหลือ 1 หมื่นบาท จนเป็นที่กระแสวิพากษ์วิจารณ์ในโลกโซเชียล (อ่านเพิ่มเติม : รองปลัด ยธ.โพสต์กรณี ‘จับแม่ค้าขายข้าวหมาก’ เผยศาล รธน. สั่งถอดจาก พ.ร.บ. สุรา แล้ว) ล่าสุดทางเพจเฟซบุ๊ก กรมสรรพสามิต :: Excise Department ได้โพสต์ข้อความชี้แจงกรณีดังกล่าว โดยระบุว่า…เจ้าหน้าที่กรมสรรพสามิตได้จับกุมยายชาวบุรีรัมย์วัย 60 ทำข้าวหมากขายตลาดนัด ข้อหาจำหน่ายสุราสาโทโดยไม่ได้รับอนุญาต ขู่ติดคุกหากไม่จ่ายค่าปรับ 5 หมื่น อ้อนวอนสุดท้ายยอมลดเหลือ 1 หมื่นบาท  คุณยายตามที่ระบุในข่าวมีอาชีพขายข้าวหมากเป็นอาชีพหลัก ซึ่งเมื่อวันที่ 22 กรกฎาคม 2561 เจ้าหน้าที่กรมสรรพสามิตได้รับแจ้งจากราษฎรว่า มีการจำหน่ายสุราแช่เพื่อดื่มกินที่ตลาดคลองถม สี่แยกไฟแดง […]

ทนายษิทรา โพสต์เตือน ‘คนใช้พยานเท็จ’ เผยความผิดนี้โดนทุกคน ไม่เว้นแม้แต่ทนาย

ยังคงเป็นประเด็นที่ต้องติดตามอย่างต่อเนื่องสำหรับความคบหน้าของคดีหวย 30 ล้านที่ยังไม่สามารถหาข้อยุติลงได้ และล่าสุดเมื่อวันที่ 30 กรกฎาคมที่ผ่านมา ทนายษิทรา เบี้ยบังเกิด เลขาธิการมูลนิธิทีมงานทนายประชาชนฯ ได้โพสต์ข้อความผ่านทางเพจเฟซบุ๊กส่วนตัวโดยกล่าวถึงฐานความผิดในการใช้พยานหลักฐานเท็จ ซึ่งเจ้าตัวได้เปิดเผยว่า…ไม่อยากจะเชื่อว่าจะมีคนกล้าใช้พยานหลักฐานเท็จ เพื่อให้ชนะคดี คนร่วมกันทำก็ไม่รอดนะครับ ความผิดตามมาตรานี้โดนหมดทุกคน ไม่เว้นแม้แต่ทนาย แล้วศาลท่านอาจไม่ลดหย่อนโทษให้เพราะถือว่าเป็นผู้มีความรู้ทางกฎหมาย ยังกล้าทำ นอกจากนี้ ทนายษิทรายังทิ้งท้ายโพสต์ดังกล่าวด้วยแฮชแท็กว่า #คลิปก้มเก็บอยู่ไหน ซึ่งมีความเชื่อมโยงกับเหตุการณ์ก่อนหน้านี้ที่ครูปรีชา ใคร่ครวญ เป็นโจทก์ยื่นฟ้องร้อยตำรวจโทจรูญ วิมูล ในข้อหายักยอกทรัพย์และรับของโจร รวมทั้งยื่นฟ้องร้อยตำรวจโทจรูญ และนายษิทรา เบี้ยบังเกิด ทนายความของร้อยตำรวจโทจรูญ ในข้อหาร่วมกันฟ้องเท็จ ที่ต่อมาทนายษิทรา ได้เผยแพร่ภาพสด พร้อมข้อความระบุว่า “แจ้งความดำเนินคดีครูปรีชา ทนายวรยุทธ ร่วมกันปลอม และใช้เอกสารปลอม นำสืบพยานหลักฐานเท็จในการพิจารณาต่อศาล ที่สภ.เมืองกาญจนบุรีครับ” รวมทั้งถึงกรณีที่ฝ่ายโจทก์ได้ปฎิเสธหลักฐานซึ่งเป็นคลิปเสียงกว่า 4,500 คลิป ที่ฝั่งโจทก์เป็นคนขอมาเองจาก ปอท. (อ่านเพิ่มเติม : “ษิทรา” แจ้งความ “ปรีชา-ทนาย” ข้อหาปลอม-ใช้เอกสารปลอม พร้อมเล่านาทีคุยกับครูก่อนออกศาล (คลิป) / ทนายษิทรา โพสต์ถาม […]

ทนายเดชา เผย ‘แอบถ่ายใต้กระโปรง’ เข้าข่ายกระทำอนาจาร ยกมาตรา 278 ประกอบ

เว็บไซต์ข่าวเดลี่เมล์ของอังกฤษรายงานว่านายปรัชญายุทธ ทัพเจริญ วัย 27 ปี บุตรชายของนายยุทธนา ทัพเจริญ สมาชิกสภานิติบัญติแห่งชาติ ถูกตำรวจอังกฤษจับกุมหลังจากแอบถ่ายกางเกงในหญิงในร้านจำหน่ายเสื้อผ้าแห่งหนึ่ง บนถนนออกฟอร์ด ในเมืองเวสท์มินส์เตอร์ของอังกฤษ (อ่านเพิ่มเติมที่ : สื่อนอกตีข่าว จับลูกชายสนช.ไทย แอบถ่ายใต้กระโปรงหญิงในร้านเสื้อผ้าดังที่อังกฤษ) ล่าสุด ทนายเดชา กิตติวิทยานันท์ ได้โพสต์ข้อความผ่านทางเฟจเฟซบุ๊ก ทนายคลายทุกข์ โดยอธิบายถึงกรณีดังกล่าวว่า…ความผิดฐานแอบติดตั้งกล้องถ่ายใต้กระโปรงผู้หญิง การแอบถ่าย ใต้กระโปรงผู้หญิงตามที่เป็นข่าว ของนักเรียนนอกคนหนึ่งถือเป็นการกระทำอนาจารตามกฎหมายแล้วครับ เพราะการกระทำอนาจาร ถึงแม้มิได้กระทำต่อเนื้อตัวร่างกายแต่มีความประสงค์ ทางความใคร่และกามารมณ์เป็นการอนาจารได้ ตามกฎหมายประมวลกฎหมายอาญามาตรา 278 อ้างอิงคำพิพากษาฎีกาที่ 12983/2558 (คำพิพากษาฎีกาที่ 12983/2558)

เผยความผิดเพิ่มเติมของ ‘เปรมชัย’ เมื่อพบว่า ‘งาช้าง’ ในครอบครองได้มาจาก ‘ช้างแอฟริกา’

จากกรณีที่กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ได้เปิดเผยข้อมูลจากทีมปฏิบัติการนิติวิทยาศาสตร์สัตว์ป่า กรมอุทยานฯ ทีได้วิเคราะห์ DNA จากงาช้างที่ตรวจยึดได้จากบ้านนายเปรมชัย กรรณสูต ประธานบริหารบริษัท อิตาเลียนไทย ดีเวล๊อฟเมนต์ จำกัด (มหาชน) จำนวน 4 กิ่ง (2 คู่) และพบว่าเป็นงาของช้างแอฟริกาทั้งหมด แม้จะเป็นสัตว์ที่ไม่ใช่ของไทย และไม่อาจใช้ พ.ร.บ.ป้องกันการทารุณกรรมและการจัดสวัสดิภาพสัตว์ 2557 เพื่อดำเนินคดีในกรณีดังกล่าวได้ แต่ช้างแอฟริกานั้นถูกบรรจุให้เป็น ‘สัตว์ป่าคุ้มครอง’ ตาม พ.ร.บ.สงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า 2535 ฉบับแก้ไข ปี 2557 ซึ่งเป็นการร่วมมือกันระหว่างประเทศไทย กับคณะกรรมการบริหารอนุสัญญาว่าด้วยการค้าระหว่างประเทศซึ่งชนิดสัตว์ป่าและพืชป่าที่ใกล้สูญพันธุ์ (ไซเตส) เพื่อสกัดกั้นขบวนการค้างาช้างแอฟริกาซึ่งเป็นอาชญากรรมข้ามชาติเกี่ยวกับการค้างาช้า จึงได้มีคำสั่งห้ามมิให้ผู้ใดมีไว้ในครอบครองซึ่งสัตว์ป่าสงวน สัตว์ป่าคุ้มครอง ซากของสัตว์ป่าสงวน หรือซากของสัตว์ป่าคุ้มครอง และมีโทษสูงสุดจำคุก 4 ปี ปรับ 4 หมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ จากข้อมูลของกองทุนสัตว์ป่าโลกสากล (WWF) พบว่าในแต่ละปีมีช้างแอฟริกันกว่า 20,000 เชือกที่ถูกล่าเพื่อเอางาและเนื้อมาใช้ในธุรกิจเครื่องประดับ และจำหน่ายเป็นยาจีนตามความชื่อของผุ้คนในแถบเอเชีย ทำให้นับตั้งแต่เริ่มศตวรรษที่ 20 ช้างแอฟริกาที่เคยมีมากกว่า […]

มีก็เหมือนไม่มี!? เมื่อ ‘ทางม้าลาย’ กลายเป็นเครื่องหมายจราจรที่ ‘คนข้าม-คนขับ’ ต่างมองข้าม

เชื่อว่าหลายคนคงเคยได้ยินคำขวัญสวยๆ ที่ดูทรงพลังอย่าง ‘วินัยการจราจร สะท้อนวินัยชาติ’ ที่กระตุ้นให้ทั้งคนขับรถ และผู้ใช้ถนนต่างหากหันมาให้ความสำคัญกับการใช้ถนนมากขึ้น แต่จากหน้าข่าวและการใช้ชีวิตประจำวันของเรา ก็ยังคงมีเหตุการณ์ไม่คาดฝันเกี่ยวกับการใช้รถใช้ถนนเกิดขึ้นให้เห็นไม่เว้นแต่ละวัน และมีหลายครั้งที่อุบัติเหตุเหล่านั้น เกิดขึ้นบนทางม้าลาย…เครื่องหมายจราจรที่คิดค้นมาเพื่อความปลอดภัยในการข้ามถนนโดยเฉพาะ แม้จะเป็นของที่หลายๆ คนต้องใช้กันอยู่ทุกวัน และคนขับรถเองก็น่าจะต้องแล่นผ่านเส้นขาวดำนี้วันละหลายรอบ แต่เชื่อว่าน้อยคนนักที่จะรู้ว่า ประเทศไทยเองก็มีกฎระเบียบการใช้งานทางม้าลายเช่นเดียวกับในต่างประเทศ และสิ่งที่หลายคนอาจไม่ทราบนั่นคือ…คนเดินเท้าที่กำลังเดินข้ามถนนในทางม้าลายมีสิทธิไปก่อนรถ จากข้อมูลของสมาคมส่งเสริมความปลอดภัยและอนามัยในการทำงาน (ประเทศไทย) ได้อธิบายการข้ามทางม้าลายเอาไว้ดังนี้ (1) คนเดินเท้าที่กำลังเดินข้ามถนนในทางม้าลายมีสิทธิไปก่อนรถ เพราะตามกฎหมายต้องหยุดให้คนข้ามถนนในทางข้ามทาง แต่จะต้องข้ามอย่างระวัง และให้โอกาสรถที่ชะลอความเร็วและหยุดไม่ทัน ก่อนที่จะก้าวลงไป โดยเฉพาะในเวลาฝนตกถนนลื่นต้องระวังให้มาก (2) ถึงแม้ว่าคนขับรถจะหยุดให้ข้าม ก็ต้องข้ามด้วยความระมัดระวังชตลอดเวลา เพราะอาจมีผู้ขับขี่ที่แซงรถคันที่หยุดขึ้นมา และควรข้ามถนนอย่างรวดเร็ว อย่าเดินลอยชาย (3) การข้ามถนนในช่องทางข้ามที่บริเวณทางแยก ให้ระวังรถที่จะเลี้ยว เข้ามาหาตัวท่านด้วย (4) ถ้ามีเกาะกลางถนนทำไว้ที่ทางม้าลาย ให้ข้ามถนนไปทีละครึ่งถนน โดยพักรออยู่บนเกาะ มองขวา-ซ้ายปลอดภัยแล้วจึงข้ามไป ดังนั้น ถ้าท่านกำลังข้ามถนนอยู่ ถ้าเห็นรูปคนสีเขียวกระพริบขึ้นสัญญาณไฟ ก็ให้รีบข้ามถนนให้พ้นไป โดยเร็วข้อสำคัญอย่าเริ่มก้าวข้ามถนน เมื่อ เห็นรูคนสีเขียวกระพริบที่สัญญาณไฟเป็นอันขาด เพราะจะข้ามถนนไป ไม่ตลอด และอาจเกิดอุบัติเหตุได้ นอกจากนี้ ตามพระราชบัญญัติจราจรทางบก พ.ศ. 2522 […]

‘หมู มูซู’ โพสต์ไลฟ์สด หลังเจอตำรวจตั้งด่านจับข้อหา ‘เบนซ์เสริมแหนบ’

กลายเป็นประเด็นที่กำลังถูกวิพากษ์วิจารณ์อย่างกว้างขวงในโลกออนไลน์ เมื่อ บัณฑิต แซ่โง้ว หรือ หมู มูซู ศิลปินจากวง MUZU ได้ไลฟ์สดผ่านทางเฟซบุ๊กส่วนตัว Mu Muzu หลังจากถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจตั้งด่านเรียกตรวจ บนทางหลวงหมายเลข 305 เส้นนครนายก พร้อมกับใหม่ใบสั่งในข้อหา ‘เสริมแหนบ’ โดยทาง หมู มูซู ได้ยืนยันว่ารถเบนซ์ของตนเองไม่ได้มีการเสริมเเหนบแต่อย่างใด แต่ทางตำรวจไม่ปักใจเชื่อ จึงเรียกตำรวจผู้เชี่ยวชาญเข้ามาตรวจสอบ ก่อนจะพบว่าแท้จริงแล้วเป็นเพียง ‘โช๊ครถยนต์’ เท่านั้น และทางเจ้าหน้าที่ตำรวจที่เข้ามาดำเนินการตรวจสอบได้ขอโทษในความเข้าใจผิด ก่อนจะแยกย้ายกันไป แม้เหตุการณ์การณ์ดังกล่าวจะคลี่คลายไปได้ด้วยดี แต่กรณีนี้ก้กลายป็นที่ถกเถียงอย่างกว้างขวางของผู้คนในโลกออนไลน์ เกี่ยวกับการทำงานของทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ สำหรับข้อหาเกี่ยวกับการเสริมแหนบนั้น ข้อมูลจากกรมการขนส่งทางบกได้ระบุว่า เป็นการการแก้ไขดัดแปลงตัวรถยนตื ซึ่งประกอบด้วยการเปลี่ยนเครื่องยนต์ เปลี่ยนสี และการเสริมแหนบเพื่อใช้บรรทุกสิ่งของให้ได้ปริมาณที่มากขึ้น โดยทางกรมขนส่งได้ระบุว่าการดัดแปลงดังกล่าวส่งผลต่อความมั่นคงแข็งแรงของตัวรถ และอาจเป็นสาเหตุให้เกิดอุบัติเหตุได้ ถ้าหากมีการฝ่าฝืนจะต้องรับโทษปรับเป็นจำนวนเงิน 2,000-5,000 บาท

เปิดโพสต์เก่า อ. เจษฎา ยันงานวิจัย ‘บุหรี่ไฟฟ้า’ อันตรายน้อยกว่า ‘บุหรี่จริง’

กลับมาเป็นประเด็นถกเถียงในสังคมอีกครั้ง จากกรณีที่ ฟลุ๊คศรี มณีเด้ง เน็ตไอดอลคนดัง ถูกจับกุมเนื่องจากมีบุหรี่ไฟฟ้า อันนำมาซึ่งคลิปฉุดกระชากลากถูเข้าห้องขัง และภาพที่ฟลุ๊คศรีโชว์รอยช้ำทั่วทั้งตัว ซึ่งต่อมาตำรวจยืนยันว่า กรณีนี้ไม่มีการทำเกินกว่าเหตุ (รายละเอียดเพิ่มเติมที่ : ทุบโต๊ะข่าว :ฟลุ๊คศรี มณีเด้ง ขู่แจ้งจับ ตร.ลากเข้าห้องขัง-ตร.โต้เมาหัวโขกฝาเอง ซ้ำด่า จนท.) จากการสืบค้นข้อมูลพบว่า ก่อนหน้านี้เมื่อช่วงต้นปีที่ผ่านมา (9 กุมภาพันธ์) รศ.ดร.เจษฎา เด่นดวงบริพันธ์ อาจารย์ประจำภาควิชาชีววิทยา คณะวิทยาศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และนักสื่อสารวิทยาศาสตร์ เคยโพสต์ภาพและข้อความผ่านเฟสบุ๊กส่วนตัว Jessada Denduangboripant เกี่ยวกับงานวิจัยจากต่างประเทศ ที่ยืนยันว่า บุหรี่ไฟฟ้า มีอันตรายน้อยกว่า บุหรี่จริง ในโพสต์ดังกล่าว อาจารย์เจษฎาได้อ้างอิงงานวิจัยขององค์กรด้านการวิจัยเกียวกับมะเร็ง ชื่อว่า Cancer Research UK ได้รายงานว่า ทีมนักวิจัยของเค้าได้ตีพิมพ์ผลงานวิจัยล่าสุดในวารสาร Annals of Internal Medicine ที่ระบุว่า บุหรี่ไฟฟ้านั้นมีสารพิษน้อยกว่าบุหรี่มวนสูบใบยา และมีผลกระทบเชิงลบในระยะยาวอยู่น้อย โดยศึกษาจากอาสาสมัครที่หยุดสูบบุหรี่จริงด้วยการหันมาสูบบุหรี่ไฟฟ้าแทนเป็นเวลาอย่างน้อย 6 เดือน […]

ไม่รู้ไม่เห็น! หนุ่มเจ้าของบัญชีปัดเอี่ยวแก๊งคอลเซ็นเตอร์ตุ๋นเงินสาวแบงก์

ตำรวจ สภ.เมืองลำปาง เชิญตัวช่างซ่อมรถไปสอบปากคำ หลังปรากฏชื่อเป็นเจ้าของบัญชีที่แก๊งคอลเซ็นเตอร์โทรศัพท์หลอกพนักงานแบงก์แห่งหนึ่ง ให้โอนเงินกว่า 2 แสนบาท  วันที่ 1 ธ.ค.60 พนักงานสอบสวน สภ.เมืองลำปาง เชิญตัว นายพูลสวัสดิ์ หรือ โย อายุ 37 ปี ชาว ต.เวียงเหนือ อ.เมือง จ.ลำปาง อาชีพช่างซ่อมรถไปสอบสวน หลังมีชื่อเป็นเจ้าของบัญชีธนาคารไทยพาณิชย์ ที่แก๊งคอลเซนเตอร์นำไปใช้โทรศัพท์หลอกพนักงานธนาคารแห่งหนึ่ง ซึ่งขณะพนักงานถูกแก๊งคอลเซ็นเตอร์ให้โอนเงินได้ไลฟ์สดผ่านเฟซบุ๊ก ก่อนมีการเผยแพร่ในโลกโซเซียลออยู่ในขณะนี้ เบื้องต้น นายพูลสวัสดิ์ ให้การว่า ไม่มีส่วนรู้เห็นกับแก๊งคอลเซ็นเตอร์ดังกล่าว แต่เคยได้ไปเปิดบัญชีธนาคารให้กับคนๆ หนึ่ง ซึ่งไม่ได้รู้จักกัน มาเจอกันโดยบังเอิญ ก่อนจะชักชวนมาเปิดบัญชีให้ โดยได้ค่าจ้าง 1,000 บาท ส่วนสมุดบัญชีและบัตรเอทีเอ็มบุคคลดังกล่าวได้เก็บไปทั้งหมด ซึ่งในวันที่ไปเปิดบัญชีกบัธนาคาร ก็มีคนไปเปิดบัญชีลักษณะดังกล่าวเหมือนตนอีก 3 คน โดยผู้ว่าจ่างระบุชัดเจนว่าต้องการบัญชีธนาคารไทยพาณิชย์เท่านั้น ส่วนเบอร์โทรศัพท์ที่ต้องแจ้งกับเจ้าหน้าที่ธนาคารตอนเปิดบัญชี ผู้ว่าจ้างก็จะเตรียมมาให้ด้วย ทั้งนี้นายพูลสวัสดิ์ ได้ร้องขอให้ตำรวจ ลงบันทึกประจำวันไว้เป็นหลักฐาน เพื่อแสดงความบริสุทธิ์ของตนเองอีกด้วย  ขณะที่ พันตำรวจเอกกฤษดา พันธ์เกษม […]

เกิดผล โต้ทนายดัง ยัน ‘สาวแบงก์’ ไม่ผิด ชี้เป็นเรื่องส่วนตัว ไม่เกี่ยวกับการใช้อำนาจหน้าที่

จากกรณีที่ ทนายรณณรงค์ แก้วเพ็ชร์ ได้โพสต์ข้อความลงบนเฟซบุ๊กส่วนตัว รณณรงค์ แก้วเพ็ชร์ โดยกล่าวว่ากรณีที่สาวแบงก์ได้ลวงให้มิจฉาชีพในแก๊งคอลเซ็นเตอร์ แล้วนำข้อมูลมาเผยแพร่ ถือว่ามีความผิดตาม พ.ร.บ.ธุรกิจสถาบันการเงิน พ.ศ. 2551 มาตรา154-155 ที่ห้ามมิให้บุคคลผู้ล่วงรู้หรือได้มาซึ่งความลับของลูกค้า (อ่านเพิ่มเติมที่ – ทนายดังเผย สาวแบงก์ส่อมีความผิด หลังล้วงข้อมูลคอลเซ็นเตอร์ โซเชียลถามกลับ…ทำไม กม. ทำร้ายคนดี!?) ล่าสุด ทนายเกิดผล แก้วเกิด ได้โพสข้อความผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว เกิดผล แก้วเกิด โดยแสดงความไม่เห็นด้วยกับการพิจารณาความของทนายท่านดังกล่าว และขอโต้แย้งว่า การถูกหลอกเป็นเรื่องส่วนตัว ไม่เกี่ยวกับหน้าที่ จึงไม่มีความผิดเกี่ยวกับ พรบ. สถาบันการเงิน พ.ศ 2551 ตามความเห็นของท่านทนายคนดังกล่าว แต่อย่างใด ที่มา – Facebook.com / เกิดผล แก้วเกิด

ทนายดังเผย สาวแบงก์ส่อมีความผิด หลังล้วงข้อมูลคอลเซ็นเตอร์ โซเชียลถามกลับ…ทำไม กม. ทำร้ายคนดี!?

จากกรณีที่มีพนักงานธนาคารหญิงรายหนึ่งที่ถูกแก๊งคอลเซ็นเตอร์โทร. หา เพื่อหลอกให้โอนเงิน แต่เจ้าตัวรู้ทัน และได้ทำการตลบหลัง ด้วยการล้วงเอาชื่อ ที่อยู่ของโจรแสบออกมาแฉ (อ่านเพิ่มเติมที่ : สาวแบงก์สุดสวย แฉนาทีตลบหลัง แก๊งคอลเซ็นเตอร์ทำโจรเงิบ ห่วงคนแก่เป็นเหยื่อ (คลิป)) ล่าสุด ทนายรณณรงค์ แก้วเพ็ชร์ ได้โพสต์ข้อความลงบนเฟซบุ๊กส่วนตัว รณณรงค์ แก้วเพ็ชร์  โดยกล่าวว่ากรณีที่สาวแบงก์ได้ลวงให้มิจฉาชีพในแก๊งคอลเซ็นเตอร์ แล้วนำข้อมูลมาเผยแพร่ ถือว่ามีความผิดตาม พ.ร.บ.ธุรกิจสถาบันการเงิน พ.ศ. 2551 มาตรา154-155 ที่ห้ามมิให้บุคคลผู้ล่วงรู้หรือได้มาซึ่งความลับของลูกค้า โดยระบุว่า พนักงานคนดังกล่าวเป็นผู้มีอำนาจในการจัดการหรือเป็นพนักงาน และเปิดเผยความลับนั้น เว้นแต่ได้รับความยินยอมจากลูกค้า หรือเข้ากรณียกเว้นอื่นตามที่กฎหมายกำหนด เช่น เปิดเผยเพื่อประโยชน์แก่การสอบสวนหรือพิจารณาคดี เปิดเผยเพื่อประโยชน์ในการให้สินเชื่อ เปิดเผยให้แก่บริษัทที่อยู่ในกลุ่มธุรกิจทางการเงินเดียวกัน อย่างไรก็ตาม หลังจากโพสต์ดังกล่าถูกเผยแพร่ออกไปเป็นจำนวนมาก ได้มีผู้คนเข้ามาแสดงความเห็นอย่างกว้างขวาง โดยส่วนใหญ่ไม่เห็นด้วยกับการตีความด้วยกฎหมายดังกล่าว ทั้งยังตั้งคำถามว่า เหตุใดกฎหมายถึงได้ทำร้ายคนดี แต่กลับให้ท้ายคนร้าย ล่าสุดทนายเกิดผล แก้วเกิด ได้โพสข้อความผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว เกิดผล แก้วเกิด โดยแสดงความไม่เห็นด้วยกับการพิจารณาความของทนายท่านดังกล่าว และขอโต้แย้งว่า การถูกหลอกเป็นเรื่องส่วนตัว ไม่เกี่ยวกับหน้าที่ จึงไม่มีความผิดเกี่ยวกับ พรบ. […]

keyboard_arrow_up