ป้าโวยสายการบินดัง ไม่ยอมให้หิ้วส้ม 14 กก. ขึ้นเครื่อง ลั่นไม่ยอมโหลด อ้างคนไทยด้วยกันแท้ ๆ

วันที่ 11 ม.ค. 62 ผู้สื่อข่าวได้รายงานว่า เพจเฟซบุ๊ก Perdpong ได้เผยแพร่ภาพเหตุการณ์ขณะคุณป้ารายหนึ่ง กำลังยืนโต้เถียงกับพนักงานของสายการแห่งบินหนึ่งอย่างดุเดือด และมีการขว้างปาข้าวของลงพื้น เนื่องจากพนักงานไม่ให้นำกระเป๋าสัมภาระหิ้วขึ้นเครื่องบิน เพราะน้ำหนักกระเป๋าเกิน 7 กิโลกรัม ตามกฎระเบียบของสายการบิน พร้อมอ้างว่าน้ำหนัก 14 กิโลกรัม ที่เกินมานั้นเป็นส้ม และมีสตรอว์เบอร์รี อย่างไรก็ตาม ในที่เกิดเหตุมีป้ายห้ามน้ำหนักเกิน 7 กิโลกรัมติดตั้งอยู่ด้วย และพนักงานก็มีท่าทีเจรจาอย่างใจเย็น พยายามอธิบายว่าทุกอย่างเป็นไปตามระเบียบของสายการบิน แต่คุณป้าคนดังกล่าวยังต่อว่าพนักงานและบอกว่า “ก็เข้าใจ แต่น้ำหนักแค่นี้เอง ถ้าเกินเป็น 20 กิโล ฉันจะไม่ด่าเลยนะ คนไทยด้วยกันแท้ๆ” ซึ่งสร้างความไม่พอใจให้กับผู้พบเห็นคลิปดังกล่าวอย่างมาก เพราะไม่นึกว่าคนที่มีอายุมากแล้วจะไม่เข้าใจกฎระเบียบของสายการบิน และชื่นชมพนักงานที่พยายามควบคุมสถานการณ์อย่างใจเย็น แม้ว่าอีกฝ่ายจะใช้ภาษาที่หยาบคายก็ตาม

กฎมีไว้แหก! รวมอาวุธหน้าตาแปลกๆ ที่ถูกยึดได้จากผู้โดยสารที่กำลังจะขึ้นเครื่องบิน

เป็นที่ทราบกันดีว่ามาตรการรักษาความปลอดภัยบนสารการบินนั้นมีความเข้มงวดอย่างมาก โดยเฉพาะในช่วงหลังที่มีข่าวเกี่ยวกับการก่อการร้ายเกิดขึ้นบ่อยครั้ง ยิ่งทำให้สายการบินต่างๆ ต้องยกระดับการตรวจค้นเพื่อให้มั่นใจว่าจะมีการแอบลักลอบนำอาวุธต่างๆ ขึ้นไปบนเครื่องบินได้ แต่ถึงจะมีการประชาสัมพันธ์สร้างความเข้าใจกับผู้โดยสารมากแค่ไหน ก็ดูเหมือนจะยังมีคนอีกจำนวนหนึ่งที่อาจจะไม่เข้าใจ หรือละเลยต่อข้อห้ามเหล่านั้น โดยการนำอุปกรณ์บางชิ้น ทั้งที่ไม่ว่าจะมองมุมไหนก็ดูเป็นของอันตราย และบางชิ้นที่แม้ว่าจะดูเป็นของเล่นมากกว่าจะเป็นอุปกรณ์ทำร้ายคน แต่เพื่อความปลอดภัย หากผู้โดยสารไม่สามารถนำมันโหลดใส่ใต้เครื่อง หรือเจ้าหน้าที่พิจารณาแล้วว่าไม่สมควรให้อยู่บนเครื่องเด็ดขาด พวกเขาก็ต้องทิ้งมันไว้ที่สนามบินนี่แหละ และค่อยทำเรื่องให้ส่งของตามไปทีหลัง หากพวกเขาต้องการมันจริงๆ อย่างเช่นบรรดาอาวุธหน้าตาแปลกๆ ที่ หน่วยงานรักษาความปลอดภัยด้านการขนส่งของสหรัฐอเมริกา (tsa : Transportation Security Administration) สามารถตรวจยึดได้ และนำมาเผยแพร่ทางไอจีข้างล่างนี้ ที่มา – instagram.com/tsa

แบบนี้ก็ได้หรอ! นักข่าวแฉสายการบินดังนิ่ง หลังถูกรื้อกระเป๋า ‘ทอง-เงินสด’ หายเกลี้ยง

สายการบินดังยังนิ่ง หลังนักข่าวช่องดังร้องถูกเจ้าหน้าที่ขโมยทรัพย์สินจากเที่ยวบินสมุยเดินทางมายังสนามบินสุวรรณภูมิวานนี้ โดยเจ้าหน้าที่เผยว่าทุกอย่างมีขั้นตอนไม่สามารถอำนวยความสะดวกให้ได้ ขณะที่ตำรวจเร่งสอบปากคำผู้ต้องสงสัยที่ทำหน้าที่ขนถ่ายสัมภาระ พร้อมเก็บดีเอ็นเอส่งตรวจพิสูจน์ วันที่ 26 ม.ค.61 พันตำรวจเอกชูตระกูล ยศมาดี ผู้กำกับการตำรวจภูธรท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ เปิดเผยความคืบหน้าในคดีที่เจ้าหน้าที่สายการบินชื่อดังขโมยทรัพย์สินของผู้สื่อข่าวช่องดังคนหนึ่ง ที่โหลดสัมภาระใต้ท้องเครื่องบิน โดยเดินทางจากสนามบินสมุยปลายทางสนามบินสุวรรณภูมิ เที่ยวบินที่ PG 104 เมื่อวานนี้(25 ม.ค.) ว่าขณะนี้ตำรวจนำวัตถุพยานจากซองเอกสารเเละกระเป๋าทองคำของผู้เสียหายไปตรวจพิสูจน์ลายนิ้วมือเเล้ว พร้อมทั้งเก็บลายนิ้วมือของพนักงานและผู้ต้องสงสัย รวมถึงเก็บดีเอ็นเอไปเเล้วทั้งหมด 11 คน ซึ่งทั้งหมดเป็นคนที่เกี่ยวข้องเเละทำหน้าที่ขนถ่ายสัมภาระผู้โดยสารในเที่ยวบินนั้น พร้อมเร่งรัดให้พนักงานสอบสวนเก็บหลักฐานเพื่อส่งตรวจไปเปรียบเทียบลายนิ้วมือโดยเร็ว (อ่านข่าว : ความปลอดภัยของทรัพย์สินอยู่ตรงไหน!? นักข่าวโร่แจ้งความ กระเป๋าฝากโหลดถูกรื้อ ทอง-เงินสด หาย) ขณะที่วานนี้ตำรวจได้ตรวจสอบกล้องวงจรปิดทุกขั้นตอนของการเคลื่อนย้ายกระเป๋า ทั้งจากสายพานลำเลียงในประเทศเเละสายพานลำเลียงต่างประเทศและให้พนักงานสอบสวนบันทึกภาพไว้เป็นหลักฐาน ขณะที่เจ้าหน้าที่อ้างว่าสาเหตุที่กระเป๋าของผู้เสียหายมาถึงล่าช้าเนื่องจากเจ้าหน้าที่หยิบไปผิดเทอร์มินอลนั้น พร้อมระบุว่ายังไม่สามารถให้ข้อมูลส่วนนี้ได้เนื่องจากยังคงอยู่ระหว่างการสอบปากคำประเด็นนี้ เพราะเป็นประเด็นสงสัยเนื่องจากขั้นตอนการเคลื่อนย้ายกระเป๋าในประเทศเเละต่างประเทศเป็นคนละส่วนกัน เเต่เหตุใดกระเป๋าใบดังกล่าวจึงสามารถไปผิดได้ เเละทำให้ทรัพย์สินของผู้เสียหายสูญหายไป โดยหลังเกิดเหตุจนถึงขณะนี้ ผู้เสียหายยังไม่ได้รับการติดต่อกลับจากสายการบินดังกล่าวเเต่อย่างใด ซึ่งผู้เสียหายต้องเป็นฝ่ายที่โทรไปเร่งรัดติดตามกับฝ่ายประชาสัมพันธ์ของสายการบินเองเท่านั้น เเต่เจ้าหน้าที่ก็ใช้นำเสียงลักษณะไม่พอใจเเละบอกว่าทุกอย่างมีขั้นตอนการทำงานไม่สามารถไปเร่งรัดหรืออำนวยความสะดวกได้ก่อนจะวางสายไป ผู้สื่อข่าวได้รับข้อมูลว่าขั้นตอนของขบวนการขโมยสัมภาระของผู้โดยสาร พบว่าขบวนการนี้จะเริ่มตั้งเเต่การสเเกนกระเป๋าที่เจ้าหน้าที่จะพบเห็นทรัพย์สินของผู้โดยสารทุกคน ก่อนจะส่งสัญญาณให้กับเจ้าหน้าที่สายพานที่ลำเลียง ว่ามีทรัพย์สินอยู่ภายในจุดใหนบ้าง หลังจากนั้นเจ้าหน้าทีลำเลียงสัมภาระหรือโหลดเดอร์ จะทำการรื้อกระเป๋าของผู้โดยสาร โดยใช้วิธีทั้งเปิดซิป ใช้ไขควงงัดกุญเเจ ใช้คัตเตอร์กรีดกระเป๋า เเละอีกหลายวิธีโดยทั้งหมดจะใช้เวลาเพียงไม่กี่นาทีเนื่องจากเจ้าหน้าที่มีความชำนาญ ถึงเเม้การท่าอากาศยานเเห่งประเทศไทยจะมีกล้องวงจรปิด […]

ความปลอดภัยของทรัพย์สินอยู่ตรงไหน!? นักข่าวโร่แจ้งความ กระเป๋าฝากโหลดถูกรื้อ ทอง-เงินสด หาย

วันนี้ (25 ม.ค. 61) เจ้าของเฟซบุ๊ก Phuri Phatara ผู้สื่อข่าวช่องดังย่านวิภาวดี ได้โพสภาพพร้อมบรรยายว่า กระเป๋าเดินทางที่ฝากโหลดใต้ท้องเครื่องถูกรื้อค้น พบว่ามีทรัพย์สินถูกขโมยไป ทีมข่าวอมรินทร์ทีวี ได้ติดต่อไปยังนายภูริภัทร บุญนิล ผู้เสียหายคนดังกล่าวเล่าว่า ขณะที่เดินทางกลับจากสมุย โดยสายการบินชื่อดัง เที่ยวบินที่ PG 104 เวลา 07.45 น. จากสนามบินสมุยปลายทางสนามบินสุวรรณภูมิ เมื่อมาถึงสนามบินพบว่ากระเป๋าที่ตนฝากโหลดใต้ท้องเครื่องมีความล่าช้า ขณะที่ผู้โดยสารเที่ยวเดียวกันได้ครบกันหมดแล้ว จนกระทั่งเกินเวลาไปกว่าครึ่งชั่วโมง เจ้าหน้าที่จึงเชิญไปรอในเลาจน์ รออีกเวลา 30 นาที เจ้าหน้าที่จึงได้นำกระเป๋ามาให้ ตนจึงตรวจสอบกระเป๋าต่อหน้าเจ้าที่ พบว่ากระเป๋าถูกรื้อค้น และมีทรัพย์สินมีค่าหายไป เป็นทองคำมูลค่า 50 สตางค์ และเงินสดอีก 5,000 บาท เบื้องต้นได้แจ้งความกับสถานีตำรวจย่อยสุวรรณภูมิแล้ว ส่วนเจ้าหน้าที่ทางสายการบินไม่ได้ให้ความช่วยเหลือใดๆ บอกเพียงแต่ให้แจ้งเรื่องไว้ และรอการติดต่อกลับไป  

เคยสงสัยกันหรือไม่ ทำไมขึ้นเครื่องบินต้องปิดโทรศัพท์มือถือ?

ช่วงสิ้นปีแบบนี้หลายท่านวางแผนท่องเที่ยวในวันหยุดพักผ่อน หลายท่านเลือกการเดินทางโดยเครื่องบิน เพื่อย่นระยะเวลา แถมช่วงนี้ทางสายการบินต่างๆ

เปิดโผ ‘โรคต้องห้าม’ โดยสารเครื่องบิน และทำไม ‘น้ำในหูไม่เท่ากัน’ ถึงต้องงดขึ้นเครื่อง

กรณีภรรยาของรองผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 5 ถูกสายการบินนกแอร์ปฏิเสธให้ขึ้นเครื่อง เที่ยวบินดอนเมือง-อุดรธานี เมื่อวันที่ 30 มี.ค. 60 ที่ผ่านมา เนื่องจากป่วยน้ำในหูไม่เท่ากัน ซึ่งทางกัปตันสนอง มิ่งเจริญ นายกสมาคมนักบินไทย ชี้แจงว่าตามมาตรฐานระเบียบข้อบังคับการบิน หากปิดประตูเครื่องบินแล้ว การตัดสินใจบนเครื่องจะเป็นอำนาจหน้าที่ในการรับผิดชอบของกัปตันบินในไฟท์นั้นๆ กรณีนี้ทางกัปตันไม่อนุญาตให้ร่วมไฟท์ได้ เพราะหากเกิดการเจ็บป่วยระหว่างการเดินทาง อาจมีอันตรายต่อผู้โดยสารได้ ยกเว้นมีใบรับรองทางการแพทย์มายืนยันว่าโรคเหล่านั้นไม่กระทบต่อการเดินทางบนเครื่องบิน กรณีอาจจะสร้างความงุนงงให้กับใครหลายคน ว่าเหตุใด อาการน้ำในหูไม่เท่ากันจึงห้ามขึ้นเครื่องบิน และมีโรคอะไรอีกบ้าง ที่เป็นโรคต้องห้ามโดยสารทางเครื่องบิน ทีมข่าวอมรินทร์ทีวี สอบถามไปยังคลินิกแพทย์ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ทราบว่า โรคที่ห้ามขึ้นเครื่องบิน ได้แก่ โรคที่เกี่ยวข้องกับความดันบรรยากาศ เช่น โรคหัวใจ โรคทางปอด โรคอัมพฤษ์ อัมพาต โรคติดต่อร้ายแรง เช่น อีสุกอีใส ตาแดง โรคติดต่อทางเดินหายใจ เช่น ไข้หวัดใหญ่ ไข้หวัดนก โรคที่เกี่ยวกับโพรงบรรยากาศ เช่น โพรงไซนัสอักเสบ หูน้ำหนวก ที่มีอาการขณะนั้น นอกจากนี้ ยังห้ามเด็กแรกเกิดอายุต่ำกว่า 7 วัน และสตรีมีครรภ์ที่มีปัญหาสุขภาพ ขึ้นเครื่องบินด้วย […]

keyboard_arrow_up