อินโดฯ เร่งฟื้นฟูความเสียหาย-ช่วยผู้ประสบภัย เหตุ ‘แผ่นดินไหว’ พบดับ 82 ราย

จากกรณีเหตุแผ่นดินไหวบนเกาะลอมบอก ประเทศอินโดนีเซีย สร้างความเสียหายให้กับอาคารสถานที่ต่างๆ รวมถึงบ้านเรือนประชาชนอย่างรุนแรง เนื่องจากจุดศูนย์กลางอยู่ลึกลงไปใต้ผิวดินเพียง 10 กิโลเมตร โดยในวินาทีที่เกิดแรงสั่นสะเทือน หลายคนต้องวิ่งหนีออกมาด้านนอกและรวมอยู่ตามท้องถนน เพราะกลัวตึกจะถล่มลงมาทับนั้น ทางการอินโดนีเซียระบุว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นทำให้มีผู้เสียชีวิตแล้วอย่างน้อย 82 ราย บาดเจ็บอีกหลายร้อยคน นอกจากนี้ ยังมีรายงานว่าเกิดกระแสไฟฟ้าดับเป็นวงกว้าง กระทบบ้านเรือนนับพันหลัง ด้านสนามบินเดนปาซาร์บนเกาะลอมบอก รวมถึงสนามบินบาหลีพบว่ามีอาคารพังเสียหายเล็กน้อย แต่ยังเปิดทำการตามปกติ ความรุนแรงของแผ่นดินไหวยังทำให้โรงพยาบาลแห่งหนึ่งในบาหลีต้องเคลื่อนย้ายผู้ป่วยออกมารักษาด้านนอก โดยเตรียมตั้งเต็นท์รักษาที่ลานจอดรถและสนามกีฬาเป็นการชั่วคราว หลังพบว่าตัวอาคารมีรอยร้าวจากแรงสั่นสะเทือน ทางการอินโดนีเซียระบุว่าจะเร่งให้ความช่วยเหลือแก่ผู้ประสบภัย ที่บ้านเรือนพังเสียหาย ซึ่งในขณะที่เกิดเหตุ ประชาชนบางคนยังอาศัยอยู่ที่ศูนย์ผู้อพยพ เนื่องจากบ้านพังไปตั้งแต่แผ่นดินไหวรอบก่อน เมื่อวันอาทิตย์ที่ 30 ก.ค.61 ทั้งนี้ สถานทูตไทย ณ กรุงจาการ์ตาตรวจสอบแล้ว ไม่พบว่ามีคนไทยได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ในครั้งนี้

เร่งช่วยเหลือผู้ประสบภัยเขื่อนแตกในลาว ดับแล้ว 20 ราย สูญหายนับร้อย

ความคืบหน้าสถานการณ์น้ำท่วมในเมืองสะหนามไซของลาว จากเหตุสันเขื่อนแตกเมื่อคืนวันที่ 23 ก.ค. 61 ที่ผ่านมา ล่าสุดเช้าวันนี้(25 ก.ค.61 ) ระดับน้ำเริ่มลดแล้ว ขณะที่เจ้าหน้าที่ทหารและหน่วยกู้ภัยเดินหน้าให้ความช่วยเหลือแก่ประชาชนชาวสะหนามไซ ในจังหวัดอัตตะปือ ที่ต้องอพยพจากบ้านเรือนที่ถูกน้ำท่วมจนมิดหลังคา โดยการลำเลียงผู้ประสบภัยเป็นไปด้วยความยากลำบากเนื่องจากระดับน้ำท่วมสูง โดยเมื่อวานนี้(24 ก.ค.61) ทางการได้ประกาศให้พื้นที่นี้เป็นเขตประสบภัยพิบัติฉุกเฉิน เพื่อให้การช่วยเหลือและค้นหาสามารถทำได้รวดเร็วมากขึ้น ทั้งนี้มวลน้ำกว่า 5 พันล้านตันที่ทะลักจากเขื่อนเซเปี่ยน เซน้ำน้อยได้หลากเข้าท่วมพื้นที่ 7 หมู่บ้าน มีประชาชนอาศัยอยู่กว่า 6,600 คน ซึ่งล่าสุด มีการยืนยันผู้เสียชีวิตแล้ว 20 ราย และยังสูญหายอีกนับร้อยคน ล่าสุดมีรายงานว่าระดับน้ำยังไม่เพิ่มขึ้น เนื่องจากฝนหยุดตกแล้ว แต่ปัญหาเร่งด่วนคือการขาดแคลน อาหาร เสื้อผ้า และยารักษาโรค เนื่องจากมีผู้ประสบภัยเป็นจำนวนมาก โรงพยาบาลไม่สามารถรองรับผู้ป่วยได้อย่างเพียงพอ ส่วนเรื่องการสื่อสาร ในพื้นที่น้ำท่วมส่วนใหญ่ สัญญาณโทรศัพท์ยังถูกตัดขาด ในส่วนของประเทศไทยที่ต้องการให้ความช่วยเหลือพี่น้องชาวลาว ทางสถานเอกอัครราชทูต ณ เวียงจันทร์ ได้ประกาศช่องทางบริจาคทั้งเงินและสิ่งของบรรเทาทุกข์ เช่น อาหารแห้ง เครื่องอุปโภคบริโภค เครื่องยังชีพ น้ำดื่ม และยา เช่น […]

ยอดผู้เสียชีวิต เหตุภูเขาไฟในกัวเตมาลาปะทุ พุ่ง 65 ราย จนท.เร่งช่วยเหลือ-ค้นหาผู้สูญหาย

ทหารและเจ้าหน้าที่กู้ภัยกัวเตมาลา เดินหน้าค้นหาร่างผู้สูญหายจากเหตุภูเขาไฟฟูเอโกที่เกิดปะทุตั้งแต่วันอาทิตย์ที่ผ่านมา(3 มิ.ย. 61) โดยเหตุภูเขาไฟปะทุดังกล่าวส่งผลให้มีควันไฟและเถ้าถ่านพวยพุ่งขึ้นสู่ท้องฟ้าเป็นระยะทางราว 10 กิโลเมตร และมีลาวาไหลเข้าสู่ถนนและที่อยู่อาศัยของประชาชนอย่างรวดเร็ว ทำให้ประชาชนต่างต้องวิ่งหนีเอาชีวิตรอด ล่าสุดยอดผู้เสียชีวิตจากเหตุภูเขาไฟปะทุเพิ่มเป็น 65 ราย และมีผู้บาดเจ็บกว่า 300 คน โดยเจ้าหน้าที่เกรงว่ายอดผู้เสียชีวิตจะเพิ่มสูงขึ้น เนื่องจากยังมีผู้สูญหายอีกเป็นจำนวนมาก โดยในเวลานี้เจ้าหน้าที่ยังคงเดินหน้าค้นหาผู้สูญหายอย่างต่อเนื่อง ขณะที่ทางการกัวเตมาลาได้จัดตั้งศูนย์พักพิงชั่วคราวช่วยเหลือประชาชน ส่วนสำนักงานจัดการภัยพิบัติของกัวเตมาลาระบุว่าขณะนี้มีประชาชนราว 2 ล้านคนที่เดือดร้อนจากภูเขาไฟฟูเอโกปะทุ พร้อมกับเตือนว่าลาวาภูเขาไฟอันตรายอย่างมาก โดยคาดว่าลาวาอาจเคลื่อนที่ด้วยความเร็วสูงกว่า 700 กิโลเมตรต่อชั่วโมง และลาวามีอุณหภูมิอยู่ระหว่าง 200 ถึง 700 องศาเซลเซียส ด้านประธานาธิบดีจิมมี่ โมราเลส ผู้นำกัวเตมาลาได้เดินทางไปเยี่ยมผู้ประสบจากเหตุภูเขาไฟปะทุและพูดคุยเรื่องการทำงานกับเจ้าหน้าที่เพื่อหาทางช่วยเหลือผู้ประสบภัย

น้ำท่วมสูงจนมิดหัว บ้านพัง-อาชีพหาย ได้เงินชดเชย 120 บาท

ที่อ.ป่าโมก จ.อ่างทอง เกิดน้ำท่วมซ้ำซากเกือบทุกปี ท่วมครั้งหนึ่งนานหลายเดือน ชาวบ้านต้องอยู่กันตามมีตามเกิดเพราะย้ายไปที่ไหนก็ไม่ได้ ซ้ำร้าย หลังน้ำลดมีหน่วยงานเข้ามาช่วยเหลือชดเชย กลับได้รับการประเมินความเสียหายไม่คุ้มกับที่สูญเสียไป สอบถามบ้านที่ติดกับลำคลอง ทราบว่าเมื่อเกิดน้ำท่วม ระดับน้ำขึ้นสูงกว่า 2 เมตร ส่งผลทำให้ข้าวของในบ้านของชาวบ้านพังเสียหาย เสาบ้าน บันไดแตกร้าว บางหลังก็เกิดดินทรุดตัว ในการชดเชยค่าเสียหายหน่วยงานที่รับผิดชอบไม่เคยมาประเมินความเสียหายด้วยตนเอง แต่อาศัยให้ชาวบ้านถ่ายภาพส่งไปให้ ซึ่งส่วนมากได้เงินชดเชยไม่สมกับความเสียหายที่เกิดขึ้น บางหลังก็ได้เพียง 120 บาท บางหลังก็ไม่ได้เลย นอกจากนี้ยังได้รับเงินชดเชยที่ล่าช้าอีกด้วย ทนายเจมส์ นิติธร แก้วโต ให้ความเห็นในกรณีนี้กว่า น่าจะเปลี่ยนวิธีการประเมินความเสียหายใหม่ โดยอาจให้เงินเยียวยาเบื้องต้นก่อน และให้เจ้าหน้าที่ลงไปตรวจสอบดูความเสียหายในพื้นที่จริง นอกจากความเสียหายของบ้าน ควรประเมินความเสียหายด้านผลผลิตทางการเกษตร และความเสียหายทางจิตใจของชาวบ้านด้วย แนะนำวิธีการเขียนคำร้องที่ถูกต้อง วิธีการเขียนบรรยายความเสียหายให้แก่ชาวบ้านว่าควรเขียนคำร้องอย่างไรให้ได้รับการเยียวยาที่ถูกต้อง เหมาะสม จากการสอบถามนายอำเภอป่าโมก ชี้แจงว่า มีครัวเรือนประสบกับอุทกภัยทั้งหมด 628 ครัวเรือน และทางราชการจะชดเชยตามความเสียหายจริง ซึ่งจะไม่เกินหลังละ 33,000 บาท แต่หลังจากการตรวจสอบพบว่าชาวบ้านได้รับการประเมินความเสียหายที่น้อยเกินควร จึงได้มีสั่งให้ทบทวนการประเมินและกำชับให้คณะกรรมการลงไปดูความเสียหายด้วยตัวเองแล้ว คาดว่าบ้านเรือนทุกหลังจะได้เงินชดเชยที่เป็นธรรม ติดตามชมรายการคลายทุกข์ชาวบ้าน ได้ทุกวันจันทร์-ศุกร์ เวลา 14.15 น. ช่องอมรินทร์ทีวี […]

โรงสีทำฝุ่นคลุ้ง! นานกว่า 20 ปี ชาวบ้านเจ็บป่วยถ้วนหน้า

ความเดือดร้อนของชาวบ้านหมู่ 10 ต.ไร่ขิง ต.สามพราน จ.นครปฐม ที่ประสบปัญหาฝุ่นละอองที่เกิดจากโรงสีข้าวขนาดใหญ่ ปล่อยฝุ่นคลุ้งทั้งวันทั้งคืน มาอย่างยาวนานมากว่า 20 ปี ตอนนี้ชาวบ้านเดือดร้อนฝุ่นเกาะตามพื้น และข้าวของเครื่องใช้ ตากผ้าไม่ได้ กวาดพื้นบ้านกี่ครั้งฝุ่นก็ไม่หมด เดือดร้อนนับร้อยคน หลายคนป่วยเป็นโรคระบบทางเดินหายใจ ภูมิแพ้ ผื่นคันตามลำตัว โรงสีแห่งนี้มีเนื้อที่ประมาณ 20 กว่าไร่ นับได้ว่าเป็นโรงสีที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในจังหวัด  ตอนก่อสร้างแจ้งกับทางหมู่บ้านว่าจะทำเป็นโกดังเก็บข้าวสาร แต่เมื่อเปิดใช้งานกลับเป็นโรงสีข้าว เมื่อเข้าไปแจ้งกับทางโรงสีก็อ้างว่าเป็นฝุ่นจากถนนบ้าง หรือหมอกบ้าง ไม่ออกมารับผิดชอบใดๆ ทั้งนี้ชาวบ้านไม่ได้หวังให้โรงสีแห่งนี้ปิดกิจการ แต่อยากให้มีหน่วยงานเข้ามากำกับดูแลโรงสี ปรับปรุงให้ดีขึ้น สามารถอยู่ร่วมกับชุมชนได้ ร้องไปหน่วยงานต่างๆ ตั้งแต่เทศบาล สำนักงานทรัพยากรและสิ่งแวดล้อมจังหวัด สายด่วนสำนักนายกรัฐมนตรี 1111 ก็ยังไม่คืบหน้า ก่อนหน้านี้เวลาจะมีหน่วยงานเข้ามาตรวจสอบโรงสีแห่งนี้ก็จะฉีดน้ำ ล้างละอองที่จับอยู่ตามใบไม้ หรือกำแพงรอบๆ โรงงาน และหยุดการทำงานชั่วคราว ด้านเทศบาล บอกว่าได้รับเรื่องและลงไปตรวจสอบแล้ว พบว่าค่าฝุ่นละอองยังอยู่ในค่ามาตรฐาน จึงต้องหาวิธีการดำเนินการอื่นๆ ตอนนี้กำลังเร่งมืออยู่

ชาวบ้านใจสลาย! หลังอ่างเก็บน้ำแตกพัดบ้านหายไปกับตา วอนจนท.เข้าช่วยเหลือ (คลิป)

จากกรณีเมื่อวันที่ 6 ธ.ค. 60 ที่ผ่านมา อ่างเก็บน้ำวัดภูเขาเหล็ก จ.นครศรีธรรมราช แตกเนื่องจากน้ำไหลหลาก ส่งผลให้พื้นที่หมู่ 7 ต.นบพิตำ อ.นบพิตำ จ.นครศรีธรรมราช ถูกมวลน้ำจำนวนมากไหลเข้าท่วมบ้านเรือนของประชาชนเสียหายหนัก บางหลังถูกน้ำพัดเหลือแต่โครงบ้าน ซึ่งนับเป็นความเสียหายจากเหตุอุทกภัยที่หนักที่สุดในรอบ 10 ปีนั้น นางหนูพิมพ์ สวัสดี อายุ 70 ปี ผู้ประสบภัย กล่าวว่า ในวันเกิดเหตุไม่คิดว่าน้ำจะท่วมมากเนื่องจากที่ผ่านมาไม่เคยท่วมสูงจึงชะล่าใจ โดยขณะที่กำลังขนของหนีน้ำพบว่าน้ำไหลมาเร็วและแรงมาก เพียง 5 นาทีก็ท่วมสูงถึงระดับหน้าอก ตอนนั้นคิดว่าตัวเองคงไม่มีชีวิตรอดแต่โชคดีที่มีคนในชุมชนมาช่วยเหลือไว้ได้ทัน เมื่อขึ้นไปอยู่บนที่สูงเห็นน้ำพัดบ้านและข้าวของภายในลอยไปต่อหน้าต่อตาก็รู้สึกใจสลาย ตอนนี้ต้องอาศัยพักอยู่ที่บ้านญาติ นางสาวสร้อยเพชร ชัยพนัส ผู้ประสบภัย เล่าว่า ในวันเกิดเหตุ ตนไม่สามารถขนของหนีน้ำได้ทันแม้แต่ชิ้นเดียว ต้องรีบวิ่งหนีเพื่อเอาชีวิตรอด โดยบ้านพังเสียหายทั้งหมด และรถจักรยานยนต์ที่เพิ่งซื้อมาได้เพียง 4 วันก็ถูกน้ำพัดหายไปเช่นกัน อยากให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าใาให้ความช่วยเหลือในเรื่องที่อยู่ให้เร็วที่สุด เพราะขณะนี้ลำบากมาก ทั้งนี้น้ำในคลองติดกับชุมชนยังมีสภาพขุ่น ไหลแรง และมีซากปรักหักพังของบ้านเรือนประชาชน ก้อนหิน และต้นไม้ที่หักโค่นกระจายอยู่ทั่วพื้นที่ ซึ่งขณะนี้อ่างเก็บน้ำวัดภูเขาเหล็กก็ยังไม่ได้รับการซ่อมแซมแต่อย่างใด

ชาวอยุธยายังต้องการความช่วยเหลือ! แม้ระดับน้ำเริ่มลด หลังท่วมขังนานกว่า 5 เดือน (คลิป)

วันนี้ (8 พ.ย. 60) ผู้สื่อข่าวลงพื้นที่ตรวจสอบบริเวณบ้านกระเดื่อง ต.บางบาล อ.บางบาล จ.พระนครศรีอยุธยา หลังมีน้ำท่วมขังยาวนานกว่า 5 เดือน โดยในบริเวณเลียบคลองชลประทานบางบาลมีประชาชนนำรถยนต์และรถจักรยานยนต์มาจอดเพื่อหนีน้ำตลอดเส้นทาง ในบริเวณตัวหมู่บ้าน มีน้ำท่วมขังสูงประมาณ 30 เซนติเมตร หรือบางพื้นที่ที่ตั้งอยู่ติดกับคลองบางบาลมีน้ำท่วมขังสูงกว่า 1 เมตร นายวุธ วัย 70 ปี ชาวบ้านซึ่งมีบ้านติดอยู่กับคลองบางบาล เล่าว่า น้ำท่วมขังตั้งแต่เดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา บางครั้งน้ำก็ขึ้นสูงเกือบถึงชั้น 2 ของบ้าน ต้องใช้เรือในการสัญจรตลอดเวลา แต่ตอนนี้ระดับน้ำเริ่มลดลงอย่างต่อเนื่องแล้วรู้สึกดีใจมาก นอกจากนี้แล้วที่โรงเรียนบางบาล ที่มีกำหนดเปิดภาคเรียนเมื่อวันที่ 1 พ.ย. 60 แต่ไม่สามารถเปิดเรียนได้เพราะมีน้ำท่วมสูงได้กลับมาเปิดเรียนตามปกติแล้วเมื่อวันที่ 6 พ.ย. 60 ที่ผ่านมา แต่ชาวบ้านส่วนมากยังต้องการความช่วยเหลือเรื่องเครื่องอุปโภค บริโภคที่จำเป็นอยู่

คุณยายรักในหลวง เข้ากราบพระบรมศพ 1,319 ครั้ง ขออุทิศทั้งชีวิตทำดีเพื่อพ่อ

เรื่องราวของคุณยายแสงจันทร์ กรรธานนท์ อายุ 63 ปี ที่เข้ากราบพระบรมศพถึง 1,319 ครั้ง ด้วยสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช รัชกาลที่ 9 โดยเริ่มตั้งแต่วันแรกที่ทางสำนักพระราชวังเปิดให้ประชาชนเข้ากราบพระบรมศพ บางวันคนน้อยก็วนรอบกราบถึง 10 ครั้ง บางวันคนมาก หรือตนไม่มีเวลาก็ขอได้กราบเพียงสักครั้งก็ยังดี ความซาบซึ่งในพระมหากรุณาธิคุณที่คุณยายแสงจันทร์มีต่อในหลวง ต้องย้อนไปในวัยเด็กประมาณ 5-6 ขวบ เธอมีอาการป่วย แขนขาไม่มีแรง ตอนนั้นคุณยายแสงจันทร์อาศัยอยู่ที่ปากช่อง จ.สระบุรี โรงพยาบาลที่มีก็ตั้งอยู่ในตัวเมืองซึ่งไกลบ้าน อีกทั้งครอบครัวก็ฐานะยากจน พ่อแม่มีลูกถึง 11 คนที่ต้องเลี้ยงดู ทำให้ตนไม่ได้รับการรักษา จนวันหนึ่งที่ในหลวง รัชกาลที่ 9 เสด็จพระราชดำเนินไปยัง อ.พล จ.ขอนแก่น ได้นำหมอหลวงติดตามมาด้วย โดยแจ้งไปยังผู้ใหญ่บ้านต่างๆ ให้ไปบอกลูกบ้านว่า บ้านไหนที่มีคนป่วยให้มารักษาได้ ทำให้ยายแสงจันทร์ได้มีโอกาสได้รับการรักษาจนหายดี ภายหลังเมื่อโทรทัศน์ได้ถึงหมู่บ้าน เธอก็จะได้ติดตามข่าวของพระองค์ท่านอยู่เสมอ จนวันหนึ่งพระองค์เสด็จมาที่จ.นครราชสีมาห่างจากหมู่บ้านประมาณ 20 กิโลเมตร ยายแสงจันทร์ที่หายป่วยจากโรคและชาวบ้านคนอื่นๆ ก็ได้มีโอกาสเดินเท้าเพื่อไปรับเสด็จ ซึ่งก็ยังเป็นเหตุการณ์ที่ประทับใจจวบจนทุกวันนี้ โดยตั้งใจจะดำเนินชีวิตตามหลักคำสอน เป็นคนดี พอเพียง และตั้งใจจะเดินทางมากราบพระองค์ท่าน จนวันสุดท้ายของชีวิตตนเอง จากความสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณที่ในหลวง […]

‘อ่างเก็บน้ำหนองเสือ’ อ่างน้ำรกร้างสู่แหล่งน้ำเลี้ยงชีวิต ด้วยพระมหากรุณาธิคุณ ในหลวง ร.9 (คลิป)

ในพื้นที่ต.เขากระปุก อ.ท่ายาง จ.เพชรบุรี ที่ล้อมรอบไปด้วยป่าเขียวขจี มีอ่างน้ำขนาดเนื้อที่ 250 ไร่ อยู่ใจกลางโครงการ ชั่งหัวมันในพระราชดำริ หรือที่ชาวบ้านเรียกว่า อ่างเก็บน้ำหนองเสือ ที่มีขึ้นเพื่อแก้ปัญหาระบบน้ำของจังหวัด โดยเปลี่ยนอ่างเก็บน้ำที่รกร้าง ให้กลายเป็นอ่างเก็บน้ำที่สมบูรณ์ ช่วยให้ประชาชนจ.เพชรบุรีได้มีชีวิตที่ดีขึ้น เมื่อปี พ.ศ. 2551 พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช รัชกาลที่ 9 ทรงเสด็จพระราชดำเนินทอดพระเนตร ติดตามโครงการในพระราชดำริ และทรงมีรับสั่ง ให้นำน้ำบางส่วนจากอ่างเก็บน้ำห้วยผาก อันเนื่องมาจากพระราชดำริ ซึ่งเป็นอ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่ในโครงการมาที่อยู่ในพื้นที่ด้านบนมาเติมให้กับอ่างเก็บน้ำหนองเสือ แต่เดิมนั้น อ่างเก็บน้ำหนองเสือ เป็นอ่างเก็บน้ำร้าง ที่สร้างมากว่า 30 ปี สภาพทรุดโทรมไม่มีน้ำเก็บกัก ชาวบ้านในพื้นที่ไม่สามารถใช้ประโยชน์ได้ จนกระทั่ง ในหลวง รัชกาลที่ 9 ทรงทราบ จึงได้ตรัสว่า อย่าให้ชาวบ้านอดน้ำ ต้องปรับปรุงได้แล้ว ทำให้ชาวบ้านหนองเสือ และชาวบ้านในต.เขากระปุก ได้มีความหวังอีกครั้ง หลังมีพระราชกระแสรับสั่ง กรมชลประทาน ผู้ว่าราชการจังหวัด และส่วนราชการต่างๆ ต่างรับสนองใส่เกล้าใส่กระหม่อม ระดมทุกวิถีทางในการหาทางผันน้ำจากอ่างเก็บน้ำห้วยผาก ซึ่งอยู่ด้านบนให้ลงมายังอ่างเก็บน้ำหนองเสือ ทีมวิศวกรใช้เวลาว่า 1 ปี […]

มีวันนี้ได้ด้วยพระเมตตา เด็ก ป.2 ถวายฎีกา ร.9 ทรงรับรักษาพ่อ และมอบทุนการศึกษา

เรื่องราวของเด็กชายวัยเพียง 7 ขวบ ที่เขียนถวายฎีกาถึงในหลวงรัชกาลที่ 9 เพื่อขอให้ช่วยรักษาพ่อบญธรรมของตนที่ป่วยหนัก ซึ่งใครจะรู้ว่าจดหมายที่เขียนด้วยดินสอลงบนกระดาษธรรมดาๆ ภาษาผิดๆ ถูกๆ ของเด็กป.2 จะสามารถพลิกชีวิตความเป็นอยู่ของตัวเองและครอบครัว ให้สามารถใช้ชีวิตได้อย่างมีความสุขในทุกวันนี้ จากพระมหากรุณาธิคุณของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช โอ ในวัย 7 ขวบ เขียนจดหมายถวายฎีกาเพื่อขอความช่วยเหลือแก่พ่อบุญธรรมอายุ 60 ปี ผู้มีมีอาการบาดเจ็บที่ขา และตาเป็นต้อ มองไม่ค่อยเห็น โดยชายคนดังกล่าวเป็นชายไม่มีครอบครัว ไม่มีบ้าน อาศัยอยู่วัด แต่คอยเข้ามาช่วยดูแลโออยู่เสมอ จนนับถือเป็นพ่อ แทนพ่อแท้ๆ ที่จากไป โดยเรื่องราวทั้งหมดเริ่มขึ้นจากการนั่งดูข่าวในพระราชสำนักกับแม่ เมื่อเห็นพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 9 โอถามกับแม่ว่าคนที่อยู่ในโทรทัศน์คือใคร และได้คำตอบมาว่า “ท่านคือเทวดาเดินดิน” ด้วยความไร้เดียงสา โอจึงเขียนจดหมายถวายฎีฏาไป เพราะเชื่อว่าเทวดาจะช่วยรักษาพ่อบุญธรรมของตนได้ จดหมายที่มีข้อความระบุเพียงว่าพ่อป่วย ต้องการความช่วยเหลือ ใส่ซองจดหมาย จ่าหน้าถึงพระเจ้าอยู่หัว อ.เมือง กรุงเทพมหานคร จากนั้นเพียง 2 สัปดาห์ ก็มีจดหมายตอบกลับจากสำนักพระราชเลขาธิการ บอกให้ทางครอบครัวติดต่อกลับไปยังสภากาชาดจังหวัด เพื่อทำการรักษา เมื่อได้รับจดหมาย พ่อบุญธรรมไม่ยอมไปรักษา ฝั่งแม่ของโอเองก็ไม่ได้ติดต่อกลับไป ทางสำนักพระราชเลขาธิการจึงได้ประสานงานมาอีกรอบผ่านทางผู้ใหญ่บ้าน และส่งคนมารับ […]

‘มีชีวิตใหม่ด้วยพระเมตตา’ เด็กสาววัย 19 ถวายฎีกาในหลวง ร.9 (คลิป)

นางสาว ขวัญชนก หญิงสาวคนหนึ่งวัย 19 ปี อ.สองพี่น้อง จ.สุพรรณบุรี เขียนจดหมายถวายฎีกาถึงในหลวง รัชกาลที่ 9 ขอความช่วยเหลือ เนื่องจากขาดแคลนทุนทรัพย์ด้านการศึกษา และสภาพความเป็นอยู่ของครอบครัวค่อนข้างย่ำแย่ ซึ่งหลังจากนั้นเพียง 1 เดือน ความช่วยเหลือก็ได้เดินทางมาถึงเธอ จากพระเมตตาของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ขวัญชนก วัย 19 ปี อาศัยอยู่กับครอบครัวรวม 7 ชีวิต ในสภาพที่แออัด ด้วยฐานะที่ยากจน บิดาเสียชีวิตเมื่อเธออายุ 15 ปี ส่วนมารดาป่วยหนัก หลังประสบอุบัติเหตุทางน้ำ ขวัญชนกจึงต้องลาออกจากโรงเรียนตอนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 เพื่อทำงานหาเงินเลี้ยงครอบครัว ดูแลพี่ชายคนโตที่พิการตั้งแต่อายุ 3 ขวบ ส่วนพี่ชายคนกลางแยกย้ายไปมีครอบครัว และส่งเงินมาให้บ้างเป็นบางครั้งคราว เธอจึงกลายเป็นเสาหลักของครอบครัว แต่ด้วยการทำงานตัวคนเดียวจึงไม่สามารถหาเงินมาจุนเจือครอบครัวได้อย่างเพียงพอ ต้องอดมื้อกินมือ จากความลำบาก เธอจึงตัดสินใจเขียนจดหมายถวายฎีกา เพื่อขอพระราชทานความช่วยเหลือจากในหลวง รัชกาลที่ 9 เมื่อวันที่ 3 ส.ค. 57 หลังจากยื่นจดหมายถวายฎีกาได้เพียง 1 เดือน […]

หนุ่มอาภัพ…เกิดและโตในไทย 32 ปี ขอสัญชาตินาน 17 ปี ไม่เคยได้!

ความทุกข์ใจของประสาน ชายวัย 32 ปี จาก ต.แม่เงา อ.ขุนยวม จ.แม่ฮ่องสอน ที่อาศัยอยู่บนผืนแผ่นดินไทยมาตั้งแต่เกิด แต่ไม่เคยได้สัญชาติไทย ทั้งที่ทำเรื่องขอสัญชาติตั้งแต่อายุ 15 ปี รวมเป็นระยะเวลานานกว่า 17 ปี ตอนนี้มีเพียงบัตรสีชมพูที่ระบุว่าเป็นบุคคลบนพื้นที่สูงเท่านั้น โดยครั้งแรกที่เริ่มดำเนินเรื่อง ต้องรอผลอยู่ประมาณ 2 ปี เมื่อติดต่อหน่วยงานถึงความคืบหน้า ก็ได้คำตอบว่าให้มาทำเรื่องใหม่อีกครั้ง วนอยู่แบบนี้จนถึงปัจจุบัน ได้เดินทางไปติดต่อหน่วยงานราชการมาแล้วตั้งแต่ระดับอำเภอ จังหวัด หรือแม้แต่เดินทางลงมากรุงเทพมหานคร เสียค่าใช้จ่าย แต่ก็ยังไม่ได้รับสัญชาติ แม้จะมีหลักฐานชัดเจนทั้งเอกสาร พยานบุคคล ซึ่งตอนนี้ก็ล้มหายตายจากไปหลายคนแล้ว เมื่อไม่มีสัญชาติจะทำอะไรก็ลำบาก ตอนนี้ประสานหางานไม่ได้ เพราะไม่มีนายจ้างคนไหนกล้ารับ เลยต้องทำสวนผักเล็กๆ อยู่แถวบ้าน หาเงินประทังชีวิตไปวันๆ อยากเรียนหนังสือก็ทำไม่ได้ ทำให้จบแค่ชั้นประถม 6 หรือเมื่อมีสวัสดิการต่างๆ เช่น มีหน่วนงานเข้ามาแจกผ้าห่มต้านภัยหนาว ตนก็ไม่เคยได้รับสิทธิเหมือนคนที่มีสัญชาติไทย ส่วนตัวอยากหางานดีๆ เพราะต้องการเลี้ยงดูพ่อที่แก่ตัวลงทุกวัน และอยากกลับไปเรียนต่อให้สูงกว่าเดิม อยากทำประโยชน์ให้กับประเทศชาติ ตอบแทนที่ให้แผ่นดินอยู่มาจนถึงปัจจุบัน ทนายสงกานต์ อัจฉริยะทรัพย์ ประธานเครือข่ายต่อต้านการบ่อนทำลาย ชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ ได้ให้แนวทางการในกรณีนี้ว่า […]

เหตุเกิดเพราะความไว้ใจ…สาวโกงเงินเพื่อนบ้านทั้งหมู่บ้าน! เสียหายหลายล้านบาท

การมีน้ำใจต่อกันและกันนั้นเป็นเรื่องที่ดี แต่หลายครั้งก็มีคนอาศัยความปรารถนาดี และน้ำใจเหล่านี้มาเป็นช่องทางในการเอาเปรียบผู้อื่น อย่างเช่นกรณีนี้ เกิดขึ้นที่หมู่บ้านแถวๆ บางบัวทอง จ. นนทบุรี เมื่อคนในหมู่บ้านอาศัยความคุ้นเคย 20 ปีหลอกโกงเงินเพื่อนบ้าน มีผู้เสียหายกว่า 20 คน รวมเป็นเงินหลายล้านบาท ผู้ก่อเหตุรายนี้อาศัยความเชื่อใจ เลือกยืมเงินจากเพื่อนบ้าน หรือคนรู้จักที่สนิทสนม เข้าไปขอยืมเงิน สมุดบัญชี หรือเอาชื่อไปกู้ยืมต่างๆ โดยอ้างเหตุผลและความจำเป็นที่น่าสงสารเช่น ถูกโกงมา หรือญาติป่วยหนักต้องใช้เงินรักษา ยกตัวอย่างผู้เสียหายรายแรกรู้จักกับผู้ก่อเหตุประมาณ7 ปี โดนหลอกยืมบัญชี อ้างว่าจะให้ญาติโอนเงินเข้ามาให้แต่ตนเองไม่มีบัญชีเพราะสามีไม่ให้เปิด ฝากกดเงินหรือบางครั้งก็เอาบัตรไปกดเอง แต่แท้จริง แล้วเอาชื่อเจ้าของบัญชีไปกู้เงิน กรณีต่อมาผู้ก่อเหตุและผู้เสียหายรู้จักกันมากว่า 20 ปี ยืมเงินสดไป 2 หมื่น อ้างว่าให้พี่สาวไปลงทุนค้าขาย หรืออีกกรณียืมเงินสด 3 หมื่น อ้างว่าพี่สาวป่วยหนักเป็นมะเร็งลำไส้ ขอยืมเพียงเดือนนึงเท่านั้น หรือหลอกว่าจะให้ร่วมหุ้นขายของ เมื่อลงเงินไปเรื่อยๆ กลับไม่ได้ปันผลคืน โดยอ้างว่าโดนโกงบ้าง ไม่มีกำไรบ้าง ซึ่งกรณีนี้สูญเงินไป ถึง 1.8 ล้านบาท และเมื่อผู้เสียหายทั้งหมดรวมตัวกันไปแจ้งความ กลับทำได้เพียงลงบันทึกประจำวันเท่านั้น เพราะเจ้าหน้าที่ตำรวจอ้างว่าไม่มีหลักฐานเพียงพอ และเป็นการให้โดยเสน่หา ทนายสงกานต์ […]

‘ลำปาง-อุทัยฯ’ เฝ้าระวัง ‘น้ำท่วม’ จนท.เร่งช่วยเหลือ ผู้ประสบภัยทั่วประเทศ

ที่จ.ลำปาง ฝนที่ตำหนักทำให้น้ำป่าไหลเข้าท่วมบ้านเรือนประชาชนและพื้นที่ทางการเกษตรในต.แม่ถอด อ.เถิน จ.ลำปาง โดยมี 4 หมู่บ้านที่ได้รับผลกระทบประมาณ 50 หลังคาเรือน ระดับน้ำสูงประมาณ 30-50 เซนติเมตร เจ้าหน้าที่ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย จึงลงพื้นที่ช่วยเหลือผู้ประสบภัยแล้ว ขณะที่น้ำในอ่างเก็บน้ำแม่มอก อ.เถิน จ.ลำปาง เต็มความจุที่ 119 ล้านลูกบาศก์เมตร และเริ่มล้นสปิลเวย์ ทำให้ชลประทานแจ้งเตือนให้ประชาชนที่อยู่พื้นที่ท้ายน้ำระวังน้ำท่วม และให้ติดตามข่าวสารจากทางราชการอย่างใกล้ชิด   ส่วนสถานการณ์น้ำท่วมบ้านเรือนประชาชน กว่า 300 หลังคาเรือน ในพื้นที่ ต.หนองบัวศาลา อ.เมือง จ.นครราชสีมา ล่าสุดเช้าวันนี้สถานการณ์น้ำยังทรงตัว โดยเฉพาะในหมู่บ้านจามจุรี ริมถนนราชสีมา-โชคชัย ที่ถูกน้ำไหลหลากมาจากในค่ายสุรนารี เข้าท่วมตั้งแต่เมื่อช่วงค่ำวันที่ 4 ต.ค.60 ที่ผ่านมา ขณะนี้บ้านเรือนประชาชนกว่า 50 หลังคาเรือน ยังมีน้ำท่วมสูงกว่า 40 เซนติเมตร ชาวบ้านไม่สามารถใช้รถยนต์เข้าไปในหมู่บ้านได้ เนื่องจากน้ำท่วมถนนทางเข้าหมู่บ้านลึกเกือบ 1 เมตร เจ้าหน้าที่หน่วยกู้ภัยสว่างเมตตา พร้อมด้วยทหารจากกองทัพภาคที่ 2 ต้องนำเรือท้องแบน ลุยน้ำเข้าไปช่วยเหลือขนย้ายสิ่งของออกจากหมู่บ้าน ทางด้าน พลโทธรากร […]

‘ภูเขาไฟอากุง’ ส่งสัญญาณใกล้ปะทุ ชาวบาหลีอพยพแล้วกว่า 1.2 แสนคน

สำนักงานจัดการภัยพิบัติของอินโดนีเซียเปิดเผยว่าขณะนี้มีประชาชนกว่า 120,500 คนบริเวณภูเขาไฟอากุงในรัศมี 12 กิโลเมตรได้อพยพออกจากพื้นที่ หลังมีการตรวจพบแรงสั่นสะเทือนหลายร้อยครั้ง และความเคลื่อนไหวของแม็กมาบริเวณภูเขาไฟอากุง ที่ตั้งอยู่ทางตอนเหนือของเกาะบาหลีในช่วงหลายวันที่ผ่านมา ซึ่งเป็นสัญญาณชี้ว่าภูเขาไฟดังกล่าวจะเกิดการปะทุในเร็ววันนี้ และทำให้ทางการอินโดนีเซียออกประกาศเตือนภัยภูเขาไฟปะทุในระดับสูงสุด อย่างไรก็ดี เจ้าหน้าที่ยังไม่สามารถระบุได้แน่ชัดว่าภูเขาไฟจะเกิดปะทุขึ้นมาเมื่อใด ขณะที่หลายประเทศทั้งไทย อังกฤษ ออสเตรเลีย และสหรัฐฯได้ออกประกาศเตือนพลเรือนให้หลีกเลี่ยงการเดินทางไปยังเกาะบาหลีในช่วงนี้ หากไม่มีความจำเป็น เนื่องจากสนามบินบนเกาะบาหลีอาจปิดให้บริการ หากภูเขาอากุงปะทุ ทั้งนี้ ภูเขาไฟอากุงมีความสูงจากระดับน้ำทะเลประมาณ 3,000 เมตร และเคยเกิดการปะทะครั้งรุนแรงเมื่อปี 1963 และส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตมากกว่า 1,000 ราย

เร่งช่วยครอบครัวถูกกล่าวหาเป็น ‘ปอบ’ พบมีอาการเครียด! หลังถูกชาวบ้านกดดัน (คลิป)

จากกรณีที่บ้านหนองผือ หมู่ที่ 9 ต.หนองกุง อ.ชื่นชม จ.มหาสารคาม มีการกล่าวหาว่า หญิงสาวคนหนึ่งรวมคนในครอบครัวรวม 9 คนเป็นผีปอบ ทำให้ได้รับความเดือดร้อนในการใช้ชีวิตมาตั้งแต่วันที่ 16 ก.ย. 60 ที่ผ่านมานั้น นายคำเคลื่อน  พณะชัย  นายอำเภอชื่นชม  นายพสธร คณาดี  ปลัดอำเภอหัวหน้ากลุ่มงานบริหารงานปกครองอำเภอชื่นชม  และ ร.ต.ประยูร เพชรไพร ผบ.หมวดที่ 3 กองกำลังรักษาความสงบเรียบร้อยจังหวัดมหาสารคาม  พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่จากโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลหนองกุง ลงพื้นที่ตรวจสอบกรณีปัญหาความเชื่อเรื่องผีปอบ และเยี่ยมเยียนผู้ได้รับผลกระทบ โดยนำทีมเจ้าหน้าที่สาธารณสุขไปพูดคุย และประเมินด้านสุขภาพจิตของหญิงที่ถูกกล่าวหา หญิงคนที่ถูกกล่าวหาว่าเป็นปอบ เปิดเผยว่า ภายหลังจากที่ และครอบครัวรวม 9 คน ถูกกล่าวหาว่าเป็นผีปอบ ในจำนวนนี้มีคุณยายวัยกว่า 70 ปี ลูกแฝดวัย 12 และลูกวัย 14 ปี รวมอยู่ด้วย โดยถูกกดดันจากการทำพิธีและการชุมนุมของชาวบ้านบางส่วน ที่ต้องการให้ยอมรับว่าตนเองเป็นผีปอบ มีการทำพิธีเสี่ยงข้อง นำโดยฤาษีตนหนึ่ง และแกนนำในหมู่บ้าน ซึ่งเป็นคนที่เคยมีเรื่องทะเลาะเบาะแว้งกันตั้งแต่สมัยรุ่นพ่อ โดยฤาษีอ้างว่าบ้านของตนเป็นเรือนผีปอบ ทำให้ครอบครัวต้องอยู่ด้วยความหวาดผวา […]

ผู้เสียชีวิต ‘แผ่นดินไหวเม็กซิโก’ พุ่ง! 270 ราย ประชาชนนับพัน กลายเป็นคนไร้บ้าน

ยอดผู้เสียชีวิตจากเหตุแผ่นดินไหวรุนแรง 7.1 ตามมาตราแมกนิจูดทางตอนกลางของเม็กซิโก ล่าสุดได้เพิ่มจำนวนเป็นอย่างน้อย 273 ราย ขณะที่จำนวนผู้บาดเจ็บจากภัยพิบัติครั้งนี้มีทั้งสิ้นเกือบ 2,000 คน โดยแผ่นดินไหวครั้งนี้ถือว่ารุนแรงที่สุดของประเทศในรอบ 32 ปีหรือนับตั้งแต่ปี ค.ศ.1985 ขณะที่ในวันพฤหัสบดี (21 ก.ย.) ทีมกู้ภัยพร้อมสุนัขดมกลิ่นและอาสาสมัครสามารถช่วยผู้รอดชีวิตออกมาจากใต้ซากปรักหักพังของอาคารบ้านเรือนได้อีก 60 คน ส่งผลให้จำนวนผู้ที่ได้รับการช่วยเหลือออกมาจากซากอาคารที่พังถล่มตลอด 2 วันที่ผ่านมามีจำนวนอย่างน้อย 143 คน สร้างความยินดีแก่สมาชิกในครอบครัวของพวกเขาที่ได้เจอบุคคลอันเป็นที่รักอีกในสภาพที่ยังมีชีวิต แม้ความหวังที่จะพบผู้รอดชีวิตตามใต้ซากตึกจะเริ่มลดน้อยลงตามเวลาที่ล่วงเลยไป แต่ประธานาธิบดีเอ็นริเก เปนญา เนียโต ผู้นำเม็กซิโกยังคงสั่งการให้ทีมกู้ภัยและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเดินหน้าค้นหาผู้รอดชีวิตต่อไป โดยเฉพาะใต้ซากตึกทั้ง 52 แห่งที่พังถล่มลงมาในกรุงเม็กซิโก ซิตี้ รายงานของสื่อท้องถิ่นระบุว่า เหตุแผ่นดินไหวระดับ 7.1 แมกนิจูดครั้งนี้ ยังทำให้เกิดเพลิงไหม้เพราะถังแก๊สระเบิด-ท่อส่งก๊าซใต้ดินรั่วในหลายพื้นที่ กลายเป็นอุปสรรคสำคัญสำหรับทีมกู้ภัยในการเข้าค้นหาผู้รอดชีวิตตามซากอาคารต่างๆ เช่นเดียวกับการเกิดแรงสั่นสะเทือนหลังแผ่นดินไหว หรือ อาฟเตอร์ช็อก จำนวนหลายสิบครั้ง ที่ทำให้ซากตึกที่พังถล่มอยู่แต่เดิม เกิดการทรุดตัวเพิ่มเติม ในขณะนี้ ประชาชนจำนวนมากเริ่มทยอยเดินทางกลับไปทำความสะอาดฟื้นฟูบ้านเรือนของตนแล้ว แต่ในอีกด้านหนึ่งมีรายงานว่า ประชาชนจำนวนนับพันโดยเฉพาะในกรุงเม็กซิโก ซิตี้ ต้องอยู่ในสภาพคนไร้บ้านต่อไป เพราะบ้านพัก อพาร์ทเมนท์ที่พวกเขาเคยพักอาศัยได้พังถล่มจนไม่เหลือสภาพเดิม และคนกลุ่มนี้ยังคงต้องพักอาศัยอยู่ตามโรงเรียนหรือสนามกีฬาต่อไปแบบไม่รู้อนาคต

keyboard_arrow_up