ขอความเป็นธรรม! จับผิดตัวต้องติดคุกฟรี 1 ปี 8 เดือน สูญเสียทุกอย่างในชีวิต

หญิงสาวคนหนึ่ง ต้องตกเป็นแพะ ติดคุกฟรี 1ปี 8 เดือน สูญเสียทุกอย่างโดนไม่ได้รับการชดเชย เรื่องราวนี้เกิดขึ้นกับ สุนันทา ในช่วงปี พ.ศ. 2550 เธอได้ค้าขายอยู่ในห้างสรรพสินค้าแห่งหนึ่ง ในกรุงเทพฯ ก่อนถูกตำรวจบุกจับกุมในข้อหาลักทรัพย์ โดยเป็นการขโมยกล้องดิจิตอล บัตรเติมเงิน สมุดบัญชีเงินฝาก บัตรประชาชน มูลค่า 27,000 บาทที่ร้านค้าในปั๊มน้ำมันแห่งหนึ่งที่บ้านเกิดจ.เพชรบูรณ์ทั้งๆ ที่ไม่ได้กลับไปนานมากกว่า 10 ปีแล้ว โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจนำรูปจากบัตรประชาชนนนของตนไปให้พยานซึ่งเป็นเจ้าของร้านค้า และพนักงานชี้ตัว พยานก็บอกเพียงว่าคลับคล้ายคลับคลาว่าจะเป็นคนเดียวกัน สุนันทาปฎิเสธทุกข้อกล่าวหา แต่ศาลตัดสินจำคุก 5 ปี เมื่อถูกตัดสินว่าผิด ก็ไปยื่นเรื่องที่ศูนย์ดำรงธรรม กระทรวงยุติธรรม จ้างทนายมาเพื่อสู้คดี พยายามทุกวิถีทาง แต่สุดท้ายแล้วในชั้นศาลฎีกาก็ถูกตัดสินความผิดต้องโทษจำคุกเป็นเวลา 3 ปี เมื่อสุนันทาออกมาจากเรือนจำ หลังถูกจำคุกเป็นเวลา 1 ปี 8 เดือน ก็ได้เดินเรื่องเรียกร้องความยุติธรรมอีกครั้ง โดยไปที่กระทรวงยุติธรรมเพื่อขอให้รือฟื้นคดี ทั้งนี้ขณะเดินเรื่องร้องเรียนพบว่าผู้ต้องหาตัวจริงได้ถูกจับในอีกคดีหนึ่งที่ จ. มหาสารคามและเสียชีวิตไปแล้วในเรือนจำ จากเหตุการณ์ทั้งหมดทำให้เธอต้องสูญเสียแทบทุกอย่างในชีวิต ต้องแยกทางกับสามีที่แต่งงานอยู่กินด้วยกันมากว่า 20 ปี ทั้งบ้านและกิจการร้านค้าของตัวเองก็สูญเสียไปทั้งหมด […]

จิตวิทยาหมู่ หลอกขายคอร์สเสริมความงาม สูญเงินกว่าครึ่งแสน

กลโกงของสถาบันเสริมความงาม ที่พยายามยัดเยียดให้ลูกค้าซื้อคอร์สหวังเพิ่มยอดขาด คุณพิม หนึ่งในผู้เสียหาย เล่าถึงกรณีที่ตนเจอมากับตัวว่า โดยเริ่มต้นจากการถูกสถาบันเสริมความงามแห่งหนึ่งหลอกล่อให้เล่นเกมส์ สอบถามเลขบัตรเครดิตว่ามีตัวลขที่กำหนดหรือไม่หากมีก็จะถือว่าเป็นผู้โชคดี โดยคุณพิมได้รับ Gift Voucher ในราคา 1 หมื่นบาท จากนั้นจึงพาไปลงทะเบียนอ้างว่าเป็นการกรอกเอกสารเพื่อรับของรางวัล และมีพนักงานของสถาบันมาพูดจาเชิญชวนแกมบังคับให้ซื้อคอร์สเสริมความงามเพิ่มเติม เมื่อขอบอกว่าขอโทรศัพท์ปรึกษาที่บ้านก่อนได้ไหมก็ไม่ยินยอม ดึงโทรศัพท์และกระเป๋าอ้างว่าจะเอาไปเก็บให้ พยายามทำทุกวิถีทางเพื่อให้ผู้เสียหายยอมเซ็นซื้อคอร์ส จนสุดท้ายแทนที่จะได้ของฟรี กลับต้องเสียเงินเสริมความงามไปกว่า 5 หมื่นบาท ซึ่งหลังจากทำครั้งแรกกลับมาที่บ้านเกิดอาการแพ้ บวมแดง เดินตรวจสอบในสถาบันเสริมความงาม ก็พบว่าหน้าร้านไม่มีการแสดงใบประกอบวิชาชีพ ต่างจากสถาบันเสริมความงามอื่นๆ เกิดความไม่มั่นใจ จึงติดต่อไปยกเลิกคอร์สและขอเงินคืนในส่วนที่ยังไม่ได้ทำ แต่กลับโดนผู้จัดการร้านโทรมาต่อว่า ต่อมาเดินทางไปเพื่อเอาเอกสารคืน ก็โดนผู้จัดการร้านต่อว่าด้วยถ้อยคำหยาบคาย ทั้งนี้คุณพิมได้ไปแจ้งความกับผู้จัดการร้านคนดังกล่าวในข้อหาหมื่นประมาท และมีการแจ้งสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค (สคบ.) ซึ่งได้มีการนัดไกล่เกลี่ยกันเรียบร้อย ทางสถาบันฯ ตกลงกันว่าจะคืนเงินให้จำนวน 45,000 บาท และให้ไปถอนแจ้งความ ต่อมากลับแจ้งว่าเป็นความผิดของเซล ทางสถาบันฯ จะชดใช้ให้ 26,000 บาท อีก 19,000 บาท ให้ไปเรียกร้องกับกับเซลคนดังกล่าว โดยคุณพิมไม่ใช่ผู้เสียรายแรก มีผู้เสียหายอีกหลายรายและบางรายสูญเงินถึงหลักแสนบาท ทนายตั้ม ษิทรา เบี้ยบังเกิด เลขาธิการมูลนิธิทีมงานทนายประชาชนฯ ให้ความเห็นในกรณีนี้ว่า […]

ชาวจรัญฯ ร้อง สร้างรถไฟฟ้าทำบ้านทรุด-แตกร้าว ไม่มีการเยียวยา

ชาวบ้านในซอยจรัญสนิทวงศ์ 34/1 และ 34/2 ได้ร้องเรียนผ่านทางรายการ คลายทุกข์ชาวบ้าน ว่าได้รับความเดือดร้อนจากการก่อสร้างรถไฟฟ้าสายสีน้ำเงิน ตั้งแต่ช่วงต้นปีพ.ศ. 2559 ทำให้บ้านเรือนทรุดตัว แตกร้าว อีกทั้งยังมีปัญหาฝุ่นละอองจากการก่อสร้าง ทุกครั้งที่มีการตอกแผ่นเหล็กชีทไพล์ จะมีแรงสั่นสั่นเทือนอย่างมาก ทำให้บ้านร้าว ประตูปิดไม่สนิท นอกจากนี้ทางเท้ายังเดินไม่สะดวกเพราะการวางตอม่อ ผู้รับเหมานำรถมากจอดบนทางเท้า อีกทั้งอุปกรณ์ก่อสร้างต่างๆ ทำให้ประชาชนต้องลงไปเดินบนพื้นถนนเสี่ยงต่อการถูกรถเฉี่ยวชนอีกด้วย เมื่อร้องเรียนปัญหาไปก็ไม่มีความคืบหน้า บ้างก็ถูกแจ้งกลับมาว่าให้รอการสร้างแล้วเสร็จก่อน หรือรอให้เสียหายหนักจริงจังค่อยมาแจ้งทีเดียว ตอนนี้ชาวบ้านเดือดร้อน อยากให้หน่วยงานที่เกี่ยวจ้องเข้ามาช่วยเหลือเยียวยาเบื้องต้นก่อน ชมรายการคลายทุกข์ชาวบ้าน ได้ทุกวันจันทร์-ศุกร์ เวลา 14.15 น. ช่องอมรินทร์ทีวี 34

รถถูกชน แต่ตำรวจให้เป็นฝ่ายผิด ต้องจ่ายค่าเสียหายกว่า 3 แสน

ผู้เสียหายรายหนึ่ง ขับรถมาอยู่ดีๆ แต่ถูกชนจนทำให้รถตัวเองพุ่งข้ามเลนไปชนกับรถอีกคันหนึ่ง และถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจบังคับให้ยอมรับสารภาพเป็นผู้กระทำผิด ต้องเสียเงินให้คู่กรณีถึง 3 แสนบาท ส่วนคันต้นเหตุหนีหายไปไม่มีการติดตาม ในวันเกิดเหตุ เป็นช่วงเวลาประมาณ 20.00 น. ยศพลกำลังขับรถอยู่บนถนนขนาด 3 เลนด้วยความเร็วประมาณ 70 กม.ต่อชม. ในเลนกลาง ก่อนถูกกระบะคันหนึ่งขับเบียดทำให้รถเสียหลักพุ่งไปถนนอีกฝากและชนกับรถคันอื่น ทางฝั่งของยศพลได้รับบาดเจ็บแขนและซี่โครงหัก เพื่อนที่นั่งมาด้วยขาหัก โชคดีที่รถอีกคันที่ถูกชนไม่ได้มีผู้บาดเจ็บแต่อย่างใด แต่กระบะที่ขับเบียดรถของยศพลจนเกิดอุบัติเหตุก็ไม่ได้ลงมาตรวจสอบและขับหนีไป เมื่อตำรวจมาสอบสวน ทางยศพลก็ได้แจ้งไปว่ารถของตนถูกชนก่อน อยากให้ตามเรื่องให้ แต่ตำรวจก็ไม่ได้ติดตามเรื่อง เมื่อส่งหลักฐานเป็นภาพกล้องวงจรปิดขณะเกิดเหตุ ก็ยังได้รับคำยืนยันว่าฝั่งตนเป็นฝ่ายผิดต้องมีการชดใช้ให้คู่กรณี 3 แสนบาท นอกจากนี้ระหว่างรอดำเนินคดียังมีกลุ่มคนอ้างว่าเป็นตำรวจมาบุกรุกที่บ้าน บอกว่ามีหมายจับ แต่เมื่อไปตรวจสอบที่ศาลก็พบว่าไม่ได้มีหมายจับอยู่จริง ไปแจ้งความในข้อหาบุกรุกแต่ตำรวจก็ไม่รับดำเนินคดีจริงจัง ทนายเกิดผล แก้วเกิด ให้แนวทางในกรณีนี้ว่า ให้ผู้เสียหายไปยื่นคำร้องต่อพนักงานอัยการ ให้มีการสอบสวนพยานแวดล้อมเพิ่มเติม และยื่นคลิปวิดีโอเป็นหลักฐานพร้อมระบุว่าเคยมอบให้พนักงานสอบสวนไปแล้ว เพื่อให้ตรวจสอบว่ารถถูกชนจึงทำให้พุ่งไปชนรถคันอื่นและเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเป็นเหตุสุดวิสัยจริง และในส่วนที่มีตำรวจบุกรุกเข้าบ้าน ให้ไปแจ้งความอีกครั้งระบุให้ชัดเจนว่าเป็นการแจ้งความเพื่อดำเนินคดีให้ถึงที่สุด ถ้าตำรวจไม่รับดำเนินคดีให้เก็บภาพหรือวิดีโอเป็นหลักฐานไว้และนำไปร้องเรียนที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ

ชาวบ้านชุมชนซอยคุ้มเกล้า 62 ขอร้องเรียน ถนนพัง 6 ปี ไร้การเหลียวแล

ที่ชุมชนซอยคุ้มเกล้า 62 แขวงลำปลาทิว เขตลาดกระบัง กรุงเทพฯ เดือดร้อนเรื่องถนนชำรุดเสียหาย มายาวนานกว่า 6 ปี ยังไม่ได้รับการแก้ไข ซึ่งถนนดังกล่าวเป็นระยะทางกว่า 800 เมตร มีสภาพเป็นหลุม เป็นบ่อ มีฝุ่นละอองส่งผลกระทบด้านสุขภาพแก่ชาวบ้านในชุมชน และเป็นอันตรายในการขับขี่รถจักรยานยนต์และรถยนต์บนท้องถนน ถนนดังกล่าวแต่เดิมเป็นถนนลาดยาง แต่เมื่อปี พ.ศ. 2554 ที่เกิดน้ำท่วมใหญ่ ทำให้ถนนพังเสียหาย ทางชุมชนได้ร้องเรียนไปยังหน่วยงานนที่เกี่ยวข้อง ได้รับคำสัญญาว่าจะมีงบประมาณเข้ามาแก้ไขให้ แต่ผ่านมาร่วม 6 ปีแล้วก็ยังไม่มีการแก้ไขใดๆ เกิดขึ้น โดยในช่วงปกติถนนดังกล่าวก็จะมีฝุ่นฟุ้งกระจาย เมื่อฝนตกก็จะเป็นโคลนเฉอะแฉะ บางครั้งก็ทำให้เกิดอุบัติเหตุ ทางเขตก็แก้ไขโดนการเอาหินคลุกมาถมให้เป็นครั้งคราว ซึ่งไม่เป็นการแก้ไขที่ยั่งยืน ดั้งเดิมเป็นถนนเส้นนี้เป็นถนนส่วนบุคคล และมีการยกให้เป็นถนนสาธารณะเมื่อประมาณ 30 ปีที่ผ่านมา ซึ่งมีผู้ใช้ถนนเส้นนี้จำนวนมาก นอกจากชาวบ้านในชุมชนจะใช้สัญจรแล้ว ยังมีบุคคลภายนอกเข้ามาใช้ด้วย เพราะถือเป็นเส้นทางลัด จึงอยากให้มีการเข้ามาแก้ไขอย่างจริงจังเพราะมีผู้ได้รับความดือดร้อนจำนวนมาก

‘ด่านลอย’ ทำให้เกิดรถชน-มีผู้บาดเจ็บ ใครรับผิดชอบ?

ทำอย่างไรเมื่อ ด่านลอย หรือด่านตรวจวินัยจราจรของเจ้าหน้าที่ตำรวจที่ไม่มีการตั้งเป็นกิจจะลักษณะ ทำให้เกิดอุบัติเหตุบนท้องถนน จากกรณีนักร้องสาวคนหนึ่งกำลังเดินทางไปเพื่อแสดงที่.พระนครศรีอยุธยา แต่ขับไปพบเจ้าหน้าที่ตำรวจยืนกลางถนนพร้อมโบกรถอยู่ จึงชะลอรถทำให้รถบรรทุกที่ขับมาด้านหลัง ชนเข้ากับที่ท้ายรถและรถของเธอเองก็พุ่งไปชนท้ายรถยนต์คันข้างหน้าอีกทอดหนึ่ง อุบัติเหตุในครั้งนี้ไม่ได้ก่อความเสียหายกับเฉพาะรถยนต์เท่านั้น ยังส่งผลให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บจากแรงกระแทก นอกจากนี้อุปกรณ์การแสดงก็ได้รับความเสียหาย ซึ่งต่างก็ไม่รู้ว่าค่าเสียหายนอกเหนือจากที่ประกันภัยรับผิดชอบใครจะเป็นคนรับไป ทนายตั้ม ษิทรา เบี้ยบังเกิด เลขาธิการมูลนิธิทีมงานทนายประชาชนฯ ให้ความเห็นในกรณีนี้ว่า ต้องดูว่าเหตุการณ์นี้เกิดขึ้นด้วยสาเหตุใด ถ้าเป็นเหตุสุดวิสัยคนขับรถบรรทุกไม่ได้ตั้งใจก็ไม่ต้องรับผิดชอบ แต่ในกรณีนี้รถบรรทุกถูกแจ้งข้อหาในการขับรถแช่ในเลนขวา ซึ่งตามปกติไม่อนุญาตให้รถประเภทนี้ขับจึงถือว่ามีความผิดฐานประมาท ซึ่งในกรณีนี้ผู้เสียหายสามารถเรียกร้องการชดเชยจากประกันภัยหรือนายจ้างของรถบรรทุกได้ ในส่วนของเจ้าหน้าที่ตำรวจนั้น หากตัดสินว่ามีความผิดจะมีความผิดในฐานปฏิบัติหน้าที่ด้วยความประมาทจนเกิดความเสียหาย และในกรณีนี้มีผู้บาดเจ็บทำให้เป็นคดีอาญาความผิดลหุโทษ จำคุกไม่เกิน 1 เดือน ปรับไม่เกิน 1,000 บาท เนื่องจากในการตั้งด่านจราจรมีระเบียบว่าต้องตั้งให้เป็นกิจจะลักษณะ สังเกตเห็นได้ง่ายจากระยะไกล ทั้งนี้ผู้เสียหายสามารถเรียกร้องค่ารักษาพยาบาล ค่าเสียหายจากการขาดงานได้เต็มจำนวน ชมรายการคลายทุกข์ชาวบ้าน ได้ทุกวันจันทร์-ศุกร์ เวลา 14.15 น. ช่องอมรินทร์ทีวี 34

เตือนภัย! มิจฉาชีพหลอกทำวีซ่า ดำเนินเรื่องไม่แล้วเสร็จ แถมสูญเงิน

เตือนภัย สำหรับผู้ที่จะเดินทางไปต่างประเทศ จากผู้เสียหายสาวรายหนึ่งที่ต้องการจะเดินทางไปประเทศจีน และด้วยความไว้ใจในตัวมิจฉาชีพเนื่องจากเคยติดต่อจ้างดำเนินเรื่องให้และได้วีซ่าจริง โดยเป็นการจ้างให้นำเอกสารไปดำเนินเรื่องที่สถานทูตให้ แต่ในครั้งนี้กลับว่าเกิดปัญหาล่าช้า อ้างว่ายื่นเอกสารไม่ตรงเวลากำหนด และมีการขอค่าใช้จ่ายเพิ่มเรื่อยๆ แต่สุดท้ายก็ไม่แล้วเสร็จ สูญเงินไปกว่า 11,000 บาท ผู้เสียหายจึงขอเงินและเอกสารคืน แต่ได้เพียงเอกสาร ไม่ได้เงินคืน ต่อมาพยายามติดต่อมิจฉาชีพรายนี้เพื่อขอเงินคืนอยู่เรื่อยๆ ก็ติดต่อไม่ได้ เมื่อตรวจสอบกับทางสถานทูตพบว่าบุคคลรายนี้โดนแบนไม่ให้เป็นคนกลางติดต่องานกับสถานทูตนานแล้ว แต่พบว่ายังคงรับงานติดต่อดำเนินการขอวีซ่าอยู่อย่างต่อเนื่อง และมีผู้เสียหายที่ถูกหลอกในลักษณะเดียวกันอีกจำนวนหนึ่ง จึงได้ไปแจ้งความไว้ที่สน.ประตูน้ำจุฬาลงกรณ์ แต่ตำรวจบอกว่ากรณีเช่นนี้เป็นคดีแพ่ง ทำได้แค่ลงบันทึกประจำวันเป็นหลักฐานเท่านั้น ทนายรณณรงค์ แก้วเพ็ชร์ ให้ความเห็นในกรณีนี้ว่า หากจะดูว่าคดีนี้จะเข้าข่ายความผิดฐานฉ้อโกงตามกฎหมายอาญามาตรา 341 หรือไม่ ขึ้นอยู่กับว่าคนร้ายตั้งใจจะโกงมาตั้งแต่ต้นหรือเป็นเหตุสุดวิสัย ซึ่งถ้าเป็นกรณีไม่ตั้งใจก็จะเป็นแค่ความผิดทางแพ่งในกรณีผิดสัญญาที่ตกลงกันไว้ ผู้เสียหายจึงต้องไปแจ้งความกับเจ้าหน้าที่ตำรวจอีกครั้ง พร้อมให้ข้อมูลว่ามิจฉาชีพรายดังกล่าวรับจ้างดำเนินเรื่องขอวีซ่า ทั้งๆ ที่โดนแบนจากสถานทูต และนำหลักฐานว่ามีผู้ถูกหลอกในลักษณะเดียวกันไปด้วย เพื่อให้เจ้าหน้าที่ตำรวจดำเนินคดีและออกหลายเรียกมาสอบสวน ชมรายการคลายทุกข์ชาวบ้าน ได้ทุกวันจันทร์-ศุกร์ เวลา 14.15 น. ช่องอมรินทร์ทีวี 34

ทหารหนุ่มพ้นคุก! ทนายดัง “ษิทรา” ชี้ปมพิรุธคดีซุกยาจนศาลยกฟ้อง เจ้าตัวขอบวชล้างซวย (คลิป)

วันที่ 23 มกราคม 2561 รายการคลายทุกข์ชาวบ้าน ออกอากาศเวลา 14.15 -​15.00 น. ได้เดินทางลงพื้นที่ไปที่ศาลจังหวัดพระนครศรีอยุธยา เพื่อนำเสนอเรื่องราวของ พ.จ.อ.อภิชาติ ขำศรี ทหารในสังกัดกองพันทหารสารวัตรทหารอากาศ กรมทหารสารวัตรทหารอากาศ สำนักงานผู้บังคับทหารอากาศดอนเมือง และพวกอีก 3 คน ที่ถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจจับกุมตัว ขณะมาทำบุญที่วัดใน จ.พระนครศรีอยุธยา โดยตำรวจตรวจค้นพบยาไอซ์ จำนวนกว่า 30 กรัม ซุกซ่อนอยู่ภายในรถยนต์ส่วนตัวของ พ.จ.อ.อภิชาติ ตรงเบาะรถด้านคนขับ เจ้าตัวยืนยันว่า ยาเสพติดไม่ใช่ของตน โดยก่อนหน้านี้ พ.จ.อ.อภิชาติ ได้ทำงานเสริมเป็นการ์ดให้กับเสี่ยรายหนึ่ง ประมาณ 4-5 เดือน แล้วลาออก เพราะทราบว่า เสี่ยคนดังกล่าวทำธุรกิจเกี่ยวกับสิ่งผิดกฎหมาย หลังจากนั้นในวันที่ 23 มี.ค. 60 เวลา 23.00 น. เสี่ยคนดังกล่าวพร้อมพวก ได้เดินทางมาตามหา พ.จ.อ.อภิชาติ ที่บ้านใน จ.สิงห์บุรี แต่ไม่พบ จึงข่มขู่ว่าจะทำให้ พ.จ.อ.อภิชาติ หมดอนาคต […]

ชาวบ้านถูกตัด ‘น้ำประปา’ กระทันหัน เดือดร้อนหนักทั้งตำบล

ที่ต.คลองด่าน อ.บางบ่อ จ.สมุทรปราการ ชาวบ้านทั้งตำบล กว่า 120 หลังคาเรือนต้องเดือดร้อนไม่มีน้ำประปาใช้ ต้องใช้น้ำคลองและซื้อน้ำดื่มน้ำใช้ โดยน้ำคลองก็ไม่ค่อยสะอาด มีกลิ่นเหม็น เมื่อใช้ก็มีอาการคันตามตัว เด็กเล็กๆ ต้องซื้อน้ำมาอาบให้ สูญเงินค่าน้ำเป็นจำนวนมาก ที่หมู่บ้านมีระบบท่อประปา ก่อนหน้านี้ใช้น้ำประปาที่บริหารจัดการโดยเอกชน ในราคาหน่วยละ 30 บาท ซึ่งน้ำก็ไหลบ้างไม่ไหวบ้าง ต่อมาเอกชนอ้างว่าขาดทุน มีการขอค่าส่วนต่าง 100 บาท ค่าบริการอีก 20 บาท ต่อมาขอเก็บ 350 บาท ชาวบ้านก็ต้องยอมจ่ายเพราะไม่มีตัวเลือกอื่น หมดค่าน้ำประปาต่อเดือนนับพันบาท จนล่าสุดระบบน้ำประปาก็ตัดไปอย่างถาวร ชาวบ้านขาดน้ำสะอาดใช้มาร่วมเดือน อยากให้หน่วยงานรัฐเข้ามาช่วยเหลือ นายณรงค์เดช วงศ์ประเสริฐ รองนายก อบต. คลองด่าน กล่าวถึงกรณีนี้ว่า เป็นปัญหาเรื้อรังมายาวนาน โดยระบบน้ำประปาของตำบลบริหารจัดการโดยเอกชน ต่อมาท่อประปามีการรั่วไหลทำให้ขาดทุนจึงหยุดการให้บริการกระทันหัน เบื้องต้นอบต. ได้มีการแก้ไขโดยการใช้รถดับเพลิง ดันน้ำใส่ท่อประปาดังกล่าวเพื่อให้ประชาชนมีน้ำใช้ในช่วงดำเนินการไปก่อน ซึ่งหากจะให้การประปานครหลวงเข้าถึงตำบลดังกล่าว ต้องมีการทำทางเท้าเพื่อวางท่อและให้เจ้าหน้าที่เข้าไปจดมิเตอร์ได้ ซึ่งวิธีแก้ปัญหาที่เร็วที่สุด ณ ขณะนี้ต้องมีการตั้งคณะกรรมการ และขอใช้มิเตอร์ในฐานะอบต. และช่วยกันหารค่าใช้จ่าย คาดว่าชาวบ้านจะมีน้ำประปาใช้ในเร็วๆ นี้

เตือนภัย กลโกงตัวแทนประกันชีวิต! เมื่อกรมธรรม์ที่ได้ ไม่ตรงตามที่ตกลง

เรื่องราวเตือนภัยเมื่อครอบครัวหนึ่งทำประกันชีวิต หวังทิ้งไว้ให้ลูกหลานใช้ยามแก่เฒ่า แต่เงื่อนไขกลับไม่เป็นไปตามกรมธรรม์ โดยคุณอภิชัย ผู้เสียหาย เคยทำประกันชีวิตกับนายหน้าประกันคนนี้ซึ่งเป็นผู้มีอำนาจ ระดับผู้บริหารบริษัทในจ.ราชบุรี ไปกว่า 5 เล่ม จึงรู้สึกไว้ใจโดยไม่คิดว่าจะถูกหลอกลวง อภิชัยได้ทำประกันเล่มที่ 6 กับนายหน้าประกันคนเดิม ในปี พ.ศ. 2557 ตกลงกันว่าจะทำกรมธรรม์ จ่ายเบี้ยประกันเป็นเวลา 10 ปี เป็นเงิน 247,000 บาทต่อปี จะได้คืนในปีที่ 20 โดยลืมขอสมุดกรมธรรม์ไปแต่มีการส่งเบี้ยประกันตามปกติ จนกระทั่งเมื่อปี 60 เพิ่งนึกได้ว่ายังไม่ได้สมุดกรมธรรม์ จึงทวงถามไปและขอสมุดกรมธรรม์กับนายหน้าประกันคนดังกล่าว แต่เมื่อตรวจสอบกลับพบว่าเงื่อนไขกรมธรรม์ไม่ตรงกับที่เคยตกลงกันไว้ พบว่าเงื่อนไขคือต้องจ่ายเบี้ยประกัน 20 ปี และจะได้รับเงินคืนปีที่ 99 หรือเสียชีวิต นอกจากนี้ยังไม่ได้รับเงินปันผลอีกด้วย นอกจากนี้ตรวจสอบพบว่าสมุดกรรมธรรม์เล่มดังกล่าว มีการเซ็นต์รับเล่มกรมธรรม์เรียบร้อยเป็นลายเซ็นต์ของอภิชัยเอง มีพยานเซ็นต์รับทราบ แต่อภิชัยไม่เคยเซ็นต์รับสมุดกรมธรรม์เล่มนี้มาก่อน ลายเซ็นต์นั้นจึงเป็นลายเซ็นต์ปลอม และในวันที่รับสมุดอภิชัยก็อยู่ที่ประเทศจีน มีหลักฐานการเข้าออกประเทศชัดเจน ไม่ได้อยู่ที่ประเทศไทยแต่อย่างใด ทั้งนี้ทางอภิชัย ผู้เสียหายได้ไปแจ้งที่สภ.บ้านโป่ง ตั้งแต่เดือนก.ค. 60 มีการส่งลายเซ็นต์ดังกล่าวไปตรวจพิสูจน์ และมีการยืนยันว่าเป็นการปลอมลายเซ็นต์จริง และเมื่อได้ไปเวนคืนเล่มประกันอื่นๆ ที่เคยทำกับนายหน้าประกันภัยรายนี้ […]

ชาวบ้านทั้งตำบล ต้องทนดมฝุ่นโรงงานนับ 10 ปี ร้องเรียนไปไร้การแก้ไข

ที่อ.นครหลวง จ.พระนครศรีอยุธยา มีตำบลหนึ่ง ที่ชาวบ้านเกือบทั้งตำบลต้องประสบกับปัญหาฝุ่นฟุ้งกระจายจากโรงงาน ต้องอดทนมายาวนานกว่าหลายสิบปี ร้องเรียนไปหน่วยงานไหนเรื่องก็ยังเงียบ ไม่ได้รับการแก้ไข ในบริเวณดังกล่าวเป็นท่าเรือสินค้า มีโรงงานตั้งอยู่เป็นจำนวนมาก เช่นโรงแร่ โรงงานแป้งมัน ทำให้ในการขนย้ายสินค้าแต่ละครั้งมีฝุ่นฟุ้งกระจายไปทั่วบริเวณ สร้างความเดือดร้อนให้ชาวบ้านทั้งตำบล มีปัญหาฝุ่นเกาะตามบ้าน รถและทรัพย์สินต่างๆ ต้องคอยปัดกวาด ปิดถังเก็บน้ำดื่มน้ำใช้ เวลาตากผ้าก็ต้องรีบเก็บ พืชที่ปลูกไว้ก็ได้รับผลกระทบ รวมไปถึงสุขภาพของชาวบ้านที่เมื่อสูดดมเอาฝุ่นเหล่านี้เข้าไปเรื่อยๆ ก็สะสมในร่างกาย จนมีบางคนป่วยเป็นโรคทางเดินหายใจต่างๆ เช่น โรคหอบหืด ที่ผ่านมาได้ไปร้องเรียนทั้งนายอำเภอ อบต. สำนักงานอุตสาหกรรมจังหวัด เคยมีเจ้าหน้าที่ลงมาสำรวจและสอบถาม แต่โรงงานก็ชี้แจงว่าได้ปรับปรุงแล้วและเรื่องก็เงียบไปทุกครั้ง แต่เมื่อสังเกตดูในการลงสินค้าแต่ละครั้งของโรงงานก็ยังไม่มีการคลุมผ้าหรือทำกระบวนการใดๆ เพื่อป้องกันฝุ่นละอองไม่ให้ฟุ้งกระจายออกไปยังชุมชน ทำให้ปัญหายังคงเรื้อรังเรื่อยมา นายพิรุณ วิมลอักษร นายอำเภอนครหลวง จ.พระนครศรีอยุธยา ชี้แจงในกรณีนี้ว่า ปัญหานี้เรื้อรังมาเป็นเวลานาน ก่อนหน้านี้มีการเชิญทุกภาคส่วนมาเพื่อประชุมหาทางแก้ไข และได้มีประสานทางเขตพื้นที่อ.บางปะหัน ซึ่งเป็นที่ตั้งโรงงานให้ทำการแก้ไขแล้ว แต่ทั้งนี้ก็ต้องขึ้นอยู่กับการดูแลเอาใจใส่ของผู้ประกอบการด้วย ทนายตั้ม ษิทรา เบี้ยบังเกิด เลขาธิการมูลนิธิทีมงานทนายประชาชนฯ ให้ความเห็นในกรณีนี้ว่า ชาวบ้านผู้ได้รับความเดือดร้อนควรรวมตัวกันให้เป็นกลุ่มใหญ่ และมีการจัดตั้งตัวแทนที่จะทำหน้าที่ในการตามเรื่องร้องเรียน และติดตามการแก้ไขปัญหาอย่างใกล้ชิดและต่อเนื่อง เพื่อให้การแก้ไขให้คืบหน้า ชมรายการคลายทุกข์ชาวบ้าน ได้ทุกวันจันทร์-ศุกร์ เวลา 14.15 น. ช่องอมรินทร์ทีวี 34

น้ำท่วมสูงจนมิดหัว บ้านพัง-อาชีพหาย ได้เงินชดเชย 120 บาท

ที่อ.ป่าโมก จ.อ่างทอง เกิดน้ำท่วมซ้ำซากเกือบทุกปี ท่วมครั้งหนึ่งนานหลายเดือน ชาวบ้านต้องอยู่กันตามมีตามเกิดเพราะย้ายไปที่ไหนก็ไม่ได้ ซ้ำร้าย หลังน้ำลดมีหน่วยงานเข้ามาช่วยเหลือชดเชย กลับได้รับการประเมินความเสียหายไม่คุ้มกับที่สูญเสียไป สอบถามบ้านที่ติดกับลำคลอง ทราบว่าเมื่อเกิดน้ำท่วม ระดับน้ำขึ้นสูงกว่า 2 เมตร ส่งผลทำให้ข้าวของในบ้านของชาวบ้านพังเสียหาย เสาบ้าน บันไดแตกร้าว บางหลังก็เกิดดินทรุดตัว ในการชดเชยค่าเสียหายหน่วยงานที่รับผิดชอบไม่เคยมาประเมินความเสียหายด้วยตนเอง แต่อาศัยให้ชาวบ้านถ่ายภาพส่งไปให้ ซึ่งส่วนมากได้เงินชดเชยไม่สมกับความเสียหายที่เกิดขึ้น บางหลังก็ได้เพียง 120 บาท บางหลังก็ไม่ได้เลย นอกจากนี้ยังได้รับเงินชดเชยที่ล่าช้าอีกด้วย ทนายเจมส์ นิติธร แก้วโต ให้ความเห็นในกรณีนี้กว่า น่าจะเปลี่ยนวิธีการประเมินความเสียหายใหม่ โดยอาจให้เงินเยียวยาเบื้องต้นก่อน และให้เจ้าหน้าที่ลงไปตรวจสอบดูความเสียหายในพื้นที่จริง นอกจากความเสียหายของบ้าน ควรประเมินความเสียหายด้านผลผลิตทางการเกษตร และความเสียหายทางจิตใจของชาวบ้านด้วย แนะนำวิธีการเขียนคำร้องที่ถูกต้อง วิธีการเขียนบรรยายความเสียหายให้แก่ชาวบ้านว่าควรเขียนคำร้องอย่างไรให้ได้รับการเยียวยาที่ถูกต้อง เหมาะสม จากการสอบถามนายอำเภอป่าโมก ชี้แจงว่า มีครัวเรือนประสบกับอุทกภัยทั้งหมด 628 ครัวเรือน และทางราชการจะชดเชยตามความเสียหายจริง ซึ่งจะไม่เกินหลังละ 33,000 บาท แต่หลังจากการตรวจสอบพบว่าชาวบ้านได้รับการประเมินความเสียหายที่น้อยเกินควร จึงได้มีสั่งให้ทบทวนการประเมินและกำชับให้คณะกรรมการลงไปดูความเสียหายด้วยตัวเองแล้ว คาดว่าบ้านเรือนทุกหลังจะได้เงินชดเชยที่เป็นธรรม ติดตามชมรายการคลายทุกข์ชาวบ้าน ได้ทุกวันจันทร์-ศุกร์ เวลา 14.15 น. ช่องอมรินทร์ทีวี […]

อุทาหรณ์ ถูกอ้างชื่อจนกลายเป็นคนมีคดีติดตัว สมัครงานที่ไหนไม่มีใครรับ

หญิงสาวคนหนึ่งชื่อว่า โสภา ไปสมัครงานที่ไหนก็ไม่มีคนรับ ต่อมามีใบคุมประพฤติส่งมาที่บ้าน จึงทราบว่าเป็นเพราะตนเองมีคดีติดตัวอยู่ตั้งแต่ปี พ.ศ.2555 เป็นชื่อของตัวเองและเพื่อนเก่าคนหนึ่ง จึงไปสอบถามที่กรมคุมประพฤติ เจ้าหน้าที่แจ้งว่าเธอมีความผิดในข้อหายาเสพติด ทั้งๆ ที่ไม่เคยทัผิดมาก่อน จึงได้ชี้แจงและเจ้าหน้าที่บอกว่าเดี๋ยวทำหนังสือแจ้งต่อศาลให้ ต่อมาในเดือน พ.ย. 60 โสภาได้ไปยื่นเรื่องเพื่อขอทำหนังสือเดินทางจึงพบว่าตนยังมีประวัติติดตัวอยู่ จึงได้พยายามติดต่อกับเพื่อนเก่าที่อยู่ในหมายคุมประพฤติ และเพื่อนก็ยอมรับว่าได้แอบอ้างใช้ชื่อของเธอตอนที่ถูกจับในคดียาเสพติด เพราะคิดว่าจะช่วยให้รอดคดีเพราะตนเองถูกจับมาหลายครั้งแล้ว ซ้ำร้ายยังถูกนายประกันหลอกว่าจะลบประวัติให้ โดยเรียกเงิน 20,000 บาท แต่ก็ไม่ได้มีการช่วยเหลือจริง ทนายตั้ม ษิทรา เบี้ยบังเกิด เลขาธิการมูลนิธิทีมงานทนายประชาชนฯ ให้ความเห็นว่า เรื่องนี้ถือว่าพนักงานสอบสวนทำงานบกพร่อง เพราะไม่มีการตรวจสอบคนผิดให้ดี ตรวจสอบเอกสารพบว่าเพื่อนที่แอบอ้างมีคดียาเสพติดติดตัวอยู่แล้ว 3 คดี และในคดีที่ 4 เป็นชื่อของตัวเองและเขียนต่อท้ายว่า หรือ โสภา เหมือนกับว่าทั้ง 2 คนเป็นคนคนเดียวกัน (อ่านเพิ่มเติม “สาวบริสุทธิ์” กลับต้องคดี ทนายดัง ฉะตร.พลาดเชื่อโจรใส่ชื่อผิด ชีวิตล่ม ไร้คนให้งานทำ ) ในส่วนของนายประกันให้รีบนำเงินมาคืนไม่เช่นนั้นจะมีการดำเนินคดี เพราะมีหลักฐานการติดต่อและตกลงกันในเรื่องการลบประวัติอย่างชัดเจน สำหรับประชาชนทั่วไปหากเกิดกรณีเช่นนี้กับตนเอง แนะนำให้เข้าติดต่อขอความช่วยเหลือที่สำนักงานยุติธรรมจังหวัดเพื่อป้องกันการโดนนายประกันหลอกลวง โดยทางสำนักงานยุติธรรมจังหวัดจะให้คำปรึกษาและจัดหาทนายความให้ ติดตามชมรายการคลายทุกข์ชาวบ้าน ได้ทุกวันจันทร์-ศุกร์ เวลา […]

พ่อหอบลูกตามหาแม่ หลังหายตัวไร้ร่องรอย ไม่ชัดว่าถูกล่อลวงหรือหนีตามชาย

พ่อและลูกออกมาร้องทุกข์ ตามหาภรรยาที่หายตัวไปอย่างไร้ร่องรอย ตั้งแต่ช่วงเช้าวันที่ 15 ธ.ค. 60 ระหว่างที่ไปส่งลูกสาวไปโรงเรียนและไม่ได้กลับมาอีกเลย ติดต่อก็ไม่ได้ เพราะไม่ได้เอาโทรศัพท์ติดตัวไปด้วย สอบถามญาติพี่น้องก็ไม่มีใครรู้ ปกติภรรยาไม่เคยหายตัวไปไหน ครอบครัวก็อบอุ่นดี ที่เป็นห่วงเนื่องจากวันที่ภรรยาหายตัวไป ได้ใส่สร้อยทองคำไปด้วย เกรงว่าจะเป็นอันตราย แต่ในขณะเดียวกันก็ห่วงว่าภรรยาจะหนีหรือโดนล่อลวงไป เพราะเมื่อตรวจสอบในเฟซบุ๊กมีชายเข้ามาตีสนิท เป็นวินมอเตอร์ไซค์ในพื้นที่ ถึงแม้คุยกันปกติไม่ได้มีลักษณะชู้สาว เพราะเมื่อไปตรวจสอบสถานที่ทำงานของชายคนดังกล่าวพบว่าได้หายตัวไปเช่นกัน ไปแจ้งความและร้องทุกข์หลายหน่วยงาน ก็คดีก็ยังไม่คืบหน้า ทนายสงกานต์ อัจฉริยะทรัพย์ ประธานเครือข่ายต่อต้านการบ่อนทำลาย ชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ ได้ให้แนวทางการในกรณีนี้ว่า สันนิษฐานไว้ 2 กรณีคือ หนีตามชายคนที่เข้ามาตีสนิท ซึ่งในกรณีนี้ก็ควรกลับมาชี้แจงกับฝ่ายสามีและลูกให้ชัดเจน หรือกรณีที่ 2 คือถูกล่อลวงไป ซึ่งอาจเกิดอันตรายต่อตัวผู้ที่หายตัวไปได้ ชายต้องสงสัยมีอาชีพเป็นวินมอเตอร์ไซค์รับจ้าง ตำรวจย่อมมีข้อมูลของชายคนนี้อย่างชัดเจน หากเจ้าหน้าที่ตำรวจดำเนินคดีอย่างจริงจังก็ตามจับตัวมาได้ไม่ยาก ติดตามชมรายการคลายทุกข์ชาวบ้าน ได้ทุกวันจันทร์-ศุกร์ เวลา 14.15 น. ช่องอมรินทร์ทีวี 34

แม่ทิ้งลูกน้อยวัย 7 เดือนไว้กับพี่เลี้ยง ก่อนหนีหายไร้ร่องรอย

พี่เลี้ยงเด็กคนหนึ่งเข้ามาร้องเรียน หลังแม่เด็กนำลูกมาฝากเลี้ยงไว้ แต่หนีหายไร้การติดต่อกว่า 7 เดือน โดยเหตุการณ์เริ่มขึ้นในเดือนสิงหาคม 60 สามีภรรยาคู่หนึ่งจ้างตนเป็นพี่เลี้ยงเด็ก 2 คนเป็นลูกชายและลูกสาว โดยให้กินอยู่ที่บ้านของพี่เลี้ยง ให้ค่าจ้างเดือนละ 20,000 บาท ต่อมาในเดือนกันยายน สามีภรรยาคู่นี้เกิดมีปัญหากัน ฝ่ายพ่อมาเอาตัวลูกชายคนโตอายุ 3 ขวบไปเลี้ยงดูเอง เหลือแต่ฝั่งลูกสาวคนเล็กวัย 7 เดือนให้พี่เลี้ยงดูแล ต่อมาในเดือนพฤศจิกายนก็ได้ตกลงหย่ากัน โดยฝ่ายแม่เรียกร้องค่าเลี้ยงดูลูกสาวคนเล็กเป็นเงิน 50,000 บาท นัดเซ็นต์ใบหย่าในวันที่ 7 ธ.ค. 60 ซึ่งหลังจากเซ็นต์เรียบร้อย ฝ่ายสามีอุ้มลูกขึ้นแท็กซี่หนีไป ไม่มอบเงินค่าเลี้ยงดูตามสัญญาให้ ต่อมาในวันที่ 10 ธ.ค. 60 แม่เด็กก็หายตัวไปด้วย ติดต่อไม่ได้ ติดต่อไปทางญาติพี่น้องของฝ่ายแม่ก็ไม่มีใครรับผิดชอบเด็ก ทั้งนี้ได้ไปแจ้งความคนหายแล้ว เพราะไม่ทราบว่าแม่เด็กหายไปเพราะสาเหตุใด มีอันตรายหรือไม่ อยากให้ติดต่อมาคุยก่อน ตนก็รักเด็กคนนี้เหมือนลูกยินดีที่จะช่วยเหลือ และดูแลให้จนกว่าฝ่ายแม่จะพร้อม ทนายสงกานต์ อัจฉริยะทรัพย์ ประธานเครือข่ายต่อต้านการบ่อนทำลาย ชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ ได้ให้แนวทางการในกรณีนี้ว่า ตรวจสอบเอกสารพบว่ามีการบันทึกไว้อย่างชัดเจน ว่าแม่ได้มอบอำนาจให้พี่เลี้ยงเป็นคนดูแลบุตร สามารถดูแลเด็กขณะรอแม่มาติดต่อได้อย่างถูกต้อง […]

สายตำรวจเหลืออด! ถูกหลอกใช้งานไม่ได้ค่าจ้าง แถมชีวิตพัง

สายตำรวจ 2 คนทำงานช่วยตำรวจในคดีสำคัญทางภาคเหนือ โดยให้ใช้รถส่วนตัวไปล่อซื้อเพื่อหวังจะทลายแก๊งโจรกรรมรถ โดยสัญญาว่าจะให้ค่าจ้างเป็นเงิน 20,000 และ 15,000 บาท แต่เมื่อถึงเวลากลับไม่ยอมมอบค่าจ้างให้ รถก็ไม่ได้คืน เมื่อไปทวงถามก็ตอบกลับมาด้วยวาจาที่ไม่ดี และแสดงท่าทีข่มขู่ ท้าให้ไปฟ้องร้อง นอกจากนี้ตำรวจกลุ่มดังกล่าวยังมีพฤติกรรมรีดไถ รับสินบนจากนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติอีกด้วย อยากให้เจ้าหน้าที่ตำรวจออกมารับผิดชอบทั้งในเรื่องของเงินเดือนที่ได้ตกลงกันไว้และค่าชดเชย เพราะขณะที่ดำเนินการเรียกร้องความยุติธรรมก็ทำงานไม่ได้ ทำให้ขาดรายได้ อีกทั้งรถที่ใช้ล่อซื้อก็ติดอยู่ที่โรงจำนำ ตนต้องเป็นผู้ส่งดอก ทนายสงกานต์ อัจฉริยะทรัพย์ ประธานเครือข่ายต่อต้านการบ่อนทำลาย ชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ ได้ให้แนวทางการในกรณีนี้ว่า หากเรื่องราวที่สายตำรวจทั้ง 2 รายนี้เล่าเป็นเรื่องจริง ก็อยากฝากให้ผบ.ตร.ภาค 6 ตรวจสอบว่ามีนายตำรวจชั้นสัญญาบัตรคนใดได้ไปตกลงจ้างสายตำรวจไว้หรือไม่ เพื่อให้ออกมาชี้แจงและรับผิดชอบให้ชัดเจน เพื่อรักษาความน่าเชื่อถือและศักดิ์ศรีของอาชีพ ติดตามชมรายการคลายทุกข์ชาวบ้าน ได้ทุกวันจันทร์-ศุกร์ เวลา 14.15 น. ช่องอมรินทร์ทีวี 34

เด็กช่างตีกันปาระเบิด ผู้บริสุทธิ์ถูกลูกหลงตายฟรี! ครอบครัวไม่ได้รับการเยียวยา

คุณแม่จากจ.พะเยาเข้ามาร้องขอความเป็นธรรมเมื่อ ลูกชายอายุ 26 ที่เป็นเสาหลักของบ้าน ถูกลูกหลงจากกลุ่มเด็กวัยรุ่นทะเลาะกัน โดยการโยนระเบิดขึ้นมาบนรถเมล์ ส่งผลทำให้เสียชีวิต เหตุเกิดมาตั้งแต่ พ.ศ. 2553 เป็นระยะเวลากว่า 7 ปี แต่ยังไม่ได้รับการเยียวยาที่เหมาะสม ยังจับตัวผู้ต้องหาได้ไม่ครบ คนที่จับตัวได้ก็ไม่เคยมาพูดคุยและชดใช้ให้ ต้องเดินทางไปร้องเรียนหน่วยงานต่างๆ มาเป็นจำนวนมาก ทั้งกระทรวงยุติธรรม ศูนย์ดำรงธรรม คอยติดตามคดีด้วยตัวคนเดียว ทุกวันนี้คุณแม่ใช้ชีวิตอย่างไม่มีความสุข ต้องทานยาคลายเครียด ทนายสงกานต์ อัจฉริยะทรัพย์ ประธานเครือข่ายต่อต้านการบ่อนทำลาย ชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ ได้ให้แนวทางการในกรณีนี้ว่า ตอนนี้ผู้ต้องหาคนเดียวที่จับได้ถูกพิพากษาจำคุกตลอดชีวีตไปแล้ว และคุณแม่ต้องได้รับเงินชดเชย 1,180,000 บาท ถือว่ากระบวนการยุติธรรมครบถ้วน แต่ตอนนี้อยู่ในกระบวนการที่ต้องทนายความที่กองทุนยุติธรรมจัดหา ไปสืบว่าจำเลยมีทรัพย์สินเท่าไหร่และยึดมา แต่เนื่องจากจำเลยมีอายุเพียง 19 ปี อาจทำให้ไม่มีทรัพย์สินจึงต้องไปสืบทรัพย์กันต่อ กรณีเช่นนี้พ่อแม่ ผู้ปกครองของจำเลยควรมีความเห็นจำต่อผู้เสียหายด้วย ทั้งนี้คดีอายุความมี 10 ปี ตอนนี้ล่วงมา 7 ปีแล้ว ควรรีบดำเนินการ ติดตามชมรายการคลายทุกข์ชาวบ้าน ได้ทุกวันจันทร์-ศุกร์ เวลา 14.15 น. ช่องอมรินทร์ทีวี 34

ทหารถูกแทงตายในค่าย ผ่านมาร่วมครึ่งปี ต้นสังกัดไร้การชี้แจง

ทหารอากาศสังกัดกองทัพอากาศ ยศจ่าอากาศโท ถูกแทงเสียชีวิตในห้องน้ำเนื่องจากมีปากเสียงกับคู่กรณี ขณะที่หน่วยงานกำลังจัดงานแข่งขันกีฬาตั้งแต่เดือนมิถุนายน 60 คนร้ายถูกจับกุมแต่ทางครอบครัวไม่ทราบรายละเอียดของเหตุการณ์และการดำเนินคดีแม้แต่น้อย ตอนนี้ครอบครัวต้องการความกระจ่าง พี่ชายที่เสียชีวิตไปนั้นเป็นกำลังหลักของครอบครัว และเป็นลูกชายคนเดียว คุณพ่อที่นอนป่วยหนักอยู่ก็ยังไม่ทราบข่าวการเสียชีวิต เหลือเพียงคุณแม่และน้องสาว 2 คนที่ต้องติดตามความคืบหน้าของคดีเพียงลำพัง ทนายสงกานต์ อัจฉริยะทรัพย์ ประธานเครือข่ายต่อต้านการบ่อนทำลาย ชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ ได้ให้แนวทางการในกรณีนี้ว่า อยากให้กองทัพออกมาชี้แจงให้กับครอบครัวว่าการดำเนินคดีกับผู้ต้องหานั้นคืบหน้าถึงไหนแล้ว ดำเนินคดีที่ศาลทหารหรือศาลยุติธรรมตามปกติ และสิทธิที่กองทัพจะชดเชยให้กับทางครอบครัวเนื่องจากผู้เสียชีวิตถูกฆาตกรรมภายในหน่วยของตนเอง ติดตามชมรายการคลายทุกข์ชาวบ้าน ได้ทุกวันจันทร์-ศุกร์ เวลา 14.15 น. ช่องอมรินทร์ทีวี 34

keyboard_arrow_up