เจิมศักดิ์ ยกบทเรียน 6 ตุลาฯ เตือน “สื่อ-โซเชียล” อย่านำสถาบันมาเอี่ยวการเมืองโจมตี “อนาคตใหม่”

วันที่ 2 เมษายน 2562 ผู้สื่อข่าวได้รายงานว่า นายเจิมศักดิ์ ปิ่นทอง อาจารย์พิเศษประจำคณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ได้โพสต์ข้อความผ่านเพจเฟซบุ๊ก เจิมศักดิ์ ปิ่นทอง โดยระบุว่า… ก่อนเหตุการณ์ 6 ตุลาคม 2519 มีผู้นำสถาบันระดับสูง มากล่าวหาปลุกปั่น จนเกิดการแบ่งแยก เกลียดชัง ในที่สุดเกิดความรุนแรง ในช่วงเช้าของวันที่ 6 ตุลาคม 2519 มีการล้อมนักศึกษาที่ชุมนุมและถูกกล่าวหา มีการรวมตัวของชาวบ้านและเจ้าหน้าที่ใช้ความรุนแรงปราบปรามอย่างโหดเหี้ยม ทำให้มีผู้ถูกทำร้ายและเสียชีวิตจำนวนมาก นำมาซึ่งการรัฐประหารในคืนวันที่ 6 ตุลาคม 2519 อีกครั้งหนึ่ง กระแสสังคมในโซเชียลมีเดียและสื่อมวลชน ที่โจมตีเลขาธิการพรรคอนาคตใหม่ อาจารย์ปิยบุตร แสงกนกกุล โดยนำสถาบันระดับสูงมาเกี่ยวข้อง จึงเป็นสิ่งที่น่าระวังและเป็นอันตรายต่อความสุขสงบและไม่เป็นผลดีต่อสถาบัน หากทุกฝ่ายหยุดนำสถาบันระดับสูง มาวิพากษ์วิจารณ์เกี่ยวข้องทางการเมือง น่าจะเป็นผลดีทั้งต่อสถาบันที่เราเคารพรักและเป็นผลดีต่อสังคมโดยส่วนรวม ก่อนเหตุการณ์ 6 ตุลาคม 2519 มีผู้นำสถาบันระดับสูงมากล่าวหาปลุกปั่น จนเกิดการแบ่งแยก เกลียดชัง ในที่สุดเกิดความรุนแรง … โพสต์โดย เจิมศักดิ์ ปิ่นทอง […]

ทำความเข้าใจง่ายๆ ว่า “ฝ่ายซ้าย–ฝ่ายขวา” คืออะไร และใครเป็นใครในสองฝ่ายนี้

กลายเป็นประเด็นร้อนแรงทางการเมืองอีกครั้ง เมื่อ “บิ๊กแดง” พล.อ.อภิรัชต์ คงสมพงษ์ ผู้บัญชาการทหารบก (ผบ.ทบ.) ได้ประกาศกร้าวให้กลุ่มการเมือง เลิกใช้วาทกรรม “เผด็จการ- ประชาธิปไตย” แบ่งแยกประชาชน และขอความร่วมมือนักวิชาการอย่าปลูกฝังประชาธิปไตยซ้ายตกขอบ เพื่อหวังผลการเปลี่ยนแปลงการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข และขอให้ทุกฝ่ายยอมรับกติกา มาถึงตรงนี้ เชื่อว่าหลายคนอาจมีคำถามในใจอยู่ไม่น้อยว่า “ฝ่ายซ้าย” ที่บิ๊กแดงยกมานี้หมายถึงอะไร แล้วถ้ามีฝ่ายซ้าย จะมี “ฝ่ายขวา” ด้วยหรือไม่ และถ้ามีจริงทั้งสองฝ่ายนี้มีความแตกต่างกันอย่างไร เอาเป็นว่างานนี้ Amarin TV ขอพาทุกคนมาทำความรู้จักกับขั้วการเมืองทั้งสองอำนาจนี้กันสักหน่อยว่าคืออะไร มีความแตกต่างกันอย่างไร และแนวคิดที่เรามีอยู่นี้เข้าข่ายฝ่ายใดกันแน่ คำว่า ฝ่ายซ้าย-ฝ่ายขวา (left-right politics) เป็นระบบจำแนกจุดยืน อุดมการณ์ทางการเมืองและพรรคการเมือง การเมืองฝ่ายซ้ายและการเมืองฝ่ายขวามักถูกนำเสนอว่าขัดแย้งกัน แม้ว่าปัจเจกบุคคลหรือกลุ่มอาจมีจุดยืนฝ่ายซ้ายในประเด็นหนึ่ง และจุดยืนฝ่ายขวาในอีกประเด็นหนึ่งก็ได้ ในประเทศฝรั่งเศส ซึ่งเป็นที่กำเนิดของคำดังกล่าว ฝ่ายซ้ายถูกเรียกว่า “ขบวนการเคลื่อนไหว” (party of movement) และฝ่ายขวาถูกเรียกว่า “ขบวนการระเบียบ” (party of order) จุดยืนแบบเป็นกลางเรียกว่า สายกลาง (centrism) และบุคคลที่มีจุดยืนดังกล่าวเรียกว่า […]

ศิโรตม์เชื่อ “อนุทิน” ไม่หนุน “บิ๊กตู่” ชี้รัฐบาลหน้าเจอ “ฝ่ายค้าน” ใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์

จากกระแสข่าวความเคลื่อนไหวทางการเมืองที่มีการวิเคราะห์ว่า เสี่ยหนู – อนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย จะเป็นตัวแปรสำคัญในการจัดตั้งรัฐบาล และมีแนวโน้มว่าจะมีการจับมือจัดตั้งรัฐบาลกับพรรคพลังประชารัฐที่หนุน พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา เป็นนายกรัฐมนตรี ล่าสุดเมื่อวันที่ 1 เมษายนที่ผ่านมา ผู้สื่อข่าวได้รายงานว่า นายศิโรตม์ คล้ามไพบูลย์ ผู้ดำเนินรายการชื่อดัง ได้โพสต์ข้อความผ่านเพจเฟซบุ๊ก Sirote Klampaiboon โดยกล่าวถึงกระแสดังกล่าวว่า… คุณอนุทินและพรรคภูมิใจไทยถูกพูดถึงตลอดว่าไปอยู่กับฝั่งพลังประชารัฐและพลเอกประยุทธ์แน่ๆ แต่ผมว่าถ้าตัดสินใจด้วยเหตุผลจริงๆ คุณอนุทินไม่น่าไปครับ เพราะพลังประชารัฐเวลานี้ไม่มีเสียงพรรคไหนอยู่ในมือเลย แม้รวมจำนวน ส.ส.ของพรรคทั้งหมดที่ยังไม่ร่วมตั้งรัฐบาลกับ “ฝ่ายประชาธิปไตย” ก็ยังไม่ถึงครึ่งหนึ่งของ ส.ส.ในสภาด้วยซ้ำ ต่อให้พลังประชารัฐใช้เสียง 250 ส.ว.ที่พลเอกประยุทธ์ตั้งเองมาเลือกพลเอกประยุทธ์เป็นนายก นายกประยุทธ์ก็จะเป็นรัฐบาลที่มีเสียง ส.ส.สนับสนุนนิดเดียว ขณะที่ฝ่ายค้านอย่าง “พรรคประชาธิปไตย” มี ส.ส.รวมกันเกือบครึ่งสภา ซึ่งถือว่าเป็นฝ่ายค้านที่ใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ ใครเป็นรัฐบาลในเงื่อนไขนี้ก็หนัก และใครเจอฝ่ายค้านแบบนี้ก็ลำบากจริงๆ ไม่ว่าพลเอกประยุทธ์จะมี “ตัวช่วย” ให้ได้เป็นนายกอย่างไร การบริหารประเทศของรัฐบาลพลเอกประยุทธ์จะลำบากมากครับ กูรูหลายคนจึงประเมินว่ารัฐบาลแบบนี้อายุสั้นแน่ๆ จนใครร่วมรัฐบาลก็เสี่ยงที่จะเสียชื่อเสียงไปด้วยทันทีที่พลเอกประยุทธ์ปิดฉากการเมืองอย่างสะบักสะบอม คุณอนุทินและพรรคภูมิใจไทยถูกพูดถึงตลอดว่าไปอยู่กับฝั่งพลังประชารัฐและพลเอกประยุทธ์แน่ๆ … โพสต์โดย Sirote Klampaiboon (ศิโรตม์ […]

หมอเหรียญทอง โดดป้อง “อุ๊ หฤทัย” อ้างถูกปลัดอำเภอโคราช คุกคามทางโซเชียล

จากกรณีที่ อุ๊ หฤทัย ม่วงบุญศรี ได้ตั้งคำถามทั้งกับ ธนาธร และ ปิยบุตร สองขุนพลแห่งพรรคอนาคตใหม่ เกี่ยวกับทัศนคติต่อสถาบันหลักของชาติ และได้ท้าทายให้เลขาธิการพรรคออกมาดีเบตกับตนตามที่ได้นำเสนอข่าวไปแล้วนั้น (อ่านเพิ่มเติม “อุ๊ หฤทัย” เดือดจัด! งัดคลิป “ปิยบุตร เสวนา ม.112” ซัดกลับคนด่า หลังถาม “ธนาธร” คิดยังไงงานบรมราชาภิเษก / “อุ๊ หฤทัย” เบรกแตก ด่ากราด-ท้าดีเบตปิยบุตร เตือนชาวเน็ตตื่นรู้ “คารมวาทกรรม”) ล่าสุด เมื่อวันที่ 2 เมษายน 2562 ผู้สื่อข่าวได้รายงานว่า นายแพทย์เหรียญทอง แน่นหนา ผู้อำนวยการโรงพยาบาลมงกุฎวัฒนะ ได้โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก เหรียญทอง แน่นหนา โดยกล่าวอ้างถึงเหตุการณ์ที่มีปลัดอำเภอรายหนึ่งได้แสดงท่าทีคุกคามต่อ อุ๊ หฤทัย ผ่านทางเฟซบุ๊ก พร้อมทั้งเรียกร้องให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องตรวจสอบพฤติกรรมและทัศนคติของปลัดอำเภอคนดังกล่าว เรียน รมว.มหาดไทย , ปลัดกระทรวงมหาดไทย , อธิบดีกรมการปกครอง และ ผวจ.นครราชสีมา […]

แม่จะไม่ทน!! หญิงหน่อย โวย กกต. อ้างเหตุผล “บัตรเขย่ง” ฟังไม่ขึ้น

เมื่อวันที่ 29 มีนาคม 2562 ผู้สื่อข่าวได้รายงานว่า คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ แกนนำพรรคเพื่อไทย ได้โพสต์ข้อความผ่านเพจเฟซบุ๊ก Sudarat Keyuraphan โดยกล่าวถึงกรณีที่คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ได้ชี้แจงเหตุการณ์ “บัตรเขย่ง” ที่เกิดขึ้นว่าเป็นเหตุมาจากคนต่อคิวแล้วรอไม่ไหวกลับบ้านไปก่อน โดยคุณหญิงสุดารัตน์ได้ระบุว่า… ถ้ายังจะแก้ตัวด้วยเหตุผลบัตรเขย่ง อีกต่อไป #แม่จะไม่ทนค่ะ กกต. อ้างว่าคนทนรอคิวไม่ไหว เลยรับบัตรแล้วกลับบ้านไปก่อน มันเป็นไปได้เหรอคะ? คนต่อคิวแล้วรอไม่ไหวกลับบ้านไปก่อน อันนี้พอเข้าใจได้ แต่ต่อคิวจนเซ็นชื่อ และรับบัตรไปแล้ว ยังจะต้องต่อคิวอะไรอีกคะ? ก็แค่เดินไปกากะบาทแล้วหย่อนบัตรลงหีบ เกิดจะรอไม่ไหวอะไรกันตอนนี้ กฎเหล็ก 7ข้อของ กกต. ระบุไว้ในข้อ2.ชัดเจนว่า “ห้ามมิให้นำบัตรเลือกตั้งออกนอกหน่วย ใครฝ่าฝืนมีโทษจำคุก ไม่เกิน 1-5 ปี ปรับตั้งแต่ 20,000 – 100,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ และให้ศาลสั่งเพิกถอนสิทธิเลือกตั้ง 10 ปี” กฏหมายกำหนดแบบนี้แล้ว จนท.ประจำหน่วย ปล่อยให้คนรับบัตร เดินลอยนวลออกจากหน่วยเลือกตั้งได้อย่างไรคะ? กกต.เป็นเจ้าหน้าที่รัฐ อ้างเหตุผลที่ผิดกฎหมายได้ด้วยเหรอคะ? […]

หมดศรัทธา!! หนุ่มเผาเกียรติบัตร “พลเมืองดีวิถีประชาธิปไตย” ที่ได้จากการอบรมกับ กกต.

ยังคงกลายเป็นประเด็นวิพากษ์วิจารณ์อย่างต่อเนื่อง สำหรับการทำหน้าที่ของคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ที่ยังคงมีข้อสังสัยและความคลุมเครือในหลายประเด็น โดยที่ทาง กกต. ก็ยังไม่สามารถตอบได้อย่างชัดเจน และล่าสุดผู้ใช้เฟซบุ๊กท่านรายหนึ่ง ได้โพสต์เฟซบุ๊กส่วนตัว ซึ่งเป็นภาพเกียรติบัตร ที่ได้รับจากคณะกรรมการการเลือกตั้งในงานอบรมหลักสูตร “พลเมืองดีวิถีประชาธิปไตย” ระหว่างวันที่ 20-22 สิงหาคม 2558 ที่กำลังถูกไฟเผา พร้อมกับระบุข้อความว่า…กกต. ครับ เกียรติที่ผมได้มา ผมขอคืนให้ #หมดศรัทธา #ละอายใจแทน

“บิ๊กตู่” วอนขอ “ปชช.-สื่อ” ร่วมสร้างบรรยากาศบ้านเมืองที่ดี สร้างความเชื่อมั่นให้นักลงทุน

เมื่อวันที่ 29 มีนาคม 2562 ผู้สื่อข่าวได้รายงานว่า พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีนายกและหัวหน้า คสช. ได้โพสต์ข้อความผ่านเพจเฟซบุ๊ก Prayut Chan-o-cha โดยระบุว่า… สารจากนายกรัฐมนตรี 29 มี.ค.62 การทำงานของรัฐบาลและคสช, เหล่าทัพ, สำนักงานตำรวจแห่งชาติและหน่วยงานภาครัฐในห้วงที่ผ่านมา ได้ใช้ความพยายามอย่างยิ่งยวดที่จะสร้างความเป็นปึกแผ่นของบ้านเมือง สร้างความรักความศรัทธาต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ ทั้งนี้เพื่อประเทศชาติและประชาชนอันเป็นที่รักของคนไทยทุกคน ข่าวสารการรวมจัดตั้งรัฐบาลของพรรคต่างๆ ที่ประชาชนส่วนใหญ่เป็นกังวลอยู่เวลานี้ ไม่อยากให้ มองว่าเป็นการมุ่งเน้นการต่อสู้ทางการเมืองอย่างเดียว หากแต่เป็นการรวมกลุ่มกันเพื่อทำความดีให้กับชาติบ้านเมืองและประชาชน และขจัดคนไม่ดีหรือคนที่ทำให้บ้านเมืองเสียหายออกไป สื่อต่าง ๆ ขอให้นำเสนอข่าวอย่างพอเหมาะพอควร ช่วยกันสร้างบรรยากาศที่ดีให้กับบ้านเมืองเรา สร้างความสงบสุขให้กับพี่น้องประชาชน รวมถึงสร้างความเชื่อมั่นให้กับนักลงทุนทั้งในและต่างประเทศ ปัญหาความขัดแย้ง การขาดความรักความสามัคคี การแบ่งฝักแบ่งฝ่าย ล้วนแล้วแต่เป็นอุปสรรคที่สำคัญของความสงบสุขเรียบร้อย การพัฒนาและการเพิ่มขีดความสามารถของประเทศ ดังนั้นช่วงเวลานี้จึงขอให้ประชาชนทุกคน ได้ใช้ความระมัดระวังในการรับรู้ข่าวสารใดๆ ทั้งจากสื่อสิ่งพิมพ์ โทรทัศน์ วิทยุ โซเชียลมีเดีย โดยขอให้พิจารณาอย่างมีเหตุมีผลประกอบข้อเท็จจริงทั้งในปัจจุบันและในอดีต ขออย่าได้หลงเชื่อคำบิดเบือนต่างๆ อันจะทำให้ประเทศกลับไปสู่อันตรายเดิมๆ ที่เราได้เคยร่วมกันฝ่าฟันมาแล้ว การเป็นประชาธิปไตยไม่ใช่ให้ความสำคัญแต่เพียง เสียงมากเสียงน้อย ใครเป็นฝ่ายค้าน ใครเป็นรัฐบาล […]

นักศึกษา 4 สถาบัน ออกแถลงการณ์จี้ กกต. รับผิดชอบปมปัญหา “โป๊ะแตก” เลือกตั้ง

ไม่เพียงแต่กระแสความไม่พอใจ ต่อคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ที่เพิ่มทวีคูณอย่างต่อเนื่องในโลกออนไลน์ จนเกิดการล่าชื่อผ่านเว็บไซต์ Change.org เพื่อเรียกร้องให้ กกต.ชุดปัจจุบันลาออกเท่านั้น แต่ความเคลื่อนไหวในฝากฝั่งของนักศึกษาก็เริ่มทวีความร้อนแรงขึ้นไม่แพ้กัน โดยล่าสุดผู้สื่อข่าวได้พบการออกแถลงการณ์จากหลายมหาวิทยาลัย เพื่อแสดงจุดยืนประณามการทำหน้าที่ ของคณะกรรมการการเลือกตั้ง หรือ กกต. อาทิ.. สภานิสิตจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ที่เรียกร้องให้คณะกรรมการการเลือกตั้งออกมาแสดงความรับผิดชอบ โดยการชี้แจงข้อเท็จจริงในประเด็นที่สังคมตั้งข้อสงสัย พิจารณาตัดสินปัญหาการเลือกตั้งโดยเคารพเจตจำนงของประชาชน เปิดเผยข้อมูลผลการเลือกตั้งโดยเร็วที่สุด และแสดงความรับผิดชอบอื่น ๆ อันสมควรต่อความผิดพลาดที่เกิดขึ้นในการเลือกตั้งในครั้งนี้ ภายใต้หลักการการเคารพเจตนารมณ์ของประชาชนผู้เป็นเจ้าของอำนาจอธิปไตย ซึ่งจะทำให้การเลือกตั้งครั้งนี้เป็นที่น่าเชื่อถือต่อทั้งประชาชนในประเทศ และประชาคมนานาชาติ เพื่อเป็นการจรรโลงประเพณีการปกครองในระบอบประชาธิปไตย อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข ให้มั่นคงถาวรสืบไป พรรคนักศึกษายุวธิปัตย์ องค์การนักศึกษามหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ขอให้ กกต. แสดงความรับผิดชอบต่อความบกพร่องในการปฏิบัติหน้าที่ อันส่งผลอย่างร้ายแรงต่อระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข ในความสุจริตและเที่ยงธรรมของกระบวนการเลือกตั้งและผลการเลือกตั้ง ทั้งนี้ทางองค์การนักศึกษามหาวิทยาลัยขอนแก่น จึงขอเรียกร้องให้ กกต. ทบทวนบทบาทและหน้าที่และแสดงความรับผิดชอบ ต่อความผิดพลาดที่เกิดขึ้นในการเลือกตั้งครั้งนี้ โดยวิธีการใดวิธีการหนึ่ง หากไม่สามารถดำเนินการใดๆเพื่อชี้แจงข้อสงสัยให้ชัดแจ้งต่อประชาชน กกต.ทั้งคณะ ควรยุติบทบาทของตนเพื่อรับผิดชอบต่อสังคมในสิ่งที่เกิดขึ้น ด้วยความเคารพต่อสิทธิของประชาชนในระบอบประชาธิปไตย องค์การนักศึกษามหาวิทยาลัยขอนแก่น ขอประณามการกระทำของคณะกรรมการการเลือกตั้งในครั้งนี้ ถึงความบกพร่องต่อการปฏิบัติหน้าที่ ซึ่งส่งผลอย่างร้ายแรงต่อระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข ในแง่ความสุจริตและเที่ยงธรรมของผลการเลือกตั้ง ทั้งนี้ทางองค์การฯ มีความประสงค์เป็นอย่างยิ่งที่จะให้มีการตรวจสอบการปฏิบัติหน้าที่ของคณะกรรมการการเลือกตั้ง เพื่อเป็นบรรทัดฐานในการปฏิบัติหน้าที่ของหน่วยงานต่าง ๆ […]

“สุเทพ” ชวนร่วมบริจาค 500 บาท ให้ รปช.ทำกิจกรรมการเมือง

วันที่ 28 มี.ค. 62 นายสุเทพ เทือกสุบรรณ ผู้ร่วมก่อตั้งพรรครวมพลังประชาชาติไทย ได้โพสต์เพจเฟซบุ๊ก Suthep Thaugsuban โดยระบุข้อความว่า… สวัสดีครับพี่น้องมวลมหาประชาชนทุกท่าน ขณะนี้เป็นช่วงที่ทุกพรรคการเมืองกำลังรอผลการเลือกตั้งอย่างเป็นทางการจาก กกต. ในวันที่ 9 พฤษภาคมที่จะถึงนี้ ผมเชื่อว่าพรรครวมพลังประชาชาติไทยของเรามีโอกาสส่ง ส.ส.เข้าไปทำงาน รวมทั้งผลักดันการปฏิรูปในสภาผู้แทนราษฎร จำนวน 5-6 คนโดยประมาณ แต่ทั้งนี้พรรคของเราก็ยังมีบุคลากรอีกจำนวนมาก ที่ช่วยกันสนับสนุนการทำงานอยู่ที่ด้านนอกสภา เพราะทุกคนยึดมั่นในอุดมการณ์ไม่มีวันเปลี่ยนแปลง พรรครวมพลังประชาชาติไทย แม้จะเป็นพรรคการเมืองเล็กๆ แต่ก็เป็นพรรคการเมืองของประชาชนที่แท้จริง ไม่มีนายทุนอยู่เบื้องหลัง ในช่วงเดือนสุดท้ายของการชำระภาษีประจำปีนี้ ผมอยากจะขอเชิญชวนพี่น้องมวลมหาประชาชน ช่วยกันบริจาคให้พรรคของเรา ได้ขับเคลื่อนทุกกิจกรรมการปฏิรูปประเทศไทย เพื่อชาติเพื่อแผ่นดินต่อไป โดยสามารถบริจาค ผ่านการกรอกหมายเลข 181 พร้อมจำนวนเงินไม่เกิน 500 บาท ในใบเสียภาษี โดยไม่ต้องจ่ายเพิ่ม ผมยังยืนหยัดสู้จริง ไม่ทิ้งอุดมการณ์ ร่วมกันสานต่อภารกิจมวลมหาประชาชนเช่นเดิม สวัสดีครับพี่น้องมวลมหาประชาชนทุกท่านขณะนี้เป็นช่วงที่ทุกพรรคการเมืองกำลังรอผลการเลือกตั้งอย่างเป็นทางการจาก กกต…. โพสต์โดย Suthep Thaugsuban (สุเทพ เทือกสุบรรณ) เมื่อ วันพฤหัสบดีที่ 28 […]

อดีต ปธ.สภานิสิตจุฬาฯ ตอกกลับ “ธนกร” ถามเช็คคุณสมบัติแคนดิเดตนายกฯ พปชร. หรือยัง!?

สืบเนื่องจากกรณีที่ นายธนกร วังบุญคงชนะ รองโฆษกพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) ได้กล่าวถึงกรณีที่ คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธ์ ประธานยุทธศาสตร์การเลือกตั้งพรรคเพื่อไทย ระบุว่าพรรคที่ได้ส.ส.อันดับหนึ่งมีสิทธิจัดตั้งรัฐบาลก่อนนั้น คุณหญิงสุดารัตน์คงความจำสั้น เพราะนายสรอรรถ กลิ่นประทุม แกนนำพรรคภูมิใจไทย ก็ออกมายืนยันแล้วว่าเคยมีการลงสัตยาบันของนายโคทม อารียา ว่าไม่จำเป็นที่พรรคที่มีส.ส.อันดับหนึ่งได้จัดตั้งรัฐบาล ซึ่งทุกฝ่ายก็เห็นด้วย รวมถึงพรรคเพื่อไทย และที่จริงคุณหญิงสุดารัตน์น่าจะสำรวมมากกว่านี้ เพราะไม่ได้รับเลือกเป็นส.ส.ด้วยซ้ำ แล้วยังจะเสนอตัวเป็นนายกรัฐมนตรี ล่าสุด ผู้สื่อข่าวได้รายงานว่า นายธนวัฒน์ วงค์ไชย อดีตประธานสภานิสิตจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว Tanawat Wongchai โดยกล่าวถึงกรณีดังกล่าวว่า… อันที่จริงคุณหญิงสุดารัตน์ก็ลงสมัคร ส.ส.ปาร์ตี้ลิสต์ นะครับ แต่ด้วยกติกาที่บิดเบี้ยวและสารพัดกลโกง จึงทำให้พรรคเพื่อไทยไม่ได้ ส.ส.ปาร์ตี้ลิสต์ เลย ถึงแม้จะชนะเลือกตั้งก็ตามที ก่อนจะด่าคุณหญิงสุดารัตน์ ช่วยหันไปมองแคนดิเดตนายกฯ พรรคของคุณด้วยครับ นอกจากจะยังไม่ได้เป็น ส.ส. แล้ว ยังไม่ได้ลงสมัครเป็น ส.ส. อีก เจ้าหน้าที่รัฐก็ไม่ได้เป็น เขาดีเบตกันก็ไม่มา สมองก็ไม่มี อีกอย่างฝั่งประชาธิปไตยเขามี 255 เสียง เกินครึ่งของสภาแล้ว […]

องค์การ น.ศ. ธรรมศาสตร์ ออกแถลงการณ์ ประณามการทำหน้าที่ กกต.

เมื่อวันที่ 27 มีนาคม 2562 ผู้สื่อข่าวได้รายงานว่า องค์การนักศึกษามหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ได้ออกแถลงการณ์องค์การนักศึกษามหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เรื่อง เรียกร้องให้มีการตรวจสอบการปฏิบัติหน้าที่ของคณะกรรมการการเลือกตั้ง โดยระบุว่า… สืบเนื่องจากการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรไทยเป็นการทั่วไป พุทธศักราช 2562 ภายใต้การทำงานของคณะกรรมการการเลือกตั้ง พบว่ามีความผิดปกติในหลายกรณีด้วยกัน ไม่ว่าจะเป็นความผิดปกติของผลคะแนนที่เกิดขึ้นในหลายเขตเลือกตั้ง ความผิดปกติในการนับคะแนนที่ล่าช้าเกินกว่าที่ควรจะเป็น รวมถึงกรณีการดำเนินการที่หละหลวมก่อให้เกิดความเคลือบแคลงต่อผลการเลือกตั้งที่จะเกิดขึ้น ซึ่งทางคณะกรรมการการเลือกตั้งยังไม่มีเหตุและผลที่เพียงพอในการตอบคำถามต่อสื่อและสังคมโดยรวม อ้างอิงจากอำนาจหน้าที่ของคณะกรรมการการเลือกตั้งตามรัฐธรรมนูญที่ว่า คณะกรรมการการเลือกตั้งมีหน้าที่ควบคุมและดำเนินการจัด หรือจัดให้มีการเลือกตั้งให้เป็นไปโดยสุจริตและเที่ยงธรรม นอกจากนี้การจัดเลือกตั้งดังกล่าวได้มีการใช้งบประมาณเป็นจำนวนมาก แต่ประสิทธิภาพในการจัดการเลือกตั้งนั้นกลับสวนทางกับงบประมาณที่ได้ใช้ไป ซึ่งประเด็นที่สำคัญที่สุดคือการสูญเสียความเชื่อมั่นที่แต่ละประเทศมีต่อประเทศไทย ทั้งในส่วนของคณะกรรมการการเลือกตั้ง สภาผู้แทนราษฎรและรัฐบาลที่กำลังจะเกิดขึ้น ทางองค์การนักศึกษามหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ในฐานะตัวแทนของนักศึกษาได้ติดตามเรื่องนี้อย่างใกล้ชิด และมีความกังวลใจต่อประเด็นดังกล่าวมาโดยตลอด ว่าอาจจะส่งผลทำให้เกิดความขัดแย้งหากคณะกรรมการการเลือกตั้งยังไม่สามารถที่จะคงไว้ซึ่งความสุจริตและเที่ยงธรรมได้ เรามีความหวังเป็นอย่างยิ่งว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นจะมีคำตอบที่ชัดเจนและเพียงพอ ที่จะทำให้สังคมเกิดความเชื่อมั่นต่อคณะกรรมการการเลือกตั้งที่จัดการเลือกตั้งขึ้นในครั้งนี้ ในนามขององค์การนักศึกษามหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ขอประณามการกระทำของคณะกรรมการการเลือกตั้งในครั้งนี้ ถึงความบกพร่องต่อการปฏิบัติหน้าที่ ซึ่งส่งผลอย่างร้ายแรงต่อระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข ในแง่ความสุจริตและเที่ยงธรรมของผลการเลือกตั้ง ทั้งนี้ทางองค์การฯ มีความประสงค์เป็นอย่างยิ่งที่จะให้มีการตรวจสอบการปฏิบัติหน้าที่ของคณะกรรมการการเลือกตั้ง เพื่อเป็นบรรทัดฐานในการปฏิบัติหน้าที่ของหน่วยงานต่าง ๆ ว่าการทำงานนั้นต้องคำนึงถึงประชาชนและอยู่บนหลักของความสุจริตและเที่ยงธรรม

“สมชัย” โพสต์ซัด 5 ข้อ ระบบเลือกตั้งใหม่สร้างปัญหาสารพัด ถามคนร่างกติกาจะรู้ตัวหรือยัง!?

เมื่อวันที่ 27 มีนาคม ผู้สื่อข่าวได้รายงานว่า นายสมชัย ศรีสุทธิยากร อดีตผู้สมัครส.ส.สมุทรสาคร พรรคประชาธิปัตย์(ปชป.) ในฐานะอดีตคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ได้โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กในหัวข้อ “ผลพวงจากการออกแบบกติกาที่พิกลพิการ” โดยระบุ… เฒ่าผู้เชี่ยวชาญกฎหมาย หวังผลเลิศจากการเขียนกติกา ยก กกต.ชุดเก่าออก สร้าง กกต.ชุดมหาเทพ เปลี่ยนระบบเลือกตั้งเป็นบัตรใบเดียว ให้เบอร์ผู้สมัครของพรรคแตกต่างกันไปในแต่ละเขต ให้พรรคเสนอชื่อคนมาเป็นนายกจากคนไม่เป็น ส.ส.ได้ หวังจะปฏิรูปการเมืองไทย แต่กลับกลายเป็นปัญหาสารพัดที่สร้างไว้กับบ้านเมือง หนึ่ง กกต.อ่อนหัด จัดการเลือกตั้งวุ่นวายเป็นปัญหา นับแต่การเลือกตั้งนอกราชอาณาจักร การเลือกตั้งล่วงหน้า จนถึงวันเลือกตั้งจริง กลายเป็นที่วิพากย์วิจารณ์ในด้านประสิทธิภาพและความรับผิดชอบในการทำงาน จนถึงขึ้นเข้าชื่อกันไล่ถอดถอนจำนวนใกล้ล้านคนแล้ว สอง บัตรเลือกตั้งใบเดียว ทำให้คนต้องตัดสินใจเด็ดขาดบนพื้นฐานของสถานการณ์การเมืองและการตัดสินใจเลือกข้าง มากกว่าสนใจนโยบายที่พรรคนำเสนอ ยิ่งพรรคหนึ่งบอก “ต้องการสงบ จบที่ลุง” อีกพรรคหนึ่งบอก “เอาลุงคืนไป” นั่นหมายถึง “เอาลุง หรือ ไม่เอาลุง” คือหัวใจของการรณรงค์ในสามวันสุดท้าย นโยบายไร้ค่า คุณสมบัติผู้สมัครไม่เกี่ยว “ลุง”คือศูนย์กลางของการตัดสินใจในการใช้สิทธิ์ สาม เบอร์พรรคแตกต่างกันทั้งประเทศ สร้างความวุ่นวายสับสน ทั้งผู้สมัคร ผู้เลือกตั้งและคนจัดการเลือกตั้ง […]

เปิดตำนาน “ชาวนากับงูเห่า” นิทานอีสปในชีวิตจริงของ “สมัคร สุนทรเวช”

กลับมีอีกครั้งสำหรับวาทกรรม “งูเห่า” ท่ามกลางบรรยากาศการเมืองที่ระอุขึ้นเรื่อยๆ เนื่องจากกระแสการจัดตั้งรัฐบาล แต่เรื่องราวของงูเห่าทางการเมืองนั้นไม่ได้เพิ่งเกิดขึ้น แต่มีมานานแล้ว และเกิดขึ้นจาก ส.ส. กลุ่มหนึ่งที่เคยสังกัดพรรคประชากรไทย มีที่มาจากคำเปรียบเปรยของ นายสมัคร สุนทรเวช หัวหน้าพรรคประชากรไทย ในขณะนั้น ที่เปรียบตัวเองเป็นเหมือนชาวนาที่ถูกงูเห่าที่ตัวเองช่วยชีวิตไว้กัดในนิทานอีสป เหตุการณ์เกิดขึ้น หลังการลาออกจากตำแหน่งนายกรัฐมนตรี ของ พล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ ปลายปี พ.ศ. 2540 และพรรคร่วมรัฐบาลเดิมมีมติจะสนับสนุนให้ พล.อ.ชาติชาย ชุณหะวัณ หัวหน้าพรรคชาติพัฒนา ขึ้นดำรงตำแหน่งนายกรัฐมตรีแทน ด้วยเสียงของพรรคความหวังใหม่ (ส.ส. 125 เสียง) พรรคชาติพัฒนา (52 เสียง) พรรคประชากรไทย (18 เสียง) และ พรรคมวลชน (2 เสียง) รวม 197 เสียง ขณะที่พรรคฝ่ายค้านเดิม นำโดย พรรคประชาธิปัตย์ (123 เสียง) ต้องการสนับสนุน นายชวน หลีกภัย โดยร่วมกับ พรรคชาติไทย […]

อ.ปรเมศวร์ ไขก๊อกข้อสงสัย เหตุใด ส.ว. 250 คน ถึงมีวาระ 5 ปี

เมื่อวันที่ 28 มีนาคม 2562 ผู้สื่อข่าวได้รายงานว่า นายปรเมศวร์ อินทรชุมนุม รองอธิบดีสำนักงานชี้ขาดคดี อัยการสูงสุด ได้โพสต์ข้อความผ่านทางเฟซบุ๊ก ปรเมศวร์ อินทรชุมนุม โดยกล่าวถึงข้อสงสัยเกี่ยวกับวาระของสมาชิกวุฒิสภา หรือ ส.ว. จำนวน 250 คนที่มีวาระการทำงานนานถึง 5 ปี มากกว่าวาระการทำงานของคณะรัฐบาลที่มีเพียง 4 ปีเท่านั้น โดยนายปรเมศวร์ได้ระบุเหตุผลเอาไว้ดังนี้… ทำไม​ สว​ ๒๕๐​ คนถึงมีวาระ​ ๕​ ปี คำตอบ​ เพื่อเลือกนายก​ ๒​ สมัย​ไงครับ ทำไม​ สว​ ๒๕๐​ คนถึงมีวาระ​ ๕​ ปี คำตอบ​ เพื่อเลืือกนายก​ ๒​ สมัย​ไงครับ โพสต์โดย ปรเมศวร์ อินทรชุมนุม เมื่อ วันอังคารที่ 26 มีนาคม 2019

ล่าชื่อถอดถอน กกต. พุ่งทะลุ 7.5 แสน หลังบัตรเลือกตั้งนิวซีแลนด์เป็น “บัตรเสีย”

หลังจากที่คืนวันที่ 24 มี.ค. 62 ได้มีการนับผลคะแนนเลือกตั้ง 2562 บนเว็บไซต์ change.org ได้มีการจัดแคมเปญชื่อ “ร่วมกันลงชื่อถอดถอน กกต” โดยให้เหตุผลการจัดตั้งการรณรงค์ดังกล่าว เพื่อล่ารายชื่อถอดถอนกรรมการการเลือกตั้งที่ทุจริตเเละมีมลทินที่สุดในประวัติศาสตร์ชาติไทย อ่านรายละเอียด:โซเชียลแห่ลงชื่อถอดถอน “กกต.” ชี้จัดการเลือกตั้งมีมลทินที่สุดในประวัติศาสตร์ ล่าสุดเมื่อวันที่ 26 มีนาคม 2562 มีรายงานว่า กกต. มีมติเอกฉันท์ให้บัตรเลือกตั้งนอกราชอาณาจักรจากประเทศนิวซีแลนด์ ทั้ง 1,542 ใบ เป็นบัตรเสีย เนื่องจากจัดส่งไม่ทันเวลานับคะแนน 24 มีนาคม 2562 (อ่านเพิ่มเติม : มติเอกฉันท์! กกต.ฟัน บัตรเลือกตั้งนิวซีแลนด์ 1,542 ใบ เป็นบัตรเสีย) ซึ่งผู้สื่อข่าวได้ตรวจสอบข้อมูลทางเว็บไซต์ change.org พบว่ามีผู้เข้าร่วมลงชื่อสูงถึง 751,240 คน (ตัวเลข ณ เวลา 16.36 น.) และทำให้กระแสแฮชแท็กต่างๆ กลับมาถูกใช้อีกครั้ง

สื่อนอกชี้ ‘การเมืองไทย’ ไม่แน่นอนยิ่งกว่าเดิม-อาจนับคะแนนเลือกตั้งใหม่

สำนักข่าวต่างประเทศหลายแห่งยังคงเกาะติดความเคลื่อนไหวทางการเมืองหลังการเลือกตั้งของไทยอย่างต่อเนื่อง ซึ่งทั้งพรรคพลังประชารัฐและพรรคเพื่อไทยต่างอ้างความชอบธรรมในการจัดตั้งรัฐบาลในเวลานี้ โดยทางเดลี่ เมล์ สื่อของอังกฤษได้ไปสัมภาษณ์นายปีเตอร์ มัมฟอร์ด นักวิเคราะห์จากยูเรเซีย กรุ๊ป ซึ่งเป็นบริษัทที่ปรึกษาด้านความเสี่ยง ที่ระบุว่าการเมืองไทยเวลานี้กำลังเผชิญกับความไม่แน่นอน ซึ่งเกิดจากสาเหตุในหลายประเด็น ทั้งการเจรจาเพื่อจัดตั้งรัฐบาลผสม ความเป็นไปได้ที่จะมีการนับคะแนนเลือกตั้งใหม่ การประกาศให้ผู้สมัครบางรายขาดคุณสมบัติ และการเลือกตั้งใหม่ในบางหน่วย ไปจนถึงความชอบธรรมของการเลือกตั้งครั้งนี้ ที่มีข้อร้องเรียนเรื่องการทุจริตและปัญหาจากการทำงานของกกต. ขณะที่สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานว่า ในช่วงเวลา 2 วันหลังการเลือกตั้งกลับทำให้ประเทศไทยกลับไปสู่ความไม่แน่นอนทางการเมืองมากกว่ายิ่งกว่าเดิม ทั้งที่การเลือกตั้งครั้งนี้ควรจะนำพาประเทศไปสู่ประชาธิปไตยและความมั่นคง นอกจากนี้ เหล่านักวิเคราะห์มองว่าปัญหาหลังการเลือกตั้งในเวลานี้เกิดจากระบบรัฐสภา ที่มีความซับซ้อน ที่รัฐบาลทหารสร้างขึ้นมาเพื่อสกัดพรรคการเมืองคู่แข่ง ซึ่งทางรอยเตอร์มองว่าพรรคพลังประชารัฐ ที่สนับสนุนพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชาน่าจะได้เสียงสนับสนุนให้เป็นนายกรัฐมนตรีต่อ แต่จำเป็นต้องได้เสียงสนับสนุนในสภาสส.เพื่อจัดตั้งรัฐบาลที่มีเสถียรภาพ ติดตามข่าวสารเรื่องราวที่น่าสนใจอื่น ๆ ได้ที่ อมรินทร์ทีวี เอชดี ช่อง 34  

“บิ๊กตู่” เจอแมวสีดำวิ่งตัดหน้ากลางทำเนียบ ลือสนั่นเรื่องโชคลาง!!

เมื่อวันที่ 26 มีนาคม 2562 ที่ทำเนียบรัฐบาล ผู้สื่อข่าวได้รายงานว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เดินทางเป็นประธานประชุมคสช. และ คณะรัฐมนตรี(ครม.) อย่างไรก็ตาม เมื่อเวลา 08.40 น. ระหว่างที่พล.อ.ประยุทธ์พร้อมผู้ติดตามเดินลงมาจากตึกไทยคู่ฟ้า เพื่อมายังตึกบัญชาการ 1 ได้มีแมวสีดำ เท้าสีขาว ตัวขนาดใหญ่วิ่งตัดหน้าขบวนของพลเอกประยุทธ์ ในระยะ 5 เมตร ก่อนหายเข้าไปทางด้านหลังศาลพระภูมิเจ้าที่ แต่ พล.อ.ประยุทธ์ก็ไม่ได้ชะงักหรือหันไปมอง ทั้งนี้ เหตุการณ์ดังกล่าวทำให้ข้าราชการพากันวิพากวิจารณ์ในความเชื่อของคนโบราณ ที่ระบุว่าการที่แมวดำวิ่งตัดผ่านหน้าอาจเป็นลางไม่ดี การเดินหน้าในเรื่องต่างๆ อาจไม่ราบรื่นหรือไม่ประสบความสำเร็จ ซึ่งในส่วนของ พล.อ.ประยุทธ์ นั้นอยู่ระหว่างการถูกเสนอชื่อเป็นแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี

โซเชียลโวย พบชื่อ “เด็กเล็ก-คนตาย” โผล่คูหาเลือกตั้ง หวั่นถูกสวมสิทธิ์

ยังคงเป็นประเด็นวิพากษ์วจารณ์อย่างกว้างในโลกออนไลน์ สำหรับปมปัญหาในการนับคะแนนเลือกตั้งเมื่อวันที่ 24 มีนาคมที่ผ่านมา ล่าสุดผู้สื่อข่าวได้รายงานว่าได้มีผู้คนในโซเชียลเน็ตเวิร์คโพสต์แจ้งเตือนและร้องเรียนปัญหาต่างๆ ที่พบเจอในการเลือกตั้งครั้งนี้ เช่นในกรณีของผู้ใช้เฟซบุ๊กชื่อ โต ศรีราชา ที่แจ้งว่าลูกสาวอายุ 7 ขวบของตนมีสิทธิ์เลือกตั้งด้วย ทั้งที่อายุเพียง 7 ขวบ และในคูหาเลือกตั้งยังใส่คำนำหน้าเป็น น.ส. หรือ นางสาวอีกด้วย ลูกสาวผมอายุ7ขวบก็มีสิทธิ์เลือกตั้ง#ประเทศไทยทำอะไรก็ได้ฝากเพื่อนๆช่วยเเชร์ด้วยคับ โพสต์โดย โต ศรีราชา เมื่อ วันอาทิตย์ที่ 24 มีนาคม 2019 นอกจากนี้ ยังมีผู้ใช้เฟซบุ๊กชื่อ Sonan Phasomsup ที่โพสต์ภาพและข้อความที่ระบุว่า อาม่าตายไป 20 กว่าปี แต่มีรายชื่อมีสิทธิ ออกเสียงเลือกตั้ง ทั้งที่ตอนที่อาม่าเสียชีวิตได้มีการแจ้งไปแล้ว ตรงกันข้ามกับอีกครอบครัวหนึ่งอยู่หมู่เดียวกันแต่ไม่มีรายชื่อ ทั้งนี้ผู้โพสต์ยังตั้งข้อสงสัยอีกว่า ตอนแจกบัตรเลือกตั้งก็ไม่ตรวจบัตรประชาชน ใครก็กาแทนอาม่าได้ ใครว่าแน่มาตรวจสอบหน่อย อาม่ากูตายไป 20 กว่าปีละ แต่มีรายชื่อมีสิทธิ ออกเสียงเลือกตั้ง ละอย่ามาอ้างว่าไม่ได้แจ้งรายชื่อตอนตาย อากูเป็นทนาย… โพสต์โดย Sonan Phasomsup เมื่อ วันอาทิตย์ที่ 24 […]

keyboard_arrow_up