ชาวบ้านฮือไล่ ปลัด อบต. รับเงินสินบน-เจ้าตัวโต้ไร้ทุจริต พร้อมให้ตรวจ (คลิป)

ตัวแทนกลุ่มชาวบ้านที่ได้ยื่นหนังสือ ไล่ “ปลัด อบต. บางพลวง” อ้างรับเงินสินบน เจ้าตัวโต้ยันความบริสุทธิ์ พร้อมให้ตรวจ วันที่ 16 สิงหาคม 2561 ที่บริเวณหน้าองค์การบริหารส่วนตำบลบางพลวง ได้มีกลุ่มชาวบ้านจำนวนเกือบ 50 คน ได้รวมตัวประท้วงขับไล่  นายมนตรี พวงทอง ปลัดองค์การบริหารส่วนตำบลบางพลวง พร้อมกับชูป้ายที่มีการเขียนข้อความต่างๆ เช่น เราไม่เอาคนทุจริต ปลัดมนตรีออกไป ออกไป คนบางพลวงเลี้ยงควาย  แต่ไม่ใช่ควาย   ก่อนที่จะมีการมอบหนังสือร้องเรียน   พร้อมกับแผ่นซีดีที่มีการบันทึกคลิปวิดีโอว่าปลัด อบต.มีการเรียกรับเงินสินบน ต่อนายเสถียร แก้วไทรเลิศ นายกองค์การบริหารส่วนตำบลบางพลวง นายชิน อินเอี่ยม อดีตกำนันตำบลบางพลวง ตัวแทนกลุ่มชาวบ้านที่ได้ยื่นหนังสือ  กล่าวว่า ตนเองและชาวบ้านตำบลบางพลวง  มีความรู้สึกอึดอัดใจต่อการทำงานของปลัดมนตรี  มาตลอดเวลากว่า 4 ปี  เนื่องจากปลัดมนตรี มักจะมาทำงานสาย หรือไม่ค่อยมาทำงานอยู่บ่อยครั้ง   ทำให้การติดต่อประสานงานทางราชการเกิดความล่าช้า   ทั้งไม่รับฟังความคิดเห็นของชาวบ้าน  รวมไปถึงการทุจริตเรียกรับผลประโยชน์ในการขอใบอนุญาตต่างๆ   และได้มอบหลักฐานทั้งหมดเพื่อให้ตรวจสอบไว้แล้ว หลังจากนั้นกลุ่มชาวบ้านทั้งหมดได้เดินทางไปยังอำเภอบ้านสร้าง เพื่อยื่นหนังสือให้กับนายอำเภอบ้านสร้างเพื่อตรวจสอบ  โดยมีเจ้าหน้าที่ทหาร ตำรวจ และอส. ได้ดูแลความสงบให้อยู่ในขอบเขต ก่อนที่จะเชิญชาวบ้านทั้งหมดเข้าพบ […]

ขึ้นป้ายไล่หมา! สาวเชียงใหม่สุดทน สุนัขเพื่อนบ้านกัดหมาที่เลี้ยง หน่ายสร้างความเดือนร้อนถี่

เจ้าของบ้าน ในหมู่บ้านจัดสรรแห่งหนึ่ง ที่จังหวัดเชียงใหม่ ขึ้นป้ายใหญ่ ขับไล่หมาเพื่อนบ้านออกจากหมู่บ้าน หลังหมาตัวดังกล่าวไปกัดหมาพุดเดิ้ล ที่เลี้ยงไว้ ที่หมู่บ้านแห่งหนึ่ง ตำบลหนองผึ้ง อำเภอสารภี จังหวัดเชียงใหม่ ได้ขึ้นป้ายไวนิลขนาดใหญ่บริเวณหน้าบ้านของตัวเองเพื่อไล่หมาตัวหนึ่งชื่อว่า “เจ้าโบ้” ซึ่งเป็นหมาของเพื่อนบ้านที่อยู่ถัดกันไปเพียง 2 หลัง โดยระบุสาเหตุว่า เจ้าโบ้ ได้สร้างความเดือดร้อนให้ชาวบ้านในละแวกดังกล่าว และเมื่อวันที่ 20 กรกฏาคมที่ผ่านมา เจ้าโบ้ ได้เข้ามากัด เจ้าแมมมอธ หมาพุดเดิ้ล วัย 5 ปี ของตนเอง บาดเจ็บสาหัส ต้องนำตัวส่งรักษาบาดแผลหมดค่ารักษาไปถึง 13,000 บาท แต่เจ้าของหมาเจ้าโบ้ กลับไม่ออกมาแสดงความรับผิดชอบแต่อย่างใด ผู้สื่อข่าวจึงลงพื้นที่ไปยังหมู่บ้านดังกล่าว พบเจ้าของบ้านหลังที่ขึ้นป้ายขับไล่ แต่ไม่พบเจ้าของบ้าน จากการสอบถามทราบเบื้องต้นว่า ขณะนี้เจ้าตัวได้เดินทางกลับต่างจังหวัด แต่เจ้าตัวเล่าให้ฟังทางโทรศัพท์ว่า เรื่องดังกล่าวเกิดขึ้นจริงขณะมาพัก ในวันเกิดเหตุได้ออกไปทำธุระนอกบ้าน และปล่อยให้แมมมอธ วิ่งเล่นในรั้วบ้าน กระทั่งตอนเย็นกลับมาก็พบว่า แมมมอธ ได้ถูก เจ้าโบ้ กัดจนบาดเจ็บสาหัส จึงต้องรีบเอาไปรักษา ต่อมาทางเจ้าของ เจ้าโบ้ ได้ออกมาแสดงตัวแต่ไม่ได้มาขอโทษ หรือแสดงความรับผิดชอบกับเรื่องที่เกิดขึ้นแต่อย่างใด จึงแจ้งความกับทางตำรวจ สภ.สารภีจนทางเจ้าของออกมาชดใช้ค่าเสียหายเพียง 2,000 […]

ชาวบ้านลุกฮือ! ขับไล่ผู้ใหญ่บ้านไม่โปร่งใส–เอาอุจจาระใส่บาตรหวังแกล้งพระ (คลิป)

ชาวบ้านบ้านหนองหล่ม ม.2 อ.ม่วงสามสิบ จ.อุบลราชธานี รวมตัวประท้วงขับไล่ผู้ใหญ่บ้าน ที่บริเวณที่ว่าการอำเภอ สาเหตุมาจากการบริหารงานไม่โปร่งใส ทำให้คนในพื้นที่ไม่มีความสามัคคี แตกแยก นอกจากชาวบ้านยังมีพระจากวัดภายในชุมชนเข้าร้องเรียนเช่นเดียวกัน เนื่องจากผู้ใหญ่บ้านคนดังกล่าว เข้ามาหาผลประโยชน์ ยักยอกเงินวัดและเงินในโครงการต่างๆ ของหมู่บ้าน ชาวบ้านที่มาร้องเรียนรายหนึ่ง เล่าว่า เมื่อปีที่ผ่านมามีโครงการ 9101 สร้างงานให้กับคนในชุมชน แต่ปรากฎว่าผู้ใหญ่บ้านรายนี้เรียกเก็บเงินกับชาวบ้าน คนละ 300-900 บาท แต่ไม่มีการสร้างงานเกิดขึ้น ด้านเจ้าอาวาสวัดหนองหล่ม หนึ่งในผุู้ร้องเรียน เล่าว่า ผู้ใหญ่บ้านได้นำเงินของวัดไปฝากในชื่อของญาติ โดยที่คณะกรรมการวัดไม่มีส่วนรู้เห็น เคยร้องเรียนไปเมื่อปี 58 แต่เรื่องก็หายเงียบไป นายอำเภอเคยเรียกตัวมาไกล่เกลี่ย สั่งให้คืนเงินวัดจำนวน 70,000 บาท แต่ผู้ใหญ่บ้านก็ไม่คืนให้ ในช่วงหลังก็มีการพูดจาหยาบคาย กลั่นแกล้ง ถึงขั้นเอาอุจจาระมาใส่บาตรพระ เอาชุดชั้นในของผู้หญิงมาวางตามกุฏิ ทั้งนี้ทางอำเภอได้มีการรับเรื่องไว้ พร้อมระบุว่าจะตรวจสอบข้อเท็จจริงทั้ง 2 ฝ่ายเพื่อให้ความเป็นธรรม ชาวบ้านจึงพอใจและแยกย้ายกันกลับบ้าน

นศ.เมืองโคราชประท้วงไล่ 2 อาจารย์ พฤติกรรมลามก-ให้ตกยกห้อง ขู่ฟ้องนายกฯ (คลิป)

เมื่อวันที่ 18 ม.ค. 61 กลุ่มนักศึกษาคณะศิลปะกรรมศาสตรบัณฑิต สาขาวิชาทัศนศิลป์ มหาวิทยาลัยราชภัฎนครราชสีมา จ.นครราชสีมา จำนวน 50 คนรวมตัวถือป้ายประท้วงต่อต้านอาจารย์ 2 คน คือ นายบุญกอง อินตา และนายสัญญา พันธ์ไสวไม่ให้กลับเข้ามาสอนในคณะภายหลังจากที่อธิการบดีมหาวิทยาลัยมีคำสั่งย้ายกลับเข้ามาสอน สืบเนื่องจากเมื่อปี 47 กลุ่มนักศึกษาคณะศิลปศาสตร์บัณฑิตสาขานิเทศศิลป์ ม.ราชภัฏนครราชสีมา ได้รวมตัวกันประท้วงกล่าวหานายบุญกอง ซึ่งเป็นอาจารย์ประจำคณะว่ามีพฤติกรรมไม่เหมาะสม ถ่ายภาพของลับเก็บไว้ในคอมพิวเตอร์ราชการและถูกเผยแพร่ไปทั่วมหาวิทยาลัย อีกทั้งยังกล่าวหาว่านายบุญกองกล่าวปลอมแปลงเอกสารเบิกจ่ายวัสดุฝึกงานนักศึกษาไปใช้ส่วนตัว นักศึกษาจึงได้มีการรวมตัวชุมนุมประท้วงขับไล่ ทางอธิการบดีมหาวิทยาลัยราชภัฎนครราชสีมาในขณะนั้นได้มีการตั้งคณะกรรมการสอบทางวินัย โดยคณะกรรมการมีความเห็นว่าเป็นความผิดวินัยที่ไม่ร้ายแรงจึงมีการลงโทษโดยสั่งปลดจากตำแหน่งประธานโปรแกรมวิชาศิลปกรรมในขณะนั้น ไม่ปรับเงินเดือนขึ้นให้เป็นระยะเวลา 1 ภาคการศึกษา ให้ย้ายไปสอนที่คณะอื่น และมีคำสั่งให้นำเงินที่เบิกจ่ายไปใช้ส่วนตัวนำมาคืน ส่วนในกรณีของนายสัญญา อาจารย์คณะเดียวกัน ถูกนักศึกษากล่าวหาว่าออกเกรดหรือผลการเรียนนักศึกษาตกทั้งชั้นเรียนทางอธิการบดีฯ ได้ตั้งคณะกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริงและมีคำสั่งย้ายให้ไปสอนประจำที่คณะอื่นเช่นกัน ต่อมาเมื่อปี 55 นายบุญกอง และนายสัญญาได้ยื่นหนังสือถึงอธิการมหาวิทยาลัยเพื่อขอกลับมาสอนที่คณะเดิมแต่นักศึกษาได้รวมตัวถือป้ายข้อความประท้วงขับไล่ไม่เอาอาจารย์ทั้ง 2 คนอีกครั้ง ซึ่งเหตุการณ์ในขณะนั้น ทางมหาวิทยาลัยฯได้ชี้แจงต่อนักศึกษาแล้วว่ามีการตั้งคณะกรรมการสอบและลงโทษแล้วจึงมีการประชุมและหาทางออกร่วมกันโดยผลสรุปว่าไม่อนุมัติคำสั่งย้ายนายบุญกอฯและนายสัญญาให้กลับมาสอนยังคณะศิลปะกรรมศาสตรบัณฑิตสาขาวิชาทัศนศิลป์ จนกระทั่งล่าสุดเมื่อวันที่ 12 ม.ค. 61 อธิการบดีม.ราชภัฏนครราชสีมาได้มีคำสั่งให้นายบุญกองและนายสัญญกลับเข้ามาสอนที่คณะศิลปะกรรมศาสตรบัณฑิตสาขาวิชาทัศนศิลป์อีกครั้ง เป็นเหตุให้นักศึกษาในคณะรวมตัวถือป้ายข้อความประท้วงขับไล่อาจารย์ทั้ง 2 คน กลุ่มนักศึกษา […]

ทนต่อไปไม่ไหว! ชาวบ้านลุกฮือ ไล่ อบต. ไร้คุณภาพ 4 ปีไม่มีผลงาน

เมื่อเลือกผู้แทนเข้าไปทำงาน ทุกคนก็ย่อมหวังว่าผู้นั้นจะสามารถเป็นตัวแทนของประชาชนในการบริหารจัดการ พัฒนาชุมชนให้ดีขึ้น แต่ที่ ต.คลองตัน จ.สมุทรสาคร ชาวบ้านเจอปัญหาคือ นายกองค์การบริหารส่วนตำบลที่เลือกเข้าไปทำงาน ไม่ทำหน้าที่ให้สมกับความไว้วางใจของชาวบ้าน โดยตลอด 4 ปีในตำแหน่งไม่มีผลงานเป็นชิ้นเป็นอัน อีกทั้งล่าสุดเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุก็ล่าช้ามากว่า 2 เดือนแล้ว ชาวบ้านเดือดร้อนเป็นอย่างมาก ที่ต.คลองตัน ชาวบ้านมากกว่า 300 คน ได้ออกมาชุมนุมขับไล่นายกอบต. เนื่องจากไม่พอใจการบริหาร โดยที่ผ่านมางบประมาณที่ได้รับการจัดสรรมาจากภาครัฐไม่ถูกใช้ ไม่มีการทำโครงการพัฒนาชุมชนใดๆ เกิดขึ้น ทั้งการสร้างสะพาน ปรับปรุงถนน หรือติดไฟส่องสว่าง ตอนนี้ตำบลต้องอยู่ในความมืดมากว่า 2 ปีแล้วเนื่องจากไฟถนนไม่ได้รับการซ่อมแซม โดยเชื่อว่าเป็นการกลั่นแกล้งชาวบ้านเนื่องจากเมื่อปี 2557 มีชาวบ้านเข้าไปร้องเรียนว่านายกอบต.คนนี้ทุจริต และหลังจากนั้นก็ไม่เคยมีโครงการใดเกิดขึ้นอีกเลย นอกจากนี้นายก อบต.ยังไม่เคยมาถามสารทุกข์สุขดิบชาวบ้าน วัฒนธรรมประเพณีต่างๆ เช่น สงกรานต์ ที่ควรอนุรักษ์ไว้ กลับไม่เคยมีการจัดงานใดๆ เลย หรือเมื่องานพระราชพิธีพระทานเพลิงศพในหลวง ร.9 ก็ไม่มีการจัดพิธี เมื่อสอบถามถึงสาเหตุและคำชี้แจง ก็อ้างว่าเป็นความผิดของเจ้าหน้าที่ที่ทำงานล่าช้า ทำให้เสนอโครงการไม่ทันปิดงบประมาณ ตอนนี้ชาวบ้านเดือดร้อนและไม่พอใจอยากให้นายก อบต.แสดงสปิริตโดยการลาออก ติดตามชมรายการคลายทุกข์ชาวบ้าน ได้ทุกวันจันทร์-ศุกร์ เวลา 14.15 น. […]

ลุกฮือ! ชาวบ้าน-นร. ประท้วงไล่ผอ. บริหารไม่โปร่งใส ผอ.โต้ พร้อมให้ตรวจสอบ (คลิป)

ชาวบ้านคลองใคร ต.คลองพน อ.คลองท่อม จ.กระบี่ พร้อมด้วยเด็กนักเรียนโรงเรียนจำนวนกว่า 300 คนนำโดยนายอลงกรณ์ หญ้าปรัง ประธานคณะกรรมสถานศึกษา รวมตัวถือป้ายประท้วงขับไล่นายไพโรจน์ ขาวสังข์ ผู้อำนวยการโรงเรียนบ้านคลองไคร ให้ย้ายออกจากพื้นที่ กรณีบริหารงานในโรงเรียนล้มเหลว หลังจากย้ายเข้ามารับตำแหน่งได้ประมาณ 4 ปี ทำให้ครูในโรงเรียนเกิดความแตกแยกไม่สามารถดูแลบริหารครูให้เกิดความเป็นอันหนึ่งอันเดียวได้ ส่งผลทำให้ผลการเรียนของเด็กแย่ลง และยังมีการกลั่นแกล้งสับเปลี่ยนตำแหน่งครูในโรงเรียน ทำให้ครูที่ทำงานอยู่เดิมได้รับความเดือดร้อน นอกจากนี้ทางกลุ่มชาวบ้านที่มาประท้วงได้ร่วมลงรายชื่อเพื่อขับไล่ผู้อำนวยการโรงเรียนด้วยขณะที่ผู้อำนวยการโรงเรียนออกไปทำธุระไม่อยู่ในพื้นที่ในโรงเรียน ต่อมานายมนูญ เกกินะ กำนันต.คลองพน ได้เข้ามาเจรจาพูดคุยกับชาวบ้านที่มาชุมนุมประท้วง โดยขอร้องให้ชาวบ้านยุติการชุมนุมดังกล่าว พร้อมรับปากว่าจะขอให้ผู้อำนวยการโรงเรียนย้ายออกจากพื้นที่ภายในเวลา 7 วัน โดยให้ตัวแทนชาวบ้านทำหนังสือร้องเรียนไปยังผู้อำนวยการเขตพื้นที่การศึกษาให้มีการตั้งคณะกรรมการสอบสวนผู้อำนวยการโรงเรียนคนดังกล่าวจากนั้นชาวบ้านที่มาชุมนมุประท้วงก็ยอมยุติการชุมนมและแยกย้ายกันเดินทางกลับโดยไม่มีเหตุรุนแรง ด้านนายไพโรจน์ผู้อำนวยการโรงเรียนบ้านคลองไคร กล่าวว่า กรณีที่ชาวบ้านรวมตัวประท้วงขับไล่ตนนั้นเป็นเรื่องภายใน แต่มีการดึงมวลชนเข้ามาประท้วงขับไล่จากความไม่พอใจของครูบางคนภายในโรงเรียน ซึ่งตนยอมรับว่ามีการสับเปลี่ยนตำแหน่งครูที่ใกล้เกษียณ 3 ตำแหน่งฝ่ายการเงินฝ่ายวิชาการงานสหกรณ์นักเรียนเพื่อตามความเหมาะสมและมีความโปร่งใสมากขึ้นแต่อาจทำให้บางคนเกิดความไม่พอใจ อย่างไรก็ตามหากชาวบ้านไม่ต้องการให้ตนอยู่ ก็พร้อมที่จะย้ายแต่ยืนยันเรื่องการทำหน้าบริหารไม่เคยมีการกลั่นแกล้งครูในโรงเรียน และตนพร้อมที่จะให้ตรวจสอบในความโปร่งใส เพราะทำงานด้วยความสุจริต จึงต้องขอความเป็นธรรมด้วย

นักเรียนเดินขบวนขับไล่ ‘ผอ.รร.กีฬาศรีสะเกษ’ เหตุปลดโค้ชไม่เป็นธรรม-ทำตัวไม่เหมาะสม (คลิป)

วันที่ 2 ต.ค. 60 เวลา 09.00 น. ที่ถนนขุขันธ์ ต.เมืองใต้ อ.เมือง จ.ศรีสะเกษ นักเรียนจากโรงเรียนกีฬาจังหวัดศรีสะเกษ ทั้งหญิงและชายจำนวนกว่า 100 คน เดินชูป้ายไปตามถนนมุ่งหน้าสู่ศาลากลางจังหวัดศรีสะเกษ โดยมีข้อความขับไล่ นายศุภกิจ จันทร์ตรี ผู้อำนวยการโรงเรียนกีฬาจังหวัดศรีสะเกษ และกล่าวถึงการบริหารงานที่ไม่โปร่งใสไร้คุณธรรม โดยตัวแทนนักเรียน ได้เดินเท้ามาจากโรงเรียนเป็นระยะทางกว่า 5 กิโลเมตรเพื่อไปยื่นหนังสือขอความเป็นธรรมต่อผู้ว่าราชการจังหวัดศรีสะเกษให้เข้าตรวจสอบพฤติกรรมดังกล่าวของผู้อำนวยการโรงเรียนกีฬาจังหวัดศรีสะเกษ น.ส.ชลดา จันบัวล ตัวแทนนักเรียนได้อ่านแถลงการณ์ต่อหน้า นายเสริมศักดิ์  คำโสภา ผู้อำนวยการกลุ่มงานศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดศรีสะเกษ ระบุว่า นายศุภกิจ ได้ปลดโค้ชฟุตบอล แฮนบอล ยูโด ซึ่งตัวแทนนักเรียนอ้างว่า ทางผู้บริหารไม่มีการชี้แจงถึงสาเหตุของการสั่งปลดในครั้งนี้ ส่วนข้อกล่าวหาอื่นๆ ที่นักเรียนได้ยื่นต่อศูนย์ดำรงธรรม คือการกล่าวหาว่าผู้อำนวยการโรงเรียนตบหัวครูต่อหน้านักเรียน และพูดจาหยาบคาย อย่างไรก็ตามนายศุภกิจ ผู้อำนวยการฯ ได้เข้าชี้แจงต่อศูนย์ดำรงธรรม ทหารกองกำลังรักษาความสงบเรียบร้อย และเจ้าหน้าที่จากพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ เพื่อให้ร่วมรับฟังด้วยเนื่องจากเด็กๆ นักเรียนยังเป็นเยาวชน  นายศุภกิจ  เปิดเผยว่า จากข้อกล่าวหาทั้งหมดที่เด็กนักเรียนกล่าวหา ไม่ว่าจะเป็นเรื่องทำร้ายร่างกาย หรือพูดจาหยาบคาย ก็ให้หาหลักฐานมาแสดง […]

ลือ ‘ผีโพง’ อาละวาดเมืองแพร่! ทำชาวบ้านผวาหนัก รวมตัวนิมนต์พระมาขับไล่ (คลิป)

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เวลานี้ได้มีข่าวลือแพร่สะพัดที่หมู่บ้านแม่หล่ายหัวทุ่ง หมู่ 6 ต.แม่หล่าย อ.เมือง จ.แพร่ ว่ามีดวงวิญญาณหรือผีโพง ผีปอบ เข้ามากินกบเขียด ไก่ และสัตว์เลี้ยงในหมู่บ้าน รวมทั้งหลอกหลอนเด็กเล็กให้เกิดอาการเจ็บป่วย โดยวิญญาณดังกล่าวจะมีลักษณะเป็นดวงแก้วสีเขียวแดงลอยไปมา และปรากฏเป็นเงาคนให้เห็น สร้างความหวาดผวาไปทั่ว นางบังอร ดวงใน อายุ 63 ปี อ้างว่าเห็นดวงแก้วสีแดงอยู่ที่บริเวณหลังบ้านใกล้กับบริเวณที่มีกรงกระต่าย จึงได้นำพระเครื่องมาแขวนเพื่อขอบารมีพระพุทธคุณปกปักษ์รักษาตนให้แคล้วคลาดจากผีร้าย โดยในคืนที่ผ่านมาจำเป็นต้องเข้ามานอนในบ้านของตนเองแม้จะกลัวแต่ก็ไม่รู้จะทำอย่างไร นางบังอรกล่าวว่าเกิดมาไม่เคยเห็นผีเลย มีครั้งนี้ได้เห็นกับตา ขออย่ามารบกวนกัน ด้านนายอนุชิต เหมืองหม้อ ผู้ใหญ่บ้านหมู่ที่ 6 ต.แม่หล่าย อ.เมือง จ.แพร่ กล่าวกับผู้สื่อข่าวว่า ตามความเชื่อดวงไฟสีเขียวแดงนั้น ไม่ใช่ผีปอบหรือผีโพงแต่อย่างใด เพียงแต่เป็นวิญญาณชนิดหนึ่งที่มีผู้มีวิชาไสยศาสตร์เลี้ยงไว้เพื่อประโยชน์ในการทำคุณไสย ซึ่งออกมาหากินในเวลากลางคืนอยู่เป็นประจำแต่ไม่ได้ออกมาไกล ระยะหลังออกไปยังบ้านเรือนต่างๆ จนมีคนเห็นมากขึ้นทำให้มีกระแสตื่นตระหนก และสร้างความหวาดกลัว แต่ดวงวิญญาณเหล่านี้ไม่ทำอันตรายถึงชีวิต และไม่ส่งผลกระทบกับชาวบ้าน คนที่เป็นเจ้าของดวงวิญญาณเหล่านี้อาจทำไม่เหมาะสมหรือเลี้ยงไม่ดีพอ ทำให้ออกมาหากิน ทั้งนี้ ได้ออกสอดส่องว่าใครเป็นต้นตอของเหตุที่เกิดขึ้น เพื่อไม่ให้ชาวบ้านหวาดกลัว และกำลังปรึกษาหารือกันว่าจะมีการร่วมกันนิมนต์พระมาปัดรังควาน และอาจมีการทำบุญใหญ่ในหมู่บ้านเพื่อให้ปัญหาดังกล่าวหมดไป

ประท้วง สาปแช่ง!! ‘เจ้าอาวาสวัดแค’ ยักยอกทรัพย์เกือบ 2 ล้าน (คลิป)

ชาวชุมชนวัดแค ต่างอยู่ในอารมณ์โกรธเกรี้ยว ตะโกนด่าทอ เผาโลงศพ และเผาหุ่นขับไล่พระครูไพบูลย์ กิจจาทอง เจ้าอาวาสวัดสวัสดิ์วารี สีมาราม (วัดแค สามเสน) หลังจากไม่ออกมาชี้แจงต่อชาวบ้าน เนื่องจากเจ้าอาวาสมีการถอนเงินจากบัญชีวัด กว่า 1.7 ล้าน เมื่อช่วง 3 เดือนที่ผ่านมา จนเหลือเพียงหลักพันบาท ทำให้ชาวบ้านเกิดความไม่พอใจขึ้น ซึ่งการขับไล่ในครั้งนี้ถือเป็นครั้งที่ 2 แล้ว ย้อนไปเมื่อวันที่ 2 มิถุนายนที่ผ่านมา ชาวบ้านวัดแคสามเสน รวมตัวขับไล่พระครูไพบูลกิจจาทร เจ้าอาวาสวัด หลังพบเงินในบัญชีพระราชทานเพลิงเจ้าอาวาสองค์เก่า หายไปราว 1.5 ล้านบาท ซึ่งคราวนั้น เจ้าอาวาสได้ชี้แจงถึงเงินที่หายไปว่า นำไปเช่าวัตถุมงคล หวังนำดอกผลมาบูรณะวัดและเตรียมนำเงินคืนเข้าบัญชีภายในวันที่ 15 มิถุนายน โดยจะคืนพร้อมดอกผลอีก 4 แสน รวมเป็น 1.9 ล้านบาท โดยเมื่อวานนี้เป็นวันกำหนดนัดหมาย เจ้าอาวาสนำเงินมาคืนทั้งหมดจริง 1.9 ล้านบาท แต่ไม่ได้ชี้แจง และทางเจ้าคณะแขวง ฝ่ายปกครองของสงฆ์ก็ไม่ได้เข้าชี้แจงด้วยว่า พฤติกรรมดังกล่าวของเจ้าอาวาสนั้นมีความผิดวินัยสงฆ์หรือไม่ จึงเกิดภาพรวมตัวคัดค้านขึ้น ทีมข่าวพูดคุยกับพระประกิจ […]

keyboard_arrow_up