“โจ นูโว” หอบหลักฐานร้อง ปอท. เชื่อมีใบสั่งปลอมเฟซบุ๊ก ยกมือไหว้ขออย่าทำ กฐินเพียบแล้ว!

ในช่วงบ่ายวานนี้ (7 ส.ค. 62) “โจ นูโว” พร้อมทนายเดินทางมาร้องต่อ กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับ อาชญากรรมทางเทคโนโลยี หรือ บก.ปอท. กรณีโดนมือดีสร้างเพจปลอมโพสต์ข้อความเรียกร้องให้รายการคืนความสุขฯ ของนายกฯ หวนลงจออีกครั้ง ซึ่งมีบางสำนักข่าวนำประเด็นนี้ไปนำเสนอทำให้คุณโจเดือดจัด ขู่ฟ้องสำนักข่าวที่นำเสนอข้อมูลอันเป็นเท็จ สร้างความเสียหายกับตนเองอย่างหนัก หลังจากนำหลักฐานเกี่ยวกับเฟซบุ๊กปลอมมอบแก่ พ.ต.อ.ศิริวัฒน์ ดีพอ รอง ผบก.ปอท. และโฆษก ผบก.ปอท. แล้วเสร็จ คุณโจได้ให้สัมภาษณ์กับสื่อมวลชน ระบุตนมาเพื่อใช้สิทธิ์ให้เจ้าหน้าที่ตามผู้ที่ทำเพจปลอมขึ้นมา ซึ่งหลักจากตามตัวเจอแล้ว ก็ขอคิดอีกทีว่าจะดำเนินการอย่างไร เพราะมีอายุความถึง 15 ปี ส่วนกรณีสำนักข่าว 4 สำนัก ที่นำเพจปลอมไปเขียนข่าวทำให้ตนเสื่อมเสียชื่อเสียงนั้น ตนไม่คิดจะเอาเรื่อง แม้ที่ผ่านมาเวลาตนโพสต์อะไรในไอจีแล้วเอาไปเขียนข่าวก็ไม่เคยโกรธ แต่ครั้งนี้สุดจะทน เพราะมีการปลอมเป็นตัวเอง แถมยังมีคนมาคอมเมนต์ต่อว่าตนด้วยข้อความที่รุนแรง อีกทั้งยังมีการโพสต์เบอร์สำหรับจ้างวงนูโว ก็กังวลว่าจะมีคนหลงเชื่อและสร้างความเสียหายอีก ทั้งนี้คุณโจถึงกับยกมือไหว้ วอนอย่าทำเพจปลอมแบบนี้ขึ้นมาอีกเลย ซึ่งในใจก็รู้ดีว่าใครเป็นคนทำแต่ไม่อยากพูด เพราะเรื่องแบบนี้ต้องมีใบสั่งให้ทำแน่นอน คุณโจเผยแบบติดตลกว่า สงสัยช่วงนี้ตนเงียบ ๆ กับการวิพากษ์วิจารณ์ทางการเมืองก็เลยคงอยากให้มีข่าวบ้าง โจ : เขาเอาไปลงก็ทำให้มีคนขุ่นเคือง จองกฐินกันเป็น […]

ข่าวลวงโยงบึ้มกรุง “บิ๊กตู่” เชื่อ “ปารีณา” อาจไม่ได้เขียนเอง แต่จะต้องพิสูจน์

วันนี้ 6 ส.ค. 62 ที่ทำเนียบรัฐบาล พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม แถลงต่อสื่อมวลชนภายหลังการประชุมคณะรัฐมนตรีแล้วเสร็จ ถึงกรณีการก่อเหตุวางระเบิดรอบพื้นที่กรุงเทพฯ ว่ายังอยู่ในขั้นตอนการสืบสวน สอบสวน หาผู้กระทำความผิดเพิ่มเติม ซึ่งขณะนี้สามารถจับกุมผู้ที่เกี่ยวข้องกับการกระทำความผิดได้ 9 คน และกำลังสืบต่อเพื่อดำเนินการลงโทษตามกฎหมายให้ได้ตามกระบวนการยุติธรรม โดยทุกอย่างจะเป็นไปตามวัตถุและพยานอย่างรอบคอบ พร้อมกับยืนยันว่าจะทำหน้าที่ให้ดีที่สุด โดยนายกรัฐมนตรียังขอบคุณเจ้าหน้าที่และทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องโดยประชาชน ที่ร่วมกันเป็นหูเป็นตา ในการรักษาความปลอดภัย ซึ่งถือว่าเป็นแบบองค์รวม ที่ต้องเริ่มจากตนเอง และประชาชนทุกคนต้องช่วยรัฐด้วย นอกจากนี้ นายกรัฐมนตรียังกล่าวถึงกรณีนางสาวปารีณา ไกรคุปต์ ส.ส.ราชบุรี พรรคพลังประชารัฐ ที่ออกมาแสดงความคิดเห็นเรื่องระเบิดในกรุงเทพฯ โดยนายกรัฐมนตรีขอความร่วมมืออย่าแสดงความคิดเห็นหรือตัดสินชี้นำว่าเป็นฝีมือฝ่ายใด หากไม่รู้ข้อเท็จจริง ว่าได้สอบถามนักการเมืองที่เกี่ยวข้องแล้ว พบว่ามีการกล่าวอ้างและบางทีนางสาวปารีณาก็ไม่ได้เขียนขึ้นเอง ซึ่งเป็นเรื่องที่นางสาวปารีณาเองจะต้องพิสูจน์ต่อไป นายกรัฐมนตรีจึงขอให้ระมัดระวังเรื่องข่าวปลอม เพราะหลายครั้งมีการโพสต์ในโดยที่ไม่มีความเป็นจริง ซึ่งส่วนตัวยอมรับว่าเป็นสิทธิส่วนบุคคล แต่ทุกคนต้องรับผิดชอบ หากเกิดผลกระทบ เนื่องจากต้องมีการสืบสวนสอบสวนที่เป็นไปตามกฎหมาย เพราะโซเชียลมีเดียมีทั้งประโยชน์และโทษ และหลายเรื่องก็โพสต์ในนามตนเอง เช่น เพจลุงตู่ เพจประยุทธ์ ทั้ง ๆ ที่ตนเองก็ไม่ได้ตั้งเพจขึ้นมามากมาย และเป็นเรื่องของคณะทำงานที่ตั้งมา

แบงค์ชาติโต้ปมใช้ทุนสำรองผิดวัตถุประสงค์ หลังเจอมือดีปล่อยข่าวปลอม

จากกรณีที่มีการแชร์หรือส่งต่อข่าวเกี่ยวกับ “การปล่อยระบบเงินภายในประเทศ พุทธศักราช 2562 เงินสำรองระหว่างประเทศ 23 ล้านล้านบาท” ซึ่งมีโลโก้ของ ธปท. อยู่บนหัวกระดาษดังกล่าว และมีชื่อ ดร. วิรไท สันติประภพ ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เป็นผู้ลงนามด้านล่างของเอกสารฉบับดังกล่าว ล่าสุด ดร. วิรไท สันติประภพ ได้โพสต์ข้อความผ่านทางเฟซบุ๊กส่วนตัว Veerathai Santiprabhob โดยระบุข้อความ…ข่าวปลอมเกี่ยวกับแบงค์ชาติระบาดอีกแล้วครับ ข่าวปลอมเกี่ยวกับแบงค์ชาติระบาดอีกแล้วครับ โพสต์โดย Veerathai Santiprabhob เมื่อ วันพฤหัสบดีที่ 20 มิถุนายน 2019

โกหกทั้งเพ “บิ๊กป้อม” ยันไม่ได้ร่ำรวย ชี้เว็บนอกทำข่าวปลอม

“พล.อ.ประวิตร” ชี้ เว็บนอกทำข่าวปลอมจัดอันดับให้เป็นเศรษฐีเอเชีย ยันส่วนตัวไม่ได้ร่ำรวย พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม กล่าวถึง กรณีที่เว็บไซต์ investing ได้นำข้อมูลในการจัดอันดับความร่ำรวย ระดับเอเชียของ พล.อ.ประวิตร ออกไปแล้ว นั้น เป็นเรื่องเฟคนิวส์ และส่วนตัวก็ไม่ได้ร่ำรวยแต่อย่างใด รวมทั้งได้มีการแจ้งข้อมูลทรัพย์สินแก่คณะกรรมการป้องกันและปราบปราม

กลาโหมโต้ “อินเวสติ้ง” มีข่าวปลอมบิดเบือนบิ๊กป้อมรวย ยันแจงทรัพย์ชัดผ่าน ป.ป.ช. (คลิป)

กรณีที่เว็บไซต์อินเวสติ้ง เผยแพร่ข้อมูลว่า พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม มีชื่อเป็น 1 ใน 45 บุคคล ที่ร่ำรวยระดับเศรษฐีของทวีปเอเชีย ล่าสุด วันที่ 23 เม.ย. 62 พล.ท.คงชีพ ตันตระวาณิชย์ โฆษกกระทรวงกลาโหม ชี้แจงว่า ข่าวดังกล่าวเป็นข่าวเท็จ โดยอยากให้สื่อมวลชนไปตรวจสอบเว็บไซต์อินเวสติ้ง ว่าใครเป็นคนจัดทำข้อมูล ซึ่งทราบมาว่าบริษัทที่เป็นเจ้าของเว็บไซต์ดังกล่าวชื่อว่า ฟิวชั่นมีเดีย จดทะเบียนเว็บไซต์นี้ที่เกาะบริติช เวอร์จิน อย่างไรก็ตาม ขณะนี้มีข่าวปลอมในเว็บไซต์มีจำนวนมาก และส่วนใหญ่มาโยงกับเรื่องการเมือง จึงอยากให้สื่อหลักช่วยกันตรวจสอบแหล่งที่มาของข้อมูลที่เป็นจริง ก่อนที่จะมีการนำเสนอ เพราะไม่เช่นนั้น จะกระทบความน่าเชื่อถือของสื่อเองด้วย โดยเบื้องต้นกำลังตรวจสอบดูกฎหมายในการดำเนินคดี พร้อมย้ำว่าคนที่แชร์ข้อมูลเท็จมีโทษตามกฎหมาย ทั้งนี้ ยืนยันว่าทรัพย์สินของพลเอกประวิตร เป็นไปตามที่ยื่นบัญชีกับ ป.ป.ช.

ข่าวปลอมว่อน “ก้อง สหรัถ” ดิ่งตึกหนีเพลิงเซ็นทรัลเวิลด์ กดแชร์เจอคุก 5 ปี ปรับ 1 แสน

ทำเอาชาวเน็ตที่เกาะติดข่าวเหตุเพลิงไหม้ โรงแรมเซ็นทารา แกรนด์ ตกอกตกใจกับกระแสข่าว พาดหัวแรงถึง นักร้องชื่อดัง “ก้อง สหรัถ” เสียชีวิตจากเหตุเพลิงไหม้ โดยเว็บปลอมดังกล่าวพาดหัวสร้างความแตกตื่นว่า “นาที ก้อง สหรัถ วิ่งดิ่งหน้าต่าง เซ็นทรัลเวิลด์หนีควันไฟ หล่นปะทะเก๋งคอหักดับ” พร้อมใช้ภาพนาทีสลดของผู้เสียชีวิตในเหตุการณ์นี้ ทำให้มีผู้หลงเชื่อและแชร์ข่าวปลอมสะพัดเป็นจำนวนมาก สำหรับบทลงโทษต่อผู้กระทำการในลักษณะสร้างหรือผลิตข่าวปลอม ลักษณะทำให้ประชาชนตื่นตระหนก จะเข้าข่ายความผิดตาม พ.ร.บ. คอมพิวเตอร์ ม.14(2) ผู้ใดนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จ โดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายต่อความมั่นคงของประเทศ หรือก่อให้เกิดความตื่นตระหนกแก่ประชาชน อัตราโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี หรือปรับไม่เกิน 1 แสนบาท ส่วนผู้ใดส่งต่อหรือแชร์ข่าวปลอม ข้อมูลที่เป็นเท็จจะเข้าข่ายความผิด พ.ร.บ. คอมพิวเตอร์ ม.14(5) ผู้ใดเผยแพร่หรือส่งต่อซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์โดยรู้อยู่แล้วว่าเป็นข้อมูลคอมพิวเตอร์ ตาม (1) (2) (3) หรือ (4) ซึ่งมีความผิดอัตราโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี หรือปรับไม่เกิน 1 แสนบาท

“บิ๊กป้อม” แจงภาพกินกาแฟแก้วละหมื่นของปลอม ล่าเอาผิดคนแพร่สร้างความเกลียดชัง

จากกรณีที่มีการแชร์ภาพบนโลกออนไลน์ โจมตี พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีด้านความมั่นคง กำลังดื่มกาแฟแก้วละหมื่นกว่าบาท พร้อมกับภาพใบเสร็จที่แสดงราคาอาหารอีกกว่าแปดหมื่นบาท ล่าสุด เมื่อวันที่ 1 มี.ค. 62 พล.อ.ประวิตร ออกมาชี้แจงแล้วว่า ภาพดังกล่าวเป็นภาพเก่า ส่วนใบเสร็จไม่ใช่ของตน โดยขณะนี้ได้สั่งการให้กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (ปอท.) ตรวจสอบอยู่ว่าใครเป็นคนนำภาพดังกล่าวออกมาเผยแพร่ ขณะที่ พล.ท.คงชีพ ตันตระวาณิชย์ โฆษกกระทรวงกลาโหม เปิดเผยว่า ตอนนี้ได้มีคำสั่งให้หน่วยงานความมั่นคงทั้งหมด ติดตามตรวจสอบปล่อยข้อมูลเท็จ – ข่าวปลอม ( Fake News ) และภาพตัดต่อในโลกออนไลน์ ที่ตอนนี้เริ่มมีการเผยแพร่กันมากขึ้น และสร้างความเกลียดชังขึ้นในสังคม ซึ่งส่งผลกระทบกับสังคม และสร้างความแตกตื่นในช่วงที่ประเทศกำลังจะมีการเลือกตั้งเกิดขึ้น โดยเน้นการตรวจสอบเชิงลึกถึงที่มาและความเชื่อมโยงของกลุ่มบุคคล ถ้ามีหลักฐานชัดเจนก็ให้ดำเนินการทางกฎหมายทันที

เล่นไม่เข้าท่า!! อ.เจษฎา จวกฟอร์เวิร์ดเมล์ ‘เฟซบุ๊คเปลี่ยนเป็นสีเหลือง’ ชี้เป็นข่าวปลอมที่เลวร้าย

กลายเป็นกระแสวิพากษ์วิจารณ์อย่างกว่างขวางในโลกออนไลน์ หลังมีคนจำนวนมาเผยแพร่ข้อความการเปลี่ยนสีเฟซบุ๊กเป็นสีเหลือง และให้ส่งต่อข้อความดังกล่าวไปให้คนอื่นๆ โดยขู่ว่าหากไม่ทำตามจะถูกเฟซบุ๊กบล็อกการใช้งานเป็นเวลาชั่วคราว พร้อมยังอ้างอีกว่าการกระทำดังกล่าวเป็นการแสดงความไว้อาลัยต่อในหลวงรัชกาลที่ 9 อย่างไรก็ตาม ล่าสุดเมื่อวันที่ 8 ตุลาคม 2561 ผู้สื่อข่าวได้รายงานว่า รศ. ดร.เจษฎา เด่นดวงบริพันธ์ อาจารย์ประจำภาควิชาชีววิทยา คณะวิทยาศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ได้โพสต์ข้อความผ่านเพจเฟซบุ๊กอ๋อ มันเป็นอย่างนี้นี่เอง by อาจารย์เจษฎ์ พร้อมระบุข้อความว่า…ฟอร์เวิร์ดเมล์เรื่อง “เฟซบุ้คเปลี่ยนเป็นสีเหลือง” นี่ เป็นข่าวปลอมที่เลวร้ายมากนะครับ เล่นอะไรไม่เล่น มาเล่นกับเรื่องในหลวงรัชกาลที่ 9

ปชส.พะเยา โต้กระแส ‘ผู้ว่าฯ ณรงค์ศักดิ์’ ถูกยิงเสียชีวิต ยันข่าวปลอมวอนหยุดแชร์มั่ว

สืบเนื่องจากกรณีที่โลกออนไลน์ได้มีการแชร์โพสต์ซึ่งอ้างว่า นายณรงค์ศักดิ์ โอสถธนากร ผู้ว่าราชการจังหวัดพะเยา ถูกยิงเสียชีวิต และถูกแชร์ออกไปอย่างกว้างขวาง ล่าสุดเมื่อวันที่ช่วงเย็นของวันที่  3 ส.ค. ที่ผ่านมา ทางเพจเฟซบุ๊ก สนง.ประชาสัมพันธ์จังหวัดพะเยา ได้โพสต์ข้อความแจ้งเตือนโดยมีเนื้อหายืนยันว่า นายณรงค์ศักดิ์ โอสถธนากร ผู้ว่าราชการจังหวัดพะเยา ไม่ได้ถูกยิงเสียชีวิต ตามที่ได้มีการเสนอข่าวหรือถูกแชร์ออกไปอย่างกว้างขวางในโลกออนไลน์ ซึ่งทางเพจได้ระบุข้อความว่า…. ตามที่ปรากฎข่าวในสื่อโซเชียล ดังกล่าว สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดพะเยา ขอยืนยันว่า เป็นข่าวลวง อย่าหลงเชื่อ และให้หยุดแชร์ ส่งต่อ ขณะนี้ ผู้ว่าราชการจังหวัดพะเยา เดินทางกลับถึงจวน บ้านพักผู้ว่าราชการจังหวัดพะเยา เป็นที่เรียบร้อย หลังปฏิบัติราชการ ที่ อ เชียงม่วน นอกจากนี้ ยังยืนยันด้วยว่าในวันที่ 3 ส.ค. ที่ผ่านม ผู้ว่าณรงค์ศักดิ์ พึ่งกลับจากการปฏิบัติราชการในพื้นที่ อ.เชียงม่วน กลับถึงจวนที่พัก ผวจ.พย.เป็นที่เรียบร้อย ไม่ได้เป็นไปตามที่มีกระแสข่าวลือแต่อย่างใด

มิจฉาชีพ2018! คลิกข่าวปลอม “มิสเตอร์บีน” ตาย อาจถูกขโมยข้อมูลสำคัญทางการเงิน

โรวัน แอตคินสัน (Rowan Atkinson) นักแสดงชาวอังกฤษ วัย 63 ปี ที่ทั่วโลกรู้จักเขาในนาม “มิสเตอร์บีน” ถือเป็นอีกหนึ่งคนดังระดับโลกที่ถูกปล่อยข่าวลือเรื่องการเสียชีวิตอยู่บ่อยครั้ง โดยครั้งหลังสุดเกิดขึ้นเมื่อ 13 กรกฎาคม 2017 เมื่อผู้ใช้เฟซบุ๊กรายหนึ่งโพสต์ข้อความแสดงความอาลัยต่อการจากไปของ โรวัน แอตคินสัน โดยมีการแปะลิงค์ แอบอ้างสำนักข่าวชื่อดัง เรียกยอดกดไลก์ กดแชร์จากผู้ใช้อินเตอร์ทั่วโลกสูงกว่า 1 ล้านครั้ง ล่าสุด โรวัน แอตคินสัน ตายอีกแล้ว!!! ซึ่งข่าวปลอมยังคงเลือกใช้โมเดลเดียวกับปี 2017 แต่ครั้งนี้ร้ายแรงกว่าเดิมตรงที่ ผู้หลงเชื่อกลเกมมิจฉาชีพ มีโอกาสสูงที่จะโดนล้วงข้อมูลสำคัญทางการเงิน เว็บไซต์ข่าวต่างประเทศรายงานว่า ภาพแสดงความอาลัยและลิงก์ข่าวปลอมการเสียชีวิตของ โรวัน แอตคินสัน แพร่กระจายอย่างหนักในโซเชียล เมื่อช่วงวันพุธที่ผ่านมา แต่ครั้งนี้มันเขย่าขวัญกว่าครั้งไหนๆ เมื่อข่าวปลอมถูกสร้างขึ้นมาเพื่อหวังข้อมูลส่วนบุคคล เช่นข้อมูลบัตรเครดิต ข้อมูลบัญชีธนาคารและอื่นๆ โดยใช้วิธีกุข่าวดาราขวัญใจเสียชีวิต เพื่อกระตุ้นให้เกิดการคลิก ซึ่งนั่นเป็นด่านแรกที่เรียกว่า ปลาฮุบเหยื่อ จากนั้นหน้าจอจะขึ้นข้อความ เออเร่อ โปรดโทรฯ ติดต่อคอลเซ็นเตอร์เพื่อทำการปลดล็อก ซึ่งเมื่อผู้ใช้งานหลงเชื่อ โทรไปยังหมายเลขดังกล่าว มิจฉาชีพ 2018 ก็จะดึงข้อมูลส่วนบุคคลของคุณทันที

กอ.รมน. ขอความร่วมมือทุกฝ่าย หยุดสร้างและกระจาย ‘ข่าวปลอม-ข่าวเท็จ’ กรณีเด็กติดถ้ำหลวง

เมื่อวันที่ 28 มิถุนายน 2561 ผู้สื่อข่าวได้รายงานว่า เมื่อวันที่ 26 มิถุนายนที่ผ่านมาบนเพจเฟซบุ๊ก 007สายข่าวความมั่นคง ซึ่งอยู่ภายใต้การดูแลของสำนักการข่าว กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร (สขว.กอ.รมน.) ได้โพสต์ข้อความขอความร่วมมือจากสื่อมวลชนให้ระมัดระวังในการรายงานข่าวเท็จข่าวปลอมที่ไม่มีมูลความจริง รวมทั้งของให้ประชาชนตรวจสอบข่าวสารต่างๆ ก่อนนำแชร์ต่อ เพราะจะทำให้สังคมสับสน และส่งผลแกระทบต่อการทำงานของเจ้าหน้าที่ได้ ทั้งนี้ เพจดังกล่าวยังเปิดเผยอีกว่า…ในการปฏิบัติการดังกล่าว กำลังพลของ กอ.รมน. และเครือข่ายข่าวภาคประชาชนในพื้นที่ ได้เข้าร่วมบูรณาการและพร้อมให้การสนับสนุนการปฏิบัติภารกิจอย่างเต็มที่ เพื่อให้งานสำเร็จลุล่วงตามเป้าหมาย

รวบหนุ่มกัมพูชา ปลอมเว็บกุข่าวนายกฯ ไล่เติมน้ำแทนน้ำมัน-เจ้าตัวปัดโพสต์เอง(คลิป)

ตำรวจท่องเที่ยวจับกุมนายรัตนะ เฮง ชาวกัมพูชา ผู้ต้องหาคดีโพสต์ข้อความเท็จ ลงในสื่อสังคมออนไลน์ โดยโพสต์ข้อความลักษณะ โจมตีการทำงานของรัฐบาล ส่วนคนไทยอีก 6 คน อยู่ระหว่างออกหมายเรียกมาสอบสวน หลังแชร์ข้อความเท็จของชาวกัมพูชาคนนี้ โดยทางตำรวจท่องเที่ยว ร่วมกับตำรวจกัมพูชา จับตัวผู้ต้องหาได้ที่ประเทศกัมพูชา ก่อนนำตัวกลับถึงท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ เมื่อกลางดึกที่ผ่านมา(31 พ.ค. 61) ตามหมายจับศาลอาญา ในความผิดฐาน “นำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จ โดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหาย ต่อความมั่นคงของประเทศ หรือ ก่อให้เกิดความตื่นตระหนกแก่ประชาชน” พลตำรวจตรีสุรเชษฐ์ หักพาล รองผู้บัญชาการตำรวจท่องเที่ยว เปิดเผยว่า การจับกุมนายเฮง มาจากความร่วมมือระหว่าง ตำรวจไทย และ ตำรวจกัมพูชา หลังศาลอนุมัติออกหมายจับ เพราะมีหลักฐานว่านายเฮงนำเข้าข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จ และโพสต์ข้อความในสื่อสังคมออนไลน์ ใจความว่า “บิ๊กตู่ ฟิวขาด ด่ากราด ปปช.ไล่ให้เติม “น้ำเปล่า”แทนดีเซล อย่าโง่ วอนประชาชนอย่าเรื่องมาก” ทำให้เกิดความเสียหายต่อความมั่นคงของประเทศ โจมตีการทำงานของรัฐบาล ทำให้ประชาชน รับรู้ข้อมูลข่าวสารในทางที่ไม่ถูกต้อง ส่งผลเสียหายต่อภาพลักษณ์และการทำงานของรัฐบาล ขณะที่นายเฮงยอมรับว่า เว็บไซต์ที่ปรากฏข้อความ และมีการโพสต์ภาพ […]

Facebook เผยแบนบัญชีสแปมไปแล้วกว่า 3 หมื่นบัญชีในรอบ 6 เดือน

หนึ่งในสาเหตุปัญหาข่าวปลอมบน Facebook คือบัญชีสแปม โดย Facebook เผยว่าได้ตรวจสอบบัญชีสแปมที่มีคนติดตามกดไลค์มากกว่า 1 แสนคน

keyboard_arrow_up