ย้อนชมความงาม “มหาวิหารนอร์ทเทอร์-ดาม” ก่อนจะลุกไหม้ในกองเพลิง

กลายเป็นอีกหนึ่งเหตุการณ์ที่สร้างความสลดใจไปทั่วโลก เมื่อ มหาวิหารนอร์ทเทอร์-ดาม ที่ตั้งอยู่ใจกลางกรุงปารีส ประเทศฝรั่งเศส เกิดเหตุเพลิงลุกไหม้ในช่วงเย็นของวันจันทร์ (ที่ 5 เมษายนที่ผ่านมา ในขณะที่มีการซ่อมแซมปรับปรุงตัวอาคารของมหาวิวหารอายุกว่า 850 ปี ทำให้เห็นกลุ่มควันพวยพุ่งเหนืออาคารสไตล์กอทิกเก่าแก่ อย่างไรก็ตาม มีรายงานว่ารัฐบาลและเอกชน เพิ่งระดมทุนเมื่อปีที่แล้ว เพื่อปรับปรุงตัวโบสถ์ที่ทรุดโทรมหนัก ซึ่งอาจต้องมีการระดมทุนจากทั่วโลกอีกครั้งเพื่อสร้างและซ่อมแซมมหาวิหารแห่งนี้ขึ้นมาใหม่ ซึ่งทำให้ภาพสวยๆ  ที่เคยถูกบันทึกไว้ในมหาวิหารแห่งนี้ ไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป

เพราะผู้หญิงอย่าหยุดสวย จึงเกิดเป็นเคล็ดลับความงามฉบับ ‘โลกไม่ลืม’ แบบนี้

เรียกว่ามีวิธีมากมายหลายแบบเลยทีเดียวที่จะช่วยเสริมสร้างและรักษาความงามให้กับสาวๆ ซึ่งบางอย่างก็เป็นขั้นตอนที่พอจะสามารถเข้าใจได้ แต่ก็มีบางวิธีเหมือนกันที่อดสงสัยไม่ได้ว่าทำแบบนี้แล้วจะได้ผลยังไง อย่างเช่นภาพฮาๆ จากเพจ SeriesYou ที่โพสต์เคล็ดลับความงามของผู้หญิงที่รับรองว่าโลกจะไม่ลืมเทคนิคของพวกเธอแน่ แต่จะเป็นอย่างไรนั้น ลองมาชมกันสักหน่อยดีกว่า

ไม่มีสิ่งใดที่ด้อยค่า! เผยความงามของเม็ดทราย ที่มองผ่านกล้องจุลทรรศน์กำลังขยาย 300 เท่า

เป็นเรื่องปกติของคนทั่วไปเมื่อยามได้ไปเที่ยวทะเล แล้วจะสนใจกับสายลม แสงแดด และเกลียวคลื่น มากกว่าจะก้มมองผืนทรายใต้ฝ่าเท้าของตัวเอง แต่สำหรับ Dr. Gary Greenberg แล้ว เม็ดทรายเล็กๆ จำนวนมหาศาลนี่แหละคือสิ่งที่เขาให้ความสนใจเป็นพิเศษ เพราะท่ามกลางทรายสีน้ำตาลหรือสีดำที่เรามองด้วยตาเปล่านั้น ยังมีความงามที่แปลกตาซ่อนอยู่ ไม่ว่าจะเป็นเศษปะการังหลากสี หินแร่ต่างๆ รวมทั้งเปลือกหอยและซากสัตว์ทะเลเปลือกแข็งขนาดจิ๋วที่แต่งเติมสีสันให้หาดทราย เพียงแต่ต้องลองมองมันผ่านกล้องจุลทรรศน์ที่มีกำลังขยายตั้งแต่ 100 – 300 เท่า ที่มา – petapixel.com

สะกดทุกสายตา กับแฟชั่นความงามในสไตล์หญิงสาวชาวเอธิโอเปีย

แม้จะถูกมองจากสายตาชาวโลกว่าเป็นประเทศที่ยากจนแร้นแค้น และยังคงอยู่ห่างไกลความเจริญอยู่มาก เนื่องจากความไม่สงบภายในประเทศ แต่ในแง่วัฒนธรรมต่างๆ แล้ว ชเอธิโอเปียนั้นยังมีความงามแบบอิงแอบกับธรรมชาติ และไม่เปลี่ยนแปลงไปตามกาลเวลา อย่างเช่นที่ช่างภาพชาวเยอรมัน Hans Silvester ได้สัมผัสกับแฟชั่นของชนเผ่าต่างๆ บนดินแดนที่มีประวัติศาสตร์อันต่อเนื่องยาวนานที่สุดบนทวีปแอฟริกา ที่มา – sobadsogood.com

คุ้มค่าเสี่ยง!? เลเซอร์อวัยวะเพศขาวเสี่ยงติดเชื้อ-เป็นหมัน นานไปจะดำกว่าเดิม

กรมสนับสนุนบริการสุขภาพ เตือนเลเซอร์อวัยวะเพศชายให้ขาว เสี่ยงกระทบการมีเพศสัมพันธ์ ชี้ระยะยาว อวัยวะเพศจะมีสีกระดำกระด่างยิ่งกว่าเดิม เล็งเพิ่มโทษ แก้กฎหมายใหม่ สถานพยาบาลต้องขออนุญาตก่อนโฆษณา วอนประชาชนเสพข้อมูลอย่างมีสติ กรณีที่หญิงสาวคนหนึ่งโพสต์ข้อมูลผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว ถึงการใช้เทคนิคเลเซอร์ลดการสร้างเม็ดสีผิวบริเวณอวัยวะเพศชายให้ขาวขึ้น ของสถานพยาบาลแห่งหนึ่ง ทำให้มีการส่งต่อและแชร์ข้อความเป็นจำนวนมากนั้น นายแพทย์ธงชัย กีรติหัตถยากร รองอธิบดีกรมสนับสนุนบริการสุขภาพ หรือ กรม สบส. กระทรวงสาธารณสุข กล่าวว่า การนำเลเซอร์มาใช้กับอวัยวะเพศชายเพื่อให้ผิวขาวเป็นอันตราย เนื่องจากผิวจะแห้ง เม็ดสีถูกทำลาย ทำให้เสี่ยงต่อการติดเชื้อ และเสี่ยงต่อการมีเพศสัมพันธ์ หรืออาจร้ายแรงจนถึงขั้นเป็นหมัน เพราะจุดนั้นผิวค่อนข้างบอบบาง มีเนื้อเยื่ออ่อน ใกล้อัณฑะ และไม่ถือว่าเป็นนวัตกรรมใหม่ เพราะการทำเลเซอร์มีมานานแล้ว เช่น เลเซอร์ผิวหน้า เลเซอร์ลบรอยสัก เครื่องมือก็ใช้เหมือนกัน เพียงแต่นำมาใช้กับอวัยวะเพศ ซึ่งไม่เหมาะอย่างยิ่ง อีกทั้งในระยะยาวอวัยวะเพศจะสร้างเม็ดสีขึ้นมาใหม่ เมื่อหยุดทำเลเซอร์ กลับกลายเป็นว่าจะด่างดำกว่าเดิม ไม่มีทางจะทำให้ขาวได้อย่างถาวร เบื้องต้นตรวจสอบพบว่า ผู้ใช้เฟซบุ๊กรายหนึ่งที่เป็นผู้นำข้อมูลและรูปภาพออกมาเผยแพร่ เป็นเจ้าหน้าที่ของสถานพยาบาลนั้น เท่ากับว่าจงใจที่จะโฆษณา อีกทั้งก่อนหน้านี้ที่มีนวัตกรรมทำเลเซอร์อวัยวะเพศหญิงขาวก็คือคนเดียวกัน ซึ่งแม้สถานพยาบาลดังกล่าวจะไม่ได้เป็นผู้โฆษณาด้วยตนเอง แต่ตามกฎหมายพระราชบัญญัติสถานพยาบาล พ.ศ.2541 ได้กำหนดให้สถานพยาบาลเอกชนทุกแห่ง ห้ามปล่อยปละละเลยให้บุคคลอื่นโฆษณาสถานพยาบาลแทนโดยการใช้ข้อความ ภาพ เสียง สถานพยาบาลต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน […]

แพทย์แนะ! เทรนด์ ‘จิ๊มิขาว’ ต้องทำกับผู้เชี่ยวชาญ พบวัยรุ่นหญิง 20 ปีนิยมทำเพิ่มความมั่นใจ (คลิป)

ที่เพจชื่อดัง (ควาย+Social V.3) แชร์เรื่องราวเกี่ยวกับการเสริมความงามของคุณผู้หญิง โดยเฉพาะ “จุดซ่อนเร้น” ให้ชาวเน็ตได้ติดตาม ภายหลังที่มีการนำเสนอ “จิ๋ม 3 มิติ” แต่มาล่าสุดมีบริการ “เลเซอร์จุดซ้อนเร้น” ให้ขาวใสนั้น (เปิดใจนางแบบดัง แหวกขาเลเซอร์ ‘จิ๋ม’ ขาวใสเพิ่มความมั่นใจ) ความคืบหน้า ผู้สื่อข่าวอมรินทร์ทีวี ได้ลงพื้นที่พูดคุยกับ แพทย์หญิงอัครยา ธีระเลิศเวไนย์ แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านความงามและผิวพรรณ โรงพยาบาลเลอลักษณ์ ซึ่งอธิบายว่า การทำเลเซอร์ในจุดซ่อนเร้นมีมานานแล้ว โดยแพทย์จะยิงเลเซอร์ไปที่บริเวณเลเบีย ซึ่งอยู่ใกล้ๆ ช่องคลอด เพื่อลดเม็ดสีของผิว ที่อาจมีรอยคล้ำจากหลายสาเหตุ ซึ่งก็รวมถึงผลทางพันธุกรรมด้วย คนไข้ส่วนใหญ่ที่นิยมเข้ามาทำเลเซอร์จุดนี้ มีหลากหลายวัย ส่วนใหญ่เป็นกลุ่มหญิงสาวอายุ 20 ปีขึ้นไป ซึ่งมีรสนิยมแต่งตัวแนวเซ็กซี่ เช่น ใส่ชุดว่ายน้ำแบบบิกินี่   อย่างไรก็ดี แม้จะไม่มีการใช้ยาชาก่อนทำ แต่คุณหมอก็ยืนยันว่า ไม่มีอาการเจ็บ แสบ ร้อน เพราะเจ็บน้อยกว่าทำเลเซอร์ที่ใบหน้าเลยด้วยซ้ำ ซึ่งหลังทำไปแล้วคนไข้ส่วนใหญ่ก็มีความมั่นใจในการแต่งตัวมากขึ้น ส่วนผู้ที่สนใจทำเลเซอร์จุดดังกล่าว ต้องทำกับแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเท่านั้น เพราะเป็นจุดที่บอบบาง ต้องอาศัยความเชี่ยวชาญของแพทย์และสถาบันเสริมความงามที่ได้มาตรฐานด้วย ขณะที่นางสาวอริสา หนองภักดี หรือ […]

อื้อหื้อ…เหมือนเด็กเกิดใหม่! เปิดใจนางแบบดัง แหวกขาเลเซอร์ ‘จิ๋ม’ ขาวใสเพิ่มความมั่นใจ

  ที่เพจชื่อดัง (ควาย+Social V.3) แชร์เรื่องราวเกี่ยวกับการเสริมความงามของคุณผู้หญิง โดยเฉพาะ “จุดซ่อนเร้น” ให้ชาวเน็ตได้ติดตาม ภายหลังที่มีการนำเสนอ “จิ๋ม 3 มิติ” แต่มาล่าสุดมีบริการ “เลเซอร์จุดซ้อนเร้น” ให้ขาวใส ความคืบหน้าผู้สื่อข่าวอมรินทร์ทีวี ได้มีโอกาสพูดคุยกับ นางสาวอริสา หนองภักดี หรือน้องสนุ๊กเกอร์ อายุ 23 ปี นางแบบ RUSH ซึ่งเคยเข้ารับบริการเลเซอร์ฟื้นฟูสภาพผิวในจุดซ้อนเร้นให้ขาวขึ้นมาแล้ว 1 ครั้ง เนื่องจากอาชีพถ่ายแบบแนวเซ็กซี่ ต้องใส่บิกินี่บ่อยครั้ง จำเป็นต้องดูแลเป็นพิเศษ เจ้าตัวยอมรับว่า เดิมมีปัญหาบริเวณต้นขา ขาหนีบค่อนข้างคล้ำ เมื่อทราบว่ามีการเลเซอร์ในจุดนี้ด้วย ก็ไม่ลังเลตัดสินใจทำทันที เพราะอยากมีผิวที่ขาวใส เหมาะกับหน้าที่การงานที่ต้องรับผิดชอบ หลังจากทำก็เห็นผลทันที รู้สึกว่าผิวขาวขึ้นอย่างเห็นได้ชัด มีความมั่นใจมากขึ้น เวลาถ่ายแบบก็โพสต์ท่าได้อย่างมั่นใจ สง่า ส่งผลให้มีงานเข้ามาอย่างต่อเนื่อง บอกเลยว่า เหมือนได้ผิวตรงจุดนั้นใหม่ เพราะหลังเข้ารับบริการสภาพผิวดูเด็กลงอยย่างเห็นได้ชัด ทั้งนี้ การทำเลเซอร์ก็ใช้เวลาเพียงประมาณ 20 นาที และไม่รู้สึกเจ็บ ทำคล้ายๆ กับการเลเซอร์หน้า แต่ไม่เจ็บเท่า ทำกับคุณหมอผู้หญิง […]

ใช้ช้อนแช่เย็นประคบ แก้ขอบตาดำได้! (ชัวร์หรือ?)

ปัญหารอยคล้ำใต้ตาคงเป็นปัญหากวนใจสาวๆ หนุ่มๆ หลายคน เพราะทำให้หน้าตาดูทรุดโทรม หมอง ไม่สดใส แล้วข่าวแชร์ที่ว่า ‘เอาช้อนมาประคบที่ตาจะทำให้ตาสดใสขึ้น รอยหมองคล้ำจากหายไป’ นี่จะช่วยได้จริงหรือไม่ ตามนักสืบโซเชียลไปถามแพทย์ผู้เชี่ยวชาญกัน นพ.สุทธิศักดิ์ สุรารักษ์ อายุรแพทย์แผนกผิวหนัง โรงพยาบาลเปาโล พหลโยธิน ได้คอนเฟิร์มกับทางรายการ “ชัวร์นะแม่ อย่างแชร์มั่ว” แล้ว ว่าเรื่องนี้  “แชร์มั่ว X” การนำช้อนแช่เย็นมาประคบตาไม่ได้ลดอาการขอบตาดำได้แต่อย่างใด การใช้ช้อนที่นำไปแช่เย็นมาประคบที่ตานั้น จะให้แค่ความสบาย ลดอาการบวม แต่ไม่ได้ช่วยให้รอยคล้ำรอบดวงตาหายไปแต่อย่างใด แต่ในกรณีที่เป็นแตงกว่า หรือมะเขือเทศที่นำไปแช่เย็นแล้วมาประคบตานั้นสามารถช่วยได้บ้าง แต่ไม่มากนัก เพราะภายในมีกรดที่เรียกว่า AHA ซึ่งช่วยผลัดเซลล์ผิว ทำให้กระจ่างใสขึ้น แต่เนื่องจากเราไม่สามารถกะจำนวนของ AHA ในผักและผลไม้ดังกล่าวได้ บางครั้งหากใช้ก็อาจทำให้เกิดอาการระคายเคืองได้เช่นกัน กรณีรอยดำใต้ตานั้น มีหลายสาเหตุการเกิด หากเป็นตั้งแต่เกิดนั้นเกิดจากกรรมพันธุ์ เป็นเรื่องของเม็ดสีผิวในร่างกายจึงยากที่จะแก้ไขได้ หรือกลุ่มคนที่ไม่เคยขอบตาคล้ำมาก่อน แต่มีเกิดการขอบตาคล้ำเนื่องจากอาการแพ้ เช่น แพ้ครีม หรือจากการนำสิ่งต่างๆ มาประคบและเกิดการระคายเคือง เมื่อหายแล้วก็กลายเป็นรอยดำ กรณีสามารถแก้ไขให้หายได้ ทั้งนี้เนื่องจากบริเวณรอบดวงตามีความบอบบางมาก คุณหมอแนะนำว่าเวลาทาครีมบำรุงผิวหน้าควรเว้นที่บริเวณเปลืองตาและถุงใต้ตา และใช้อายครีมเพิ่มความชุ่มชื้น ร่วมไขความลับข่าวแชร์ทางโซเชียลผ่านรุ่นแม่ขี้แชร์กับรุ่นลูกขี้เบรก และนักสืบโซเชียลสุดแซ่บ มาลุ้นไปพร้อมๆ กันข่าวไหนจะแชร์มั่ว หรือข่าวไหนจะชัวร์แม่น ในรายการ ชัวร์นะแม่อย่าแชร์มั่ว ทุกวันจันทร์-ศุกร์ […]

4 ส่วนผสมธรรมชาติล้ำค่า พลังแห่งการดูแล ‘รูขุมขน’ ให้กระชับ เนียนนุ่ม

วงการสกินแคร์ เป็นอีกวงการหนึ่งของโลก ที่มีความเคลื่อนไหวมาอย่างต่อเนื่องไม่รู้จบ ศาสตร์แห่งความงามใหม่ๆ ก็ถูกค้นพบและพัฒนา เพื่อมอบประสบการณ์สูงสุดแห่งการดูแลผิวมาอย่างต่อเนื่อง ตลอดจนส่วนผสมใหม่ๆ ที่ถูกนำมาใช้ในการผลิต ทั้งสารสังเคราะห์และสารจากธรรมชาติ ในช่วง 3-5 ปีที่ผ่านมา เราได้เห็นส่วนผสมใหม่ๆ จากธรรมชาติ เข้ามามีบทบาทในการดูแลผิวพรรณมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็น แพลงก์ตอน น้ำมันมารูล่า น้ำมันอาร์แกน เมือกหอยทาก อโรเวร่า ทองคำบริสุทธิ์ นมผึ้ง และอื่นๆ อีกมากมาย วันนี้ขอชวนผู้อ่านมาทำความรู้จักกับ 4 ส่วนผสมดาวเด่นสุดว้าว! จากดินแดนต่างๆ ที่เริ่มถูกใช้ในวงการสกินแคร์ และคาดว่าจะยิ่งได้รับความนิยมมากยิ่งขึ้นในเร็ววัน 1. Carbonated Thermal Water น้ำพุร้อนคาร์นอเนต อุดมด้วยแร่ธาตุ 13 ชนิด ช่วยจะบำรุงผิวให้สวยจากภายในสู่ภายนอก และด้วยอุณภูมิของน้ำพุร้อนที่สูงถึง 31 องศาเซลเซียส ทำให้เกิดสารคาร์บอนิก แอซิด ซึ่งเป็นกรดอ่อนๆ มีคุณสมบัติในการกักเก็บความชุ่มชื่นให้กับผิว ทำให้ผิวรู้สึกสดชื่น นอกจากนี้ยังมีสารคาร์บอเนต ที่ค้นพบว่าช่วยให้คอลลาเจนในผิวแข็งแรง เมื่อภายในผิวมีคอลลาเจนแข็งแรง ภายนอกจะแลดูกระชับและเนียนนุ่ม 2. สารสกัดจาก Java […]

ใช้น้ำมะนาวมาส์กหน้า ทำให้ผิวขาวใส (ชัวร์หรือ?)

แชร์กันมาอีกแล้วสำหรับสูตรเรื่องความสวยความงาม แล้วข่าวที่ว่า “มาส์กหน้าด้วยน้ำมะนาวจะทำให้ผิวขาวใส” นี่มันจะจริงหรือเปล่า? ทำแล้วจะรู้สึกแสบหน้า หรือเป็นการทำร้ายผิวหรือไม่? ตามนักสืบโซเชียลไปสอบถามข้อมูลจากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญกัน พญ.ปิยมาศ สิงห์วาหะนนท์ แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านตจวิทยา และเลเซอร์ผิวหนัง รพ.พญาไท 2 ได้คอนเฟิร์มกับทางรายการ “ชัวร์นะแม่ อย่างแชร์มั่ว” แล้ว ว่าเรื่องนี้  “ชัวร์แม่น √” การมาส์กหรือเช็ดหน้าด้วยน้ำมะนาวจะทำให้ผิวหน้าของเราขาวใสขึ้นได้จริง  ในน้ำมะนาวจะมีกรดซิตริก (Citric Acid) ซึ่งจัดเป็นหนึ่งในชนิดของกรดแอลฟาไฮดรอกซี (Alpha Hydroxy Acid) หรือที่เราคุ้นหูกันในชื่อ AHA นั่นเอง โดยกรดซิตริกนี้ จะมีฤทธิ์แยกการเกาะจับกันของเซลล์ผิวหนัง หรือเรียกง่ายๆ ว่าการผลัดเซลล์ผิว เกิดขึ้นที่ผิวหนังชั้นนอกสุดซึ่งเป็นผิวหนังที่ตายแล้ว หรือผิวหนังชั้นขี้ไคล เมื่อผิวหนังชั้นนอกนี้หลุดออกไป ก็จะเผยให้เห็นเซลล์ผิวใหม่ที่กระจ่างใสขึ้น แต่การมาส์กด้วยมะนาวก็มีข้อควรระวังอยู่บ้าง เพราะเมื่อผลัดเซลล์ผิวออกไปแล้วจะทำให้หน้าแดงง่าย และไวต่อแสงแดดมากขึ้น ดังนั้นหลังทำมาส์กหรือผลัดเซลล์ผิวด้วย AHA ชนิดต่างๆ ควรจะใช้ผลิตภัณฑ์กันแดด และไม่ควรทำบ่อยๆ และหากต้องออกแดดเป็นประจำ ก็ควรจะงดการทำมาส์กเหล่านี้ไว้ก่อน ร่วมไขความลับข่าวแชร์ทางโซเชียลผ่านรุ่นแม่ขี้แชร์กับรุ่นลูกขี้เบรก และนักสืบโซเชียลสุดแซ่บ มาลุ้นไปพร้อมๆ กันข่าวไหนจะแชร์มั่ว หรือข่าวไหนจะชัวร์แม่น ในรายการ ชัวร์นะแม่อย่าแชร์มั่ว ทุกวันจันทร์-ศุกร์ เวลา 18.35 น. ทางอมรินทร์ทีวี 34

ใช้กระดาษซับมันยิ่งทำให้หน้ามัน แชร์มั่ว หรือ ชัวร์แม่น ??

ผิวหน้ามันเหนอะหนะระหว่างวัน คงเป็นปัญหาระดับชาติสำหรับหนุ่มสาวผิวมันทั้งหลาย จนหลายคนต้องพกกระดาษซับมันเป็นอวัยวะที่ 33 กันเลยทีเดียว แล้วข่าวแชร์ที่ว่า “ใช้กระดาษซับมันยิ่งทำให้หน้ามัน” ที่ทำคนผิวมันเบรกกันแทบไม่ทันนั้น ซึ่งจะจริงหรือไม่นั้น แพทย์ผู้เชี่ยวชาญมีคำตอบ! พญ.ปิยมาศ สิงห์วาหะนนท์ แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านตจวิทยา และเลเซอร์ผิวหนัง รพ.พญาไท 2 ได้คอนเฟิร์มกับทางรายการ “ชัวร์นะแม่ อย่างแชร์มั่ว” แล้ว ว่าเรื่องนี้  “ชัวร์แม่น √” เพราะการใช้กระดาษซับมัน ก็จะยิ่งทำให้ผิวผลิตน้ำมันออกมามากขึ้นเพื่อชดเชย กลายเป็นว่าผิวของเราจะมันมากขึ้นกว่าเดิมนั่นเอง  ไขมันที่ผิวหน้าของคนเรามาจาก 2 แหล่งด้วยกัน คือ สร้างจากต่อมน้ำมัน เรียกว่า ซีบัม เป็นน้ำมันที่ร่างกายของมนุษย์ทุกคนสร้างขึ้นโดยธรรมชาติ แหล่งที่สองมาจากไขมันที่อยู่ระหว่างเซลล์ผิวหนังส่วนชั้นนอกสุด โดยไขมันเหล่านี้ จะทำหน้าที่เหมือนเป็นเกราะป้องกันผิว ป้องกันไม่ให้น้ำระเหยออก ขณะเดียวกันก็ป้องกันไม่ให้เชื้อโรค สิ่งแปลกปลอมต่างๆ เข้ามาทำร้ายผิวเช่นกัน ซึ่งการใช้กระดาษซับน้ำมันเหล่านี้ออกไปนั้น ผิวหนังจะจับได้ว่าความมันบนใบหน้าลดลง ก็จะสร้างน้ำมันขึ้นมาเพิ่มเพื่อทดแทน กลายเป็นว่า ยิ่งซับหน้ายิ่งมัน เพราะสมดุลผิวเสียไปเรียบร้อยแล้วนั่นเอง แต่ถ้าหน้ามันมากจริงๆ คุณหมอบอกว่า ควรซับแค่วันละครั้งก็เพียงพอแล้ว วิธีลดความมันบนใบหน้านั้น อันดับแรก เราต้องทราบสภาพผิวที่แน่ชัดของตัวเองก่อน ถ้ารู้ตัวว่าเป็นคนผิวมันก็อาจไม่จำเป็นต้องใช้ผลิตภัณฑ์ในกลุ่มเพิ่มความชุ่มชื้นเลย และใช้ผลิตภัณฑ์สำหรับผิวมันโดยเฉพาะ จนกระทั่งรู้สึกว่าผิวมันน้อยลงก็ให้เปลี่ยนมาใช้ผลิตภัณฑ์ที่มีฤทธิ์อ่อนลง เพราะถ้าใช้ผลิตภัณฑ์สำหรับผิวมันต่อไปก็จะเกิดเป็นกรณีเดียวกับกระดาษซับมัน คือไปกระตุ้นให้ผิวผลิตน้ำมันออกมามากกว่าเดิมจนผิวเสียสมดุล และอาจกลายเป็นผิวที่ทั้งมันทั้งแห้งปนกันได้ ร่วมไขความลับข่าวแชร์ทางโซเชียลผ่านรุ่นแม่ขี้แชร์กับรุ่นลูกขี้เบรก […]

แบร่… เทรนด์ใหม่ ‘ลิ้นกากเพชร’ เก๋แต่อันตราย! หากเผลอกลืนลงท้องในปริมาณมาก ส่งผลต่อระบบย่อยอาหาร

“กากเพชร” ยังคงเป็นไอเทมยอดฮิตในเทรนด์ความงามของสาวๆ หลังจากวนเวียนไปปรากฏในหลายจุดทั้งเปลือกตา ผม และริมฝีปาก ก็มาถึงกระแสใหม่ “ลิ้นกากเพชร” จะเก๋ขนาดไหนไปชมภาพกัน กลายเป็นช็อตที่หนุ่มๆ สาวๆ หลายคนอยากจะถ่ายอวดในอินสตาแกรมไปซะแล้วสำหรับ “ลิ้นกากเพชร” เทรนด์ใหม่ที่กำลังมาแรงในแวดวงบิ้วตี้ บล็อกเกอร์ฝั่งตะวันตก แต่ละคนก็งัดกากเพชรสีที่ชอบมาผสมกับมุมโพสที่ตัวเองถนัด ออกมาเป็นภาพเหล่านี้ แต่การเล่นกับกากเพชรนั้นต้องใช้ความระมัดระวัง เพราะส่วนใหญ่ทำจากพลาสติก หากกลืนลงท้องในปริมาณมากก็จะทำให้เกิดปัญหากับระบบย่อยอาหาร หรืออาจอุดลำไส้ ทำให้ปวดท้องขึ้นมาได้. ขอบคุณภาพจาก อินสตาแกรม

“ดื่มกาแฟดำ ช่วยลดฝ้า” แชร์มั่ว หรือ ชัวร์แม่น ??

ในประเทศที่แดดแรงจัดอย่างเมืองไทยของเรานั้น การเกิด “ฝ้า” บนผิวหน้า คงเป็นปัญหาด้านความงาม ที่กวนใจและสร้างความกังวลให้สาวๆ มากมาย และข่าวแชร์ที่ว่า “ดื่มกาแฟดำ ช่วยลดฝ้าได้” จะเป็นอีกวิธีรักษาฝ้าได้จริงหรือไม่ นักสืบโซเชียลจะไปหาคำตอบที่แท้จริงจากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญให้เอง! พญ. อภิญญา โพธิพันธ์ แพทย์ประจำสาขาอายุรกรรมผิวหนัง โรงพยาบาลเปาโล สมุทรปราการ ได้คอนเฟิร์มไว้ในรายการ “ชัวร์นะแม่ อย่าแชร์มั่ว” แล้วว่าข่าวนี้ “แชร์มั่ว X” ในกาแฟดำ มีสารหลักๆ คือ คาเฟอีน ที่ปัจจุบันก็ยังไม่มีการวิจัยใดพิสูจน์ว่า สารคาเฟอีน สามารถช่วยลดฟ้าบนผิวหนังของมนุษย์ได้ แต่ถ้าสาวๆ มีฝ้าบนผิวหนังและจะรักษาได้อย่างไรนั้น คุณหมอบอกว่า วิธีรักษามาตรฐานทั่วไปเลยก็คือ การทายา โดยยารักษาฝ้ามีอยู่หลายชนิดด้วยกัน ที่แพร่หลายที่สุดคือ ไฮโดรควิโนน ซึ่งถือเป็นสารมาตรฐานในการรักษาฝ้า แต่อย่างไรก็ตามต้องให้ผู้เชี่ยวชาญทางการแพทย์สั่งจ่ายให้เท่านั้น โดยรับจากโรงพยาบาลหรือคลินิก เพราะว่าในการรักษา ต้องจำกัดไฮโดรควิโนนให้มีปริมาณและความเข้มข้นที่เหมาะสม ไม่แนะนำให้ไปซื้อข้างนอกหรือผสมเอง เพราะจะมีอันตรายในระยะยาวได้ ส่วนการรักษาฝ้าแบบอื่นๆ นั้น อาจใช้กรดวิตามินต่างๆ หรือการทาครีมกันแดดเพื่อป้องกัน โดยพบว่าการทาครีมกันแดดอาจช่วยทำให้ฝ้าจางลงได้ด้วย แต่ถึงแม้ผิวจะมีหรือไม่มีปัญหา ก็ควรทาครีมกันแดดไว้เป็นประจำจะดีที่สุด เพื่อปกป้องผิวของเรา ส่วนการใช้สบู่กาแฟ หรือกากกาแฟมาขัดผิวให้ขาวนั้น ก็มีส่วนช่วยได้บ้าง โดยตัวกากเหล่านี้จะผลัดเซลล์ผิวชั้นหนังกำพร้าออก แต่ไม่ควรทำถี่เกินไป […]

เทรนด์ความงามโลกหมุนไปไกล แต่หญิงไทยยังยึดติด ‘หน้าอก’

ถ้าพูดถึงการทำศัลยกรรมในยุคสมัยนี้ สามารถพูดได้เลยว่ามีการยอมรับมากขึ้นเรื่อยๆ ไม่ว่าจะเป็นเหล่าดารา เซเลป เน็ตไอดอล ไปจนถึงบรรดาคุณผู้หญิงที่รักสวยรักงาม เรียกว่าศัลยกรรมเป็นเหมือนเครื่องสำอางชนิดหนึ่งไปแล้ว หากพูดถึงเทรนด์ความงามในตอนนี้ที่กำลังมาแรง นายแพทย์ พุฒิพงศ์ ภูมิสุวรรณ แพทย์ผู้มีประสบการณ์ด้านความงามและชะลอวัย เผยว่า “หากพูดถึงภาพรวมในกลุ่มคนเมือง นิยมลักษณะความงามที่เป็น เวสเทิร์นลุค หรือที่เข้าใจง่ายคือ แบบลูกครึ่ง เน้นโหนกแก้มและกระดูกขากรรไกรที่คมชัด  จมูกและคางแหลมกำลังพอดี ไม่ใช้หน้าตัววี แต่มีเหลี่ยมมีมุมที่ดูเกร๋ แต่ถ้าเจาะลึกไปถึงขั้นการศัลยกรรมแบบลงมีด บอกเลยว่าเทรนด์นี้ไม่เก่าและไม่ใหม่ แถมคาดว่าจะนิยมตลอดไปในหมู่สาวไทย ถ้าเป็นใบหน้าก็ต้องยกให้กับ จมูก ส่วนที่ตัวคาดว่าทุกคนน่าจะเดาได้ไม่ยากนั่นก็คือ หน้าอก นั่นเอง เพราะยังคงเป็นจุดด้อยของสาวเอเชีย” มีผลสำรวจออกมาว่า ที่ผู้หญิงต้องทำการเสริมหน้าอกนั้น ก็เพื่อต้องการที่จะเพิ่มความมั่นใจให้กับตนเองมากขึ้น  เรื่องของหน้าอกเล็กเป็นอะไรที่บั่นทอนกำลังใจของผู้หญิงมาก เวลาเดินไปไหนมาไหนและเห็นผู้หญิงคนอื่นที่มีหน้าอกแบบตูมๆ หรือเอาแค่แบบมาตรฐานก็พอ แล้วย้อนก้มมามองของตัวเองรู้สึกเหมือนกับว่าตนเองเป็นคนพิการอย่างไรอย่างนั้น ดังนั้นการเสริมนมจึงเปรียบเสมือนทางออกสุดท้ายที่จะช่วยเสริมสร้างความมั่นใจมากขึ้น ทั้งนี้ นพ. พุฒิพงศ์ ก็ยังฝากเตือนถึงสาวๆ ที่เริ่มต้นจะทำศัลยกรรม ต้องคำนึงถึงความเหมาะสม และถ้าจะให้ดีควรปรึกษาแพทย์ให้ตรงด้าน เพราะปัจจุบันแพทย์ความงามเริ่มมีเฉพาะทางมากขึ้น ซึ่งเป็นผลดีต่อการเสริมเติมแต่งให้ออกมาได้สวยตรงใจที่สุด รวมถึงการระมัดระวังและหลีกเลี่ยงการใช้ของเถื่อน หรือรับบริการจากแพทย์เถื่อน เพราะนั่นอาจหมายถึงการเสี่ยงอันตรายต่อชีวิตได้  

เพราะ ‘หวี’ สำคัญกว่าที่คิด! วิธีดูแลผมสวยได้ง่ายๆ แค่เลือกใช้หวีให้ถูก

การเลือกใช้ ‘หวี’ ให้เหมาะสม ถือเป็นวิธีดูแลเส้นผมแบบหนึ่งที่สำคัญ แต่มักถูกมองข้ามอยู่เสมอ หลายคนคิดว่าจะหวีแบบไหนก็คงเหมือนๆ กันนั่นแหละ! แต่หารู้ไม่ว่าการใช้หวีผิดประเภทเป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้เส้นผมพันกัน แตกปลาย หรือหลุดร่วงได้ง่ายๆ วันนี้เราจะมาบอกวิธีเลือกประเภทของหวี ให้เหมาะกับสภาพผมและกิจวัตรประจำวันของแต่ละคน 1. หวีซี่ ใช้ได้ทั้งตอนที่ผมแห้งหรือผมเปียก ทำให้ผมเรียบ ไม่ชี้ฟู แบ่งเป็น หวีซี่แบบห่าง เหมาะสำหรับผมที่หนาและยาว ผมเส้นใหญ่ หยิกฟู โดยจะถนอมเส้นผมได้มากกว่า และเหมาะสำหรับสาวที่ชอบดัดผม เพราะจะไม่ทำให้ลอนผมแตกนั่นเอง หวีซี่แบบถี่ เหมาะสำหรับผมเส้นเล็ก ด้ามมีขนาดเล็กสามารถใช้แบ่งผมได้ ไม่ว่าแสกกลางหรือแสกข้าง เหมาะสำหรับสาวๆ ที่ชอบทำผมเน้นวอลลุ่ม หรือหนุ่มๆ ที่ชอบเซ็ตทรงแนววินเทจ   2. หวีแปรงไนลอน ทำมาจากไนลอนตามชื่อ มักมีปุ่มหุ้มที่ซี่หวี เหมาะสำหรับผมยาวระดับกลางถึงยาวมาก ควรใช้ในช่วงที่ผมแห้ง เพราะหากใช้ตอนผมเปียกจะทำให้ผมฉีกขาดหรือหลุดร่วงได้ โดยหวีประเภทนี้จะช่วยกระตุ้นให้หนังศีรษะผลิตน้ำมันธรรมชาติออกมาบำรุงเส้นผม และเพิ่มความพองตัวทำให้ผมดูมีวอลลุ่มมากขึ้นด้วย   3.หวีแปรงขนธรรมชาติ เป็นขนที่ทำจากขนสัตว์ เช่น ขนหมูป่า ขนม้า ซึ่งจะไม่ก่อให้เกิดไฟฟ้าสถิตย์ขณะหวีผม ให้สัมผัสที่อ่อนโยน เหมาะสำหรับผมทุกประเภทโดยเฉพาะผมเสีย ช่วยให้ผมเงางาม ไม่ชี้ฟู ใช้กับผมเด็กจะช่วยกระตุ้นการทำงานของหนังศีรษะให้มีความแข็งแรงอีกด้วย แต่!! […]

keyboard_arrow_up