เผยสภาพในป้อมปราการกลางทะเลอายุกว่า 150 ปี ที่มีอะไรดีๆ ซ่อนอยู่

หากย้อนกลับไปในช่วงที่โลกใบนี้ยังระอุไปด้วยไฟสงคราม คงไม่แปลกที่นานาประเทศจะสร้างป้อมปราการต่างๆ ขึ้นมาตามพรมแดนหรือจุดยุทธศาสตร์สำคัญทางการทหาร แต่เมื่อสงครามยุติลง ป้อมเหล่านั้นก็ถูกทิ้งร้างไป อย่างเช่นกรณีป้อม No Man’s Fort ที่ตั้งอยู่ระหว่างชายฝั่งพอร์ตสมัท และไอล์ออฟไวต์ ในประเทศอังกฤษ ซึ่งมีอายุเก่าแก่อายุกว่า 150 ปี และถูกสร้างขึ้นในช่วงศตวรรษที่ 18 เพื่อป้องกันการบุกโจมตีของทหารฝรั่งเศส แต่ก็อย่างที่บอกไปแล้วว่าสงครามต่างๆ นั้นสิ้นสุดลงแล้ว จึงทำให้ป้อมนี้หมดประโยชน์ไปโดยสิ้นเชิง แต่เนื่องจากการถูกออกแบบมาเพื่อใช้ในงานด้านการทหาร ทำให้ป้อมแห่งนี้แข็งแรงทนทานมาก แม้จะผ่านมากกว่า 100 ปีแล้วก็ตาม จึงทำให้มีการบูรณะป้อมแห่งนี้ขึ้นมาใหม่ เพื่อเปลี่ยนมันเป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่มีทั้งห้องพัก ร้านอาหารทั้งแบบ Indoor และ Outdoor ซึ่งมีบรรยากาศหรูหราแตกต่างไม่เหมือนใคร และได้รับความสนใจจากนักท่องเที่ยวอย่างมาก ที่มา – metro.co.uk

ค้นหาทั้งคืน! พบแล้ว 5 ศพนักท่องเที่ยวติดใต้ซากเรือทัวร์ดำน้ำ (คลิป)

นายประสาน สิทธิแสวง อายุ 46 ปี เจ้าของเรือน้ำเที่ยว “ปฏิวัติ” ต.ท่ายาง อ.เมือง จ.ชุมพร ได้รับแจ้งทางโทรศัพท์จากกัปตันเรือน้ำเรือ โชคธารา 2 ที่นำนักท่องเที่ยวออกไปดำน้ำลึกแบบสกรูบา เป็นชายหญิง จำนวน 13 คน พร้อมเจ้าหน้าที่ควบคุมเรืออีก 3 คน ไปดำน้ำชมปะการังที่ บริเวณเกาะง่ามใหญ่ ซึ่งเป็นจุดดำน้ำดูปะการังที่สวยที่สุดของจังหวัดชุมพร โดยมีระยะห่างจากฝั่งประมาณ 18 กิโลเมตร ว่า ขณะนี้เครื่องยนต์เรือได้เกิดขัดข้อง และมีน้ำทะลักเข้าเรือใกล้จะจม จึงได้นำเรือออกไปช่วยเหลือเพื่อทำการช่วยเหลือและลากจูงกลับเข้าฝั่ง แต่ไม่สามารถจะช่วยเหลือได้ทัน เนื่องจากน้ำได้ทะลักเข้าเรือประกอบกับคลื่นลมแรง ทำให้เรือจมลงอย่างรวดเร็ว โดยสามารถช่วยเหลือนักท่องเที่ยวและเจ้าหน้าที่ผู้ควบคุมเรือขึ้นมาได้ทั้งหมด จำนวน 11 คน ที่เหลืออีก 5 คน ได้จมหาย ต่อมาเมื่อเวลา 19.00 น.ของวันเดียวกัน นายณรงค์ พลละเอียด ผวจ.ชุมพร ได้รับแจ้งจากนายอธิวัส ทรรปณะวิภาส นายกเทศบาลตำบลปากน้ำชุมพรว่า ได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่เกี่ยวข้องประกอบด้วยเจ้าหน้าที่อุทยานหมู่เกาะชุมพร เรือตรวจการประมง เรือตำรวจน้ำ ตำรวจภูธรปากน้ำชุมพร และเจ้าหน้าที่ศูนย์อนุรักษ์ทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง […]

แล้วไง… ใครแคร์! นักท่องเที่ยวต่างชาติ โชว์เซ็กส์กลางทะเลพัทยา (คลิป)

ชาวบ้านทนไม่ไหวพบนักท่องเที่ยวโชว์ร่วมรักกลางทะเล ได้โทรศัพท์แจ้งตำรวจให้ช่วยเข้ามาตรวจสอบ หลังได้รับแจ้ง ตำรวจสายตรวจ สภ.เมืองพัทยา รีบเดินทางมาตรวจสอบ พบว่านักท่องเที่ยวต่างชาติชายหญิง 1 คู่ กำลังทำกิจกรรมกันอยู่ที่กลางทะเล โดยมีนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและต่างชาติกำลังจับกลุ่มยืนดู บางคนก็เอาโทรศัพท์มาถ่ายรูป ถ่ายคลิปวิดีโอเก็บไว้ ตำรวจสายจึงเรียกให้ขึ้นมา ทั้งคู่ก็เปลือยกายเดินขึ้นมาจากทะเล และอยู่ในสภาพเมาสุรา โดยไม่อายสายตาของผู้คนที่มุงดูกันอยู่ จากนั้นเจ้าหน้าที่จึงให้สวมใส่เสื้อผ้าให้เรียบร้อย ก่อนจะแจ้งในเบื้องต้นว่าการกระทำดังกล่าวในสถานที่สาธารณะ มีความผิดตามกฎหมายของประเทศไทย และ ควบคุมตัวทั้งคู่ไปสอบปากคำที่ สภ.เมืองพัทยา แจ้งข้อหา กระทำอนาจารในที่สาธารณะ และ เมาสุรา ประพฤติตนวุ่นวาย ก่อความเดือดร้อนรำคาญ.

หรูซะไม่มี! เปิดสภาพภายในป้อมปราการเก่ากลางทะเลอายุกว่า 150 ปี ที่มีอะไรดีๆ ซ่อนอยู่

หากย้อนกลับไปในช่วงที่โลกใบนี้ยังระอุไปด้วยไฟสงคราม คงไม่แปลกที่นานาประเทศจะสร้างป้อมปราการต่างๆ ขึ้นมาตามพรมแดนหรือจุดยุทธศาสตร์สำคัญทางการทหาร แต่เมื่อสงครามยุติลง ป้อมเหล่านั้นก็ถูกทิ้งร้างไป อย่างเช่นกรณีป้อม No Man’s Fort ที่ตั้งอยู่ระหว่างชายฝั่งพอร์ตสมัท และไอล์ออฟไวต์ ในประเทศอังกฤษ ซึ่งมีอายุเก่าแก่อายุกว่า 150 ปี และถูกสร้างขึ้นในช่วงศตวรรษที่ 18 เพื่อป้องกันการบุกโจมตีของทหารฝรั่งเศส แต่ก็อย่างที่บอกไปแล้วว่าสงครามต่างๆ นั้นสิ้นสุดลงแล้ว จึงทำให้ป้อมนี้หมดประโยชน์ไปโดยสิ้นเชิง แต่เนื่องจากการถูกออกแบบมาเพื่อใช้ในงานด้านการทหาร ทำให้ป้อมแห่งนี้แข็งแรงทนทานมาก แม้จะผ่านมากกว่า 100 ปีแล้วก็ตาม จึงทำให้มีการบูรณะป้อมแห่งนี้ขึ้นมาใหม่ เพื่อเปลี่ยนมันเป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่มีทั้งห้องพัก ร้านอาหารทั้งแบบ Indoor และ Outdoor ซึ่งมีบรรยากาศหรูหราแตกต่างไม่เหมือนใคร และได้รับความสนใจจากนักท่องเที่ยวอย่างมาก ที่มา – metro.co.uk

เปิดภาพบ้านปริศนาที่ตั้งอยู่โดดเดี่ยวกลางเกาะร้างมานานกว่า 300 ปี

แม้หลายคนจะอยากมีบ้านพักส่วนตัวบนเกาะที่ไม่มีใครรบกวน แต่เชื่อเถอะว่านี่อาจไม่บ้านตากอากาศที่คนทั่วไปจะกลางมาพักแน่ เพราะนอกจากมันจะเป้นบ้านเพียงหลังเดียวที่พบบนเกาะแล้ว เกาะ Ellidaey ยังเป็นเกาะเล็กๆ ท่ามกลางหมู่เกาะ Vestmannaeyjar บริเวณชายฝั่งประเทศไอซ์แลนด์ มหาสมุทรแอตแลนติก ซึ่งเดิมทีก็เป็นบ้านสำหรับคนห้าครอบครัวใหญ่ จนกระทั่งในปี 1930 บ้านหลังดังกล่าวถูกปล่อยทิ้งร้าง และกลายเป็นที่พักชั่วคราวของชาวประมงและนักท่องเที่ยวที่เดินทางมาค้างแรม ที่มา – wittyfeed.com

keyboard_arrow_up