อุทธาหรณ์ หมอผ่าตัดพลาดทำสำไส้ฉีกขาด ซ้ำ! ยังไม่ได้รับการเยียวยาที่เหมาะสม

อุทธาหรณ์จากหญิงคนหนึ่งจาก จ.กาญจนบุรี ที่ได้รับการผ่าตัดมดลูกเนื่องจากมีเนื้องอก แต่เกิดความผิดพลาดระหว่างผ่าตัดทำให้ลำไส้ใหญ่ฉีกขาด ต้องใช้ชีวิตอย่างลำบากประกอบอาชีพไม่ได้ ไม่ได้รับการเยียวยาที่น่าพึงพอใจจากโรงพยาบาลและยังถูกแพทย์พูดจาไม่ดีใส่ เรื่องราวเริ่มจากสุนันทา ผู้เสียหาย มีอาการประจำเดือนมามากกว่าปกติ จึงเดินทางไปที่โรงพยาบาลเพื่อตรวจหาสาเหตุ ซึ่งแพทย์แจ้งกับเธอว่าเป็นอาการของเนื้องอกในมดลูก ต้องมีการผ่าตัด แต่เมื่อถึงวันผ่าตัด กลับมีโทรศัพท์สายด่วนมายังลูกสาวของเธอ ว่าสุนันทาต้องมีการผ่าตัดเพิ่มเติมเนื่องจากเกิดความผิดพลาดระหว่างผ่าตัด ทำให้การผ่าตัดยืดเยื้อออกไปอีก 3 ชม. เมื่อผ่าตัดเสร็จเรียบร้อย แพทย์ได้แจ้งกับทางครอบครัวว่าระหว่างผ่าตัดเกิดความผิดพลาด ลำไส้ใหญ่ฉีกขาด ต้องมีการต่อถุงออกมาจากท้องเพื่อให้ขับถ่ายได้ปกติ ก่อนจะมาผ่าตัดก้ไขอีกครั้งในอีก 6 เดือนข้างหน้า ทุกวันนี้สุนันทาและครอบครัวลำบากมาก เพราะใช้ชีวิตได้อย่างยากลำบาก และไม่สามารถประกอบอาชีพได้ตามปกติ เมื่เข้าไปติดต่อขอค่าเยียวยาก็ถูกแพทย์บางคนพูดจาไม่ดีด้วย ทำให้เสียกำลังใจอย่างมาก โดยสุนันทาได้เรียกร้องค่าเสียหายทั้งสิ้น 3 ล้านบาท และขอให้ส่งตัวเธอไปรักษาที่โรงพยาบาลอื่นที่มีความน่าเชื่อถือ เนื่องจากไม่ไว้ใจโรงพยาบาลนี้อีกต่อไป แต่ตอนนี้การช่วยเหลือก็ยังไม่คืบหน้า ทนายสงกานต์ อัจฉริยะทรัพย์ ประธานเครือข่ายต่อต้านการบ่อนทำลาย ชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ ได้ให้แนวทางการในกรณีนี้ว่า ให้ผู้เสียหายไปแจ้งความไว้เป็นหลักฐานก่อน เพื่อให้เจ้าหน้าที่สอบสวนว่าแพทย์ทำโดยประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นได้รับอันตรายสาหัสมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 300 โทษจำคุกไม่เกิน 3 ปี ปรับไม่เกิน 60,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับหรือไม่ ซึ่งถ้าแจ้งความไว้แล้ว ภายหลังทางโรงพยาบาลและแพทย์มีการเยียวยาที่เหมาะสมก็สามารถนับเป็นเหตุบรรเทาทุกข์ได้ แต่ในด้านของคนไข้ก็ไม่ควรตั้งค่าชดเชยที่สูงมากนัก ทั้งผู้เสียหายและโรงพยาบาลควรเน้นไปที่การรักษาให้หายดีเสียก่อน […]

คุณยายรักในหลวง เข้ากราบพระบรมศพ 1,319 ครั้ง ขออุทิศทั้งชีวิตทำดีเพื่อพ่อ

เรื่องราวของคุณยายแสงจันทร์ กรรธานนท์ อายุ 63 ปี ที่เข้ากราบพระบรมศพถึง 1,319 ครั้ง ด้วยสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช รัชกาลที่ 9 โดยเริ่มตั้งแต่วันแรกที่ทางสำนักพระราชวังเปิดให้ประชาชนเข้ากราบพระบรมศพ บางวันคนน้อยก็วนรอบกราบถึง 10 ครั้ง บางวันคนมาก หรือตนไม่มีเวลาก็ขอได้กราบเพียงสักครั้งก็ยังดี ความซาบซึ่งในพระมหากรุณาธิคุณที่คุณยายแสงจันทร์มีต่อในหลวง ต้องย้อนไปในวัยเด็กประมาณ 5-6 ขวบ เธอมีอาการป่วย แขนขาไม่มีแรง ตอนนั้นคุณยายแสงจันทร์อาศัยอยู่ที่ปากช่อง จ.สระบุรี โรงพยาบาลที่มีก็ตั้งอยู่ในตัวเมืองซึ่งไกลบ้าน อีกทั้งครอบครัวก็ฐานะยากจน พ่อแม่มีลูกถึง 11 คนที่ต้องเลี้ยงดู ทำให้ตนไม่ได้รับการรักษา จนวันหนึ่งที่ในหลวง รัชกาลที่ 9 เสด็จพระราชดำเนินไปยัง อ.พล จ.ขอนแก่น ได้นำหมอหลวงติดตามมาด้วย โดยแจ้งไปยังผู้ใหญ่บ้านต่างๆ ให้ไปบอกลูกบ้านว่า บ้านไหนที่มีคนป่วยให้มารักษาได้ ทำให้ยายแสงจันทร์ได้มีโอกาสได้รับการรักษาจนหายดี ภายหลังเมื่อโทรทัศน์ได้ถึงหมู่บ้าน เธอก็จะได้ติดตามข่าวของพระองค์ท่านอยู่เสมอ จนวันหนึ่งพระองค์เสด็จมาที่จ.นครราชสีมาห่างจากหมู่บ้านประมาณ 20 กิโลเมตร ยายแสงจันทร์ที่หายป่วยจากโรคและชาวบ้านคนอื่นๆ ก็ได้มีโอกาสเดินเท้าเพื่อไปรับเสด็จ ซึ่งก็ยังเป็นเหตุการณ์ที่ประทับใจจวบจนทุกวันนี้ โดยตั้งใจจะดำเนินชีวิตตามหลักคำสอน เป็นคนดี พอเพียง และตั้งใจจะเดินทางมากราบพระองค์ท่าน จนวันสุดท้ายของชีวิตตนเอง จากความสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณที่ในหลวง […]

เปิดภาพถ่ายประวัติศาสตร์ ในหลวง ร.9 เสด็จเยี่ยมชาวบ้านโป่ง หลังเหตุไฟไหม้ครั้งใหญ่

เหตุการณ์ไฟไหม้ที่ตลาดบ้านโป่ง อ.บ้านโป่ง จ.ราชบุรี เมื่อวันที่ 9 กันยายน พ.ศ. 2497 ถือเป็นหนึ่งในเหตุการณ์ไฟไหม้ครั้งรุนแรงที่สุดครั้งหนึ่งของประเทศไทย มีบ้านเรือนถูกไฟไหม้จนสิ้นมากกว่า 100 หลังคาเรือน ชาวบ้านมากมายต้องสิ้นเนื้อประดาตัว สูญเสียบ้านและทรัพย์สิน แต่ด้วยการเสด็จพระราชดำเนินเยี่ยมของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช รัชกาลที่ 9 ในวันที่ 13 กันยายน พ.ศ. 2497 ทำให้ชาวบ้านโป่งได้รับขวัญกำลังใจ ที่จะกลับมาสู้ชีวิตอีกครั้ง วีรวิทย์ เกียรติอารียะ ทายาทของปวยเอี๊ยะ แซ่ตั้ง ช่างภาพผู้บันทึกภาพเหตุการณ์ประวัติศาสตร์นี้ไว้ได้ เล่าว่า บ้านของตนเปิดร้านถ่ายภาพอยู่ในตลาดบ้านโป่ง เมื่อครั้งที่เกิดเหตุการณ์ ตนอายุเพียง 10 ขวบเท่านั้น ในวันนั้นเวลาประมาณบ่ายสอง ขณะที่กำลังเรียนอยู่ที่โรงเรียนก็ได้ยินเสียงคนตะโกนร้องว่าไฟไหม้ตลาด และมีกลุ่มควันคลุ้งสีดำขนาดใหญ่ลอยขึ้นมา ก่อนจะทราบภายหลังว่าไฟไหม้ทั้งตลาด เสียหายทั้งหมดกว่า 100 หลังคาเรื่อน เนื่องจากบ้านส่วนใหญ่เป็นบ้านไม้ทำให้เสียหายทั้งหมด หลังจากเกิดเหตุไฟไหม้ได้เพียง 3-4 วัน ในหลวงรัชกาลที่ 9 ได้ส่งเสด็จมาเยี่ยมราษฎรผู้ประสบภัย โดยไม่มีการแจ้งล่วงหน้า ไม่มีขบวนเสด็จใหญ่โต เมื่อมาถึงได้ทรงขับรถรอบตลาดดูสภาพที่เกิดเหตุ ก่อนเสด็จไปที่ว่าการอำเภอ ที่เปิดเป็นที่พักชั่วคราวให้ประชาชนผู้ประสบภัยได้พักอาศัย โดยมีผู้ว่าราชการ นายอำเภอ […]

กองทุนการศึกษาในพระราชทรัพย์ส่วนพระองค์ สร้างโอกาส สร้างบุคลากรที่ดีแก่สังคม

โครงการกองทุนการศึกษาในราชทรัพย์ส่วนพระองค์ เกิดขึ้นจากพระราชประสงค์ของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช รัชกาลที่ 9 ที่ทรงอยากให้เด็กที่มีความประพฤติดีแต่ฐานะยากจนให้ได้มีโอกาสศึกษาเล่าเรียน โดยพระราชทานพระราชทรัพย์ส่วนพระองค์ในการจัดตั้งขึ้นในปี พ.ศ. 2555 ขณะที่ยังทรงประชวรและประทับอยู่ที่โรงพยาบาลศิริราช โครงการนี้เริ่มต้นรุ่นแรกในสถาบันการศึกษาทั้งหมด 19 แห่งทั่วประเทศ เน้นให้กับนักเรียนในพื้นที่ชายขอบ ตามแนวชายแดนประเทศ วิทยาลัยเทคนิคโพธาราม จ.ราชบุรี เป็นหนึ่งสถาบันการศึกษาที่ได้รับคัดเลือกให้เป็นวิทยาลัยต้นแบบตามโครงการกองทุนการศึกษาประจำปี พ.ศ. 2556 โดยเปิดรับนักเรียนที่จบชั้นมัธยมศึกษาตอนต้น ที่มีความประพฤติดีแต่อยากจนให้เข้ามาศึกษาต่อในชั้นประกาศนียบัตรวิชาชีพ (ปวช.) ตามความสนใจ โดยไม่เสียค่าใช้จ่ายจนจบหลักสูตร พร้อมจัดเตรียมหอพักทั้งหญิงและชาย และประสานงานกับสถานประกอบการต่างๆ เพื่อให้นักเรียนได้มีโอกาสไปฝึกงานจริง ซึ่งที่วิทยาลัยแห่งนี้ มีผู้เข้าร่วมโครงการครบทั้ง 3 ชั้นปี และนักเรียนในชั้นปีที่ 3 ได้รับการติดต่อจากสถานประกอบการต่างๆ ให้เข้าทำงานครบแล้วทุกคน นอกจากการเรียนการสอนตามหลักสูตรของวิทยาลัยแล้ว ทางโครงการกองทุนการศึกษายังได้นำ หลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง ในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 9 ให้นักเรียนได้นำมาลงมือปฎิบัติจริง ทั้งการปลูกผักไฮโดรโปนิกส์ การเพาะเห็ด การเลี้ยงไก่ไข่ การเลี้ยงปลาดุก และการเลี้ยงกบ เพื่อให้สามารถนำไปสร้างเป็นรายได้เสริมระหว่างเรียนละรู้จักพึ่งพาคนเองได้ในอนาคต ที่วิทยาลัยเทคนิคโพธาราม ในโครงการกองทุนการศึกษารุ่นแรก รับนักเรียนทั้งสิ้น 30 ตอนนี้ในปี 2560 มีนักเรียนในโครงการทั้งสามชั้นปี รวมทั้งสิ้น 110 คน โดยประชาสัมพันธ์ไปยังเด็กจากพื้นที่ชายขอบให้มาเข้าร่วมโครงการ มีการตรวจสอบประวัติว่ามีฐานะลำบากจริงๆ […]

มีวันนี้ได้ด้วยพระเมตตา เด็ก ป.2 ถวายฎีกา ร.9 ทรงรับรักษาพ่อ และมอบทุนการศึกษา

เรื่องราวของเด็กชายวัยเพียง 7 ขวบ ที่เขียนถวายฎีกาถึงในหลวงรัชกาลที่ 9 เพื่อขอให้ช่วยรักษาพ่อบญธรรมของตนที่ป่วยหนัก ซึ่งใครจะรู้ว่าจดหมายที่เขียนด้วยดินสอลงบนกระดาษธรรมดาๆ ภาษาผิดๆ ถูกๆ ของเด็กป.2 จะสามารถพลิกชีวิตความเป็นอยู่ของตัวเองและครอบครัว ให้สามารถใช้ชีวิตได้อย่างมีความสุขในทุกวันนี้ จากพระมหากรุณาธิคุณของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช โอ ในวัย 7 ขวบ เขียนจดหมายถวายฎีกาเพื่อขอความช่วยเหลือแก่พ่อบุญธรรมอายุ 60 ปี ผู้มีมีอาการบาดเจ็บที่ขา และตาเป็นต้อ มองไม่ค่อยเห็น โดยชายคนดังกล่าวเป็นชายไม่มีครอบครัว ไม่มีบ้าน อาศัยอยู่วัด แต่คอยเข้ามาช่วยดูแลโออยู่เสมอ จนนับถือเป็นพ่อ แทนพ่อแท้ๆ ที่จากไป โดยเรื่องราวทั้งหมดเริ่มขึ้นจากการนั่งดูข่าวในพระราชสำนักกับแม่ เมื่อเห็นพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 9 โอถามกับแม่ว่าคนที่อยู่ในโทรทัศน์คือใคร และได้คำตอบมาว่า “ท่านคือเทวดาเดินดิน” ด้วยความไร้เดียงสา โอจึงเขียนจดหมายถวายฎีฏาไป เพราะเชื่อว่าเทวดาจะช่วยรักษาพ่อบุญธรรมของตนได้ จดหมายที่มีข้อความระบุเพียงว่าพ่อป่วย ต้องการความช่วยเหลือ ใส่ซองจดหมาย จ่าหน้าถึงพระเจ้าอยู่หัว อ.เมือง กรุงเทพมหานคร จากนั้นเพียง 2 สัปดาห์ ก็มีจดหมายตอบกลับจากสำนักพระราชเลขาธิการ บอกให้ทางครอบครัวติดต่อกลับไปยังสภากาชาดจังหวัด เพื่อทำการรักษา เมื่อได้รับจดหมาย พ่อบุญธรรมไม่ยอมไปรักษา ฝั่งแม่ของโอเองก็ไม่ได้ติดต่อกลับไป ทางสำนักพระราชเลขาธิการจึงได้ประสานงานมาอีกรอบผ่านทางผู้ใหญ่บ้าน และส่งคนมารับ […]

เตือนภัย! มิจฉาชีพออนไลน์ หลอกขายของพร้อมดึงร่วมขบวนการ เสียหายหลายล้านบาท

มิจฉาชีพอีกรายที่อาศัยช่องทางของโซเชียลมีเดียอย่างเฟซบุ๊ค หลอกลวงประชาชน โดยหลอกขายของประเภทต่างๆ รวมไปถึงมีการจัดหางาน ดึงผู้อื่นให้เข้ามาร่วมในขบวนการอย่างไม่รู้ตัว สุดท้ายมีผู้ตกเป็นเหยื่อมากกว่าร้อยราย มูลค่าความเสียหายรวมหลายล้านบาท ตัวแทนของผู้เสียหายเล่าให้ฟังว่า รู้จักกับมิจฉาชีพจากการเห็นการประกาศขายชุดเครื่องนอนในเฟซบุ๊ค ที่ราคา 32,000 บาท ซึ่งถูกกว่าตลาด จึงเข้าไปติดต่อซื้อขายจนตกลงกันมีการโอนเงินจ่ายค่าสินค้าเรียบร้อย แต่กลับไม่ได้สินค้า โดยหลงเชื่อเนื่องจากทางมิจฉาชีพมีความน่าเชื่อถือมาก อ้างว่าเป็นผู้ค้าจากตลาดกิมหยง อ.หาดใหญ่ มีเพจเฟซบุ๊คหน้าร้านเป็นกิจจะลักษณะ ที่หน้าเพจก็มีลูกค้าไปแสดงความคิดเห็นว่าได้รับสินค้าตามปกติ นอกจากนั้นเมื่อโอนเงินไปแล้ว ก็มีใบเสร็จไปรษณีย์การส่งของให้ตรวจสอบ แต่พอเมื่อตรวจสอบภายหลังจึงพบว่าเป็นในเสร็จปลอม นอกจากผู้เสียหายจะเป็นผู้ซื้อสินค้าแล้ว ก็ยังมีผู้เสียหายที่เข้าไปมีส่วนเกี่ยวข้องในขบวนการนี้ด้วยการถูกหลอกใช้บัญชี โดยมิจฉาชีพลงประกาศในเว็บไซต์ประกาศหางาน อ้างว่าเป็นอาชีพสุจริต โดยผู้ที่ถูกหลอกใช้บัญชีรายหนึ่งมีเงินโอนเข้ารวมกว่าสองแสนบาท ซึ่งมีผู้ที่ถูกหลอกใช้บัญชีรวมแล้วกว่า 10 บัญชีด้วยกัน โดยมิจฉาชีพหลอกว่า เงินที่โอนเข้ามาเป็นเงินจากลูกค้าซึ่งเป็นคนไทยในต่างประเทศ เพื่อเป็นค่าโทรศัพท์ในการติดต่อกลับประเทศไทย เมื่อมีเงินเข้ามาก็ให้เจ้าของบัญชีโอนไปให้มิจฉาชีพผ่านระบบทรูมันนี่ และจะได้ค่าคอมมิชชั่นเป็นการตอบแทน ซึ่งในกรณีนี้ เจ้าของบัญชีอาจถูกดำเนินคดีในฐานะผู้สมรู้ร่วมคิดได้ ทนายสงกานต์ อัจฉริยะทรัพย์ ประธานเครือข่ายต่อต้านการบ่อนทำลาย ชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ ได้ให้แนวทางการในกรณีนี้ว่า มิจฉาชีพรายนี้ไม่ได้มีความผิดฐานฉ้อโกงโดยทั่วไป แต่ถือเป็นการฉ้อโกงประชาชน ทำให้มีผู้เสียหายจำนวนมาก มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 343 โทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี ปรับไม่เกิน 1 แสนบาท […]

ชาวบ้านร้อนใจ! ‘เจ้าอาวาส’ ไม่ชี้แจงการใช้เงินทำบุญ หวั่นบริหารวัดไม่โปร่งใส

เรื่องราวร้องทุกข์จากชาวบ้าน อ.พยุหะคีรี จ.นครสวรรค์ ที่รู้สึกถึงความไม่โปร่งใสในการบริหารงานของเจ้าอาวาสและคณะกรรมการวัด ทำให้สูญเสียศรัทธาในการเข้าไปทำบุญที่วัดและเกิดเป็นความขัดแย้งระหว่างหมู่บ้านและวัดตามมา โดยทางชาวบ้านเล่าว่า 2-3 ปีที่ผ่านมา เมื่อมีเจ้าอาวาสคนใหม่เข้ามา ไม่ค่อยได้รู้ข้อมูลหรือการกระทำของคณะกรรมการวัดเท่าใดนัก ทั้งการจัดซื้อจัดจ้าง หรือการใช้เงินทำบุญในกิจกรรมต่างๆ ไม่มีการเปิดเผยรายละเอียดให้ชาวบ้านรับทราบ เมื่อสอบถามไปก็ได้คำตอบกลับมาที่ไม่ค่อยดี เช่น โดนย้อนถามว่าคุณเป็นใคร ทำไมถึงต้องบอกข้อมูล เมื่อชาวบ้านรวมตัวไปยื่นร้องเรียนที่เจ้าคณะจังหวัดนครสวรรค์ก็ไปไม่ถึง เรื่องย้อนกลับมายังผู้ร้องเอง โดยหมู่บ้านแห่งนี้เป็นหมู่บ้านขนาดใหญ่ แยกเป็น 3 หมู่ย่อยด้วยกัน และมีวัดแห่งนี้เป็นศูนย์กลาง เมื่อเกิดความหมางใจ จึงเกิดเป็นความขัดแย้งตามมา ทั้งการรวมตัวทำบุญหน้าวัด โดยนิมนต์พระจากวัดอื่นมา ทั้งนี้ชาวบ้านต้องการให้วัดออกมาชี้แจงถึงการใช้จ่ายเงินของวัด และในส่วนของที่มาเจ้าอาวาส ก็อยากให้ชาวบ้านได้เข้าไปมีส่วนร่วมด้วย โดยเลือกพระที่ชาวบ้านศรัทธา ไม่ใช่ไปคัดสรรกันเอง ทนายสงกานต์ อัจฉริยะทรัพย์ ประธานเครือข่ายต่อต้านการบ่อนทำลาย ชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ ได้ให้แนวทางการในกรณีนี้ว่า สำนักงานพระพุทธศาสนา จ.นครสวรรค์ ทั้งเจ้าคณะจังหวัด รวมไปถึงหน่วยงานราชการต่างๆ กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน นายอำเภอ ผู้ว่าราชการจังหวัด ควรมีการให้ความรู้แก่เจ้าอาวาสและคณะกรรมการวัดทุกแห่ง ถึงการเปิดเผยบัญชีใช้จ่ายของวัด เพื่อแสดงความโปร่งใส เมื่อใช้เงินในการทำกิจใดควรติดประกาศบอกให้ชัดเจน ซึ่งนอกจากจะเป็นการแสดงความโปร่งใส เกิดความสบายใจกันทุกฝ่ายแล้ว ยังเป็นการเรียกศรัทธาของชาวบ้านให้เข้าไปมีส่วนร่วมในกิจกรรมต่างๆ ของวัดได้อีกด้วย […]

หนุ่มอาภัพ…เกิดและโตในไทย 32 ปี ขอสัญชาตินาน 17 ปี ไม่เคยได้!

ความทุกข์ใจของประสาน ชายวัย 32 ปี จาก ต.แม่เงา อ.ขุนยวม จ.แม่ฮ่องสอน ที่อาศัยอยู่บนผืนแผ่นดินไทยมาตั้งแต่เกิด แต่ไม่เคยได้สัญชาติไทย ทั้งที่ทำเรื่องขอสัญชาติตั้งแต่อายุ 15 ปี รวมเป็นระยะเวลานานกว่า 17 ปี ตอนนี้มีเพียงบัตรสีชมพูที่ระบุว่าเป็นบุคคลบนพื้นที่สูงเท่านั้น โดยครั้งแรกที่เริ่มดำเนินเรื่อง ต้องรอผลอยู่ประมาณ 2 ปี เมื่อติดต่อหน่วยงานถึงความคืบหน้า ก็ได้คำตอบว่าให้มาทำเรื่องใหม่อีกครั้ง วนอยู่แบบนี้จนถึงปัจจุบัน ได้เดินทางไปติดต่อหน่วยงานราชการมาแล้วตั้งแต่ระดับอำเภอ จังหวัด หรือแม้แต่เดินทางลงมากรุงเทพมหานคร เสียค่าใช้จ่าย แต่ก็ยังไม่ได้รับสัญชาติ แม้จะมีหลักฐานชัดเจนทั้งเอกสาร พยานบุคคล ซึ่งตอนนี้ก็ล้มหายตายจากไปหลายคนแล้ว เมื่อไม่มีสัญชาติจะทำอะไรก็ลำบาก ตอนนี้ประสานหางานไม่ได้ เพราะไม่มีนายจ้างคนไหนกล้ารับ เลยต้องทำสวนผักเล็กๆ อยู่แถวบ้าน หาเงินประทังชีวิตไปวันๆ อยากเรียนหนังสือก็ทำไม่ได้ ทำให้จบแค่ชั้นประถม 6 หรือเมื่อมีสวัสดิการต่างๆ เช่น มีหน่วนงานเข้ามาแจกผ้าห่มต้านภัยหนาว ตนก็ไม่เคยได้รับสิทธิเหมือนคนที่มีสัญชาติไทย ส่วนตัวอยากหางานดีๆ เพราะต้องการเลี้ยงดูพ่อที่แก่ตัวลงทุกวัน และอยากกลับไปเรียนต่อให้สูงกว่าเดิม อยากทำประโยชน์ให้กับประเทศชาติ ตอบแทนที่ให้แผ่นดินอยู่มาจนถึงปัจจุบัน ทนายสงกานต์ อัจฉริยะทรัพย์ ประธานเครือข่ายต่อต้านการบ่อนทำลาย ชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ ได้ให้แนวทางการในกรณีนี้ว่า […]

เหตุเกิดเพราะความไว้ใจ…สาวโกงเงินเพื่อนบ้านทั้งหมู่บ้าน! เสียหายหลายล้านบาท

การมีน้ำใจต่อกันและกันนั้นเป็นเรื่องที่ดี แต่หลายครั้งก็มีคนอาศัยความปรารถนาดี และน้ำใจเหล่านี้มาเป็นช่องทางในการเอาเปรียบผู้อื่น อย่างเช่นกรณีนี้ เกิดขึ้นที่หมู่บ้านแถวๆ บางบัวทอง จ. นนทบุรี เมื่อคนในหมู่บ้านอาศัยความคุ้นเคย 20 ปีหลอกโกงเงินเพื่อนบ้าน มีผู้เสียหายกว่า 20 คน รวมเป็นเงินหลายล้านบาท ผู้ก่อเหตุรายนี้อาศัยความเชื่อใจ เลือกยืมเงินจากเพื่อนบ้าน หรือคนรู้จักที่สนิทสนม เข้าไปขอยืมเงิน สมุดบัญชี หรือเอาชื่อไปกู้ยืมต่างๆ โดยอ้างเหตุผลและความจำเป็นที่น่าสงสารเช่น ถูกโกงมา หรือญาติป่วยหนักต้องใช้เงินรักษา ยกตัวอย่างผู้เสียหายรายแรกรู้จักกับผู้ก่อเหตุประมาณ7 ปี โดนหลอกยืมบัญชี อ้างว่าจะให้ญาติโอนเงินเข้ามาให้แต่ตนเองไม่มีบัญชีเพราะสามีไม่ให้เปิด ฝากกดเงินหรือบางครั้งก็เอาบัตรไปกดเอง แต่แท้จริง แล้วเอาชื่อเจ้าของบัญชีไปกู้เงิน กรณีต่อมาผู้ก่อเหตุและผู้เสียหายรู้จักกันมากว่า 20 ปี ยืมเงินสดไป 2 หมื่น อ้างว่าให้พี่สาวไปลงทุนค้าขาย หรืออีกกรณียืมเงินสด 3 หมื่น อ้างว่าพี่สาวป่วยหนักเป็นมะเร็งลำไส้ ขอยืมเพียงเดือนนึงเท่านั้น หรือหลอกว่าจะให้ร่วมหุ้นขายของ เมื่อลงเงินไปเรื่อยๆ กลับไม่ได้ปันผลคืน โดยอ้างว่าโดนโกงบ้าง ไม่มีกำไรบ้าง ซึ่งกรณีนี้สูญเงินไป ถึง 1.8 ล้านบาท และเมื่อผู้เสียหายทั้งหมดรวมตัวกันไปแจ้งความ กลับทำได้เพียงลงบันทึกประจำวันเท่านั้น เพราะเจ้าหน้าที่ตำรวจอ้างว่าไม่มีหลักฐานเพียงพอ และเป็นการให้โดยเสน่หา ทนายสงกานต์ […]

เตือนภัย! มิจฉาชีพออนไลน์ หลอกจะพาไปทำงานต่างประเทศ สุดท้ายเชิดเงินหนี

การเดินทางไปทำงานต่างประเทศก็เป็นช่องทางหาเงินของใครหลายคน เนื่องจากได้ค่าจ้างที่สูงกว่า ในขณะเดียวกันก็มีมิจฉาชีพอาศัยโอกาสนี้ในการหลอกหาเงินจากผู้ที่หวังจะไปทำงานต่างชาติเหล่านี้ กรณีเกิดขึ้นบนโลกออนไลน์ผ่านทางเฟซบุ๊ค ดึงดูดให้คนเข้าไปสมัครด้วยค่านายหน้าราคาถูก โดยอ้างว่าตนมีญาติอาศัยอยู่ที่ประเทศนั้นๆ และมีการแสดงหลักฐานบัตรประชาชน มีเบอร์โทรติดต่อ เทคนิคการพูดที่น่าเชื่อถือ ทำให้เกิดความเชื่อใจ จนมีผู้ถูกหลอกมากกว่า 30 คน วิธีที่มิจฉาชีพคนนี้ใช้หลอกผู้เสียหาย คือเสนอค่าดำเนินการราคาถูกเมื่อเหยื่อตกลงปลงใจ ก็ให้โอนเงินมาให้อย่างเร็วที่สุด ถ้าไม่ได้ก็ขู่ว่าจะตัดสิน จากนั้นจะมีการนัดพบกันเพื่อมาเทรนงาน แต่สุดท้ายก็ไม่มาปรากฏตัวและทยอยบลอคช่องทางการติดต่อ มิจฉาชีพรายนี้มีข้อเสนองานที่หลากหลาย เช่น งานสปาที่ประเทศญี่ปุ่น เวลา 15 วัน ได้ค่าจ้าง 5 หมื่นบาท ต้องโอนค่าดำเนินการ 1.5 หมื่นบาท งานที่ประเทศฟินแลนด์เงินเดือน 6 หมื่น หักค่าใช้จ่ายเดือนละ 2 หมื่น เป็นเวลา 3 เดือน โดยให้จ่ายค่าดำเนินการครั้งแรก 2 หมื่นบาท อ้างว่าใช้เป็นหลักฐานให้สถานทูตออกวีซ่าให้ นอกจากเรื่องการทำงานมิจฉาชีพรายนี้ ก็ยังหลอกขายทัวร์ท่องเที่ยวต่างประเทศด้วย ทนายสงกานต์ อัจฉริยะทรัพย์ ประธานเครือข่ายต่อต้านการบ่อนทำลาย ชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ ได้ให้แนวทางการในกรณีนี้ว่า ก่อนอื่นต้องตรวจสอบดูก่อนว่า บัตรประชาชนหรือหลักฐานยืนยันตัวตนที่มิจฉาชีพใช้มาหลอกนั้น เป็นของเจ้าตัวจริงๆ หรือไม่ หรือนำของคนอื่นมาสวมรอย […]

วอนสังคมเข้าใจ! หลังถูกกล่าวหาเป็น ‘ปอบ’ ทั้งบ้าน จนแทบใช้ชีวิตไม่ได้

เป็นอีกกรณีที่ได้เป็นข่าวกันไป เมื่อหญิงสาวคนหนึ่งใน จ.มหาสารคาม พร้อมญาติพี่น้องรวม 9 คนถูกกล่าวหาว่าเป็น ผีปอบ ต้องใช้ชีวิตอย่างลำบากมาจนถึงทุกวันนี้ จึงต้องออกมาวอนขอความเห็นใจและให้หน่วยงานเข้าช่วยเหลือ เรื่องราวเริ่มจากชาวบ้านในหมู่บ้านแห่งนี้ ในจ.มหาสารคาม ได้ลงขันคนละ 100 บาท เชิญฤาษีตนหนึ่ง มาขับไล่ปอบในหมู่บ้าน ที่คาดว่ามีมากกว่า 1,000 ตัว เนื่องจากก่อนหน้านี้มีคนในหมู่บ้าน และสัตว์เลี้ยงล้มตายโดยไม่ทราบสาเหตุเป็นจำนวนมาก บางคนมีอาการคล้ายถูกผีเข้า และเหตุการณ์ลักษณะดังกล่าวเกิดขึ้นมากว่า 2 ปีแล้ว มีชาวบ้านหลายคนบอกว่าตัวเองถูกผีปอบเข้าสิง ทำให้ทั้งหมู่บ้านตกอยู่ในความหวาดกลัวจึงเป็นที่มาของการลงขันจ้างฤาษีมาทำการไล่ปอบครั้งนี้ ผู้ถูกกล่าวและครอบครัวก็ได้ลงขันทำพิธีไล่ปอบเช่นกัน แต่ไม่ได้ไปเข้าร่วมในพิธี ทำให้ชาวบ้านเกิดความสงสัยและนำไปสู่ถูกกล่าวหาว่าครอบครัวนี้เป็นปอบ ทั้งนี้ผู้ถูกกล่าวหาเล่าด้วยว่า ครอบครัวของตนเคยมีปัญหากับคนในหมู่บ้านมาก่อนแล้ว คือโดนกล่าวหาว่าขโมยของ ไม่แน่ใจว่านี่เป็นหนึ่งในสาเหตุให้ตนถูกใส่ร้ายหรือไม่ ตอนนี้จะหากินอะไรก็ลำบาก จากเดิมทำอาชีพค้าขาย เมื่อถูกกล่าวหาว่าเป็นปอบก็ไม่สามารถขายของได้ ต้องขังตัวเองอยู่แต่ภายในบ้านเพราะรอบๆ บ้านจะมีชาวบ้านมาทำพิธีขับไล่ปอบอยู่เสมอ บ้างใช้สิ่งของสกปรกยัดเข้ามาในบ้าน รู้สึกกดดันจนทำให้มีอาการเครียด อยากวอนขอให้สังคมเข้าใจความลำบากนี้และเข้าช่วยเหลือด้วย ติดตามชมรายการคลายทุกข์ชาวบ้าน ได้ทุกวันจันทร์-ศุกร์ เวลา 14.15 น. ช่องอมรินทร์ทีวี 34

ทำอย่างไร? เมื่อกลายเป็น ‘แพะ’ กรณีหนุ่มโดนข้อหาพยายามฆ่า กู้หนีสู้คดีจนหมดตัว

กรณีศึกษาจากหนุ่มขับรถรับจ้าง ที่ถูกตั้งข้อกล่าวหาพยายามฆ่าที่ จ.นครพนม ในปี พ.ศ. 2551 จนต้องกู้หนี้ยืมสินมาเพื่อใช้สู้คดีเป็นจำนวนมาก แต่ยืนยันว่าไม่ได้เป็นผู้ก่อเหตุ มีลักษณะต่างจากผู้ต้องหาในหมายจับ และบอกอีกว่าส่วนตัวไม่เคยไปที่จังหวัดนครพนมเสียด้วยซ้ำ เรื่องราวเริ่มจากชายคนดังกล่าว ซึ่งมีอาชีพเป็นคนขับรถรับจ้าง ได้ไปต่อใบขับขี่ ก่อนที่กรมขนส่งฯ จะแจ้งว่าเขามีหมายจับติดตัว จึงได้เข้าไปที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ พิมพ์ลายนิ้วมือ ตรวจสอบประวัติอาชญากรรมแต่ก็ไม่พบความผิดปกติใดๆ จนกระทั่งวันหนึ่ง ขณะที่กำลังเดินทางจากบ้านเกิดที่จ.เลยกลับกรุงเทพฯ ได้ถูกจับกุมที่ด่านจ.ลพบุรี ก่อนถูกส่งตัวไปที่จ.นครพนม ด้วยข้อหาพยายามฆ่า โดยการยกพวกรวม 8 คนไปทำร้ายเด็กชายคนหนึ่งจนหมดสติ ต้องใช้เงินประกันตัวถึง 6 แสนบาท แต่ต่อรองได้จนเหลือ 2 แสนบาท กรณีนี้ทนายสงกานต์ อัจฉริยะทรัพย์ ให้คำแนะนำว่า เมื่อถูกตั้งข้อกล่าวหาในกรณีที่ตนเองไม่ได้กระทำความผิด อย่าให้การปฏิเสธกับเจ้าหน้าที่เพียงลอยๆ เพราะจะมีผลเสียต่อรูปคดี ให้ทำหนังสือร้องทุกข์ ขอความเป็นธรรมเป็นลายลักษณ์อักษร ยื่นต่อพนักงานสอบสวน อธิบายว่าที่มีการกล่าวหาว่าข้าพเจ้าได้ทำผิดตามคดีดังกล่าวนั้นไม่เป็นความจริง และแสดงหลักฐานให้ชัดเจน อย่างเช่นในกรณีนี้ ชายคนนี้ต้องหาหลักฐานว่าในวันเกิดเหตุ เขาอยู่ที่ใด และหาพยานข้อยืนยันว่าตนไม่เคยเดินทางไปที่จ.นครพนมจริง โดยผู้ถูกกล่าวควรขอดูหมายจับกับเจ้าหน้าที่ก่อน เพื่อดูว่าพิรุธหรือไม่ เช่น รูปพรรณของผู้ถูกกล่าวหากับคนร้าย หากมีความขัดแย้งกัน ก็ให้ระบุลงไปในหนังสือร้องทุกข์ด้วย จากนั้นให้นำหนังสือร้องทุกข์ฉบับนี้ไปยื่นกับพนักงานสอบสวนในสถานีตำรวจที่เป็นผู้ดูแลคดี โดยพนักงานสอบสวนต้องรับหนังสือฉบับนี้เข้าไปอยู่ในสำนวนคดี เพราะไม่เช่นนั้นจะถือว่ามีความผิดฐานละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ หรือถ้าหากมีการสั่งฟ้องเกิดขึ้น […]

อุทาหรณ์…ภรรยาสุดช้ำ! ถูกสามีผลาญเงินแล้วตีจาก

จากเรื่องราวผู้เป็นภรรยาหรือผู้ร้องเข้าหารือต่อรายการคลายทุกข์ชาวบ้าน หลังถูกสามีที่จดทะเบียนสมรสตั้งแต่ปี 2558

แม่-ลูก ขอความเป็นธรรม หลังถูกกล่าวหาเป็นมาเฟีย!

เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นที่จ.สมุทรปราการ จากกรณีที่ผู้เสียหายสองแม่ลูกเข้าร้องทุกข์ในรายการคลายทุกข์ชาวบ้าน เนื่องจากถูกกล่าวหาว่าเป็นผู้มีอิทธิพลในพื้นที่

สัมภาษณ์สด หนุ่มข่มขืนเมียวอนสังคมเห็นใจทำไปเพราะรัก (ชมคลิป)

ความคืบหน้าของเหตุการณ์ ที่หญิงสาวรายหนึ่งถูกอดีตสามีเก่าล่อลวงข่มขืนและทำร้ายร่างกายต่อหน้าลูกสาววัย 1 ขวบ 3 เดือน ซ้ำถ่ายคลิปประจานนั้น

กฎหมายภัยสังคม : สามีเก่าหึงหวง ล่อลวงข่มขืนต่อหน้าลูก ถ่ายคลิปประจานขู่ฆ่าทั้งครอบครัว

จากเหตุการณ์ที่หญิงสาวรายหนึ่งถูกอดีตสามีเก่าฉุดไปข่มขืนทำร้ายร่างกายต่อหน้าลูกสาววัย 1 ขวบ 3 เดือน ซ้ำถ่ายคลิปประจาน ได้เข้าร้องเรียนในรายการคลายทุกข์ชาวบ้าน

กฎหมายคลายทุกข์ : ป้ายทะเบียนประมูล “ปลอม”

จากกรณีที่โลกออนไลน์ได้มีการแชร์เรื่องราวของป้ายทะเบียนประมูลปลอม ซึ่งได้มีการประกาศขายกรอบป้ายทะเบียนสกรีนลวดลายกราฟิกเลียนแบบป้ายประมูลที่ระบุจังหวัดต่างๆ กันอย่างโจ่งแจ้งนั้น

กฎหมายคลายทุกข์ : จับพิรุธขบวนการ “น้ำมนต์ วังสะพุง” ลวงโลก!! (ชมคลิป)

เผยข้อความที่เป็นส่วนหนึ่งที่ “น้ำมนต์” ใช้หลอกลวงชายโดยใช้ช่องทางผ่านทางข้อความออนไลน์

keyboard_arrow_up