สวยปนหลอน!! เผย 11 ภาพวาดของศิลปินสาว หลังใช้ยาหลอนประสาทไป 9 ชั่วโมง

ย้อนกลับไปในปี 1950 มีการทดลองเกี่ยวกับยาหลอนประสาท LSD ในสหรัฐอเมริกา ที่ได้นำศิลปินคนหนึ่งมารับยาที่ว่านี้ และขอให้วาดภาพตัวเองจำนวน 11 ภาพในระยะเวลา 9 ชั่วโมง เพื่อดูผลกระทบของสมองที่รับจากยาตัวนี้ แน่นอนว่าไม่มีใครเห็นภาพชุดที่ว่านี้มาก่อน แต่จากการทดลองนั้นพบว่ายาตัวนี้มีผลต่อสภาพจิตใจและความคิดของผู้ใช้ในระดับหนึ่งเลยทีเดียว และนั่นทำให้สมาชิกเว็บไซต์ Reddit ที่ชื่อว่า whatafinethrowaway ได้นำชุดภาพที่อ้างว่าถูกวาดโดยเพื่อนของเขาคนหนึ่ง ที่ทำการอัพยาหลอนประสาทที่ว่านี้เข้าไปปริมาณ 200 ไมโครกรัม และใช้เวลาประมาณ 15-45 นาทีต่อการวาดรูปของตัวเอง 1 ใบ โดยใช้เวลาทดลอง 9 ชั่วโมงเท่ากับศิลปินในอดีตคนนั้น และนี่คือผลที่ได้ 15 นาทีแรก 45 นาทีต่อมา 1 ชั่วโมง 15 นาที 2 ชั่วโมง 15 นาที 3 ชั่วโมง 30 นาที ชั่วโมงที่ 4 ของการทดลอง 6 ชั่วโมง 6 ชั่วโมง 45 […]

นักวิทยาศาสตร์ไขข้อข้องใจ ทำไมกิน ‘ยาแก้ไอ-น้ำยาบ้วนปาก’ เป่าแอลกอฮอล์พุ่ง!? (คลิป)

นักวิทยาศาสตร์ไขข้อข้องใจ เหตุใดจิบยาแก้ไอ – ใช้น้ำยาบ้วนปาก และสเปรย์ดับกลิ่นปาก เข้าด่านตรวจแอลกอฮอล์ เป่าแอลกอฮอล์พุ่ง ย้ำไม่ต้องตกใจ แอลกอฮอล์ไม่เข้าเส้นเลือด สามารถแย้งกับตำรวจได้ จากกรณี ยูทูปเบอร์ Hobbyslam ได้ทำคลิปวีดีโอทดลองใช้สิ่งของ 4 ชนิด ประกอบด้วย ขนมแอแคลร์ ยาแก้ไอ น้ำยาบ้วนปาก และสปรย์ดับกลิ่นปาก ก่อนจะทดลองเป่าแอลกอฮอล์ด้วยเครื่องวัดปริมาณแอลกอฮอล์ และปรากฎว่า ยาแก้ไอ น้ำยาบ้วนปาก และสเปรย์ดับกลิ่นปาก เป่าแอลกอฮอล์แล้วมีค่าเกินกว่า 190 มิลลิกรัม คุณวิจิตรา คะสะธรรม ผู้สื่ออมรินทร์ทีวีได้ไปพูดคุยกับ รองศาสตรจารย์ ดร.เจษฎา เด่นดวงบริพันธ์ อาจารย์ประจำภาควิชาชีววิทยา คณะวิทยาศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เพื่อไขข้อเท็จจริงเกี่ยวกับการทดลองดังกล่าว โดย อ.เจษฎาบอกว่าการทดลองดังกล่าวเป็นเรื่องจริง เนื่องจากยาแก้ไอ น้ำยาบ้วนปาก (บางยี่ห้อ) และสเปรย์ดับกลิ่นปาก มีส่วนผสมของแอลกอฮอล์ ซึ่งค่าที่สูงที่สุดก็คือน้ำยาบ้วนปาก โดย อ.เจษฎามองว่าเป็นสิ่งที่ผู้ขับรถ ควรจะทราบ แต่ไม่ใช่สิ่งที่ต้องวิตกกังวล เนื่องจากสิ่งของเหล่านี้ทำให้มีปริมาณแอลกอฮอล์อยู่บริเวณช่องปาก และลมหายใจเท่านั้น ใช้เวลาประมาณ 20-30 นาที […]

เผยการทำทดลองสยองของศิลปินที่ ‘อัพยา’ เพื่อวาดรูปเดิมซ้ำๆ แต่ไม่กลับไม่เหมือนกันซักครั้ง

ยังเป็นประเด็นถกเถียงกันมาตลอดหลายปี ว่าแท้จริงแล้วการใช้ยานั้นมีผลต่อการสร้างงานศิลปะหรือไม่ แต่ไม่ว่าคุณจะคิดยังไง ในปี 1950 ทางรัฐบาลสหรัฐฯ ได้ทำการทดลองยาที่ชื่อ LSD ซึ่งเป็นยาเสพติดที่มีฤทธิ์หลอนประสาท เพื่อเป็นการตรวจสอบพฤติกรรมและผลที่ตามมา โดยในครั้งนั้น Oscar Janiger นักจิตวิทยาจากมหาวิทยาลัยแคลิฟอร์เนียได้ให้ศิลปินคนหนึ่งลองกินยาดังกล่าว และลงมือวาดภาพเดิมซ้ำไปมาถึง 9 ครั้ง และปรากฎว่าภาพที่ออกมานั้นแทบไม่เหมือนเดิมเลยแม้แต่ครั้งเดียว ครั้งที่ 1 หลังยาทดลองยาครั้งแรก ผู้ป่วยวาดภาพได้ปกติไม่มีผลกระทบจากยาเสพติดเลย ครั้งที่ 2 ห่างจากทานยาครั้งแรก 85 นาที ผู้ป่วยเริ่มจะร่าเริงและควบคุมดินสอไม่ค่อยได้ ครั้งที่ 3 หลังจากทานยาครั้งเวลาผ่านไป 2 ชั่วโมง 30 นาที แม้จะเริ่มเปลี่ยนแต่ก็ยังคงวาดภาพได้และเน้นเส้นเป็นพิเศษ ครั้งที่ 4 หลังผ่านไป 2 ชั่วโมง 35 นาที ผู้ป่วยจับกระดาษและพยายามวาดภาพ ครั้งที่ 5 หลังผ่านไป 2 ชั่วโมง 35 นาที ผู้ป่ววยวาดภาพเดิมได้อย่างรวดเร็ว แต่ภาพที่ออกมามันกลับแตกต่าง หลังจากวาดภาพเสร็จเขาก็หัวเราะ ครั้งที่ […]

keyboard_arrow_up