ทึ่งชีวิต ‘ไอ้กำนัน’ ตำนานหมาติดเกาะ หนึ่งเดียวกลางอ่าวขนอม 5 ปีไม่ยอมกลับฝั่ง

นายดนัย อรรฆยพันธ์ ชาวอำเภอท่าศาลา นักตกปลาที่ตระเวนตกปลาในอ่าวไทยหลายจุด เปิดเผยว่า ที่บริเวณเกาะหวังในบริเวณอ่าวแขวงเภา ต.ขนอม อ.ขนอม จ.นครศรีธรรมราช มีสุนัขติดเกาะที่รู้จักกันในชื่อ ไอ้กำนัน ซึ่งเป็นที่รู้จักกันดีของนักตกปลาจะต้องโยนอาหารให้แล้วไอ้กำนันจะว่ายน้ำมารับอาหารพากลับไปกินบนเกาะ นายดนัยได้บันทึกภาพของไอ้กำนัน ไว้ขณะที่ไปตกปลาบริเวณใกล้เคียงกับเกาะหวังใน โดยได้โยนไก่ทอดใส่ถุงแล้วโยนลงไปในทะเล โดยไอ้กำนันจะว่ายน้ำมารับ สาเหตุที่ต้องโยนในทะเลเนื่องจากเรือไม่สามารถเข้าใกล้ได้จากแก่งหินใต้น้ำเสี่ยงที่เรือจะแตกได้ ขณะที่ไอ้กำนันแสดงความแสนรู้ด้วยการว่ายน้ำออกมารับอาหารแล้วว่ายพากลับไปกินบนเกาะ เท่าที่ทราบเดิมมีรีสอร์ทบนเกาะแห่งนี้ แต่พบว่าเจ้าหน้าที่ได้เข้ายึด และรื้อถอนไปปัจจุบันไม่มีคนอาศัย ส่วนสุนัขนั้นพบว่ามีอยู่ราว 4-5 ตัวแต่ไม่มีใครทราบว่าไปติดอยู่บนเกาะได้อย่างไร แต่ละตัวได้ทยอยตายลง จนเหลืออยู่ 2 ตัวที่เป็นที่รู้จักกันดีของนักตกปลาคือไอ้กำนัน และไอ้ผู้ใหญ่ ปัจจุบันนี้เหลือเพียงไอ้กำนันเท่านั้นที่ยังมีชีวิตอยู่ ส่วนไอ้ผู้ใหญ่ตายไปราว 2 ปีก่อน นายดนัย กล่าวอีกว่า เวลานักตกปลาแล่นเรือผ่านบริเวณนี้ หากผ่อนเครื่องยนต์เรือชะลอบริเวณหน้าเกาะไอ้กำนันจะเห่าคล้ายกับเป็นการทักทายและขออาหาร ซึ่งนักตกปลาส่วนใหญ่จะรู้กันจะนำอาหารไปโยนให้แล้วกำนันจะว่ายออกมาพากลับไปกินบนเกาะและหากไม่มีอาหารไอ้กำนันก็จะหากินได้เองบนเกาะซึ่งจะเป็นปลาจากเรืออวน ที่มาติดเกาะทุกวัน บนเกาะมีน้ำจืดอยู่ได้อย่างสบาย ๆ ที่ผ่านมามีคนพยายามที่จะไปพาขึ้นเรือกลับบนฝั่งแต่ไอ้กำนันจะไม่ยอมกระโดดลงทะเลกลับขึ้นไปอาศัยบนเกาะเหมือนเดิม เชิญชวนนักท่องเที่ยวที่นั่งเรือมาเยี่ยมชมโลมาสีชมพูในละแวกเกาะหวังใน หากจะแวะเวียนมาเที่ยวรอบเกาะหวังในมาเยี่ยมไอ้กำนันได้ทุกวันเพราะไอ้กำนันอาจเป็นตำนานหมาติดเกาะตัวเดียวในประเทศไทยที่ยังชีวิตอยู่ก็ว่าได้ ติดตามข่าวสารเรื่องราวที่น่าสนใจอื่น ๆ ได้ที่ อมรินทร์ทีวี เอชดี ช่อง 34 

สาวโพสต์ปาเจโร่หัวร้อน ปาดหน้าเบรกให้ชนท้ายบนทางด่วน

โซเชียลแชร์คลิปจากผู้ใช้เฟซบุ๊ก Fai Come ขณะที่ชายคนหนึ่งขับรถยนต์มิตซูบิชิ ปาเจโร่ ขับปาดหน้ารถยนต์อีกคันหนึ่ง ก่อนลงมาต่อว่าหนุ่มสาวซึ่งเป็นคนขับคู่กรณี ระบุเกิดขึ้นบนทางด่วน ซึ่งพบว่ากล้องได้บันทึกภาพตั้งแต่มีการตั้งใจปาดไปมาจนถึงนาทีชนไว้ โดยเหตุการณ์ภายในคลิปจะเห็นว่า รถมิตซูบิชิ ปาเจโร่ สีดำ ที่ขับอยู่ด้านหน้าพยายามขับปาดไปมา มีการเบรกเป็นระยะบ่อยครั้ง ซึ่งจังหวะหนึ่งรถได้เบรกกะทันหันทำให้รถยนต์คันที่อัดคลิปขับชนอย่างแรง ผู้โพสต์คลิป ระบุอ้างว่า คนสมัยนี้น่ากลัวใจร้อน ขอเปลี่ยนเลนก็หาว่าตัดหน้า ขอโทษแล้วก็ไม่จบ สุดท้ายก็ตามมาเบรกตัดหน้าและชนจนได้ แล้วก็หนี บุคคลอันตราย เจ้าของโพสต์ อ้างอีกว่า เจอกันที่โรงพักแล้ว บอกมีลูกอยู่ในรถจะเอาผิดเราให้ถึงที่สุด มีปืนป่านนี้ยิงทิ้งแล้ว พูดจาแย่มาก ๆ ด่าทุกคำจนตำรวจต้องห้าม อยากถามหน่อยว่าถ้าคุณเป็นพ่อคนมีลูกมีเมียอยู่ในรถแต่อารมณ์การขับรถแย่ขนาดนี้ คุณยังมาโทษว่าเราขับรถชนทำให้ลูกคุณเจ็บ จริงหรอ สอบถามเจ้าของคลิป ระบุว่า หลังจากชนก็รอแต่เจ้าของปาเจโร่ไม่ลงมาคุยอะไรเลย ทางตนได้ลงไปดูรถ แต่ไม่กล้าเดินไปหาคู่กรณีเพราะกลัว สักพักเขาก็ออกรถไปไม่บอกอะไรเลย แต่ตนกับแฟนต้องรอรถลากเพราะขับไปไม่ได้ แต่สุดท้ายก็ไปเจอที่สถานีตำรวจ ทางคู่กรณีอ้างว่า ฝ่ายตนตั้งใจชน เขาบอกว่าเขาขับมาปกติดี ๆ ซึ่งตนคิดว่าในคลิปคงบอกได้ทุกอย่าง นอกจากนี้คู่กรณีได้แจ้งความพยายามฆ่าเพราะมีการชนซ้ำ ซึ่งแฟนตกใจไม่รู้อันไหนคันเร่งอันไหนเบรก โดยทางตำรวจได้บอกว่าเป็นความผิดร่วมกัน ตนกับแฟนก็ได้รับบาดเจ็บ ตนเจ็บหน้าอก ส่วนแฟนแขนขาเลือดออก ติดตามข่าวสารเรื่องราวที่น่าสนใจอื่น ๆ ได้ที่ อมรินทร์ทีวี เอชดี […]

สลด! พังสาวตกลูกครั้งแรก เผลอนั่งทับลูกตาย

พังเดือนฉาย อายุ 17 ปี ช้างสาวของหมู่บ้านช้างเพนียดหลวง จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ให้พยายามเบ่งลูกช้างตัวแรกเมื่อค่ำวานนี้(6 ก.ย.) ท่ามกลางการดูแลของควาญช้างที่มีความชำนาญอย่างใกล้ชิด เนื่องจากนี่เป็นท้องแรกของช้างสาว หาก ตกลูก ออกมาอาจจะทำร้ายลูกได้ เพราะช้างจะไม่รู้ว่าอะไรออกมา และมีความเจ็บปวด ทางควาญช้างจึงต้องจัดเตรียมกำลังพร้อมรับมืออยู่ตลอดเวลา กระทั่งเวลาผ่านไปเกือบ 2 ชั่วโมง ขาหลังของลูกช้างก็โผล่ออกมาให้เห็น แต่เหตุการณ์ไม่คาดฝันก็เกิดขึ้น เมื่อพังเดือนฉายเกิดอาการเจ็บปวดขึ้นจนต้องนั่งลงทับลูกช้างที่ยังคาอยู่ ควาญช้างพร้อมสัตว์แพทย์ จึงพยายามช่วยกันทำให้ พังเดือนฉายลุกขึ้น จนเวลาผ่านไปประมาณ 5 นาที  พังเดือนฉาย  จึงยอมลุกขึ้นยืน ซึ่งนั่นก็ทำให้ลุกช้างไหลออกมาจากช่องคลอดทันที แต่เมื่อควาญช้างเข้าไปนำลูกช้างออกมา กลับพบว่าลูกช้างไม่หายใจแล้ว ทีมสัตวแพทย์และควาญช้าง จึงรีบเข้าไปทำการปั๊มหัวใจเพื่อช่วยชีวิตทันที โดยมี  พังเดือนฉาย คอยยืนส่งเสียงร้องเรียกลูกของมันอยู่ใกล้ๆ แต่สุดท้ายก็ไม่สามารถยื้อชีวิตของลูกช้างตัวนี้ไว้ได้ นายลายทองเหรียญ มีพันธ์ ประธานมูลนิธิพระคชบาล ก็ได้ออกมาเปิดเผยว่า ในกรณีช้างสาวหรือช้างท้องแรก ช้างมักจะทำร้ายลูกของตนเอง จึงได้จัดเตรียมควาญช้างไว้จำนวนมาก เพื่อช่วยเหลือลูกช้างในตอนคลอด แต่ในเคสนี้ตนกับควาญช้างไม่เคยพบเห็นมาก่อน จึงจะต้องเก็บไว้เป็นข้อมูลการศึกษาเรื่องช้างสาวตกลูกต่อไป ติดตามข่าวสารเรื่องราวที่น่าสนใจอื่น ๆ ได้ที่ อมรินทร์ทีวี เอชดี ช่อง 34 

หนุ่มนั่งรับลมหลังคากระบะ ถูกป้ายเหล็กจำกัดความสูงกระแทกร่วง

หน่วยกู้ชีพเทศบาลเมืองท่าโขลง จ.ปทุมธานี เร่งให้ความช่วยเหลือหนุ่มศีรษะกระแทกเหล็กกั้นความสูงร่วงจากรถยนต์ บริเวณป้ายบอกความสูงถนนสีขาว หน้าโรงเรียนสังข์อ่ำวิทยา ต.คลองสอง อ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี เป็นป้ายเหล็กจำกัดความสูง2.50เมตร พบผู้ได้รับบาดเจ็บ ชื่อ นายเจตพล แซ่นิ่ม อายุ 18 ปี นอนอยู่ที่พื้นถนน มีเลือดไหลออกจากหูทั้งสองข้างไม่ได้สติ หน่วยกู้ชีพให้การปฐมพยาบาลเบื้องต้น ก่อนนำตัวส่งรพ.ห่างกัน พบรถยนต์ กระบะ ยี่ห้อมิตซูบิชิ สีขาว ทะเบียนฒค-1678กทม. มีคอกเหล็กบรรทุกลังพลาสติก ใส่ผักผลไม้มาเต็มคัน ซึ่งเป็นรถที่ผู้ได้รับบาดเจ็บนั่งมาจอดอยู่ นายสำเนียง ชนะชัย อายุ 70 ปี เจ้าหน้าที่รปภ.ซึ่งมีป้อมบริเวณจุดเกิดเหตุให้การว่า ขณะเกิดเหตุตนกำลังนั่งสังเกตรถกระบะที่มีความสูงคันดังกล่าวอยู่ เพราะกลัวจะชนเข้ากับคอกเหล็ก เมื่อรถขึ้นลูกระนาดก่อนถึงไม้กั้น เห็นคนเจ็บนั่งบนลังตะกร้าพลาสติกหลังรถ โดยนั่งเล่นโทรศัพท์มือถือลักษณะหันหลัง แต่ตะโกนบอกไม่ทัน ศีรษะชนเข้ากับเหล็กก่อนร่างจะร่วงลงมากระแทกพื้น นายหลักชัย วรราช คนขับกระบะ เผยว่า ได้ขับรถออกมาจากห้องเย็นย่านตลาดไทและกำลังจะนำตะกร้าไปไว้ที่โรงงาน ภายในซอยเอราวัณ 14 ต.คลองสอง เมื่อมาถึงที่เกิดเหตุผู้ได้รับบาดเจ็บได้นั่งด้านหลัง ตนไม่ทราบว่าขึ้นไปนั่งบนหลังคา กระทั่งเกิดอุบัติเหตุขึ้น ติดตามข่าวสารเรื่องราวที่น่าสนใจอื่น ๆ ได้ที่ อมรินทร์ทีวี […]

ชายวัย 47 หลอนยา คว้ามีดตามฆ่าเมีย-ทำลายข้าวของ สุดท้ายถูกยิงสวนดับ

วานนี้ (5ก.ย.) เวลาประมาณ 19.30 น.  เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองตรัง รับแจ้งว่าเกิดเหตุมีคนเมายาบ้าจนหลอนทะเลาะกับภรรยาที่บ้าน จนภรรยาต้องหลบหนีออกจากบ้านไปซ่อนตัวภายในสวนปาล์มน้ำมัน ก่อนหลบหนีไปซ่อนตัวในบ้านญาติ ทำให้ฝ่ายสามียิ่งอาละวาดหนักคว้ามีดพร้าออกตามหา และทำลายทรัพย์สินข้าวของเสียหายหลายหลัง สุดท้ายใช้จอบฟันญาติที่เข้าไปห้ามปรามจนบาดเจ็บ และถูกยิงสวนเสียชีวิต กล้องวงจรปิดบันทึกภาพเอาไว้ได้ ตรวจสอบพบ ผู้เสียชีวิตคือ นายสุธี ไกรแก้ว อายุ 47 ปี ชาวบ้านตำ ต.บ้านโพธิ์ อ.เมือง จ.ตรัง โดนถูกนายประสบ ฉิมแสง อายุ 56 ปี ซึ่งเป็นญาติของนายสุธีเอง ยิงสวนจนได้รับบาดเจ็บสาหัส จากนั้นรีบนำตัวส่งโรงพยาบาลตรัง แต่เสียชีวิตในเวลาต่อมา จากการสอบสวนผู้ที่เกี่ยวข้องทราบว่า  นายสุธี มีนิสัยเสพติดยาบ้าอย่างหนัก และเคยเข้ารับการรักษาอาการทางจิตประสาทที่ จ.สุราษฏร์ธานีมาแล้ว 2 ครั้ง แต่ก็ยังไม่ยอมเลิกเสพ จนเกิดอาการหลอน คลุ้มคลั่ง ทำให้คนในครอบครัวเกิดความหวาดกลัว โดยเฉพาะภรรยาคือ นางแอน ซึ่งถูกทำร้ายร่างกายบ่อยครั้ง ขณะเกิดเหตุนายสุธีซึ่งอยู่ในอาการคลุ้มคลั่ง ส่งเสียงเอะอะโวยวายตามหานางแอน โดยเข้าไปเอะอะถามหาตามบ้านญาติทีละหลัง พอไม่พบก็ทำลายข้าวของทรัพย์สินในบ้านรวม 3 หลัง ทั้งทุบรถยนต์เก๋ง […]

หมอกควันปกคลุมสตูลสัญจรทางทะเลลำบาก ค่าฝุ่นพุ่งระดับปานกลางเกือบแตะขั้นอันตราย

สภาพอากาศท้องทะเลต.ตำมะลัง อ.เมือง จ. สตูล เมื่อวานนี้(5 ก.ย.) ตลอดทั้งวันมีท้องฟ้ามืดครึ้ม ขมุกขมัวปกคลุมเป็นวันที่ 2 ส่งผลให้วิสัยทัศน์ในการมองเห็นการเดินเรือประมงน้อยใหญ่เป็นไปด้วยความยากลำบาก สภาพอากาศลักษณะนี้ชาวบ้านริมชายฝั่ง ระบุว่ามีความคล้ายกลุ่มหมอกควันปกคลุม เนื่องจากพื้นที่ชายแดนด้านจังหวัดสตูลเคยได้รับผลกระทบจากกลุ่มหมอกควันปกคลุมจากประเทศเพื่อนบ้านลอยพัดผ่านเข้ามาเกือบทุกปี โดยขณะนี้ทางจังหวัดยังไม่มีประกาศเตือนภัยในสภาพอากาศที่มีความคล้ายกลุ่มควันปกคลุมแต่อย่างใด ด้าน กรมควบคุมมลพิษ ได้รายงานสถานการณ์ฝุ่นละอองขนาดเล็กกว่า 2.5 ไมครอนพื้นที่ ต.พิมาน อ.เมือง จ.สตูล เมื่อวันที่ 3 ก.ย. คุณภาพอากาศ 14 ไมโครกรัม, วันที่ 4 ก.ย. อยู่ที่ 26 ไมโครกรัม และวันที่ 5 ก.ย. เพิ่มเป็น 47 ไมโครกรัม ซึ่งอยู่ในระดับสีเหลืองคือปานกลาง หากค่าเฉลี่ยเพิ่มขึ้น 51 ถึง 90 ไมโครกรัม จะเริ่มมีผลต่อสุขภาพ ขณะที่การสัญจรไปมารอบตัวเมืองสตูลก็ปกคลุมไปด้วยกลุ่มหมอกคล้ายควันที่ชัดเจนขึ้นจนสามารถมองด้วยตาเปล่าชัดเจน หมอกควันปกคลุม ส่วนสภาพอากาศ ที่ อ.สะเดา และ อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา […]

เปิดใจนักเรียนม.3 ฮีโร่พายเรือช่วยลูกแมวตกน้ำ

จากกรณีคลิปจากเฟสบุ๊ก นัฐธิชา สถานอุ่น ได้เผยแพร่ภาพที่มีนักเรียนชายชั้น ม.3 ได้พายเรือเข้าไปช่วยสัตว์ที่กำลังตกน้ำ โดยระบุว่า เด็ก ๆ โรงเรียนวัดท่าเกวียนได้เจอสัตว์ตกน้ำเเละยังไม่รู้ว่าคือสุนัขหรือเเมว พี่น็อต ม.3 ของเราได้พายเรือไปช่วย เเละได้รู้ว่าเป็นเเมว ขึ้นจากน้ำได้อย่างปลอดภัย เลยตั้งชื่อให้น้องว่า น้องบุญรอด ซึ่งตอนที่เข้าไปช่วยนั้นได้มีเสียงเชียร์จากฝั่งเด็กนักเรียนลุ้นกันอย่างตื่นเต้น ทีมข่าวได้เดินทางไปที่โรงเรียนวัดท่าเกวียนศึกษา ต.คลองข่อย อ.ปากเกร็ด จ.นนทบุรี โดยได้พบกับนายณัฐวัฒน์ จูชูเกตุ หรือน๊อต อายุ 16 ปี นักเรียนชั้น ม.3 ที่เป็นฮีโร่พายเรือออกไปช่วยลูกแมวสีขาว หางดำ ซึ่งกำลังจะจมน้ำอยู่ในคลองพระอุดม ซึ่งตั้งอยู่หลังโรงเรียน น้องน๊อต เปิดเผยว่า วันเกิดเหตุ 4 ก.ย. 62 เวลาก่อนเที่ยง ตนเองรูสึกแสบตาเลยขออนุอนุญาตอาจารย์ไปหาหมอที่อนามัยใกล้โรงเรียน ระหว่างนั้นเห็นกลางลำคลองมีสิ่งมีชีวิตมาทราบอีกทีว่าเป็นแมวกำลังจะจมน้ำ จึงรีบวิ่งไปเอาเรือที่จอดอยู่ริมคลองพายออกไปช่วยชีวิตเอาขึ้นเรือมาได้ อย่างไรก็ตาม ได้นำส่งแมวที่บาดเจ็บทั้งที่ขามีอาการอักเสบ และท้องบวมจากการสำลักน้ำเข้าไป ส่งรักษาที่โรงพยาบาลสัตว์เป็นที่เรียบร้อยแล้ว  

หลอกเกือบทั้งหมู่บ้าน ขาย ‘ยาแก้ปวดเมื่อย’ ที่แท้แค่สครับผิว

น.ส.อารดา อ่อนน้อม อายุ 22ปี บ้านเลขที่ 117 ม.8 ต.นาจักร อ.เมือง จ.แพร่ ร้องเรียนสื่อมวลชนว่า ขณะนี้มีแก๊งต้มตุนมาหลอกขายยาทาแก้ปวดเมื่อย โดย ผู้ก่อเหตุเป็นหญิงสาวรูปร่างท้วม ผิวดำ อายุ ในราว 25-30 ปี ขี่รถจักรยานยนต์ ยามาฮ่า ฟีโน่ สีแดง ไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียน สวมหมวกกันน็อค เข้ามาติดต่อขาย น้ำยาทาแก้ปวดเมื่อย ซึ่งคนขายน่าจะรู้ว่าบ้านหลังดังกล่าวมีผู้สูงอายุอยู่ จึงได้มาโฆษณา ว่า น้ำยาดังกล่าว สามารถทาตามข้อเข่าแขนที่ปวดเมื่อยให้หายได้ภายในไม่กี่ชั่วโมง และยังโฆษณาสรรพคุณอีกมากมาย น.ส. อารดา เล่าอีกว่า มีชาวบ้านอีกหลายคนในหมู่บ้านโดนหลอก เช่นนายสุทร บุญประเสริฐ 55 ปี 115 ม.8 ต.นาจักร อ.เมืองแพร่ จ.แพร่ ซึ่งมีอาการป่วยแขนข้างขวา ไม่ค่อยดีเส้นทับเส้นตึง เมื่อได้ฟังสรรพคุณของคนขายก็ตกลงซื้อกระปุกละ 500 บาท จากนั้นคนขายก็กลับโดยบอกว่าจะมาตามผลการใช้อีก ซึ่งครั้งนี้มาครั้งที่ 2 แล้ว […]

นายกฯ สั่งกรมชลฯ เร่ง 2 โครงการแก้ปัญหาน้ำท่วมพิษณุโลก วงเงินรวม 31 ล้าน

พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี วานนี้(4 ก.ย.) ขณะลงพื้นที่ประชุมร่วมกับ ผู้ว่าราชการจังหวัด 17 จังหวัดภาคเหนือ ที่ศาลากลาง จ.พิษณุโลก เพื่อติดตามสถานการณ์ และแนวทางการแก้ปัญหาน้ำท่วม ได้ทราบถึงปัญหาและเห็นชอบ ให้กรมชลประทานเร่งดำเนินโครงการซ่อมแซมพนังป้องกันตลิ่งฝั่งซ้ายฝั่งขวาคลองเนินกุ่ม ตำบลเนินกุ่ม อำเภอบางกระทุม ซึ่งได้รับความเสียหายจากน้ำกัดเซาะตลิ่ง ทั้งฝั่งซ้ายและขวาของคลองเนินกุ่ม วงเงิน 20 ล้านบาท เพื่อเป็นการแก้ไขปัญหาระยะยาวด้วย รวมถึงโครงการแก้มลิงบ้านห้วยน้ำสุดพร้อมอาคารประกอบ ตำบลหินลาด อำเภอวัดโบสถ์ จังหวัดพิษณุโลก ซึ่งเป็นการขุดลอกแก้มลิง เพี่อชะลอน้ำและเก็บกักน้ำใช้ในฤดูแล้ง วงเงิน 11,000,000 บาท โดยให้เริ่มดำเนินการภายในเดือนกันยายน 2562   ทั้งนี้เมื่อวาน(4 ก.ย.) ชาวบ้าน ร่วมมือกับเจ้าหน้าที่ ช่วยกันซ่อมแซมพนังดินกั้นคลองเนินกุ่ม ที่หมู่ 1 ตำบลเนินกุ่ม อำเภอบางกระทุ่ม จังหวัดพิษณุโลก เป็นวันที่ 4 ติดต่อกันแล้ว หลังพยายามตลอด 3 วันที่ผ่านมา ไม่สามารถต้านทานสู้กับกระแสน้ำไหลหลากได้ มีการปรับเปลี่ยนวิธีใหม่ ใช้แขนรถแบคโฮปักหลักด้วยเสาไม้ยูคาก่อน เพื่อนำแนวกั้น จากนั้นใช้ผ้าฟางสีฟ้าขาวที่เย็บเพิ่มขนาดความกว้างให้มากพอ […]

ชาววังหินระทึก น้ำยมซัดแนวกระสอบทรายแตก ทะลักท่วม 600 ครัวเรือน

เกิดเหตุที่บริเวณแนวพนังกั้นน้ำยมสูง 1.80 เมตร บริเวณหลังโรงเบียร์ ซ.เทศบาลดำริห์ 8 ชุมชนวังหิน ม.4 ต.ธานี อ.เมืองสุโขทัย ซึ่งอยู่ในช่วงโค้งของแม่น้ำยม ได้ถูกกระแสน้ำยมเชี่ยวกราก ซัดกระแทกอย่างรุนแรงทำให้กระสอบทรายที่เจ้าหน้าที่วางเสริมไว้บนแนวพนังกั้นน้ำ ระยะทางเกือบ 30 เมตรพังลงมาทั้งแถบ ทำให้กระแสน้ำจากแม่น้ำยมไหลทะลักเข้าท่วมถนนเทศบาลดำริห์ 8 มีบ้านเรือนราษฎรชาวชุมชนวังหิน ประมาณ 600 ครัวเรือน ถูกน้ำจากแม่น้ำยมไหลเข้าท่วมพื้นที่บ้านเรือนอย่างรวดเร็ว ระดับน้ำท่วมสูง 20-30 ซม. ชาวบ้านต้องรีบขนข้าวของและทรัพย์สินขึ้นที่สูง เนื่องจากกระแสน้ำไหลทะลักรุนแรงและมีระดับเพิ่มขึ้นเร็วมาก เจ้าหน้าที่ระดมพล นำบิ๊กแบ็กจำนวน 200 ใบ นำมาวางเสริมตามแนวพนังกั้นน้ำอีก 2 ชั้น เพื่อให้กระสอบทราบและบิ๊กแบ็กมีความสูงกว่าเดิม ยาว 100 เมตร ป้องกันกระแสน้ำกระแทกจนกระสอบทรายพัง และไหลทะลักเข้ามาได้อีก และติดตั้งเครื่องสูบน้ำระยะไกล เร่งระบายน้ำออก ติดตามข่าวสารเรื่องราวที่น่าสนใจอื่น ๆ ได้ที่ อมรินทร์ทีวี เอชดี ช่อง 34 

พี่ชายวัย 73 คว้ามีดฟันน้องสาวสลบตกลงแม่น้ำดับ เหตุปลูกผักบุ้งล้ำเขตกัน

ตำรวจ สภ.บ้านหมี่ จังหวัดลพบุรี เข้าตรวจสอบเหตุฆ่ากันตาย มีศพผู้เสียชีวิตจมลงในบริเวณริมแม่น้ำบางขาม หมู่ที่ 2 ตำบลบางพึ่ง อำเภอบ้านหมี่ จังหวัดลพบุรี ขอการสนับสนุนเจ้าหน้าที่มูลนิธินำชุดประดาน้ำลงงมหาศพ พบว่าผู้เสียชีวิตเป็นหญิงทราบชื่อ นางบัวงาม ศรีเจือทอง อายุ 64 ปี จากการตรวจสอบตามร่างกายพบว่าที่มือขวานิ้วชี้ขาดหายไป และที่บริเวณหัวมีรอยถูกฟัน ทราบตัวผู้ก่อเหตุคือ นายบำรุง แสงบางผึ้ง อายุ 73 ปี พี่ชายของผู้ตาย โดยเจ้าหน้าที่เข้าควบคุมตัวได้ที่บ้านพักใกล้กัน จากการสอบสวนผู้ที่อยู่ใกล้เหตุการณ์ เล่าว่า ก่อนเกิดเหตุ ผู้ตายได้ลงไปเก็บผักบุ้งในแม่น้ำดังกล่าว ต่อมาทางนายบำรุง ได้มายืนพูดคุยด้วยและเกิดมีปากเสียงกันอย่างรุนแรงเกี่ยวกับแพผักบุ้งว่ารุกล้ำเขตกัน ก่อนที่นายบำรุงได้ใช้อาวุธมีดที่ถือมาฟันไปยังที่ศีรษะของน้องสาว แต่ผู้ตายได้ยกมือบัง ทำให้คมมีดไปถูกที่นิ้วจนขาด แล้วผู้ก่อเหตุก็ฟันซ้ำลงบนศีรษะจนทำให้ผู้ตายสลบจมลงไปในแม่น้ำ หลังก่อเหตุ นายบำรุงได้หลบหนีมาอยู่ที่บ้าน ทางตำรวจจึงได้เดินทางไปควบคุมตัวได้และให้การรับสารภาพพร้อมอาวุธมีดที่ก่อเหตุดังกล่าว ติดตามข่าวสารเรื่องราวที่น่าสนใจอื่น ๆ ได้ที่ อมรินทร์ทีวี เอชดี ช่อง 34 

สั่งย้าย-ตั้งกรรมการสอบ ครูตีนักเรียน 9 ขวบก้นช้ำ แม่ยันเอาเรื่องถึงที่สุด

จากกรณีเมื่อ 2 ก.ย. ที่ผ่านมา มีผู้ใช้เฟซบุ๊กรายหนึ่ง โพสต์ภาพเด็กนักเรียนถูกครูประจำชั้นประถมศึกษาปีที่4 โรงเรียนวัดสุคนธาราม ต.เทพมงคล อ.บางซ้าย จ.พระนครศรีอยุธยา ที่ถูกทำโทษเพราะไม่ทำการบ้านด้วยการใช้ไม่ตีที่บริเวณก้นจำนวนกว่า 20 ครั้ง ได้รับบาดเจ็บบวมช้ำ จนทางครอบครัวต้องส่งโรงพยาบาล พร้อมกับแจ้งความดำเนินคดีกับครูประจำชั้น ผู้สื่อข่าวเดินทางไปตรวจสอบข้อเท็จจริงที่บ้านพักของเด็กคนดังกล่าว ทราบชื่อคือ ด.ช.ฉัตรมงคล มั่นหมาย อายุ 9 ขวบชั้น ป.4 ใน ต.สาลี อ.บางปลาม้า จ.สุพรรณบุรี พูดคุยกับนางประทุม สารีผล อายุ 38 ปี แม่ของเด็ก กล่าวว่า รู้สึกเสียใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ตนต้องไปเดินทางไปทำงานจึงให้ลูกอยู่กับแม่ เดือนหนึ่งจะมาหาลูกสักหน หลังรู้ข่าวว่าลูกถูกทำครูตีถึงกับพูดไม่ออก เพียงแค่ลูกไม่ทำการบ้านต้องตีกับถึงขนาดไหม้ไปทั้งก้นและขา รับไม่ได้กับเหตุการณ์แบบนี้จะเอาเรื่องให้ถึงที่สุด ลูกต้องทนยืนเรียนตลอดทั้งวัน อีกทั้งยังต้องปั่นจักรยานกลับบ้านอีก 3กิ โลเมตร กระเป๋าหนังสือขาดไปหมดเพราะลูกนั่งไม่ได้กระเป๋าลากมากับถนนจนขาดวิ่น ด้าน ด.ช.ฉัตรมงคล หรือน้องซี กล่าวว่า ตนเองไม่ได้ทำการบ้านวิชาภาษาไทย จึงถูกครูทำโทษด้วยการใช้ไม้ตีเป็นไม้ที่ใช้ในการเรียนวิชากระบี่กระบอง ตีจำนวนหลายครั้งจนทนไม่ไหว วิ่งหนีถูกครูจับมาตีซ้ำอีก และบอกว่าเป็นลูกเทวดาหรือไงจะตีไม่ได้ […]

จับหนุ่มแทงคนเร่ร่อนดับ อ้างป้องกันตัว – เพื่อนแฉทำเพราะอยากโชว์เก๋า

กรณี คนเร่ร่อน ถูกแทงเข้าที่หน้าอกจนเสียชีวิต ที่ริมหาดแม่รำพึง-ก้นอ่าว ต.ตะพง อ.เมือง จ.ระยอง ตำรวจทราบเบาะแสคนร้ายเป็นกลุ่มวัยรุ่นที่มาสังสรรค์ในจุดเกิดเหตุ ก่อนจะขับรถหลบหนีไป ล่าสุด ตำรวจ.สภ.เพ จ.ระยอง เผย ทราบตัวคนร้ายชื่อนยชนะภัย ทวีสัตย์ อายุ 27 ปี คาดว่ายังอยู่ในพื้นที่ จึงส่งกำลังไปดักซุ่มที่บ้านซึ่งอยู่ในพื้นที่ ต.ตะพง อ.เมือง จ.ระยอง และสามารถจับกุมตัวได้ในบ้านพัก จากการสอบสวน นายชนะภัย ได้การรับสารภาพโดยอ้างว่า ตนเป็นคนก่อเหตุดังกล่าวเพียงคนเดียว เนื่องจากผู้ตายได้เดินเข้ามาและทำท่าเหมือนจะทำร้ายและจับแขน จึงใช้มีดพกแทงสวนไปที่หน้าอก จนทำให้ผู้ตายล้มลงกับพื้น แล้วกลุ่มพวกตนก็ขึ้นรถกระบะขับหลบหนีไป โดยในตอนแรกคิดว่าแค่บาดเจ็บ เพื่อนในกลุ่มตนจึงโทรแจ้งเจ้าหน้าที่กู้ภัยให้มาช่วยนำส่งโรงพยาบาล พอมาทราบว่าเสียชีวิตจึงพยายามหลบหนี แต่ไม่รู้จะไปไหนจึงหลบซ่อนตัวในบ้านพักจนกระทั่งมาถูกจับกุมตัวดังกล่าว ขณะที่เพื่อนของคนร้ายที่เห็นเหตุการณ์ เปิดเผยว่า ความจริงแล้ว ผู้ตายไม่ได้เข้าไปทำร้าย แต่เรื่องเกิดจากผู้ก่อเหตุเกิดเหตุเขม่นกันในกลุ่ม เลยอวดศักดา วิ่งเข้าแทงผู้ตายท่ามกลางเพื่อน ๆ ที่พยายามห้ามแต่ไม่เป็นผล จึงพุ่งเข้าไปแทงจนล้มจมกองเลือด แล้วทุกคนก็ตกใจรีบหนีออกจากพื้นที่ทันที จากนั้นเจ้าหน้าที่จึงควบคุมตัว นายชนะภัย ไปดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป ติดตามข่าวสารเรื่องราวที่น่าสนใจอื่น ๆ ได้ที่ อมรินทร์ทีวี เอชดี ช่อง 34 

รวบ 19 คนจีน เปิดบ่อนออนไลน์ พบมีเงินหมุนเวียนวันละ 8 ล้านบาท

พลตำรวจตรีนันทชาติ ศุภมงคล ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดชลบุรี นำกำลังตำรวจท่องเที่ยว และตำรวจตรวจคนเข้าเมืองจังหวัดชลบุรี เข้าตรวจค้นห้องพักเลขที่ 421/114 และ 421/117 ซึ่งอยู่บนชั้นที่ 7 ของคอนโดมิเนียมแห่งหนึ่งในซอยชัยพรวิถี เขตตำบลหนองปรือ อำเภอบางละมุง จังหวัดชลบุรี หลังสืบทราบว่ามีกลุ่มชาวจีนลักลอบเข้ามาเปิด บ่อนออนไลน์ ห้องแรกเลขที่ 421/114 เจ้าหน้าที่พบนักท่องเที่ยวชาวจีนชาย-หญิงรวม 17 คน พร้อมของกลางคอมพิวเตอร์โน๊ตบุ๊คกว่า 10 เครื่อง โทรศัพท์มือถือเกือบ 200 เครื่อง และซิมเล่นเน็ตราย 7 วันอีกจำนวนมาก รวมทั้งบัญชีอิเล็กทรอนิกส์อีกหลายรายการ ที่ถูกทำลายทิ้งด้วยโดยการหัก ส่วนห้อง 421/117 พบนักท่องเที่ยวชาวจีนชายอีก 2 คน พร้อมของกลางคอมพิวเตอร์โน๊ตบุ๊ค 5 เครื่อง มือถือเกือบ 100 เครื่อง รวมทั้งซิมเล่นเน็ต  และบัญชีอิเล็กทรอนิกส์อีกจำนวนหนึ่ง เจ้าหน้าที่จึงทำการตรวจยึดไว้เป็นหลักฐาน พลตำรวจตรีนันทชาติ เปิดเผยว่า เจ้าหน้าที่ได้ทำการสืบทราบว่าห้องพักดังกล่าวมีนักท่องเที่ยวจีนเข้ามามั่วสุมกันจำนวนมากผิดสังเกตุ จึงเฝ้าดูพฤติกรรมจนแน่ใจว่าน่าจะทำสิ่งผิดกฏหมาย จึงขอหมายค้นจากศาลจังหวัดพัทยา เพื่อเข้าค้นและตรวจสอบ โดยนักท่องเที่ยวจีนทั้งหมดมาแบบนักท่องเที่ยว และมาทำงานโดยการโอนเงินที่ได้จากการโอนผ่านบัญชีอิเล็กทรอนิกส์ แล้วโอนต่อไปยังเข้าบัญชีของบ่อนการพนันในประเทศจีน ซึ่งนักท่องเที่ยวที่จับได้จะได้รับค่าตอบแทนเดือนละ […]

‘คาจิกิ’ วกกลับเวียดนาม ฝนลดน้อยลงเหลือตามฤดู – ไม่มีพายุลูกใหม่เร็ว ๆ นี้

วานนี้(3 ก.ย.) เวลา 18.00 น.  ดร.ภูเวียง ประคำมินทร์ อธิบดีกรมอุตุนิยมวิทยา รายงานการเฝ้าติดตาม พายุคาจิกิ ว่า พายุ“คาจิกิ” จากระดับ 3 (โซนร้อน) อ่อนกำลังลงเป็นระดับ 2 (ดีเปรสชั่น) และได้เปลี่ยนทิศทางวกกลับไปทางเมืองเว้และดองฮอย ชายฝั่งเวียดนามตอนใต้ และมีทีท่าเคลื่อนตัวออกสู่ทะเลและขึ้นไปทางเกาะไหหลำ สิ่งที่ดีคือทำให้ผลกระทบที่มีต่อประเทศไทยที่ฝนตกต่อเนื่องจะลดน้อยลงเป็นลำดับ สถานการณ์ภาคตะวันออกเฉียงเหนือมีแนวโน้มจะคลี่คลายดีขึ้นเรื่อย ๆ  จากนั้นสิ่งที่เหลืออยู่จะเป็นร่องความกดอากาศต่ำและลมมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ ส่งผลให้มีฝนฟ้าคะนองเป็นปกติ  ส่วนพายุลูกใหม่หลังพายุคาจิกิ ในระยะเวลาใกล้นี้ไม่พบว่ามีส่วนไหนที่จะปรากฎมาอีกครั้ง ต่อมาเมื่อเมื่อเวลา 04.00 น ของวันนี้ (4 ก.ย.62)  กรมอุตุนิยมวิทยา ประกาศ “พายุระดับ 2 (ดีเปรสชัน) “คาจิกิ” (มีผลกระทบจนถึงวันที่ 4 กันยายน 2562)”  เผย“คาจิกิ”  บริเวณทะเลจีนใต้ มีศูนย์กลางพายุอยู่ที่ละติจูด 17.5 องศาเหนือ ลองจิจูด 109.3 องศาตะวันออก ความเร็วลมสูงสุดใกล้ศูนย์กลางประมาณ 55 กิโลเมตรต่อชั่วโมง พายุนี้กำลังเคลื่อนตัวไปทางทิศเหนือค่อนทางตะวันออกเล็กน้อย อย่างช้า ๆ ออกห่างจากประเทศเวียดนามเข้าสู่ทะเลจีนใต้ตอนบนในระยะต่อไป ลักษณะเช่นนี้ทำให้ประเทศไทยมีฝนตกหนักบางแห่ง […]

สาวใหญ่จมน้ำดับ พี่สาวเผยได้ยินเสียงเคาะประตูเรียก เปิดมาไม่พบใคร

ตำรวจสภ.เมืองนนทบุรี พบศพหญิงลอยแม่น้ำเจ้าพระยาที่ บริเวณท่าเรือพิบูลสงคราม ต.สวนใหญ่ อเมือง จ.นนทบุรี จึงประสานแพทย์จากสถาบันนิติวิทยาศาสตร์และเจ้าหน้าที่กู้ภัยตรวจสอบ เป็นศพผู้หญิงสวมเสื้อยืดแขนสั้นสีดำ กางเกงยีนส์ขายาว ทราบชื่อผู้เสียชีวิต คือนางวิภาวัลย์ สุขจิรวงษ์ อายุ 57 ปี เป็นพนักงานขายเครื่องมือแพทย์ เบื้องต้นพบเสียชีวิตมาแล้ว 1 วัน ไม่พบบาดแผลตามร่างกาย หรือร่องรอยถูกทำร้าย โดยนำศพส่งสถาบันนิติวิทยาศาสตร์ เพื่อผ่าชันสูตรอย่างละเอียดอีกครั้ง สอบถามนางศรีสุข สุขจิรวงษ์ อายุ 60 ปี พี่สาวผู้เสียชีวิต ระบุว่า เมื่อช่วงเช้าน้องมาหาและเคาะประตูเรียกตนเอง แต่เมื่อเปิดประตูออกไปก็ไม่เจอใคร ตนยังพูดกับแฟนว่า น้องมาเรียกแต่ไม่เจอตัว มาเจออีกทีพบว่าเสียชีวิตแล้ว รู้สึกประหลาดใจ เบื้องต้นตำรวจสันนิษฐานว่าผู้เสียชีวิตกระโดดแม่น้ำเจ้าพระยาเสีย เนื่องจากมีปัญหาส่วนตัว แต่ยังไม่ทราบว่ากระโดดจากสะพานไหน จากนี้จะทำการตรวจสอบกล้องวงจรปิดบนสะพาน ที่คาดว่าเป็นจุดที่ผู้ตายกระโดดแม่น้ำ เพื่อหาสาเหตุการตายที่แน่ชัดต่อไป ติดตามข่าวสารเรื่องราวที่น่าสนใจอื่น ๆ ได้ที่ อมรินทร์ทีวี เอชดี ช่อง 34 

พบศพชายวัย 65 ถูกน้ำพัดเสียชีวิต สังเวยพายุรายที่ 2 ของร้อยเอ็ด

พบศพคนจมน้ำเสียชีวิต ที่บริเวณทุ่งนา ใกล้ลำน้ำยัง บ้านบุ่งเบ้าหมู่ 4 ต.นาแซง อ.เสลภูมิ จ.ร้อยเอ็ด ตำรวจและเจ้าหน้าที่กู้ภัย นำเรือท้องแบนออกไปตรวจสอบ ท่ามกลางสายฝน ตรวจสอบศพ ทราบชื่อคือ นายภิญญา สุวรรณภิญญา อายุ 65 ปี ชาวเสลภูมิ ถูกกระแสน้ำพัดร่างติดอยู่กับต้นยูคาลิปตัส จึงนำศพขึ้นเรือเพื่อทำการชันสูตร และมอบศพให้ญาตินำไปบำเพ็ญกุศล สอบสวนทราบว่า ก่อนเกิดเหตุผู้เสียชีวิตได้ออกจากบ้านเพื่อนำอาหารไปให้สุนัขที่ทุ่งนา ตั้งแต่เช้าตรู่วันที่2ก.ย. ไม่เห็นกลับเข้าบ้านญาติและหน่วยกู้ภัย ออกตามหาตลอดทั้งวันก็ไม่พบ ซึ่งบริเวณที่เกิดเหตุ มีน้ำท่วมลึกกว่า 2 เมตร และน้ำไหลเชี่ยวคาดว่าขณะเดินอาจถูกกระแสน้ำพัดก่อนจะมีคนไปพบศพลอยติดกับต้นไม้ดังกล่าว โดยนับเป็นรายที่2ของจังหวัดร้อยเอ็ด ในช่วงเกิดอุทกภัย โดยรายแรกเป็นหญิงสาววัย18ปี ถูกกระแสน้ำพัดจมหาย เมื่อวันที่ 30 ส.ค.ขณะพากันหนีออกจากหอพัก ในพื้นที่ ต.ดงลาน อ.เมือง จ.ร้อยเอ็ด ด้าน จ.น่าน ชาวบ้านรวมตัวไหว้สิ่งศักดิ์สิทธิ์และภูตผีเพื่อให้เปิดทางเจอคนในหมู่บ้านที่สูญหาย หลังเจ้าหน้าที่ทุกฝ่ายระดมกำลังพล ชุดบรรเทาสาธารณภัย และอปพร. กว่า 120 นาย ร่วมกันค้นหาร่าง นางพจมาลย์ อุดอ้ายุ 39 […]

ลูกคลั่งยาขู่ทำร้าย-เผาบ้าน สำนึกผิดกราบเท้าแม่ สัญญาจะเข้าบำบัด

จากกรณีนายภีมวัฒน์ ปานทอง อายุ 37 ปี ซึ่งมีอาการ้มายาไอซ์ คลุ้มคลั่งข่มขู่ทำร้ายแม่ และจะเผาบ้าน  ก่อนตำรวจเข้าควบคุมตัวได้ที่บ้านพัก พร้อมแจ้งข้อกล่าวหา เสพยาเสพติด ประเภทไอซ์ โดยผิดกฎหมาย ซึ่งขณะนั้นผู้ต้องหามีอาการคล้ายเมาสารเสพติด พูดจาวกไปวนมา จับตรวจพบฉี่ม่วง ต่อมานายภีมวัฒน์ผู้ต้องหา ได้ก้มกราบเท้า นางสุมาลี ปานทอง แม่ของตัวอง หลังสำนึกผิดที่ก่อเหตุ นายภีมวัฒน์ กล่าวว่า หลังอาการดีขึ้น รู้สึกเสียใจ ที่ได้ทำการไม่สมควรกับแม่ จึงขอกราบเท้าและสัญญาจะไปเข้าสถานบำบัดยาเสพติด ของ สภ.เมืองชลบุรี เป็นเวลาประมาณ 1 เดือน แล้วจะเลิกถาวร กลับมาเป็นลูกชายที่สมบูรณ์แบบเหมือนเดิม ทั้งนี้นางสุมาลี ผู้เป็นแม่ ให้อภัยต่อความผิดที่ลูกกระทำลงไปในครั้งนี้ พร้อมอบรมและให้กำลังใจกับลูกชาย ตั้งใจเข้าบำบัดยาเสพติดและตั้งใจเลิกให้เด็ดขาด จะได้ไม่เป็นทาสยาเสพติดอีกต่อไป ติดตามข่าวสารเรื่องราวที่น่าสนใจอื่น ๆ ได้ที่ อมรินทร์ทีวี เอชดี ช่อง 34 

keyboard_arrow_up