จำคุก 6 ปี เจ้าลัทธิชาวเกาหลี หลอกสาวก 400 คน กักขัง-ทรมานในฟิจิ

นางชิน อ๊คจู ผู้นำลัทธิและผู้ก่อตั้งโบสถ์ Grace Road ในประเทศเกาหลีใต้ ถูกตัดสินจำคุก 6 ปี หลังพาสาวกลัทธิจำนวน 400 คน ไปขัง ณ เกาะฟิจิและทรมาน โดยหลอกว่าเป็นสถานที่ปลอดภัยจากสงครามที่กำลังจะเกิดขึ้น ภาวะอดอยาก และภัยธรรมชาติ โดยถูกตั้ง 9 ข้อหา ซึ่งบางส่วนประกอบไปด้วย ข้อหาทำร้ายร่างกาย กักขังหน่วงเหนี่ยว ฉ้อโกง ทำร้ายเด็กและเยาวชน นางชิน อ๊คจู หลอกให้สาวกจ่ายเงินจำนวน 30 ล้านวอน (ราว 770,000 บาท) เพื่อที่จะย้ายไปอยู่ที่ฟิจิ โดยอ้างว่า เป็นเกาะสวรรค์ที่เขียนไว้ในคัมภีร์ไบเบิ้ล และเป็นสถานที่เดียวที่จะรอดพ้นจากกลียุค (The Great Tribulation) เมื่อสาวกเดินทางไปถึงเกาะฟิจิได้ถูกยึดหนังสือเดินทาง และบังคับให้ร่วมพิธีกรรมที่มีการทำร้ายร่างกาย ผู้ที่หลบหนีจะถูกเฆี่ยนและทุบตีต่อหน้าสาวกคนอื่น ๆ โดยนางชิน อ๊คจู ถูกจับกุมในวันที่ 24 ก.ค. 61 ขณะบินกลับมายังกรุงโซล เกาหลีใต้ พร้อมกับผู้ติดตามอีก 3 […]

ศรีลังกายกเลิกเคอร์ฟิวเหตุระเบิด ยอดผู้เสียชีวิตพุ่ง 290 คน-จับผู้ต้องสงสัย 24 ราย

จากกรณีเหตุระเบิดโจมตีโบสต์คริสต์และโรงแรม 8 จุดในระยะเวลาไล่เลี่ยกัน ทั่ว ศรีลังกา รวมถึงในกรุงโคลอมโบ ที่เป็นเมืองหลวงของประเทศ ทำให้มีผู้เสียชีวิตกว่า 290 คน บาดเจ็บกว่า 500 คนนั้น ล่าสุดนายกรัฐมนตรีศรีลังกาเปิดเผยความคืบหน้า เหตุระเบิด 8 จุดในกรุงโคลอมโบ และอีกหลายเมืองในวันอีสเตอร์ โดยระบุว่า ขณะนี้ ยอดผู้เสียชีวิตได้เพิ่มขึ้นเป็น 290 คน ในจำนวนนี้ เป็นชาวต่างชาติอย่างน้อย 35 คน ขณะที่ตัวเลขผู้บาดเจ็บอยู่ที่ 500 คน โดยเมื่อเวลา 6 โมงเช้าที่ผ่านมา ได้ประกาศยกเลิกคำสั่งเคอร์ฟิวที่ห้ามประชาชนออกจากเคหะสถานแล้ว ในขณะนี้ ยังไม่ทราบกลุ่มที่อยู่เบื้องหลังการก่อเหตุดังกล่าว แต่ได้มีการบุกจับกุมผู้ต้องสงสัยแล้ว 24 ราย ขณะนี้ยังอยู่ระหว่างการนำตัวมาสอบปากคำ ขณะเดียวกัน ทางการได้ขอความร่วมมือจากประชาชนให้งดส่งข้อความข่าวลือหรือข่าวปลอมทางโซเชียลมีเดีย เพราะในตอนนี้ มีกระแสข่าวว่าหน่วยงานความมั่นคงรู้ล่วงหน้าแล้วว่าจะมีเหตุโจมตี แต่ไม่สามารถระงับเหตุได้ ซึ่งนายกฯ ยืนยันว่าไม่เป็นความจริง บรรยากาศตามถนนสายต่าง ๆ มีเจ้าหน้าที่ทหารและตำรวจคอยตรวจสอบอย่างเข้มงวด ส่วนที่สนามบิน ประชาชนและนักท่องเที่ยวแห่เดินทางออกนอกประเทศ เนื่องจากกังวลเรื่องความไม่ปลอดภัย ทั้งนี้ ยังไม่มีกลุ่มใดออกมายอมรับว่าอยู่เบื้องหลังโศกนาฏกรรมครั้งนี้ ซึ่งถือเป็นเหตุการณ์ที่เลวร้ายที่สุดของศรีลังกา โดยเกิดขึ้นที่โบสถ์คริสต์ […]

นักบวชโปแลนด์เผา ‘แฮร์รี่ พอตเตอร์’ เหตุส่งเสริมคุณไสยและเวทมนตร์

นักบวชคาทอลิกในเมือง คอสซาลิน ทางตอนเหนือของโปแลนด์ เผาหนังสือที่เกี่ยวข้องกับคุณไสยและเวทมนตร์ ซึ่งหนึ่งในนั้นมี “แฮร์รี่ พอตเตอร์” วรรณกรรมเยาวชนชื่อดังรวมอยู่ด้วย มูลนิธิ SMS From Heaven ได้โพสต์ภาพพิธีกรรมดังกล่าวลงในเพจเฟซบุ๊กของมูลนิธิ ซึ่งมีผู้ติดตาม 22,000 คน เป็นภาพขณะที่นักบวชหอบหนังสือเหล่านี้ออกจากโบสถ์ ก่อนนำมาจุดไฟเผาด้านนอก โดยมีกลุ่มคนจำนวนหนึ่งยืนมองอยู่ หลังจากโพสต์ภาพดังกล่าว มีผู้เข้ามาแสดงความเห็นในเพจเฟซบุ๊กในเชิงต่อว่าและล้อเลียนจำนวนมาก บ้างก็แสดงความเห็นว่า ไม่คยเห็นคนใช้ชื่อของแฮร์รี่ พอตเตอร์ไปก่อเหตุร้ายอย่างข่มขืน ฆ่าหรือลักขโมย บ้างก็เปรียบเทียบกับนาซี ที่เคยเผาหนังสือจำนวนมาก โดยอ้างว่าเป็นเนื่อหาที่เสื่อม แต่แท้จริงแล้วเป็นการทำลายหนังสือที่เขียนจากนักเขียนชาวยิว ซึ่งต่อมานาซีก็ฆ่ากวาดล้างชาวยิวตามแนวคิดการเหยียดเชื้อชาตินี้เช่นกัน ข่าวสารเรื่องราวที่น่าสนใจอื่น ๆ ได้ที่ อมรินทร์ทีวี เอชดี ช่อง 34  

‘โป๊ปฟรานซิส’ ร่วมสวดอำนวยพรการประชุมสุดยอด ‘ทรัมป์-คิม’

สมเด็จพระสันตะปาปาฟรานซิส ประมุขแห่งคริสตจักรโรมันคาทอลิก ทรงประกอบพิธีสวดอำนวยพรให้คิม จองอึน ผู้นำเกาหลีเหนือ และประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐฯ ที่มีกำหนดพบหารือกันในการประชุมสุดยอดที่สิงคโปร์วันที่ 12 มิ.ย. 61 นี้ รายงานข่าวระบุว่า สมเด็จพระสันตะปาปาฟรานซิสทรงเป็นผู้นำในพิธีสวดอำนวยพรที่จัดขึ้นบริเวณจัตุรัสเซนต์ปีเตอร์ ใจกลางนครรัฐวาติกัน โดยพระองค์ระบุว่า การประชุมสุดยอดระหว่างผู้นำเกาหลีเหนือและสหรัฐฯ ในครั้งนี้ เป็นหนทางที่จะนำไปสู่สันติภาพ และเป็นสิ่งที่ผู้คนทั่วโลก รวมถึงคริสตศาสนิกชนต้องร่วมกันส่งแรงใจสนับสนุน โป๊ปฟรานซิสระบุว่า การประชุมสุดยอดระหว่างเกาหลีเหนือกับสหรัฐฯที่จะจัดขึ้นบนเกาะเซ็นโทซ่าของสิงคโปร์ในวันที่ 12 มิถุนายนนี้ อาจเป็น “ความหวังสุดท้าย” ของสันติภาพที่แท้จริงบนคาบสมุทรเกาหลี ดังนั้นชาวคริสต์ทุกคนจึงจำเป็นต้องร่วมกันส่งพลังใจให้เวทีประชุมสุดยอดครั้งนี้ และส่งพลังใจให้กับประชาชนทั้งในเกาหลีเหนือและเกาหลีใต้

ชาวมุสลิมโพสต์แจง อย่าใช้คำว่า RIP กับ สุรินทร์ พิศสุวรรณ เพราะไม่ได้เป็น ‘คริสต์’

จากกรณีการเสียชีวิตของ นายสุรินทร์ พิศสุวรรณ อดีต รมว.ต่างประเทศ และอดีตเลขาธิการอาเซียน ด้วยอาการภาวะหัวใจวายเฉียบพลัน เมื่อวันที่ 30 พฤศจิกายนที่ผ่านมา (อ่านเพิ่มเติมที่ : “สุรินทร์ พิศสุวรรณ” อดีตเลขาธิการอาเซียนถึงแก่กรรม) ล่าสุดในได้มีผู้ใช้เฟซบุ๊กชื่อ Chatchavan Hamzah Alkareme ได้โพสต์ชี้แจงถึงสื่อมวลชนและประชาชนทั่วไปว่า อย่าใช้คำว่า RIP เพื่อแสดงความอาลัยในการจากไปของนายสุรินทร์ พิศสุวรรณ แต่ให้ใช้คำว่า อินนาลิลลาฮ์ วะอินนาอิลัยฮิรอญีอูน แทน เนื่องจากคำว่า RIP ที่ย่อมาจากคำว่า Requiescat In Pace นั้นเป็นคำที่ใช้ในศาสนาคริสต์ แต่นายสุรินทร์ เป็นชาวมุสลิม ซึ่งเป็นกรรมสิทธิ์ของอัลลอฮ์และต้องกลับคืนสู่พระองค์

keyboard_arrow_up