สุนัขหลายร้อยถูกทิ้งที่บ่อขยะ ซ้ำ! บางส่วนถูกจับชำแหละกิน

ที่อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา พบสุนัขหลายร้อยตัว ถูกนำไปปล่อยทิ้งไว้ที่บ่อขยะเทศบาลนครหาดใหญ่ทั้งจากเจ้าของที่ไม่ต้องการเลี้ยงแล้ว รวมถึงหน่วยงานรัฐที่ใช้วิธียิงปืนยาสลบใส่สุนัขจรจัดและนำมาปล่อยทิ้งในบริเวณดังกล่าว สุนัขเหล่านี้ต้องหาอาหารตามกองขยะ แต่ละตัวผอมโซ บางตัวเป็นโรคภัยและตายไป นอกจากนี้ยังมีกลุ่มแรงงานมาขอซื้อสุนัขเหล่านี้เพื่อนำไปชำแหละกินอีกด้วย องค์กรจัดสวัสดิภาพสัตว์ The Hope (Thailand) กล่าวว่า มีข้อมูลและหลักฐานชัดเจนว่าบางส่วนของสุนัขจรจัดที่อาศัยอยู่ในกองขยะนี้ ถูกส่วนราชการบางหน่วยงานยิงยาสลบและนำมาปล่อยไว้ แต่ยังไม่พร้อมจะนำมาเปิดเผยต่อสื่อ เพราะกำลังมีการเจรจาภายในอยู่ แต่ข้อมูลที่สะเทือนใจคือ ชาวบ้านที่มีอาชีพหาของเก่าในบริเวณนี้ บอกว่า บ่อยครั้งที่กลุ่มแรงงานต่างด้าวมาติดต่อชาวบ้านขอซื้อสุนัขเหล่านี้ไปกิน ในราคาตัวละ 1-200 บาท โดยชาวบ้านไม่ยินยอมแต่คิดว่าน่าจะมีสุนัขบางส่วนถูกแอบจับไปกินบ้างแล้ว นอกจากนี้ บริเวณบ่อขยะของอ.เมือง จ.สงขลา ก็พบสุนัขจรจัดจำนวนมากเช่นกัน เนื่องจากไม่มีการทำหมันและจัดการอย่างเป็นระบบ ทำให้สุนัขจรจัดเหล่านี้ผสมพันธุ์กันเองและเพิ่มจำนวนขึ้นเรื่อยๆ โดยต้นเหตุของปัญหาก็มาจากความไร้ความรับผิดชอบของเจ้าของสุนัขและการแก้ปัญหาที่ไม่ตรงจุดของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง อยากรณรงค์ให้ประชาชนมีความรับผิดชอบในการเลี้ยงสุนัข คิดให้ถี่ถ้วนก่อนจะเลี้ยง เพราะจำนวนสุนัขจรจัดในพื้นที่หาดใหญ่แท้จริงมีจำนวนมากถึง 4 หมื่นตัว และมีแนวโน้มจะเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ หากไม่ได้รับการแก้ไขที่ถูกต้อง ติดตามชมรายการคลายทุกข์ชาวบ้าน ได้ทุกวันจันทร์-ศุกร์ เวลา 14.15 น. ช่องอมรินทร์ทีวี 34

ถูกหน่วยงานรัฐไล่ที่ อ้างบุกรุกป่า แม้ปลูกบ้านอยู่ในพื้นที่มากว่า 60 ปี!

คุณป้าคนหนึ่งจากจ.สุรินทร์ เข้ามาร้องทุกข์ หลังอาศัยอยู่ในที่ดินของตนเองมาตั้งแต่เกิด นานกว่า 60 ปี มีหลักฐานยืนยันเป็นใบแจ้งการครอบครองที่ดิน (ส.ค. 1) และทะเบียนบ้าน แต่จู่ๆ มีหน่วยงานของรัฐฟ้องร้องในข้อหาบุกรุกที่ดิน ยึดถือหรือครอบครองทีดิน แผ้วถางทำลายป่า และถูกขับไล่ให้ออกจากพื้นที่ โดยพื้นที่แห่งนี้ ทางครอบครัวที่ประกอบไปด้วยคุณป้า คุณตา และหลานพิการชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 ใช้เป็นทั้งที่อยู่อาศัย และใช้เป็นที่นาทำกิน ซึ่งหากต้องถูกขับไล่ให้ออกจากพื้นที่ ตนและครอบครัวก็จะไม่เหลืออะไรอีกแล้ว ทนายสงกานต์ อัจฉริยะทรัพย์ ประธานเครือข่ายต่อต้านการบ่อนทำลาย ชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ ได้ให้แนวทางการในกรณีนี้ว่า ให้ครอบครัวไปติดต่อสำนักงานยุติธรรม จ.สุรินทร์ ให้เข้าช่วยเหลือในการดำเนินคดีความในชั้นศาล และอยากให้สำนักงานอัยการจ.สุรินทร์ช่วยตรวจสอบคดีนี้อย่างถี่ถ้วน ดูว่าแต่ละข้อหาที่ถูกฟ้องร้องนั้นเป็นจริงหรือไม่ เพราะโดนแจ้งอยู่หลายข้อหา หากผิดจริงก็ว่าไปตามผิด ติดตามชมรายการคลายทุกข์ชาวบ้าน ได้ทุกวันจันทร์-ศุกร์ เวลา 14.15 น. ช่องอมรินทร์ทีวี 34

โรงสีทำฝุ่นคลุ้ง! นานกว่า 20 ปี ชาวบ้านเจ็บป่วยถ้วนหน้า

ความเดือดร้อนของชาวบ้านหมู่ 10 ต.ไร่ขิง ต.สามพราน จ.นครปฐม ที่ประสบปัญหาฝุ่นละอองที่เกิดจากโรงสีข้าวขนาดใหญ่ ปล่อยฝุ่นคลุ้งทั้งวันทั้งคืน มาอย่างยาวนานมากว่า 20 ปี ตอนนี้ชาวบ้านเดือดร้อนฝุ่นเกาะตามพื้น และข้าวของเครื่องใช้ ตากผ้าไม่ได้ กวาดพื้นบ้านกี่ครั้งฝุ่นก็ไม่หมด เดือดร้อนนับร้อยคน หลายคนป่วยเป็นโรคระบบทางเดินหายใจ ภูมิแพ้ ผื่นคันตามลำตัว โรงสีแห่งนี้มีเนื้อที่ประมาณ 20 กว่าไร่ นับได้ว่าเป็นโรงสีที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในจังหวัด  ตอนก่อสร้างแจ้งกับทางหมู่บ้านว่าจะทำเป็นโกดังเก็บข้าวสาร แต่เมื่อเปิดใช้งานกลับเป็นโรงสีข้าว เมื่อเข้าไปแจ้งกับทางโรงสีก็อ้างว่าเป็นฝุ่นจากถนนบ้าง หรือหมอกบ้าง ไม่ออกมารับผิดชอบใดๆ ทั้งนี้ชาวบ้านไม่ได้หวังให้โรงสีแห่งนี้ปิดกิจการ แต่อยากให้มีหน่วยงานเข้ามากำกับดูแลโรงสี ปรับปรุงให้ดีขึ้น สามารถอยู่ร่วมกับชุมชนได้ ร้องไปหน่วยงานต่างๆ ตั้งแต่เทศบาล สำนักงานทรัพยากรและสิ่งแวดล้อมจังหวัด สายด่วนสำนักนายกรัฐมนตรี 1111 ก็ยังไม่คืบหน้า ก่อนหน้านี้เวลาจะมีหน่วยงานเข้ามาตรวจสอบโรงสีแห่งนี้ก็จะฉีดน้ำ ล้างละอองที่จับอยู่ตามใบไม้ หรือกำแพงรอบๆ โรงงาน และหยุดการทำงานชั่วคราว ด้านเทศบาล บอกว่าได้รับเรื่องและลงไปตรวจสอบแล้ว พบว่าค่าฝุ่นละอองยังอยู่ในค่ามาตรฐาน จึงต้องหาวิธีการดำเนินการอื่นๆ ตอนนี้กำลังเร่งมืออยู่

นี่ยุคไหน!? ชาวบ้านทั้งชุมชนเดือดร้อนไม่เคยมีน้ำประปา ต้องใช้น้ำสกปรก

ความเดือดร้อนของชาวบ้านจ.สุพรรณบุรีกว่า 30 หลังคาเรือน ที่ไม่เคยมีน้ำประปาใช้ตลอด 70-80 ปีที่ผ่านมา ต่างกับหมู่บ้านอื่นๆ แม้จะตั้งอยู่ห่างจากการประปาส่วนภูมิภาคเพียง 2 กิโลเมตรเท่านั้น ตอนนี้ต้องอาศัยน้ำฝนหรือน้ำบ่อ เดือดร้อนมาก บ้านแต่ละหลังอยู่ในพื้นที่มายาวนาน บางหลังอยู่มาถึง 80 ปี ก็ยังไม่มีน้ำใช้ ต้องอาศัยรองน้ำฝนบ้าง แต่แหล่งน้ำหลักคือน้ำจากบ่อที่ชาวบ้านลงขันจ้างรถมาขุดเอง ซึ่งมีปัญหาคือขุ่น สกปรก และปนเปื้อนสนิม เมื่อสูบน้ำจากบ่อขึ้นมาก็ต้องเอามาพักไว้ให้เกิดตะกอนเสียก่อนจึงจะนำมาใช้ได้ แต่ถึงอย่างนั้นก็ยังไม่มีความสะอาดเพียงพอ เมื่อใช้อาบแล้วคัน เป็นผดผื่น บางรายใช้แล้วเป็นโรคต้อหินจนถึงขั้นตาบอด โดยเฉพาะกับเด็กเล็กที่ไม่สามารถใช้น้ำจากบ่อได้ ต้องเสียค่าใช้จ่ายในการซื้อน้ำดื่มมาเพื่อให้เด็กใช้ เดือนละหลายร้อยบาท ชาวบ้านร้องเรียนไปยังหน่วยงานภาครัฐอย่างต่อเนื่อง ล่าสุดได้รับคำสัญญาว่าจะได้น้ำประปาใช้ภายในปี 2560 ตอนนี้เดือนธันวาคมแล้วก็ยังไม่มีอะไรคืบหน้าและไม่รู้ว่าจะได้ใช้น้ำประปาเมื่อไหร่ ติดตามชมรายการคลายทุกข์ชาวบ้าน ได้ทุกวันจันทร์-ศุกร์ เวลา 14.15 น. ช่องอมรินทร์ทีวี 34

ก่อสร้างโรงงานทำบ้านร้าว-น้ำท่วมขัง! ร้องเรียนไปไม่ได้คำตอบ

ความเดือดร้อนของชาวบ้านรายหนึ่งจ.สมุทรปราการ ที่มีโรงงานมาก่อสร้างอยู่ข้างบ้าน ส่งผลให้บ้านแตกร้าว มีน้ำท่วมขัง โดยในการสร้างโรงงานเมื่อมีการตอกเสาเข็ม แรงสั่นสะเทือนทำให้บ้านเริ่มร้าวและทรุดตัว นอกจากนี้ในการถมดินสร้างโรงงาน เมื่อมีฝนตกหนักทำให้น้ำฝนผสมกับดินและไหลทะลักเข้ามาท่วมภายในบ้านสูงระดับตาตุ่ม ส่งผลให้ข้าวของต่างๆ เครื่องใช้ไฟฟ้า เช่น พัดลม ทีวี เครื่องดูดฝุ่น เฟอร์นิเจอร์ไม้เสียหายจำนวนมาก ทั้งนี้ก่อนการก่อสร้างมีเจ้าหน้าที่จากโรงงานเข้ามาพูดคุย บอกว่าหากขั้นตอนการก่อสร้างส่งผลกระทบใดสามารถแจ้งได้ ซึ่งทางเจ้าของบ้านก็ได้แจ้งไปในครั้งแรกเมื่อเดือนมีนาคม 2560 ทางโรงงานก็ส่งเจ้าหน้าที่มาตรวจสอบและถ่ายรูปกลับไป แต่ผ่านมา 3 เดือนก็ไม่มีอะไรเกิดขึ้น จึงเข้าไปตามเรื่อง ทางโรงงานก็ส่งเจ้าหน้าที่มาตรวจสอบและถ่ายภาพกลับไปอีกครั้งและก็ยังไม่มีอะไรเกิดขึ้น ทนายสงกานต์ อัจฉริยะทรัพย์ ประธานเครือข่ายต่อต้านการบ่อนทำลาย ชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ ได้ให้แนวทางการในกรณีนี้ว่า อยากให้เทศบาลเข้ามาดูแลช่วยเหลือ เป็นตัวกลางในการไกล่เกลียระหว่างชาวบ้านกับโรงาน โดยให้ทำหนังสือไปยื่นกับนายกเทศมนตรี ระบุว่าได้รับความเสียหายจากการก่อสร้างโรงงาน ขอให้ทางเทศบาลมาตรวจสอบการก่อสร้างว่าทางโรงงานแห่งนี้สร้างถูกตามแบบแปลนที่ให้ไว้กับเทศบาลหรือไม่ ติดตามชมรายการคลายทุกข์ชาวบ้าน ได้ทุกวันจันทร์-ศุกร์ เวลา 14.15 น. ช่องอมรินทร์ทีวี 34

เหยื่อหลายสิบถูกหลอกยืมเงิน เสียหายหลายสิบล้าน บางรายเครียดจัด! คิดฆ่าตัวตาย

มิจฉาชีพหลอกยืมเงิน อ้างชื่อบริษัทอสังหาริมทรัพย์ชื่อดัง ว่าจะร่วมลงทุนในการส่งออกเครื่องจักรข้ามชาติ แต่สุดท้ายก็ไม่คืนและหายหน้าหายตาไปแล้วร่วม 8 เดือน มีผู้เสียหายเกือบ 30 คน รวมมูลค่าวามเสียหายหลายสิบล้านบาท โดยเฉพาะกับหญิงสาวผู้เสียหายรายหนึ่ง ซึ่งถูกหลอกจากความไว้ใจเนื่องจากรู้จักกันมากกว่า 30 ปี ที่นอกจากจะนำเงินส่วนของตัวเองให้ยืมไปกว่า 8.8 แสนบาทแล้ว ยังเป็นตัวกลางในการยิบยืมเงินคนอื่นๆ มาให้ ซึ่งเมื่อผู้ก่อเหตุหายตัวไปไม่ชดใช้เงินคืน เธอจึงต้องรับภาระหาเงินมาใช้หนี้ หรือจ่ายดอกแทน ทั้งที่ภาระทางครอบครัวก็มากอยู่แล้ว ทั้งเธอ สามี และลูกชายต่างป่วยหนัก มีค่ารักษาพยาบาลหลักล้าน โดยเฉพาะสามีของเธอซึ่งเครียดมาก ถึงขั้นพยายามจะฆ่าตัวตาย ซ้ำร้ายคือเมื่อไปแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจก็ไม่รับดำเนินคดี แม้จะมีหลักฐานการโอนเงิน และสัญญาการกู้ยืมที่ชัดเจน ทนายสงกานต์ อัจฉริยะทรัพย์ ประธานเครือข่ายต่อต้านการบ่อนทำลาย ชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ ได้ให้แนวทางการในกรณีนี้ว่า ผู้ก่อเหตุรายนี้มีความผิดฐานฉ้อโกงประชาชนต้องได้รับโทษตามกฎหมาย มีผู้เดือดร้อนจำนวนมากซึ่งตอนนี้ยังกระจายตัวอยู่ อยากให้รวมกลุ่มกันไปแจ้งความอย่างจริงจังและตำรวจก็ควรให้ความร่วมมือในการช่วยเหลือดำเนินคดีด้วย ทั้งนี้บริษัทชิ่อดังที่โดนนำชื่อมาแอบอ้าง สามารถดำเนินคดีกับผู้ก่อเหตุได้ด้วยเช่นกัน ติดตามชมรายการคลายทุกข์ชาวบ้าน ได้ทุกวันจันทร์-ศุกร์ เวลา 14.15 น. ช่องอมรินทร์ทีวี 34

พ่อแม่ข้องใจ! ลูกสาวบาดเจ็บจากโรงเรียน ครูไม่มีคำตอบให้

หัวอกของคนเป็นพ่อแม่ เมื่อลูกสาวอายุ 3 ขวบ มีบาดแผลถูกทำร้ายจากที่โรงเรียน แต่เมื่อไปสอบถามครูหรือผู้อำนวยการโรงเรียนแห่งนี้ก็ไม่มีใครยอมรับผิดชอบ และอธิบายชี้แจงสาเหตุ เมื่อไปแจ้งตำรวจก็ไม่รับแจ้งความ เรื่องราวเริ่มจากคุณพ่อคุณแม่ท่านหนึ่ง ส่งลูกสาววัย 3  ขวบเข้าโรงเรียนอนุบาลเอกชน ด้วยค่าเทอมกว่า 61,000 บาท ค่าแรกเข้าอีก 20,000 บาท แต่ยังไม่พ้นเทอมกลับพบว่าลูกสาวเริ่มมีแผลกลับมาที่บ้าน เริ่มรอยแหว่งกินเนื้อเล็บ ฟันบิ่น ในครั้งแรกๆ ผู้ปกครองก็ไม่คิดอะไรมากเพราะคิดว่าเกิดจากความซุกซนของเด็ก จนกระทั่งมีร่องรอยของมีคมขีดข่วนบริเวณหลัง และเริ่มมีอาการหวาดผวาในเวลากลางคืน จึงได้สอบถามไปยังโรงเรียน อาจารย์ประจำชั้นแต่ละคนกลับให้คำตอบไม่เหมือนกัน บ้างก็ว่าเกิดจากการที่เด็กเล่นซนไปมุดโต๊ะ บ้างก็บอกว่าเกิดจากโดนเล็บของเพื่อนข่วน ผู้เป็นพ่อจึงไปไปลงบันทึกประจำวันและขอดูกล้องวงจรปิดให้ได้คำตอบที่ชัดเจน แต่ทางโรงเรียนกลับไม่ให้ดู เมื่อขอย้ายห้องกลับได้คำตอบที่เหมือนข่มขูว่าถ้าย้ายเด็กจะเจ็บตัวมากกว่านี้อีก จึงตัดสินใจไปแจ้งความเพื่อให้ตำรวจช่วยตสืบหาความจริง แต่ตำรวจก็ไม่รับแจ้งความเพราะไม่รู้จะให้แจ้งเอาผิดกับใคร ทนายสงกานต์ อัจฉริยะทรัพย์ ประธานเครือข่ายต่อต้านการบ่อนทำลาย ชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ ได้ให้แนวทางการในกรณีนี้ว่า ในประเด็นนี้ทางโรงเรียนมีพิรุธเรื่องที่ไม่ยอมให้ผู้ปกครองดูกล้อง ในฐานะโรงเรียนที่มีใบอนุญาตควรแสดงบริสุทธิใจ ทำให้โรงเรียนโปร่งใส น่าเชื่อถือ หากมีครูทำร้ายเด็ก หรือมีเหตุอันตรายภายในโรงเรียนจริงจะได้แก้ไข และนำคนผิดมารับโทษให้ถูกต้อง เจ้าหน้าที่ตำรวจเองก็ควรใส่ใจและร่วมมือในการแก้ปัญหาด้วย ติดตามชมรายการคลายทุกข์ชาวบ้าน ได้ทุกวันจันทร์-ศุกร์ เวลา 14.15 น. ช่องอมรินทร์ทีวี 34

เตือนภัย! มิจฉาชีพแฮกเฟซบุ๊กไปหลอกยืมเงินญาติ-เพื่อนสนิท เสียหายนับสิบ

ภัยออนไลน์อีกรูปแบบ เมื่อมิจฉาชีพแฮกเฟซบุ๊กสวมเป็นรอยเจ้าของบัญชี ไปยืมเงินผู้อื่นที่เป็นญาติ หรือเพื่อนสนิท จนมีผู้เสียหายมากกว่า 10 ราย ผู้ที่ถูกแฮกรายหนึ่ง มีอาชีพทำธุรกิจติดตั้งแผงโซลาร์เซลล์ ทำให้ต้องมีการโอนเงินไปยังแหล่งต่างๆ อยู่ตลอดเวลา  โดยมิจฉาชีพแฮกเฟซบุ๊กไปทักญาติสนิท บอกให้โอนเงินค่าวัสดุให้จำนวน 40,000 แล้วจะโอนคืนให้ซึ่งญาติก็ไม่ได้คิดอะไรเนื่องจากก็เคยทำธุรกรรมการเงินให้จึงโอนเงินไปให้ ซึ่งกว่าที่ผูู้กแฮกจะรู้ตัวก็เมื่อมีญาติโทรมาแจ้งว่าจะโอนเงินไปให้ช้าหน่อย จึงเกิดเป็นความสงสัยเนื่องจากตนไม่ได้ไปยืมเงินใคร ตรวจสอบเฟซบุ๊กก็ไม่สามารถเข้าใช้ได้ จึงต้องรีบกระจายข่าวผ่านโซเชียลมีเดียอื่นๆ แต่กว่าที่ข่าวจะถูกกระจายไป ก็มีญาติบางคนที่ได้โอนเงินไปยังมิจฉาชีพคนดังกล่าวแล้ว เมื่อกลุ่มของผู้เสียหายรวมตัวกันและติดต่อไปยังบุคลลที่มีชื่อระบุเป็นเจ้าของบัญชีปลายทาง ก็พบว่าเป็นหญิงสาวคนหนึ่งที่อ้างว่าไม่รู้เห็นในการกระทำนี้ตนมีหน้าที่เพียงรับจ้างรับโอนเงินเท่านั้น โดยเมื่อมีเงินเข้ามาก็จะโอนไปให้มิจฉาชีพผ่านทางระบบทรูมันนี่ ทนายสงกานต์ อัจฉริยะทรัพย์ ประธานเครือข่ายต่อต้านการบ่อนทำลาย ชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ ได้ให้แนวทางการในกรณีนี้ว่า ให้ผู้เสียหายไปร้องทุกข์กับพนักงานสอบสวนในพื้นที่ที่เปิดบัญชี หรือบัญชีผู้ต้องหา ซึ่งกรณีนี้ มิจฉาชีพมีมีความผิดตามพ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ มาตรา 9 การแก้ไขเปลี่ยนแปลงข้อมูลคอมพิวเตอร์ ผู้ใดทำให้เสียหาย ทำลาย แก้ไข เปลี่ยนแปลง หรือเพิ่มเติมไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วนซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ของผู้อื่น โดยมิชอบ ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี หรือปรับไม่เกิน 100,000 บาทหรือทั้งจำทั้งปรับ และเป็นความผิดยอมความไม่ได้ ทั้งนี้สามารถออกหมายจับผู้ต้องหาได้เลย โดยให้พนักงานสอบสวนสรุปสำนวนคดีทำความเห็นเสนอพนักงานอัยการให้สั่งฟ้อง ถ้าอัยการดูสำนวนคดีและเห็นว่าหลักฐานเพียงพอต่อการฟ้องร้องก็นำตัวผู้ต้องหาส่งฟ้องศาล เมื่อศาลนัดสอบจำเลยผู้เสียหายสามารถเขียนคำร้องเข้าไปเป็นโจทก์ร่วม และเขียนคำร้องขอให้ศาลมีคำพิพากษาในส่วนของคดีแพ่งเรียกทรัพย์คืนได้เลย ติดตามชมรายการคลายทุกข์ชาวบ้าน ได้ทุกวันจันทร์-ศุกร์ […]

ถูกหลอกเพราะไว้ใจ! ทนายชวนลงทุนร่วมประกันตัวผู้ต้องหา เสียหายหลายสิบล้าน

ชาวบ้านจาก จ.ลพบุรี ความเดือดร้อน ถูกหลอกจากชายคนหนึ่งที่อ้างตัวว่าเป็นทนายความและยังเป็นเครือญาติ หรือคนรู้จักที่สนิทสนม บางคนที่ถูกหลอกนับถือกันเป็นแม่บุญธรรม เข้ามาหลอกให้นำเงินไปลงทุนในการรับประกันตัวผู้ต้องหาตามศาล บอกว่าจะได้ผลตอบแทนร้อยละ 7-8 บาท ซึ่งผู้ที่ถูกหลอกก็หลงเชื่อเนื่องจากเห็นว่าเป็นคนรู้จักที่สนิท อีกทั้งยังมีอาชีพที่น่าเชื่อถือจึงเริ่มลงทุนด้วย จากการลงทุนไม่กี่หมื่นบาทแต่ถูกหลอกและโน้มน้าวให้ลงทุนเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ จนเสียหายกันคนละหลักหลายแสนบาท บางคนก็หลักล้านบาท เสียหายรวมกันกว่า 25 ล้านบาท ทั้งนี้กรณีดังกล่าวเกิดขึ้นมาหลายปีแล้ว แต่คดีความกลับไม่คืบหน้า ชายคนนี้ก็ยังรับประกันตัวตามศาลต่อไปเรื่อยๆ กลุ่มผู้เสียหายได้เข้าไปร้องเรียนที่ศูนยดำรงธรรมตั้งแต่ปี 2558 ทั้งไปร้องเรียนที่ดีเอสไอ หรือแม้กระทั่งสำนักนายกรัฐมนตรี แต่ทุกอย่างก็ยังเงียบหาย ทนายสงกานต์ อัจฉริยะทรัพย์ ประธานเครือข่ายต่อต้านการบ่อนทำลาย ชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ ได้ให้แนวทางการในกรณีนี้ว่า ชายคนนี้มีความผิดฐานฉ้อโกงประชาชน ทั้งนี้เชื่อว่าทำเป็นกระบวนการ เพราะการทำอาชีพนายหน้ารับประกันตัวผู้ต้องหาหรือรับประกันอิสรภาพนั้น ต้องมีการขึ้นทะเบียนเป็นกิจจะลักษณะกับศาล ซึ่งตอนนี้ผู้ต้องหาก็ยังดำเนินการอยู่อย่างต่อเนื่อง และติดต่อศาลอื่นๆ อีก ทั้งนี้จากตรวจสอบเอกสารที่กลุ่มผู้เสียหายได้ดำเนินคดีไปนั้น พบว่าพนักงานสอบสวนสรุปสำนวนให้อัยการจ.ลพบุรีแล้วตั้งแต่ปี 2559 อยากให้เจ้าหน้าที่ตรวจสอบว่าสำนวนคดีนี้ มีการสรุปทำความเห็นของอัยการแล้วหรือไม่ เพื่อจะได้นำตัวผู้ต้องหาฟ้องต่อศาล เพราะคดีล่วงมากว่า 2 ปีแล้ว หรือให้บันทึกประจำวันไปที่สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) เนื่องจากปปง.มีอำนาจยึดทรัพย์สินของผู้ต้องหาได้ ติดตามชมรายการคลายทุกข์ชาวบ้าน ได้ทุกวันจันทร์-ศุกร์ เวลา 14.15 น. […]

ถูกผู้มีอิทธิพลข่มขู่ ต้องอยู่อย่างหวาดระแวงนานร่วมปี ซ้ำ! ตร.ไม่ช่วยเหลือ

เรื่องราวของผู้ที่ทำอาชีพสุจริตแต่ต้องอยู่อย่างหวาดระแวงจากการถูกข่มขู่ เนื่องจากไปมีเรื่องผลประโยชน์ทับซ้อนกับผู้มีอิทธิพล ซึ่งเป็นนักการเมืองท้องถิ่น ซ้ำร้ายเมื่อเดินทางไปแจ้งความ หวังพึ่งพาตำรวจ กลับไม่ได้รับความร่วมมือช่วยเหลือ ครอบครัวหนึ่งได้ไปเซ้งสายส่งน้ำแข็งมา หวังเป็นอาชีพสร้างรายได้ แต่ปรากฎว่าได้มีผลประโยชน์ทับซ้อนกับผู้มีอิทธิพลในพื้นที ในเวลาเช้ามืดที่ต้องเดินทางไปส่งน้ำแข็ง จะมีชายซึ่งเป็นลูกน้องของผู้มีอิทธิพลคนนั้น มาสอดส่อง คอยยืนมอง บางครั้งก็มายืนประกบ โชว์ปืนข่มขู่ หรือขับรถตาม โดยทำแบบนี้มานานร่วมปีทำให้เกิดความรู้สึกหวาดระแวงว่าจะโดนทำร้ายเข้าสักวันหนึ่ง จึงได้เดินทางไปแจ้งความที่สถานีตำรวจ แต่ตำรวจกลับไปรับแจ้ง เนื่องจากยังไม่เกิดเป็นกรณีเข้ามาทำร้ายร่างกายจนบาดเจ็บเป็นกิจจะลักษณะ ทนายสงกานต์ อัจฉริยะทรัพย์ ประธานเครือข่ายต่อต้านการบ่อนทำลาย ชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ ได้ให้แนวทางการในกรณีนี้ว่า ผู้บังคับบัญชาต้องดูแลลูกน้องด้วย กรณีนี้อย่างน้อยพนักงานสอบสวนควรรับลงบันทึกประจำวันไว้ก่อน หากเกิดอะไรรุนแรงขึ้นจริงๆ จะได้มีหลักฐาน ซึ่งถ้าหากไปแจ้งความครั้งหน้ายังไม่รับแจ้งความอีก สามารถนำชื่อของพนักงานรายนั้นมาประจานหรือแจ้งผู้บังคับบัญชาให้จัดการได้เลย ติดตามชมรายการคลายทุกข์ชาวบ้าน ได้ทุกวันจันทร์-ศุกร์ เวลา 14.15 น. ช่องอมรินทร์ทีวี 34

ทนต่อไปไม่ไหว! ชาวบ้านลุกฮือ ไล่ อบต. ไร้คุณภาพ 4 ปีไม่มีผลงาน

เมื่อเลือกผู้แทนเข้าไปทำงาน ทุกคนก็ย่อมหวังว่าผู้นั้นจะสามารถเป็นตัวแทนของประชาชนในการบริหารจัดการ พัฒนาชุมชนให้ดีขึ้น แต่ที่ ต.คลองตัน จ.สมุทรสาคร ชาวบ้านเจอปัญหาคือ นายกองค์การบริหารส่วนตำบลที่เลือกเข้าไปทำงาน ไม่ทำหน้าที่ให้สมกับความไว้วางใจของชาวบ้าน โดยตลอด 4 ปีในตำแหน่งไม่มีผลงานเป็นชิ้นเป็นอัน อีกทั้งล่าสุดเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุก็ล่าช้ามากว่า 2 เดือนแล้ว ชาวบ้านเดือดร้อนเป็นอย่างมาก ที่ต.คลองตัน ชาวบ้านมากกว่า 300 คน ได้ออกมาชุมนุมขับไล่นายกอบต. เนื่องจากไม่พอใจการบริหาร โดยที่ผ่านมางบประมาณที่ได้รับการจัดสรรมาจากภาครัฐไม่ถูกใช้ ไม่มีการทำโครงการพัฒนาชุมชนใดๆ เกิดขึ้น ทั้งการสร้างสะพาน ปรับปรุงถนน หรือติดไฟส่องสว่าง ตอนนี้ตำบลต้องอยู่ในความมืดมากว่า 2 ปีแล้วเนื่องจากไฟถนนไม่ได้รับการซ่อมแซม โดยเชื่อว่าเป็นการกลั่นแกล้งชาวบ้านเนื่องจากเมื่อปี 2557 มีชาวบ้านเข้าไปร้องเรียนว่านายกอบต.คนนี้ทุจริต และหลังจากนั้นก็ไม่เคยมีโครงการใดเกิดขึ้นอีกเลย นอกจากนี้นายก อบต.ยังไม่เคยมาถามสารทุกข์สุขดิบชาวบ้าน วัฒนธรรมประเพณีต่างๆ เช่น สงกรานต์ ที่ควรอนุรักษ์ไว้ กลับไม่เคยมีการจัดงานใดๆ เลย หรือเมื่องานพระราชพิธีพระทานเพลิงศพในหลวง ร.9 ก็ไม่มีการจัดพิธี เมื่อสอบถามถึงสาเหตุและคำชี้แจง ก็อ้างว่าเป็นความผิดของเจ้าหน้าที่ที่ทำงานล่าช้า ทำให้เสนอโครงการไม่ทันปิดงบประมาณ ตอนนี้ชาวบ้านเดือดร้อนและไม่พอใจอยากให้นายก อบต.แสดงสปิริตโดยการลาออก ติดตามชมรายการคลายทุกข์ชาวบ้าน ได้ทุกวันจันทร์-ศุกร์ เวลา 14.15 น. […]

เป็นญาติมิตรไม่น่าทำกันได้! คุณตาถูกหลอกเซ็นโอนทรัพย์สิน

ความโลภไม่เข้าใครออกใคร แม้แต่กับญาติสนิทใกล้ชิดก็ยังสามารถหลอกกันได้ โดยเฉพาะเมื่อทำกับคนแก่ที่ไม่รู้เรื่องราว ไม่สามารถปกป้องตัวเองได้ อุทธาหรณ์จากคุณตาวัย 78 ปี จากจ.ปทุมธานี ที่ถูกญาติของตัวเองหลอกไปเซ็นรับทรัพย์สิน แต่กลับไม่ได้รับเงินเต็มจำนวน ผู้ก่อเหตุเป็นน้องสาวของฝั่งภรรยา โดยบอกว่าจะพาไปรับเงินประกันสังคมในส่วนของการจัดงานศพของภรรยาและลูกสาว ขับรถมารับคุณตาไปคนเดียวไม่ยอมให้พาหลานสาวไปด้วย เมื่อไปถึงสำนักงานประกันสังคมก็ไม่มีการแจงรายยละเอียดให้คุณตารับทราบให้เซ็นเอกสารเพียงอย่างเดียว ก่อนจะพามาส่งที่บ้านและนำเงินให้สองหมื่นบาท เมื่อหลานสาวสอบถามไปที่สำนักงานประกันสังคมภายหลัง จึงทราบว่า คุณตาควรได้รับเงินเป็นจำนวนมากกว่าสี่หมื่นบาท จึงติดต่อไปขอเงินส่วนที่เหลือกับคุณป้าเพื่อนำมารักษาอาการป่วยของคุณตาแต่กลับไม่ได้เงินคืน ทนายสงกานต์ อัจฉริยะทรัพย์ ประธานเครือข่ายต่อต้านการบ่อนทำลาย ชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ ได้ให้แนวทางการในกรณีนี้ว่า การกระทำของคุณป้าถือว่ามีความผิดฐานยักยอกทรัพย์ โดยเอาทรัพย์ของผู้อื่นเป็นของตนเองโดยทุจริต ตามประมวลกฎหมายอาญามาตร 352 จำคุกไม่เกิน 3 ปี ปรับไม่เกิน 60,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ ติดตามชมรายการคลายทุกข์ชาวบ้าน ได้ทุกวันจันทร์-ศุกร์ เวลา 14.15 น. ช่องอมรินทร์ทีวี 34

ทุกข์ใหญ่หลวงของชาวนา ถูกนายทุนโกง ขายข้าวไม่ได้เงินยกหมู่บ้าน!

ความเดือดร้อนของชาวนาจากบ้านหนองทอง จ.กำแพงเพชร ที่นอกจากจะประสบภัยธรรมชาติ ทั้งสภาพอากาศหรือน้ำท่วม ทำให้ได้ผลผลิตไม่ดีแล้ว เมื่อนำข้าวไปขาย กลับโดนเคราะห์ซ้ำไม่ได้รับเงินค่าข้าวตามที่ควรจะได้ ตอนนี้เดือดร้อนมาก เมื่อรวมๆ กันทั้งหมู่บ้านถูกโกงไปหลายล้านบาท ผู้ก่อเหตุเป็นลานรับซื้อข้าวเปลือกเจ้าประจำของหมู่บ้าน ทำการค้าร่วมกันมานานหลายปีไม่เคยมีกรณีเช่นนี้มาก่อน ทำให้ชาวนาในหมู่บ้านไว้ใจขายข้าวให้ ไม่คิดว่าจะถูกโกง ชาวนาแต่ละรายลงทุนไปกว่าแสนบาท ทั้งที่เป็นเงินส่วนตัว และกู้จากธกส. สหกรณ์ รวมทั้งกู้ค่าปุ๋ยต่างๆ เมื่อสอบถามไปยังลานรับซื้อข้าวเปลือกก็ได้คำตอบว่าให้รอไปก่อน แต่ไม่มีกำหนดบอกว่าจะให้เงินค่าข้าวตอนไหน ทำให้ตอนนี้ไม่มีเงินใช้จ่ายและไม่มีเงินไปลงทุนทำนารอบใหม่ด้วย โดยผู้ใหญ่บ้านได้รวบรวมลูกบ้านที่ถูกโกงไปร้องเรียนที่ศูนย์ดำรงธรรม และกระทรวงยุติธรรมจังหวัดกำแพงเพชรเมื่อต้นเดือนตุลาคม 60 ที่ผ่านมา แต่ก็ยังไม่คืบหน้า   ทนายสงกานต์ อัจฉริยะทรัพย์ ประธานเครือข่ายต่อต้านการบ่อนทำลาย ชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ ได้ให้แนวทางการในกรณีนี้ว่า เหตุการณ์เช่นนี้ต้องดูว่าผู้ก่อเหตุเจตนาจะโกงตั้งแต่ต้นหรือไม่มีเงินจ่ายเพราะสุดวิสัยจริงๆ ซึ่งในกรณีนี้เห็นได้ว่ามีการวางแผนให้ชาวบ้านเอาข้าวไปส่งให้และไม่มีการจ่ายเงินตั้งแต่ต้น ถือว่ามีความผิดฐานฉ้อโกงประชาชน ซึ่งผู้เสียหายสามารถฟ้องต่อศาลโดยตรงได้ แต่อาจมีปัญหาคือชาวบ้านไม่มีเงินเพียงพอในการดำเนินการฟ้องร้อง ทั้งค่าทนายความ ค่าธรรมเนียมศาล และอื่นๆ จึงอยากให้หน่วยงานภาครัฐเข้าช่วยเหลือในส่วนนี้ด้วย เพื่อให้คดีเดินหน้าต่อไปได้ ติดตามชมรายการคลายทุกข์ชาวบ้าน ได้ทุกวันจันทร์-ศุกร์ เวลา 14.15 น. ช่องอมรินทร์ทีวี 34

ลูกเขยน้ำตาตก ถูกอดีตพ่อตาเชิดรถหนี ต้องเดือดร้อนถูกไฟแนนซ์ฟ้องร้อง (คลิป)

อดีตคนเคยเกี่ยวดองกัน แต่กลับต้องมาทิ้งให้อีกฝ่ายเดือดร้อน กรณีของลูกเขยและพ่อตาเช่าซื้อรถพ่วง 6 ล้อร่วมกัน โดยมีชื่อลูกเขยเป็นผู้เช่าซื้อ และพ่อตาเป็นผู้ค้ำประกัน แต่ต่อมา 3 ปี ฝั่งลูกเขยได้เลิกรากับภรรยาไป จึงมีการตกลงทำสัญญากับฝ่ายพ่อตา เมื่อเดือนตุลาคม 59 ต่อหน้าตำรวจ สภ.วังน้อย จ.พระนครศรีอยุธยาว่า จะอนุญาตให้ฝั่งอดีตพ่อตานำรถไปใช้  ชื่อเป็นของลูกเขย แต่พ่อตาเป็นคนค้ำประกันและเอารถไปใช้ แต่ต้องเป็นผู้ส่งค่างวดเอง แต่ผ่านมาเพียงไม่กี่เดือนกลับได้รับโทรศัพท์จากไฟแนนซ์ว่าไม่มีการส่งค่างวดรถมาหลายเดือนแล้ว จากวันนั้นมาจนวันนี้ ก็ยังหาทางติดต่ออดีตพ่อตาไม่ได้ ออกไปตามหาทั้งที่บ้านเกิด จ.นครราชสีมา หรือสถานที่ทำงานที่จ.ชุมพร หรือติดต่อญาติคนอื่นๆ ก็หาตัวไม่พบ ตอนนี้เดือดร้อนมาก เพราะถูกทางไฟแนนซ์ฟ้องร้อง ค้างค่างวดอยู่หลายแสนบาท อีกทั้งยังมีภาระค่าใช้จ่ายอื่นๆ ทั้งค่างวดบ้าน และค่าเลี้ยงดูลูกซึ่งฝั่งลูกเขยเป็นผู้ดูแล ส่วนตัวรับอาชีพรับจ้างทั่วไป รายได้แทบไม่เพียงพอ ได้มีการแจ้งความไว้แล้วเมื่อเดือนกรกฎาคม ที่สภ. วังน้อย แต่ตอนนี้ก็ยังไม่คืบหน้า ทนายสงกานต์ อัจฉริยะทรัพย์ ประธานเครือข่ายต่อต้านการบ่อนทำลาย ชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ ได้ให้แนวทางการในกรณีนี้ว่า ในทางกฎหมายนั้นผู้ค้ำประกันก็ต้องได้รับผิดเหมือนผู้เช่าซื้อเพราะไฟแนนซ์ฟ้องทั้ง 3 คน โดยพ่อตามีความผิดฐานยักยอกทรัพย์มีโทษไม่เกิน 3 ปี ปรับไม่เกิน 60,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ ปัญหาอีกอย่างคือการทำงานล่าช้าของเจ้าหน้าที่ […]

‘รักแท้แพ้คนลวง’ ถูกสาวหลอกแต่งงาน สูญเสียทรัพย์สินเกลี้ยง นับแสนบาท (คลิป)

อีกหนึ่งกรณีที่ถูกหลอกจากความรัก ความไว้ใจ สูญเสียไปกว่าแสนบาท เฉลิมศักดิ์ผู้ถูกหลอกเล่าว่า ตัวเองได้เดินทางไปทำงานเป็นแรงงานอยู่ที่ประเทศไต้หวัน ในขณะนั้นก็มีหญิงสาวคนหนึ่งติดต่อมาทางเฟซบุ๊ก คุยกันอยู่ประมาณ 3-4 เดือนทั้งทางข้อความและโทรศัพท์คุยกัน จนเกิดเป็นความรู้สึกชอบพอนำไปสู่การตกลงว่าจะแต่งงานกันในที่สุด เฉลิมศักดิ์จึงตั้งใจกลับเมืองไทยมาเพื่อแต่งงาน โดยช่วงก่อนจะเดินทางกลับ ได้โอนเงินไปให้ทางผู้หญิงจำนวน 5 หมื่นบาทโดยอ้างว่าเป็นค่าชุดและแหวนแต่งงาน เมื่อกลับมาเมืองไทยก็ชวนให้ฝั่งผู้หญิงเข้าไปคุยกับพ่อแม่ นัดเจอกันที่กรุงเทพฯ ทางผู้หญิงคนดังกล่าวก็บอกอีกว่าตนเองเป็นอิสลาม ต้องมีค่าทำพิธีทางศาสนาอีก 7 หมื่นบาท ด้วยรักและไว้ใจเฉลิมศักดิ์ก็ได้โอนเงินจำนวนนี้ไปให้ และรอที่จะได้พบกันในวันนัดหมาย แต่เมื่อถึงวันนัดหมายที่ฝ่ายผู้หญิงบอกให้ไปรับที่สนามบินดอนเมือง เมื่อไปถึงกลับพบกับผู้หญิงอีกคนที่อ้างตัวว่าเป็นพี่สาว พาเฉลิมศักดิ์ไปเปิดโรงแรมบอกว่าให้พักที่นี่รอไปก่อน แล้วน้องสาวจะเดินทางตามมาหา จนผ่านไปสองคืนก็ไร้วี่แวว และเริ่มติดต่อไม่ได้จึงรู้ตัวว่าตนเองโดนหลอก รู้สึกเสียใจมากเพราะเงินที่โอนไปให้ก็เป็นเงินเก็บที่ตนเองไปทำงานหามาจากประเทศไต้หวัน แถมยังมีบางส่วนที่ไปกู้มาเพิ่มเติมอีก และยังไม่มีโอกาสได้ใช้ในการดูแลครอบครัว ตอนนี้เฉลิมศักดิ์ได้ไปแจ้งความที่สน.ท่าข้าม เพื่อทำเรื่องขอดูภาพจากกล้องวงจรปิดที่โรงแรม ก่อนมาแจ้งความที่สภ.ประตูน้ำจุฬา ซึ่งเป็นผู้รับผิดชอบในเขตพื้นที่ที่ตนได้โอนเงินไป แต่ถูกบอกให้กลับไปที่สน.ท่าข้ามอีก แต่เมื่อมาถึงสน.ท่าข้าม กลับได้รับแจ้งว่าจะทำเรื่องกลับมาที่สภ.ประตูน้ำจุฬาอีก ตนอยากให้ดำเนินเรื่องเร็วๆ เพราะเหมือนตอนนี้ตำรวจกำลังโยนคดีไปมาอยู่ ทนายสงกานต์ อัจฉริยะทรัพย์ ประธานเครือข่ายต่อต้านการบ่อนทำลาย ชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ ได้ให้แนวทางการในกรณีนี้ว่าเจ้าหน้าที่ตำรวจควรเร่งดำเนินคดีอย่างจริงจังเพราะมีอายุความสั้น ผู้เสียหายต้องร้องทุกข์ภายใน 3 เดือนเท่านั้นซึ่งตอนนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจมีการโยนคดีกันไปกันมาเกรงว่าจะไม่ทันการณ์ โดยต้องดำเนินคดีทั้งหญิงสาวผู้ที่มาหลอกและผู้ร่วมขบวนการซึ่งอ้างว่าเป็นพี่สาว สามารถขยายผลจากภาพที่จับได้จากกล้องวงจรปิด และตรวจสอบเฟซบุ๊กของผู้หญิงคนดังกล่าวว่าเป็นของจริงหรือไม่หรือแอบอ้างคนอื่นมาใช้ ควรรีบจับกุมเพราะอาจทำงานเป็นขบวนการและเดินหน้าหลอกผู้ชายคนอื่นต่อได้ ติดตามชมรายการคลายทุกข์ชาวบ้าน ได้ทุกวันจันทร์-ศุกร์ เวลา […]

พ่อแม่คาใจ ลูกชายถูกรถชนตายแต่มีพิรุธเพียบ หวั่นเอี่ยวผู้มีอิทธิพล

เรื่องราวของครอบครัวหนึ่ง ซึ่งลูกชายวัย 14 ปีเสียชีวิต เนื่องจากถูกรถชน แต่เมื่อตรวจสอบให้ดีแล้วกลับเจอข้อสงสัยมากมายที่ระบุว่า สาเหตุของการตายไม่ใช่อุบัติเหตุ แต่เป็นการฆาตกรรม จึงเดินหน้าดำเนินคดีสืบหาความจริงแต่ผ่านมาเกือบ 2 ปี คดีก็ยังไม่คืบหน้า วิชัยและมณฑป พ่อแม่ของเด็กชายผู้เสียชีวิตเล่าว่า ได้รับโทรศัพท์แจ้งข่าวว่าลูกชายของตนถูกรถชนเมื่อเวลาประมาณ 3 ทุ่มของวันที่ 30 ม.ค. 59 ให้รีบไปที่โรงพยาบาล เมื่อไปถึงก็พบลูกชายนอนแน่นิ่งอยู่ ที่ศีรษะพันผ้าพันแผลไว้ แพทย์ได้แจ้งให้ทางครอบครัวทำใจ ก่อนที่เด็กชายจะเสียชีวิตในเวลาไม่กี่ชั่วโมงต่อมา ในตอนแรกทางครอบครัวก็ไม่ได้ติดใจสงสัยอะไร เพราะไม่ได้ไปดูที่เกิดเหตุ ก็ได้นำศพไปทำพิธีทางศาสนาตามปกติ ต่อมาก็เกิดความสงสัย เนื่องจากเมื่อมาสังเกตดูแล้ว ตามร่างกายของลูกชายไม่มีรอยถลอกหรือบาดแผล มีเพียงบาดแผลที่ศีรษะ และในเช้าวันถัดจากอุบัติเหตุ ได้มีการเรียกเพื่อนๆ ในกลุ่มเดียวกับลูกชายมาล้างเลือดบริเวณที่เกิดเหตุกันเอง โดยไม่ใช่ฝีมือของเจ้าหน้าที่ตำรวจ จากนั้นก็มีคนรู้จักส่งภาพที่เกิดเหตุมาให้ ทางครอบครัวพบข้อสงสัยหลายจุด อย่างแรกคือรถจักรยานยนต์ที่ลูกชายขับไม่ได้พังเสียหาย ลูกชายยังใส่รองเท้าฟองน้ำอยู่ ไม่ได้กระเด็นไปไหน จึงได้นำภาพเหล่านี้ไปดำเนินคดีกับเจ้าหน้าที่ตำรวจให้เข้ามาสืบสวน แต่หลังจากแจ้งตำรวจได้ 2-3 สัปดาห์ เจ้าหน้าที่ตำรวจกลับแจ้งว่ามีผู้มีอิทธิพลเกี่ยวกับด้านยาเสพติดโทรศัพท์เข้ามาบอกไม่ให้ดำเนินคดีนี้ และจากวันนั้นมาจนถึงปัจจุบันคดีก็ยังไม่คืบหน้า ทนายสงกานต์ อัจฉริยะทรัพย์ ประธานเครือข่ายต่อต้านการบ่อนทำลาย ชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ ได้ให้แนวทางการในกรณีนี้ว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจควรเข้ามาทำการสืบสวนอย่างจริงจังเพราะเป็นคดีที่มีพิรุธอยู่หลายแห่ง อีกทั้งถ้าการเสียชีวิตนี้เกี่ยวข้องกับผู้มีอิทธิพลด้านยาเสพติดจริง […]

ถูกหลอกเอาชื่อไปกู้เงินยกหมู่บ้านแลกค่าตอบแทน สุดท้ายเป็นหนี้ท่วมหัวเพราะความอยาก

อุทาหรณ์จากชาวบ้านจากจ.กาฬสินธุ์ ที่ต้องเป็นหนี้เพียงเพราะความอยากได้ โดยเข้ามาร้องทุกข์ว่ากองทุนหมู่บ้านนำชื่อของพวกตนไปกู้เงินถึงคนละ 2 แสนบาท แต่ชาวบ้านไม่ได้ใช้เงินเลยแม้แต่บาทเดียว โดยก่อนจะนำชื่อไป กองทุนฯ ก็ได้ให้ค่าตอบแทนรายละ 1 หมื่นบาท ไม่ได้มีการแจ้งว่าจะนำไปกู้เงินกี่บาทแต่สัญญาว่าจะใช้หนี้ให้ แต่เมื่อถึงเวลาก็ใช้ให้แค่ช่วงเดือนแรกๆ เท่านั้น จากนั้นก็ไม่มีการใช้หนี้ให้อีก ทำให้ชาวบ้านได้จดหมายเตือนจากธนาคาร และได้หมายศาลดำเนินคดีในที่สุด ชาวบ้านที่โดนนำกองทุนฯ นำชื่อไปใช้กู้เงินมีทั้งสิ้นกว่า 80 คน บางครอบครัวก็โดนมากกว่า 1 คน บางครอบครัวซ้ำร้ายโดนไปถึง 5 คน กลายเป็นว่าครอบครัวมีหนี้หลักล้านบาท หลายคนไม่เคยมีหนี้สินก็ต้องมีหนี้ ทุกวันนี้ใช้ชีวิตลำบากมาก ต้องหวาดกลัวว่าหากศาลตัดสินว่าตนเองผิดจะหาเงินจากที่ไหนมาใช้หนี้ เพราะชาวบ้านส่วนใหญ่ก็ทำงานหาเช้ากินค่ำ ไม่ได้มีทรัพย์สินมากมาย บางคนก็ไม่มีรายได้ประจำ หรือที่ดินของตนเอง ทนายสงกานต์ อัจฉริยะทรัพย์ ประธานเครือข่ายต่อต้านการบ่อนทำลาย ชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ ได้ให้แนวทางการในกรณีนี้ว่า ก่อนอื่นชาวบ้านต้องยอมรับว่าพวกตนผิดในส่วนที่เห็นแก่เงินค่าตอบแทนเพียง 1 หมื่นบาท ยอมให้กองทุนฯ นำชื่อไปใช้กู้เงิน ซึ่งกรณีนี้ในชั้นศาลก็ให้บอกศาลไปตามตรงอย่างบริสุทธิ์ใจว่ารับค่าตอบแทนมา ให้ยอมรับความผิดในส่วนนี้ และอยากให้อัยการตรวจสอบคดีนี้ให้ถี่ถ้วนเพราะลำพังชื่อของชาวบ้านที่หาชาวกินค่ำ ไม่มีหลักค้ำประกัน น่าจะมีความเป็นไปได้ยากที่ธนาคารจะปล่อยกู้ให้ และบางครอบครัวยังมีสมาชิกถูกนำชื่อไปกู้เงินมากกว่า 1 คนซึ่งถือว่ามีความผิดปกติ อาจเป็นการเอื้อหรือการตกลงเรื่องผลประโยชน์ระหว่างกองทุนฯ […]

ผิดที่ไว้ใจ! สะใภ้อกตัญญู พาพวกยกเค้าบ้านแม่ผัว สูญทรัพย์กว่า 4 ล้านบาท

ความไว้วางใจสุดท้ายร้ายที่สุด กับกรณีแม่สามีถูกลูกสะใภ้ยกเค้าเอาไปทั้งบ้าน สูญเสียไปกว่า 4 ล้านบาท แต่ปัจจุบันลูกสะใภ้ยังใช้ชีวิตปกติ ยังไม่ถูกดำเนินคดีแต่อย่างใด เรื่องราวเริ่มต้นเมื่อลัดดาวัลย์ ผู้เป็นแม่สามีและอาศัยอยู่คนเดียว ได้นำหลานซึ่งเป็นลูกของลูกชายที่อยู่อีกจังหวัดหนึ่งมาเลี้ยง ก่อนจะป่วยทำให้ดูแลคนเดียวไม่ไหว จึงขอให้ลูกสะใภ้มาช่วยเลี้ยง เมื่อลูกสะใภ้มาอยู่ด้วย ก็บอกกับแม่สามีว่าจะไม่กลับไปที่บ้านแล้ว ขอทำมาหากินอยู่ที่นี่ แม่สามีเห็นดังนั้นจึงออกเงินลงทุน พร้อมซื้อรถให้ลูกสะใภ้ใช้ค้าขาย แต่ไม่เคยคิดเลยว่าจะถูกทรยศความไว้ใจและบุญคุณ การขโมยของลูกสะใภ้คนนี้ เริ่มจากการแอบหยิบเงินจากกระเป๋าแม่สามีครั้งละไม่กี่พัน ในตอนแรกฝั่งแม่สามีคิดว่าตนเองอาจจะหลงๆ ลืมๆ เนื่องจากอายุมากแล้ว แต่เมื่อเกิดเหตุบ่อยขึ้น จึงจดบันทึกไว้ และพบว่าถูกขโมยไปจริง เมื่อสอบถามไปยังลูกสะใภ้ก็ยอมรับว่าเป็นผู้ขโมย จึงได้บอกให้สัญญาว่าจะไม่ทำอีก แล้วตนจะให้อภัย แต่ต่อมาลูกสะใภ้ก็ยังทยอยทำการขโมยของอีก จนกระทั่งถึงขั้นที่พาพวกอีก 2 คนมายกของหนักออกจากบ้าน ลูกสะใภ้อาศัยช่วงเวลากลางวัน 07.00 น.- 17.00 น. ที่แม่สามีไปถือศีลที่วัดทุกวันในช่วงเข้าพรรษา ในการขโมยของ ทรัพย์สินที่ถูกขโมยไปได้แก่ พระทั้งโต๊ะหมู่บูชา เครื่องเพชร พระเครื่องทองคำ พระเหลี่ยมทอง โดยนำเอาไปจำนำ ไปจนถึงเฟอร์นิเจอร์ต่างๆ จั่วบ้าน บานเฟี้ยม ลูกกรงเหล็ก ที่เตรียมไว้ต่อเติมบ้าน อีกทั้งโฉนดที่นาอีก 43 ไร่ ที่ลูกสะใภ้เอาไปให้พี่สาวจำนอง โดยแบ่งเงินกันลูกสะใภ้เอา 1 […]

keyboard_arrow_up