ข่าวอรุณอมรินทร์ : มอบตัวแล้ว! มือฆ่าลูกน้องแจ๊ส ชวนชื่น-แม่โผล่ท้าเช็คกล้องใครผิดถูก

  นายเสฎฐวุฒิ จิรัฐยารังษี หรือ เบียร์ อายุ 35 ปี ผู้ต้องหาฆ่านายพรชัย ดีเสือ ลูกน้องของแจ๊ส ชวนชื่น เดินทางเข้ามอบตัวกับพนักงานสอบสวนสถานีตำรวจครบาลมีนบุรี เมื่อกลางดึกที่ผ่านมาพร้อมแม่และภรรยา หลังหนีไปหลบซ่อนตัวอยู่ในห้างแห่งหนึ่งย่านรัชดาภิเษก.

โป๊ะแตก!! Huawei Nova 3 อียิปต์ปล่อยไก่ ภาพหลุดฟ้องไม่ได้ใช้สมาร์ทโฟนถ่าย แต่ใช้ DSLR

หมูจะหามคานก็ชอบมาสอด สุภาษิตไทยนี้ใช้ได้ทั่วโลก ทั่วทุกวงการเลยจริงๆ หลังจากที่ Huawei ประเทศอียิปต์ออกโฆษณา Nova 3 ตัวใหม่ล่าสุด ที่มีจุดขายคือ เซลฟี่ จุดเด่น AI สุดหลักแหลม ประมวลผลอย่างแจ่ม ทำให้ภาพที่ออกมา สวยเหมือนแต่งหน้าเลยทีเดียว ก่อนที่ Sarah Elshamy สาวผู้เป็นนักแสดงของโฆษณา จะโพสต์ Instagram ส่วนตัว เป็นภาพเบื้องหลังการถ่ายทำ ที่กลับกลายเป็นว่าทั้งหมดของตัวโฆษณานี้ ใช้กล้อง DSLR ถ่ายเสียอย่างนั้น ก่อนเธอจะไหวตัวทันลบภาพทิ้งก็มีมือดีแคปภาพไว้ได้ทัน ทำให้กลายเป็นกระแสอยู่ในโซเชียลมีเดียตอนนี้ ซึ่งนี่ก็ไม่ใช่ครั้งแรก เพราะก่อนหน้านี้ถ้ายังจำกันได้ เมื่อปีที่แล้วก็เคยโป๊ะแตกมาแล้วตอนปล่อยตัว P10 และ P10 Plus มาใหม่ๆ แล้วมีคนร้องเรียนว่า หน่วยความจำที่อยู่ในเครื่องกับที่โฆษณาเป็นคนละตัวกัน เกิดดราม่าใหญ่โตจนต้องมีการออกแถลง (ที่ทำให้สถานการณ์แย่ลง) เรียกได้ว่าเจ็บแล้วเจ็บอีกจริงๆ สำหรับแบรนด์นี้ ไปชมตัวโฆษณาที่ว่านี้ได้ที่ด้านล่างเลยครับ

เหตุผลที่หน้าบาน! เผยความจริงของการใช้เลนส์ผิดระยะ ที่ทำให้เบ้าหน้าเราเปลี่ยนไป

เชื่อว่าหลายคนคงเคยเจอปัญหาเวลาให้เพื่อนๆ ถ่ายภาพให้ แล้วพบว่ารูปที่ถ่ายออกมานั้นมีใบหน้าที่เปลี่ยนจนแทบจะกลายเป็นคนละคน เพราะบางคนตัวจริงก็ไม่ได้หน้าใหญ่ หรือดูมีน้ำมีนวลอย่างที่กล้องถ่ายออกมาเลยสักนิด เอาเป็นว่าเรื่องนี้คงอธิบายเป็นคำพูดคงลำบาก เพราะนอกจากสัดส่วนของบางคนที่กล้องอาจจะช่วยอะไรไม่ได้มาก ระยะของเลนส์เองก็มีผลต่อใบหน้าของคนเราอย่างเลี่ยงไม่ได้เช่นกัน อย่างการทดลองถ่ายรูปหน้าตรงของช่างภาพ Dan Vojtěch ด้วยระยะเลนส์ต่างๆ กัน ว่าส่งผลต่อสัดส่วนใบหน้าของเรามากขนาดไหน ที่มา – danvojtech.cz

นศ. แพทย์ โพสต์แฉ ห้องน้ำชาย ม.ดัง มีกล้องแอบถ่าย แจ้งอาจารย์แต่เรื่องกลับเงียบ

กลายเป็นประเด็นวิพากษ์วิจารณ์อย่างกว้างขวางในโลกออนไลน์ เมื่อมีผู้ใช้เฟซบุ๊กชื่อ Keen Pinkaew นักศึกษาจากคณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น ได้มีการโพสต์เรื่องราวหลังเจ้าตัวตกเป็นเหยื่อของการแอบถ่าย จากกล้องที่ติดอยู่ข้างโถปัสสาวะในห้องน้ำชาย จึงคาดว่าอาจมีผู้เสียหายจากการถูกแอบถ่ายแล้วจำนวนมาก เนื่องจากมีการแอบติดกล้องมากกว่าในห้องน้ำมากกว่า 1 จุ และพบว่าข้อมูลในกล้องที่เก็บมา สามารถย้อนกลับไปได้กว่า 1-2 เดือน ทั้งนี้ นักศึกษารายดังกล่าวได้เปิดเผยอีกว่า ตนได้นำเรื่องดังกล่าวแจ้งไปยังอาจารย์ประจำคณะแล้ว แต่กลับถูกสั่งให้ปิดข่าว โดยอ้างว่าอาจทำให้ผู้คนจะแตกตื่น และไม่อยากให้กลายเป็นเรื่องใหญ่ เพื่อหวังว่าจะจับคนร้ายได้ แต่หลังจากผ่านมากว่า 1 เดือน ก็ยังไม่มีการแก้ไข โดยเจ้าของโพสต์ได้บอกอีกว่า…ผมจึงเกิดคำถามขึ้นมาว่า “หรือเรากำลังกลัวชื่อเสียงที่จะเสียไป มากกว่าต้องการที่จะปกป้องผู้ที่ตกเป็นเหยื่อ หรือเรากำลังปกป้องผู้กระทำผิดอยู่?”

‘เสนาหอย-วิลลี่’ ตะลอนอ่างทอง ทำ ‘กลองไทโกะ’ กลองไทยดังไกลถึงญี่ปุ่น!

“เสนาหอย” เกียรติศักดิ์ อุดมนาค และ วิลลี่ แมคอินทอช 2 คู่ซี้ไปเปิดประสบการณ์ที่จะมอบสาระ ความรู้ และความสนุก โดยจะพาไปท่องเที่ยวยังแหล่งความรู้ที่จังหวัดอ่างทอง ซึ่งที่ถือเป็นจังหวัดที่มีแหล่งท่องเที่ยวที่สำคัญมากมาย อีกทั้งยังเป็นเมืองประวัติศาสตร์ มีโบราณสถานขึ้นชื่อและวิถีชีวิตที่เต็มไปด้วยเรื่องเล่าสืบทอดกันรุ่นต่อรุ่น แต่อีกสิ่งหนึ่งที่เป็นของขึ้นชื่อของจังหวัดนี้คือ “กลองไทโกะ” “กลองไทโกะ” เป็นเครื่องดนตรีชนิดหนึ่ง ต้นกำเนิดอยู่ที่ประเทศญี่ปุ่น ซึ่งคำว่า “ไทโกะ” แปลว่า กลอง หรือรูปแบบการแสดงการตีกลองเป็นหมู่คณะ สมัยก่อนใช้ประกอบกิจกรรมทางการทหาร ศาสนา และพิธีในราชสำนัก การผลิตกลองไทโกะที่ประเทศเรานั้นมักนิยมใช้ต้นก้ามปู ต้นขนุน ต้นสะเดา ที่ถือเป็นไม้มงคล แต่ไม้ที่ได้รับความนิยมสูงคือไม้ก้ามปู จามจุรี หรือไม้ฉำฉา เนื่องจากมีขนาดใหญ่ สามารถแบ่งได้หลายขนาด ซึ่งขั้นตอนการทำเริ่มจากแบ่งขนาดไม้ วัดขนาดของหน้าไม้ ก่อนนำไปปาดกลมหรือการลอกเปลือกไม้ออกโดยใช้เลื่อยยนต์ เมื่อเปลือกไม้หมดแล้วนำไปกลึง โดยเริ่มจากการตีวงเวียน และนำขึ้นเครื่องกลึงให้ได้รูปร่างลักษณกลมมนสวยงามตามแบบฉบับญี่ปุ่น จากนั้นนำไปคว้านเนื้อไม้ด้านในโดยใช้เครื่องจักรขนาดใหญ่ที่ได้มาตรฐาน ซึ่งจะใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมง เมื่อเสร็จตามที่ต้องการแล้วนำไปแช่น้ำยากันมอด เพื่อป้องกันมอด มอดไม้ แมลง กินเนื้อไม้ ก่อนนำเข้าเตาอบที่อุณหภูมิ 220 องศาเซลเซียส เป็นระยะเวลา […]

แสนรู้ไปอี๊ก! เผยวินาที ‘หมีดำ’ พังกล้องวิดีโอแถมแกะเมมโมรีการ์ดทิ้ง

เจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติในรัสเซียได้เผยแพร่ภาพจากกล้องวิดีโอที่ติดตั้งไว้ในพื้นที่ป่า เพื่อติดตามพฤติกรรมของสัตว์ ปรากฏว่าเป็นเหตุการณ์ขณะที่เจ้าหมีตัวหนึ่งกำลังรื้อกล้องจนพังยับเยิน ตัวต้นเรื่องก็คือเจ้าหมีดำสายพันธุ์หิมาลายันที่กำลังเดินดุ่มๆ อยู่ในพื้นที่อุทยานแห่งชาติในเขตฟาร์อีสต์ของรัสเซีย ขณะที่กำลังเดินอยู่ มันน่าจะไปสังเกตเห็นเข้าว่ามีสิ่งผิดปกติ ซึ่งก็คือกล้องวิดีโอสองตัวที่เจ้าหน้าที่ติดไว้บนต้นไม้ เจ้าหมีตัวนี้ก็เลยเดินเข้าหากล้อง และบังเลนส์กล้องจนมิดมองไม่เห็นภาพอะไรเลย แต่พอจะเดาได้ลางๆ ว่ามันพยายามทำอะไรบางอย่างกับกล้อง จนสุดท้ายภาพก็ขาดหายไป พอเจ้าหน้าที่อุทยานเข้าไปตรวจสอบ ก็เห็นว่าเมมโมรี่การ์ดของกล้องถูกแกะออกจากตัวกล้อง ส่วนหมีนั้นไร้วี่แวว โชคดีที่ภาพไม่เสียหายเลยกลายเป็นหลักฐานมัดตัวผู้ก่อเหตุได้.

เตือนภัย!! โซเชียลแชร์ภาพ ตู้ ATM มี ‘กล้องขนาดเล็ก’ ยื่นออกมา คาดฝีมือมิจฉาชีพ

อีกหนึ่งเหตุการณ์ที่ได้รับความสนใจในโลกออนไลน์อย่างมาก เมื่อมีผู้ใช้เฟซบุ๊กชื่อ ‘Dah Santanit ที่ได้แชร์ภาพตู้ ATM ที่ติดตั้งอยู่บริเวณย่านแฮปปี้แลนด์ แต่กลับมีกล้องยื่นออกมาอย่างผิดปกติ และอยู่ในจุดที่น้อยคนจะสังเกตเห็น โดยผู้โพสต์เชื่อไม่น่าใช่กล้องของทางธนาคาร เพราะว่ากล้องนี้ส่องตรงแป้นกดรหัส และได้ทำการแจ้งไปทางธนาคารให้ตรวจสอบแล้ว ที่มา – Facebook.com / ‘Dah Santanit

ยุคแห่งการโหยหาภาพฟิล์ม แต่ก็หนีไม่พ้นชีวิตจริงที่ยังติดกับเทคโนโลยี

ต้องยอมรับว่าช่วงนี้กระแสภาพฟิล์มกำลังมาแรงจริงๆ หลายคนเริ่มงัดกล้องเก่าออกมาปัดฝุ่นใหม่ มีทุนหนาหน่อยก็เข้าสมาคมพ่อบ้านแม่ไลก้ากันไป และล่าสุดก็มีแอพลิเคชั่นอย่าง Gudak ออกมาให้พลเมืองยุค 4G ได้ทดลองเล่นกัน ซึ่งก็ค่อนข้างได้รับความนิยมอยู่พอสมควร สายรักการถายภาพที่ใช้ไอโฟนที่ไม่มีแอพนี้ถือว่าเชยสนิท แต่จะด่วนสรุปว่าคนกำลังกลับไปสู่ยุคกล้องฟิล์มอย่างจริงจังนั้น อันนี้ก็ยังไม่สามารถพูดได้เต็มปากมากนัก วิน ภูริต เนติมงคลชัย ช่างภาพและ Wedding Planner ชื่อดังของเมืองไทย กล่าวว่า “ส่วนตัวมองว่าแล้วแต่กระแส แล้วแต่ช่วงมากกว่า สุดท้ายคนก็ยังเลือกเทคโนโลยีใหม่ๆ มากกว่า ตอนนี้ต้องยอมรับว่ามีคนใช้กล้องดิจิตอลเพิ่มขึ้นมากๆ เลยอาจทำให้คนเบื่อบ้างและกลับไปหาฟิล์ม แต่ถ้าเอาเรื่องความสะดวกสบายเข้ามา ยังไงกล้องดิจิตอลก็ได้เปรียบกว่า ลองให้คนใช้ฟิล์มทุกวัน เดินทางไปถ่ายภาพไกลๆ เชื่อเลยว่าถ้าไม่พกกล้องดิจิตอล ก็ต้องมีกล้องมือถือติดตัวไปแน่ๆ เพราะยังไงคนถ่ายก็อยากจะเห็นรูปภาพ ยิ่งเดินป่าเป็นอาทิตย์ๆ คงจะอึดอัดอยากเห็นภาพที่ตัวเองถ่ายอยู่ไม่น้อย คิดว่ากล้องฟิล์มในยุคนี้คงเหมาะเป็นออพชั่นเสริม มากกว่าที่จะเป็นกล้องหลัก” ม.ล.ณัฐสิทธิ์ ดิศกุล บิ๊กบอสดูคาติไทยแลนด์ ผู้หลงใหลในกล้องฟิล์ม กล่าวว่า “ส่วนตัวเป็นคนที่ชื่นชอบกล้องฟิล์มอยู่แล้ว ตอนนี้เหมือนว่ากระแสภาพฟิล์มกำลังมาแรง เพราะว่าคนที่สัมผัสความเป็นดิจิตอลมากๆ เข้า ความสวย คมกริบ เนียนไม่มีที่ติจนทำให้เรารู้สึกว่าภาพนั้นเพอร์เฟคเกินไป บางครั้งเราก็ต้องการความสวยงามแบบไม่เพอร์เฟค ซึ่งกล้องฟิล์มก็ถือว่าตอบโจทย์ แต่สุดท้ายกระแสความนิยมนี้ก็ไม่สามารถเข้ามาเป็นผู้ใช้หลักของตลาดโลกได้ เพราะต้องยอมรับความจริงว่าดิจิตอลมีความสะดวกกว่ามาก”

‘ดูคาติ’ เปิดตัว ‘SuperSport’ โฉบเฉี่ยวเหมาะเป็นรถสปอร์ตคันแรกของไบค์เกอร์

ทุกวันนี้ หากถามคนหนุ่มสาวทั่วโลกที่รักการขับขี่จักรยานยนต์และมีไลฟ์สไตล์รักความสปอร์ต แน่นอนว่าต้องมี ดูคาติ (Ducati) แบรนด์ซูเปอร์ไบค์ที่ไม่เคยหยุดพัฒนาและยืนหยัดมั่นคงมากว่า 9 ทศวรรษ ติดอยู่ในลิสต์ด้วย ล่าสุดยังตอกย้ำตำนานรถสปอร์ตระดับโลก โดยเผยโฉม Ducati SuperSport ที่มาพร้อมคอนเซ็ปต์ Everyday Extraordinary ลงตัวด้วยดีไซน์ความเป็นรถสปอร์ตทรงพลัง สามารถขับออกไปโฉบเฉี่ยวได้ทุกวัน ม.ล.ณัฐสิทธิ์ ดิศกุล กรรมการผู้จัดการ บริษัท ดูคาทิสติ จำกัด หรือ ดูคาติไทยแลนด์ เล่าให้ฟังว่า ‘รถรุ่นนี้ออกแบบมาสำหรับผู้ที่กำลังมองหารถสปอร์ตคันแรก หรือผู้ที่ชื่นชอบรถสปอร์ตแต่ต้องการความคล่องตัว สามารถใช้งานได้ทุกวัน จึงมาพร้อมกับเครื่องยนต์ขนาด 937 ซีซี 113 แรงม้า และท่านั่งที่ผ่อนคลายมากกว่ารถสปอร์ตทั่วไป ทำให้ผู้ขับขี่ไม่ต้องก้มหลังจนเกินไป และยังเป็นรถสปอร์ตคันแรกที่มีชิลด์หน้าที่สามารถปรับระดับขึ้น-ลงได้ ทำให้รถคันนี้สามารถใช้งานได้จริง ในทุกๆ วัน ตามคอนเซ็ปต์ Everyday Extraordinary หรือ ทุกๆ วันก็พิเศษและเหนือกว่าธรรมดาได้ เพียงแค่คุณเปลี่ยนมุมมอง เติมความสนุกให้กับชีวิต ด้วยการเปลี่ยนการเดินทางที่จำเจน่าเบื่อให้เป็นเรื่องสนุก เหมือนการขี่รถสปอร์ต’ และนอกจากบิ๊กบอสดูคาติไทยแลนด์จะหลงใหลในรถสปอร์ตแล้ว ยังมีความชื่นชอบในการถ่ายภาพอีกด้วย และนั่นก็เป็นที่มาของแคมเปญที่เหล่าไบค์เกอร์และช่างภาพทั้งหลายต้องตาลุกวาว ในการจับมือกันระหว่าง […]

ไม่ใช่แค่กล้องวงจรปิดที่เป็นดัมมี่ แต่ย้อนกลับไปเมื่อกว่า 100 ปีที่แล้ว ‘รถถังดัมมี่’ ก็มีเหมือนกัน

อย่างที่เคยเป็นข่าวคราวใหญ่โตเมื่อช่วงหลายปีที่ผ่าน เกี่ยวกับกล้องวงจรปิดแบบ ‘ดัมมี่’ ที่ทำขึ้นมาเพื่อตบตาและสร้างความกลัวให้โจรขโมยเผลอคิดไปว่ามีกล้องที่จับภาพได้ แต่ความจริงแล้วข้างในนั้นไม่มีอะไรอยู่เลย จนอาจมีหลายต่อหลายคนที่เชื่อว่านี่เป็นเทคนิคการตบตาแบบใหม่ ที่เพิ่มคิดค้นได้ในยุคนี้ แต่ถ้าลองย้อนกลับไปในช่วงสมัยสงครามโลกครั้งที่ 1 และ 2 เทคนิคตบตานี้ก็เคยถูกงัดเอามาใช้ในยุทธวิธีทางทหารเช่นกัน และถูกแสดงออกมาในรูปของ รถถังดัมมี่ หรือ รถถังปลอม นั่นเอง อาจฟังดูไม่มีเหตุผลอะไรที่ทหารจะต้องยอมทำอะไรแบบนี้ แต่เนื่องจากวัตถุดิบหลักในการสร้างรถถังนั้นคือเหล็ก ซึ่งในอดีตนั้นมีราคาที่สูงมาก และการสร้างรถถังจริงๆ สักคันนั้นใช้งบประมาณและเวลาพอสมควร แต่เพื่อเป็นการข่มขวัญฝ่ายตรงข้าม และแสดงความน่าเกรงขามด้านยุทโธปกรณ์ ทำให้รถถังเหล่านี้ถูกผลิตออกมาเป็นจำนวนมาก ทั้งเพื่อใช่ในแง่จิตวิทยา และถูกส่งไปในสนามรบจริงๆ เพื่อใช้เป็นเป้าล่อในการระบุตำแหน่งของฝ่ายตรงข้าม หรือเพื่อเบี่ยงเบนความสนใจ เพราะถึงจะยิงไม่ได้แถมไม่ได้หุ้มเกราะจริงๆ แต่ลำพังเพียงรูปลักษณ์ที่คล้ายกับรถถังจริงๆ ก็เพียงพอจะทำให้อีกฝ่ายหวาดกลัวในแสนยานุภาพได้แล้ว ที่มา – mashable.com

ราชกิจจาฯ ประกาศ ติดกล้องหน้ารถยนต์ ได้ส่วนลดเบี้ยประกัน 5-10%

เว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษา ได้เผยแพร่คำสั่งนายทะเบียน เรื่องให้ใช้อัตราเบี้ยประกันภัยรถยนต์ สำหรับรถยนต์ที่ติดตั้งระบบกล้องโทรทัศน์วงจรปิด (CCTV) ที่ติดตั้งกับรถยนต์ ความว่า เพื่อเป็นการเสริมสร้างวินัยจราจรแก่ประชาชน จึงส่งเสริมให้เจ้าของรถมีการติดตั้งระบบกล้องโทรทัศน์วงจรปิด (Closed-Circuit Television : CCTV) ที่ติดตั้งกับรถยนต์ อันเป็นอุปกรณ์ที่มีส่วนช่วยในการตรวจสอบวินัยจราจร อีกทั้งยังสามารถใช้เป็นหลักฐานสำคัญ ในการยืนยันถึงการกระทำความผิดจากการใช้รถยนต์ อาศัยอำนาจตามความในมาตรา 30 วรรคสอง แห่งพระราชบัญญัติประกันวินาศภัย พ.ศ.2535 นายทะเบียนจึงมีคำสั่ง ดังต่อไปนี้ คําสั่งนี้เรียกว่า “คําสั่งนายทะเบียน ที่ 8/2560 เรื่อง ให้ใช้อัตราเบี้ยประกันภัยรถยนต์ภาคสมัครใจ สําหรับรถยนต์ที่ติดตั้งระบบกล้องโทรทัศน์วงจรปิด (CCTV) ที่ติดตั้งกับรถยนต์” คําสั่งนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป ให้บริษัทให้ส่วนลดเบี้ยประกันภัยในการรับประกันภัยตามกรมธรรม์ประกันภัยรถยนต์ทุกประเภทเป็นส่วนลดอื่นในอัตราร้อยละ 5–10 ของเบี้ยประกันภัยสุทธิ สําหรับรถยนต์ที่ติดตั้งระบบกล้องโทรทัศน์วงจรปิด (CCTV) ที่ติดตั้งกับรถยนต์ โดยแสดงหลักฐานภาพถ่ายการติดตั้งระบบสำหรับรถยนต์ ที่ติดตั้งกล้องหน้ารถ ต้องแสดงหลักฐานภาพถ่ายการติดตั้งระบบกล้องคันเอาประกันภัย ในเวลาทำสัญญาประกันภัย และต้องติดตั้งระบบกล้องกับรถยนต์ไว้ตลอดระยะเวลาเอาประกันภัยด้วย ภาพจาก dipolen

มหกรรมกล้องและอุปกรณ์ถ่ายภาพลดราคา จัดเต็มล้างสต็อก !!!

งานนี้เป็นมหกรรมที่รวมรวมกล้องและอุปกรณ์ถ่ายภาพไว้เพียบ ไม่ว่าจะเป็นกล้อง เลนส์ แฟลช ขาตั้งกล้องกระเป๋ากล้อง ฯลฯ มีให้เลือกหลายยี่ห้อ

keyboard_arrow_up