“ขนมโตเกียว” ของกินเล่นแบบไทยๆ ที่ได้แรงบันดาลใจมาจากญี่ปุ่น

หากใครไปญี่ปุ่น และพยายามเดินตามหา “ขนมโตเกียว” มาลองชิมล่ะก็ งานนี้คงจะต้องผิดหวังอย่างไม่ต้องสงสัย เพราะขนมที่ว่านี้เป็นไอเดียไทยประดิษฐ์โดยแท้ เพียงแต่ได้แรงบันดาลใจมาจากขนมญี่ปุ่นที่หน้าตาคล้ายๆ กันอย่าง ขนมโดะระยะกิ (บ้างก็ว่าเป็นขนมยะสึฮะชิ) นั่นคือการใช้แป้งแพนเค้กบางๆ ที่ผ่านการทำให้สุกบนเตาร้อนๆ แล้วม้วนห่อไส้ซึ่งมีด้วยกันหลากหลายไส้ เช่น ไส้กรอก, ไข่นกกระทา, ไส้ครีมรสหวานต่าง ๆ รวมถึงอาจจะมีไส้พิเศษในบางร้าน เช่น ชีส, บิ๊กไบค์, ไก่ยอ หรือแม้กระทั่งเนื้อปลาแซลมอนก็มี แม้จะยังไม่ทราบที่มาแน่ชัดของขนมชนิดนี้ (แม้กระทั่งขนมที่เป็นแรงบันดาลใจก็ยังมีข้อมูลไม่ตรงกัน) แต่จากข้อมูลในนิตยสาร HEALTH & CUISINE ปีที่ 16 Vol. 188 ได้ระบุว่า ขนมโตเกียวนั้นมีการนำขายในประเทศไทยเมื่อราวๆ ปี พ.ศ. 2510 ที่ห้างสรรพสินค้าไทยไดมารู ซึ่งเป็นกิจการห้างสรรพสินค้าของญี่ปุ่นมาเปิดดำเนินกิจการครั้งแรกในประเทศไทย และได้รับความนิยมเป็นมาก เพราะเป็นสถานที่แห่งแรกในประเทศไทยที่มีบันไดเลื่อนและเครื่องปรับอากาศ เชื่อว่าจุดกำเนิดของขนมโตเกียวมาจากการที่มีผู้ขายอยู่ที่ห้างแห่งนี้ โดยดัดแปลงมาจากขนมโดะระยะกิของญี่ปุ่น แล้วตั้งชื่อขนมของตนเองที่ทำขึ้นใหม่นี้ว่า “ขนมโตเกียว” เนื่องจากไทยไดมารูนำเข้าสินค้าจากประเทศญี่ปุ่นรวมถึงอาหารด้วย ซึ่งไม่ได้เกี่ยวข้องอะไรกับกรุงโตเกียว เมืองหลวงของประเทศญี่ปุ่นแต่อย่างใด ปัจจุบัน ขนมโตเกียวกลายเป็นของกินเล่นที่สามารถพบเห็นได้ทั่วไป ทั้งในแบบของร้านที่มีการตั้งขายเป็นหลักแหล่ง และในแบบในร้านรถเข็นตามชุมชน และมีการพัฒนารูปแบบการทำไปอีกหลายรูปแบบ […]

“ป็อปคอร์น” ของกินเล่นที่มีมากว่า 5,600 ปี และเป็นของขายดีหน้าโรงหนัง

ข้าวโพดคั่ว หรือ ป็อปคอร์น (Popcorn) เป็นของกินเล่นที่รู้จักกันทั่วไปในหลายชนชาติ โดยมีต้นกำเนิดข้าวโพดคั่วนั้นอยู่ในดินแดนของอินเดียแดงในทวีปอเมริกา ตั้งแต่เมื่อประมาณ 5,600 ปีที่ผ่านมา ซึ่งนักโบราณคดีพบหลักฐานเกี่ยวกับข้าวโพดคั่วในซากเมืองโบราณหลายแห่ง เช่น เมืองอินคาทางอเมริกาใต้ เมืองมายาในอเมริกากลาง และเมืองอัซเตกในเม็กซิโก ต่างพบการใช้ข้าวโพดจำนวนมากมาเป็นเวลานานก่อนสมัยที่โคลัมบัสมาเยือนโลกใหม่ ข้าวโพดที่คั่วจนพองขาวแล้วชาวอินเดียแดงในอเมริกาเหนือจะนำมารับประทาน และร้อยสายด้วยหญ้า ทำเป็นเครื่องประดับสำหรับหัวหน้าเผ่าหรือนักรบ รูปเคารพเทพเจ้าฝนของชาวอัซเตก และเทพเจ้าข้าวโพด บางครั้งก็ประดับด้วยข้าวโพด และในบางแห่งของเม็กซิโกในปัจจุบันวันนี้ บางครั้งก็มีการใช้พวงข้าวโพดคั่วประดับเทวรูป ต่อมาข้าวโพดค่อยๆ แพร่หลายไปทั่วสหรัฐอเมริกาในฐานะพืชเกษตรกรรมทั่วไป และเริ่มทีความสำคัญในฐานะผลผลิตทางการเกษตรในตลาดเมื่อราว ค.ศ. 1890 ก่อนที่จะได้รับความนิยมอย่างสูง และเริ่มผลิตในเชิงการค้า โดยมีการผลิตเครื่องทำข้าวโพดคั่วขนาดมหึมา ใช้เตาน้ำมันเบนซิน กลายเป็นอุปกรณ์ที่คุ้นตาในงานแห่และงานเทศกาล และเมื่อในปี ค.ศ. 1893 ในงานแสดงสินค้าโลกที่ชิคาโก ก็มีการผลิตข้าวโพดคั่วแบบใหม่ เรียกว่า เครเกอร์แจ็ค (Cracker Jack) อันเป็นส่วนผสมของข้าวโพดคั่ว น้ำอ้อย และถั่วลิสง หลังจากความเติบโตของธุรกิจภาพยนตร์เมื่อต้นคริสต์ศตวรรษที่ 20 และการเปิดโรงภาพยนตร์จำนวนนับไม่ถ้วน ทำให้ข้าวโพดคั่วกลายเป็นส่วนหนึ่งของความบันเทิงแบบใหม่ โดยมีการขายข้าวโพดทั่วในโรงภาพยนตร์ตั้งแต่ ค.ศ. 1912 ก่อนที่เครื่องผลิตข้าวโพดคั่วแบบไฟฟ้าเสร็จสมบูรณ์และนำออกจำหน่ายประมาณปี ค.ศ. 1925 […]

ต้องลอง! ‘แมงกะพรุนย่าง’ เกรดพรีเมี่ยมในราคาตลาดนัด อร่อยกรุบกรอบ-ได้สุขภาพ

แมงกะพรุนถือเป็นอาหารแคลอรี่และคอเลสเตอรอลต่ำ ดีต่อสุขภาพ ที่นิยมกินกันมานาน โดยเฉพาะในเมนูอาหารจีน อาหารญี่ปุ่น หรือที่คนไทยเราคุ้นเคยกับการกินแมงกะพรุนใน ‘เย็นตาโฟ’ หรือการนำมาลวกกินกับน้ำจิ้มซีฟู้ด ด้วยความอร่อยกรุบกรอบทำให้แมงกะพรุนเป็นอาหารที่หลายคนชื่นชอบ ปากลำโพง เลยจะพาไปชิมกับอีกเมนูเด็กที่ทำจากแมงกะพรุน อย่าง แมงกะพรุนย่าง แมงกะพรุนที่อย่างจนกรุบกรอบ ทานกับน้ำจิ้มรสชาติต่างๆ ออกมาอร่อยลงตัว พิสิฐ สุวรรณชัย และ จิรพันธ์ ประคองแก้ว เจ้าของร้าน เจลลี่ ฟิท (Jelly Fit) ร้านแมงกะพรุนย่าง ที่เล่นคำจาก Jelly Fish ที่แปลกว่าแมงกะพรุน กับคำว่า Fit ที่มาจากกระชับ เพราะแมงกะพรุนเป็นอาหารที่กินแล้วไม่อ้วน มีคอลลาเจนและโปรตีนสูงนั่นเอง โดยที่ร้านจะใช้แมงกะพรุนอย่างดี เกรดเดียวกับที่ส่งออกต่างประเทศ ใช้วิธีการย่างเฉพาะตัวให้แมงกะพรุนออกมากรุบกรอบ ไม่เหนียว ราดด้วยน้ำจิ้มสูตรเด็ดเฉพาะของทางร้าน ทั้ง 3 แบบ คือน้ำจิ้มซีฟู้ด น้ำจิ้มหวาน และน้ำจิ้มสุกี้ ใครที่อยากลองความอร่อยแบบต้นตำรับ ตามไปชิมที่สาขาใหญ่ ตลาดรถไฟรัชดา เปิดตั้งแต่ 5 โมง ถึงเที่ยงคืน ในอกจากนี้อีกไม่นานทางร้านจะมีเมนูใหม่ คือ บะหมี่แมงกะพรุนทรงเครื่อง ให้ได้ชิมกันด้วย! เป็นแมงกะพรุนในรูปแบบเส้นบะหมี่ […]

ชวนออเจ้าลองชิม ‘ข้าวปุก’ ของกิ๋นเล่นคนเมียง เพลินปากแต่ไม่ลำบากพุง

เชื่อว่าหลายๆ ท่าน มักจะชอบกินจุกกินจิกอยู่เป็นประจำ กินข้าวเสร็จแล้ว ก็ขอให้มีขนมติดไม้ติดมือบ้างแหละ แต่จะดีกว่ามั้ย ถ้าของกินเล่นนอกจากจะเพลินปาก และอิ่มท้องแล้ว ยังให้ประโยชน์ และสามารถทำกินเองได้อีกด้วย วันนี้ Amarin Online จะพาไปที่ศูนย์พัฒนาโครงการหลวงม่อนเงาะ ไปทำความรู้จักกับ “ข้าวปุก” กันเลย! ข้าวปุก เป็นของทานเล่นของทางภาคเหนือ ที่เน้นอิ่มพอสมควร เพราะเป็นการนำเอาข้าวเหนียวดำ มาตำผสมกับงาขี้ม่อนให้เหนียว แล้วเอามารีดเป็นแผ่นบนใบตอง และที่เกริ่นไปตอนต้นว่าเป็นของทานเล่นที่ให้ประโยชน์เพราะ ข้าวเหนียวดำเป๋็นหนึ่งในสุดยอดอาหารมากคุณค่าที่ควรทาน  สรรพคุณนั้นก็มีมากมาย ทั้งลดความเสี่ยงโรคหัวใจ, ยับยั้งการเจริญเติบโตของหัวใจ, ป้องกันโรคโลหิตจาง และที่สำคัญ ข้าวเหนียวดำยังอุดมไปด้วยมีวิตามินเอ อี บี 1 บี 2 และบี 6 ช่วยบำรุงสายตาและบำรุงสมองอีกด้วย! โดยสามารถทานสดๆ หรือจะนำไปย่างไฟเพิ่มความหอม ขอบอกว่ายิ่งกินร้อนๆ ยิ่งอร่อยเลยล่ะ เมนูนี้สายหวานก็ทานได้ แนะนำจิ้มน้ำอ้อยที่เคี่ยวกับถั่วบดคือฟินสุด แต่ถ้าเน้นสะดวกก็ราดนมข้นไปเลย สำหรับ “ข้าวปุก” สามารถเก็บไว้ทานได้นานถึง 3 วัน ใครที่อยากลองลิ้มชิมรสแต่ไม่สะดวกทำเอง ในอนาคตอันใกล้ ชาวบ้านในโครงการหลวงม่อนเงาะ จ.เชียงใหม่ ก็มีแพลนจะทำออกมาขายเป็นของฝากประจำท้องถิ่นอีกด้วย […]

keyboard_arrow_up